ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย..ในความคุ้นเคยกันอยู่..มันแฝงอะไรบางอย่าง..ที่มากกว่านั้น (เพื่อนสนิท)

Posted: October 10, 2005 in Movies
จริง ๆ แล้วรู้สึกว่า 3 blogs ที่แล้วจะเขียนได้ค่อนข้างดี ก็เลยอยากจะทิ้งระยะไว้อีกสักหน่อย เผื่อใครจะมาอ่านเพิ่ม แต่วางแผนไว้นานแล้ว ว่าจะพูดถึงหนังเรื่องเพื่อนสนิท แล้วชักรู้สึกว่า ถ้าทิ้งช่วงไว้นานกว่านี้ ก็จะหลุดกระแสแล้ว ก็เลย รีบพูดถึงซะหน่อยดีกว่า หลังจากที่หลาย ๆ blog พูดถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้ว (ณ วินาทีนี้ ใครไม่รู้จักหนังเรื่องนี้ กรุณาพิจารณาตัวเองได้แล้วนะฮะ)
 
ผมมีโอกาสไปดูหนังเรื่องนี้กับน้องชาย ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน (อิจฉาอะดี้ >_< ได้ดูก่อนชาวบ้านตั้งอาทิตย์นึง) ที่ได้ไปดูรอบพิเศษก่อนหน้าใครๆ  ก็เพราะว่า หนังเรื่องนี้ผู้กำกับเป็นศิษย์เก่านิเทแล้วทีมงานก็มีเด็กนิเทศหลายฅน เค้าก็เลยเปิด รอบพิเศษ ให้เด็กนิเทศดู ผมเองก็อาศัยใบบุญของน้องชายติดสอยห้อยตามไปดูกับเขาด้วย   ที่โรงหนัง House ย่าน RCA
 
ซึ่งนับว่าโชคดีมาก ๆ ที่ได้ไปดูพร้อมน้อง เพราะว่าน้องผมตั้งใจจะเรียน film  เพราะงั้นก็จะตีความ หรือเก็บรายละเอียดของหนังในหลาย ๆ จุดที่ฅนธรรมดา (อย่างเรา ๆ) มองข้ามไป หลังจากดูหนังเสร็จก็ไปหาอะไรกินกัน ช่วงนั้นก็พูดถึงหนังตลอดเลย การแลกเปลี่ยนความคิดกันหลังดูหนังนี่มันดีจริงๆ  เลยนะเนี่ย (อา…ถึงไม่ค่อยอยากไปดูหนังฅนเดียวอย่างไรเล่า)
 
ที่ไม่ได้เอามาลง blog ทันทีเพราะพอดีช่วงนั้น กำลังติดพัน Love Episode   ไตรภาคอยู่ ก็เลยไม่อยากเอามาแทรก ประกอบกับ มันเป็นรอบพิเศษที่ฅนส่วนใหญ่คงยังไม่ได้ดู ก็เลยไว้ก่อนดีฝ่า ให้หนังเข้าตามรอบปกติก่อน จะได้พูดถึงได้ (แต่แน่นอน Blog นี้ไม่มี spoil เหมือนเดิม เพราะงั้นใครที่ยังไม่ดูก็เข้ามาอ่านได้ฮะ) ว่าแล้วก็เอาเลยดีกว่า
 
 
 
 


 
เวลาฅน ๆ นึงจะตัดสินใจดูหนังสักเรื่อง… เคยสงสัยกันมั้ยฮะว่าอะไรเป็นตัวจุดประกาย?
บางฅนอาจจะเพราะเพื่อนชวนไปดู บางฅนอาจจะเป็นเพราะดารา บางฅนอาจจะเป็นเพราะผู้กำกับ สำหรับผมเอง ถ้าไม่เกิดอาการอยากดูอย่างรุนแรงเนื่องจากหนังตัวอย่าง ก็มักจะถูกโน้มน้าวโดยบทวิจารณ์ตามนิตยสารต่าง ๆ มีบ้างเหมือนกันที่แค่อ่านข่าวการถ่ายทำ + เห็นภาพบาง shot ก็รู้สึกอยากดูขึ้นมาเลย เช่น Love letter จดหมายรัก เป็นต้น
 
แต่สำหรับเรื่องนี้พิเศษหน่อยฮะ แค่รู้ว่าหนังเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่า ‘เพื่อนสนิท ‘ แล้วก็เห็นรูปพระเอกกำลังแอบมองนางเอกในห้องเรียน…ก็เกิดอาการอยากดูขึ้นมาติดหมัด
ยิ่งได้มีโอกาสได้ดู teaser ของเรื่องอ่ะนะ โดยเฉพาะซีนสุดท้าย ที่ขึ้นชื่อหนัง "เพื่อนสนิท" แล้วเพลงค่อย ๆ  fade down ลง พร้อมกับมีเสียงนางเอกขึ้นมาว่า
 
"ถ้าแกได้เปิดตัวเองนะเว้ย แล้วให้คนอื่นรู้จักตัวแกจริง ๆ นะ เค้าต้องชอบแกแน่ ๆ " … โคลสไปที่หน้าพระเอกที่หันสบตานางเอกนิ่ง ๆ …. พอเห็นแววตาของพระเอก…ยิ้มของนางเอกก็ค่อย ๆ คลายลง…เมื่อข้อเท็จจริงบางอย่าง…เริ่มปรากฏขึ้นราง ๆ ในห้วงความคิด….

 
กระอักฮะ… กระอัก
 
ยกให้เป็น shot กระตุ้นต่อมอยากดูยอดเยี่ยมแห่งปีเลย  (ขนาดน้องผมดูหนังเรื่องนี้แล้ว พอมาดู teaser ก็เกิดอาการอยากดูอีกรอบ) ตอนนั้น สาบานตนเลยว่า…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะดิ้นรนกระเสือกกระสนไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้ (เว่อร์ขนาด "- -) ผมทำ link ไว้ข้างๆ แล้วนะฮะ คลิกตรงเพลง ช่างไม่รู้เลย แล้วมันจะไปที่ web เอง ลองดู ๆ (แต่ถึงตอนนี้แล้ว ไปดูหนังเองเลยดีกว่ามั้ง)
 
 
 
ไม่สามารถลงรายละเอียดอะไรได้มาก เดี๋ยวมันจะ spoil เกินไป แต่สิ่งที่ผมประทับใจกับหนังเรื่องนี้มีอยู่สองอย่าง
 
อย่างแรก ผมชอบตัว บท ของหนังเรื่องนี้มาก พูดถึงบทนี่ กินความหมายกว้าง รวมทั้งการลำดับเรื่อง บทสนทนา วิธีการเล่าเรื่องด้วยภาพ ฯลฯ ตัวบทปูพื้นฐานของตัวละคร แล้วก็สร้างสถานการณ์มารองรับเหตุผลของตัวละครได้ครอบคลุม เรียกได้ว่าตัวบท สมเหตุสมผล จนบางที ก้าวข้ามไปถึงขึ้น สมจริง เลยทีเดียว
 
หลาย ๆ ซีน ผมรู้สึกเลยว่า มันสมจริงจนไม่น่าจะเป็นแค่จินตนาการของฅนเขียนบทนะ มันน่าจะเคยเกิดขึ้นจริงกับใครบางฅน แล้วเค้าเอามาใส่ลงไปในบทมากกว่า หรืออย่างตัวละครเอกทั้งสามตัว ผมไม่เคยมีเพื่อนอยู่วิจิตรศิลป์หรอกนะฮะ แต่มีเพื่อนอยู่พยาบาลหลายฅน คาแร็กเตอร์ของตัวนางพยาบาล ทั้งวิธีการพูด การใช้คำ กิริยาท่าทาง หรือแม้กระทั่งสรรพนามที่ใช้แทนตัว ผมรู้สึกเลยว่าถอดแบบมาเป๊ะ ๆ จากเด็กคณะพยาบาลเลยเชียวล่ะ (ไม่รู้ทำได้ไงเหมือนกัน)
 
นอกจากเรื่องบทแล้ว หลายฅนอาจจะคาดหวังว่า หนังเรื่องนี้อาจจะมีซีนหลายซีนที่ตรงกับชีวิตจริงเรา (แอบชอบเพื่อนสนิทนี่ ใคร ๆ ก็เคยเป็นกันทั้งนั้น) แต่สำหรับผมแล้ว ทั้งโลเคชั่นที่ไม่มีในกรุงเทพ ทั้งวิว ทั้งสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เน้นวัฒนธรรมทางเหนือ กับทางใต้อย่างชัดเจน (ไม่มีกลิ่นกรุงเทพให้เห็นเท่าไรเลย) ทำให้สถานการณ์ของตัวละคร ไม่ได้ซ้อนทับกับชีวิตจริงของผมอย่างทีกะไว้นะฮะ แต่สิ่งที่น่าประหลาดก็คือ ถึงเหตุการณ์ต่างๆ  ในเรื่องจะไม่เคยเกิดกับเรา แต่เราสามารถเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี ราวกับเข้าไปนั่งอยู่กลางใจ เลยทีเดียว การให้ตัวละครพูดบรรยายความรู้สึก หรือการโคลสไปที่หน้าเพื่อโชว์อารมณ์ของนักแสดงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในหนังเรื่องนี้เลย เพราะเมื่อตัวละครเจอกับสถานการณ์ที่หนังสร้างขึ้น เราก็จะรู้ได้เลยทันทีว่าตัวละครรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร หรือแม้กระทั่งคำพูดที่ออกมาเป็นคำพูดจากใจจริง หรือไว้กลบความรู้สึกตัวเอง!
 
เพราะงั้นผมถึงไม่แปลกใจเลย ที่เวลาดูแล้วเราจะรู้ว่า ทำไมพระเอกถึงเลือกหนังสือเล่มนี่ ทำไมนุ้ย (นางพยาบาล) ถึงใช้คำพูดอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งทำไมดากานดา(นางเอก) ถึงไม่รู้ตัวว่าพระเอกชอบ (วะ) ผมเองก็อธิบายไม่ได้ว่าเคล็ดลับความสำเร็จในการเอาตัวฅนดูไปสวมทับกับความรู้สึกของตัวละครมันทำได้อย่างไร นอกจากจะโทษความดีความชอบของตัวบทนี่ละฮะ
 
ไม่พิมพ์อะไรต่อไปและ เดี๋ยวจะเผลอ spoil ไปมากกว่านี้ ก่อนจะจบ ผมขอพูดประโยคเท่ ๆ นิดนึงละกาน
 
… หลังจากที่ดูหนัง แล้วก็ผ่านการอภิปรายกันอย่างยาวนานแล้ว น้องชายก็ถามผมว่า ถ้าผมเป็นตัวเอก ผมจะเลือกใคร ฅนที่ใช่ หรือฅนที่ชอบ…ตอนนั้นผมตอบไปว่า ไม่รู้ว่ะ  ซึ่งบอกตามตรง ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ฮะ เพราะคิดว่า แต่ละฅน ถึงจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็อาจจะตัดสินใจแตกต่างกัน  แล้วก็ไม่สามารถหาเหตุผลอะไรมาช่วยในการตัดสินใจได้ด้วย
 
 
 
 
เพราะเรื่องของความรัก…..
 
มันไม่ใช่เรื่องของสมอง….
 
แต่มันเป็นเรื่องของหัวใจ

 
 

ปล. นอกจากตัวเด่นทั้งสามตัวแล้ว ก็ยังมี พี่โอปอ (รุ่นพี่นิเทศ) หรือ จิ๋มดำ จากเรื่องแจ๋ว ที่ทุกฅนรู้จักกันดี มาเป็นจอมขโมยซีน และเรียกเสียงฮาเป็นระยะ โอเล่าว่า หลาย ๆ มุกที่ปล่อย เป็นมุกยิงสดนะฮะ (หมายถึง คิดขึ้นตอนถ่าย ไม่ได้อยู่ในบทมาก่อน) ดูจากความช่ำชองแล้ว รู้สึกเลยว่า พี่โอปอพัฒนาไปอีกขั้นแล้วสิเนี่ย… เป็นนักแสดงอนาคตไกลอีกฅนเลยนะเนี่ย
 
ปล.2 รอบนิเทศที่ไปดู พี่เอส(ผู้กำกับ) ก็มาแจมด้วย แต่พี่เค้าไว้หนวดเครารุงรัง ใส่เสื้อยืด แล้วก็กางเกงยืนส์ขาด ๆ เดินตัวดำไปมา ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าเป็นผู้กำกับ(ไม่มีราศีเลยสักนิด) ดู ๆ ไปเหมือนเด็กยก spot light ตามกองถ่ายมากกว่า =.=
 
ปล.3 อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับแล้ว เค้าบอกว่า หนังโรแมนติคคอเมดี้ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ คือ Notting Hill กับคลื่นเหงาฯ ใครที่ชอบหนังสองเรื่องนี้ ผมว่า คุณน่าจะหลงรักหนังเรื่อง ‘เพื่อนสนิท’ ได้ไม่ยากเลยนะฮะ
 
 
 
ลองหาโอกาสไปดูก็แล้วกันครับ กล้าท้าพนันเลยว่า ตอนคุณเดินออกจากโรง คุณจะฮัมเพลง ช่างไม่รู้เลย โดยไม่รู้ตัว….
Comments
  1. แองเจิ้ณ says:

    "ถ้าแกได้เปิดตัวเองนะเว้ย แล้วให้คนอื่นรู้จักตัวแกจริง ๆ นะ เค้าต้องชอบแกแน่ ๆ " … โคลสไปที่หน้าพระเอกที่หันสบตานางเอกนิ่ง ๆ …. พอเห็นแววตาของพระเอก…ยิ้มของนางเอกก็ค่อย ๆ คลายลง…เมื่อข้อเท็จจริงบางอย่าง…เริ่มปรากฏขึ้นราง ๆ ในห้วงความคิด……..มัน"จึ๊ก"อ่ะพี่ก้อนนนนนโดนมากๆๆๆรู้สึกว่าเป็นหนังที่น่าดูและน่าดูมากยิ่งขึ้นเมื่อได้มาอ่านentryนี้ของพี่ก้อน…จะไปดูพุ่งนี้เลยดีมั้ย…จะรีบไปดูนะคะ…ดีใจจังวันนี้เม้นคนแรกของพี่ก้อน อิอิ

  2. Jang says:

    เพราะเรื่องของความรัก….. มันไม่ใช่เรื่องของสมอง…. แต่มันเป็นเรื่องของหัวใจ.. …….เมนต์ไม่ได้มากเดี๋ยวจะspoil ดีว่าบลอคฉันไม่มีคนเข้าเยอะเหมือนบลอคเธอฉันจึงspoilซะชอบเหมือนกันนะ เค้าเก่งนะจุดเล็กจุดน้อยที่จะปล่อยมุขได้ไม่มีพลาดเลยให้สังเกตนะ นามสกุลพระเอก รุ่นพี่ห้าคนวันเลือกนางแก้ว รูปคนที่นางเอกวาด..ฮา(อันหลังมีน้องที่นั่งข้างๆกระซิบให้ฟังอ่ะ..เลยแอบยิ้มกะลูกเล่นผู้กำกับ)ชอบเรื่องนี้มาก ไม่มีความรู้เรื่องการทำหนังหรอกนะ ปกติก็ชอบอ่านหนังสือมากกว่าไปดูหนังอยู่แล้วแต่เรื่องนี้กลับทำให้อยากอ่านหนังสือเรื่องกล่องไปรษณีย์สีแดง…………แล้วพระเอกเรื่องนี้ ก้อนว่าใช้สมองหรือหัวใจมากกว่ากันล่ะมันไม่เป็นปัญหาหรอกตอนที่จะเลือกคนที่ใช่(หมายถึงคนที่ชอบเรา)มันมีปัญหาตอนเลือกคนที่ชอบนี่แหล่ะ..ใช่ไม๊ ปกติก็"ไม่สุข"เพราะปัญหานี้กันไม่ใช่เหรอ………….เพิ่งรู้ว่า..เธอรู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องของหัวใจไม่ใช่สมอง ^_^"………ดูหนังเรื่องนี้จบก็รู้แล้วล่ะว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นเราคนเดียวที่ชอบ(บ้า)เรื่องเจ้าชายน้อย..ปล. อย่างไหนถึงเรียกว่าหน้าตาเหมาะจะเป็นผู้กำกับอ่ะ

  3. ©~Chefphan~© says:

    อยากดูอ่ะ แต่หาเวลาไม่ได้ ติดทำรายงงงานวิจัย……เดียวจาไปดู แบบ ดดำ วันที่ 16 นี้ 55555

  4. SoM says:

    ไปดูแล้ว ว ว ว กับเพื่อน และคนที่ไม่ใช่เพื่อน หึ หึ (จาบอกทำไมฟระ – -") ชอบฉากฮาของเรื่องนี้ มากกว่าฉากซึ้งอ่า…ม่ายรุ้ว่าทำไมนะ แต่ยังม่ายค่อยโดนใจเท่าหร่ายฉากฮาที่ชอบ . ที่พระเอกเข้าไปในเต๊นดากานกาแล้วตอนแรกนึกว่าพระเอกจาหอมแก้มนางเอกอ่ะ แต่ไปตะโกนนับเลข ฮาๆ ชอบ 555แบบเปลี่ยนอารมด้ายเรวดี ตอนแรกนี่กะซึ้งเลย 5555

  5. sureeporn says:

    ว้า อิจฉา จ่างมี แตคน ปาย ดู เพื่อน สนิท มา แร้วอยาก ดู บ้าง ง่าอิอิ

  6. Chayanin says:

    ไปดูมาแล้ววว วันนี้เอง ไปกับเด็กใต้ หุหุก็ หนุกหนานดี เวลาผมดูหนังผมจะไม่ค่อยสังเกตอะไรด้วยแต่ว่า ที่ชอบอย่างนึง (ตรงที่คนอื่นอาจจะไม่ค่อยคิดอะไรมั้ง) คือ หนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยอ่ะ ที่เค้าใช้ปกคนละแบบ แสดงให้เห็นถึงการพิมพ์คนละครั้ง ทำให้รู้สึกว่า มันเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ดูน่าสังเกตดีนะจริงๆมันก็คงเป็นเรื่องธรรมดาของการทำหนังแต่ ถ้าเป็นเราทำก็อาจจะใช้เจ้าชายน้อยฉบับใหม่ไปแล้ว นึกไม่ถึงเลย

  7. Chayanin says:

    เอ้อ ลืมถาม Masatha_ahtasaM >>> ลำนำแห่งห้วงธารา พี่ก้อนอ่านอยู่รึ??

  8. ก้อน Masatha says:

    angel_hipz >>> รีบไปดูเลยจ้า ฅนโรแม๊นซ์อย่างเราน่าจะชอบได้ไม่ยากนะฮะ อิอิ•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> อา… ไม่ใช่เพราะคิดว่าฅนจะเข้ามาอ่านเยอะ เลยไม่ spoil หรอกครับ แต่เป็นเพราะว่า ฅนที่อยากให้อ่านยังไม่ได้ไปดูตะหาก เลยไม่ได้ spoil =.=ความคิดของพระเอกนี่เดาไม่ถูกเลยจริงๆ ฮะ แต่ในฐานะที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ผมเชื่อว่า เวลาที่จะตัดสินใจรักใครสักฅน ผู้ชายอย่างเรา ๆ ใช้สมองน้อยกว่าผู้หญิงอีกนะฮะ (ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ผมว่าจริง) อย่างผู้หญิงจะตัดสินใจรักใครสักฅน จะมีองค์ประกอบโน้นเหตุผลนี้เข้ามามีส่วนร่วมเสมอ แต่สำหรับผู้ชาย ชอบก็คือ ‘ชอบ’ ไม่ชอบ ก็คือ ‘ไม่ชอบ’ มักไม่ค่อยคำนึงถึงด้านอื่น ๆ นะครับหึหึ ตัวผมแล้ว เรื่องของความรักนี่ ใช้ ‘หัวใจ’ ล้วน ๆ เลยฮะ แต่วิธีที่เราจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นเนี่ยสิ (พยายามที่จะ) ใช้สมองให้มาก ๆ Chefphan>>> ช่วงนี้ก็หนักหน่อยเน้อ เอาใจช่วยให้รายงานออกมาได้คะแนนสวย ๆ นะจ๊ะSoM-zab >>> หลาย ๆ ฅนก็บอกนะว่ามันยังซึ้งไม่ค่อยถึงใจ แต่พี่ว่า ถ้าจะให้ซึ้งสุด ๆ แบบหนังเกาหลี มันต้องผ่านอุปสรรคหนักหน่วงไม่ก็จบแบบโศกนาฏกรรม ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น สำหรับพี่มัน. เศร้า.เกิน.ปาย.Dear_Indy_dangerous >>> หึหึหึ สอบเสร็จก็ไปดูสิจ๊ะ ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือไปก่อนนะ โชค A ทุกตัวนะค้าบ KUS³²Sεε-Douβlε-U >>> อ้อ เพิ่งรู้ว่าแฟนป่านเป็นเด็กใต้นะเนี่ย เค้าเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ดีจริงๆ แต่ก็มีหลุดเยอะเหมือนกัน (แต่ถ้าโอไม่บอก พี่ก็ไม่สังเกตหรอก) ส่วนลำนำฯนี่ อยาใช้คำว่าอ่านอยู่เลยฮะ T_T เอาเป็นว่าจะได้เปิดมันอีกทีเมื่อไหร่นี่ พี่ยังไม่รู้เลยอ่ะ ฮือ ฮือ

  9. Jang says:

    ที่พูดมาขอเรียก"เงื่อนไข"ไม่ใช่"สมอง"(เหตุผล)…………..ผู้ชาย(ส่วนใหญ่ที่เจอนะ)ใช้อารมณ์ในการเลือกมากกว่าอารมณ์ต่างกับหัวใจ(ความรู้สึกรัก) และไม่ใช่โดยสิ้นเชิง………..ผู้หญิงส่วนใหญ่พอเลือกแล้วหลังจากนั้นจะใช้หัวใจมากกว่าสมองแต่ผู้ชายเลือกแล้วจะมาใช้สมองมากกว่าหัวใจมันถึงจืดจางกันง่าย..ผ่านไปก็จะเหลือความผูกมัด การทนอด และเป็นแค่ใครบางคนที่เคยรัก………..ใช้สมองจัดการความรู้สึก…ล้ำลึก..ลึก.มาก!!………..ป่าน..นับถือความช่างสังเกตจริงๆ สงสัยเหมือนกันว่าเล่มที่ดากานดาถือเป็นของสำนักพิมพ์อะไร มันคล้ยกับฉบับครบรอบ60ปีมาก

  10. sureeporn says:

    ดีคะดีตอนเช้านะคะเช้าที่สดใส อะเป่า มะรู้ 55+เดียร์ อัพ ได ใหม่ละถ้า วาง ก้อ ปาย เยื่ยม น่า ค๊า หุหุ…

  11. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ถ้าแค่พูดนี่ ไม่ยากหรอกฮะ แต่พอถึงภาคปฏิบัตินี่สิ สอบตกทู้กที – -Dear_Indy_dangerous >>> ไปเยี่ยมมาแล้วจ้า ขยันเจรง ๆ

  12. ~Little RabbitZ~ says:

    อยากดูจางเลย ได้ยินมามากว่าหนังเรื่องนี้ดี แต่ก้อมีคนแอบบ่นเล็กน้อยว่าไม่ซึ้งอย่างที่คิด ต้องหาเวลามาดูให้ได้สะแล้นป.ล. พี่ก้อนยังอยากร่วมทำค่ายอยู่หรือป่าวคะ คือว่าฝนเพิ่งรู้มันเปนโครงการระยะยาวคะ 3 ปีเลย โครงการชื่อ SOS

  13. Jang says:

    ก้อนเผื่อเข้ามาแล้วดูนี่เลยนะ จะได้ไม่ต้องไปค้นเมลเดิมวิธีadd power toy : window media player Code : &powertoy=musicvideo ก๊อปท่อนนี้ไป เวลาเปิดเพจก้อนเข้ามาที่หน้าedit เอาตรงนี้แปะไปเลยต่อท้ายURL ของก้อน มันจะเป็นแบบนี้http://spaces.msn.com/members/masathaKUS26/PersonalSpace.aspx?_c02_owner=1&_c=&powertoy=musicvideo( ประมาณนี้ )แล้วกด go หรือenterตอนนี้มันก็จะแอดเครื่องมือนี้ไปแล้วเราก็กลับไปคลิกที่customize และคลิก module ตอนนี้ก้อนจะเห็นว่ามีเครื่องมือนี้อยู่ที่โมดูลpower toy: window media player คลิกที่addเสร็จละลงไปข้างล่างกรอบหน้านี้จะเห็นปุ่มsave คลิก เสร็จละ มันก็แอดเข้าไปจะเห็นที่หน้าedit เรามันจะเป็นช่อง ให้เราเลือกใส่URL เพลง การเล่นเพลง อันนี้ไปลองใช้เอง (Supported: WMA, WMV, WAV, AVI, MPG, MPEG, MP3)AVI ที่ถามเมื่อคืนก็ได้ แต่ระวังนะไฟลืใหญ่มากเวลาเปิดสเปซจะโหลดนานง่ายกว่าโครมาโตกราฟฟี่อีกนะ ..ว่าแต่จะอ่านที่เขียนเข้าใจไหมเนี๊ยะ ไปหมกมุ่นกะงานต่อแระ..บาย

  14. sureeporn says:

    ฮุ ฮุอยากดู เพื่อน สนิท ง่ายัง มะ ได้ ดู เลย ง่ายัง อยู่ ใน ช่วง สอบ ง่าเบื่อๆๆๆอิจฉา คน ที่ ได้ ดู แล้ว ง่า หุหุ

  15. Mailodious³² says:

    และ แล้ว ฉาน ก้อ ยัง ไม่ ได้ ไป ดู …อยาก ดู กะ คน บาง คน ใจ จะ ขาดแต่ ก้อ ได้ แค่ หวัง กระ มัง นะ …

  16. May-ya says:

    ณ วินาทีนี้ ใครไม่รู้จักหนังเรื่องนี้ กรุณาพิจารณาตัวเองได้แล้วนะฮะ << งั้นเราคงต้องพิจารณาอย่างแรงแล้วแหละ -_-"ว่าแต่พี่ก้อนมีความสามารถเขียนได้ยาววววววววว โคดดดดดดดดดดดดดดด น่านับถือจิงๆ

  17. ก้อน Masatha says:

    เอ้อ ถ้าอยู่ NewYork จะไม่รู้จักก็ไม่แปลกหรอกคับ แต่อยู่กรุงเทพนี่ มานอีกเรื่องงงง

  18. May-ya says:

    จิงๆไม่ได้อยู่นิวยอร์กหรอกนะ ก็เจอหน้าพี่ก้อนอยู่เรื่อยๆที่มหาลัยไงล่ะ 5555แต่งที่อยู่ตบตาชาวบ้านเค้าเล่นเฉยๆๆๆๆ… อย่าคิดมากซี่ 555555PS. Open House ก้อเจอกันนา.. ชั้น 6 Pr จำได้ยังคะ? 555

  19. ก้อน Masatha says:

    โธ่ ๆ ๆ ๆ นึกว่าใครที่ไหน 55555 ฅนใกล้ตัวนี่เอง (อุตส่าห์นึกว่ามีเด็กอินเตอร์มาอ่าน blog เราด้วยนะเนี่ย) เป็นไงบ้างอ่ะ วันศุกร์นี้มีสาธิตสามัคคี ไปดูรึเปล่าจ๊ะ

  20. May-ya says:

    ก้ออยากไปเหมือนกาน แต่ดูท่าจะตื่นไม่ทัน 55555555 ฝากดูเผื่อด้วยละกันนะคับ ^^(ถ่ายรูปสาวๆมาให้ดูด้วยนะ 5555 จารอ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s