ฉันอยู่นี่ การ์ตูนที่รัก

Posted: December 20, 2005 in Re-writer
ช่วงนี้รู้สึกขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตยังไงก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอากาศมันเย็น หรือมันเป็นช่วงปลายปี หรือ ฯลฯ แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่เพราะว่าว่างเกินจนฟุ้งซ่าน เพราะว่าโปรเจ็คก็กองพะเนินเทินทึกจนปั่นไม่ทันอยู่ดี
 
แค่รู้สึกว่า ทำไมเดี๋ยวนี้เราอ่อนแอจนเหงาเวลาอยู่ตัวฅนเดียวหว่า?
 
เอ้า เปลี่ยนเรื่อง ๆ 
 
 
 
จริง ๆ แล้วเมื่อสุดสัปดาห์ทีผ่านมาได้ไปดูละครเวทีเรื่อง "อลหม่านบ้านทรายทอง" ตอนแรกก็แพลนว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ แต่ไป ๆ มา ๆ หลังดูจบก็นั่ง discuss กับสุดที่รักจนหมดไส้หมดพุง ก็เลยหมดฟีลที่จะเขียนถึง (ซะงั้น) แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รู้สึกจะฉลองเล่นครบ 100 รอบแล้วหนิ ใครไม่ได้ไปดูนับว่าเสียดายยิ่งนัก
 
แต่ด้วยความที่เราขี้เกียจเขียนเรื่องนี้ซ้ำ
 
ก็เลยต้องหาเรื่องใหม่ ๆ มาพูดถึงแทน ก็เลยนึกขึ้นได้
ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา ลงทุนซื้อการ์ตูนญี่ปุ่นยกชุดไปสองเรื่อง (ไม่ได้ลงทุนยังงี้บ่อย ๆ นะเนี่ย) คือเรื่อง NANA กับเรื่อง เสน่ห์สาวข้าวปั้น
 
เรื่องแรก ได้แรงบันดาลใจอันมากมายจากหนัง (ใครที่ยังไม่ทราบ  NANA เป็นการ์ตูนที่เขียนโดยอาจารย์ ไอ ยาซาว่า ก่อนที่จะทำเป็นหนังโรง พอดีผมไม่เคยอ่านการ์ตูน แต่ได้ไปดูหนังก่อน เนื้อเรื่องเป็นยังไง ไปเสิร์ชกันเอาเอง) สิ่งที่ผมสนใจคือ อยากจะทราบว่าตัวละครมีพัฒนาการต่อจากเนื้อเรื่องในหนังอย่างไร จนทนไม่ไหวต้องซื้อมาอ่าน อ่านแล้วก็ผิดคาดเล็ก ๆ เพราะว่าผู้เขียนพลิกเรื่องไปอีกทางเลย เล่นเอาตามไม่ถูก (แต่ก็พอเข้าใจ ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงดังมาก เนื้อเรื่องที่เดาตอนจบได้ง่าย ๆ คงไม่น่าติดตามขนาดนี้)
 
 
เรื่องที่สอง เป็นที่น่าประหลาดใจมากว่า เพื่อน ๆ ของผมที่เป็นเซียนการ์ตูนหลายฅนไม่รู้จัก (มึงพลาดอะไรไปบางอย่างในชีวิตแล้วล่ะ เพื่อนเอ๋ย ) จริง ๆ รู้จักเรื่องนี้เพราะรูมเมทอ่าน แล้วก็ทิ้งไว้ในห้อง ก็เลยหยิบพลิก ๆ มาดู ที่ตัดสินใจซื้อเพราะว่าอ่านแล้วจุดพีคของเรื่องนี้เล่นเอาเราขนลุกไปหลายตอน อ่านแล้วให้เกรด A ไปโดยไม่ลังเล พอเจอแหล่งที่ขายก็เลยตัดสินใจซื้อเลย
 
 
สิ่งหนึ่งที่ เพื่อน ๆ ผมหลายฅนไม่ได้อ่านการ์ตูนทั้งสองเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า ทั้งสองเรื่องจัดอยู่ในกลุ่ม "การ์ตูนผู้หญิง" ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ผู้ชายอกสามศอกอย่างเรา ๆ ถ้าถือเดินไปเดินมา นับว่าทลายมาดแมนไปจนหมดสิ้น หลาย ๆ ฅนก็เลยพลาดเรื่องดี ๆ ไปอย่างเน่าเสียดาย
 
 
ผมเองตอนแรก ๆ ก็ไม่ได้สนใจการ์ตูนในกลุ่มนี้ แต่ก็พอมีประสบการณ์ได้อ่านบ้าง ที่นึก ๆ ได้ก็มี หน้ากากแก้ว สาวแกร่งแรงเกินร้อย (F4 นั่นแหละ) แล้วก็ผลงานของ CLAMP บางเรื่อง (แต่ของเจ้านี้ เป็นการ์ตูนที่อ่านได้ทั้งสองเพศมากกว่านะ)
 
ผมว่า สิ่งหนึ่งสำหรับนักอ่านที่ชินกับการ์ตูนผู้ชายอาจจะต้องปรับนิดหน่อยเมื่อมาอ่านการ์ตูนของอีกเพศไม่ว่าจะเป็น ลายเส้นโปร่ง ๆ ขาดน้ำหนักเข้มสุด หรือว่าไม่ค่อยมีสกรีนโทน มันจะโล่ง ๆ ไม่ค่อยมีมิติ หรือเอะอะ ๆ ก็โคลสเข้าใกล้หน้าของตัวละคร ไม่ค่อยเห็นฉากเต็มตัวเท่าไหร่ ไม่ก็ชอบมีดอกไม้นานาชนิดเป็นฉากหลัง (อ่านตอนแรก ๆ แล้วดูมันขัด ๆ )
 
 
ผมคิดว่าการ์ตูนผู้หญิงไม่ค่อยเน้นลายเส้นสวยงาม อลังการเท่าไหร่นะครับ (บางฅนอาจจะเถียงว่าไม่จริง) อย่างการ์ตูนผู้ชาย เหมือนเราจะถูกฝังหัวกันมาเลยว่า ลายเส้น 50 เนื้อเรื่อง 50 ประมาณว่า เนื้อเรื่องไม่ดี แต่ถ้าลายเส้นสวย ยังไงก็มีฅนซื้อมาอ่าน เลยกลายเป็นว่าการ์ตูนของเรา (ฅนไทย) หลาย ๆ เรื่อง ลายเส้นสวยระดับอินเตอร์ แต่เนื้อเรื่องยังล้าหลังอยู่มาก สำหรับการ์ตูนผู้หญิงนี่ ยอมรับว่า ยังแยกไม่ค่อยออกจริง ๆ ครับ ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าลายเส้นสวย แบบไหนถึงจะเรียกว่าธรรมดา (ดูมันเหมือน ๆ กันไปหมด)
 
 
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นของการ์ตูนผู้หญิงเลย (โดยเฉพาะสองเรื่องที่เพิ่งกล่าวถึงไป) ก็คือการเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละคร  คือความสัมพันธ์ของตัวละครจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จากฅนแปลกหน้า- เพื่อน-เพื่อนสนิท – ฅนรัก- ฅนเคยรัก – กลับมารักกันอีก ฯลฯ ทำให้ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวละครหน้าเดิม ๆ ใช้อยู่ไม่กี่ตัว แต่ด้วยความที่ความสัมพันธ์ของตัวละครมันแปรเปลี่ยนไป ก็ทำให้เรารู้สึกลุ้นไปกับตัวละครเสมอ ๆ
 
 
เรียกง่าย ๆ ว่ามีพัฒนาการของบุคลิกภาพ อย่างการ์ตูนผู้ชาย ส่วนใหญ่ ตอนต้นเรื่องนิสัยยังไง รู้สึกกับใครยังไง จนท้ายเรื่องก็จะเป็นแบบนั้น ไม่ค่อยเปลี่ยน ทำให้เวลาเขียนไปเรื่อย ๆ ยาวขึ้น ๆ สิ่งที่นักเขียนต้องทำเพื่อให้เรื่องมันสนุกตลอดก็คือ ต้องสร้างตัวละครใหม่ออกมาเรื่อย ๆ จนบางทีเกิดอาการที่ตัวละคร ตายไปจากความทรงจำของผู้อ่าน (เนื่องจากไม่มีบทให้ออก)  ผมเองประทับใจในส่วนนี้ของการ์ตูนผู้หญิงนะฮะ ชัดมากเลยว่าเวลาอ่านเล่มหลัง ๆ กับเล่มแรก ๆ แล้ว ตัวละครแต่ละตัว รู้สึกต่ออีกฝ่ายยังไง ทั้งคำพูดคำจา การกระทำ ทำให้ตัวละครตัวนี้ "ใหม่" สำหรับเราตลอดเวลา แล้วก็แอบลุ้นว่า ตัวละครจะพัฒนาบุคลิกไปได้ถึงขึ้นไหน ไม่แปลกที่เวลาเราอ่านการ์ตูนผู้ชาย เราจะจำได้ว่า ตัวเอกเจอกับสถานการณ์อะไร คลี่คลายยังไง ในขณะที่เวลาเราอ่านการ์ตูนผู้หญิง เราจะจำสถานการณ์ไม่ค่อยได้ แต่จะจำได้ดีว่า ช่วงนี้ ตัวเอก "รู้สึก" ยังไงกับตัวละครตัวอื่น
 
 
 
นอกจากนี้ การถ่ายทอดเรื่องราว มักจะทำให้ตัวละคร จมอยู่กับทะเลความคิดของตัวเอง  สังเกตดูสิว่า มีแต่การ์ตูนผุ้หญิงเท่านั้นแหละ ที่มีกรอบบรรยายความคิดของตัวละคร ว่าตอนนั้น ๆ รู้สึกอย่างไร คิดอะไรอยู่ ในขณะที่การ์ตูนผู้ชาย แทบไม่มีกรอบบรรยายแบบนั้นเลย (เวลาทำเป็นหนัง การ์ตูนผู้หญิงก็จะมี voice over-เสียงพากษ์จากผู้บรรยาย- เป็นระยะ ๆ) จะให้การแสดงออกทางด้านพฤติกรรม หรือคำพูดของตัวละคร เพื่อบอกสิ่งที่อยู่ในใจ ผลพลอยได้ของการ์ตูนผู้หญิงก็คือ นอกจากตัวเอกที่มีกรอบบรรยายความรู้สึก (เกือบจะตลอดเวลา) แล้ว ตัวละครอื่น ๆ เราจะไม่รู้เลยว่า คิดอะไรอยู่ หรือรู้สึกอย่างไร ซึ่งก็ทำให้เราลุ้นเหมือนกันว่า เออ ตอนนี้ตัวละครตัวนี้ หลงรักนางเอกรึยัง (วะ) หรือรู้สึกแค่เป็นเพื่อนเฉย ๆ ฯลฯ การ์ตูนผู้ชาย การแสดงออกทางอารมณ์จะตรงไปตรงมากว่าครับ รักก็ดูออกว่ารัก  โกรธก็ดูออกว่าโกรธ  ส่วนของอารมณ์จะไม่ซับซ้อนเหมือนกับการ์ตูนผู้หญิง เพราะงั้น การ์ตูนผู้หญิง ตัวละครโวยวาย เอะอะหน้าแดง อาจจะเป็นได้ทั้ง โกรธ เขิน หรือรู้สึกผิด เรียกได้ว่าเข้าใจยากพอ ๆ กับผู้หญิงเลย (ฮา)
 
 
สรุปว่าอ่านการ์ตูนผู้หญิงก็รู้สึกสนุกดีฮะ ได้เปิดมุมมองอะไรใหม่ ๆ ตัวเอกไม่จำเป็นต้องมีพลังพิสดาร ปล่อยแสง เหาะได้  หรือไม่จำเป็นต้องมีฉากแอ็คชั่นมันส์ ๆ ฆ่ากันเลือดสาด ก็อ่านแล้วสนุกได้ แค่เล่นกับความรู้สึก แล้วก็ความสัมพันธ์ของตัวละครนี่ล่ะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็อาจจะเกิดได้ในชีวิตประจำวัน (อาจจะมีเว่อร์บ้างนิดหน่อย แต่ไม่เว่อร์อย่างการ์ตูนผู้ชายแน่นอน)
 
 
อ่านแล้วก็ได้เห็นวิธีการมองโลกของผู้ชายกับของผู้หญิง ว่าแตกต่างกันอย่างไร (ขนาดวิธีถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการ์ตูนยังต่างกันเลย) ใครมีมุมมองอะไรก็มาแชร์กันได้นะฮะ
 
ปล. บล็อคคราวนี้ อ่านแล้วอาจจะมึน ๆ หน่อย พอดีไม่มีตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพเท่าไหร่ แต่คิดว่าใครที่เคยอ่านการ์ตูน ไม่ว่าจะชายหรือหญิง อาจจะพอนึกภาพสิ่งที่ผมบรรยายออก ส่วนใครที่ไม่เคยอ่านการ์ตูน ลองเปรียบเทียบนิยายที่แต่งโดยนักเขียนชาย  กับนิยายที่แต่งโดยนักเขียนหญิง  ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ฮะ
 
 
 
 
Advertisements
Comments
  1. Jang says:

    แหงะ..แป๊กๆๆๆมะชอบอ่านการ์ตูนอ่ะ..อ่านน้อยถึงน้อยที่สุดแล้วนักเขียนที่เป็นชายที่รู้จักส่วนใหญ่จะจอมดีเทลด้วยจิ่..ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่อ่ะค่ะเอาง่ายๆนะแค่เรื่องลอร์ด ออฟเดอะริง กะแฮรี่นี่ ก้อนว่าอะไรดีเทลจะเยอะซับซ้อนกว่ากัน………..คงต้องเปิดอีกกระทู้กระมัง..วันนี้ตั้งใจมาสั้นๆเกือบยาวแระ..ปล.ถ้าเหมือนกันพระเจ้าจะสร้างมาให้ต่างทำไมเล่าปล.2 เหงาอะไรกันนักกันหนาฝนก้เศร้าหนาวก็เบื่อ..เอาใจยากเจง

  2. Jang says:

    มารอบสองเมื่อคืนง่วงนอนมากแต่อยากเปิดซิง(อันนี้ที่มามาจากบลอคมายด์)……………. พี่อ่านการ์ตูนน้อยมากเท่าที่จำได้เรื่องที่อ่านมากที่สุดคือโดเรมอน และเรื่องที่ก้อนบอกคือหน้ากากแก้ว(รู้สึกจะมีสองสำนักพิมพ์นะ) แคนดี้(อันนี้อ่านจบเพราะตอนนั้นไปนอนเกาะสมุยไม่มีไรอ่าน)อีกเรื่องคือคำสาปฟาโรห์ หน้ากากแก้วอ่านไปได้กว่าครึ่งแล้วเลิกอ่านแล้ว แบบ "เหนื่อย" เหมือนหนังช่องเจ็ดไงไม่รู้ เรื่องหลังก็เหมือนกัน อันนี้หนักกว่า อ่านไปไม่นานเลิกอีกเหมือนกัน แบบมันแกว่งๆ ลากไปลากมาไม่มีทิศทางประมาณขายดีก็ปั่นให้ยืด อันนี้พี่ไม่ชอบอย่างมาก ทำให้เรื่องมันไม่มีเสน่ห์ แล้วอย่างที่ก้อนบอกดีเทลเยอะเจงๆ ด้วยเหตุที่ขี้รำคาญเลยหยุดอ่านไปเลย คิดอยู่ว่าเรามีความเป็นหญิงน้อยกว่าปกติหรือเปล่า(วะ) ไม่ค่อยอ่านการ์ตูนเนื่องด้วยเป็นคนอ่านหนังสือเร็วมากและจินตนาการสูง พออ่านการ์ตูนเหมือนดูหนังมันทำให้จินตนาการแป๊กไปก่อน แต่ก็ดูๆผ่านๆตา เพราะเมื่อก่อนรับจ้างวาดการ์ตูนทำการ์ด วาดติดปกสมุดมั่ง ไดฯเพื่อนมั่ง แล้วแต่ผู้จ้าง ถ้าเป็นการ์ตูนผู้หญิงดังๆจะได้ราคาดีเป็นพิเศษ แหะๆๆ พอมาอ่านการ์ตูนของผู้ชายก็ตอน รู้จักพี่โจ้ใหม่ๆ หยิบๆมาอ่านแต่ก็ไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษมากกว่าลายเส้นจริงๆ (ก็มีคนงงว่ามันอ่านการ์ตูนไงเพราะตะแคงหนังสืออ่าน เปล่าหรอกที่จริงดูลายเส้น) พี่ว่าบางเรื่องมันมีความรุนแรงแบบมากๆซ่อนอยู่ เวลาอ่านบางเรื่อง(จำไม่ได้) มันถ่ายทอดความดิบ เถื่อนผ่านลายเส้นได้อย่างโจ่งแจ้ง จนกลับไปคิดว่า"คนวาด คนเขียน" เขาสื่ออะไรกับเราและกำลังแสดงตัวตนของเขาออกมา หรือเปล่า อย่าว่านะ หากข้อความต่อไปมันอาจขัดกับความรู้สึกของหลายๆคน พี่จะค่อนข้างไม่ชอบการ์ตูนที่แอบกลิ่นอายของความบิดเบี้ยวทางจิตใจ เรื่องบางเรื่องที่ผูกไว้บางทีจะสัมผัสถึง "ความไม่ชอบมาพากล"บางอย่างในจิตใจของคนเขียน การได้วาดการ์ตูนให้คนอ่านมันจะสามารถถ่ายทอดภาพได้โดยตรงไง เราก็รับแบบเต็มๆแต่เด็กๆสักกี่คนที่จะซึมบางสิ่งบางอย่างลงไปโดยที่ประสพการณ์ของเด็กเหล่านั้นไม่สามารถคัดกรอง"ความบิดเบี้ยว" ที่เห็นนั้นได้ ยิ่งถ้าพ่อแม่ไม่มีเวลาดู การ์ตูนบางจำพวก มันได้"ฆ่า"ความคิดด้านดีงามออกไปไม่น้อยทีเดียว เลยไปถึงการ์ตูนที่ออกฉายตามทีวี เวลาเจ้าแฝดจะดูพี่อาศัยซื้อแผ่นมาดู อย่างน้อยเวลาว่างพี่จะนั่งสกรีนชั้นนึงก่อน เวลาดูก็จะนั่งดูกับลูก ตอนไหนที่ตัวละครสื่อความรู้สึกด้านลบจนเกินไป และคุมเครือ พี่จะต้องหาเวลามีนั่งถกกะลูก(นั่นก็ทำให้เขาเติบโตทางความคิดได้อีกทางหนึ่ง) ความรุนแรงที่แฝงมาเสมอในการ์ตูนปัจจุบันทำให้พ่อแม่อย่างพี่ต้องทำงานหนักมากขึ้นอย่างเช่น กว่าจะปลูกฝังเรื่อง"ความกล้าหาญ" ที่ถูกต้องให้ เขาได้มันต้องอาศัยเวลาแต่แค่นั่งดูฉากๆเดียวของการ์ตูน ความหมายที่มีอาจไปอีกทางก็ได้ (เด็กเดี๋ยวนี้กล้ามีเรื่อง แต่หาได้น้อยคนที่จะกล้ารับผิด กล้าอยู่กับจุดยืนที่ถูกต้อง กล้าอยู่กับคนที่ทำดี นักเลงเดี๋ยวนี้ไม่กล้านั่งหันหลังออกนอกบ้าน เมื่อก่อนคำว่าลูกผู้ชาย มีค่าและหาง่ายกว่าสมัยนี้เยอะ) พี่ไม่ใช่คนที่ปิดกั้น ดัดจริตกับกระแสหรือมองโลกสวยงามเกินไปนะเพียงแต่คิดว่า เด็กๆคงมีความสามารถตามขีดจำกัดของอายุ เมื่อเราจะให้เขาจดจำอะไรควร"ตรอง"ก่อนที่จะไปถึงเขา เพื่อที่ว่าสิ่งที่จะถึงมือเขานั้นมันจะสามารถ"สอน" มากกว่า"ครอบงำ" หมายถึง ต้องสอนให้ไตร่ตรองเป็น ก่อนที่จะรับอะไรเข้าไปสู่จิตวิญญาณ อ้าวลามปามไปนู่น.. วกมาเรื่องการ์ตูน ที่อ่านประจำมาไม่นานนี้ก็จะเป็น คินดะอิจิ และโคนันด้วยเหตุที่เป็นสไตล์ที่เราชอบอยู่แล้ว แต่ก้ไม่นานก็กลับไปอ่านหนังสือจนได้ โดยเฉพาะคินดะอิจิที่ โยโคมิโซะ เซชิ เขียนไว้ พออ่านแล้วลืมการ์ตูนไปเลย(คนนี้ก็จอมดีเทลเหมือนกัน ประมาณอ่านแล้วมองเห็นดีเทลมาลอยตรงหน้า) แต่ก็อย่างที่ "ป่าน"บอกไว้ในบลอคล่าสุด การอ่านหนังสือแปลบางทีอรรถรสก็ขาดไปบ้าง เพราะเราไม่เข้าใจภาษาของเขาจริงๆ แต่ก็เอาเถอะคิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยจินตนาการก็ยังตื่น บรรยายซะอยากอ่านมากเลย สรุป ก้อนลงทุนซื้อสองเรื่องนี้แล้ว =เสียตังค์ไปแล้ว+อ่านแล้ว=อย่างเน้ก็ขอยืมได้อ่ะดิ่..หุหุ ปล.1 อีกอย่างสำหรับการ์ตูนผู้หญิง เพื่อนหลายๆคนสมัยม. อ่านแล้ว"เพ้อ" เคยเห็นมะ แบบจะเจอชายในฝันประมาณในการ์ตูนไม๊น้อ แล้วเวลามันอกหักนะเหมือนการ์ตูนเลย เหอๆๆหรือบางทีก็ คิขุโนเนะซะ เห็นแล้วหมั่นตับไตไส้พุง มะเข้าใจพวกมันเลยที่งุ้งงิ้งๆอารายไม่รุ๊ และเนื่องความเซอร์แบบไม่ตกหล่นมาตลอดทำให้ไม่เคยยืมการ์ตูนพวกนี้จากเพื่อนกลุ่มนี้ได้เลย..อ่ะสิ มานบอกว่า"คนอย่างแกอ่านไปก็ไม่เข้าใจหรอก"( + +") ปล.2 จองNANA อ่านต่อ นี่คิวที่เท่าไหร่คร้า

  3. Chayanin says:

    ไม่ชอบอ่านการ์ตูนด้วยสิ"เรียกได้ว่าเข้าใจยากพอ ๆ กับผู้หญิงเลย" เห็นด้วยสุดๆ 555ที่อ่านๆก็มีโดราเอมอนบ้าง คุโรมาตี้ถ้าเพื่อนซื้อ (บั่นทอนปัญญาจริงๆ) โคนันถ้าหายืมได้ (สรุป ไม่ได้ซื้อเลย 555)

  4. Rata says:

    พี่ก้อนนนนนนนนนนนน สุดๆๆๆๆๆๆๆเลยอะเรื่องNANA อะ เป็นการ์ตูนที่เราชอบที่สุดในโลก อ่านบ่อยที่สุดในโลก อ่านทุกวันก็ว่าได้อะ อ่านจนท่องได้อะ แล้ว ฮาจิอะนิสัยเหมือนเรามากๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบไม่ไหวแล้วอะ เราคิดอะไร ฮาจิก็คิดเหมือนเปี๊ยบเลย ชื่อเอ็มเราที่ว่า midori อะ ก็เอามาจากการ์ตูนที่คนเขียนเรื่องนานะ เขียนเหมือนกัน>__<

  5. c e r e a l says:

    ถ้าพี่ก้อนบอกว่าผู้ชายเดินถือการ์ตูนผู้หญิงแล้วแปลก..แอ้คงแปลกกว่า..เพราะไม่เคยถือการ์ตูนผู้หญิงสักเรื่อง..ตั้งแต่เกิดเรยยย..ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เห็นการ์ตูนตาหวานทีไรคันหัวทุกที..จำได้ว่าการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มแรกที่อ่านจบ คือ WOMEN !!!(การ์ตูนโป๊ที่เจอในห้องพี่ชาย เหอๆ…อ่านแล้วอึ้งไปเลยเหอะ)…ต่อมาก็เป็นโดเรมอน แบบกระปริดกระปรอย อ่านบ้างไม่อ่านบ้างแล้วก็เป็นโคนัน ที่คบกันถึงเล่ม 29 ก็เลิกกัน เพราะเค้าทำตัวเหมือนเดิม แอบน่าเบื่อ…จนกระทั่งตอนนี้เจอ "เด็กผู้ชาย" กลุ่มใหญ่ จากการแนะนำของน้องชายพี่ก้อนแล้วตกหลุมรักเข้าอย่างจัง ติดงอมแงมหงึบหงับ.. (โอ สปอยล์แอ้เหอะ)เสียอย่างเดียว .. กว่าเค้าจะมา ต้องให้รออยู่นานมากกกก..นี่ก็รอมาตั้งแต่พฤษภาแระไม่รู้เร้ยยว่าการรอมันทรมาน.. แต่แอ้ยังรอเค้าอยู่นะ…. "20th century boys" ค่ะ

  6. SoM says:

    อ๊า ยังม่ายด้ายดูนานะเรย -*- อดดูแน่ๆเซงๆ ช่วงนี้ก้ม่ายค่อยด้ายอ่านการ์ตูนแล้วเพาะม่ายมีตัง+ม่ายมีการ์ตูนดีๆน่าอ่านออกเรยเซงๆ ยิ่งตอนนี้เลิกอ่านบูมแล้วยิ่งเซงหนัก เฮ่อ // นานะอ่านแล้วเครียด น้ำหูน้ำตาไหลเลย TT-TT

  7. Jang says:

    ◆。。Merry Christmas 。。◆ ◇ ﹒ 。﹒ 。 ☆ 。 ﹒ 。﹒◇ ◆ 。﹒ 。﹒ 。 ▲ 。﹒。﹒ 。 ◆ ◇ 。。。﹒。◢█◣ 。﹒。。。◇ ◆ 。。﹒。◢███◣。﹒。。◆ ◇ 。﹒。◢█████◣。﹒。◇ ◆ 。 。◢███████◣ 。 。◆ ◇ 。﹒。﹒。 ├┼┤ 。﹒ 。﹒。 。◇ ◆。。╭╮☆▇▇▇☆╭╮。。◆ ◇ 。 ╰╯█████╰╯。。◇ อาราก้อน ขอพรtเป็นเจ้าอวยพรสำหรับคุณนะคะ ขอให้สิ่งดีดีที่ตั้งใจไว้จงสำเร็จ ขอให้ชีวิตพานพบแต่สิ่งที่ดีงามเสมอๆและผ่านความทุกข์ยากทั้งมวลที่จะเข้ามาด้วยใจที่เข้มแข็ง "ขอให้*แสงสว่าง*นี้ ส่องสว่างอยู่เสมอ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายๆคนที่เจอะเจอ" ***Merry Christmas Ka****

  8. EIG says:

    เคยอ่านเรื่อง ไอส์ ถือว่าเป็นการ์ตูนผู้หญิงหรือเปล่า ประทับใจมากเลย nana หรอ อืมมมน่าลองอ่านดูครับ

  9. ©~Chefphan~© says:

    ผมอ่านแต่การ์ตูนอาหารอ่า ไม่ก็การ์ตูนผู้ชายที่น่ารักหน่อยเช่น วันพีช หรือ ดรากอน บอล แต่การ์ตูนอาหาร เปนของโปรดที่อ่านได้ไม่เบื่อเปนการ์ตูนที่มีความรู้ด้วยสนุกด้วย 5555ปล. ผมไม่อ่านการ์ตูนผู้หญิงเลยอ่ะ ไม่ชอบตามัน เห็นแล้วมันแวววาวไปหน่อย

  10. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ไอ้เรื่องดีเทลซับซ้อนมันฅนละประเด็นนาผมว่า ที่ผมหมายถึงซับซ้อนน่ะ คือความสัมพันธ์ของตัวละครนะฮะ อย่างพัฒนาการในด้านความสัมพันธ์ของแฮร์รี่ กับลอร์ด อันไหนเห็นชัดกว่ากันละครับ? เรื่องเหงาเรื่องเบื่อ ฅนมีคู่แล้วไม่เข้าใจหรอกครับ T_T เรื่องหน้ากากแก้วผมว่าสนุกนะครับ เค้าสลับระหว่างโลกจริง กับโลกในการแสดงได้ค่อนข้างดี เล่มใหม่ล่าสุดออกแล้ว ยังไม่ได้อ่านเลย (แต่เล่มหลัง ๆ อ่านยากขึ้นน่าดู) ถ้าอ่านหนังสือเร็ว แล้วรู้สึกว่าการ์ตูนมันปิดกั้นจินตนาการนี่ผมพอเข้าใจนะครับ แต่การ์ตูนบางทีก็วาดได้อลังฯกว่าจินตนาการอีกนะเอ้อ (เหมือนหนังนั่นแหละ)เรื่องความบิดเบี้ยวในจิตใจฅน อันนี้เห็นต่างจากพี่แจงนะครับ การ์ตูน ไม่ใช่มีไว้สำหรับเด็กอ่านเท่านั้นนะครับ การ์ตูนแต่ละประเภท ก็มีเรทของมัน (เหมือนกับหนังนั่นแหละ) การ์ตูนที่เขียนมาให้เด็กอ่าน ชำเลืองดูนิดเดียวก็รู้แล้วว่าทำให้เด็กอ่าน ที่พี่แจงไปอ่านเจอ บางทีอาจจะเป็นการ์ตูนสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ใหญ่ก็ได้ (ส่วนการ์ตูนที่ฉายตามทีวี อันนี้บอกได้เลยฮะว่าระบบการจัดเรทห่วยมาก เอาบางทีเอาเรื่องที่เหมาะสำหรับเด็กวัยทีนเอจขึ้นไปมาให้เด็กไม่กี่ขวบดู ตัวการ์ตูนไม่ผิดหรอกครับ ฅนที่เลือกมาต่างหากที่ไม่ระวัง) ส่วนเรื่องการแสดงความบิดเบี้ยงทางจิตผ่านทางการ์ตูน อันนี้ผมไม่เคยคิดเลยนะฮะ เวลาเจอการ์ตูนที่ลายเส้นดิบ ๆ นำเสนอภาพที่ผิดเพี้ยนออกไปจากความเป็นจริง ผมว่าเป็นสไตล์ของผู้เขียนมากกว่า (อย่างศิลปินที่ชอบวาดรูปเกี่ยวกับวิญญาณ และความตาย ก็คงไม่มีใครคิดว่าเจ้าตัวเป็นโรคจิตหรอก จริงไหมฮะ)คินดะอิจิกับโคนัน ไม่ใช่สไตล์ที่ผมชื่นชมนักหรอกฮะ ส่วนตัวแล้วตอนนี้กำลังชอบการ์ตูนแนวปรัชญามากกว่า (แต่หายากมาก)เรื่อง NANA อาทิตย์หน้าจะแบกไปให้ที่โบสถ์แล้วกันครับ แต่…. พี่แจงอาจจะไม่ได้ชอบเรื่องนี้มากก็ได้ เพราะว่านางเอกฅนนึง มีลักษณะเป็นนางเอกแบบเพ้อ ๆ ถึงชายในฝันอย่างเต็มขั้นเลย อย่างพี่แจงอ่านอาจจะมองว่าไร้สาระก็ได้ (ไว้ลองอ่านแล้วค่อยมาคุยกันก็ได้ฮะ)สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อย + ทุกข์น้อยกว่าปีที่ผ่านมานะฮะKUS³²_Neromics >>> เรื่องคุโรมาตี้นี่ บางตอนก็ขยะ แต่บางตอนก็ทึ่งในความคิดของเขานะ ประมาณว่าคิดได้ไง แบบหลุดโลกไปเลย เพื่อนพี่หลาย ๆ ฅนชอบมาก แต่พี่ว่าถ้าเลเวลสูงพอ อ่านนิยายจะเก็บอะไรได้มากกว่าการ์ตูนนะ การ์ตูนนี่เหมาะกับฅนที่ชอบดูภาพมากกว่าซัดกับตัวหนังสือหนะMidorizuu >>> 5555 ที่พี่ไปดู NANA ก็เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากบล็อคของเราเหมือนกันจ้า เออ จะว่าไปคาแร็คเตอร์ของเราก็คล้ายกับฮาจิเหมือนกันนะ ว่าแต่ธีรัชนี่ เหมือนฅนไหนล่ะ อาซาโนะ โชจิ ทาคุมิ? (แต่พี่ว่าเหมือนโนบุนา) cereal_t22 >>> 20th century นี่อ๊ากครับอ๊าก นักอ่านการ์ตูนฅนไหนไม่รู้จักไม่สมควรเรียกว่าเป็นคอการ์ตูนเลย เรื่องการตัดต่อ แบบค่อย ๆ ปล่อยข้อมูลมาทีละนิดแบบไม่เรียงลำดับเวลานะ โอยังต้องศึกษาเอาไปเลย เผื่อจะใช้ในหนังได้SoM-zab >>> จริง ๆ นานะตั้งแต่หลังเล่ม 5 ไปอ่านแล้วเครียดอ่ะ ดูมันมีปัญหารุมล้อมกันทั้งนั้น แต่ก็สนุกนะ ออกอีกก็จะซื้ออีก สาบานตนเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ไปแล้วอ่ะEig31>>> ไอซ์นี่พี่ว่าเป็นการ์ตูนผู้ชายเต็มขั้นเลยนะฮะ (เห็นมีแต่ผู้ชายอ่าน) นานะก็สนุกดี ลองดู ๆ Chefphan>>> การ์ตูนอาหารเดี๋ยวนี้ก็ออกเยอะเต็มไปหมดเลยฮะ เมื่อก่อนก็ตามอ่านทุกเรื่องเลย รู้สึกว่าสนุกดี แต่ตอนนี้เยอะเกินไปแล้ว ม่ายหวาย เหมือนตอนที่การ์ตูนกำลังภายในออกมาเหมือนกัน ช่วงแรก ๆ ก็ตามอ่านหมดเลย แต่ตอนนี้มีเยอะจนไม่รู้เรื่องไหนเป็นเรื่องไหนแล้ว

  11. Jang says:

    พี่ก็ยังเห็นเหมือนเดิมแหล่ะถึงจะจัดเรทยังไง ที่พี่เจอมันไม่รู้เรียกว่าไรเหมือนกันมันไม่ใช่การวาดแสดงลายเส้นหรือความงดงามทางศิลปะอย่างเดียวล่ะสิหนักจะเอาลายเส้นมาสื่อความสยดสยอง และเน้นความเหี้ยมโหดของตัวละครมากกว่าถ้าก้อนอยากเห็นสายเส้นสวยๆที่เกี่ยวกับปรัชญาและจิตวิญญาณพี่มีเล่มนึง"สายน้ำแห่งวิญญาณ ของDore’ เขียนประกอบเรื่องให้กับAlighieri Dante จอมกวีชาวอิตาลี่ ที่บอกว่าบิดเบี้ยวน่ะ คือจุดมุ่งหมายของการสื่อความผ่านภาพน่ะค่ะ ไม่ได้หมายถึงภาพเราก็ห้ามเขาเขียนไม่ได้พอๆกะห้ามการนำมาขายไม่ได้นั้นแหล่ะมันถึงเป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธุ์ของตัวละคร ที่พี่เขียนคือกำลังจะบอกว่านักเขียนชายหรือหญิงความจริงพี่ไม่เห็นความแตกต่างเรื่องการใส่ดีเทลอย่างที่ก้อนว่าแบบจะเป็นใครแต่งแต่ถ้าสไตล์การเขียนชอบใส่ดีเทลก็ไม่ต่างกันน้องจะงงกว่าเดิมมะ..ระหว่างสองเรื่องนี้พี่ให้ลอร์ดฯ ในเรื่องความซับซ้อนของตัวตน ตัวละครมันมีอะไรที่เราคิดได้มากมายจาการเป็นและแสดงตัวตนของเขาไว้มีเวลาค่อยมาถกกันนะ ส่วนแฮรี่พี่ก็ยังเห็นว่ามันไม่ซับซ้อนมากมายอะไร มันแค่คนเขียนยังไม่บอกเท่านั้น เอาสิ จะไม่ถูกใจใครอีกหรือเปล่า..หุหุ ถ้าอ่านแล้วสองเรื่องนี้ไม่ต้องบอกนะว่าพี่ชอบเรื่องไหนและยกขึ้นแท่นไว้เป็นหนังสือในดวงใจ…………………………เรื่องจินตนาการหน่ะ…เว้นพี่ไว้คนเหอะถ้าขุดไอ้ที่อยู่ในหัวออกมาได้น่ะ คงมโหฬารบานตะไท..5555แต่ม่ายมีจินตนาการไร…แบบต้องงุบงิบๆนาจ๊า..หุหุ…………………"เรื่องเหงาเรื่องเบื่อ ฅนมีคู่แล้วไม่เข้าใจหรอกครับ T_T "เห เห…ใครน้อ..บอกว่า ตอนนี้ไม่คิดไรครับเรื่อยๆเห็นผลัดเปลี่ยนฤดู เธอก็วูบไหวไปทุกทีจะให้เชื่อได้ไงล่ะน้องเอ้ย…^_^ น่า…26 26 …อิอิอิ………………..ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพร…หวังว่านะ หวังว่าแต่ปีนี้ยังไม่หมดเรย…วันนี้พี่อยู่ดึกดื่นทำงานของปีหน้าแล้วก้อนเอ๋ย…T_T………………

  12. gibt says:

    ไปดู Nana มาเมื่ออาทิตย์ก่อน จริงๆแล้วตั้งใจไว้ตั้งนานแล้วว่าจะอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะว่าชอบเรื่องที่อาจารย์ AI YASAWA แต่งมาก (อ่านเรื่องฉันไม่ใช่นางฟ้านะตั้งแต่ตอนม.ต้นได้มั้ง เป็น version ของสำนักพิมพ์หมึกจีนชื่อตลอดเวลามีเธอเพียงคนเดียว) แต่ตอนแรกคิดว่าจะรอให้จบก่อน แต่พอได้ดูหนังก็รีบไปซื้อการ์ตูนมาอ่านเลย ไม่ผิดหวังทั้งคู่นะ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าบ้านานะไปแล้ว ชอบเพลงในหนังมากๆ และนักร้องคนที่เล่นเป็นนานะ กับ reira ก็เยี่ยมทั้งคู่ (กลายเป็นว่าชอบ mika nakashima อย่างรุนแรง) ในการ์ตูนก็หักพล็อตดังเปาะแต่ก็ทำให้น่าติดตามขึ้นไปอีก ถ้าชอบอ่านการ์ตูนแนวปรัชญาลองไปหาการ์ตูนเรื่อง cipher, alexandrite, natural ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ แต่งโดย minako narita มาอ่านดูนะ เป็นการ์ตูนผู้หญิงที่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันต่างออกไปจากคนอื่นๆอย่างชัดเจน (เรากะอัญญ่าบ้ามากจนคิดจะไปอาโอโมริที่ญี่ปุ่นด้วยกันเพราะอยากไปงานวัดที่นั่น) มันมีอะไรบางอย่างให้คิด ถ้าจะให้ดีก็ลองอ่านเรียงกันด้วยนะ

  13. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> เอ ผมว่าการ์ตูนกับศิลปะมันมีจุดมุ่งหมายฅนละอย่างนะครับ ศิลปะอาจจะต้องการสื่อความงามด้านลายเส้น แต่ในการ์ตูนสิ่งที่วาดออกมามีจุดประสงค์เพื่อต้องการสื่อเนื้อหาของเรื่อง (อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวว่าภาพจะต้องมีลายเส้นสวยงามก็ได้) ถ้าวาดซีนแหวะ ๆ ดูแล้วชวนแหวะ หรือวาดซีนโหด ๆ ดูแล้วโหด อันนั้นผมว่าได้ตามจุดประสงค์นะฮะ ถ้าวาดซีนสยดสยองแล้วออกมาสวยงามน่ามองอาจจะไม่เข้าเท่าไหร่ที่พี่แจงว่าบิดเบี้ยวในการสื่อความผ่านภาพ ผมพอเข้าใจนะฮะ มองจากมุมมองนี้ ผมว่าพี่แจงต้องรับพวกดนตรีเฮฟวี่เมทัลไม่ได้เหมือนกัน (จริงป่ะฮะ) เพราะเพลงแนวนี้ก็บิดเบี้ยวในการสื่อความผ่านเสียงดนตรีเหมือนกันผมชักจะสับสนแล้วนะฮะ เทียบความแตกต่างระหว่างนักวาดการ์ตูนผู้ชายกับผู้หญิง ไป ๆ มา ๆ ทำไมกลายเป็นการเปรียบเทียบวรรณกรรมคลาสสิคไปได้ จริง ๆ แล้วผมแค่จะบอกว่า ถ้าไม่เคยอ่านการ์ตูน ลองเทียบนักเขียนทั่ว ๆ ไปอาจจะพอได้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกกรณีแน่นอนฮะ ส่วนเรื่องดีเทล ผมว่าผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลยนะฮะ ผมพูดในแง่ความสัมพันธ์ของตัวละครต่างหาก เรืองที่จะตีความว่าตัวละครแสดงความเป็นตัวตนยังไง มีมิติกี่มิติ อันนี้ฅนละเรื่องกับที่ผมพูดนาฮะ อย่างเรื่องลอร์ดเอง ตัวละครตัวไหน รู้สึกกับอีกตัวอย่างไร ผมว่าตรงไปตรงมาออก ไอ้ความรู้สึกที่ปนเปกัน แบบว่าทั้งรักทั้งเกลียด หรือการเอาเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมาเป็นประเด็นหลักในการดำเนินเรื่อง ผมว่าลอร์ดไม่ได้เด่นมากตรงจุดนี้นะฮะ (จริง ๆ แล้วแฮร์รี่ก็เหมือนกัน) แต่ถ้าพี่แจงลองอ่านการ์ตูน (การ์ตูนนะฮะ ไม่ใช่นิยาย) ผมว่าจะเห็นภาพในส่วนนี้ชัดกว่าเรื่องมีคู่ไม่มีคู่ อันนี้ผมไม่เถียงฮะ แต่อย่างที่ cereal บอกไว้ในบล๊อคก่อน ๆ นะครับ "คนที่ไม่คิดจะมี่คู่ร้ก ไม่ได้แปลว่าไม่คิดจะมีความรัก" สักหน่อยนี่นาสัปดาห์หลังปีใหม่ผมเข้าค่ายครับ สงสัยต้องเลื่อนไปเป็นสัปดาห์นู้นนนเลยgibt_jr >>> ในหนังผมชอบฅนที่เป็นเป็นฮาจิสุด ๆ เลย อย่างนานะ ผมว่าหาคาแร็คเตอร์ที่เหมือนไม่ยากนะ (แต่งตัวพังค์ ๆ หน่อยก็ดูเนียน) แต่ยอมรับว่านักร้องเสียงดีจริง ๆ ส่วนฮาจิ ผมว่าหาฅนมาเล่นแล้วดูปุ๊บรู้ปั๊บเลยว่าเป็นตัวละครตัวนี้นี่ยากนะฮะ แต่เจ้าตัวเล่นได้เหมือนจริง ๆ การ์ตูนที่แนะนำมาจะลองหาอ่านดูนะครับ แนวปรัชญาที่อ่านอยู่ตอนนี้ก็มีเรื่อง ป๋ายอดอัจฉริยะ กับ wonder boy ไม่รู้เคยอ่านรู้เปล่า แต่เป็นการ์ตูนระดับเกรด A+ เลยทีเดียวผลงานของอาจารย์ ไอ ยาซาว่า เรื่องนานะเป็นเรื่องแรกเลยที่อ่านฮะ ตอนแรก ๆ ไม่ค่อยชินกับการเอาภาพจริงมาลงในกรอบการ์ตูนเหมือนกัน แต่อ่านไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าสวยดี ไว้มีโอกาสก็ว่าจะหาเรื่องอื่น ๆ ของอาจารย์ท่านนี้มาอ่านเหมือนกัน

  14. Jang says:

    โห…เริ่มดูจริงจังมากเลยอ่ะ…………..ที่เมนท์ไปอ่ะก็จะบอกเหมือนกันว่าเนื่องด้วยไม่ค่อยอ่านการ์ตูนเลยไม่รู้ไงว่านักเขียนการ์ตูนชายหญิงจะมีข้อแตกต่างยังไงแต่ก้อนบอกว่าให้ลองเปรียบเทียบนักเขียนชายหญิงจากประโยคนี้"ส่วนใครที่ไม่เคยอ่านการ์ตูน ลองเปรียบเทียบนิยายที่แต่งโดยนักเขียนชาย กับนิยายที่แต่งโดยนักเขียนหญิง ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ฮะ"เลยเปรียบเทียบสองนักเขียน เรื่องดังสองเรื่องไง……………..สำหรับพี่นะ..เรื่องการ์ตูนผู้หญิงกะการพัฒนาความสัมพันธ์ พี่กลับเห็นว่าเค้าสะท้อนเรื่องที่สามารถเกิดได้ในชีวิตจริงๆมากกว่า และเค้ามีกลวิธีถ่ายทอดมันออกมาในรูปแบบของผู้หญิงจะเข้าใจและซาบซึ้งมันไม่ได้ซับซ้อนสำหรับพี่..ความรักของใครสักคนมันก็เกิดจากคนแปลกหน้าสองคนมาเจอกันเสมอและ"ดำเนิน" ไปในครรลองของมัน จน"สัมพันธ์"ที่ว่ามันเปลี่ยนแปลง เพียงแต่พี่กลับคิดว่าคนที่วาดการ์ตูนผู้หญิงเขาใส่ดีเทลการอธิบายอารมณ์ต่างๆลงไปมากๆในขณะที่หายากมากในการ์ตูนผู้ชายมันเป็นข้อเปรียบเทียบที่เห็นได้ชัดมากๆสำหรับความแตกต่างของสองเพศไอ้ดีเทลที่พี่พยายามบอกก็คือ..รายละเอียดในการวาดหรือเขียนลงไปเพื่อบรรยายตัวละคร ความรู้สึกอะไรประมาณนั้น ก็อย่างที่บอกข้างต้นเผอิญไม่ได้อ่านการ์ตูนเลยเปรียบเทียบการเขียนในแง่พัฒนาความสัมพันธ์อย่างที่ก้อนบอกไม่ได้ เพียงแต่คิดว่าการ์ตูนมันก็ไม่ได้ซับซ้อนมากมาย"หรืออาจเป็น อคติ เล็กๆก็ได้นะเลยไม่ค่อยอยู่ในสายตา"เลยคิดได้ว่า มันไม่ได้อยู่กับนักเขียน นักวาดการ์ตูนแต่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เค้าอยากจะขายมากกว่าแต่เหตุผลที่ชอบลอร์ดฯ ไม่ใช่เรื่องตัวละครอย่างเดียวแต่การสื่อ สาร บางอย่างในนั้นทำให้เปิดมุมมองด้านพฤติกรรมตัวละคร ดีเทลการบรรยายตัวละครมันก็พอๆกะแฮรี่แต่การวิเคราะห์บุคลิคภาพมันมีรายละเอียดซับซ้อนกว่านะในสายตาพี่ มันเหมือนเวลาอ่านสามก๊ก เราได้อะไรมากมายในเรื่องๆเดียวกัน อันนี้ก็คงชอบส่วนตัวอีกแหล่ะเพราะบางคนอ่านก็ไม่ชอบเหมือนเรา เห็นไม่เหมือนเรา คงเห็นไม่เหมือนก้อนเวลาอ่านการ์ตูนเลยไม่เข้าใจตรงกัน……………………………………… ส่วนเรื่องรายละเอียดในแง่ความสวยงามของลายเส้น สื่อผ่านภาพบังเอิญว่าได้เข้าสัมนาเรื่อง การ์ตูนกับผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งทางจิตวิทยาเด็กของวิทยาลัยเคยจัดนานมาแล้วในงานพี่ได้เห็นการ์ตูนประเภทที่ว่า พี่เลยเขียนว่า" พี่จะค่อนข้างไม่ชอบการ์ตูนที่แอบกลิ่นอายของความบิดเบี้ยวทางจิตใจ เรื่องบางเรื่องที่ผูกไว้บางทีจะสัมผัสถึง "ความไม่ชอบมาพากล"บางอย่างในจิตใจของคนเขียน"มันมีอยู่จริงในสังคมไงพี่เลยเขียนคอมเมนท์ไว้ เผื่อเด็กๆอีกหลายคนที่จะเข้ามาการมองในมุมอีกมุมที่พ่อหรือแม่มอง บางทีลูกๆอาจจะเห็นข้อเปรียบเทียบในช่องว่างที่เกิดระหว่างเราพ่อแม่ลูกได้ตอนนั้นพี่ได้มีโอกาสฟังผู้รู้ทางการวิเคราะห้สภาพจิตบรรยาย ก็พบว่าการมองภาพเขียนชิ้นนึง ตัวอักษร ก็สามารถมองผ่านเข้าไปในจิตใจของศิลปินนั้นได้"ศิลปิน ไม่ได้ต้องการสื่อภาพเพียงแค่อยากให้คุณเห็นความงามของลายเส้นอย่างเดียวนะ""ภาพหนึ่งภาพรวมความคิดความรู้สึก ของตัวศิลปินที่กำลังคิดอยู่ในเรื่องๆนึง ถ่ายทอดออกมาให้เราเห็น"ถ้าก้อนสามารถวิเคราะห้ลายเส้นของการ์ตูนได้ว่าคนวาดต้องการสื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาทางลายเส้น ก้อนน่าจะเข้าใจ(ในระดับนึง)สารของภาพเขียนภาพนึง บางเรื่องอย่างที่บอกมันบิดเบี้ยวที่สาร ไม่ใช่ภาพ( ต่อให้เขียนได้โหดเลือดสาดกระจายให้เห้นแจ่มแจ้งยังไงสารที่สื่อเป็นเรื่องดีๆมันก้ไม่น่ากลัว)ไม่ว่าอย่างไรสำหรับพี่ การ์ตูน ก็คือสื่ออย่างหนึ่งที่วางสารที่ผู้ทำต้องการส่งให้ผู้อ่าน มันต้องระวังมากๆเพราะ"เข้าถึงเด็ก"ง่ายกว่า แล้วแม่อย่างพี่จะปล่อยให้สารที่บิดเบี้ยวถึงมือลูก..ง่ายๆรือถ้ามันจะถึงควรเป็นในแง่ ลูกมองเห็นว่ามันวิกลจริตและผิดธรรมชาติยังไง มากกว่า"มันเป็นปกติธรรมดาโลก"(มีงานเขียนของผศ.พีระพงษ์ กุลพิศาล มีหัวข้อที่ว่าด้วยการวิเคราะห้ทางพฤติกรรมผ่านภาพ ถ้าพี่มีเวลาจะลองหามาให้ อ่านนะ)ที่บอกไปก็ ไม่ได้เหมาการ์ตูนทั้งหมดนาครับ เหมือน…. เฮฟวี่เมทอล ไม่ได้ชอบทั้งหมดและไม่ได้ไม่ชอบทั้งหมดยอมรับว่าจิตใจของนักดนตรีบางคนเขา "ป่วย"ยอมรับว่าบางเพลงเราชอบ เอ๊ะหรือเราป่วย……………………………ไม่ว่าจะเป็นนักวาดการ์ตูนหรือนักเขียนนะมันมี"สาร"ที่เขาต้องการจะ"สื่อ"ทั้งนั้นพี่คงต้องอ่านการ์ตูนมากขึ้นในเวลาต่อไป เหมือนพยายามจะสื่อความรู้สึกที่พี่มองโลกผ่านเด็กๆที่ได้เจออีกต่อไปเหตุผลคือ โลกที่มันวิ่งไปข้างหน้าตลอด พี่จะพาลูกไปรอดหรือไม่รอด ส่วนหนึ่งพี่ต้องตามโลกให้ทันและการมีโอกาสได้พูดประสบการณ์หรือแง่คิดของตัวเองมันอาจจะทำประโยชน์หรือให้แง่คิดอะไรได้บ้างไม่จำเป็นว่าทุกคนที่อ่านจะเห็นด้วยทั้งหมดการได้มีโอกาสฟัง อ่าน และถกเรื่องราวกับเด็กๆหลายๆวัยมันทำให้โลกที่พี่เห็น กว้างเพิ่มอีกบางทีโลกที่พี่มองอยู่มันอาจจะไม่พอเพียงสำหรับการ"สร้างบ้าน" ไงการได้ถกปัญหาหรือแง่มุมการคิดสำหรับเรื่องๆนึงพี่ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ….. อย่างตอนนี้……………………………..เรื่องคู่ไม่คู่อ่ะ แซวเล่นๆ นา แค่รู้สึกว่าเข้าโหมดเหงาๆตอนนี้แล้วจะสอบเป็นห่วงจัง(อย่างน้อยก้เคยผ่านอารมณ์นี้มาแล้วแย่กว่าก้อนที่ ที่บ้านไม่มีใครมาคอยเป็นห่วง)แต่ระดับของความเหงาอาจแตกต่างก้ได้เหตุเพราะต่างเพศเลยไม่รู้ว่าจะมากมายแค่ไหนอ่ะค่ะแค่อยากให้"ตลก" แล้วผ่านตัวอักษรไปว่า เฮ้ย เป็นไรเหงาเหรอ ไม่เป็นไรนะ ประมาณนี้ก็ผู้หญิงไงเลยซับซ้อนมากมาย..งั้นก็เฮ้ย.. ใกล้สอบแล้วอดทนอีกหน่อย ที่เหงาอ่ะเข้าใจแต่ช่วยไรไม่ได้เลย คิดว่าคงโอเคม้าง ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกันนาเจอกันหลังปีใหม่นะน้องชาย..เหมือนTwin-B ไม๊ล่ะคริคริ

  15. Patha says:

    อ่านแล้วชักพอเข้าใจที่พี่แจงพยายามจะสื่อแล้วนะครับ เห็นด้วยเหมือนกันว่าเราสามารถอ่านความเป็นตัวตนของศิลปินจากผลงานของเขาได้ เพียงแต่ว่าผมไม่เคยเรียนจิตวิทยาด้านนี้ ก็เลยไม่ชัวร์ว่าสิ่งที่เราตีความหรือมองเห็น จะเป็นตัวตนของศิลปินฅนนั้นจริง ๆ อะไร ๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย ผมว่าฅนผลิตสื่อก็ต้องระมัดระวัง อันนี้เป็นความรับผิดชอบจริง ๆ ครับ (เห็นด้วย ๆ ) แต่มองอีกด้านนึง พี่แจงก็เคยพูดนี่คับ ว่าถ้าเยาวชนมีภูมิคุ้มกันดีพอ หรือว่ามีวิจารณญาณดีพอ เค้าจะรู้เองว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกที่ควร (โฮะ ๆ )เรื่องโหมดเหงานี่ ไม่ต้องห่วงฮะ มันก็ "เหงา" ทั้งปีนั่นแหละ ไว้เจอผมเพ้อบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s