watashino yubiwa

Posted: November 9, 2005 in รส-นิยาม/รส-นิยม
วันนี้(จริง ๆ แล้วคือเมื่อวาน) ไปดูละครโรงเล็กของนิเทศมาครับ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริง ๆ เสียดายมากเหมือนกันที่มีโอกาสไปแค่วันเดียว (รู้สึกจะมีถึงวันศุกร์นะฮะ ใครว่าง ลองไปดู ห้องดร. เทียม ชั้นสี่ ตึกนิเทศจุฬา ตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่มครับ ฅนนอกก็เข้าฟรี) ไปงานนี้ก็ได้เรียนรู้อยู่อย่างนะ ว่าถึงแม้ละครระดับกลุ่มเล็ก ๆ ของนิสิตนักศึกษา จะไม่อลังการ หรือสมบูรณ์แบบเหมือนละครเวทีฟอร์มใหญ่ ๆ แต่ด้วยความที่มันฟอร์มเล็ก ๆ เนี่ยล่ะ คณะผู้จัดทำ แล้วก็ผู้กำกับจึงกล้าใส่ไอเดีย หรือลูกเล่นอะไรที่ละครเวทีฟอร์มใหญ่ ๆ ไม่กล้าทำ แล้วมันทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ หรือจุดที่ดึงดูดเลยทีเดียว
เช่น
 
      – การให้ตัวละครร้องเพลงพร้อมกัน แต่ฅนละเนื้อร้อง โดยไม่สนใจว่ามันจะฟังไม่รู้เรื่องรึเปล่า แต่เพื่อโชว์ให้เห็นถึงความขัดแย้งของตัวละคร (เป็นซีนที่ดีที่สุดของเรื่องเลยล่ะ)
      – ตัวละครเปลี่ยนชุดทุกครั้งที่เปลี่ยนฉาก อาจจะฟังไม่แปลก แต่ฉาก ๆ นึงมันยาวไม่กี่นาทีเองนะครับท่าน ! (ละครครึ่งช่วงโมง เปลี่ยนเกือบสิบชุดน่ะคิดดู) ทำให้ฅนดูตั้งหน้าคอยว่าชุดต่อไปตัวละครจะใส่อะไร ทั้ง ๆ ที่ก็เป็นชุดสมัยปัจจุบันเองนะเนี่ย ไม่ได้เป็นย้อนยุค หรือแฟนตาซีใด ๆ เลย
      – ฉากกินข้าว กินกันจริง ๆ เลย พูดออกมาทั้ง ๆ ที่ข้าวยังเต็มปาก (แถมฟังรู้เรื่องด้วยนะว่าพูดอะไร) ดูแล้วสมจริงสุด ๆ เหมือนเป็นเรียลลิตี้โชว์มากกว่าละครเวทีหงะ
 
ดูแล้วก็รู้สึกดีนะ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นโลกที่เรารู้ตัวว่าคงเข้าไม่ถึงแล้วล่ะ แต่การที่ได้มาสัมผัสอีกโลกนึงบ้าง ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวทีเดียว
 
เรื่องที่จะเล่าวันนี้ ตอนแรกว่าจะเป็น 7-11 กับพรบ. ห้ามวางบุหรี่ ณ จุดขาย แต่ตอนกลางวันเพิ่งอ่านข่าวเองว่า การตีความยังไม่สิ้นสุด ก็เก็บไว้ก่อนละกัน แล้วขุดเอาเรื่องอื่น ๆ มาแทน
 
ว่าแล้วก็เข้าไปอ่านกันเลย (ยาวเหมือนกันฮะคราวนี้ เพราะจะไม่ได้อัพอีกสักพัก)
 

 
วันนี้อยากพูดเรื่องแหวนครับ (อะไรเป็นแรงบันดาลใจก็จำไม่ได้แล้ว) ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าสำหรับฅนที่ยังไม่ได้แต่งงาน การใส่แหวนเป็นเครื่องประดับนี่เป็นเรื่องปกติ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครทำกัน แต่ผมก็เห็นอยู่หลายฅนที่ใส่นะครับ แต่โดยมากจะเป็นผู้หญิง สำหรับผู้ชายแล้ว เท่าที่เจอจะมักจะเป็นพวกเด็กฮาร์ดมากกว่า (พวกสวมแหวนเงิน ห้อยหัวกะโหลก เจาะหูอะไรประมาณนั้น) ผู้ชายที่ใส่แหวนติดนิ้วจริง ๆ แบบผม ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่ สำหรับผมแล้ว แหวนเป็นอะไรที่ชอบมาก ๆ แบบไร้เหตุผลเหมือนกัน เวลาไปโซนเครื่องประดับ ก็ชอบไปเดินดูแบบแหวนแปลก ๆ สวย ๆ (แน่นอน มีปัญญาแค่ดูได้อย่างเดียว) แต่ก็ยังวิเคราะห์ตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบ (แหะ ๆ ) ก็ไม่ได้ถึงขั้นสะสม หรือมีเก็บไว้เยอะแยะอะไรนะฮะ แต่ก็มีใส่มาเรื่อย ๆ เปลี่ยนแทบทุกปี วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจอะไรไม่รู้ จะเล่าให้ฟังแล้วกันว่าเคยมีแหวนอะไรไว้ในครอบครองบ้าง
 
 
 
เริ่มถูกอกถูกใจในแหวนครั้งแรกก็ตอนอยู่ม. 3 ฮะ (จำได้แม่น) ตอนนั้นไปเที่ยวกระบี่ แล้วไปเดินดูร้านขายของที่ระลึก เห็นแหวนที่ทำจากดีบุก ขัดมัน (มันจะเป็นสีเงิน ๆ วาว ๆ มันปลาบจนกระทั่งสะท้อนหน้าเราในนั้นได้) เห็นครั้งแรกก็ตกหลุมเลยล่ะ   ชอบมาก ๆ จนทนไม่ไหว ต้องยอมควักตังค์ซื้อมาใส่ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจพอสมควร เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยมีไอเดียอยู่ในหัวเลย ว่าเราจะเป็นฅนที่ชอบแหวนไปได้ (ผมว่าฅนเรา เวลาตกหลุมรักใครสักฅน คงเป็นความรู้สึกคล้ายๆ  กัน) แต่แหวนวงแรกก็ไม่ได้ยั่งยืนอย่างที่หวังไว้ ซื้อมาได้สองชั่วโมง ถอดออกตอนจะไปล้างมือ แล้วทำตก…แตก

นั่งเซ็งไปหลายวัน  (จุดจบของรักครั้งแรกก็คงประมาณนี้ทั้งนั้นนั่นแล) แหวนอันนั้นประทับใจเพราะเป็นแหวนแรกที่ซื้อครับ แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจจะมองหาแหวนสวย ๆ ทุกครั้งที่ไปเที่ยวไหน
 
 
 
พูดถึงสวมแหวน ผมจะเป็นฅนที่ชอบสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้ายนะคับ ไม่เกี่ยวกับหมั้นหรือแต่งงานใด ๆ เพียงแต่ว่า ใส่มือขวาแล้วทำอะไรไม่ถนัด เพราะแหวนจะไปกระแทกนู่นกระแทกนี่ แล้วผมเป็นฅนขี้รำคาญ คือพอสวมนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งเป็นนิ้วที่ไม่ค่อยใช้งานแล้วจะไม่รู้สึกเกะกะเท่าไหร่ (แต่ก็ขึ้นกับขนาดของแหวนด้วย)
 
 
 
แหวนวงที่สอง ซื้อตอนอยู่ม. 4 ขึ้นม. 5 ครับ เป็นแหวนสัญชาติญี่ปุ่น เป็นแหวนทอง(ชุบ) ประดับมุก (พลาสติก) เป็นแหวนผู้หญิงนะ  คือเห็นแล้วชอบมาก ทีนี้ซื้อมาก็ไม่รู้จะให้ผู้หญิงฅนไหนใส่ ก็เลยต้องใส่เอง (ผีอะไรดลใจให้ซื้อก็ไม่ทราบได้) สวมติดนิ้วก้อยอยู่นานทีเดียว (จำได้ว่าวันที่ไปสอบ Ent ยังสวมติดนิ้วไปเลย เป็นแหวนที่ไม่เข้ากับมือเรามากที่สุดแล้วล่ะ) ใส่จนทองลอกออกเกลี้ยง ไข่มุก(พลาสติก) หลุดออกจากเรือน จนกาวตราช้างก็เอาไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแหวน อันนี้ประทับใจทรงของมัน ถ้าอยู่บนมือผู้หญิงเล็ก ๆ ขาว ๆ ผิวเกลี้ยง ๆ คงจะน่าดูชะมัด (ตั้งแต่ซื้อแหวนใส่ ทำให้ผมหันมาสังเกตมือฅนมากขึ้นนะ ผมว่ามือผู้หญิงสวย ๆ ก็มองแล้วเพลินตาไม่แพ้ใบหน้า หรือดวงตาเลยล่ะ)
 
 
 
แหวนวงที่ 3 เป็นแหวนหยกฮะ ได้มาจากนิวซีแลนด์ตอนอยู่ม. 6 (เพิ่งรู้ว่านิวซีแลนด์ก็มีหยกเหมือนกัน นึกว่ามีแต่โอปอลซะอีก) แหวนนี้ประทับใจที่ใส่แล้วเย็นนิ้ว เป็นแหวนเรียบ ๆ ไม่ได้มีลวดลายอะไร แต่ด้วยความที่เราเลือกเอง มันเลยพอดีกับมือ ไม่หลวมไป ไม่คับไป แล้วเวลาหมุนมันเล่น นิ้วจะเย็น ๆ ทำให้ได้รู้เลยว่า ขนาดของแหวนก็สำคัญมาก ๆ ที่สำคัญ เวลามองมันจะช่วยให้นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ซื้อมันมาฮะ นับเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีอันนึง  แหวนนี้ไม่ได้ใส่จนพังครับ แต่ก็มีรอยขูดขีดเต็มไปหมด พอมีแหวนใหม่มาก็เลยถอดออก (ชอบใส่แหวนทีละวงมากกว่า)
 
 
 
แหวนอันถัดมาได้มาตอนอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นมีงานปิดถนนที่สีลม ผมก็ไปซื้อแหวนเหล็กอันบาง ๆ มาใส่ เขามีสลักชื่อให้ฟรี ตอนนั้นผมยังเห่อคณะอยู่ (ก็อยู่ปีหนึ่งนี่นะ) ก็เลยขอให้สลักชื่อคณะ ตอนเราอยู่ม. 6 ไม่มีแหวนรุ่น ก็เลยประทับใจกับแหวนนี้เพราะเป็นครั้งแรกที่เราใส่แหวนแสดงสถาบันของตัวเอง (คงจะอารมณ์เดียวเวลาที่เราใส่เสื้อคณะ หรือเสื้อประจำมหาลัย) ใส่จนมันบุบ ก็เลยเลิก (หายเห่อคณะพอดี) เวลาเรามีสัญลักษณ์อะไรที่แสดงให้เห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่ยิ่งกว่า ก็ช่วยให้เรามีความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้นเหมือนกันนะเนี่ย
 
 
 
ช่วงอยู่ปีสอง ได้แหวนสัญชาติญี่ปุ่นมาอีกเหมือนกันครับ เป็นแหวนสามกษัตริย์ (คือเป็นวง ๆ ซ้อนกันสามวง) ทอง(ชุบเช่นเคย) ใส่แล้วเพื่อนทักว่าเหมือนอาเสี่ย ผมก็งง ๆ ว่าหน้าผมมัน ตี๋+ขาว ตรงไหน (วะ) ถ้าบอกว่าเหมือนเจ้าชายอาหรับก็ว่าไปอย่าง(ฮา)  ชอบที่การออกแบบของมันนะครับ เวลาเราใส่ หรือถอด แหวนมันจะหมุนรอบตัวเป็นเกลียว ๆ (ใครเคยใส่คงนึกภาพออก) เป็นรูปทรงสามมิติที่ดูแล้วน่าทึ่งทีเดียว ก็เลยประทับใจในส่วนของการออกแบบ (ใครจะไปเคยคิดว่าตัวเรือนแหวนมันจะ dynamic ได้ขนาดนี้) วงนี้ก็ใส่จนลอกเกลี้ยงถึงเลิก 
 
พูดถึงวงนี้แล้วก็นึกขึ้นได้ น้องชายผมก็ใส่แหวนเหมือนกันครับ แต่เจ้าตัวจะชอบแหวนเงิน สลักลายเก๋ ๆ มากกว่า แล้วก็ชอบสวมแหวนนิ้วโป้ง ตอนที่ซื้อแหวนสามกษัตริย์ก็ซื้อแหวนเงินให้น้องด้วย ทำเป็นรูปมงกุฏพระราชา เท่มาก น้องผมก็ชอบมาก แต่ไม่ยอมใส่ เอาไปห้อยคอแทน (อ้าว) ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า แหวนพระราชายังงี้ ใส่แล้วเหมือนกับประกาศว่า ข้าพเจ้าเป็น เกย์-คิง! (อ๊ะ จริงด้วย–ฮา)
 
 
 
ถัดจากนั้นก็หันมาใส่แหวนที่คุณแม่ซื้อมาให้ ตอนเวลาคุณแม่ไปเที่ยวที่ต่าง ๆ แหวนส่วนใหญ่หน้าตาราคาถูก แต่จริง ๆ แล้วแพง (เอ๊ะ ยังไง) มีทั้งแหวนหยก แหวนพลาสติก แหวนสีดำ แหวนสีเงิน ฯลฯ ใส่จนบุบบ้าง แตกบ้าง หรือได้อันใหม่มาบ้าง ก็เลิก ทั้งหมดเป็นแหวนเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายอะไรครับ แต่ก็เหมาะกับนิ้วผู้ชายละนะ (มีลายพร้อย ใส่แล้วอาจจะ….) แต่ผมว่าแม่ผมกะเก่งนะฮะ เพราะทุกอันที่ซื้อมาจะใส่ได้ค่อนข้างพอดีเลย ผมว่าการเลือกซื้อแหวนให้พอดีนิ้ว โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ไปด้วยนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเนี่ย
 
 
 
แหวนในความทรงจำอีกอันก็คือ แหวนเงิน ประดับด้วยนิล คุณแม่ซื้อให้ตอนอายุครบ 20 คู่กับกางเขน (ปัจจุบันก็ห้อยอยู่) แหวนอันนี้วงใหญ่จนต้องใส่นิ้วชี้ ใส่ตอนอยู่ปี 4 อยู่นานเหมือนกัน จนนิลมันแตก (เพิ่งรู้ว่านิลมันก็แตกได้) ก็เลยถอดออก ที่ชอบก็เพราะว่ามันเข้าคู่กับสร้อยได้พอดีเลย แล้วก็เป็นแหวนอันแรกที่มีอัญมณีประดับจริง ๆ เพราะอันอื่นจะมีแต่ตัวเรือนเรียบ ๆ มากกว่า (ไอ้ไข่มุกพลาสติกนั่นไม่นับนะครับ) ฅนสำคัญซื้อให้ในโอกาสสำคัญ มันก็ต้องพิเศษเป็นธรรมดา
 
 
หลังจากวงนั้นแล้วก็ไม่ค่อยได้ใส่แหวน ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะครับ แต่มีเหตุผลสามประการ อย่างแรก หันมาใส่กำไลแทน (เดี๋ยวจะพูดถึง) อย่างที่สองก็คือ พอทำ lab มันต้องถอดเครื่องประดับที่มือออกหมด ถอดเข้าถอดออกวันละหลาย ๆ รอบก็รู้สึกไม่ค่อยสะดวก (แหวนมันเล็กด้วย หายง่าย) อย่างที่สามก็คือ หลังจากนั้นแล้ว ยังไม่เจอแหวนที่ถูกใจอีกเลย ก็เลยไม่ได้ใส่
 
คือถึงจะบอกว่าเป็นฅนที่ชอบแหวน แต่ก็ไม่ได้ซื้อแหวนพร่ำเพรื่อนะฮะ จะซื้อก็ต่อเมื่อถูกใจจริง ๆ ซึ่งก็บอกไม่ได้อีกแหละว่าแหวนแบบไหน หรือทรงไหนที่เห็นแล้วจะถูกใจชัวร์ คือถ้าเห็นของจริง แล้วปิ๊ง ก็คือใช่เลย เพราะงั้นก็จะซื้อแหวนตอนไปเที่ยวไหน ๆ แล้วรู้สึกประทับใจจนต้องซื้อเก็บมาเป็นทีระลึก ไม่อย่างนั้นก็ต้องมีฅนให้ (ซึ่งก็มีอยู่ฅนเดียว) เชื่อว่าหลายๆ  ฅนคงมีอาการเหมือน ๆ กัน คือบอกไม่ได้ว่าจะชอบแบบไหน หรือทรงไหน ต้องมาเห็นเอง เพราะงั้นแหวนที่เราจะใส่ จะมีชะตาต้องกันพอสมควรทีเดียวล่ะ (นิ้วผมไม่สำส่อนนะ จะบอกให้)
 
 
 
 
ปัจจุบัน แหวนที่สวมอยู่เป็นแหวนทองเหลืองครับ สัญลักษณ์คณะ (สัญลักษณ์นะฮะ ไม่ได้สลักชื่อ) เค้าทำมาขายตอนคณะผมครบรอบพอดี อาจารย์สายรหัสซื้อแจกให้นักศึกษาในสายทุกฅน (เพราะงั้น รับประกันความถูก) ใส่อยู่จนถึงปัจจุบัน นิ้วนางข้างซ้ายเช่นเดิม (จริง ๆ ใส่ได้นิ้วเดียว)  
 
 
 
นอกจากแหวนแล้ว ก็พอมีเครื่องประดับอย่างอื่นเหมือนกันครับ เคยดำริจะเจาะหูอยู่ช่วงนึง พอดีช่วงนั้นกำลังอยากปฏิวัติภาพลักษณ์ตนเอง แต่พอบอกทางบ้านแล้ว โดนยื่นคำขาดว่า ถ้าเจาะหูมาจะไม่ให้เข้าบ้าน โครงการนี้ก็เป็นอันต้องพับไป (ฮา) แค่ที่บ้านยอมให้ไว้เครา ก็ใจกว้างเยี่ยงมหาสมุทรแล้วล่ะ  (ฮา) แต่ผมก็ยังไม่ย่อท้อ ซื้อตุ้มหูแบบหนีบมาใส่ ใส่ได้วันเดียว เจ็บหูโคตร เลยเลิก
 
 
 
ตอนนี้นอกจากแหวนแล้ว ก็ใส่กำไลข้อมือ คือจริง ๆ แล้วมันเป็นสร้อย (งงอ่ะดิ)
ที่มาก็คือว่า น้องผมมีอยู่ช่วงนึงจะชอบซื้อสร้อยเท่ ๆ มาใส่ แม่ผมพอรู้เรื่อง เวลาไปเที่ยวไหน ก็จะเหมาโหลสร้อยมาให้ ทีนี้น้องผมมีสร้อยที่ใส่ประจำอยู่แล้ว ก็เลยเอาสร้อยมาพับครึ่งแล้วสวมเป็นกำไลข้อมือแทน มันเป็นสร้อยลูกปัดทำกะลามะพร้าวฮะ ค่อนข้างทนเหมือนกัน น้องผมใส่ข้อมือซ้าย ผมเองเห็นน้องใส่ก็เลยเอามั่ง  เอามาใส่ข้างขวา เพิ่งเริ่มใส่ตอนเดือนกุมภาต้นปีนี้เอง ชอบมากเหมือนกันเพราะว่าเห็นจะมีแต่น้องผม กับผมที่ใส่อะไรแนว ๆ นี้ ดูเป็นเอกลักษณ์ดี ไม่มีใครเลียนแบบ (เด็กแนวว่างั้น) ที่สำคัญ เวลาสะบัดมือ เม็ดลูกปัดมันจะกระทบกันเสียงดัง ฟรึ่บ ๆ (เท่มาก ๆ)
 
 
 
ตอนนี้ก็มีกำไล (เรียกว่ากำไลได้รึเปล่าก็ไม่รู้) ใส่ติดข้อมืออีกเส้น อันนี้มีสาวที่โบสถ์ให้มา  เป็นเม็ดร้อยในเอ็นยืดได้(อธิบายไม่ถูก) ใส่แล้วมันจะรัดติดข้อมือ เพิ่งเริ่มใส่เมื่อเดือนที่แล้วเองฮะ แต่ดูแล้วเปราะบางเหมือนกัน ไม่รู้จะใส่ได้นานแค่ไหน ที่ชอบคือเวลาเราสุขภาพดี แฮปปี้มีความสุข เม็ดลูกปัดมันจะดำ มันวาว แต่พอเราอดนอน เหนื่อย ๆ โทรม ๆ มันจะแห้งเป็นขุยขาว ๆ แปลกดีเหมือนกัน (โดนลงเสน่ห์ยาแฝดอะไรรึเหล่าหว่า)  
 
 
 
 
อันสุดท้ายที่ผมใส่อยู่ตอนนี้ก็คือ wrist band เรารักในหลวง อันนี้ท่านแม่ซื้อให้(เช่นเคย) ตอนแรกก็ว่าจะเก็บไว้ขึ้นหิ้งบูชา ไม่อยากใส่เพราะรู้สึกว่า กระแส wristband มันน่าจะ out ไปตั้งนานแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า เห็นฅนใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง ใส่เยอะกว่าช่วงที่ wrist band กำลัง hot อีก ก็เลย เอาฟะ ลองใส่ไปก่อนก็ได้ หลังวันที่ 5 ธันวาค่อยว่ากันอีกที (ของผมรหัส 277590 เด้อ อวด ๆ )
 
 
 
 
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า แหวน (หรือเครื่องประดับอื่น ๆ ก็ตาม) แต่ก่อนผมไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ใส่เลยนะฮะ เพราะว่าเป็นฅนขี้รำคาญ อย่างแหวนหรือกำไลข้อมือ ช่วงแรก ๆ ที่ใส่ก็ต้องถอดเข้าถอดออกเพราะไม่ชิน แต่เวลาใจมันชอบ เวลาที่เราผูกพันกับอะไรบางอย่าง อิสระที่เคยมีก็กลับกลายเป็นเรื่องเล็ก และหันมายอมรับพันธนาการเหล่านั้นอย่างเต็มใจ….
 
 
 
… เรื่องของความรัก … ก็คงเป็นเช่นเดียวกัน…
 
 

 
ปล. Entry นี้เป็นแนวอุทิศจ้า ขอมอบให้ฅนที่ชอบสวมแหวนติดนิ้วทุก ๆ ฅนนะค้าบบบบ
Advertisements
Comments
  1. ~Little RabbitZ~ says:

    ฝนก้อเปนอีกคนหนึ่งที่ชอบใส่แหวนนิ้วนางข้างซ้าย อิอิ แต่เนื่องจากว่ากลัวแม่เข้าใจผิด (เวลาเเม่เข้าใจผิด แม่ไม่พูดกะเรานะ แต่เอาไปถามคนอื่น โดยเฉพาะแม่ของเพื่อนๆที่เราสนิดด้วยทั้งหลาย และเพื่อนข้างบ้าน เสียหายหลายพันล้านเลยยยยยย) เลยย้ายมาใส่ข้างขวาอ่ะ (แอบเซ็งนะเนี่ย) :{

  2. Chayanin says:

    อืม คอมเมนต์นี้คงไม่ยาวเท่าไหร่แต่ถ้าพี่ก้อนเขียนเรื่อง 7-11 กับบุหรี่ สงสัยจะยาวแน่เพราะเมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์แล้วกำลังคิดๆเรื่องนี้อยู่เหมือนกันอืม เข้าใจเปรียบเทียบนะ แหวน กับความรักไปดีก่าแว้บบบ

  3. Jang says:

    มษฐา อัพเรื่องนี้ถูกใจมั่ก เนื่องจากชอบใส่แหวนเป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน(ความจิงชอบพวกเครื่องประดับเกือบทุกอย่าง ก็ผู้หญิงนะ)แต่แหวนกะกำไลเนี๊ยะเรียกว่าเจอที่ไหนก็จะรี่ไปดูชม เมื่อก่อนทางบ้านจะชอบซื้อทองและพวกเพชร พลอยให้ตอนเราเริ่มโตแล้ว จะใส่ออกงานเลี้ยงกับทางบ้าน และด้วยเป็นคนที่ชอบ"แตกต่างอย่างสุดขีด" ก็เริ่มขบถเล็กๆด้วยการไม่ใส่ของพวกนี้ไป หันมาประดิษฐ์ประดอยเครื่องประดับเอาเอง ให้เข้ากะการแต่งตัวที่หลุดโลก พอมีลูกก็เพลาๆลงบ้าง เห็นแก่หน้าลูกอ่ะ อิอิ แต่ก็ไม่วายจะสรรหาแหวนแปลกๆมาใส่ พี่จะไปจ้างช่างรู้ใจที่หลังการบินไทย ทำเครื่องประดับที่มัน ปิ๊งเข้ามา แบบรีบสเกตๆแล้วโทรหาพี่เค้า ด้วยที่ซี้กันมานานเลยได้ของถูกใจทุกที มีพักนึงก็บ้าพวกหินนำโชคต่างๆแต่ก็เอามาขดๆกะเส้นเงินให้มันแปลกเข้าไว้ สะสมไว้เป็นกอบเป็นกำ คิดเป็นเงินก็โขอยู่ จนมาวันนึง ของที่สะสมก็อันตธานหายไปจากฝีมือของคนที่เลี้ยงไว้ จำได้ว่าแทบจากลากคอมันเข้าคุก แต่พ่อวรวิทย์ให้สติว่า นี่เป็นของนอกกายเราจะผูกใจเจ็บไปทำไม จากนั้นพี่ก็เริ่มหาแหวนที่แปลกๆและดูไร้ค่า(ในสายตาของโจร)มาใส่ อะไรก็ได้ที่เราชอบเหมือนที่ก้อนว่า พอลงมันถูกใจ ใครจะติจะว่าก็ไม่สน ใส่แหวนนิ้วโป้ง นิ้วก้อย ใส่นิ้วเท้าด้วยเอาดิ่ บางวันนึกสนุกใส่มันนิ้วนึงสองวงแบบปลายนิ้วอีกวง ก้อนจะสังเกตุนะแต่ละแทบจะบังนิ้วพี่มิด อ้าวมีเหตุผลนะ พอมีเรื่องที หลังแหวนไปเรย 5555 ที่สุดแล้วคุณค่าของมันอยู่ที่ใจของเรา มันจะมีค่าแค่ไหนในสายตาของคนอื่นก็ช่างแต่สำหรับเราแล้ว นี่เป็นของที่เราเลือกและเรารัก แค่กะลาหรือพลาสติคมันก็มีค่ากับเราเสมอ ของนอกกายที่รักสุดๆเห็นจะเป็นหนังสือ ต้นไม้ รูปวาด(+งานศิลปะ) และเครื่องประดับแฮนด์เมดนี่แหล่ะ( นี่กำลังมีโปรเจคทำเครื่องประดับจากเซรามิค แต่เผาแล้วมันแตกส่วนใหญ่ชักท้อแล้ว ก็จะกลับไปเอากะลามะพร้าวมาบิวท์ใหม่หุหุ ลองปนทองลงไปดีมะ ให้มันแปลกแยกแบบสุดๆไปเลยหุหุ )http://www.stonelover.com/category-stone.htm อันนี้เผื่อก้อนและน้องๆที่มาอ่านสนใจhttp://www.easyhorpak.com/chma/stone.php wrist band ที่มี ใส่เพราะกันยุง ฝากเพื่อนซื้อจากอังกฤษนู่นแหน่ะ กลัวตอนไข้เลือดออกระบาด ไม่ได้อินเทรนกะเขาหรอก กลัวลูกตายเลยซื้อมาใส่ทั้งบ้านหุหุปล. สร้อยข้อมือ น่าจะเป็นอาเกตนะ (agate) คิดไปนู่นเธอ เวลาเราสุขภาพดีร่างกายก็จะขับน้ำมันตามธรรมชาติออกมา จะเคลือบหินให้แวววาวไง พอเราไม่สบาย อดนอน น้ำมันก็น้อยลงแบบผิวแห้ง เวลาก้อนใส่แล้วโดนน้ำลูกปัดมันเป็นเหมือนขุยๆเพราะมันถูกเจียรไนยให้เป็นรูปทรงนั้นผิวมันจะด้านๆแล้ว คนซื้อให้คงให้แม่หมอลนน้ำมันพรายตานีมาเคลือบล่ะม้าง หุหุ ( ที่บ้านมียาเสน่ห์ลูกแฝดนะ ว่าจะกรอกใส่ขวดขาย นัยว่ากำจัดความสงบเงียบได้ชะงัดนักแล อิอิ)ปล2 งวดนี่277590ปล.3 เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ

  4. Mailodious³² says:

    มายเป็นคนเกลียดพวกเครื่องประดับทุกชนิดเลยอ่า ใส่แล้วมันรำคาญ เลยไม่เคยใส่เลย (แม้กระทั่งสร้อยพระ)คราวนี้อ่านเพลินดีจังอารมณ์นี้ ปรามาณ ปิ๊ง! แวบแรกเปรียบได้กับ รักแรกพบ สินะ ~ขออภัยที่เม้นท์สาระต่ำ -*-บ๊ายบายคับ

  5. Jang says:

    ลืมเมนท์ข้อความนึง"แหวนสามกษัตริย์ (คือเป็นวง ๆ ซ้อนกันสามวง) ทอง(ชุบเช่นเคย) ใส่แล้วเพื่อนทักว่าเหมือนอาเสี่ย ผมก็งง ๆ ว่าหน้าผมมัน ตี๋+ขาว ตรงไหน (วะ) ถ้าบอกว่าเหมือนเจ้าชายอาหรับก็ว่าไปอย่าง(ฮา)"เห็นด้วยอย่างยิ่งจ้าว่าเหมือนเจ้าชายอาหลับ…เอ้ยอาหรับ..คริคริปล(ซักกาหน่อย )ถ้าจำไม่ผิดนะจะเป็นของคาร์เทียร์catier เป็นดีไซน์ที่มักโดนก๊อปเสมอ ใส่แล้วมันดูเรียบหรู นับว่าคุณมีรสนิยมดีใช้ได้http://www.weddingrings.com/item.cfm?int_item_id=116&category_id=1# วงนี้ใช่เป่า ก๊อปแบบใช้วัสดุจริงก็ราคาไม่หนีของแท้เท่าไหร่ ช่างบอกทำยากอีตอนเอาไขว้ๆกันน่ะ ถ้าไม่เจ๋งจริงมันจะใส่ยากมาก ของแท้ม้วนๆปรี๊ดเดียวก็เข้านิ้วแล้ว แต่เห็นราคาแล้วเฮ้อ…

  6. ©~Chefphan~© says:

    นิ้วผมใหญ่เกิน ใส่แหวนไว้ค่อยได้ครับกำลังจะไปทำโดนัทมาใส่แทนละ

  7. Pakin says:

    โอ้ แหวน………………….มะอยากใว่แหวนเรยครับ เหมือนกับว่าเอาอะไรกลมๆมากักขังนิ้วผมเอาใว้อะครับ 555555555+อใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนมั่วอย่างเดียวดรับเอ หรือจาไม่ได้ใส่แหวนตลอดชีวิตแล้วเอ่ย 55555555555+ผมว่าความรัก ไม่ใช่พันธนาการหรอกครับ ความรักคืออิสระ ที่ไร้ขอบเขตในทุกๆที่ที่มีเธออะครับ ฮุๆ

  8. c e r e a l says:

    หวัดดีค่ะ..ศิลปินจำเป็นวันนี้ได้รูปแล้วนะ..โอเอามาให้เหมือนแอบส่งของผิดกฏหมายชอบมากๆค่ะพี่ก้อน แปลกดีที่มีคนวาดรูปตัวเองได้เหมือนเหมือนกันนะเนี่ยแต่ที่งงอย่างนึงคือเรียกแอ้ว่า พี่แอ้ เนี่ย..นะ ไม่ใช่โอนะ..ฮะ..เหะๆ..ไม่โกรธค่าไม่โกรธ..ขอบคุณอีกที..อ้อ..แอ้ไม่ใส่แหวนค่ะ..แต่ไม่รู้ซื้อไว้เต็มบ้านทำไม..

  9. praew says:

    อืม… จะว่าไปก็เคยใส่แหวนติดนิ้วค่ะ ขนาดที่ว่าวันไหนลืมใส่จะรู้สึกแปลกๆ แบบว่ามันชินมือไปซะแล้ว แต่ก็เป็นช่วงปิดเทอมค่ะ (ตอนไปค่ายไง ^^) พอเปิดเทอมแรกๆก็เผลอหยิบสวมแบบเคยชิน พอผ่านไปซักพักก็เลยไม่ได้ใส่(ก็มันผิดกฏนี่นา) อย่างมากก็ใส่แค่วันเสาร์-อาทิตย์ไป.."เวลาสะบัดมือ เม็ดลูกปัดมันจะกระทบกันเสียงดัง ฟรึ่บ ๆ (เท่มาก ๆ)"…นึกภาพตาม – – เอ.. มันคงจะแปลกดีแฮะwristband แพรวก็ได้มาจากแม่เหมือนกัน >< เปิดเทอมใหม่ๆก็ไม่ค่อยเห็นคนใส่กันหรอกค่ะ (แต่แพรวก็ใส่แฮะ) จะว่าตอนนี้นี่ก็เห็นใส่กันหลายคน กลายเป็นว่ากลับมาฮิตอีกแล้ว – – อืมๆ.. — ของแพรวเบอร์ 954769 ค่ะ ท่านแม่ให้มาจอนนี้เลยใส่จนติดมือไปเลย

  10. gibt says:

    อยากใส่แหวนเหมือนกัน เพิ่งได้มาจากพ่อเป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ แต่ว่ามันไม่ควรใส่เล่นอ่ะ กลัวหายคงร้องไห้ไปเป็นปี เสียดายจัง แล้วก็มีแหวนอีกวงที่เพื่อนๆให้วันรับปริญญา แต่ใส่แล้วคริสตัลมันหล่นหายไป ก็เลยเก็บไว้ในกล่องก่อนดีกว่า เสียดายจัง

  11. ก้อน Masatha says:

    Madame Butterflyz >>> ใส่แหวนข้างซ้ายนี่ โอกาสเข้าใจผิดสูงมากฮะ (บางฅนเข้าใจว่าผมมีแฟนแล้ว จาบ้าตาย มีแฟนเกี่ยวไรกับแหวนนิ้วนางฟะ) เรื่องคุณแม่เข้าใจผิดนี่ แก้ไม่ยาก ก็ทำให้คุณแม่เข้าใจถูกสิ เหอ ๆ ๆ KUS³²Sεε-Douβlε-U >>> เรื่องนี้ถ้าจะพูดคงยาว แต่พี่ว่าพี่อยู่ฅนละฝ่ายกับป่านนะ เหอ ๆ ๆ ๆ ไว้จะไปเมนท์นะฮะ รอนิด ๆ ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ขอบคุณสำหรับอาเกตนะฮะ ผมก็ว่าทำไมล้างน้ำแล้วมันเป็นขุย ๆ นึกว่าทำเสียซะแล้ว เครื่องประดับนี่ ผมว่าถ้าจะชอบก็ชอบจริง ๆ แหละฮะ ไม่เกี่ยวกับราคาใด ๆ ผมว่าเป็นของที่เลือกซื้อให้ฅนอื่นยากนะ เพราะรสนิยมฅนนี่เดาลำบาก ถ้าของที่เราชอบราคาถูกหน่อยก็เซฟ (พอดียังไม่มีตังค์ฮะ เล่นได้แต่ของปลอมไปก่อน ไว้มีตังค์เมื่อไหร่ อาจจะมีงบเยอะกว่านี้)เข้าไปดูรูปแล้วฮะ สวย ๆ ของผมที่ใส่ก็ม้วน ๆ เข้าปรื๊ดเหมือนกัน ราคาสู้ม่ายหวายเช่นกัน (คงได้แต่ใส่ของปลอมทั้งชาติ – -)Lamia_Mind >>> 555 ขออภัยเช่นกันฮะ space นี้ก็สาระน้อย (นึกได้เหมือนกันว่าเวลาผมไปเมนท์ใครไปแทบไม่เคยเมนท์แบบมีสาระเลยนี่หว่า) เอาน่า ขำ ๆ อยากได้สาระไปอ่านบล๊อกป่านนู่น Chefphan >>> ป่านเอาแหวนที่ใส่นิ้วโป้งมาใส่นิ้วก้อยดิ เอาโดนัทมาใส่ก็ไม่เลว หิว ๆ ก็เอาขึ้นมาแทะได้ อุอุEid-Pakin >>> ๕๕๕ ไว้มีความรักเมื่อไหร่ก็รู้เองแหละว่าอิสระรึเปล่า แต่พี่ว่านักดนตรีคงไม่น่าชอบใส่แหวนนะ มันคงเกะกะพิกลcereal_t22 >>> หงะ ขอโทษอีกรอบฮะ ผิดไปแล้วจริง ๆ (ลบทิ้งก็ได้นะคับ มันเป็นดินสอ) ซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้นี่ก็เป็นเหมือนกันฮะ บางทีก็เบื่อ ๆ ไม่อยากใส่แหวนเหมือนกัน แต่ก็เอาวะ อุตส่าห์เสียตังค์ซื้อมาแล้ว ใส่ซะหน่อยก็ได้pяãέω³² >>> เคยเห็นๆ เท่ดี อยากได้มาใส่มั่ง แต่ยังไม่เคยเจอวางขายที่ไหนลย พี่ชอบกลไกมันนะ -ไม่เคยเห็นตอนสะบัดมือเหรอ ไว้คราวหน้า ๆ-ตอนนี้พี่ว่าใส่กันทั่วประเทศแล้วล่ะ ตั้งแต่ฅนกวาดถนนยันผู้ว่ากทม.เลย อินเทรนด์ ๆ gibt >>> ถ้ามีราคามาก ๆ หรือเป็นของที่ระลึกเก็บไว้น่าจะดีกว่าคับ อาจจะเอามาใส่ตอนโตกว่านี้หน่อย ถ้าหายหรือพังก็คงเสียดายแย่เลย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s