แด่เธอ…

Posted: October 27, 2005 in Human to human
เพิ่งเข้าไปอ่าน blog ของป่านมาก เกี่ยวกับ ภาษาใน cyberspace เสร็จแล้วก็ย้อนกลับมาดู blog ตัวเอง…รู้สึกว่าไร้สาระโคตร ว่าแล้ว… ก็มาไร้สาระต่อดีฝ่า (ฮา)
 
คราวที่แล้วมีแอบคั่นด้วยสาธิตสามัคคี เนื้อหาอ่านแล้วจับต้องลำบากพอสมควร คราวนี้มาว่ากันต่อละกาน ~* แต่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวเช่นเคย อาจจะต้องใช้ความพยายามในการอ่านพอสมควร แต่ใส่รูป  เพิ่มให้เยอะเลย คงช่วยให้นึกหน้าฅนที่ผมอ้างถึงได้ง่ายขึ้นนะฮะ  (ว่าแต่ว่า แพรวยังไม่เข้ามาอ่าน blog อันที่แล้วเลยอ่ะ ทำไงดีฟระ?)
 
 

 
ปัจฉิมบท
 
 
คราวที่แล้วพูดถึงแพรวที่เป็นฅนพิเศษสำหรับผมไปแล้ว ครั้งนี้พูดถึงทอฟฟี่ กับแตงโมละกัน ทั้งสองฅนนี้มีอะไรเหมือน ๆ กันหลายอย่างนะฮะ
 
 
อย่างแรกเลย ก็คือนอกจากจะทำ Interact ด้วยกัน ในตำแหน่งนายกเหมือน ๆ กัน ทำให้ผมต้องเข้าไปพูดคุย ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำกิจกรรมด้วยกันบ่อย ๆ ก็ยังเป็นสมาชิก Cubic ด้วยกันอีก แถมตำแหน่ง head อำนวยการทั้งคู่ด้วย!
 
ผมเชื่อเสมอว่า ฅนเราจะสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ต้องผ่านประสบการณ์ การทำกิจกรรมด้วยกันมาหลาย ๆ อย่าง แค่เรียนด้วยกัน หรือเจอกันนิดหน่อย ๆ ไม่ทำให้เรารู้จักใครมากขึ้นหรอกฮะ สองฅนนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ยืนยันได้อย่างดี เพราะผมกับทอฟฟี่แล้วก็โม ได้ร่วมงานกันเยอะมาก ๆ (เยอะกว่าแพรวอีก) ทำให้คุยกันรู้เรื่องแบบรู้ทางกัน มีความคิดไอเดียคล้าย ๆ กัน แล้วก็ทำงานเข้าขากันได้ดี นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมสนิทกับสองฅนนี้มากเป็นพิเศษ  
 
อย่างที่สองก็คือทั้งสองฅนนี้เป็นฅนที่คุยเก่งนะ ^^ คือเวลาคุยจะเพลิน คุยได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาโทรศัพท์  คือผมเป็นพวกที่คุยไม่ค่อยเก่ง เพราะฉะนั้นเวลาโทรไปหาใคร พอคุยเรื่องงานเสร็จ ก็จะตัดการสนทนาเลย แต่สำหรับสองฅนนี้ เวลาโทร.ไปปรึกษาเรื่องงานแล้ว ก็สามารถที่จะเถลไถลพูดคุยเรื่องอื่นกันต่อโดยไม่รู้สึกอึดอัดอะไร นินทาฅนนู้นฅนนี้บ้าง ซักถามเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมเองก็รู้สึกสนิทใจที่จะเล่าอะไรหลาย ๆ อย่างให้ฟัง ทั้งปัญหาหลาย ๆ อย่างเวลาทำกิจกรรม ความกังวลต่องานที่ระบายกับใครไม่ได้ แม้กระทั่งความกดดัน ซึ่งบางทีเราต้องรักษาภาพพจน์ของรุ่นพี่ ก็จะให้รุ่นน้องรู้ไม่ได้ว่าเรามีปัญหา ก็จะมีสองฅนนี้ละ (แพรวด้วยอีกฅน) ที่ผมปรับทุกข์เรื่องกิจกรรมได้อย่างสนิทใจ (โทร.ไปหาทีไรก็มีแต่เรื่องงาน บางทีก็เกรงใจเหมือนกัน "- -)
 
 
เรื่องที่สาม ทั้งสองคนเป็นฅนที่ผมสนิทใจพอที่เวลาเจอกัน จะปรี่เข้าไปทักทาย ตบหลังปุปุ กอดหัว โอบไหล่  (ถ้าแม่รู้คงโดนสวดยับ เพราะคุณแม่ไม่นิยมให้โอบสาวฅนไหนที่ไม่ใช่แฟน) แต่ผมเองก็อยากจะบอกว่า ถ้าไม่ใช่ฅนที่สนิทชิดเชื้อ เห็นเป็นเหมือนน้องสาวกันจริง ๆ ก็ไม่กล้าหรอกครับ ผมไม่ได้ทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกฅนสักหน่อยนี่หว่า (กับผู้หญิงนี่ มากสุดก็แค่จับมือตอนเรียนลีลาศเท่านั้นเอง.. T_T) — แต่ยอมรับว่า พอเจอเด็กนิเทศ (คณะที่น้องชายผมอยู่) ส่วนใหญ่ไม่คิดอะไรกับการถูกเนื้อต้องตัวกัน กอดไหล่ โอบเอว นั่งตักกันทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟน (เป็นเรื่องปกติของเค้า) ก็เล่นเอาตอนที่ผมเจอแรก ๆ เกือบหัวใจวายตาย แต่ฅนที่ไม่คิดอะไรมันก็ดูออกว่าบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะฮะ
 
สำหรับทอฟฟี่แล้ว ช่วงที่เจ้าตัวทำภาคอยู่ (คือประสานงานกับอินเตอร์แรคท์โรงเรียนอื่นๆ) ก็จะโทร.มาชวนให้ผมไปช่วยงานอยู่สองสามครั้ง บอกตรง ๆ ว่าถ้าฅนชวนไม่ใช่ฟี่เอง ผมก็คงไม่ไป (เพราะไม่นิยมช่วยงานสโมสรที่ไม่ใช่สโมสรตัวเอง) นอกจากนี้ บ้านก็อยู่ทางเดียวกัน ก็เลยได้กลับด้วยกันบ่อยๆ ทั้งกลับโดยรถเมล์ แล้วก็รถส่วนตัว
 
จำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึง ไปงานด้วยกันนี่ละ แล้วเสร็จครึ่งวัน ขากลับยังไม่เหนื่อยมาก แล้วก็ผ่านเมเจอร์รัชโยธิน ก็เกิดอยากดูหนังด้วยกันทั้งคู่ ก็เลยแวะไปดูด้วยกัน (เรื่อง Finding Nemo ยังจำได้อยู่เลยนะเนี่ย) ดูเสร็จก็กลับบ้านด้วยกันต่อ ตอนนั้นไปกันแค่ 2 ฅนจริง ๆ คือใครมาเห็นจะนึกว่าเป็นแฟนก็ไม่แปลกเลย แต่ตอนนั้นก็แอบคิดนะ ว่าฅนที่ดูหนังข้าง ๆ เรา ถ้าไม่ใช่ทอฟฟี่ แต่เป็นฅนที่เราชอบก็คงจะแฮปปี้ไม่น้อย (ขอโทษที่คิดงี้นะฟี่นะ)
 
เวลาเจอกันหลัง ๆ ก็จะทักทายกันเป็นอย่างดีฮะ ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ Spirit camp มั้ง วันนั้นเพิ่งไปงานแต่งงานพี่ดนูมาด้วย (รุ่นพี่ Interact) เจอกันก็เอารูปไปอวด เอาบทความให้อ่าน แล้วก็นั่งคุยกันยาวเลย จนในที่สุดอาจารย์ต้องมาไล่ เพราะที่คุยมันดันเป็นที่พักของนร.หญิง  – – ต้องออกมานั่งคุยกันต่อข้างนอก ไม่ได้เจอกันนานแล้วสิเนี่ย คิดถึงชะมัด
 
สำหรับน้องแตงโม เห็นเงียบ ๆ ทำงานเก่งแบบนี้ จริง ๆ แล้วตัวฮาเลย คุยทีไรก็อารมณ์ดีทู้กกกที เหตุการณ์ที่จำได้แม่นก็คือตอนนี้เจ้าตัวรู้ผลเอนท์ ว่าไม่ติดนิเทศ ก็นั่งซึม หลาย ๆ ฅนมาปลอบก็ยังไม่หาย (ตอนนั้นอยู่ที่ค่าย KUS Fun Camp) ผมเห็นเจ้าตัวยังอาการหนัก ก็เข้าไปนั่งโอบไหล่ แล้วก็ชวนคุย คุยอยู่สักพักนึง น้องฅนอื่นก็มาสะกิด บอกว่าอาจารย์เขม่นอยู่ ก็เลยต้องลุกไปทำอย่างอื่น แต่ตอนที่คุยล่าสุด ก็ดูแฮปปี้ดีนะฮะ  (ตอนนี้เจ้าตัวอยู่บัญชี)
 
เจอกันครั้งสุดท้ายก็ตอนที่ไปดูละครนิเทศปีทีผ่านมา (LUCIANO) ตอนนั้นดีใจเป็นพิเศษ เพราะ Spirit camp เจ้าตัวก็ไม่ได้มา แล้วไม่ได้เจอกันนานมาก ๆ แทบจะวิ่งเข้าไปกระโดดกอด แต่พอดีเจ้าตัวมากับแฟน ก็เลยทำอะไรประเจิดประเจ้อขนาดนั้นไม่ได้ (ฮา)
 
ทั้งสองฅนนี้ก็เป็นฅนที่มีกิจกรรมหรือมีค่ายอะไรก็จะพยายามโทร.ตามนะครับ มีความสุขที่ได้ร่วมงานกัน เป็นฅนที่เวลาเข้าค่ายทีไร ก็จะภาวนาว่า อย่าให้เป็นค่ายสุดท้ายที่ได้ร่วมงานเล้ยยย อยากทำงานกับสองฅนนี้อีกมาก ๆ ถ้ามีใครฅนใดฅนหนึ่งอยู่ในค่ายด้วย ก็จะโล่งใจไปเปลาะนึง เพราะรู้ว่า ยังไงก็มีฅนที่เชื่อใจได้ให้คำปรึกษาแล้วก็ช่วยแก้ปัญหาด้วยกัน
 


 
ปอแก้ว
 
ถ้าพูดถึงผู้หญิงฅนพิเศษ จะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเธอฅนนี้เห็นจะไม่ได้เป็นแน่แท้ ปอแก้วเป็นเพื่อนสนิทผมตอนอยู่มหาลัยฮะ จริงๆ แล้วกลุ่มผู้หญิงที่ผมสนิทด้วยมีกันอยู่ 3 ฅน แต่ปอแก้วเป็นฅนที่สนิทด้วยมากที่สุด เพราะว่าร่วมกิจกรรมอะไรหลาย ๆ อย่างด้วยกันมาตลอด
 
เริ่มตั้งแต่รับน้อง ก็อยู่กลุ่มเดียวกัน แล้วด้วยความที่ปอแก้วเป็นเด็กในคาถาของพี่ดนู (รุ่นพี่ของสาธิตประสานมิตร) ก็เลยมีเรื่องเกี่ยวกับพี่ดนูมาเม้าธ์กันบ่อย ๆ ล่าสุดงานแต่งงานพี่ดนูก็ฉุดลากกันไปสองฅน (รายละเอียดอ่านได้ใน Blog งานแต่งงานของพี่ดนู)
 
ตอนอยู่ปีหนึ่ง ทำรายงานสังคมก็ทำด้วยกัน ช่วงทำค่ายก็ออกเดินหา sponsor ด้วยกันเพราะอยู่สายเดียวกัน ขึ้นปีสอง เราทั้งก็เป็นพี่ว้ากด้วยกันทั้งคู่ ช่วงงานกีฬาที่จัดที่ขอนแก่น เจ้าตัวไปเชียร์ฟุตบอล ส่วนผมไปเที่ยว แล้วด้วยความที่มีอยู่แค่สองฅนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา ก็เลยต้องหอบหิ้วตัวติดกันตลอด (ตอนนั้นเจอเพื่อนโรงเรียนที่นู่นด้วย ถามใหญ่เลยว่าเป็นแฟนรึเปล่า บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่เชื่อ)  เวลาเลี้ยงสายรหัสก็มักจะไปด้วยกัน จนน้องรหัสก็เคยนึกว่าเป็นแฟน (บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่เชื่อ) ทำอะไรด้วยกันสองฅนหลายอย่าง ดูหนัง กินข้าว ไปจนกระทั่ง ตอนออกชุมชน ต้องจับเป็นคู่ ๆ เราก็จับคู่ด้วยกันอีก ซึ่งก็เวลาไปออกพื้นที่ก็ต้องตัวติดกันตลอด ทำรายงาน เตรียมพรีเซนท์ด้วยกัน ตอนนั้นใครที่เป็นแฟนกันก็จะจับคู่กันเอง เราก็เลยโดนเหมารวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย (เช่นเคย =*=)
 
สิ่งที่ผมประทับใจก็คือ ปอแก้วจะ treat ผมเหมือนผมเป็นผู้หญิงฅนหนึ่งนะ (แปลกดี) คือเวลามีเรื่องนินทาอะไร ก็มาเล่าสู่กันฟัง เวลาไปเจอของกินอะไรก็จะซื้อมาฝาก โดยเฉพาะพวกขนม เค้ก (ทั้งๆ  ที่พวกผู้ชายอย่างเรา ๆ มันไม่ค่อยทานเค้กกันนะ) เจอหนุ่ม ๆ หล่อใส ก็มากรี๊ดกร๊าดเล่าให้ฟัง บางทีก็สับสนนิดหน่อยว่าเค้าเห็นเราเป็นผู้หญิงรึเปล่า (ฟะ)
 
วันเกิดผมตอนปี3 เป็นอะไรที่จำได้แม่นมากที่เดียว เพราะของขวัญวันเกิดที่ปอแก้วให้ก็คือ การเอารูปผมที่ถ่าย ๆ ไว้ มาแปะลงสมุด แล้วก็เขียนเป็นเรื่องราวขำ ๆ แถมถักโครเชต์ทำเป็นหน้าปกอีก ตอนได้นี่…โคตรซึ้งเลย (พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาสาว ๆ ให้ของขวัญกัน มันต้องร้องไห้ด้วยวะ) เป็นของขวัญวันเกิด Handmade ชิ้นที่สองในชีวิตที่ได้เลยนะเนี่ย (ชิ้นแรกคือ บูมเมอแรงทำมือ จากสงกรานต์ ตอนอยู่ประถม)
 
ผมเองปีถัดมา ก็เลยอดตาหลับขับตานอน นั่งวาดการ์ตูน (ถึงจะบอกว่าการ์ตูน แต่ก็เป็นลายเส้นโง่ ๆ ไม่กี่เส้นแหละคับ) เล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกยังไง ทำกิจกรรมอะไรด้วยกันบ้าง ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสี่ นั่งทำกันโต้รุ่งเลย ถือว่าเป็นงาน masterpiece อีกชิ้นที่ภาคภูมิใจนะเนี่ย (เสียแต่ไม่มี copy เก็บไว้กับตัว) เป็นของขวัญวันเกิด Handmade ชิ้นแรกในชีวิตที่ทำให้ฅนอื่นเหมือนกัน
 
เคยคิดเล่น ๆ เหมือนกัน ว่าถ้าต่างฝ่ายต่างชอบกันเอง ชีวิตก็คงง่ายขึ้นอีกเยอะ เพราะเราเองก็รู้จักกันดี คุยกันรู้เรื่อง ตามความคิดกันทัน หลัง ๆ ถึงไม่ค่อยเจอหน้ากัน แต่เวลาเจอกันทีไร หรือเวลาเจอเรื่องเซ็ง ๆ อะไร ก็เอามาคุย มาปรับทุกข์กันอยู่บ่อย ๆ ปัญหาอย่างเดียวก็คือ เรื่องของความรัก มันบังคับกันไม่ได้นะสิครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีเหตุผลมากมายรองรับ ว่าถ้าเรารักฅน ๆ นี้ เค้าจะไม่ทำให้เราเจ็บช้ำแน่นอนก็ตาม  แต่ฅนที่ไม่คิดอะไร มันก็ไม่คิดอะไรจริง ๆ นะ ผมเองก็มีฅนที่ผมชอบ ปอแก้วเองก็มีฅนที่เจ้าตัวชอบ เรายังแซวกันเองบ่อย ๆ เลย ถึงเราจะสนิทกัน แต่ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นอ่ะนะ ว่าเวลาไม่เจอกัน ต่างฅนต่างก็ไม่ได้อยู่ในห้วงคำนึงของอีกฝ่ายแบบเดียวกับฅนที่เรารู้สึกพิเศษ (จริง ๆ) ด้วย
 
 
สรุปแล้ว Blog นี้พยายามจะบอกว่า ถึงแม้เราจะมีฅนพิเศษ ๆ หลายฅน แต่ฅนที่เวลาเราสบตา แล้วบอกกับตัวเองว่า นี่คือฅนที่เราจะสบตาแบบนี้ไปชั่วชีวิต หรือเวลาเขาเรียกชื่อเรา แล้วเรารู้สึกว่า นี่คือเสียงเรียกที่เราอยากได้ยินทุกเช้ายามตื่น…ความรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ นะฮะ แล้วก็กำหนดไม่ได้ด้วยว่าจะให้หัวใจของเรารู้สึกแบบนี้กับใคร ถ้าเจอฅนแบบนั้น ก็ขออวยพรให้ทุกฅนฉลาดพอที่จะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปละกาน~*
 
 
"ไม่มีคำว่าบังเอิญ… สำหรับการพบกันของฅนสองฅน"
 

ปล.1 ****อัลบั้มรูปเพิ่มเติมในหัวข้อ Speacial girls นะครับ***
ปล.2 Blog นี้ก็ยาวมาก ๆ อีกแล้ว ขอบคุณทุกฅนที่พยายามอ่านจนจบนะฮะ
ปล.3 Background รูปพลุได้แรงบันดาลใจมาจากพลุตอนสาธิตสามัคคี ใครบางฅนเอามาเป็น display picture ใน msn ของตัวเองด้วย น่ารักดี
 
 
Comments
  1. Jang says:

    จะดีใจดีหรือเปล่านะที่ได้อ่านคนแรกมาไวไปไวเหลือเกินพ่อคุณ เรียกมาอ่านงานการไม่ต้องได้ทำแล้ว ก็บลอคแต่ละอันของก้อนนะยาวเป็นวา…แต่ก็อ่านอ่ะ..555……….ยิ่งอ่านแล้วก็รู้สึกนะว่าก้อนเจอเพื่อนที่ดี และรู้จักคำว่าเพื่อนได้ดีมากๆเคยนึกไม๊ว่าทำไมพระเจ้าไม่ส่งคนรักดีๆมาให้บ้าง(ฟร่ะ) (ฟร่ะกะพระบาปเป่า ก้อน)สงสัยว่าชีวิตคนเราได้อย่างหนึ่งก็อาจจะไม่ได้อีกอย่างหนึ่งแต่ก็เอาใจช่วยนะ ให้คุณพบคนรักที่"ใช่" และ"แสนดี" อาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้เนาะ……….รู้ไม๊ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ได้รับความรู้สึกที่สะอาด จากเพื่อนหญิงแบบนี้ สำหรับผู้หญิงด้วยกันนะ เพื่อนชายคนนั้นต้องพิเศษจริงๆ จนทำให้เราไม่รู้สึกแบ่งแยกหรือตะขิดตะขวงใจเรื่องเพศที่แตกต่าง ไปกินด้วยกัน นอนค้างอ้างแรม ทำงานร่วมกัน ทุกข์ด้วยกัน สุขด้วยกันจนให้รู้สึกถึงคำว่า"เพื่อน"จริงๆ……..ยังไงก็เหอะนะ (อย่างไรก็ตามนะ)การถูกเนื้อต้องตัวสำหรับเพื่อนก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก ในสังคมไทยอย่างหนึ่งคือการให้เกียรติผู้หญิง แม้ว่าเจตนาเราดี บริสุทธิ์ใจอย่างไร ผู้ชายจะให้เกียรติแก่ผู้หญิงโดยการทิ้งห่างระยะไว้นิดนึงเสมอ (อันนี้พี่บอกกล่าวในฐานะและมุมมองของผู้ที่สูงวัยกว่า ) เหมือนที่น้องป่านบอก อย่าทำให้เป็นความเคยชิน ไม่รู้ว่าคนสมัยนี้จะคิดยังไงนะ บางทีการเว้นระยะสักหน่อยมันคงดีกว่าสำหรับคนแบบพี่ ที่ก้อนบอกว่าเจอนั่งตัก อะไรแบบนั้น พี่คงชอคตายไปเลยถ้าเป็นลูกสาวพี่นะ ………………ถ้าเข้าใจว่าเป็นเจตจำนงของอะไรสักอย่าง ของใครสักคนที่ทำให้คนสองคนมาพบกัน ก้อนก็เชื่อเถอะนะเจตจำนง ของใครบางคนข้างบนนั้นย่อมเป็นเรื่องดีเสมอแม้กระทั่งวันที่เราต้องเสียน้ำตาสำหรับการพบกันเชื่อเถอะนะว่าคนข้างบนไม่เคยให้เราเดียวดาย…..ขอให้เจอซะทีนะคนที่มากกว่า"เพื่อนสนิท"น่ะ รักเหน็ดเหนื่อยของคุณ ทำเอาคนอ่านเหน็ดเหนื่อยไปด้วย เฮ้อ..ทำงานต่อแระ

  2. gibt says:

    เป็นblogที่อ่านได้มันส์มาก เพราะว่ามันยาวมากเลย ไม่ได้เมนต์อันก่อนเพราะว่าช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อยจ้าจำได้ว่าเคยเตื่อนใครบางคนเรื่องการปฏิบัติตัวกับผู้หญิงที่เป็นเพื่อนนะ ไม่ยักรู้ว่ายังเป็นอยู่ ยังไงก็ระวังหน่อยอยนะจ๊ะ แบบว่าเอาจริงๆแล้วเรารู้ว่าคุณเป็นคนให้เกียรติผู้หญิงนะ แต่ว่าคนที่มองเข้าไปเค้าไม่รู้นิก็เข้าใจกับสิ่งที่พูดมาทั้งหมดเลยนะ ตรงใจจัง แต่ยังไงหวังว่าความรักของนาย และตัวเราเอง และคนอื่นๆ จะเลิกเป็นรักเหน็ดเหนื่อยเสียที อย่าให้มันเหน็ดเหนื่อยไปเลย ความจริงแล้วสิ่งที่ดีมันก็มีนะ จบแบบห้วนๆได้ป่าว

  3. Chayanin says:

    ++จะเกริ่นขึ้นมาแบบนี้ทำไมเนี่ย – -" ++++สเปซพี่ก้อนไม่ไร้สาระนะ++++"ฅนเราจะสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว ต้องผ่านประสบการณ์ การทำกิจกรรมด้วยกันมาหลาย ๆ อย่าง" เห็นด้วย (แต่ก็ไม่แน่แฮะ)++ก็น่าคิดว่าเป็นแฟนหรอกนะ แต่เราก็เคยโดนคิดคล้ายๆงั้นอยู่บ้างแหละ พอจะเข้าใจ++++ของขวัญแฮนด์เมด กำลังคิดจะทำอยู่พอดี++++"ถ้าต่างฝ่ายต่างชอบกันเอง ชีวิตก็คงง่ายขึ้นอีกเยอะ" อืม นะ++++"ถ้าเจอฅนแบบนั้น ก็ขออวยพรให้ทุกฅนปล่อยให้หลุดมือไปละกาน~*" แปลว่าไรเนี่ย?!?!?

  4. SoM says:

    แหม ๆ ๆ ถ้าพี่แมนมาอ่านเข้าจาแอบงอนพี่โมไม๊เนี่ย อิอิอิ เออ เหมือนว่าวันนี้จาเจอพี่แพรวที่เซนทรัล…ละมั้งนะ ….. แต่ก้นะ รุ้สึกว่าความผูกพันแบบเนี๊ย คนนอกมักจาบอกว่า เราต้องคิดมากกว่าเพื่อนแน่ๆ ทั้งๆที่เราก้คิดกันแค่ เพื่อน หรือพี่น้อง อย่างบริสุดใจเท่านั้นเอง ช่ายมะๆ

  5. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤>>> พอดีวันนั้นจะหลับคาคอมพ์อยู่แล้วฮะ พอคาบข่าวไปบอก็ปิดคอมพ์ แล้วเข้านอนเลย เลยห้วน ๆ ไปหน่อย ไม่ได้ชวนคุยต่อ โทดทีฮะ "- -ไม่ค่อยนึกสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีฅนรักใส่พานมาให้เท่าไหร่นะฮะ ชีวิตตอนนี้ค่อนข้างยุ่งเหยิง มีรักแท้ก็คงดูแลไม่ได้ แต่ก็อย่างที่บางฅนเมนต์ไว้ใน blog ก่อน ๆ … ไม่มีฅนรักก็ใช่ว่าจะรักใครไม่เป็นแหละฮะ "^^เรื่องถูกเนื้อต้องตัว ก็อย่างที่บอกไปละฮะ ไม่ได้ซี้ซั้วทำกับสุภาพสตรีไปทั่ว ถ้าไม่ใช่ฅนที่เราสนิทใจจริง ๆ ก็ ไม่หรอกฮะ เปลืองเนื้อเปลืองตัวเปล่า ๆ (ฮา) แต่ก็อย่างว่า บางทีซี้กันมาก ๆ ทำงานด้วยกันเยอะ ๆ เผลอหลับ+นอนก่ายกันในห้องประชุมสรุปงาน ตื่นมาเจอครบทั้ง 3 เพศ บางทีมันก็เผลอคลายความระมัดระวังโดยไม่รู้ตัว "- – แต่ผมว่าผมไม่ค่อยห่วงตัวเองในเรื่องนี้เท่าไหร่นะฮะอ้อ เรื่องบางอย่าง ถ้าฅนเค้าทำกันมาก ๆ เข้าจนกลายเป็น norm บางทีสิ่งที่พ่อแม่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คงเป็น ‘ทำใจ’ ละมั้งฮะ ถ้าลูกสาวจะไปเดินสยามแต่ห้ามใส่สายเดียว เอวลอย เอวต่ำ ผมว่าให้ร้อยมาลัยอยู่กับบ้านอาจจะเข้าท่ากว่า (ฮา) ไม่หรอกฮะ ที่สุดแล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ ไม่ใช่การที่ลูกทำตัว ‘อยู่ในกรอบ’ แต่เป็นการที่ลูกใช้ชีวิต ‘อย่างมีความสุข’ มากกว่าขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะฮะ ^O^ gibt >>> ไม่ต้องเมนต์ทุก blog หรอกฮะ ลำบากแย่ – -จำได้เลา ๆ เหมือนกันว่าเคยถูกเตือนเรื่องนี้ไป แต่มันนานมากแล้วนี่ฮะ ชักจะเลือน ๆ = = ไม่ใช่ว่ายังเป็นอยู่หรอกนะคับ ตอนนี้ต่างจากตอนนู้นนิดหน่อย ตอนนู้น ‘ไม่รู้’ ว่าฅนภายนอกมองยังไง แต่ตอนนี้ ‘รู้’ เพียงแค่ ‘ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่’ จนต้องใส่ใจเท่านั้นเองแต่ก็ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำแนะนำนะฮะ จะระมัดระวังให้มากขึ้น การที่ฅนเรามีฅนคอยกระตุก นับว่าเป็นเรื่องดีทีเดียว (-/l\-) (แต่ผมว่าตอนนั้นก็เว่อร์เกินนะฮะ ปลายนิ้วแตะไหล่ทีก็โดนตวาดแว้ด เวลาเรียกทีจะต้องให้ใช้ไม้เขี่ยกันเลยรึไง "- -)รักเหน็ดเหนื่อยก็พอมีข้อดีของมันเหมือนกันนะฮะ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า เราไม่ได้รักเป็นแค่ตัวเองจบห้วนเช่นกาน~* ^^KUS³²Sεε-Douβlε-U >>>++ พอดีตอนพิมพ์รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ อ่ะ คือบางทีก็คิดว่าเราพอมี potential พอที่จะจับเรื่องหนัก ๆ มาเล่นนะ เพียงแต่พี่ตัดสินใจที่จะเลี่ยงเอง บางทีถ้าพร้อม และมีแรงบันดาลใจที่มากพอ อาจจะลงมาเล่นเรื่องหนัก ๆ บ้างก็ได้ฮะ++++ 555 ขอบใจจ้าไร้สาระ-ไม่ไร้สาระนี่ ที่สุดแล้วอาจจะอยู่ที่มุมมองของฅนอ่านจริง ๆ ก็เป็นได้++++พอดีเพื่อนสนิทของพี่ทุกฅน ได้มาจากการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งนั้นเลยฮะ ถ้าแค่เรียนร่วมชั้นเดียวกันนี่ บางทีไม่ค่อยได้คุยกันด้วยซ้ำ (แต่บางฅนอาจจะสนิทกันด้วยวิธีอื่นก็ได้นะ อย่างในโลกของ cyber space นั่นแล)++++ ผู้ชายหน้าตาดีคงเคยเจอประสบการณ์นี้ทุกฅนแหละ (ฮา)++++ ใครทำของขวัญ handmade ให้นี่ ถือว่ารักกันจริงเลยทีเดียวเชียว ก็ขอให้ฅนรับเห็นคุณค่าของอีกฝ่ายมากพอ ๆ กับฅนให้ละกาน++++ หงะ พิมพ์ผิดจ้า แก้ให้แล้วนะค้าบ Thank you หลาย ๆ ++SoM-zab >>> เฮ้ย ทำไมเดี๋ยวนี้ทุกฅนเจอแพรวหมดยกเว้นชั้นวะ! (เคยเปรย ๆ อย่างนี้ให้น้องชายฟังเหมือนกัน มันก็ถามว่า แล้วทำไมมึงไม่โทร.ไปคุยล่ะ? เราก็…อ๊ะ จริงด้วย ไม่เคยโทร.ไปคุยกับแพรวเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานเลยแฮะ แล้วไม่ทันนึก "- -)ดีใจที่มีฅนหยิบประเด็นที่ผมวางไว้มาเล่นนะฮะ ประเด็นที่ผมอยากสื่อในสองบล๊อคนี้ก็คือว่า บางทีเราอาจจะอยู่ในสังคมที่ตัดสิน ไม่ขาวไปเลย ก็ดำไปเลย ถ้าแสดงความสนิทสนมกับใครเกินเพื่อน ก็จะถูกมองว่าเป็นแฟน หรือถ้าไม่ใช่แฟน ก็กลายเป็นการไม่ให้เกียรติสุภาพสตรีอย่างที่คุณ TwinB กับ gibt แนะนำมา .. ผมเองสมัยเด็ก ๆ เวลาสนิทกับผู้หญิงฅนไหนแล้วโดนล้อว่าเป็นแฟนก็จะถอยห่างจากผู้หญิงฅนนั้นโดยอัติโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ความสัมพันธ์เป็นเรื่องของฅนสองฅนแท้ ๆ แต่กลับต้องมาตกอยู่ใต้อิทธิพลของมุมมองจากบุคคลที่สาม… ฟังแล้วก็ T_T นะฮะตอบยาวโคตร "- – คราวหน้าขึ้น blog ใหม่ เป็นตอบจดหมายแฟนนานุแฟนดีฝ่า (ฮา)

  6. Mailodious³² says:

    :: เห็นเม้นท์คนอื่นแล้วคิดว่า จาเม้นท์ดีมั้ยนะ…:: ของขวัญแฮนด์เมท เคยทำให้คนอื่นนะ แต่รู้สึกว่าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่:: เรื่องถูกเนื้อต้องตัว ผมมองว่าผู้หญิงเป็นเพื่อนมนุษย์ มากกว่าเป็นเพศตรงข้ามนะ จะถูกกันหน่อยก็ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย (แต่จะลามปามมากเกินไปก็ไม่ดี):: การดูแลกันระหว่างเพื่อน ไม่มีแบ่งเพศหรอก ผมว่านะ (สงสัยเพราะเพื่อนผู้หญิงเยอะ เลยเห็นอะไรๆเป็นเรื่องปกติไปซะละ)ปล.กรุณาแก้ชื่อผมตรงลิงค์ เป็นอย่างอื่นด้วย >_<

  7. Jang says:

    ก้อนครับ "ถ้าแสดงความสนิทสนมกับใครเกินเพื่อน ก็จะถูกมองว่าเป็นแฟน หรือถ้าไม่ใช่แฟน ก็กลายเป็นการไม่ให้เกียรติสุภาพสตรีอย่างที่คุณ TwinB กับ gibt แนะนำมา " เข้าใจว่า ก้อนจะเข้าใจผิดหรือเปล่าสำหรับที่พี่เมนท์ไปกำลังจะบอกว่า การถูกเนื้อต้องตัวเพื่อนผู้หญิงที่สนิทมากๆบางทีเราก็ต้องดูกาละเทศะด้วย ประมาณนี้ ม่ายได้หมายฟามอย่างน้านนสำหรับพี่แล้วมีเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายมากกว่าเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงวันที่นั่งร้องไห้กับความทุกข์แบบสุดๆ เพื่อนผู้ชายที่สนิทก็มานั่งข้างๆยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ตบแขนเราเบาๆแล้วบอกว่า ข้านั่งเป็นเพื่อนตรงนี้นะแกอยากร้องก็ร้อง อยากระบายอะไรก็พูดมา เหมือนได้อ้อมกอดที่ปลอบประโลมใจที่ดีที่สุดแล้ววันที่พวกไปเมาจนยันรุ่งแล้วโทรมาตอนเช้ามืดเพื่อขอกาแฟกินเพื่อนชายเป็นกลุ่ม จอดรถหน้าบ้าน ไม่ยอมเข้าบ้านให้พี่ส่งกาแฟผ่านรั้วไป"แกไม่ต้องเปิดประตูหรอก พวกข้านั่งนอกรั้วได้ " พี่ก็สงสัยเหมือนกันจนพวกเพื่อนกลับ คุณยายข้างบ้านมาทัก ท่านบอกว่า"ยายแอบมองตั้งนานแล้ว เพื่อนหนูน่ารักดีนะ" พี่งง คุณยายชมเรื่องอะไรคุณยายเฉลยว่า" ถ้าพวกเขาเข้าไปในบ้านซึ่งพี่อยู่คนเดียว มันจะดูไม่ดีในสายตาของคนอื่นถึงพี่และเพื่อนจะบริสุทธิ์ใจ แต่การที่พวกเขาทำแบบนั้นเพราะเขาห่วงชื่อเสียงและให้เกียรติเรา"เจอกันอีกทีพี่ก็ถามพวกเขา เขาก็บอกพี่ว่า" ขี้เกียจให้แกเป็นขี้ปากชาวบ้าน" ก็ไม่ต้องอธิบายแล้วมันคงไม่มีผลอะไรกับชีวิตหรอกนะครับถ้าใครหลายคนจะมองเราผิดไปจากที่เราเป็นโดยเฉพาะถ้าเราเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองและไม่ได้เป็นอย่างนั้น พี่ไม่สนใจ"ขี้ปากชาวบ้าน"แต่กลับซึ้งใจที่เพื่อนชาย คิดเผื่อเราการทำให้"หมดจด" ด้วยกิริยา วาจา และใจ มันจะ"ดีกว่า"ไหม……………ไม่ได้บอกว่า ก้อนไม่ให้เกียรติผู้หญิงนะคร้าบ.. แต่กำลังจะบอกว่า บางสิ่งที่กระทำแม้จะบริสุทธิ์ใจ เราก็ต้อง"เผื่อ"อีกนิดนึง ก็เท่านั้นจ้าสมัยพี่เป็นวัยรุ่นก็พยายามที่จะออกนอกกรอบ แล้วก็พบว่าเราแค่อยากให้พ่อแม่ยอมรับ"สมัยนิยม"ของเราก็เท่านั้นเอง(สมัยพี่มีแต่ลากอีแตะกะกางเกงยีนส์ขาดๆ ให้แม่ด่าเล่น) สายเดี่ยว เอวลอย เอวต่ำ ก็ไม่เป็นไรหรอกถ้ารู้ว่า นี่เป็นการเข้าสังคมของลูก แต่พี่คงไม่ใช่แม่ที่ปล่อยให้ลูกวิ่งแท่ดๆตามสมัยจน"ไร้สมอง"หรือไม่รู้ว่า"ความพอดี"มันอยู่ตรงไหน พี่ไม่อยากให้ลูกเป็นบาร์บี้ แต่อยากให้เขาเป็นเด็ก แต่งตัวสวยเหมือนบาร์บี้ที่รู้จักการ"ร้อยมาลัย"ไปด้วยน่ะ…………เป็นเมนท์ที่ยาวมากๆ คงสูสีกะเรื่องของก้อนกระมัง^_^ดีใจนะที่มีโอกาสเมนท์และ"ฟัง"ความคิดของเด็กรุ่นใหม่ๆ ความคิดของพี่ไม่ใช่จะตรงใจหรือถูกต้องไปหมดหรอก อย่างหนึ่งเพราะเราผ่านเวลาและประสบการณ์ที่แตกต่างกันมีเจ้าตัวน้อยสองคนที่เป็นดวงใจพี่อยากให้เขาเติบโตอย่าง"ลูกผู้ชาย" พึงเป็นดังนั้นทุกความเห็นของเด็กๆในสเปซพี่ถือว่า"เป็นครู" ที่ดีสำหรับ"แม่"แบบพี่…………วันหลังทักแล้วไม่ต้องคุยก็ได้คร้าบ..แวะมาบอกก็ดีใจแร้ว มีโอกาสนอนรีบนอนซะเผื่อตอนที่ต้องอดตาหลับขับตานอนไงจ๊ะ

  8. แองเจิ้ณ says:

    อืมมมเรื่องบล๊อกป่านสาระโคตรอันนี้เห็นด้วยส่วนเรื่องของการแตะเนื้อต้องตัวบางครั้งหนูว่าบางอันที่พี่ก้อนบรรยายามามันก้อดูมากไปนิดนึงนะคะ(ในฐานะผู้หญิงที่ค่อนข้างสนิทและไม่ค่อยถือตัวกับเพื่อนผู้ชาย)หนูเข้าใจเลยว่าการที่ต่างฝ่ายต่างบริสุทธิ์ใจทั้งคู่มันคือยังไงแต่บางครั้งในสายตาคนนอกพี่ก้อนเองก้อพอนึกออกใช่มะล่ะว่ามันอาจจะดูไม่เหมาะสมและทำให้คนเข้าใจผิดกันไปได้หนูว่าบางทีความที่สนิทกันมากๆและไม่คิดอะไรกันจริงๆมันก้อทำให้ฝ่ายหญิงลืมสร้างเกราะที่ควรสร้างและฝ่ายชายเองก็ลืมรักษาระยะห่างที่ควรเว้นไว้ไปได้เยอะเหมือนกันยังไงก้ออย่าทำจนชินละพี่เด๋วมันจะดูไม่ดีและคนที่เป็นผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียบ๊ายบายค่ะ…ขอให้พบเจอในสิ่งที่ดี

  9. Chayanin says:

    "พอดีตอนพิมพ์รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ อ่ะ คือบางทีก็คิดว่าเราพอมี potential พอที่จะจับเรื่องหนัก ๆ มาเล่นนะ เพียงแต่พี่ตัดสินใจที่จะเลี่ยงเอง บางทีถ้าพร้อม และมีแรงบันดาลใจที่มากพอ อาจจะลงมาเล่นเรื่องหนัก ๆ บ้างก็ได้ฮะ"แน่นอนว่าพี่ก้อนมี potential พอสบายๆอยู่แล้ว แต่ว่าแต่ละคนก็จะวางตำแหน่งบลอกของตัวเองแตกต่างกัน อย่างเช่นของวาว (ขอโทษที่ต้องยกตัวอย่างนะ คือมันชัดมากๆ) ก็จะรู้ว่า สิ่งที่วาวเขียนถึงโดยปกติจะเป็นเรี่องอะไรบลอกของพี่ก้อนก็คงจะถูกวางตำแหน่งแบบนี้แหละ ซึ่งก็อาจจะดีแล้วไม่งั้นมันก็จะเป็นแบบสเปซผม ที่ไม่สามารถเปิด public ได้ – –

  10. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> มีเพื่อนแบบนี้นี่น่าซาบซึ้งจริง ๆ นะฮะ อ่านแล้วประทับใจจังยอมรับว่าผมคงทำแบบนั้นไม่ได้อ่ะฮะ มันคงเหน็ดเหนื่อยเกินไปสำหรับผมที่จะคิดเผื่อฅนทุกฅนว่าจะมองเราด้วยสายตายังไง ไป ๆ มา ๆ จะกลายเป็นว่าเรา เกร็ง กับฅนที่เป็นเพื่อนเราเองแท้ ๆ (เคยเป็นเหมือนกัน) ถ้าโตกว่านี้อาจจะมีความอดทน แล้วก็ละเอียดอ่อนมากขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ (หวังว่า ๆ ) เป็นผู้หญิงนี่ก็ลำบากเหมือนกันนะฮะ การที่ชื่อเสียง แล้วก็เกียรติของเราผูกติดกับมุมมองแล้วก็ปากของฅนอื่นนี่ จะทำอะไรต้องระมัดระวังแล้วก็รอบคอบมากทีเดียว (เป็นอีกมุมมองที่ผู้ชายอย่างผมไม่ทันคิดนะเนีย)ส่วนเรื่องเลี้ยงลูกยังไงให้เข้าสังคมได้ แต่ไม่ใช่ตามกระแสตะพึดตะพือ อันนี้ไว้มีโอกาสจะพูดถึงทีหลังแล้วกันนะฮะ ขึนตอบตอนนี้สงสัยจะต่อยอดกันไม่จบสิ้น "- – (ไว้เขียนใน blog ให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า) angel_hipz >>> ขอบใจสำหรับมุมมองอันหลากหลายนะฮะ Entry นี้ได้เรียนรู้เยอะทีเดียว พอดีตอนที่พิมพ์ไม่ทันได้คำนึงถึงความเหมาะสมอะไรน่ะฮะ (ยอมรับผิดแต่โดยดี) เพียงแต่อยากจะอธิบายว่า "เพราะคุณเป็นฅนพิเศษสำหรับผม ผมจึงปฏิบัติตัวแบบที่ไม่เคยกล้าทำกับผู้หญิงฅนไหนมาก่อน…" สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือเคยชินได้ง่าย ๆ หรอกคับ รับรองได้ "^^ KUS³²Sεε-Douβlε-U >>> จริง ๆ พี่ก็ไม่ได้ fix ตำแหน่งของ blog ชัดเจนแบบวาวหรอกนะ (แต่อันนั้นจุดขายเค้าชัดเจนมาก ก็มีดีไปอีกแบบ) เอาแค่มันไม่ซ้ำกับที่เขียนในไดอารี่อยู่ทุกวี่วันก็พอแล้วล่ะ แต่ก็คิดว่า blog เราน่าจะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดได้ในระดับนึงนะ เพราะงั้นถ้าสะสมประสบการณ์ถึงจุด ๆ นึง ก็อยากทำอะไรที่ท้าทาย หรือสดใหม่ลงไปใน blog ของตัวเองได้(ถึงจะบอกว่าหนัก แต่ก็คงไม่หนักแบบป่านหรอกฮะ อาจจะปรับสไตล์ไม่ให้ตกเป็นเป้านิ่งมากเกินไป แต่ก็เป็นสิ่งที่คิดไว้ในใจว่าสักวันอยากลองทำดู–จริงๆ ก็มี project ไว้ในหัวแล้วล่ะ รอจังหวะสวย ๆ เท่านั้นเอง )อ่าน commentห แล้วยอมรับว่าสองสามวันมานี้แอบกังวลนิด ๆ ฮะ (ก็ไม่เคยนึกว่าสิ่งที่เราทำจะไม่เหมาะสมนี่นะ) แต่ตอนนี้พอรู้ว่าฅนที่ผมแคร์ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ ก็สบายใจขึ้นเยอะทีเดียว ไว้อีก 2-3 วันจะอัพเรื่องใหม่ละกัน รออ่านนะฮะทุก ๆ ฅน (แต่ Entry นี้ก็ยังเมนท์กันได้นะฮะ พร้อมตอบซำเหมอ)

  11. Jang says:

    น่ารักมาก ๆ เลยฮะ ตอนผมแต่งงาน จองพี่แจงมาออกแบบการ์ดให้หน่อยดิฮะ Published By ก้อน Masatha_kus26 ……………******…………………………. ^ _^ …………………………….. ~0~ …………… ยินดีจ้า..ว่าแต่อย่านานนะเด๋วพี่แก่ตายไปก่อน หุหุพี่ว่า ไอเดียก้อนคงบรรเจิดกว่าพี่ม้าง..ตอนพี่แต่งเซ็งจิต ม่ายได้ดั่งใจเร้ย T_Tมานก็สายไปแระ..เก็บสมองกะแรงมาช่วยงานน้องนุ่งดีก่าเนาะ………ไม่รู้ตอบตรงไหนดีเอาentry นี้แหล่ะนะ

  12. c e r e a l says:

    ไม่มีคำว่าบังเอิญ… สำหรับการพบกันของฅนสองฅน- – – ค่ะ..พี่ก้อน..ไม่มีคำว่าบังเอิญ..แอ้กลับมาพร้อมกับโหมดงงๆ..ก็เป็นผลพวงจาก การพบกันของคนสองคน นั่นแหละค่ะ- – -แต่ถึงจะเป็นอย่างในเพลงที่ลงไว้ในสเปซมันก็เป็นความทรงจำที่ดี ที่แอ้คงเก็บไว้อีกนาน(ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โอค่ะ..บอกโอว่า แอ้อนุญาตให้เล่าได้)

  13. ©~Chefphan~© says:

    พี่มีแต่ Special girls อ่ะ ไม่มี Special Boys บ้างหรอ เหนเขียนถึงแต่ผู้หญิง ><

  14. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >> อุตส่าห์ตามมาตอบถึงนี่ ขอบคุณฮะ อีก 10 ปีคงไม่นานเกินรอหรอก(มั้ง)cereal_t22 >>> กลายเป็นความทรงจำดี ๆ ก็ดีใจด้วยนะฮะ แต่อย่างโอ ถึงเราจะอนุญาต มันก็ไม่เล่าให้ผมฟังหรอก (เก็บความลับเก่งโคตร) คงโดนย้อนถามสั้น ๆ ว่า จะรู้ไปทำไม? T_TChefphan >>> เขียนถึงผู้ชายมันเสี่ยงต่อความเข้าใจผิดได้ง่ายอ่ะป่าน แค่นี้ก็มีเกย์มาชอบมากเกินพอแล้วล่ะ – –

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s