วันนี้เข้าหมวดมหิดลล้วน ๆ

Posted: January 11, 2006 in Jam
หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ไม่ได้เข้ามาดูบล๊อค เหอ ๆ ๆ  จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น แต่ตั้งใจจะห้ามตัวเอง ไม่งั้นเปิดคอมพ์ทีไร จะจั่วลมวืดวาดไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงทุกทีเลย
 
ปัญหามีอย่างเดียวก็คือ พอเข้ามาตอบบล๊อคปุ๊บ ก็ขื้นอันใหม่ปั๊บ (แล้วใครมันจะไปอ่านบล๊อคอันที่แล้วหว่า) เอาเป็นว่าบล๊อคที่แล้วใครเข้ามาเมนท์ก็ตอบให้แล้วเด้อ….
 
วันนี้มีเรื่องมาเล่าสองเรื่อง อย่างที่จั่วหัวไว้ว่าเกี่ยวข้องกับมหิดล ใครที่เห็นหัวบล๊อคของผมที่เป็นสมการ KUS26+Interact+SCRA+Cubic Creative = Me!! คงจะพอคาดเดาได้ว่า ฅนที่เข้ามาอ่าน ยังไงก็เกี่ยวข้องกับผมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งตามสมการข้างบน (แต่ก็มียกเว้นนิด ๆ หน่อย ๆ) เพราะงั้นผมเองก็จะพยายามเกลี่ย ๆ เรื่องแบบว่าไม่ให้เฉพาะด้านมากเกินไป ไม่งั้นถ้าเข้ามาอ่านทีไรก็เป็นเรื่องเด็กสาธิต ไม่ก็มีแต่เรื่องอินท์เตอร์แรคท์ ฅนอื่น ๆ คงน่าเบื่อพิลึก
 
อ้อ ช่วงนี้ติดใจเล่าหลาย ๆ เรื่องพร้อมกันฮะ ประมาณว่าเวลาฅนมาอ่านเรื่องแรกแล้วไม่รู้จะเมนท์อะไร ก็ยังมีเรื่องที่สอง ที่สาม ไว้เผื่อ รอบคอบมะ
 
 

 
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปค่ายตะวันยิ้ม  มาครับเป็นค่ายของสโมสรนักศึกษาที่คณะ ออกเดินทางวันศุกร์ กลับมาเย็นวันอาทิตย์ เป็นค่ายกึ่ง ๆ พัฒนาที่โรงเรียนบ้านเขาหัวนา จังหวัดนครนายก
 
เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ไปค่ายนี้ ซึ่งเพื่อน ๆ ก็มาชักชวนหลายปีแล้ว แต่ไม่สบโอกาสอันเหมาะสักที ปีนี้เพื่อนที่มาชวน (เคน) เป็นประธานค่ายไปซะแล้ว เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันก็เป็นรุ่นที่โตที่สุด ถ้าไม่ไปคราวนี้ก็คงหาโอกาสยากเต็มที (ถ้ามีแต่น้อง ๆ ไม่มีเพื่อนเราเลยในค่าย ก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่นี่นะ)
 
ก็เลยเอาวะ ไปก็ไป โชคดีที่สัปดาห์ถัดมาไม่มีงานอะไรเร่งด่วนซะด้วย
 
กิจกรรมที่ทำกับโรงเรียนจริง ๆ แล้วคือวันเสาร์วันเดียวครับ คืนวันศุกร์ไปถึงก็มืดแล้ว แจ้งรายละเอียดของค่ายแล้วก็เข้านอนเลย ส่วนวันอาทิตย์ไปเที่ยวน้ำตกกัน
 
กิจกรรมวันเสาร์ช่วงเช้าก็เป็นซุ้มต่าง ๆ ให้ความรู้กับน้อง ๆ ป.4-6 หลาย ๆ ด้าน เช่น ทำการทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ สอนทำเทียนเจล สอนเรื่องยาเสพติด สอนเรื่องเพศศึกษา (ประถมปลายเนี่ยนะ) แล้วก็เรื่องโภชนาการ ก็หนุก ๆ ขำ ๆ
 
ส่วนตอนบ่ายแบ่งเป็น 4 กลุ่ม เล่นกีฬาฮาเฮกับน้อง ๆ ทาสีรั้วโรงเรียน ทำสนามเปตอง แล้วก็จัดหนังสือบริจาคเข้าห้องสมุด ตอนเย็นก็มีแข่งกีฬาวอลเล่ย์บอล ฟุตบอล กับน้อง ๆ แล้วก็ชาวบ้าน
 
กิจกรรมกลางคืนก็เป็นรอบกองไฟ ธรรมดา มีการแสดงจากทั้งน้อง ๆ โรงเรียน แล้วก็ผู้เข้าร่วมค่าย
 
 
ไปครั้งนี้หน้าที่หลักคือไปช่วยสันทนาการครับ (คือมีตัวนำหลักอยู่แล้ว เราแค่ไปช่วยเสริมเฉย ๆ) ทั้งตอนเช้าที่ทำซุ้มก็เป็นซุ้มเล่นเกมส์แบบไม่มีสาระอันใด ส่วนตอนบ่ายก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ ทั้งที่จริง ๆ แล้วอยากไปสร้างสนามเปตองมากกว่าเพราะเกิดมาไม่เคยทำเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะพี่ ๆ ที่เล่นกับน้อง ๆ ก็ฅนไม่ค่อยพอเหมือนกัน
 
 
ช่วงหลัง ๆ มานี่ก็ชักรู้สึกว่า ไปค่ายไหนก็จะโดนมอบหมายให้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสันทนาการตลอด ประมาณว่ากลายเป็นภาพลักษณ์ติดตัวไปซะแล้ว ก็ไม่รู้จะทำไง แต่ก็อยากบอกว่าผมทำอย่างอื่นก็เป็นนะเฟร้ย
 
 
นอกจากเรื่องสันทนาการแล้ว หน้าที่อื่น ๆ ก็คือใช้แรงงานสารพัดอันเป็นหน้าที่หลักของผู้ชายทุกฅนเพราะค่ายนี้ค่อนข้างจะขาดแคลน ส่วนที่ประทับใจมาก ๆ ก็คือช่วงทาสีที่อาจารย์มานั่งทาสีรั้งกับพวกเราด้วย ติดดินมาก ๆ กับตอนเช้าวันสุดท้ายที่ไปช่วยในครัว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ช่วยผัดข้าวผัดให้กับฅนร่วมร้อยฅนกิน (ใครว่างานครัวเป็นงานของผู้หญิงฟระ นี่มันใช้แรงงานเยี่ยงกรรมกรชัด ๆ !)
 
ถึงพึ่งรู้ว่า งานทำอาหารมันหนักจริง ๆ แบบว่าล้างจานมื้อนี้เสร็จ ก็แทบจะต้องเตรียมมื้อต่อไปเลย ช่วงหลัง ๆ มานี่ผมเองก็สนใจงานด้านสวัสดิการเป็นพิเศษ (ทั้งเตรียมอาหารเอง และสั่งอาหารมา) ถึงแม้จะไม่ค่อยถนัดด้านนี้เท่าไหร่ แต่ก็นับเป็นการกลับมาสนใจงานเบื้องหลังอีกครั้ง หลังจากที่ออกไปเย้ว ๆ นำกิจกรรมอยู่เบื้องหน้าน้อง ๆ อยู่พักนึง
 
 
 
อ้อ อีกเรื่องก็คือ ถึงแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมวันเดียว แต่พวกเราก็ได้ลงไปปฏิสัมพันธ์กับน้อง ๆ มากพอที่จะแยกแยะออกว่า แต่ละฅนเป็นยังไง ใครมีลักษณะมีคาแรคเตอร์ยังไง ใครที่มีความเป็นผู้นำสูง หรือเป็นหัวโจกของกลุ่ม ซึ่งพอเรารู้จักกับน้อง ๆ "เป็นรายฅน" แล้ว(ไม่ใช่เห็นเป็นเด็ก ๆ เหมือนกันหมด) ตัวกิจกรรมก็สนุกขึ้นมาก ไปค่ายคราวนี้ก็เลยได้ตอกย้ำความเชื่ออย่างหนึ่งว่า
 
***ไม่ว่าจะเดินทางไป workshop ถึงครึ่งค่อนโลก หรือไปทำค่ายในโรงเรียนเล็ก ๆ ต่างจังหวัด สิ่งที่น่าสนใจ และน่าเรียนรู้ที่สุด ก็ยังเป็น "มนุษย์" เหมือน ๆ พวกเราอยู่ดี ***
 

 
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา น้อง ๆ คณะแพทย์ศิริราชจัดงาน Hail Night ขึ้นที่ศาลายา นครปฐม ลักษณะของงานก็มีออกซุ้มขายของเล่นเกมส์ของเพื่อน ๆ ศิริราช แล้วก็คณะอื่น ๆ มีเวทีการแสดง ประกวดคาราโอเกะ ร้องเพลง เต้น คอนเสิร์ต ฯลฯ
 
แต่เชื่อได้เลยว่าไม่ต่ำกว่า 70-80% ของฅนที่ไป ตั้งใจจะไปดูการแสดงคอนเสิร์ตของวงโปเตโต้
 
ผมเองตอนแรกก็ลังเลเหมือนกัน เพราะว่างานยังไม่ค่อยเสร็จดี แต่เนื่องจากได้บัตรฟรีมาก็เลย เอาวะ โปเตโต้เชียวนะมึง สุดท้ายก็ถ่อสังขารไปจนได้
 
ในงานสิ่งที่ประทับใจมีหลายอย่าง อย่างแรกเลยคือมีชิงช้าสวรรค์ในงานนี้ด้วย… ใช่แล้วครับ คุณไม่ได้อ่านผิดหรอก ชิงช้าสวรรค์เหมือนในงานวัดนั่นแหละ (แต่ไม่ได้มโหฬารมาก) กระเช้านึงนั่งได้หลายฅนก็จริง แต่ถ้านั่งสองฅนจะ perfect ที่สุด ผมเองไม่ได้ขึ้นหรอกครับ แต่ยืนมองตาละห้อย พร้อมกับหมายมั่นปั้นมือว่า สักวันจะหาโอกาสขึ้นชิงช้าสวรรค์สองต่อสองให้ได้ (แน่นอนว่าอีกฅนต้องไม่ใช่น้องชายตัวเองเหมือนทุกครั้งที่เวลาไปเที่ยวไหน ๆ )
 
 
บนเวทีพิธีกรฮาใช้ได้ ลูกเล่นดี ที่ชอบมากก็คือการแสดงแฟชั่นโชว์โดยเอาดาว+เดือนคณะมาเดิน นับเป็นกลยุทธ์การขายที่ร้ายกาจมาก ถึงจะเดินกันก๊อก ๆ แก๊ก ๆ มือสมัครเล่นยังไง แต่การที่เอาดาวจากหลาย ๆ คณะมาเดินได้นี่ ฅนดูยังไงก็จ้องกันตาไม่กระพริบพร้อมกับกรี๊ดกร๊าดเวลาฅนที่เรารู้จักโผล่ขึ้นไปบนเวที
 
นับว่าเจ้าของไอเดียนี้ร้ายจริง ๆ
 
 
 
วงดนตรีที่มาแสดง ก็มี Richmantoy (ไม่รู้จักล่ะสิ) แล้วก็ ลิปตา อยากจะบอกว่าประทับใจวงลิปตาโคตร ๆ วงนี้อารมณ์ดีมาก ๆ (ยิ้มแย้มทุกฅนจนเราสัมผัสได้) แล้วก็ลูกเล่นในการแสดงสดเจ๋งจริง ๆ ใครมีโอกาสอย่าพลาดนะฮะ เป็นกรณีศึกษาที่ไม่เลวเลยทีเดียว
 
มาถึงวงโปเตโต้กันบ้าง เพลงที่เลือกมาร้องถ้าเป็นเพลงของโปเตโต้ละก็หายห่วง ฅนดูร้องตามกันดังกระหึ่มไปทั้งศาลายา  วงนี้ไม่ค่อยมีพูดคั่นระหว่างเพลงเท่าไหร่ เกือบจะร้องต่อ ๆ กันไปเป็นซีรี่ย์เดียวเลย คาดว่าตอนนั้นดึกแล้ว แล้วเขาต้องตัดจบให้เร็วที่สุด ไม่ก็ถึงพูดคั่นระหว่างเพลงไปก็ไม่มีฅนฟัง เพราะสาว ๆ เอาแต่กรี๊ดจนฟังไม่รู้เรื่อง (ต้องอยู่ในบรรยากาศจริงเอง ถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง)
 
อ้อ วินมือกลองนี่สาว ๆ โคตรกรี๊ดเลยแฮะ ผมเองยืนอยู่ขอบเวที ไม่เคยคิดจะชูมือเพื่อไปจับมือกับนักร้องนำหรือนักกีตาร์เลย แต่เวลานักดนตรีเดินมาใกล้ ๆ ก็จะโดนสาว ๆ ข้างหลังโถมเข้าใส่จนคางแทบจะไปกระแทกกับขอบเวที (แต่ได้สัมผัสมือกับพี่ปั๊บด้วยล่ะ อิอิ)
 
รวม ๆ แล้วก็คุ้มทีเดียวครับ สังเกตว่าการแสดงสดมันจะสนุกได้ก็เมื่อนักร้องมีลูกเล่นอะไรที่เวลาร้องแล้วแตกต่างจากเพลงในซีดี ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งช่วงให้ฅนดูร้อง การสลับเอาท่อนฮุคมาร้องก่อน การเปลี่ยนคีย์เสียงเพลง การพูดระหว่างเพลง หรือแม้กระทั่งการจับเอาเพลงมามิกซ์กัน ส่วนพูดคั่นระหว่างเพลง ไม่ค่อยมีฅนสนใจฟังเท่าไหร่หรอก ดูออกว่าไว้ให้นักดนตรีพักหายใจมากกว่า
 
นาน ๆ ทีได้ไปดูคอนเสิร์ตแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน อ้อ น้อง ๆ หลายฅนทักว่าผมเป็นสาวกโปเตโต้ ไม่ใช่นะฮะ พูดถึงบ่อยก็จริงในบล๊อค แต่วงดนตรีในดวงใจ ยังเป็น Bodyslam เหมือนเดิมเน้อ

 
คราวนี้ออกแนวเป็นบันทึกประจำวัน คราวหน้าจะเปลี่ยนกลับไปเป็นมุมมองต่อสิ่งรอบตัวบ้าง แต่ยังไม่ชัวร์ว่าจะมาอัพเมื่อไหร่นะครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออนเอ็ม เลยไม่ได้คุยกับใคร ๆ เลย สุขสันต์วันเด็กทุกฅนละกัน
 
ปล.ไม่มีรูปอีกตามเคย ไปคราวนี้รู้ตัวว่าไปโดดอย่างเดียวแน่นอน เลยไม่ได้เอากล้องไป เสียดายเหมือนกันนะเพราะเจอหลายฅนที่ไม่ได้เจอมานาน
 
ปล.2 เขียน Entry ลงใน Cubic Blog http://www.cubiccreative.net/cubicblog/แล้วนะครับ (เรื่อง ‘สิ่งที่อยากให้เพิ่ม’) ไปอ่านกันได้ ตอนแรกก็สองจิตสองใจว่าจะเอามาลงในนี้ด้วยเลยดีรึเปล่า แต่อ่านไปอ่านมา มันค่อนข้างจะฅนละ concept กันเกินไปหน่อย ก็เลยไม่เอามาลงดีกว่า (ต่อไปจะพยายามเขียนใน blog นั้นให้มากขึ้น) ใครที่สนใจก็ตามไปอ่านกันได้นะครับ (พื้นที่โฆษณา)
Comments
  1. Jang says:

    เมนท์คนแรก..วะอะอะอะด้วยคน………………… กลายเป็นพวกเอ็มร้อย เอ็มร้อยห้าสิบไปซะระ น้องเราหวังว่าข้าวผัดเช้านั้น คงมีคนประทับใจนะ..หุหุ เวลาไปค่ายหรือทำงานกลุ่มพี่ก็ชอบอยู่เบื้องหลังนะ มันเพิ่มประสพการณ์เรื่องการบริหารจัดการสำหรับเราเยอะเลย ส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆมันจะผลักดันพี่เป็นGB ทันที (หะหะ General เบ๊ ดีๆนี่เอง) เนื่องด้วยทำไรได้หมดทุกอย่าง ใช้ง่าย ไม่เรื่องมาก แต่ได้ไรเยอะนะ บางทีก้ไปเรียนรู้การจัดการไม่ว่าเรื่องคนหรือเรื่องวัสดุอุปกรณ์ คงไม่มากประสพการณ์เท่าก้อนหรอกเพราะก้อนไปค่ายบ่อยเหลือเกิน พวกพยาบาลไม่ค่อยมีค่ายแบบนี้เท่าไหร่ ที่เรียนก็ต้องออกชุมชนอยู่แล้วเลยพลาดความสนุกไปโขอยู่ (ต้องทำงานกับผู้ใหญ่จริงๆไปเลยน่ะค่ะ) ……………………… สิ่งที่น่าเรียนรู้ที่สุดคงเป็นมนุษย์ด้วยกัน จริงๆแหล่ะอยู่บนโลกนี้มาก็พอควรพี่ยังรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์โลกที่น่าเหนื่อยหน่ายจริงๆแค่เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน…มันก็สาหัสเหลือเกินแถมต้องทนเรียนอีกนะ..^_^……………………. ตอนนี้เข้าโหมดปลีกวิเวกค่ะ ทำงานไปและไปอยู่กับสิ่งที่พี่รักมากๆพยายามมีสมาธิกับมัน เพราะทิ้งมานานเหลือเกินชีวิตที่เหลือก็ให้สองลิง แค่นี้ก็หมดวันแระแต่จะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆนะ ไงก็จะสังเกตดอกไม้บานหน้าชื่อ..หุหุ(ก้อนเรียกดาวใช่ป่ะพี่เห็นมันเป็นดอกไม้)…….ไม่ชอบชิงช้าสวรรค์เลยอ่ะ แบบกลัวที่แคบๆและสูงๆเวลานั่งมันจะหายใจไม่ออกไงไม่รู้(ล่าสุดนั่งกระเช้าไฟฟ้าข้ามจากเซ็นโตซ่ามาอีกฝั่ง มันสูงมากมองไปข้างล่างเห็นพวกเรือสำราญอยู่ใต้กระเช้า คนตัวนิดนึงโอย..แบบจะขาดใจ สาบานว่าจะไม่เฉียดมันอีกเลย ) เวลาเห็นเขาขึ้นไปนั่งบนนั้นกันมันน่ารักดีจัง ขึ้นไปจุ๊งจิ๊งๆ กันสองคน แต่พอขึ้นจริงๆโรคกลัวที่แคบๆก็กำเริบอีก สมัครใจเป็นคนมองดีก่าโอ..น่าสงสารเนาะเหมือนตัวสำรองไงไม่รู้ รอวันโดนดีด..เอ๊ะ..หรือช่วยสำรองซึ่งกันและกันนะ..สงสัยๆๆไปหมด55555อ้อ..พี่ต้องสวดให้ก้อนอีกข้อนะ ให้คนที่ใช่น่ะไม่กลัวความสูง..ห่ะห่ะ ม่ายงั้นที่หมายมั่นปั้นมือไว้ก็อดอีกประการ (เออต้องปั้นประการที่สองสามสำรองไว้สำหรับไปงานอย่างนี้นะ เผื่อชิงช้าไม่ผ่าน อิอิ)………………….. ขึ้นรถปุ๊บพี่ต้องทนฟังอยู่สองเพลง มีร๊ากแท้อยู่ดุแลม่ายด้ายยย กะ เมื่อไหร่เขามาฉันจะไป ..(พัดชาร้องวันงานเธอเลยอินไปด้วย)ตอนนี้เลยงด"มันบด"ที่บ้าน …^_^แล้วเจอกันนะคะ..พระเจ้าอวยพรค่ะ

  2. ©~Chefphan~© says:

    555555 ผมว่าตัวตนพี่คือ "สันทนาการ"นั้นแหละครับ…………………………….ผมบอกแล้วทำอาหารอ่ะมันงานผู้ช่วย เห็นไหมหล้า~ น่าสนุกแหะ ข้าวผัดคนร้อยคน สนุกแน่ๆ อยากทำบ้าง ><พี่ก้อนเป็นพ่อครัวไปแล้วเย้ๆ ~……………………………..ใช่ !!!! ชิงช้าสวรรค์มันต้องขึ้นแค่ 2 คนเท่านั้นครับ ปล. การทำงานเบื้องหลังสนุกนะพี่ งานถนัดผมเลย 😛

  3. --Neu-- says:

    พี่ก้อนทำอาหาร??? กินได้มั้ยเนี่ย – -;ฮะ ๆ ล้อเล่น ๆ ใกล้จะเมษาแล้ว (อีกไม่กี่เดือนเอง) เตรียมตัวให้พร้อมนะงับ 3 ค่ายรวดปล. อิจฉาว่ะ ได้ดูทั้ง Lipta ทั้ง Potato (Richmantoy นี่ของ Showroom ใช่เปล่า?)

  4. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ผมว่าเป็น GB ได้ต้องทำงานเก่งแก้ปัญหาเก่งนะฮะ ได้เรียนรู้ทำอะไรได้ทุกอย่างก็นับว่าไม่เลวพวกค่ายต่าง ๆ ผมเคยเชื่อว่ามันคือคำตอบของทุกสิ่งนะครับ แต่หลัง ๆ มานี่ไม่รู้สึกอย่างนั้นแล้ว ค่ายมันก็ช่วยเราได้ในระดับนึงเท่านั้นเอง แต่เวลาทำงานจริง ๆ มีมิติอะไรที่มากกว่านั้นเยอะเหมือนกัน ช่วงนี้พี่แจงคงงานยุ่ง แต่ก็ขอให้มีความสุขกับงานที่ทำนะฮะ (เลี้ยงลูกนี่ ผลาญเวลาแล้วก็พลังงานมากจริง ๆ) ไว้พี่แจงอัพเมื่อไหร่จะแวะเข้าไปเยี่ยมเหมือนกันเป็นโรคกลัวความสูงก็ไม่แปลกนะ ผมก็เป็นเหมือนกัน ทริคคือเวลาขึ้นที่สูงต้องอย่ามองข้างล่างครับ จ้องหน้าฅนที่นั่งด้วยลูกเดียว อิอิอิnoychan13>>>> นอยมาเม้นท์แล้วว้อยยยยย (ไม่ได้เจอตั้งนาน)ถ้าทำเองฅนเดียวคงกินไม่ลง นี่พอดีช่วยกันทำหลายฅนตอนแรกก็ฮึกเหิมดีอยู่หรอก แต่ตอนนี่เจอพายุการงานซัดกระหน่ำเข้า เลยชักไม่แน่ใจว่าถึงตอนนั้นจะเหลือรอดชีวิตไปเข้าค่ายด้วยรึเปล่า แต่น้อง ๆ เริ่มปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่น่ะ ยังไงเราอาจจะปล่อยให้น้อง ๆ จัดการชีวิตกันเองได้ก็เป็นได้ปล. ใช่จ้า ค่ายโชว์รูมนี่แหละพระเจ้าอวยพรเช่นกันครับ Chefphan >>> ถ้าตัวตนพี่เป็นสันทนาการ แล้วเวลาโตไปทำงานจริง ๆ พี่จะทำอะไรหว่า? โลกนี้มันไม่มีอาชีพสันทนาการนี่นะยังไม่ใช่พ่อครัวหรอกจ้า อยู่ในครัวใช้เป็นแต่แรงงาน ส่วนเรื่องปรุง เรื่องชิม เรื่องงานละเอียดอ่อนเป็นหน้าที่สุภาพสตรีลูกเดียว (ลิ้นจระเข้อย่างพี่คงใช้การไม่ได้)งานเบื้องหน้าป่านก็ทำได้ดีออกนะ มีโอกาสก็ลองมาหัดดูบ้างดิ สนุกนาเฟ้ย (แล้วจะติดใจ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s