ไปเที่ยว ซานโจ๊ส มาจ้า

Posted: November 22, 2005 in Travel
หายศีรษะไปร่วมสัปดาห์ หลายฅนอาจจะสงสัยว่าไปไหน (หรือบางฅนก็ไม่รู้ "- – ว่าหายตัวไป) 
 
เรื่องของเรื่องก็คือ พอดีที่คณะเพิ่งสั่งเครื่องมือขนาดใหญ่มาติดตั้งครับ แล้วระบบของคณะวิทย์ อาจารย์แต่ละท่านจะรับผิดชอบเครื่องมือราคาแพงหมุนเวียนกันไป แล้วพอดีเครื่องนี้ (จะเครื่องอะไรก็ช่างเถอะ) อาจารย์ที่ปรึกษาผมเป็นฅนรับผิดชอบพอดี
 
ประกอบกับเครื่องนี้เป็นเครื่องใหม่ครับ ที่มหาลัยเพิ่งมีเป็นตัวแรก ทางบริษัทแม่ก็จะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เครื่อง อาจารย์ที่เข้าอบรม ก็จะได้โควต้านักศึกษาใน lab หนึ่งฅนหนีบไปด้วย แล้วบังเอิญมันวนมาเป็นรอบผมพอดี (พี่ ๆ ฅนอื่นเคยไปงานอบรมอันอื่นกันมาหมดแล้ว) สัปดาห์ที่แล้วผมก็เลยหอบกระเป๋าไปกับอาจารย์ด้วย
 
งานนี้จัดขึ้นทื่เมือง San Jose (อ่านว่า ซาน-โฮเซ่ นะฮะ รุสึกว่าจะเป็นภาษาสเปน) รัฐแคลิฟอร์เนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ในกลุ่มเดินทางมีทั้งหมด 4 ฅน นอกจากอาจารย์ที่ปรึกษา กับผมแล้ว ก็มีอาจารย์จากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ แล้วก็ product specialist จากบริษัทลูกในเมืองไทยไปอีกฅน
 
รายละเอียดของการอบรม ไม่พูดถึงละกันฮะ (แค่รายงานที่ต้องทำตอนกลับมาก็เรียกได้ว่าพอกันที) รายละเอียดมีเยอะแยะเลย เอาเป็นว่าจะค่อย ๆ เล่าไปทีละเรื่องละกัน แต่คิดว่าไม่เกิน 3 ตอนน่าจะหมดฮะ
 
วันนี้เป็นเรื่องแรก เกริ่น ๆ ก่อนละกัน ไม่เกี่ยวข้องกับเที่ยวแต่อย่างใด (อ้าว) แต่เป็นประสบการณ์บนเครื่องบินฮะ (เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเขียนได้นี่ ถนัดนักแล)
 

 
หลาย ๆ ฅนคงเคยขึ้นเครื่องบินมาแล้วนะครับ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมขึ้น แต่มันน่าเล่าเพราะว่าเป็นการเดินทางที่ไกลเหลือเกิน อยู่บนเครื่องบินแล้วก็ร่วม 17 ชั่วโมง เอากันตายไปข้างนึงเลย
 
เครื่องบินที่ผมไปเป็นสายการบินของญี่ปุ่นครับ ANA อยู่ในเครือของ star alliance (มันคืออะไรใครรู้ช่วยบอกที) ไปลงที่สนามบินนาริตะก่อนฮะ แล้วค่อยขึ้นไปต่อลงที่สนามบิน San Francisco
 
เรื่องแรกเลย ก่อนเดินทาง ผมได้มีโอกาสอ่านพ็อกเก็ตบุ๊ค ชื่อเรื่องว่า แอร์โฮสเตส: นางฟ้า หรือ ขี้ข้าบนเครื่องบิน (ชื่อเรื่องทำนองนี้แหละ) เป็นประสบการณ์เลวร้ายของแอร์ที่เจอะเจอบนเครื่องบิน อ่านแล้วก็รู้สึกว่า โอ้ งานนี้ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วเป็นงานจุกจิกแล้วก็กดดันน่าดูเลยนะเนี่ย
 
หลังจากอ่านหนังสือนี้ พอขึ้นเครื่องบิน ก็เลยได้กิจกรรมยามว่างใหม่ คือนั่งดูว่าฅนเป็นแอร์เค้าต้องทำอะไรบ้าง (เมื่อก่อนไม่เคยสังเกตเลยนะเนี่ย) แต่ต้องค่อยๆ  แอบมองนะฮะ เพราะถ้าเจ้าตัวรู้ว่าเรามองเค้าอยู่ จะปรี่เข้ามาหาแล้วถามทันทีว่า ผู้โดยสารต้องการอะไรคะ (ฮา)–service mind จริง ๆ
 
ดูแล้วก็รู้สึกว่า มันลำบากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว โซนที่ผมนั่งมีแอร์อยู่ 4 ฅน แต่ต้องดูแลผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 60 ฅน (แถมตั้งสิบกว่าชั่วโมง) เวลาเสิร์ฟอะไรก็ต้องปรับให้ตามความสะดวกของผู้โดยสาร เช่นถ้าเสิร์ฟอาหาร แล้วมีฅนหลับอยู่ ก็ต้องข้ามไป แต่ถ้าเค้าตื่นปุ๊บ ก็ต้องรี่เข้าไปถามทันทีว่าจะรับอะไร แล้วฅนตื่น-หลับนี่โคตรจะพร้อมเพรียงกัน (ประชด) จนเก็บอาหารเสร็จหมดแล้วบางฅนเพิ่งตื่นก็มี เป็นเราคงหงุดหงิดพิลึก ว่าจะตื่นให้พร้อมกันไม่ได้เหรอ(ฟะ) เสิร์ฟอาหารมันไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนขนมนี่นะ
 
อีกเรื่องก็คือต้องมีแอร์แสตนบายด์ไว้ตลอดเวลา แม้จะเป็นเวลานอน เที่ยวบินที่ผมไปมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักหน่วงนะฮะ แต่เห็นผู้โดยสารกดกริ่งเรียกแอร์เดินเข้าเดินออกตอนกลางคืนแล้วก็ โอ้ว ได้นั่งมั่งมั้ยเนี่ย ถ้าไม่มีกริ่งเรียก ก็ต้องมายืนกวาดตาดูว่าใครมีปัญหารึเปล่า บางทีไม่ต้องรอเรียกก็เข้าไปหาได้เลย ดูแล้วอุทิศตนชะมัด (เวลาคุยกับเรา ต้องย่อจนมาอยู่ระดับเดียวกันจนแทบจะคุกเข่ากับพื้น ขนาดเราเด็กว่านะเนี่ย แต่อาจจะเป็นเฉพาะแอร์ญี่ปุ่นด้วยมั้ง แอร์ฝรั่งเห็นยืนค้ำคุยกับผู้โดยสารข้างหลังเฉย อืม ๆ )
 
เจอแบบนี้แล้ว เกิดแฟนอยากไปเป็นแอร์คงคิดหนักเหมือนกันนะฮะเนี่ย  

 
เรื่องที่สอง สิ่งอำนวยความสะดวก
 
ประทับใจสุด ๆ เพราะว่ามันต้องนั่งนาน ๆ (นอนด้วย) บนเครื่องบินก็จะมีเครื่องอำนวยความสะดวกอันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ที่นั่งบนเครื่องบินที่มีพื้นที่เยอะมาก สามารถเหยียดขาได้จนสุด (ไม่ต้องนั่งงอเข่าติดพนักข้างหน้าเหมือนรถตู้ในกรุงเทพหรอกนะครับ) ตัวพนักเก้าอี้เองก็ปรับได้เยอะมาก ทั้งเอนหลัง ยกพนักพิงขาขึ้น ที่เหยียบเท้าที่ยืดเข้าออกได้ให้พอดีกับความยาวขาของเรา (จะได้ไม่ต้องนั่งห้อยขาให้เมื่อ) พนักพิงก็ปรับอากาศให้พองมาดันตรงบั้นเอวได้ จะได้ไม่เมื่อยหลัง กระทั่งที่พิงศีรษะยังดันด้านข้างให้นูนขึ้นมาสำหรับซบได้อีก เรียกได้ว่านอนสบายน้อยกว่าเหยียดยาวบนเตียงนิดเดียว เล่นเอาที่ผมฝึกนอนบนเก้าอี้มาทั้งอาทิตย์ไร้ค่าไปเลย
 
ยัง ยังไม่พอ ยังมีรองเท้าแตะให้เปลี่ยนสำหรับเดินไปเดินมา มีเสื้อหนาวแบบไหมพรมให้ใส่เผื่อหนาว แถมในห้องน้ำยังมีแปรงสีฟันสำรองให้อีก ขึ้นเครื่องบินตัวเปล่าได้เลยนะเนี่ย
 
สิ่งที่ชอบที่สุดคงจะเป็น entertainment หลายรูปแบบ นิตยสาร (ส่วนใหญ่โฆษณาสินค้ามากกว่า) แล้วก็ที่วางแขนข้าง ๆ ตัวเรา พอกดปุ่ม จอส่วนตัวก็จะเด้งขึ้นมา เรียกได้ว่าดูหนังที่ตัวเองอยากดูได้สบาย ไม่ต้องง้อใคร หรือชะเง้อมองจอข้างหน้าเหมือนสมัยสิบปีก่อน
 
จอส่วนตัวนี่ นอกจากดูหนัง ซึ่งเราเลือกโปรแกรมเองได้ จะเริ่ม จะเร่ง จะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ (ผมดูหนังไปทั้งหมดสี่เรื่อง เล่นเอาตาแฉะ)  ก็ยังมีรายงานสภาพอากาศ ข่าว วิทยุในกรณีที่จะฟังเพลงเฉย ๆ เพลงก็มีหลากหลาย ทั้งโอเปร่า แจ๊ส คลาสสิค อุทาดะ ฮิคารุยังมีเล่นครับท่าน แล้วยังมีเกมให้เล่นอีกด้วย (จอยก็ใช้รีโมทนั่นแหละ) นั่งเล่น Street Fighter อยู่เกือบชั่วโมง ประทับใจจริง ๆ
 
สรุปว่า อยู่บนเครื่องบิน ไม่ต้องซื้อนิยายอะไรไปอ่านก็ได้ ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกที่เค้าให้ + นอนหลับ ก็ทำให้สิบกว่าชั่วโมงผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว (เรื่อง cinderella man ผมยังดูไม่จบเลยอ่ะ เสียดายโคตร)
 

 
เรื่องที่สาม อยู่บนเครื่องบิน มันทำอะไรกันบ้าง
 
อันนี้ถอยมาดูภาพกว้างบ้าง เริ่มตั้งแต่เดินเข้าไป หาที่นั่ง เอาของวางเรียบร้อย พนักงานก็จะมารับสูทของเราไปแขวน กันยับ (ไม่ได้ใส่สูทไปหรอกครับ แต่กระแดะส่งเสื้อกันหนาวให้ เค้าก็รับไปไม่ว่าอะไร)
 
นั่งที่เรียบร้อย แอร์ก็เดินเอาแม็กกาซีน หนังสือพิมพ์มาแจก แล้วก็ฉายขั้นตอนการปฏิบัติตัวบนเครื่องบิน
 
พอเครื่องขึ้นแล้ว คราวนี้ก็ได้ผ้าร้อนมาเช็ดหน้า มีเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ให้เลือกว่าจะเอาชาเขียวขมสนิท หรือแชมเปญฟองฟ่อด (จะเอาทั้งสองอันก็ได้) จากนั้นก็เสิร์ฟอาหารมื้อแรก เราสามารถเลือกได้ว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารฝรั่ง ช่วงที่นั่งรอก็จะมีออร์เดิร์ฟมาให้ เป็นค็อกเทล จิ้ม ๆ กับมะกอกดอง ดูไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นอะไร
 
อาหารบนเครื่องบินอร่อยนะฮะ โดยเฉพาะมื้อแรก พอมื้อที่สองเริ่มอืด กินอะไรไม่ค่อยได้ ถ้าเป็นสเต๊กก็เป็นมีเดียมแรร์ เนื้อนิ่มมาก ๆ เลือกขนมปังได้ด้วย (ขนมปังนี่เบิ้ลได้) ปริมาณให้มื้อนึงก็อิ่มพอดี เครื่องดื่มเป็นไวน์ขาว ไวน์แดง หรือ soft drinks พวกน้ำผลไม้ไม่ได้อยู่ในรถเข็นนะฮะ(ผมก็เพิ่งจะรู้) ขอน้ำส้มที่ เค้าต้องเดินกลับไปเอาที่ครัว "- – พอทานใกล้เสร็จ ถ้าเป็นอาหารฝรั่งก็จะมาถามว่ารับชาหรือกาแฟ ถ้าเป็นอาหารญี่ปุ่นก็จะเสิร์ฟชาเขียวร้อน
 
จากนั้นก็จะมีขนมให้เลือก พวก cheese cake, butter cake, brownies  หรือ fruit salad เวลาแอร์ยกถาดมาให้ดู ชี้เฉย ๆ นะครับว่าจะเอาอะไร แล้วเค้าจะใส่จานให้เราเอง ตอนนั้นผมเอื้อมมือไปหยิบ แอร์ยกถาดหนีเกือบไม่ทัน (เสร่อซ้า) ทานเสร็จก็มีช็อกโกแลตตบท้าย (เมืองไทย ก้อนละ 30 กว่าบาทคับ จำได้ ๆ) ละลายร่วนในปาก อร่อยลืมตาย
 
ทานเสร็จ เค้าจะปิดไฟไล่ให้นอนครับ แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นเวลากลางวันสว่างโร่ก็ตาม  แต่ก็มีผู้โดยสารบ้าจี้นอนหลับด้วยแฮะ แต่ผมว่าเป็นวิธีที่เวิร์คนะ เพราะฅนนอนมันจะไม่ค่อยเรื่องมากละ
 
ช่วงปิดไฟนี่ถ้าใครหิวก็ขออาหารว่างได้ครับ มีอุด้ง ราเมงถ้วย พิซซ่าชิ้นเล็ก ๆ แล้วก็คัพโจ๊ก ตอนนั้นผมไม่หิวมาก–แต่ตะกละ ขออุด้งมาลอง อร่อยจนน้ำตาไหล
 
พอเปิดไฟตื่น ก็แจกผ้าร้อนอีกรอบครับ แล้วก็เสิร์ฟอาหารมื้อที่สอง มื้อนี้จะเป็นมื้อเบา ๆ ซึ่งมันก็ยังไม่หิวจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเป็นแบบญี่ปุ่นก็เป็นพวกข้าวต้ม + กับ ถ้าเป็นอาหารฝรั่งก็เป็นไข่ กุ้งกับหอย อะไรประมาณนี้ อาหารก็จะไม่ฟูลคอร์สเหมือนมื้อแรก ตบท้ายด้วยไอศกรีมถ้วย ไม่ได้ขอเพิ่มนะครับ แต่พอผมทานหมดก็นั่งมองฅนข้าง ๆ ตาละห้อย แอร์ก็เลยเอามาให้อีกถ้วย รู้ใจเจรง ๆ
 
หนึ่งชั่วโมงก่อนถึง ก็จะมีประกาศเตือนว่าใกล้ถึงแล้วนะ แล้ว 20-30 นาทีก่อนถึง แอร์ก็จะมาเดินเก็บหูฟัง เก็บเมนูอาหาร บอกให้เราปรับพนักเก้าอี้ให้ตรง เอาที่วางอาหารลง รัดเข็มขัด
 
สุดท้าย ก็ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
 

 
จบแค่นี้ก่อนละกาน คราวหน้าคงพูดเรื่องเที่ยวบ้างละครับ ด้วยความที่หายไปนาน กลับมาเจอว่าเพื่อน ๆ อัพบล๊อคกันเยอะมาก ยังไม่มีเวลาอ่านเลย ไว้จะทยอยอ่านแล้วเมนท์ตามทีหลังนะครับ
 
ส่วนฅนที่เมนท์ให้คราวที่แล้ว ตอบให้หมดแล้วจ้า
 
 
*** อัลบั้มรูปอัพแล้วนะครับ ดูในชื่อ FACScanto Workshop*****
Comments
  1. gibt says:

    อิ อิ คราวนี้มาเป็นคนแรกเลย star alliance คือกลุ่มพันธมิตรทางสายการบินจ้า แบบว่าจะค่อนข้างรับประกันด้านบริการ และได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างเช่นถ้าไปขึ้นเครื่องที่ประเทศที่มีสายการบินในกลุ่มอยู่ สมาชิกก็มีเช่น SAS-scandinavian airline,thai airways,singapore airlineเคยขึ้น SAS ที่สิงคโปร์เข้าจะมีห้องพักพิเศษสำหรับรอขึ้นเครื่องในสนามบินด้วย (business class up na) หรือว่าอย่างในเมืองไทยอาจจะมีสิทธิพิเศษในการเช็คขึ้นเครื่อง หรือถ้าหากมีปัญหาก็สามารถเปลี่ยนตั๋วระหว่างสายการบินในกลุ่มได้ (นี่คือที่รู้คร่าวๆจากพ่อนะ)

  2. Chayanin says:

    โอ้ พี่ก้อนกลับมาแล้วมาคอมเมนต์สเปซผมเป็นชุดเลยแฮะ

  3. Chayanin says:

    เอ้อ ลืมบอกชอบชื่อสเปซพี่ก้อนจังThere is no free lunchคำพูดติดปากนักเศรษฐศาสตร์เลยแฮะ

  4. แองเจิ้ณ says:

    เป็นสายการบินที่เจ๋งมาก ดูจากจำนวนคนน่าจะเป็นeconomicแต่บริการบนเครื่องเป็นbusinessมากๆอ่ะค่ะแต่ถ้าชั้นที่พี่ก้อนไปนั่งเป็นbusinessก้อจะไม่แปลกใจหรอกนะแต่จะบอกว่าเป็นbusinessที่seatเยอะมากกกกกกกกหนูเคยนั่งเครื่องบินไปอเมริกาเข้านิวยอร์กแต่ของหนู19ชม.ครึ่งอ่ะพี่ก้อน ไม่รู้ว่าเค้าบินไปทางไหนใครถึงก่อน แบบว่านั่งกันลืมชื่อตัวเองไปเลย- -" แต่อิจฉาอ่ะ!!><ของหนูไม่มีจอส่วนตัวแล้วก้อรองเท้าแตะเซงๆ- -"วันหลังถ้ามีโอกาส…"ถ้ามี"(ตังค์)จะไปนั่งสายการบินนี้มั่ง หุหุ

  5. Patha says:

    gibt >>> ขอบใจมากจ้า แหม ข้อมูลนี่ทำให้บล๊อคนี้มีสาระขึ้นอักโข KUS³²Sεε-Douβlε-U >>> ชื่อ space ไว้คอยเตือนใจจ้า ว่าหลังจากที่ไปหลั่นล้าเปลี่ยนที่ซุกหัวนอนมา 7 วัน สิ่งที่รออยู่เมื่อกลับมา ถึงไม่ใช่นรกก็ใกล้เคียง "- – angel_hipz >>> ที่พี่นั่งเป็นชั้น Premium Economic จ้า หรูกว่าชั้นประหยัดหน่อย แต่ไม่ถึงกับเป็นชั้นธุรกิจ (เวลากินข้าวมีผ้าปูโต๊ะด้วยนะเอ้อ) ส่วนเรื่องจำนวนที่นั่ง อันนี้ชักไม่แน่ใจแฮะ มันแถวละ 6 ฅน นับ ๆ ดูน่าจะถึง 10 แถวนะ (อันนี้ไม่ชัวร์) ส่วนสายการบินนี้ เห็นพี่เขาบอกว่าถูกกว่าไทยอินเตอร์ละ (แหะ ๆ)– มีตังค์ลองนั่ง fisrt class ดูดิ เห็นในรูปแล้ว โอ้ว ก่อกิเลสน่าดู

  6. Jang says:

    ก้อนพี่มาเมนท์ให้สองทีแล้วนะมันไม่ไปเลยอ่ะ ลืมเซฟอีกแระวันหลังค่อยมาใหม่แระกันเอายันต์ออกด้วยนะ…รูปน้อยจัง

  7. SoM says:

    อิดฉาจัง ดูหรูหรา ไฮโซมากๆ ชีวิตนี้นู๋คงมะมีบุญได้นั่งTT-TT

  8. Chayanin says:

    คิดๆดูแล้วถ้าพี่ก้อนไว้เคราตอนไปจะมีปัญหามั้ยเนี่ยหน้าตานี่แบบผู้ก่อการร้ายเลย

  9. Jang says:

    มารอบสองค่ะ รอบแรกเมนท์ไม่ผ่านหุหุ สงสัยไปเหน็บแนมการบินไทยไว้เยอะเห็นคอมเมนท์ป่าน ยิ้มเลยอ่ะ…ก็คุยกะคุณแม่ก้อนนะว่าก้อนจะไว้เคราอีกหรือเปล่าด้วยความห่วงนิดๆว่าเธอจะผ่านImmigration Divisionไปได้หรือเปล่า ในที่สุดก็ไม่ไว้หนวดเคราต่อท่ามกลางความโล่งใจ..^_^แต่ก็ไม่เป็นไรมั้งกระแส september11 ก็จางๆลงบ้างแล้วพี่ไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ปีนึง ตัวเล็กไปคลานเป็นทหารเล่นยิงปืนกันที่สนามบินที่LA.อูยโดนเจ้าหน้าที่ที่นั่นเอ็ดซะ ประมาณเล่นแบบนี้ไม่ได้ นะเค้ากำลังขวัญเสียกันอยู่กระเป๋ายืมน้องสาวขนของกลับมา แบบเธอไปบินแถวคูเวตไงมีสติกเกอร์ภาษาอาหรับแปะๆมานะ ถามซะยิบเชียวหลังๆพี่โจ้เอามาใช้ไม่เห็นมีปัญหาเลย มันเลิกหวาดระแวงแล้วมั้ง…………………………..ท่าทางอาหารคงอร่อยจริงๆน้าก้อนน้าจากรูปและเจอตัวจริงที่งานประจำปี คาดว่าก้อนจะเอนจอยเจงๆกะการกิน..555เอาเหอะ…เดี๋ยวก็มาใช้แรงงานต่อคงผอมในเร็ววัน (แต่ไม่อ้วนนะแค่ดูอิ่มเอิบขึ้นเท่านั้นอิอิ)…………………………..พี่โจ้เวลาไปทำงานที่ตปท.ก็เหมือนกันเธอเริ่มแต่ก่อนขึ้นเครื่องเลยเริ่มจากอาหารที่เล้าจ์ ระหว่างไปนั่งรอขึ้นเครื่อง พอขึ้นก็โซ้ยจนลงเครื่องนัยว่า อาหารของประเทศที่จะไปไม่ถูกปาก ขอโซ้ยให้หนำใจก่อนไงโฮะๆๆแต่ขอบอกขนาดไม่ถูกปากกลับจากเมืองนอกมาแต่ละทีขึ้นทีละโลๆเอากะเค้าดิ่…(เออ..ผิดกะพี่นะไปอยู่เมืองนอกยิ่งผอมลงๆ อยู่กะนมเนยมากๆยิ่งกินไรไม่ลง )……………………ชอบซานโฮเซ่นะ เคยพูดกะพี่โจ้ว่าถ้าได้ย้ายไปทำงานที่อเมริกาอยากไปอยู่ที่นี่แหล่ะ อากาศก็ดี เงียบสงบดีแต่คงไม่ได้ไปอยู่แถวนั้นแน่ๆเลยอ่ะ..ที่ทำงานก็อยู่อีกฝั่ง หนาวก็หนาวมีหิมะด้วยไม่ชอบเลยแรกๆไปเมืองนอกเห็นหิมะดี๊ด๊าเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง พอสักสองสามชั่วโมงเอาล่ะว้า มานั่งโกยหิมะออกจากประตูบ้าน ออกจากถนนหน้าบ้านตายๆๆๆ ไปไหนก็ลำบากยิ่งกว่าฝนตกหนักๆบ้านเราอีก เซ็งจะตาย เคยปีนออกทางหน้าต่างมาโกยหิมะหน้าประตูบ้าน ขำกันแทบตายพูดกันว่านี่ถ้าขี้เกียจสักวันแล้วมันตกหนักๆสงสัยต้องปีนเข้าปีนออกทางปล่องไฟแต่ก็ยังไงก๊อ สมัครใจอยู่ที่เมืองไทยดีก่า…ยังไงก็บ้านเรา……….ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า

  10. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> รูปยังเอามาลงไม่หมดฮะ พอดีทริปนี้มีแต่ฅนไม่ชอบถ่ายรูป ไอ้เราไปจะถ่ายเอา ๆ ก็เลยเกรงใจ ที่ไปเค้าก็ยังเข้มงวดอยู่ฮะ กระเห๋านี่เปิดดูกลอดเลย ห้ามล็อคด้วย ให้ปลดล็อคไว้ เวลาตรวจฅนเข้าเมืองเช็คกระทั่งพื้นรองเท้า (เห็นอะไรแหลม ๆ โดนรื้อเกลี้ยง โชคดีทีผ่านมาได้ด้วยดี)อาหารที่นู่นรสชาติใช้ได้คับ (น้ำหนักขึ้น 3 โล) แล้วก็ได้เยอะมาก ๆ อยู่ที่นู่น 1 อาทิตย์นี่กำลังดีคับ ถ้านานกว่านี้คงชักจะเริ่มเอียนชีสกะขนมปัง (กินมันแม่งทุกมื้อเลย) นั่งดูหิมะก็สวยดีครับ นาน ๆ ทีคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเจอแบบเป็นชีวิตประจำวันคงเบื่อเหมือนกัน เห็นด้วยว่าอยู่เมืองไทยดีที่สุดแล้ว (ถ้ามันร้อนน้อยกว่านี้หน่อยก็ดีเน้อ)SoM-zab >>> อันนี้แนะนำให้รอตอนไปอันนีมูนฮะ หาสามีอยุ่การบินไทยดิ อาจจะได้นั่งชั้นดี ๆ ก็ได้ (แนะนำอะไรยากเกินไปรึเปล่าหว่า)KUS³²_Neromics>>>> อันนั้นก็น่าห่วงเหมือนกันนะ แต่แค่หน้าตาไม่น่าไว้ใจ ไม่น่าโดนกักตัวรึส่งกลับประเทศนา (แต่สุดท้ายเพื่อความชัวร์ก็ต้องโกนหนวดก่อนไปอยู่ดี)

  11. THAM says:

    พี่ก้อนสวัสดีครับผมธามครับ มาดูรูปพี่ก้อนไปเที่ยวซานโฮเซ่นะครับพี่ก้อนไม่ได้ไปหาแม่โจ้กะน้องลานนาเสียดายจัง น้องลานนา(มายรา)น่ารักมากๆครับรูปพี่ก้อนเท่ดีนะครับ ปีหน้าถ้าผมไปผมจะทำท่าเท่ๆมาฝากมั่งผมไม่ได้อ่านทั้งหมดหรอกเพราะยาวมากแม่อ่านให้ฟัง ผมชอบไปการบินสิงคโปร์เพราะมีเกมส์เล่นตลอดเลยสวัสดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s