Beard’s reactions

Posted: February 1, 2006 in ว่าด้วยเรื่องของเปลือก

ช่วงนี้กำลังมีไฟทำงาน อัพบล็อคเสร็จแล้วถ้ายังไม่ง่วงจะไปลุยต่อ
 
เอ้าต่อเลยละกาน~*
 


 
มีอยู่หลายเหตุผลที่สนับสนุนการไว้เคราของผมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติของผมที่ค่อนข้างจะมีเคราเยอะ (ผู้ชายที่หนวดเคราเยอะ ผมว่าต้องเคยอยากลองไว้สักครั้งในชีวิตกันทั้งนั้นครับ จะโกนทิ้งโกนทิ้ง ตลอดเวลารู้สึกเสียดายทรัพยากรน่าดู) คุณพ่อที่ไว้หนวดให้เห็นมาตั้งแต่เกิด หรือคุณแม่ที่พูดกรอกหูตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าแม่ชอบฅนไว้หนวดไว้เครานะเว้ยยย ที่แต่งกะพ่อแกก็เพราะไว้หนวดนี่แหละ ฯลฯ
 
 
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบหลังจากไว้เคราก็คือว่า ไม่ว่าคุณจะมีเคยดูดี เรียบร้อย สะอาดสะอ้านแค่ไหนก็ตาม ลองไว้เคราสักครั้ง (เอาแบบดำปี๋เลยนะ หรอมแหรม ๆ ไม่เอา) โลกภายนอกก็จะมองคุณด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 
 
 เมื่อก่อนผมคิดว่าภาพลักษณ์อะไรก็ตาม ถ้าคิดจะเปลี่ยนมันต้องใช้ความอดทนอย่างสูง และใช้เวลาไม่น้อยที่จะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากบุคคลรอบข้าง ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าภาพลักษณ์ของผมสมัยอยู่สาธิต คงเปลี่ยนกันไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน
 
ผมคิดผิดถนัดครับ
 
กลายเป็นว่า แค่ผมไว้เคราเท่านั้นแหละ เวลากลับไปสาธิตเกษตรปุ๊บ ภาพลักษณ์ที่เคยมีมาถูกฉีกกระชาก -ทึ้ง -กระทืบ-เหยียบ-ขยี้ซ้ำ จนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปอย่างง่ายดาย
 
เอาง่าย ๆ ว่าแค่ตอนที่ผมนำสันทนาการ ออกไปเต้นแร้งเต้นกาต่อหน้าน้อง ๆ ในค่าย อาจงอาจารย์ที่มานั่งดูไม่มีใครแสดงสีหน้าประหลาดใจเลยนะครับ แถมยังมีมาชมอีกด้วยว่าผมบันเทิงได้ดีทีเดียว เมื่อเทียบกับตอนอยู่ม. 6 ที่ออกไปเต้นมดแดง(ท่าเต้นเพลงสันฯชนิดหนึ่ง น่ารัก ๆ)นิดเดียว ลงจากเวทีต้องพานพบกับสายตากึ่งทึ่ง กึ่งประหลาดใจทั้งนั้น
 
 
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่ผมไว้เครา คำชมประเภท ‘พี่มษฐาเป็นต้นแบบที่ดีนะ น้อง ๆ ควรเอาเยี่ยงอย่าง’ (ซึ่งเป็นคำชมที่อาจารย์มักพูดถึงศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว) ไม่ลอยมาเข้าหูอีกเลย วะอะอะอะ (ได้ผลเกินคาดแฮะ)
 
เรียกได้ว่าเครดิตที่สั่งสมมาร่วมสิบสองปีในฐานะ "มษฐา" พังครืนลงมาไม่มีชิ้นดี….น่าดีใจเป็นยิ่งนัก
 
เอาเป็นว่าตอนนี้ผมไม่มีปัญหาในการเป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปครับ ไม่ว่าจะเป็นฅนที่ผมทำความรู้จักใหม่ หรือฅนที่เคยรู้จักผมมานานแล้ว เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีใครมองผมดูดีเกินความเป็นจริงแน่นอน
 
 
แต่ในโลกนี้ไม่ได้มีแต่ด้านดีเสมอไป….
 
การไว้เคราของผมก็มีแรงเสียดทานจากฅนรอบข้างเหมือนกันครับ
ส่วนใหญ่กว่า 90% จะเป็นผู้หญิง นอกนั้นก็อาจารย์อาวุโส ทั้งที่สาธิต แล้วก็ที่คณะ ผู้ปกครอง รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนที่รู้จักแต่ไม่ได้สนิทมากก็มี แม้กระทั่งไปหาหมอที่เคยเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก หมอยังหงุดหงิดแล้วพยายามพูดโน้มน้าวให้ผมเลิกไว้เลย (เอากะหมอดิ)
 
ผมก็เพิ่งเรียนรู้นี่แหละว่าการไว้หนวดไว้เครามันเป็นเรื่องร้ายแรงปานนั้น
 
 
แต่โชคดีว่า ก่อนหน้าที่ผมจะไว้เครา ผมเจอกับแรงเสียดทานที่ยิ่งใหญ่ และใหญ่ยิ่งกว่านี้มาแล้ว การไว้หนวดไว้เคราเลยกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
 
นอกจากนี้คำพูดของฅนรอบข้างที่ไม่เห็นด้วยก็มักจะเป็นทำนองว่า
 
"อย่าคิดว่าไว้แล้วดูดีนะ"
"ไว้แล้วไม่หล่อหรอก เชื่อดิ"
"ตอนหน้าใสดูเท่กว่าเยอะเลย"
ฯลฯ
 
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้มีพลังในการโน้มน้าวต่ำมาก ๆ เพราะว่าแค่เริ่มก็ตั้งเป้าหมายผิดแล้วนี่ครับ ผมไม่ได้ไว้หนวดไว้เคราเพราะว่าอยากดูดีนี่นา  (แต่เรื่องแบบนี้อธิบายด้วยคำพูดไม่กี่คำคงไม่เข้าใจได้ง่าย ๆ แน่)
 
กระทั่งว่าเหตุผลที่พยายามบอกให้ผมโกนทิ้งบางอย่างก็เข้าใจยากเหลือเกิน(สำหรับผม) เคยถกเล่น ๆ กับเพื่อนที่ไม่เห็นด้วยกับการไว้หนวดไว้เคราอย่างจริงจังเหมือนกัน เพราะเจ้าตัวบอกว่า ทำแบบนี้แล้วมันไม่สุภาพ
 
"ไว้หนวดมันไม่สุภาพตรงไหนล่ะ เมืองนอกเมืองนาก็ไว้กันออกเกลี่อน"
 
"ก็นี่มันเมืองไทย! ไม่ใช่เมืองนอก!"
 
(นั่นดิ ผมก็งงต่อว่าเมืองไทยมันต่างจากประเทศอื่นตรงไหน การไว้หนวดไว้เคราจึงกลายเป็นเรื่องไม่สุภาพไปได้ แต่ทว่า ถ้าคุณนับถือศาสนาซิกข์ การไว้เครากลับเป็นเรื่องที่รับได้–ทั้ง ๆ ที่อยู่ในเมืองไทยนี่แหละ!!? — ชักเข้าใจคำว่าดับเบิลแสตนดาร์ดขึ้นมาราง ๆ )
 
หรือ
 
"อย่างอธิการบดี (ม.มหิดล) ก็ไว้หนวดซะหนาตรึ๊บ จะบอกว่าแบบนั้นก็ไม่สุภาพเหรอ"
 
"ก็นั่นเค้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรายังเป็นเด็กอยู่"
 
(ผมก็เพิ่งรู้ว่าการไว้หนวดไว้เครามันมีจำกัดอายุเหมือนเรื่องเลือกตั้ง ซื้อบุหรี่ หรือเข้าผับนี่แหละ ว่าแต่ว่าอายุเท่าไหร่ถึงจะไว้หนวดแล้วสุภาพหว่า???)
 
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปฎิกิริยาจากฅนรอบข้างที่ผมประทับใจอยู่นะ
 
เช่น adviser ที่คณะ ผมเคยแตะ ๆ เรื่องนี้กับ adviser เหมือนกัน คำตอบเด็ดมาก
 
"เรื่องนี้พี่ไม่ถือนะ อยู่เมืองนอกไม่มีใครเค้าสนใจหรอก เค้าดูที่ความสามารถ"
ผมงี้ตบเข่าฉาด (ในใจ) เลย อุทาน (ในใจ)ว่า เออ จริงด้วยว่ะ (แต่พอนึกได้ว่าอาจารย์บอกว่าดูที่ความสามารถก็เสียวสันหลังวาบ ๆ เหอๆๆๆ)
 
อีกฅนที่ประทับใจมาก ๆ คืออาจารย์นลินี (ฟิสิกส์) ที่สาธิตเกษตร
 
ทุกครั้งที่เจอหน้าผม อาจารย์จะทำหน้าปรานีปนรู้สึกผิด แล้วพูดสั้น ๆ ว่า
 
"สมัยเรียน พวกครูคงกดดันคุณมากสินะ"
 
เล่นเอาผมอึ้งไปเลย อาจารย์มองแวบเดียวเห็นทะลุไปจนถึงก้นบึงของจิตใจ
 
อาจารย์สาธิตเกษตรนี่ ทำเป็นเล่นไม่ได้เจรง ๆ
 
 
อีกท่านที่ประทับใจ ก็มีเพื่อนคุณแม่ (ขออภัยจำชื่อไม่ได้) ตอนนั้นมีฅนทักเรื่องเคราผมในทำนองไม่เห็นด้วย เพื่อนคุณแม่ฅนนั้นก็เปรยเบา ๆ ว่า
 
"ไม่ต้องห่วงหรอก ไว้เจอสาวที่ถูกใจแล้วอยากทำตัวให้ดูดี เดี๋ยวก็โกนเองแหละ"
 
เออ จริงด้วย(ว่ะ)
 
 
แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ฅนไม่เห็นด้วยนะครับ ผมก็เคยเจอรุ่นน้องผู้ชายหลาย ๆ ฅนที่เข้ามาชื่นชมพร้อมกับคอมเมนท์ว่าเคราผมนี่มันเท่บาดใจ  ก็มี (ซึ่งผมก็ยังคลางแคลงในรสนิยมพวกนี้อยู่) ที่ประทับใจอีกก็มีตอนที่ขึ้น taxi เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง ผมขึ้นไปนั่งข้างฅนขับ บอกจุดหมายปลายทาง ฅนขับก็ขับไป แต่หันมาจ้องหน้าผมบ่อย ๆ (ชินซะแล้วล่ะ กับการโดนฅนมอง) สักพักเจ้าตัวก็อุทานว่า "เคราพี่เท่ชะมัดเลย ปลูกที่ไหนครับเนี่ย"  – – (กำ)
 
พอบอกว่าไม่ได้ปลูกเจ้าตัวก็หันไปขับรถต่อตามปกติ แต่ก็ลูบคางตัวเอง แล้วก็พึมพำ ๆ ว่า "ผมไว้มั่งจะดูดีอย่างนี้มั้ยเนี่ย"
 
 
เออ ดี
 
 
โดยรวมแล้ว การไว้เคราของผมถ้าเป็นฅนรอบข้างที่เจอกันทุกวี่ทุกวัน ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องผิดความคาดหมายแต่อย่างใดแล้วละครับ อย่างตอนที่เริ่มไว้ครั้งล่าสุด ตอนนั้นตัดผม แล้วก็เปลี่ยนกรอบแว่นใหม่พร้อมกัน
 
เชื่อไหมว่าฅนมาทักเรื่องผมทรงใหม่ กับแว่นตาอันใหม่ มากกว่าทักเรื่องเคราซะอีก
 
ส่วนฅนที่ไม่ได้เจอกันนาน ๆ พอเห็นเคราผมแล้วทำท่ามีปัญหา ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร รำคาญนิดหน่อยพอ ๆ กับเวลาแมลงวันมาตอมหน้าเท่านั้นเอง
 
 
สุดท้ายนี้ คำถามที่เจออยู่เป็นพัก ๆ ก็คือ "เมื่อไหร่จะโกนเนี่ย" ผมก็จะตอบส่ง ๆ ไปว่า "อีกไม่นานครับอีกไม่นาน"
 
แต่คำตอบในใจจริง ๆ ก็คือ
 
"เจอผู้หญิงที่ทำให้ผมอยากโกนได้เมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้นละคร้าบบบบบ"
 
 
 

 

Comments
  1. Mailodious³² says:

    :: อยากไว้ก็ไว้ไปเถอะ นี่มันตัวของเราใครมีสิทธ์มาตั้งเงื่อนไขอะไรให้ตัวเราล่ะ? (ความเห็นยังเหมือนเดิม – -")
     
    ::  อาจารย์นินี สุดยอดงับ….
     
    :: ยังไม่เปลี่ยนความคิดที่อยากไถเหมือนเดิม ^^"
     
    :: ขอให้เจอคนคนนั้นเร็วๆนะพี่ก้อน

  2. c e r e a l says:

    แอ้ว่า…
     
    งั้นพี่ก้อนคงได้ไว้เคราตลอดชีวิตแล้วล่ะ
     
    (ล้อเล่นนนนน..)
     
    ..อ่านที่อาจารย์พูดแล้วอยากเรียนสาธิตเกษตรเรยยย

  3. ©~Chefphan~© says:

    ไม่รู้เหมิอนกันครับ  แต่วันที่ผมเจอพี่ครั้งแรกที่ค่า KFC ครั้งแรก
    กับตอนนี้ ผมคิดคนและแบบเลยนะครับ ยอมรับว่าตอนั้นแอบกลัวหน่อยๆ
    ดูเหมือนเปนรุ่นพี่ที่ดุ อะไรแบบนั้นอ่ะ แต่พอเจอพี่เต้นหนอนน้อย
    มันก็พังครืนลงมาเลย 55555

  4. Chayanin says:

    มันก็คงเป็นเหมือน Social Value อื่นๆในสังคมนี้และโลกนี้
    มองด้วยตาที่ต่างกัน ย่อมเห็นได้ต่างกัน
    สิ่งต่างๆเป็นเหมือนลูกเต๋า
    หากเรามองตรงๆไปด้านใด เราก็มองเห็นเพียงด้านนั้น
    หากเรามองทำมุมเฉียงๆกับหน้าเต๋า เราก็จะเห็นได้หลายด้าน
    แต่ไม่มีใคร เห็นทุกด้านได้พร้อมกันแน่นอน

  5. praew says:

    พี่ก้อนอธิบายภาพของการถูกทำลายภาพลักษณ์ได้ดีมากค่ะ – –
    (อ่านแล้วนั่งหัวเราะกับหลายๆประโยคในบล๊อกนี้ ^^)
    จะว่าไป ถ้าอยากไว้ก็ไม่เห็นต้องสนเลยนี่นาว่าใครว่ายังไง
    แพรวว่าที่adviserของพี่ก้อนบอกถูกแล้วค่ะ ว่ามันอยู่ที่ความสามารถ
    ดีออก จะได้ตัดคนที่มองเราจากภายนอกออกไป (ดูตัดเยื่อใยไปรึเปล่าเนี่ย?)
     
    นึกภาพอาจารย์นลินีตามเลยค่ะ ..เห็นภาพทันที!!!
    (เสียดายยังไม่เคยได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์เลย ท่าทางจะมันส์พิลึก)
     
    สงสัยว่ากว่าจะได้โกนจริงๆนี่คงอีกนาน 555 (อยากเห็นหน้าสาวผู้โชคดีจริงๆ ^^)

  6. Chayanin says:

    โชคดีหรือโชคร้ายน่ะแพรว

  7. praew says:

    อันนี้เอาไว้เจอเจ้าตัวแล้วค่อยถามเองดีกว่ามั้ง 5555 (^^)

  8. Jang says:

    เออ…ดีนะเปลี่ยนอะไรแบบไม่ต้องเปลือง
    อย่างที่ป่านว่าแหล่ะ เวลามองคนก็จะมองด้านที่ตัวเองยืนอยู่ร่ำไป
    ดีนะที่มุมมองของคนที่รักก้อนไม่มากดดัน อีก    นอกนั้นก็ช่างมันเถอะ
     
    นี่เป็นข้อคิดที่ดีนะ
    เปลี่ยนมุมมองซะมั่ง…บางทีเขาอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณคิด(หรือหวัง)
    สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ สิ่งที่ใช่อาจจะยังไม่เห็น
    จริงไม๊…ก้อน
    ……….
    แอ้…อย่าพูดไรเป็นลางร้ายงั้นดิ่..555555
    มายด์ อาจารย์นินี  ไม่อยู่ในแบลคลิสต์ใชป่ะ..
     
    อ่านนานะจบแล้วค่ะ..อยากรู้ชีวิตของนานะที่เป็นนักร้องมากกว่าอีกคน
    ชอบคนนี้มากๆ ดูผิดจากความน่าจะเป็นทางจิตวิทยามากเลยนะ
    เลยอยากรู้(อีกแระ)ว่าคนแต่งให้น้ำหนักของความเป็นไปได้และเหตุผลของตัวละครตัวนี้ว่าอย่างไร
    น่าจะเข้าข่าย"ทองเนื้อเก้า"
    อีกคนก็ เห็นทั่วไปในสังคมปัจจุบันนี้..สงสัยว่าพอมีลูกจริงๆจะพลิกชีวิตได้ไม๊
    จะเลี้ยงลูกไงน้อ…ขนาดจุดยืนตัวเอง ยัง"แกว่ง"ขนาดนี้เลย
    ดูน่าจะเป็นบุคลิคลูกคนเดียว หรือไม่ก็คนเล็ก มากกว่าลูกคนกลางที่มาจากครอบครัวน่ารักขนาดนั้นน่ะ
    การ์ตูนนี่เนาะ
    ข่าวดี…Twin-B อ่านการ์ตูนเป็นแล้ว…โย้!!!!^_^
     
     

  9. SoM says:

    เออ เด๋วนี้เริ่มรุ้สึกว่า ถ้าพี่ก้อนไม่มีเครา ก้ไม่ใช่พี่ก้อนสิ เนอะ!

  10. Jang says:

    ก้อน
    ขอโทษด้วยค่ะวันนี้พี่ไม่ได้ไปโบสถ์
    โรคภูมิแพ้น้องธามกำเริบ เลยไปโรงพยาบาลแต่เช้า
    อาทิตย์หน้าจะหอบการ์ตูนไปคืนนะคะ
    ก้อนสะดวกวันไหนหรือให้เอาไปคืนที่ไหนเมลบอกพี่ได้นะคะ(แต่ต้องรอหลังวันพุธเพราะรถเสร็จบ่ายๆค่ะ รถโดนชนนิดหน่อย)
    ^_^

  11. Ploi says:

    หืมมม อยากจะเห็นผู้หญิงคนนั้นจัง คนๆนั้นที่ทำให้พี่ก้อนบอกลาเคราสุดเลิฟไปได้ 555
    ใกล้สอบ ถูกแล้วพี่ก้อน แต่ไม่มีอ่านหนังสือกัน เท่านั้นเอง…

  12. Kaofang says:

    พี่ก้อน..ถ้าพูดถึงพี่ก้อนต้องคิดถึงหน้าที่มีเคราอ่า..55+
    อยากให้พี่ก้อนมาช่วยทำสันอีกอ่ะ..สนุกดีค่ะ มากับพี่โออ่ะ…ฟ่างจะรอดูนะคะ
     
    ps.ขอบคุณที่ไปเม้นนะคะ

  13. ก้อน Masatha says:

     LarMai >>> ขอบใจจ๊ะ พี่ว่าไม่ใช่เราฅนเดียวหรอกที่อยากไถหน่ะ
     
    cereal22 >>> ไม่หรอกจ้า ยังไงตอนรับปริญญาก็คงต้องโกนอยู่ดี (แต่ถ้าต้องโกนเพราะรับปริญญาก็แสดงว่า…ถึงตอนนั้นก็ยังหาไม่ได้อ่ะเด่ะ!!!)
     
    chefphan >>>  ถูกต้องค๊าบบบบ ท่าเต้นพี่นี่ ทำเอาฅนเปลี่ยนความคิดกันมาหลายฅนแล้วล่ะ
     
    KUS³²_Neromics  >>> เห็นด้วย ๆ เราคงไม่มีปัญญาบังคับให้ใครหันไปมองด้านอื่น ๆ หรอกน่อ แต่มันยากตรงที่ว่าทำอย่างไร เราถึงจะหันมุมอื่นให้เค้ามองเนี่ยสิ
     
     pяãέω³² >>> โชคดีฅนที่บันดาลโชคหรือเคราะห์ให้พี่ได้เป็นฅนที่ไม่สนใจไง ถ้าเกิดเป็นเจ้านงเจ้านายที่ไม่พอใจเคราเราก็คงลำบากพิลึก
     พี่ว่าก็ไม่ตัดเยื่อใยไปหรอกนะ ฅนที่ดูภายนอกก็คบแหละ แต่คงไม่ให้ใจมากเท่านั้นเอง
    เฮ้พี่น้อง- ฅนที่รู้จักพี่มีแต่ฅนโชคดีเท่านั้นแหละเฟร้ย!!!
     
     
     
     
     

  14. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> อ่านนานะ แล้วลองมาอ่านบล็อคผมอีกรอบสิครับ อาจจะได้อรรถรสมากขึ้น (หุหุ โฆษณาซะงั้น)
     
    ||SoM"Z|| >>> ถูก!!!
     
    pLoi* >>> พี่ก็อยากเห็นหน้าพอ ๆ กับเราละจ๊ะ นั่นเด่ะ วันก่อนโทร.หาโอ ปรากฏว่ามันอยู๋บ้านแล้ว ตกใจเลยว่าทำไมกลับบ้านตั้งแต่ยังไม่มืด มันบอกว่าสอบนี่เอง
     
     Kaofang >>> โอ้ อ่านหลายรอบแล้วจ้า พอดีเพิ่งมีโอกาสเม้นท์แล้วเนียน
     
     
     

  15. Jang says:

    อืม..อ่านอีกรอบอาจจะได้สับปะรดไปก็ได้นะ….คริคริ
    แซวเล่นน้า…
     

  16. Jang says:

    อืม..อ่านอีกรอบอาจจะได้สับปะรดไปก็ได้นะ….คริคริ
    แซวเล่นน้า…
     

  17. Jang says:

    คลิ๊กเดียว เบิ้ลสอง
    ชีวิตชั้นจะเจอแฝดไปตลอดรึไงเนี๊ยะ
    (โทษทีนะคะ..แหะๆๆ เดี๋ยวจะหาว่าย้ำมุก..)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s