ฟืน ๆ ไฟ ๆ ในห้องปฏิบัติการ

Posted: February 21, 2006 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่
หลายสัปดาห์ก่อน ผมทำไฟลุกท่วมในบีกเกอร์ครับ
 
ไม่ต้องตกใจฮะ ไม่ได้ลุกลามจนเป็นปัญหาใหญ่โตอะไร แต่ก็มีอะไรน่าสนใจนิด ๆ หน่อย ๆ พอจะเล่าให้ฟังได้
 
ผมอยู่คณะวิทยาศาสตร์ฮะ (เผื่อใครไม่รู้) เรียนด้านจุลชีววิทยา เพราะงั้นเวลาทำ lab ก็จะมีบางส่วนที่ต้องใช้บีกเกอร์ ใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์สำหรับเผาเชื้อให้อุปกรณ์มันสะอาดไร้เชื้อ และอื่น ๆ
 
 
วันนั้น สิ่งที่ผมต้องทำก็คือการใช้ spreader (เป็นแท่งแก้วทำเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วมีด้ามจับยื่นออกมา) ก็คือผมจะต้องเทเชื้อลงบนเพลทที่มีอาหารเลี้ยงเชื้อเป็นวุ้น ๆ อยู่ แล้วเอา spreader ถู ๆ ให้เชื้อมันแผ่กระจายไปทั่วเพลท (เลี้ยงแบคทีเรียน่ะครับ)
 
ก่อนจะใช้ เราต้องเอา spreader จุ่มแอลกอฮอล์บีกเกอร์ แล้วเอาไปลนไฟจากตะเกียง ไฟก็จะลุกท่วม spreader เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วเรารอนิดนึงให้เย็น ถึงจะเอา spreader มาเกลี่ยเชื้อให้ท่วมวุ้นอาหาร (ถ้าไม่เผา spreader ก่อน เชื้อที่มีทั่วไปในอากาศแล้วติดบน spreader อาจจะลงไปในเพลทได้ ทำให้เพาะได้แบคทีเรียที่เราไม่ต้องการขึ้นมา)
 
 
พอดีวันนั้นผมจุ่มแอลกอฮอล์ชุ่มเกินไป พอจุดไฟลุกพรึ่บปุ๊บ แอลกอฮอล์จาก spreader ก็หยดลงไปในบีกเกอร์ ด้วยความที่มันเป็นแอลกอฮอล์ที่ติดไฟอยู่ มันก็เลยพาให้แอลกอฮอล์ในบีกเกอร์ไฟลุกท่วมไปด้วย (กรุณานึกภาพ หยดแอลกอฮอล์ที่มีไฟลุก หยดลงไปในบีกเกอร์ แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ ! ขึ้น ถ้าเป็นในหนังก็เท่อย่าบอกใคร แต่นี่เป็นเรื่องจริง เลยขำไม่ออกแทน – -)
 
 
จริง ๆ แล้วตอนที่ไฟลุกท่วมก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรนะฮะ เพราะบีกเกอร์ที่ใช้ก็ไม่ใหญ่มาก (ขนาดประมาณแก้วน้ำที่ใช้กันทั่วไป) ไฟที่ลุกขึ้นมาก็ไม่ได้มหึมาน่ากลัวเท่าไหร่
 
ตอนแรก ก็กะจะปล่อยทิ้งไว้ให้แอลกอฮอล์มันเผาใช้ไปจนหมด (คล้าย ๆ เทียนที่จุดจนหลอมหมด) มันก็น่าจะดับเองโดยเราไม่ต้องไปยุ่ง (ปัจจัยนึงของการติดไฟ คือเชื้อเพลิงใช่มะ ไม่มีเชื้อเพลิง ไฟก็มอด) แต่หลังจากนั่งดูสักพักก็รู้สึกว่า อัตราการเผาผลาญแอลกอฮอล์ต่ำเรี่ยดิน คือระดับแทบไม่ลดเลย ก็เลยคาดว่า ถึงจะปล่อยทิ้งไว้เป็นชั่วโมง ๆ มันก็คงจะไม่ดับเป็นแน่แท้ แล้วผมคงไม่ถึกพอที่จะมานั่งเฝ้ามันนานขนาดนั้น
 
 
ก็เลยคิดว่า จะลองใช้ น้ำ ดับไฟดู เป็นไอเดียเบสิคดีเดียว คาดว่าพอสาดน้ำลงไป อุณหภูมิก็จะลดลง ไฟก็จะดับไปเอง (ปัจจัยอีกอย่างคืออุณหภูมิสูง ๆ นี่นะ)
 
แต่ผมคาดผิดฮะ
 
น้ำกับแอลกอฮอล์มันแยกชั้นกัน (เออว่ะ) เทน้ำลงไป มันก็จะแยกเป็นชั้นน้ำข้างล่าง ชั้นแอลกอฮอล์ข้างบน ซึ่งไฟก็ยังลุกท่วมอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง แล้วเราก็จะเห็นน้ำเดือดปุด ๆ อยู่ใต้แอลกอฮอล์กับไฟนี่แหละ (แปลกดี ไม่เคยเห็น) ที่แย่ก็คือ อุณภูมิที่ลดระดับอย่างไม่เสมอภาคกันก็จะส่งผลให้แก้วปริออก (เกือบแตก) คล้าย ๆ กับเวลาเราเอาแก้วแช่น้ำร้อนโยนเข้าช่องฟรีซ หรือปล่อยก้อนน้ำแข็งลงไปในน้ำเดือดยังงั้นเลย
 
เอาล่ะสิ ถ้าแก้วแตกไฟลุกท่วมลงบนโต๊ะที่มีกระดาษกองอยู่ใกล้ ๆ คงขำไม่ออก
 
ก็เลยใช้วิธีตะลุมบอน เอาผ้าชุบน้ำหยิบบีกเกอร์ไฟลุกท่วม เอาเข้าไปในอ่างน้ำ แล้วเปิดน้ำสาดแรง ๆ เข้าทำนอง น้ำมากย่อมชนะไฟ
 
ได้ผลฮะ ไฟดับอย่างรวดเร็ว (อ่างมันเป็นโลหะนี่นะ ถึงแก้วจะแตก ไฟลุกท่วมออกมา ก็คงไม่ลามไปมากกว่านี้) แต่สุดท้ายก็ต้องสละบีกเกอร์ไปหนึ่งใบ ซึ่ง จริง ๆ แล้วผมไม่ชอบวิธีนี้เท่าไหร่แฮะ ดูมันถึงลูกถึงฅนแบบไร้สมองยังไงก็ไม่รู้
 
 
และแล้วก็มีโอกาสแก้ตัว
 
 
วันถัดมาก็ทำไฟลุกท่วมบีกเกอร์อีก การทดลองเดิมเป๊ะ ๆ แต่ไม่ใช่สาเหตุเดิมนะ (ใครมันจะยอมพลาดซ้ำสองกัน) คราวนี้ ปัญหาก็คือว่า ตอนใช้ spreader เสร็จ เราก็จะลนไฟอีกรอบ ทีนี้พอใช้เป็นครั้งสุดท้าย ผมก็อยากจะลนสองรอบเพื่อให้มันสะอาดไร้เชื้อจริง ๆ ลนไฟเสร็จ (คราวนี้ยกห่างจากบีกเกอร์เลย กลัวหยดลงไปอีก) นั่งรอจนไฟหายไปหมดแล้ว ก็จุ่มลงไปในบีกเกอร์อีกรอบ
 
 
ตามหลักแล้วมันควรจะไม่มีอะไรใช่ป่ะ แต่พอจุ่มลงไปปุ๊บ ผมก็ได้ยินเสียง ฟรี่บ เบา ๆ แล้วไฟก็ลุกท่วมบีกเกอร์ขึ้นมาทันที
 
 
ทันใดนั้นก็ระลึกได้ว่า แอลกอฮอล์จุดเดือดมันต่ำ แท่งแก้วเพิ่งลนไฟร้อน ๆ มา แม้จะไม่มีเปลวไฟหลงเหลือให้เห็นแล้ว แต่อุณหภูมิก็สูงพอที่จะทำให้แอลกอฮอล์ติดไฟขึ้นอีกรอบ (เออ จริงด้วย)
 
 
คราวนี้ผมก็นั่งจ้องไฟสักพัก อยู่ดี ๆ ก็ภาพการดับไฟของตะเกียงแอลกอฮอล์ก็แวบเข้ามาในหัว ก็คือแค่เอาฝามาปิดครอบไว้ ไฟมันก็ดับไปเอง (ปัจจัยที่สามคือออกซิเจน ไม่มีออกซิเจน ไฟมันก็จะดับไปเอง) คราวนี้ก็เลยหาแผ่นแก้วแบน ๆ มาลองปิดดู (อย่าเผลอเอาอะไรที่ติดไฟได้มาแปะล่ะ) ตอนแรกก็ไม่แน่ใจวิธีนี้เหมือนกัน เพราะบีกเกอร์มันมีจงอยปาก (ไว้สำหรับเท) ที่มีรูอากาศเข้าออกได้แม้เราจะหาอะไรมาปิดข้างบนก็ตาม เพราะงั้น ถึงจะหาอะไรแปะลงไป มันก็ยังมีอากาศอยู่ดี ไฟก็ไม่น่าจะดับได้ง่ายๆ แต่ก็เออว่ะ ลองดูก่อนไม่เสียหลาย
 
 
แต่ขอโทษฮะ แทบจะ ‘ทันที’ ที่ผมวางแผ่นแก้วลงไป ไฟก็ดับในบัดดล (ยังกะร่ายมนตร์)
 
สรุปว่าคราวหน้า ถ้าทำไฟลุกอีก ไม่ต้องไปนั่งคิดถึงการหาน้ำมาดับไฟให้เสียเวลา หาอะไรที่เป็นแก้วครอบลงไป มันก็ดับเอง
 
ฉลาดขึ้นอีกนิดหน่อย
 
 
จริง ๆ ก็รู้นะ ว่าฅนเราโง่ก่อนฉลาด
 แต่บางที แค่ไอเดียที่เด็กประถมก็คิดได้ ทำไมเราถึงต้องโง่ก่อนถึงจะคิดได้ฟระ
 
เสีย self เลยนะเนี่ย "- –
Comments
  1. ©~Chefphan~© says:

    คราวนี้แหละ ผมต้องเม้นคนแรกให้ได้……
    ผมก็เป็นบ่อยครับ ในฐานะพ่อครัวเนี่ย ฟืนไฟ เป็นอะไรที่เจอบ่อยกว่าในแล็ปวิทย์ (จิงๆม่อยากเล่าสนะ ผมอายมากเลย)
    ผมเคยอบไก่ครับ ในเตาอบ ไก่ยัดไส้ข้าวผัดไข่ แล้วราดเป็นเกรวี่แบบซอสมะเขือเทศเข้มข้น (น่ากินอาดิ)
    แล้วผมก็อบไปเรื่อยๆๆๆ แล้วผมก็มานั่งเล่น msn แล้วผมลืมครับ 555555 ด้วยความที่ในไก่แทบไม่มีช่องว่าง และมีน้ำชุ่มชุ่มๆ ข้าวอีก เกินแรงดันมหาศาลขึ้นครับ ผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยตั้งเวลาเตาอบเพราะค่อยข้างมั่นใจว่า กะเวลาไม่เคยพลาด แต่ตอนนั้นผมลืม = = เล่นๆก็มีเสียง ดัง บึ้มมมมมมม ผมก็ตกใจมาก กับไปดูอไก่แตกสลายเปนชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฝาเตาอบกระเด็นหลุดมาข้างนึงเลยครับ = =" แบบเหอะ !! เกิดขึ้นได้อย่างไรกันเนี่ย !!!!
    เป็นบทเรียนราคาแพงครับ…..แพงมากด้วย 4 หมื่นกับเตาอบเครื่องใหม่
     
    อีกเรื่องเมื่อไม่นานมานี้เองครับ ผมกะจะตั้งไฟเพื่อต้มเนื้อน่อง เพราะจะเอาไปทำข้าวอบ แล้วผมก็เอาเนื้อน่องใส่ไปในหม้อ แล้วตั้งไฟ (ปล. ผมลืมใส่น้ำ โคตรโง่เลยอ่ะ) แล้วผมก็เปิดไฟไว้ แล้วก็กลับเข้าไปอีกครัวนึง(บ้านผมมี 2 ครัวนะ ครัวร้อน ครัวเย็น) กลับมานั่งหั่นปลาหมึก ปลอกกุ้งอีกสารพัด สักประมาณ 30 นาที ผมได้กลิ่มไหม้ — — ผมก็เอ่ะ เนื้อเราต้มต้องเปนชมดิ ทำไมได้กลิ่นแปลกๆ เลยออกไปดุ (ตอนนั้นไม่ได้เอ่ะใจว่าลืมใส่น้ำ สภาพไปคือ หม้อผมอยู่ในเปลวเพลิงครับ หม้อเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง แล้วไฟลุกท่วมเลย = =" แบบหม้อไฟอัคคี
    ตามภาพยนต์จีน ผมรีบเข้าไปปิดไฟ เชื่อไหม้ว่าหม้อยังไฟลุกอยู่ ผมเอาน้ำเทไปโครมเบ่อเริ่ม และผมว่า
    เนื้อน่องที่น่ากินของผม กลายเป็นถ่านคุณภาพดีไปแล้ว
    เพราะฉะนั้น โปรดระวังฝืนไฟครับ ><
     

  2. Jang says:

    แสดงว่าตอนทำการทดลองสมัยมอปลายก้อนไม่เคยทำผิดพลาดเลยสิ
    พอได้ประสพการณ์สักครั้งหนึ่งแล้ว..ครั้งต่อไปเราก็จะหาทางแก้ได้ง่ายขึ้นและรับมือกับสถานการณ์เดิมๆได้อย่าง…ใจเย็นขึ้นว่าไม๊
    พี่อ่ะมีวีรเวรวีรกรรมกะห้องเคมีบ่อยมาก  ไม่ใช่ผิดพลาดนะแต่ชอบ"ลอง" เลยโดยหมายหัวเวลาเข้าห้องเคมี
    แต่เรื่องทำไฟไหม้จะไม่ค่อยโดนเท่าไหร่หนักๆจะเป็นเอาสารนู่นสารนี่มาลองใส่แล้วระเบิดเล็กๆ หรือเป็นควันซะมากกว่า ที่โดนตีก็ตอนเอาวุ้นมาต้มแล้วเอาซูโครส ในห้องเคมีมาใส่หมดขวด ต้มกินเฉยเลย อาจารย์เคมีโดนหัวหน้าภาคดุ พวกตัวต้นเรื่องโดนกันคนละสองป๊าป
    สมัยเล็กๆเคยทำภูเขาไฟแบบเอาทรายเปียกๆมาก่อเป็นรูปภูเขา  ที่นี้มันไม่สนุกไง เจ้าความคิดอยู่แล้วชวนเพื่อนมาทำภูเขาไฟเอากระดาษยัดเข้าไปจุดไฟ
    อ๊ะ..ลุกสวยเชียวแต่ติดแป๊บเดียว  เอาไม้มาใส่ โอ..กว่าจะจุดติดนานไป
    แกไปเอาน้ำมันก๊าดที่ใส่ไฟแชคของตาแกมาป่ะ..บอกเพื่อน  ทีนี้เพื่อนเป็นคนไปเอา  มันเลยอ้างสิทธิ์ในการหยดน้ำมันก๊าดใส่ปล่องภูเขาไฟ  หยดในขณะที่ไฟข้างล่างลุกอยู่ 
    เปลวไฟก้วิ่งตามน้ำมันขึ้นมาที่มือเพื่อน
    เพื่อนร้องแล้วจะวิ่ง  ไฟก็ท่วมมือเลย  พี่รีบจับตัวไว้แล้วเอามือซุกในกองทราย
    ผลคือมือโดนไฟลวกไปอยู่โรงบาล  พี่โดนตียี่สิบทีกักบริเวณสองอาทิตย์ 
    พ่อเพื่อนถามว่ารู้ได้ยังไงต้องเอามือไปซุกทราย..อ๋อก็ตอนจุดไฟครั้งแรกปากภูเขาไฟมันหล่นลงไปทับไฟก็ดับ(คงเพราะทรายแห้งจากความร้อนเลยไม่เกาะตัว) เลยคิดว่าเอาทรายกลบๆก็จะดับ
    พ่อเพื่อนบอกว่า"  ฉลาดนะ..แต่จะดีกว่านี้ถ้ารู้แล้วก้ต้องรู้ด้วยว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ  บางเรื่องหนูยังเล็กเกินไปที่จะรับผิดชอบได้ไม่งั้นผู้ใหญ่เขาไม่ห้ามหรอก"
    จำได้ฝังใจเลย..บางเรื่องแม้อยากจะลองแต่รู้ว่าอาจเกิดผลเสียหายได้ก็ไม่ควร…
    เรื่องไฟ..ไปได้ยาวเชียว
    ……………………………
    ©~Chefphan~© เสียดายเตาอบจังค่ะ..T_T เวลาตั้งอะไรบนเตาไว้แล้วไหม้นี่สุดเซ็งอารมณ์เลย  อย่างแรกอาหารที่ทำเสียไปแล้วต้องทำใหม่ อย่างที่สองต้องมาขัดกระทะนี่สิ..งานใหญ่มั่กมากเลย..
    ไหม้ไปสองสามหนตั้งแต่นั้นเวลาทำกับข้าวพี่จะสิงอยู่ในครัวจนกว่าอาหารจะเสร็จ และจำพวกตุ๋นนะจะใส่หม้อตุ๋นไฟฟ้าเลยแล้วใช้นาฬิกาจับเวลาเตือน 
    แล้วไมโครเวฟอีกอย่าง เคยเอาชามไม้ใส่เข้าไปอบ (สุดสะอาดค่ะเค้าว่ากันว่าเอาสากไม้ ชามไม้ที่ใช้งานบ่อยๆเข้าไปอบสองนาทีจะฆ่าเชื้อราได้  ) ไฟลุกในไมโครเวฟเลย  งงอยู่เหมือนกันว่ามันไหม้ได้ไง
    ……………
    ดับไฟนี้ไม่ยากหรอกอาราก้อน..ลองไฟรักสุมทรวงเมื่อไหร่…พี่ว่าเราจะเจอบทเรียนที่แสนประทับใจกว่านี้เยอะ..อิอิ 

  3. praew says:

    อ่า.. แต่ละคนมีประสบการณ์เรื่องไฟกันมาเล่ากันทั้งนั้นเลย
    แพรวเอาบ้างนะคะ.. ^^
     
    ตอนมัธยมต้นค่ะ.. ที่บ้านไฟดับตอนกลางคืนพอดี ก็เลยจุดเทียนกันไว้เป็นที่ๆตามโต๊ะตามตู้ (แต่นั่นก็ยังไม่เป็นปัญหาอะไร) แล้วทีนี้.. มันมีเชิงเทียนอันนึงวางอยู่บนโต๊ะใหญ่ บังเอิญว่าเมื่อเย็นวันนั้นเพิ่งคุยกับเพื่อนมาแล้วมันบอกว่า เปลวไฟของเทียนข้างในที่ร้อนมากๆมันจะเป็นสีฟ้า ..ไม่เคยเห็นค่ะ เลยไม่เชื่อ วันนั้นฤกษ์ดี ไฟดับพอดี แพรวเลยถือโอกาสยื่นหน้าเข้าไปจ้องใกล้ๆ (จ้องเพลินค่ะ สวยดี) แล้วก็มีเสียงดับ "แกร่บ" เหมือนอะไรซักอย่างกรอบๆ แพรวก็ถอยออกมาแล้วมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ..
     
    ก็ยังไม่รู้ตัวค่ะ คิดว่าเป็นไฟฟ้าสถิตอะไรซักอย่างนึง (เด็กหนอเด็ก.. คิดไปได้ – -") ..ทีนี้ เอาใหม่ ถ้าทำแบบเมื่อกี้แล้วได้ยินเสียงอีกก็น่าจะทันสังเกตุว่าอะไรเป็นต้นเสียง..
     
    ทำไป 7-8 รอบ กลิ่น.. เริ่มลอยมาค่ะ เหม็นแบบฉุนๆ แพรวก็ยังไม่เอะใจอีก.. ยังคงยื่นหน้าเข้าๆอกๆอยู่อย่างนั้น
     
    แล้วไฟก็กลับมา.. ก็ต้องดับเทียนค่ะ  โอ้โห! พอแม่หันมาเห็นหน้าแพรวเท่านั้นแหละค่ะ หน้างี้เบ้เชียว (ทั้งตกใจ ขำ งง ฯลฯ) คือทั้งเสียงและกลิ่นแปลกๆนั่นมันคือผมแพรวเอง  >_<.. อ๊ากกกกก! (แต่ก่อนผมสั้นค่ะ)
     
    แต่เรื่องของเรื่องก็คือ เช้าวันถัดไปแพรวต้องขึ้นไปรับเกียรติบัตร!!! โลกนี่แทบจะถล่มลงไปตรงหน้ายังไงยังงั้น.. ไม่น่าเล้ยยย ก็กลายเป็นว่าวันถัดมาแพรวก็มีผมหน้าม้าไปเรียบร้อย (แม่ตัดเอง เพราะช่วงนั้นพ่อไม่อยู่บ้านค่ะ) รูปที่ถ่ายตอนรับเกียรติบัตรก็.. (อย่าไปพูดถึงมันเลย TOT)
     
    หลังจากนั้นมาก็จำฝังใจเลยค่ะว่าผมเนี่ยแค่อยู่ใกล้ๆเปลงเทียนก็ไหม้ได้ (แถมมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์อีก) ..เพราะว่าคืนนั้นหลังจากโดนตัดผมไปแล้วเรียบร้อย แพรวก็เอาผมเส้นยาวๆลองยื่นเข้าไปใกล้ๆเปลวเทียนอีกค่ะ.. ไม่เข็ด เหอะๆ (ก็อยากรู้นี่นา) ปรากฏว่าไหม้หงิกงอเลย = = ..เป็นอีกหนึ่งความฝังใจเล็กๆ..
     
    เอ๋? ..commentเอนทรี่ที่แล้วไม่ติดนี่นา >_<

  4. gibt says:

    จำได้ว่าตอนอยู่ม.ปลาย มีคนทำไฟลุกท่วมโต๊ะเคมีเลย (ความจริงรู้สึกว่าจะเป็นเราเองแหละ) ถ้าจำไม่ผิดก็คือว่า เราทำแอลกอฮอลล์หกลงจากตะเกียงแอลกอฮอล์ซึ่งจุดไฟอยู่ งงป่าว ก็เลยแบบว่าลุกท่วมเลย แต่อาจารย์สติดีที่เอาทรายมาโรยทันอ่ะ เลยไม่เป็นโศกนาฏกรรมจ้า

  5. ก้อน Masatha says:

    ©~Chefphan~©  >>> ทำครัวที่ต้องยุ่งกับไฟตลอดเวลาจะพลาดสักหนสองหนก็ไม่แปลกหรอกนะพี่ว่า ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้ลุกท่วมเป็นเรื่องใหญ่อะไร พี่ไม่เคยทำไฟในครัวลุกเลยอ่ะ ไม่ใช่ว่าเก่งอะไรหรอก
     
    ไม่เคยทำครัว! – –
     
     
     ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> กร๊าก ความคิดสร้างสรรค์เจิดมากฮะ ผมอยู่แล็บไม่กล้าเอาอะไรเข้าปากเท่าไหร่ กลัวมิวเตท
    เอามือซุกทรายนี่เยี่ยมมากเลยฮะ (ฉลาดชะมัด) นึกไม่ถึงเหมือนกันนะเนี่ย
    ไฟรักสุมทรวงนี่ดับไม่ยากฮะ เอาเหล้าสาดปากซะหน่อยก็ดีขึ้นเอง (แต่หลังจากนั้นตัวใครตัวมัน)
     
     
    pяãέω³² >>> อ๊ะ อยากดูรูปแพรวรับเกียรติบัตรวันนั้นจัง (น่าจะน่ารักนะเนี่ย) ผมพี่ไม่เคยโดนไฟลุกอ่ะ แต่ขนที่มือโดนบ่อย ๆ เพราะตอนทำแล็บ ตะเกียงแอลกอฮอล์มันวางไว้ใกล้มือ เวลาไหม้ทีกลิ่นก็คละคลุ้งเหมือนกัน (ถ้าดูดี ๆ ขนตรงหลังมือขวาจะหายไปแถบนึง ตอนนี้ยังไม่งอกเลย *- -)
     
    เอนทรี่ไม่ติดเรอะ เสียดายจัง -*-
     
     
    gibt >>> โอ๊ จำได้ ๆ ตอนนั้นอยู่ม 4 เรียนเคมีกับอ. ลัดดาวรรณ วันนั้นกลายเป็นเรื่องดังไปเลยนี่นะ ดีนะไม่มีใครเป็นอะไร
    (ทำแล็บตอนม.ปลายก็ดีงี้แหละ ผิดพลาดอะไรก็มีอาจารย์คอยช่วยดูให้) คิดถึงสมัยนั้นเหมือนกันนะเนี่ย

  6. May-ya says:

    +++ 5555 ไม่อยากจะบอกเล้ยว่าวีรกรรมของเราก้อเกี่ยวกะไฟแบบเดียวกะพี่ก้อนเด๊ะ แลปไมโครเหมือนกันด้วยนะเชื่อปะ 5555
     
    +++ เหตุเพราะลนไฟฆ่าเชื้อสเปรดเดอร์นี่แหละ แล้วก้อชุ่มเกินไปเหมือนกันนี่แหละ แต่เมโง่กว่าพี่ก้อนหลายเท่าตัว 5555 เมทำในลามิน่าโฟลว์ !!!!!!!! แถมไอ้บีกเกอร์กะตะเกียงแอลกอฮอล์เนี่ย ก้อไม่ได้อยู่ติดกัน แล้วอะไรที่คั่นกลางคะ ?? โอ้โห.. เพลทที่มีวุ้นอยู่เต็มเอย เพลทเชื้อเอย มีแม้แต่กระดาษอ้ะ !!! (ใครเค้าเอากระดาษไปใส่ในลามิยน่าโฟลว์กัน??) แล้วพอแอลกอฮอล์ที่มีไฟลุกหยดทีเนี่ยยยย ประติมากรรมครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว -_-" แถบหน้าของลามิน่าโฟลว์เนี่ย เสร็จ !!
     
    +++ ตอนนั้นก้อนึกอยู่ว่า ไม่น่ามาเปนนักวิทย์เลยช้าน 55555

  7. Rata says:

    ฟืนไฟนี่เหมือนความรักนะ บ้างก็ให้ความอบอุ่น บ้างก็ร้อนแรง จนแผดเผา ใจร้อนรุ่ม
    อันตรายเนาะ!!

  8. ©~Chefphan~© says:

    รู้สึกว่ารตา คอมเม้นนอกประเด็นอ่ะครับ – -"
    ห่างจากเรื่องแบบนี้….สักนาทีก็ได้จ๊ะ….คนเข้าอิจฉา

  9. c e r e a l says:

    พู ด ถึ ง ไ ฟ   จำ ไ ด้ ว่ า ต อ น เ ด็ ก ๆ
    อ่ า น เ รื่ อ ง เ ด็ ก ข า ย ไ ม้ ขี ด
    แ ล้ ว อ ย า ก จุ ด ไ ม้ ขี ด เ ป็ น เ อ า ม า ก ๆ
    แ ต่ ก ว่ า จ ะ ก ล้ า จุ ด   . . ป า ไ ป ค รึ่ ง วั น แ น่ ะ
    . . ไ ม่ รู้ ก ลั ว อ ะ ไ ร
     
     
    ไ ม่ ลุ ก ล า ม กั น ไ ป ใ ห ญ่ ก็ ดี อ่ ะ ค่ ะ พี่ ก้ อ น . .
    แ อ้ เ ค ย จุ ด เ ที ย น ไ ว้ . . แ ล้ ว ทำ ก า ร บ้ า น
    แ ล้ ว ทำ อี ท่ า ไ ห น ไ ม่ รุ . . เ ที ย น ไ ห ม้ ผ ม ตั ว เ อ ง
    วั น รุ่ ง ขึ้ น ทุ ก ค น เ ล ย ไ ด้ เ ห็ น ผ ม ห น้ า ม้ า   ซ ะ งั้ น . .
     
    . . . . .

  10. Jang says:

    อาราก้อน
       พี่โจ้บอกว่า
    ของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะให้คุณป้าคือ  ไม่ให้
    (ก่อนคนในครอบครัว)
     
    ฝากบอกคุณป้าด้วยนะ..ขอให้มีความสุขมากๆสุขสันต์วันเกิด
    ขอให้ลูกชายไม่ดื้อไม่ซนไม่เถียงคำไม่ตกฟาก…ฯลฯ
    55555
    กลับมาพี่ค่อยเอาไปให้แล้วกันนะ
    ว่าจะเอาไปให้เช้านี้แต่คงตกเครื่องซะก่อนแหงมๆ
    ….
    แล้วเจอกันนะคะ
     

  11. แองเจิ้ณ says:

    5555555555+
    อ่านแล้วขำมากฮ่าๆๆ
    คงสนุกดีละมั้ง…ฟังที่เล่ามันคงสนุกแต่เรื่องจริงคงยังขำไม่ได้ม้างฮ่าๆๆ
    555+แอบฝากถึงแพรว
    เจิ้ณเคยเอาผมตัวเองที่เพิ่งตัดไปเผาไฟ…กลิ่นเหมือนกุ้งเผาเลย…น่ากินจัง><

  12. ก้อน Masatha says:

    May-ya  >>> อ๊ะ ร้อนแรงเหมือนกันนิเรา ไฟพี่ก็ลามในลามิน่าร์ โฟลว เหมือนกันแหละจ๊า … (ว่าแต่เอากระดาษอะไรไปยัดไว้ในนั้นล่ะ)
     
     
    Pum+PiM+ >>> เห็นด้วยว่ะ อยู่ใกล้ก็ร้อนเกินไป อยู่ห่างก็หนาวซะอีก ยากจริง ๆ
     
     
    Cereal22 >>> ดูทุกฅนเคยมีประสบการณ์ไฟไหม้ผมกันมาแล้วทั้งนั้นเลยเนาะ ไม่เคยแฮะ ๆ (จุดเทียนทำการบ้านเลยเรอะ ขยันจัง…)
     
     
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤>>> ไม่ให้หลังฅนในครอบครัวก็คงไม่ได้แล้วล่ะฮะ รุสึกตอนนี้ที่บ้านมีคุณพ่อฅนเดียวที่ให้ เหอ ๆ ๆ
     
     
    AnGeL_HipZ* >>> เราว่าเหมือนกุ้งเรอะ… พี่ว่ามันเหมือนกลิ่นยางรถยนต์ไหม้มากกว่า
     
     
     
      

  13. ก่องก้อง says:

    5555มีแต่ไฟกับน้ำ
    น้ำกับไฟ
    พี่ก้อนอะค่ายฟันแค้มไปนะ
    อยากให้ไปคับ555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s