ออมฝัน

Posted: February 10, 2006 in Jam
หีหี เมื่อกี้เพิ่งไปอ่านบล็อคของชาวบ้านมา รู้สึกช่วงนี้กระแสการเมืองจะร้อนแรงพอดู มีประเด็นให้เล่นมากมายหลายเรื่องเลย แต่พอจะอัพบล็อคตัวเอง ก็กลับเปลี่ยนใจแฮะ ยึด concept เดิมคือพูดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่ว ๆ ไปนี่แหละ (ไว้อยากพูดเรื่องหนัก ๆ ไปเมนท์ในบล็อคชาวบ้านน่าจะดีฝ่า)
 


สุดสัปดาห์ที่แล้วไปค่ายมาครับ
 
เป็นค่าย ‘ออมฝัน’ ของพี่ ๆ น้อง ๆ คณะวิทย์ที่มหิดล จัดค่ายที่โรงเรียนตชด. ตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี
 
รูปแบบกิจกรรมก็เป็นแบบค่ายบริจาค+เลี้ยงเด็กละครับ ออกเดินทางวันศุกร์กลางคืน ถึงเสาร์เช้า
 
ครึ่งวันเช้าก็เป็นรวมพล สันทนาการสนุก ๆ กับน้อง หลังจากนั้นก็แบ่งกลุ่มตามอายุ ทำกิจกรรมพัฒนาศิลปะและการฝีมือ แบ่งเป็น อนุบาล ป.1-ป.3 ป.4-ป.6 กิจกรรมก็แตกต่างกันไป วาดรูประบายสี ทำหน้ากาก ทำตุ๊กตาง่าย ๆ ทำพรมเช็ดเท้
เลี้ยงอาหารกลางวัน
ตอนบ่ายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ฝึกกิจกรรมวิชาชีพ ก็มีผสมน้ำยาล้างจาน ทำกล้วยฉาบ ทำวุ้นน้ำหวาน
ตอนเย็นก็มอบของบริจาค ทุนการศึกษา แล้วก็ปล่อยน้อง ๆ กลับบ้าน
 
ตอนกลางคืนเป็นกิจกรรมทำกันเองในชมรม นั่งรอบกองไฟ ขำ ๆ ชิล ๆ เปิดใจกัน
 
วันถัดมาช่วงเช้าเป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ครับ แบ่งกลุ่ม ต่อตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป ทำความสะอาดและจัดบอร์ดในห้องเรียนเด็กเล็ก เปลี่ยนเสื่อน้ำมันในห้องเด็กโต ส่วนน้อง ๆ อนุบาลก็พากินขนมวาดรูป
 
เที่ยง ๆ เราก็กลับลงมา ทานอาหาร แล้วก็ดิ่งกลับคณะวิทย์
 
ค่ายนี้ก็เหมือนกับทุกค่ายที่ผมไปละครับ ที่มีลักษณะเฉพาะและมีสิ่งที่ผมได้รับแตกต่างกันออกไป (แม้จะเป็นค่ายเดียวกัน กิจกรรมเหมือนกันเป๊ะ แต่พอวุฒิภาวะเราเปลี่ยน หรือประสบการณ์เราเปลี่ยน ก็จะได้อะไรต่างออกไปเสมอ)
 
อย่างแรก ค่ายนี้เป็นค่ายที่ผมแทบจะไม่รู้จักใครเลย คือไปเพราะมีรุ่นพี่ที่ภาคชวนไป ซึ่งค่ายนั้นก็มีรุ่นพี่ฅนนั้นฅนเดียวที่ผมคุ้นเคย นอกนั้นอย่าว่าแต่คุยกันเลยครับ แค่เห็นหน้าก็แทบจะไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ แล้วเวลาทำความรู้จักกันมันน้อยมาก ๆ ผมไปเข้าร่วมประชุมครั้งสุดท้ายก่อนไปค่ายแค่หนเดียว แล้วก็มาวันค่ายเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็แค่วันกว่า ๆ (ออกกลางคืนวันศุกร์ กลับวันอาทิตย์เที่ยง)
 
สิ่งที่ประทับใจก็คือ แม้ว่าผมจะมีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในค่ายสั้นจุ๊ด แต่กลับจากค่ายก็รู้สึกสนิทกันมาก พูดคุย-เล่นหัว-แซว-กัด-หยอก ไม่ต่างจากค่ายที่อยู่กันเป็นอาทิตย์เลย ทีมงานทุกฅนในค่ายน่ารักมาก ๆ เข้ามาพูดคุยกับเราจนเราไม่รู้สึกเลยว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นฅนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันด้วยซ้ำ (ตอนแรกนึกว่าจะต้องเกาะรุ่นพี่ที่ชวนเราไปตลอดทั้งค่ายแล้ว ผิดคาดเล็ก  ๆ)
 
ก็เลยรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ของฅนเรา ถ้าเปิดใจแบบไม่มีแทงกั๊กกันทั้งสองฝ่าย บางทีระยะเวลาก็ไม่ใช่เงื่อนไขใหญ่เลย
 
อย่างที่สอง ด้วยความที่ค่ายนี้ผมไปโดยที่แทบจะไม่รู้จักใคร และไม่มีใครรู้จักเลย เพราะฉะนั้นก็แทบจะไม่มีงานอะไรที่ผมต้องรับผิดชอบเลย ตอนวางแผนก็ได้รับมอบหมายอย่างเดียวคือให้ไป ‘ช่วย ๆ ‘ ดูน้อง ๆ ตอนกิจกรรมเรียนรู้ช่วงเช้าเท่านั้นเอง ที่เหลือก็ว่าง
 
ยังงี้ก็เสร็จผมสิฮะ ยุทธวิธีที่ผมใช้ก็คือ เดินไปรอบ ๆ ตรงไหนที่ทำท่าจะฅนไม่พอก็เข้าไปถามว่า มีอะไรให้ช่วยป่ะคับ วิธีนี้ด้วยความที่เราเป็นตัวฟรี เราก็จะรู้ว่า งานอะไรที่ฅนมักมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
 
เชื่อหรือไม่ว่า ผลที่ตามมาก็คือ 70% ของงานที่ผมทำคือ ‘ล้างจาน’
 
ซึ่งจริง ๆ พอมานึก ๆ ดู ก็ไม่ค่อยแปลกหรอกครับ เพราะกิจกรรมอื่น ๆ ก็จะมีฅนรับผิดชอบอยู่แล้ว ข้าวของ หรือการทำความสะอาดหลังกิจกรรม ฝ่ายนั้น ๆ ก็จะเป็นฅนดูแล เพราะงั้นเราก็ไม่ต้องไปช่วยมากเท่าไหร่
 
จริง ๆ แล้ว เรื่องล้างจานเองก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายครัว แต่มันเป็นอย่างงี้ครับ ระหว่างที่เตรียมอาหาร มันก็จะมีอุปกรณ์ที่ต้องเอามาล้างอยู่เรื่อย ๆ อย่างกระทะใหญ่มีสองใบ แต่อาหารมีสี่อย่าง พอผัดผักเสร็จ ก็ต้องเอาออกมาล้างเพื่อเจียวไข่ หรือหม้อหลังจากต้มซุปแล้ว ก็ต้องล้าง แล้วเอามาต้มน้ำสำหรับชงเครื่องดื่ม อะไรทำนองนี้
 
ปัญหาก็คือว่า ฝ่ายครัว (ซึ่งมีไม่กี่ฅน) ก็จะถนัดในการปรุงอาหารครับ ก็จะวิ่งสาละวนกับการเตรียมนู่นเตรียมนี่ ใช้กระทะ ปรุงรสชาติ ทุบกระเทียม หั่นผัก สำหรับผมซึ่งมีทักษะในการทำอาหารใกล้เคียงกับเด็กประถมสอง สิ่งที่ทำได้ก็คือ ล้างจาน ขูดกระทะ อ้อ แล้วก็ยกหม้อหนัก ๆ ลงจากเตาอีกอย่าง หน้าที่ตอนเตรียมอาหารก็เลยไม่พ้น ล้างอุปกรณ์เพื่อเอาไปรีไซเคิลนั่นเอง
 
หลังจากทานเสร็จ ฝ่ายที่มีหน้าที่ส่วนของกิจกรรมต่อไปก็จะต้องรีบไปทำงานของตนเอง ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายครัวที่จะมาล้างภูเขาภาชนะ คราวนี้ก็มีประเด็นอีกว่า ฝ่ายครัวก็ต้องมีฅนที่เตรียมตัวสำหรับกิจกรรมต่อไปเช่นกัน (เช่นเคี่ยวน้ำตาลสำหรับทำกล้วยฉาบ ผสมวุ้นเตรียมหยอดลงแม่พิมพ์ เป็นต้น) ซึ่งผมเองที่แยกกระทั่งกล้วยทอดที่สุกแล้ว กับยังไม่สุกไม่ออก (รวมไปถึงลิ้นจระเข้ที่ชิมอะไรก็ไม่รู้ถึงความแตกต่างของรสชาติ) หน้าที่ที่ช่วยได้อย่างเดียวก็คือ ‘ล้างจาน’ เช่นเคย (ไปค่ายวันเดียว ล้างจานมากกว่าที่ล้างตอนอยู่บ้านทั้งอาทิตย์ซะอีก – -)
 
เอาเป็นว่าสาวใดที่อยากได้แฟนที่มีทักษะพิเศษในการทำความสะอาดถ้วยโถโอชาม ถ้าสนใจก็ติดต่อมาล่ายยยย
 
 
อย่างที่สามก็คือ ประทับใจน้อง ๆ เด็กโรงเรียนตะโกปิดทองมั่ก ๆ ฮะ  อย่างที่บอกไปว่างานนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แม้กระทั่งสันทนาการ ก็ไปนั่งข้างหลังคอยดูน้อง ๆ นำสันฯกัน ก็เป็นความรู้สึกที่ไม่เลวนะ รู้ตัวเลยว่าไม่ ‘สด’ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว น้องรุ่นใหม่ ๆ นำสันฯได้ดีกว่าเราเยอะเลย  อีกอย่างน้อง ๆ โรงเรียนนี้ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดีมาก ๆ เลยนะ กระตือรือล้นในการทำทุก ๆ อย่างที่เราเตรียมไป ไม่มีใครแสดงอาการเบื่อเลยสักนิด ตอนเช้าช่วงสันฯ ก็ให้ความร่วมมือดีมาก ตอนกิจกรรมศิลปะ ผมเองคุมกลุ่มที่ทำหน้ากากของผู้ชาย (ผู้หญิงจะแยกไปทำตุ๊กตา) ตอนแรกก็รู้สึกว่า ทำหน้ากากจากกระดาษตั้ง 2 ชั่วโมงนี่จะสนุกหรือฟระ เสียวแป้กนะเนี่ย แต่ปรากฏว่าน้อง ๆ ชอบกันมากเลย ตกแต่งเสร็จก็เอามาให้เราเจาะรูลูกตากับร้อยหนังยาง แล้วก็ใส่วิ่งอวดไปทั่ว หลาย ๆ ฅนใส่หน้ากากที่ทำไปจนถึงเย็นเลย
 
ตอนบ่ายก็สนุกสนานกันมาก ปอกกล้วยดิบกันจนมีดบาดไปหลายฅน (ทั้งที่ใช้มีดปอกผลไม้ซ่อนคมนี่แหละ) กลุ่มที่เตรียมวุ้นก็แย่งกันรับประทานวุ้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่แข็งนี่แหละจนเละตุ้มเป๊ะ แต่ก็ดูน้อง ๆ สนุกกันดี มีน้องมาลองขอเคี่ยวน้ำตาลด้วย ภาพที่น้องตัวเล็ก ๆ ถือไม้พายที่ยาวพอ ๆ กับตัว ฅนน้ำตาลบนกระทะก็น่ารักดี ดึก ๆ น้อง ๆ หลายฅนที่พักแถวนั้นก็มาเล่นกับพวกเราจนดึกดื่น (มีมานอนกับพวกเราด้วยนะ) วันถัดมาก่อนลาก็ถ่ายรูปกันเต็มไปหมด น้อง ๆ ค่ายหลายฅนก็สนิทกับน้องโรงเรียนเยอะเลย ตอนขึ้นรถสองแถวลงจากเขา น้อง ๆ ทั้งโรงเรียนก็มายืนโบกมือบ๊ายบายวิ่งตามรถกัน
 
ภาพที่เห็นเล่นเอาอิ่มอย่างบอกไม่ถูก
(ค่ายแบบนี้ หวังผลระยะยาวไม่ได้ก็จริง แต่ไปสร้างความสุขให้น้องในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็เป็นอะไรที่ไม่เลวเหมือนกัน)
 
 


 
เรื่องที่สอง สั้น ๆ
หลายวันก่อน ไปดู Memoirs of a Geisha มาแล้วฮะ เจ๋งมาก ๆ (แต่พี่อีกฅนไปดูบอกว่า น่าเบื่อ ไม่มีอะไรเลย-เอ๊ะ ยังไง)
โปรดักชั่นสวยมาก ๆ ฉาก สถานที่ อุปกรณ์ มุมมอง เนี้ยบ ดูกำกับศิลป์แล้วเดิ้ลพอ ๆ กับ Flying daggers (หมู่บ้านมีดบิน)เลยนะ
 
บทหนังก็โอเค ดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่มีตอนที่เบื่อจนเกือบหลับ (แม้จะคลายปมง่ายไปนิด) มีประโยคสะดุดหูพอสมควร นักแสดงสามตัวหลัก (จางซิยี่,กงลี่,มิเชล โหยว) เชือดเฉือนบทจนแทบจะฆ่ากันตาย ดูแล้วกินกันไม่ลงจริง ๆ
 
ส่วนเรื่องที่นักแสดงหลักเป็นฅนจีน ไม่ใช่ฅนญี่ปุ่น ทำให้กิริยาท่าทางของเกอิชาดูกระโดกกระเดก ไม่สมจริง รวมทั้งสำเนียงอังกฤษแปร่ง ๆ อันนี้รู้ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงแล้วฮะ ไม่คาดหวังมากเท่าไหร่ ก็เลยไม่ได้ผิดหวังอะไร 
 
ที่สำคัญที่สุดก็คือ นางเอกตอนเด็ก (ขออภัยไม่รู้ชื่อ) น่ารักพีค ๆ เลยฮะ
ใครมีโอกาสก็ลองไปดูแล้วกัน แล้วจะรู้ว่า โลกของผู้หญิง(ที่รู้สันดานผู้ชายดี) เวลาฟาดฟันกันมันเป็นอย่างไร 
 
ปล. อัพบล็อคของคิวบิคแล้วเน้อ (หัวข้อ ‘ว่างงาน’) ใครสนใจก็แวะไปชมกันได้
Comments
  1. ©~Chefphan~© says:

    ผมไม่ค่อยชินกับค่ายในแนวนี้เลย เพราะแถบไม่เคยไปด้วยซ้ำครับ
    สมัยก่อนมีความคิดว่าค่ายแบบนี้ผมไม่อยากไปแน่ๆ แต่พอตอนนี้
    ก็แทบจะไม่มีโอกาศแล้ว เพราพะทั้งงานที่เยอะและปัจจัยหลายๆตัว
    มันคงเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศมากเลยนะครับ
    ปล. กล้วยฉาบทำยังไงอ่า สอนหน่อยดิ !!!! ฝาน ทอดแล้วเคลือบน้ำตาลใช่เป่า !!!!
    ปล2. อร้ากกก อยากดูเกอิชาครั ยังไม่ว่างไปดูเลย

  2. Jang says:

    ความสัมพันธ์ของฅนเรา ถ้าเปิดใจแบบไม่มีแทงกั๊กกันทั้งสองฝ่าย บางทีระยะเวลาก็ไม่ใช่เงื่อนไขใหญ่เลย ..
          อันนี้พี่ว่าใช่นะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบกั๊กๆซะงั้น  อีกอย่างมันขึ้นกะจุดประสงค์ที่ทำด้วยพี่ว่าถ้าไปทางเดียวกันเราก็จะมองข้ามข้อแตกต่างอื่นๆไปหาจุดมุ่งหมายเดียวที่มีร่วมกัน  มันเลยไม่ค่อยกั๊กเท่าไหร่มากกว่า
      ความสุขในช่วงสั้นๆนี่อย่าประมาทเชียวนะ..สำหรับเด็กๆน่ะ  บางทีเราไม่รู้หรอกว่า ไอ้เวลาติ๊ดนึงกะเสียงหัวเราะชั่วครั้งเดียว ผลของมันจะสร้างความยิ่งใหญ่กับใจเด็กบางคนได้มากมาย  ความทรงจำดีๆสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจในชีวิตมานักต่อนักแล้ว
       ไปเหอะแม้ว่า ก้อนจะได้ไปแค่ล้างจานก็นะ..อย่างน้อยแถวๆนี้ก็พอรู้แระว่าพี่ก้อนมีประสพการณ์การล้างจานสูง..5555
     
         อยากไปดูเหมือนกันล่ะค่ะ  ติดหมาน้อยสองหน่อนี่แหล่ะ พี่ว่าเอาไปดูด้วยคงไม่ดีเท่าไหร่..คิดอยู่เหมือนกันว่าเอาคนจีนมาเล่นเป็นคนญี่ปุ่นดูไงก็ขัดๆ..แต่ประสพการณ์การแสดงน่าจะพอการันตีในระดับหนึ่ง คิดงั้นนะ
        ถ้าให้คนญี่ปุ่นถ่ายทอดเอง  คงกลัวคนดูจะยิ่งมึนตึ๊บไปกันใหญ่ล่ะมั๊ง…หุหุ
     
        เปลี่ยนสเปซเป็นสีชมพูกันหมด..เวลาเปิดหน้าต่างซ้อนๆกัน โอ้..ชมพู้ ชมพู  รับเทศกาลดีจัง
    ปล.1 Joy&Sorrow อารมณ์เสพสุขมากไปจนลืมว่ามันมีวันหมดอายุ..หุหุ
    ปล.2 เรื่องสิทธิ์เสรีภาพที่พี่เขียนไว้ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พี่เห็นว่าการที่คนเราอ้างสิทธิ์เสรีภาพในการกระทำของตน อยู่บนความศรัทธาของผู้อื่นมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง  มันไม่ใช่เรื่องว่าถูกต้องตามสิทธิ์ไม๊แต่เป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าสมควรไม๊  พี่ไม่อยากเหมารวมคนยุโรปไปทั้งหมดนะพี่ว่ามันเป็นเฉพาะพวกที่ยึดถือเรื่อง ตัวกูของกู นี่แหล่ะอันตราย
         แล้วมุสลิมเอง ก้ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยต่อการประท้วงที่ใช้ความรุนแรงอันนั้น ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะผิดหรือถูกบนพื้นฐานของความเชื่อของตน  แต่อยู่ที่  สองฝ่ายพยายามเรียนรู้กันเพื่อแก้ปัญหากันมากแค่ไหน
         พี่ไม่เคยเห็นชาติตะวันตกมีความพยายามแก้ปัญหาเรื่องความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมเท่าที่ควรเป็นนะทั้งๆที่มีตำรามากมายที่ว่าด้วยจิตวิทยาออกมาจากฝั่งนั้น  เป็นกี่ครั้งมันก็ยังไม่หัดเรียนรู้  ต้องให้เครื่องบินไปชนตึกอีกสักสองสามตึกกระมัง  มันถึงจะเข้าใจกัน
      แล้วเคยเห็นคนไร้ทางสู้  สู้ไม๊ล่ะ  หลังชนฝา  มันก็หมาบ้าดีๆนี่เอง  และพี่ก็คิดว่ามันจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ๆอีกมากมายที่จะตามมา   
      มันไม่ใช่เรื่องที่ไม่ควรเรียกร้องนะ  ควรทำทีเดียวล่ะ สื่อจะได้มีจริยธรรมสูงมากกว่าเป็นอยู่นี่ในการนำเสนอข่าว  แปลกใจเหมือนกันออกแต่ข่าวมุสลิมหัวรุนแรงประท้วงแต่ข่าวกลุ่มมุสลิมที่ออกมาแสดงความไม่พอใจมุสลิมที่ไปประท้วง  ไม่เห็นมีเลย  อันนี้เรียกเป็นการกีดกั้นจากสื่ออย่างหนึ่งได้ไหมเนี๊ยะ 

  3. Ploi says:

    memoirs หนุกเนอะพี่ก้อน พลอยชอบมากเลยอ่ะ แต่นี่แหม space คราวนี้มาเป็นสีชมพูเลยนะ ต้อนรับ valentine’s หรอจ๊ะเนี่ย

  4. Ploi says:

    comment อีก นี่แน่ะๆๆๆๆ
    ไอ้โอมันก็คงประชุม กนท.อยู่แหละม้าง แต่ตกดึกมันก็มาถ่ายงานภาษาอังกฤษที่ข้าวสาร เท่านั้นเองแหละ55

  5. Pakin says:

    ชอบชื่อค่ายจังคับ ออมฝัน ^^
     
    หนังไม่ได้ค่อยดูเลยอะคับ แต่geisha สนุกมั่กๆ

  6. Jang says:

    แวะมาวันวาเลนไทน์
     
       ไม่ค่อยอยากอวยพรเหมือนน้องแอ้เลย..แต่อ่ะนะมาแระ
        มีความสุขมากๆกับการได้รัก ได้เป็นที่รัก นะคะ
      
    สุขสันต์วันแห่งความรักนะคะซานตาคลอส…อิอิ
      

  7. Chayanin says:

    ยังไม่ได้ดูเรื่องเกอิชาเลย
    ได้แต่ข่าวแว่วๆมานิดหน่อย
     
    ว่าทั้งคนจีนและญี่ปุ่นไม่พอใจที่ Zhang Ziyi (สะกดถูกป่าวหว่า) ไปแสดงเป็น Geisha
    พูดถึงว่าถ้าให้คนตะวันตกดู ก็คงไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ละมั้ง
     
    แล้วพี่ก้อนคิดว่าที่ใช้ชื่อว่า นางโลม เหมาะสมแค่ไหนอ่ะครับ ผมฟังแล้วรู้สึกว่าทำให้ภาพลักษณ์เกอิชาดูต่ำลงอ่ะ
     
    ไม่รู้คนอื่นๆคิดยังไง
     
    BTW, มีความสุขกับวันแห่งความรักนะครับ

  8. ก้อน Masatha says:

    chefphan>>> ค่ายแบบนี้แล้วแต่ฅนชอบจ๊ะ ถ้าไม่ถนัดแนว ๆ นี้ ถึงไม่ได้ไปก็ไม่น่าเสียดายเท่าไหร่
    กล้วยฉาบเอากล้วยห่าม ๆ มาฝาน ลงทอดแล้วก็เคลือบน้ำตาล ถูกต้องนะคร้าบบบ แต่โรยเกลือแบบเฟรนช์ฟรายด์ก็อร่อยไม่เบา
     
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> เห็นด้วยครับ เห้นด้วย ชีวิตผมตอนนี้ก็ได้แรงบันดาลใจจาก เสี้ยววินาที ที่รุ่นพี่ ๆ เคยมาทำกิจกรรมกันเหมือนกัน
    เรื่องเกอิชา อันนี้ถ้าเตรียมอธิบายบางซีนดี ๆ ก็น่าจะโอเคนะฮะ (เช่นฉากมีอะไรกัน หรือตอนอาบน้ำรวม) กำกับศิลป์สวยจริง ๆ ครับ ยืนยัน ๆ
     
    pLoi* >>> สนุกจ้า นี่ยังไม่ได้ไปดู prime เลย หาจังหวะเหมาะ ๆ อยู่ เขียนถึงโอบ่อย ๆ แหละดี พี่จะได้รู้ว่า วัน ๆ มันทำอะไรบ้าง (โทร.ถามเชื่อบ่ค่อยล่าย) 555555
     
    Pink_Idea  >>> ไปดูมาแล้วเหมือนกันเหรอเนี่ย ดีจัง ๆ ชื่อค่ายพี่ก็ชอบมาก ๆ เหมือนกันจ๊ะ ดูแล้วอิ่ม ๆ ดี
     
    KUS³²_Neromics >>> ก็คงเหมือนเรื่อง the king and I ที่ ฅนไทยยังไงก็คงไม่ยอมรับแหละมั้ง ส่วนชื่อภาษาไทย นางโลมโลกไม่ลืม อ่านแล้วเซ็งเหมือนกัน ก็คำโปรยหนังประกาศอยู่โต้ง ๆ นี่นะว่า "เกอิชาไม่ใช่นางโลม" (ชื่อหนังภาษาไทยก็งี้แหละ คาดหวังยิ่งน้อยยิ่งดี)

  9. Ploi says:

    อีกเดือนนึง.. เที่ยวกะทางบ้านอ่ะพี่ 5555

  10. Jang says:

    คุณน้องก้อนคร้าบ  อีฉากอาบน้ำรวม พอไปรอดนะ  แต่ฉากมีอะไรกัน  คุณพี่แจงจะอธิบายไงดีล่ะคร้า555+
    เครียดน้าคร้า..ต้องปรึกษามือโปรของก้อนซะละมั้ง 555
     
    ไม่ชอบชื่อเหมือนกันล่ะค่ะ  แปลเป็นชื่อไทยแต่ละเรื่อง..ความอยากดูดิ่งลงมาวูบเลย
    ยังสงสัยอยู่ทุกวันนี้แหล่ะ คนม้าบินเนี๊ยะ…มันไปไงมาไง
     
    เพิ่งรู้ ก้อนของเราเป็นสารวัตรนักเรียนเอ๊ย นิสิต..หุหุ

  11. ก้อน Masatha says:

    ห๊ะ ผมเป็นสารวัตรนิสิตตั้งกะเมื่อไหร่?

  12. แองเจิ้ณ says:

    55555+
    เข้าใจว่างานล้างจานเป็นงานที่ไม่จบสิ้นและน่ารำคานมากๆ

    หัดเป็นแม่ศรีเรือนขึ้นแล้วหนิ55+
    ———-
    อืมม เรื่องเกอิชาอ่ะค่ะ คือว่าสำเนียงที่แปลกไปอันที่จริงแล้วเป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการให้นักแสดงพูดภาษาอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นค่ะ
    ( นักแสดงที่คัดมาต้องพูดภาษาอังกฤษได้และมีทักษะทางการร่ายรำ ในขณะเดียวกันก้อถูกฝึกมาในระยะเวลานึงแล้วด้วยอ่ะค่ะ…แต่ก้อคนจีนละนะ^^)
    ถือว่าชอบนะคะเรื่องนี้ ปล.พระเอกแก่ไปไม่ชอบๆๆ><
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s