เครากับอัตลักษณ์ของผม

Posted: January 24, 2006 in ว่าด้วยเรื่องของเปลือก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ไปตะลุงตุ้งแช่กับชาวบ้านตามประสาฅนอยู่ไม่สุข ถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำจะเป็นอะไรที่เจอะเจอมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ความสนุกสนาน ตื่นเต้น สดใหม่ย่อมลดน้อยลงไป แต่อยากจะบอกฅนที่เกี่ยวข้องว่า สำหรับผมแล้ว วันนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากที่สุดช่วงหนึ่งในรอบปีเลย
 
ขอบคุณที่ชวนไปนะ
 
 
เอ้ากลับมาเข้าเรื่องของเราวันนี้บ้าง (ใครอ่านข้อความข้างบนไม่รู้เรื่องก็ช่างมันเหอะ มีแต่เจ้าตัวละเน้อที่จะเข้าใจ "- -)
 

 
คิดไว้มาตั้งนานแล้วละครับว่าจะพูดถึงเรื่อง เครา ตัวเอง เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ ฅนจดจำผมได้ แต่ก็รอช่วงเวลาที่สุกงอมอยู่ พอดีคราวที่แล้วแตะ ๆ เรื่องนี้ไปแล้ว ก็รู้สึกว่าได้เวลาเสียที คราวนี้จะมาพูดอย่างหมดเปลือกเลยว่าผมไว้เคราไปทำไม? ไว้เพื่อใคร? แล้วไว้แล้วได้อะไร?
 
 
ก่อนจะไปถึงเรื่องนั้น ขอปูพื้นฐานที่มาความคิดคร่าว ๆ ก่อนนะฮะ
 
 
ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า เวลาเราอยู่ร่วมกันในสังคมแล้ว แต่ละฅนมักจะมีภาพลักษณ์ติดตัวอยู่ ซึ่งแต่ละสังคมย่อย ๆ ที่เราอยู่ ภาพลักษณ์แต่ละอย่างอาจจะแตกต่างกัน หรือเหมือนกันก็ได้ แต่มักจะเป็นมิติเดียว มีแต่ฅนใกล้ตัวหรือครอบครัวเราเท่านั้น ที่จะเห็นภาพลักษณ์เราในหลาย ๆ มิติ
 
 
ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายฅนหนึ่ง สำหรับเพื่อนๆ  ที่เรียนด้วยกัน อาจจะเป็นฅนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด อะไรก็ได้ สำหรับรุ่นน้องชมรมเดียวกัน อาจจะเป็นรุ่นพี่ที่เข้มงวด ดุ รู้รายละเอียดของงานดี แต่เวลาเจ้าตัวไปอยู่ชมรมอื่น อาจจะเป็นรุ่นน้องที่พี่ ๆ ชอบแกล้ง ชอบแซว หรือทำอะไรเปิ่น ๆ เป็นประจำก็เป็นได้
 
ที่น่าขันก็คือ ภาพลักษณ์เช่นนั้น มักจะเปลี่ยนแปลงได้ยาก แล้วก็มักจะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นเมื่อเราทำความรู้จักกับใครฅนใดฅนหนึ่ง สังเกตง่าย ๆ ก็ได้ เวลาเราติดภาพใครว่าเป็นฅนสนุกสนาน เวลามีงานอะไรที่ต้องการความตลก ขำ ๆ ไม่เครียด เราก็จะนึกถึงฅน ๆ นี้ แล้วก็จะเป็นอย่างนั้นทุกงาน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ฅน ๆ นั้นอาจจะทำงานจริงจัง งานพิธีการได้ก็เป็นได้ (บอกแล้วว่าฅนเรามักรู้จักใครแค่มิติเดียว)
 
 
ยกตัวอย่างประสบการณ์ตรงก็ได้ครับ อย่างสมัยผมทำอินเตอร์แรคท์ตอนอยู่ม. ปลาย จะรับผิดชอบเรื่องงานพิธีการ งานที่เป็นระเบียบแบบแผนมีขั้นตอน แต่พอในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา จะเข้าไปช่วยเรื่องงานด้านสันทนาการ ขำ ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่
 
เรื่องก็มีอยู่ว่า ตอนค่ายคราวที่แล้ว (ซึ่งน้อง ๆ จะติดภาพที่ผมออกไปสันทนาการ) วันสุดท้ายตอนกลางคืนจะมีพิธีอำลา ทอฟฟี่ (ใครไม่รู้จัก หาอ่านได้ในบล็อคเก่าๆ) ก็ได้รับมอบหมายให้คิดคำพูดซึ้ง ๆ ประทับใจ ในช่วงที่สต๊าฟถือเทียนเดินออกมาล้อมวง ทีนี้เจ้าตัวก็เลยมาให้ผมช่วยแต่งบทพูด เพราะรู้ว่าผมเคยทำงานพรรณนี้มาก่อน
 
ปัญหาก็คือว่า ระหว่างที่ช่วยกันคิดบท ก็จะมีสต๊าฟฅนอื่นๆ  แวะเวียนเข้ามาเตือนผมว่า ฟี่กำลังแต่งบทอยู่ พี่ก้อนอย่าเข้าไปกวนสิครับ "- –
 
พอผมตอบกลับไปว่ากำลังช่วยฟี่แต่งอยู่ น้อง ๆ ก็จะทำหน้าไม่เชื่อถือ แต่ก็ล่าถอยไปแต่โดยดี ผมเจอสถานการณ์แบบนี้เข้าก็รู้สึกฉุนปนขำ คือเข้าใจนะว่าสำหรับน้อง ๆ แล้วเราติดภาพเป็นฅนนำสันฯ ซึ่งก็จะขำ ๆ ไร้สาระตลอดเวลา พอมาถึงงานซีเรียสจริงจัง ก็เลยไม่มีใครเชื่อว่าเราเข้าไปช่วย (ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ตรูทำแบบนี้มาก่อนนาเฟ้ย)
 

 
 
ประเด็นก็คือว่า สมัยผมเรียนอยู่สาธิตเกษตร ก็มีภาพลักษณ์มิติเดียวเช่นนี้ติดตัวเหมือนกัน สมัยนั้นถ้าไม่ใช่เพื่อน ๆ สนิทในกลุ่มละก็ ภาพลักษณ์ของผมจะเป็นแบบ….. อาจจะไม่ใช่ฅนเรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ก็จริง แต่ก็เป็นนักเรียนที่อยู่ในระเบียบ อยู่ในกรอบของโรงเรียน เชื่อฟังโอวาทของอาจารย์ ไม่เคยทำตัวเป็นปัญหา และก็ไม่เคยล้ำเส้นออกมาเลยแม้แต่น้อย
 
ฟังดูไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับ (ผมเองยังเกือบลืมไปแล้วเลยว่าเคยมีภาพลักษณ์อย่างนั้นด้วย) แต่มีตัวอย่างหนึ่งประกอบครับ
 
สองปีก่อน หลังเรานัดเจอกันที่งานประจำปี กลุ่มผมก็ยกโขยงกันไปกินเหล้าต่อ พอดีสถานที่ที่ไปก็จะไปเจอะเจอกับเพื่อน ๆ รุ่นเดียว(สาธิตเกษตร) กันโดยบังเอิญ ผมก็จะเจอคำทักทายประเภทว่า
 
‘มษฐา กินเหล้าเป็นด้วยเหรอเนี่ย’
 
‘ไม่น่าเชื่อ มษฐามาเที่ยวผับด้วย’

‘มษฐา เปลี่ยนไป๋’
 
ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นคำทักทายแบบแซว ๆ ทีเล่นทีจริง ก็จริง แต่ผมคิดว่าคงช่วยให้พอมองภาพออกว่า ในสายตาของเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน (ที่ไม่ใช่เพื่อนสนิท) ผมเป็นฅนอย่างไร….
 
 
ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับ ภาพลักษณ์ของผมสมัยอยู่โรงเรียนมัน ‘ดีเกินไป’ ซึ่งมันไม่ใช่ตัวตนจริง ๆ ที่ผมเป็น ผมค่อนข้างจะอึดอัดเหมือนกันเวลามีกรอบของ ‘มษฐา’ ครอบตัวอยู่ 
 
จะปล่อยมุกฟาย ๆ หรือพูดแซวขำ ๆ ก็จะถูกมองกลับด้วยสายตากึ่งไม่แน่ใจ กึ่งไม่เชื่อหู
 
ทำตัวบ้าบอคอแตกก็จะเจอเสียงตอบกลับว่า ‘อย่างมษฐาเนี่ยนะ กล้าทำ….ด้วย’
 
แม้กระทั่งเวลาเราทำความผิดอะไรที่แม้จะเหมือน ๆ กับฅนอื่น เสียงตำหนิของอาจารย์ก็จะมีความประหลาดใจ ระคนผิดหวังแทรกอยู่เสมอ
 
การวางตัวโดยมีความคาดหวังจากฅนรอบข้างว่าเราจะต้อง ‘ดีพร้อม’ กดอยู่บนบ่า นับว่าเป็นเรื่องหนักไม่ใช่เล่น…….
 
และก็ไม่ใช่เรื่องน่าอิจฉา…แต่อย่างใด
 

 
และแล้วก็ถึงวันที่ผมเข้ามหาลัย…
 
อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า ภาพลักษณ์ของใครฅนใดฅนหนึ่ง มักจะเกิดขึ้นแค่ในช่วงแรก ๆ ที่รู้จักกัน และมักจะติดตัวไปจนแก้ไขได้ยาก ผมเองก็เห็นว่าเป็นโอกาสอันดีงามอย่างยิ่งที่จะเริ่มต้นสร้างภาพลักษณ์ของผมใหม่ ให้ตรงกับตัวตนที่แท้จริงของผมสักที แน่นอนว่ามีกระบวนการหลาย ๆ อย่างที่ผมทำ เพื่อลบภาพลักษณ์เก่า ๆ ของผมออกไป และทำตัวเป็นตัวของตัวเองเต็มที่
 
ตัดผมสกินเฮดตอนเข้าเรียนใหม่ ๆ และไว้ผมยาวเฟื้อยตอนอยู่ปีสอง
เลิกใส่คอนแทคเลนส์ หันกลับมาใส่แว่นเหมือนเดิม
แต่งตัวเชย ๆ ใส่เสื้อตัวหลวม (สมัยนั้นเสื้อแฟชั่นต้องเข้ารูปครับ มีแต่เด็กต่างจังหวัดเท่านั้นแหละที่ใส่เสื้อหลวมโพรก) สะพายย่าม (คณะผมมีแต่ฅนใช้เป้)
ปล่อยมุกฟายไม่บันยะบันยัง แซวหญิง พูดคำหยาบไม่รู้จักกาลเทศะ ทำตัวบ้าบอคอแตก ไม่ทำตัวให้มีมาดหรือขรึม
 
ทั้งหมดนี่เป็นสิ่งที่ผมอยากทำมานานแล้วล่ะครับ และก็ทำโดยไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อยว่าฅนอื่นจะมองเราด้วยสายตาอย่างไร ที่เป็นตัวของตัวเองขนาดนั้น ก็เพื่อจะประทับตราตัวเองว่า "ผมก็เป็นผู้ชายตัวเหี้ยฅนนึงนะคร้าบบบ" ไม่ใช่สุภาพบุรุษดีพร้อมมาจากไหน
 
 
เพื่อนผมก็เคยถามเหมือนกันว่า ‘ไม่คิดจะทำตัวให้ดูดีบ้างเหรอ?’
 
ผมไม่เถียงว่าใคร ๆ ก็อยากดูดีในสายตาของฅนอื่น แต่สำหรับผม ผมมองไม่เห็นประโยชน์อันใดที่จะพยายามเกือบตายเพื่อให้เรามีภาพลักษณ์อันสวยสดงดงาม  ซ้ำยังจะต้องเหน็ดเหนื่อยทำทุกวิถีทางที่จะรักษาภาพลักษณ์อันนั้น
 
ผมค่อนข้างเหนื่อยหน่ายนะ ที่จะกระดิกตัวทำอะไรก็คิดแล้วคิดอีก ว่าจะกระทบกับภาพลักษณ์ของเราในสายตาของฅนอื่นรึเปล่า ต้องมาคอยกังวลว่าเราดูดีอยู่รึเปล่า ปล่อยให้ใครเห็นความทรุดโทรม หรือหมดสภาพก็ไม่ได้ จะวางตัว จะพูดจาอะไรก็ต้องระมัดระวังว่าฅนอื่นจะมองเราในแง่ลบรึเปล่า
 
การสร้างภาพลักษณ์ให้ฅนอื่นประทับใจในเปลือกนอกไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับผมในตอนนี้นะ (แต่อนาคตเวลาทำงานทำการก็ไม่แน่) สิ่งสำคัญสำหรับผมมากกว่าคือการที่ผมเป็นอิสระ ได้เป็นตัวของตัวเอง ทำตัวกับครอบครัวอย่างไร ก็ทำตัวแบบนั้นกับฅนรอบข้าง ไม่ต้องคอยรู้สึกเกร็งเหมือนสวมเปลือกอะไรบางอย่างตลอดเวลา
 
 
สิ่งที่ผมทำก็แค่เพื่อลดระดับความคาดหวังของฅนรอบข้างไม่ให้สูงจนเกินไปครับ ยิ่งฅนรอบข้างคาดหวังในตัวเราน้อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเป็นอิสระและผ่อนคลายมากขึ้นเท่านั้น และสุดยอดของกระบวนการนี้คือการ ‘ไว้เครา’ ครับ
 
 
 
คราวหน้ามาว่ากันต่อ
Advertisements
Comments
  1. ©~Chefphan~© says:

    55555 ได้คนแรกเหมือนกัน ตัวตนที่ออกมามันก็ดูเปนแบบที่พี่บอกเลย อย่าผมก็จะเป็นนะ หลายมิติมากด้วย อย่างที่มหาลัยผมจะเป็นอีกแบบนึงเลย ด้วยความที่คระมีแต่ผู้หญิงด้วยมั้ง หรือบางได้รับงานที่มันฝืน ก็ต้องทำ บางทีก็ถึงกับจับไข้ไปเลยทีเดียว แต่ตัวตนจริงๆของผม ก็ยังไม่รู้ว่าเปนไง จะดุ ขี้บ่น แบบเวลาทำงานหรือ บ้าบอปัญหาอ่อน แบบเวลาเล่นหรือ จะเงียบ ขรึม แบบอยู่ที่คณะ หรือหวานโรแมนติกเวลาอยู่กับ…….. ><นั้นแหละครับ สำคัญจิงๆนะ

  2. SoM says:

    อื้มมม อ่านแล้ว นึกถึงตอนเด็กๆเลยอ่ะ ที่จะรุ้จักว่า พี่คนนึงชื่อมษฐา ทำกิจกรรมเยอะ (รึป่าวม่ายรุ้ รุ้ตัวอีกทีก้เป็นชื่อที่ติดหูแล้ว) เหนแว๊บๆ ตามสถานที่ต่างๆในร.ร. โอ้ว เรียบร้อย โอ้ว ดูดีมีมาด…แต่ก้ม่ายด้ายคิดอะไร พอมาเจออีกทีที่JLS ถึงกะช๊อก -*- คุณพี่เริ่มไว้หนวดไว้เครา โทรมๆ และที่ไม่น่าเชื่อคือ พี่ก้อนนอนตามที่ว่างต่างๆของLJS ไม้เว้นแม้กระทั่งพื้น โอ้ว กรี๊ดมากๆ นอกจากนั้นยังตกเกี๊ยะ 55 อิมเมจที่ส้มคิดไว้เริ่มพังทลายลงไป แล้วมาด้ายรุ้จักอีกทีก้ KFC 2 ได้รุ้จักตัวตนของพี่ก้อนมากขึ้น เปนอะไรที่คนละเรื่องจิงๆ 555 จะว่าไปแล้ว ตัวส้มเองเป็นคนที่ดูออกง่ายรึไงอ่ะ? ไม่มีมิติเหรอ เพราะดูเหมือนใครๆก้จารุ้ว่าส้มเปนคนยังไง ไม่ค่อยได้ทำอะไรแล้วมีคนแปลกใจซักเท่าไหร่… หรือว่ายังไง? แต่ความจิงตัวส้มเองยังไม่รุ้เลยนะว่าตัวเองเปนคนยังไง 5 5 5

  3. Jang says:

    ง่ะเพิ่งแอบนินไปเมื่อคืนก่อนนี่เอง…ล้อเล่นพี่บอกใครบางคน สองคน ว่าก้อนเป็นประเภทไม่ชอบให้ใครคาดหวังซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้างนะ..เคยเป็นเด็กดีแบบก้อนแหล่ะ "ที่หนึ่ง"มันค้ำคอตั้งแต่เล็กจนโตเราเหนื่อย..แต่ไม่มีใครรู้ เข้าใจมากๆเลยวันที่รู้ว่าทางที่เดินไม่ใช่ตัวเรา..วันนั้นก็จุดจบของเด็กดีเลยล่ะก้อนเปลี่ยนเหมือนที่ก้อนทำ แต่ขวางโลกขวางชาวบ้านจนเกินพอดีเพราะพี่ไม่มีใครที่จะมาห่วงใยเหมือนที่ก้อนมี..(นี่เป็นข้อเดียวที่เคยเล่าว่า อิจฉาก้อนเป็นที่สุด)รอดมาได้นี่ก็บุญนักหนาแล้วแต่การทำตัวหลุดโลกที่พี่เคยทำมันทำให้พี่เจอมุมมองใหม่ๆ และคิดอะไรกับตัวเองได้วันนึงมันก็พอดี และพอใจ และก้ไม่หวั่นไหวกะคนข้างนอกไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารัก รักเราหรือชาวบ้านพี่ว่าก้อนน่าจะเจอความพอดีสำหรับก้อนแล้วนา………………….เคราที่ไว้เป็นเพราะก้อนอยากได้อิสระอยากให้คนที่เคยมองมุมเดียวเดิมๆ เปลี่ยนมามองก้อนอย่างที่ก้อนอยากเป็น..?เข้าใจถูกเป่าคะ…มันไม่เหนื่อยนะคะ…ที่เปลี่ยนจากอีกแบบมารักษาอีกแบบ..สงสัยสักหน่อยนะ..ไม่คิดว่า เครางามๆจะมีนัยยะลึกล้ำปานนี้..หุหุ…………….ปล.1เคราเริ่มสวยแล้วนะ..^_^ปล.2 ที่บอกว่าพี่แต่งตัวก็ปกติหน่ะเคยเจอแบบ..ใส่รองเท้าคนละข้างหรือยังคะ..ไม่มีใครเดินด้วยเลยอ่ะ ก็ตอนนั้นมันอยากใส่ทั้งสองแบบเลือกไม่ได้เลยใส่ไปอย่างละข้าง เหตุผลดีนะแต่เพื่อนกระเจิง หุหุปล.3 ไว้กลับมาเมนท์ตอนสอง..ให้ไวนา

  4. แองเจิ้ณ says:

    555555555+"ผมก็เป็นผู้ชายตัวเหี้ยฅนนึงนะคร้าบบบ"โดนมากพี่ก้อนขอบอก๕๕๕+ท่าทางเหมือนเก็บกดมานานนะพี่ก้อน ก็พอจะเข้าใจถึงสภาพแบบนั้นเหมือนกันนะเมื่อก่อนหนูก็เป็นคนนึงที่หลายๆดูว่าหนูเป็นแบบพวกฮาๆขำๆอะไรอย่างเงี้ยะแต่พอเอาเข้าจิงยิ่งคนได้สัมผัสมากขึ้นจะเห็นว่า"กูก้อจริงจังโว้ย"ประมาณนั้นฮ่าๆแต่ยังไงซะพูดได้เต็มปากเลยว่าคนในโรงเรียนที่รู้จักหนูแต่ละคนคงรู้ๆกันอยู่แล้วว่า"เดี๊ยนก้อเป็นหญิงเหี้ยๆคนนึงน่ะเค่อะ"อาจจะมีชีวิตในโรงเรียนที่สบายใจมากกว่าพี่ก้อนมั้งนะเพราะรู้สึกว่าไม่ต้องมาคอยรักษาอะไรวอเวอก้อเกือบจะโดนๆมาแระหล่ะร้องเพลงเดินแร่ดทำตัวประหลาดโวยวาย ในระดับคุ้นเคยดีฮ่าๆ…เป็นตัวของตัวเอง เป็นในสิ่งที่ตัวเองเลือกที่จะเป็นไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังจะมาจากอะไรก้อตามหนูคนนึงก้อมองนะว่าสิ่งที่พี่ก้อนเป็นอยู่ตอนนี้มันก้อดูดีอยู่แล้วล่ะ^^…P.S.*ไอ้คุณพี่ก้อนคะ…เม้นได้ร้ายกาจมาก เคืองโว้ยค่ะ><

  5. ก้อน Masatha says:

    โห… กลับไปอาบน้ำ มาอีกทีคอมเมนท์รวดสี่ฅน ประทับใจครับChefphan >>> พี่ว่ามันก็เป็นเรื่องสนุกนะ เวลาได้เจอมุมอื่น ๆ ของฅนที่เรารู้จักบ้าง ฅน ๆ นั้นโชคดีนะที่ป่านเลือกแง่มุมที่หวาน ๆ มาให้ (อิจฉาเล็ก ๆ )SoM-zab >>> กรั๊ก ๆ ๆ ๆ ตอนนั้นพี่ก็อนาถตัวเองเหมือนกันแหละ เก้าอี้ที่ JLS มันเอามาต่อ ๆ กันแล้วนอนไม่ได้อ่ะ จะนอนในท่านั่งก็ลำบากเกิน ตอนนั้นจะน็อคอยู่แล้วก็เลย… พื้นก็พื้น (วะ) — อย่างน้อยมีพรมละกานอย่างส้มถ้าเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ทำอะไรอยู่อยู่ในกรอบที่ฅนคาดเดาได้อยู่แล้วไงจ๊ะ อย่าว่าแต่ส้มไม่รู้จักตัวเองเลย พี่เวลาเทียบกับกรอบหลาย ๆ กรอบก็ชักสงสัยว่า ตกลงแล้วตรูเป็นฅนยังไงกันแน่หว่า ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤>>> จริงครับจริง วิเคราะห์ได้แม่นมาก ชีวิตผม แค่ความคาดหวังจากตัวเองก็เหลือพอแล้วล่ะฮะ เจออะไรที่สุดขั้วทั้งสองด้าน อย่างน้อยก็มีข้อดีว่าเราคงปรับให้อยู่ตรงกลางได้ดีที่สุดนะฮะ แล้วก็คงไม่รู้สึกเสียดายว่า เอ๊ เรายังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำใจจะขาดเลย ส่วนของผมตอนนี้ก็หาจุดลงตัวได้แล้วล่ะครับ แต่พอข้ามวัยไปช่วงวัยทำงาน ก็คงต้องมานั่งหาจุดสมดุลกันอีกรอบเปลี่ยนอีกแบบมารักษาอีกแบบไม่เหนื่อยหรอกครับ คือแบบที่เป็นอยู่นี่มันขอบล่างสุดแล้วล่ะฮะ ทำตัวทรามกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว (มากไป) ส่วนถ้าวันไหนนึกจะทำตัวดีกว่านี้ ก็เป็นกำไรไป ปล. เอ่อออ ใส่รองเท้าข้างละแบบนี่ก็เด็ดจริงฮะ ว่าแต่มันจะเข้ากับเสื้อผ้าเหรอครับ? (ผมยังเคยนึกอยากใส่คอนแทคเลนส์สีข้างละสีเลย)angel_hipz >>> อย่างเราเพื่อน ๆ ฅนเห็นทั้งสองมิติแล้วล่ะ จะขำ ๆ ฮา ๆ ก็ชิน หรือจะซีเรียสจริงจังก็ไม่ประหลาดใจ (แต่แอบนึกเหมือนกันว่าสักวันคงมีวันที่เราอยากดูดีสุด ๆ ขึ้นมาบ้าง)ปล. สมัยนี้สาว ๆ ก็อยากมีหุ่นเฟิร์ม ๆ กันทั้งนั้นแหล่ะจ๊ะ ของเราหน่ะ อินเทรนด์แล้ว ^^

  6. Mailodious³² says:

    แค่เป็นเธอที่เป็นตัวเธอแค่นั้นพอ ~มายด์เองก็เป็นคนที่มีนิสัยหลายลักษณะ เวลาสนุกสนานก็เป้นตัวฮา เวลาทำงานก็จริงจัง เวลาอายก็เงียบกริบ เวลาโกรธก็บ้าไปเลย ~ผมไม่แคร์นะว่าใครจะมองผมยังไง ผมก็เป็นของผมยังเงี้ย ใครรับไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่ง (จริงๆก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอะไรซักนิด -*-)แต่เห็นเคราพี่ก้อนแล้วรู้สึกอยากไถออกจัง – 3-ปล.พี่ก้อนหนีเวลาถูกคาดหวังจริงด้วย

  7. c e r e a l says:

    พูดถึงเครา…ขอเผาน้องชายพี่ก้อนหน่อยเถอะค่ะโอบอกว่า(อ่านว่า โอ-บอก-ว่า)..อยากลองไว้เคราแบบพี่ก้อนดูบ้างแต่แอ้บอกว่า…ผู้หญิงบางคนเค้าจะจั๊กจี้นะเธอ..โอทำหน้างงๆแล้วถามว่า.."ทำไมอ่ะ"….ตรึ๊งงงงงงง- – -(ดีใจด้วยที่มีน้องชายไร้เดียงสาค่ะ อิอิ)

  8. Jang says:

    มารอบสองรอบแรกมึน…ลืมปล.4ไปไอ้ข้างบนอ่ะงานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์เป่าถ้าใช่ก็น่าสนุกล่ะ..ปีนี้ไอ้ป้าย..แด(ก) จัง มึง อ่ะ..โดน มั่กๆ……..ถ้าไม่เหนื่อยก็ดีแล้ว ที่สุดแล้วนะพี่หวังว่าสักวันก้อนจะบอกใครสักคนที่มาถามเหตุผลที่ก้อนเป็น ก้อนกำลังทำว่า"ก็ผมชอบ" มันคงดีกว่าการเป็นสุดขั้วเพื่อทำลายศรัทธาของคนบางคนและให้เห็นตัวตนอีกด้าน(จริงๆหรือเปล่า) ของก้อนถ้าก้อนกำลังหาตัวตนของตนเอง โดยการทำตัวสุดขั้วแบบนี้ก็มีเหตุผลนะอย่าทำเพื่อเหตุผลที่บอกข้างต้นเลยสำหรับพี่แล้ว เราลืมคนบางคนที่ไม่คาดหวังกับตัวเราไปพยายามที่จะทำให้คนบางคนเห็นและเลิกคาดหวังซึ่งคนเหล่านั้นจริงๆแล้วเขามองเราด้วยใจหรือเปล่าถ้าเปล่ามันก็ป่วยการสำหรับการทำเช่นนี้คนที่มองเราด้วยใจ ศรัทธาเราในสิ่งที่เราเป็น การเห็นเราเป็น และทำอะไรสุดขั้วแบบนี้บางทีเขาอาจเจ็บนะคำว่า"เป็นอย่างที่อยากเป็น"..มันถึงต้องทบทวน"ใจ"ของเราให้ดีๆพี่กำลังจะบอกว่าเมื่อก้อนรู้ตัวตนของตนเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำแล้วล่ะก้ต่อให้ใครจะมอง มิติไหนๆของก้อน ก้อนก็จะไม่หวั่นไหวหรอกพี่ก้อนจะไว้เครา หรือโกนผม หรือพูดจาหยาบคายอย่างไรสำหรับเจ้าแฝด ก้อนก็ยังเป็นฮีโรสำหรับเขาเสมอล่ะรู้ไม๊เพราะอะไรเพราะหัวใจของเด็กๆน่ะ..เลือกที่จะมองในสิ่งที่เขาชอบเท่านั้นก้อนจะเป็นอยู่ในใจของเขาแบบนี้ไปจนตายสักวันเมื่อเขาโตขึ้นอาจมีฮีโรมากมาย มีคนที่อาจดีกว่า"พี่มษฐา"ของเขา แต่เมื่อเป็นอยู่ในใจแล้วมันจะไม่หายไปไหน เพราะจำใน"สิ่งดี"ที่ก้อนทำไม่ได้จำ"สิ่งสวยงาม"ที่ก้อนเป็น(แยกประเด็นได้นะ..)ก้อนเข้าใจใช่ไม๊……..คนที่รักเราด้วยใจ ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร เขาก็จะยังรักเราเช่นนั้นแต่จริงๆหรือที่เขาไม่เจ็บปวดเวลาเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง..ลองเป็นอะไรที่เขาไม่เคยเห็น สิ่งเดียวที่เขารับรู้คือ..ต้องเกิดอะไรขึ้นกับเราแน่ๆ ความรักความห่วงใย มันผูกติดและทำให้ทุกข์ใจไม่น้อย แม้เราจะคิดว่า ไม่หรอก เขาเข้าใจ พี่ก็ไม่เชื่อเหมือนกันว่า คนที่รักก้อนจะไม่คิด ไม่ทุกข์(หวังว่าจะเข้าใจเหมือนกันนะว่าที่พี่พูดพี่หมายถึงใคร) กำลังบอกว่า อย่าพยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อคนที่ไม่รักเรา..นะเพราะเวลาของคุณยังอีกยาวไกล..ต้องเจออะไรแบบนี้อีกมโหฬารพี่เชื่อนะ..ว่าก้อนไปได้อีกไกล..(เชื่อมั่นนะปล่าวคาดหวังหุหุ)……………..ปล.1 เม้นท์เจิ้ณไปแล้ว..อย่าพยายามอีกเลย…เหอๆๆ ช่วงนี้พยายามเรียกเจิ้ณว่า แส จัง กวย..แล้วจะดีขึ้นเองค่า 555+ปล.2 อย่าแค่คิดค่ะ ทำเรย พี่ใส่คอนแทคสองสีมาแร้ว ข้างหนึ่งเขียว ข้างหนึ่งฟ้า..บ้าพอไม๊ อยากใส่วันไหนบอกซื้อคนละคู่ แลกคนละข้าง ไม่แลกรองเท้านะเฟร้ย..ปีนึงซักที ไม่ไหวอ่ะ..ปล.3 น้องcereal_t22 เอ่อน่านสิ"ทำไมอ่ะคะ" พี่ไม่เข้าใจเหมือนโอเรย..คริคริ

  9. ก้อน Masatha says:

    Lamia_Mind >>> ฅนที่ไม่แคร์ว่าฅนอื่นจะมองอย่างไรเป็นฅนที่น่าอิจฉานะ พี่เห็นด้วย ๆ ฅนที่อยากไถแบบเรา มีเต็มไปหมดเลยล่ะมายด์เอ๊ยใช้คำว่าหนีเลยเรอะ…ฟังดูไม่ค่อยเท่เลยแฮะ…แต่ก็จริงแหละ…งึมงัม ๆ cereal_t22 >>> เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าโออยากไว้เครา….โอไม่ไร้เดียงสาหรอกจ้า แค่อาจจะคิดตามเราไม่ทันเท่านั้นเอง อุอุอุ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ขอบคุณมาก ๆ สำหรับคำแนะนำนะครับ แต่มีหลาย ๆ ประเด็นที่ผมคิดว่าเราอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนกันนิดหน่อย- ข้อแรก สิ่งที่ผมทำไม่เหนื่อยหรอกครับ และไม่มีวันเหนื่อยด้วย เพราะนี่คือสิ่งที่ผมพอใจจะเป็น ไม่ได้ฝืนทำเพราะมีจุดประสงค์เพื่อเอาใจใครแต่อย่างใด-ข้อสอง คำตอบว่า ‘ก็ผมชอบ’ เป็นคำตอบที่ผมพูดทุกครั้งเวลาใครมาถามถึงสิ่งที่ผมทำครับ เวลาพูดประโยคนี้มาก ๆ เข้าก็รู้สึกว่าเราเสแสร้งชะมัดเลย(จนบางทีก็ทนไม่ไหว) เพราะจริง ๆ แล้วสิ่งที่เราทำมันมีเหตุผลเบื้องหลังมากกว่าคำพูดชุ่ย ๆ ว่า "ก็แค่ชอบ" มากมายนัก (สำหรับผมแล้ว คำตอบนั้นเป็นคำตอบที่ไว้สำหรับตัดความรำคาญเท่านั้นเอง ผมอาจจะคิดเป็นวิทยาศาสตร์มากเกินไปก็ได้ แต่แทบทุกอย่างที่ผมทำ มีคำอธิบายได้มากกว่าแค่คำว่า’ชอบ’เสมอ)- ข้อสาม สิ่งที่ผมทำ ผมไม่คิดว่ามัน ‘สุดขั้ว’ นะครับ เพราะผู้ชายธรรมดา ๆ ก็ทำกันทั้งนั้น (ถ้าไม่นับเรื่องเคราแล้ว แทบทุกอย่างที่ผมทำ น้องชายผมก็ทำ) มันกลายเป็นเรื่อง ‘สุดขั้ว’ ไปก็เพราะว่าฅนทำชื่อ ‘มษฐา’ ต่างหาก ผมแค่ทำในสิ่งที่เคยอยากทำเกือบตาย แต่สมัยก่อนไม่กล้าเพราะกลัวกระทบภาพลักษณ์อันบอบบางมากกว่า ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะไปทำลายศรัทธาของใครรึเปล่า (เพราะสมัยนั้นผมไม่เคยคิดว่ามีใครจะมาศรัทธาผมหรอกนะ เพิ่งรู้ก็ช่วงปีสองปีมานี้เอง) คิดแค่ว่า เรากำลังเป็นตัวจริง ๆ หรือกำลังหลอกลวงชาวบ้านว่าเราเป็นฅนดีพร้อมทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเราไม่ใช่เท่านั้นเอง ศรัทธาบนพื้นฐานแห่งความลวงไม่ใช่สิ่งที่ผมนิยมหรอกครับ-ข้อที่สี่ ผมเชื่ออย่างยิ่งว่าฅนที่เขาศรัทธาผม ชื่นชมผมที่ข้างในมากกว่าเปลือกจริง ๆ จะไม่เจ็บเพราะแค่ผมเปลี่ยน ‘เปลือก’ ไปหรอกครับ …เพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วตัวตนของผมจริง ๆ สิ่งที่ผมเชื่อ วิถีชีวิตของผมก็เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด ฅนที่เจ็บคือฅนที่ชื่นชมเปลือกของผมต่างหากละครับ ไม่ใช่ฅนที่มองเห็นตัวตนจริง ๆ ของผมหรอก (พี่แจงก็บอกเองนี่ครับ ว่าถึงผมเปลี่ยนไปอย่างไร น้องแฝดก็จะยังชื่นชมผมอยู่)-ข้อที่ห้า ฅนเราเมื่อยังเด็กอยู่ ก็จะติดภาพฮีโร่ได้ง่ายเป็นธรรมดาครับ เมื่อโตขึ้นก็จะรับรู้ได้เองว่าฅน ๆ นั้นเป็นปุถุชนธรรมดาเหมือนกับเรานี่แหละ ที่พี่แจงว่าเราจะจำแต่ ‘ส่วนที่ดี’ ไม่ใช่ ‘ส่วนที่สวยงาม’ ผมไม่ค่อยเชื่อว่าจะคิดได้อย่างนี้ทุกฅนหรอกครับ สองภาพนี้มันจะทับซ้อนกันทั้งนั้น จุดสำคัญก็คือว่า เมื่อเราเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ได้สวยงาม เราจะชื่นชมความดีจริง ๆ ที่มีโดยไม่โดนความสวยงามมาหลอกตาแหละครับ (คล้าย ๆ ผู้หญิงไม่สวยแต่นิสัยดี ใครมาจีบแสดงว่ารักจริง ทำนองนั้น) พูดอีกนัยหนึ่งก็คือว่า ถ้าผมเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ แล้วยังมีฅนมาประทับใจผมได้ แสดงว่าเขาประทับใจตัวตนจริง ๆ ของผมแหละครับ ไม่ใช่ติดใจในเปลือกหรือรูปลักษณ์ภายนอกอย่างบางฅนที่ผมเคยเจอ (แล้วแบบไหนที่พี่แจงคิดว่า ผมควรจะภูมิใจมากกว่ากันละครับ)-ข้อที่หก ฅนที่รักผมไม่คิด และไม่ทุกข์แน่นอนครับ (ถ้าฅนที่พี่แจงพูดถึงคือฅน ๆ เดียวกันนะ) ฅน ๆ นั้นยังเคยพูดเลยด้วยซ้ำว่า ภาพของผมมันดีเกินไป อยากให้ผมแหกกฎบ้าง หรือทำอะไรล้ำเส้นบ้าง ชีวิตจะได้ไม่ตึงจนเกินไป ที่สำคัญ ก่อนที่ผมจะทำอะไรไป ผมปรึกษาฅนที่ผมแคร์มากที่สุดเสมออยู่แล้วครับ ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมรับ ผมก็ไม่ทำ ชีวิตไม่ได้เป็นของผมฅนเดียวนี่นะ (พูดไปแล้วในบล็อคด้วยว่า ทำตัวที่บ้านอย่างไร ก็อยากทำข้างนอกได้บ้าง เพราะงั้นสิ่งที่ผมปฏิบัติตัวกับสังคมภายนอก เป็นสิ่งที่ฅนในครอบครัวไม่คุ้นเคยด้วยซ้ำไป)ฅนทุกฅนมีวิญญาณกบฏอยู่ในตัวทั้งนั้นแหละครับ สิ่งที่ผมทำ เอาเข้าจริงแล้วมันไม่ได้ผิดธรรมเนียม จารีต ประเพณี กฎหมาย หรือแม้กระทั่งกรอบของสังคมด้วยซ้ำไป (ถ้าเป็นฅนอื่นทำแบบเดียวกับผม ไม่มีใครคิดว่ากำลังประชดอยู่หรอกครับ) สิ่งที่ผมทำมันก็แค่สิ่งที่ ‘ผู้ชายสมบูรณ์แบบ'(ที่ไม่มีจริงในโลก) ไม่ทำเท่านั้นเอง (ผู้ชายสมบูรณ์แบบอยู่ในห้วงความคิดของผู้หญิงเท่านั้นครับ เชื่อไหมว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ เป็นตัวของตัวเองอยู่ในขณะนี้ เพศชายด้วยกัน–ไม่นับอาจารย์แก่ ๆ–ไม่เคยเห็นเป็นเรื่องใหญ่เลย)

  10. c e r e a l says:

    เคยมีคนนึงถามเราว่า..ใส่แว่นหรือถอดแว่นดีกว่ากัน? ..ปล่อยผมให้ยาวหรือตัดสั้นดีกว่ากัน?หรือบางครั้งก็ถามเราว่า..ถ้าเค้าเป็นแบบนี้.."คนนั้น" จะชอบเค้ามั้ย…ทุกครั้งแอ้ตอบเค้าไปว่า "แบบไหนที่เป็นตัวเองล่ะ?"เค้าผูกโบว์ไว้กลางหน้าผากตัวเองด้วยคิ้ว แล้วก็เดินออกไปถามคนอื่นต่อ…โดยที่ยังไม่ทันฟังประโยคที่แอ้จะพูดต่อ ว่า"แบบไหน..เราก็รักแกทั้งนั้นแหละ"…ปล.พี่แจงคะ..แอ้แค่อ้างอิงจากเวลาที่พ่อขาไม่ได้โกนหนวดแล้วมาหอมแก้มเราอ่ะค่ะ .. ไม่ไคดลึกไปกว่าน้านนน..พี่ก้อนแหละคิดเกิน..

  11. Jang says:

    เมลคอมเมนท์ที่สามไปแล้วค่ะไม่อยากเป็นสองคนเมนท์..หุหุมันชักจะยาวไปแระ..

  12. Jang says:

    พี่ก้อนคิดตามแอ้ทันเพราะพี่ก้อนก็มีประสพการณ์ ถูกพ่อขาไม่โกนหนวดแล้วมาหอมแก้มเหมือนกันหรือเปล่าคะ..เอ๊ะหรือรู้จากประสพการณ์ตรงน้อ..คริคริพี่เพิ่งรู้เหมือนกันนะคะเนี๊ยะ..เชื่อพี่เห้อ 555+คิดเหมือนแอ้ค่ะ แค่คนๆนึงที่รักเรา ก็เป็นอย่างที่เราอยากเป็นไปเหอะ"อยู่เพื่อใครบางคนที่เขารักเราหมดใจ" อย่าอยู่เพื่อให้ใครๆมารักเรา เหนื่อยตาย!!!

  13. Pakin says:

    เคราสักสิทธิ์จิงคับ ^^
     
    ป๋มว่าเรื่องมุขฟาย นี่น่าจาเปนเรื่องปรกติแล้วนะครับสำหรับโลกนี้ 55555+

  14. Jang says:

    "ชีวิตนี้ถ้าโดนหลอก (และรู้ตัวว่าถูกหลอก) ซักครั้ง ก็จะเข้าใจเองล่ะฮะ ว่า ‘ความหวาดระแวง’ เป็นอย่างไร"
     
     
     เคยโดนหลอก
    รู้ตัวว่าโดนหลอก
    แต่..
    ขอบคุณทุกครั้งเลยค่ะ
    เพราะเรา..ฉลาดขึ้น
    รับมือได้มากขึ้น  ..กับด้านที่แย่ๆของมนุษย์
    การอยู่และใช้ชีวิตอยู่อย่างระแวง  หวาดระแวง
    สำหรับพี่แล้ว..แย่หน่อยนะไม่ชอบเลย  ความสุขกับโลกใบนี้มันหายไปกว่าครึ่ง
    ถ้ามันเปลี่ยนเป็นระวังและยังสนุกกับมนุษย์…พี่ชอบมากกว่า
    ………….
    "อยากทำดี บางทีก็ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง (บางฅนก็คิดอย่างนั้น)"
     
    ประเมินกำลังตัวเอง
    ประเมินกำลังอีกฝ่าย
    ประเมินสถานการณ์
    สามข้อในหลายข้อจากยุทธศาสตร์ของซุนวู
    เวลาต้องเผชิญกับคนแปลกหน้า
    เสี่ยงแล้ว…ได้ทำสิ่งที่อยู่ในใจ และทลายกำแพงของมนุษย์..สำหรับพี่คุ้มนะ
    ครั้งนั้น เสี่ยงสองครั้ง..ได้อาม่า มาสองปี
    โอเค..แล้วล่ะ
     
     
     

  15. ก้อน Masatha says:

    cereal_t22 >>> หึหึหึ บางทีเราก็ไม่ค่อยรู้ใจตัวเองเท่าไหร่หรอก บางทีเราอยากเป็นนู่นเป็นนี่ เพราะฅนที่เราให้ความสำคัญชอบเท่านั้นเอง
     
    คิดเหมือนแอ้แหละจ๊ะ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยทั้งนั้น (น้ำขุ่นคลั่ก)
     
     Littlemonkey-Blink >>> อา อันนี้เห็นด้วยครับ ให้ความสำคัญกับฅนที่เห็นความสำคัญกับเราดีกว่าจริง ๆ
     
    Pink_Idea >>> โอ้ว มุกฟายนี่ สัก 5-6 ปีก่อนนี่ยังไม่ฮิตจ๊ะ แต่สมัยนี้น่ะเหรอ…เหอ ๆ
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> โอ้ว ขอบคุณที่มาตอบถึงนี่เลยนะฮะ แต่ละฅนคิดไม่เหมือนกันอยู่แล้วครับ สำหรับผม โดนหลอกซ้ำหลอกซากไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไหร่ เป็นฅนดีแล้วมีภัย ก็ไม่ใช่สิ่งที่เรารู้สึกอยากแลกขนาดนั้น
     
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s