ในวันที่ปัญหา..ถาโถมเข้ามาใส่

Posted: March 27, 2006 in Jam
หึหึ
เอาเพลงมาใส่แล้วก็แวบไปทำงาน พี่แจงเข้ามาเมนท์ซะแระ… ยังไม่ได้ใส่เนื้อหาเลยจ้า
หายไปร่วม 20 วัน งานประดังประเดเข้ามาใส่ ตอนนี้เริ่มพอหายใจคล่องคอขึ้นแล้ว ก็ว่าจะอัพสักหน่อย
 
เตือนไว้ก่อนว่าเอนทรี่นี้แอบหนักนะจ๊ะ


 
ปกติแล้วมองตัวเองว่าไม่ใช่ฅนขี้บ่นหรือเป็นฅนที่ชอบแก้ตัวนะ เพราะคิดอยู่เสมอว่า สองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทำแล้ว ‘ไม่เท่’ เอาซะเลย ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามจะหลีกเลี่ยง แต่บางทีสถานการณ์มาถึงจุด ๆ หนึ่ง ก็รู้สึกอย่างทำขึ้นมา
 
 
 
เรื่องก็มีอยู่ว่า…
สัปดาห์ที่ผ่านมาไปเข้าค่าย KUS Fun Camp ครั้งที่ 3 มาครับปกติก็จะไปช่วยเกี่ยวกับเรื่องสันทนาการ แล้วก็งานจิปาถะ พอดีปีนี้พิเศษนิดหน่อย ตรงที่ว่า มีกิจกรรมที่ผมคิดขึ้นมาใส่ในค่ายด้วย
 
ก่อนหน้าค่ายจะเริ่มสักสามวัน (ถ้าจำไม่ผิด) มีประชุมนำเสนอกิจกรรมค่ายของวัดยาง จริงๆ วันนั้นก็ไม่ว่าง แต่ณัชอุตส่าห์โทร.มา ก็เลยแวบไปสักหน่อย ตอนที่ณัชพรีเซนท์กิจกรรมอยู่ ก็เกิดไอเดียกิจกรรมใหม่ แวบเข้ามาในหัว
 
ตอนนั้นไม่มีอะไรทำ (ก็แค่นั่งฟังณัชพรีเซนท์ในสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว) ก็เลยค่อย ๆ นั่งร่างกิจกรรมนั้นออกมาลงกระดาษ
 
ประชุมเสร็จ ก็เอาแผ่นนั้นไปให้แก้ว (ประธานค่าย Fun Camp ครั้งที่ 3 ดู) บอกว่าคิดเล่น ๆ ในหัวขึ้นมา เลยเอามาให้ดู เผื่อคราวหน้าอาจจะได้ใช้ แก้วยังถามเลยว่า จะใช้ค่ายไหนคะเนี่ย ICT รึเปล่า ผมก็ตอบไปว่า แล้วแต่เราล่ะ เก็บไว้ Fun Camp ปีหน้าก็ได้มั้ง
 
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะปกติเวลาเอาไอเดียไปเล่าให้น้อง ๆ ฟัง ส่วนใหญ่ก็มลายหายไปกับสายลมอยู่แล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกัน
 
 
แต่คราวนี้กลับต่างออกไป
 
 
เย็นวันนั้น ณัชโทร.มาบอกว่า น้อง ๆ อ่านกิจกรรมของพี่ก้อนแล้วสนใจ คิดจะเอามาใช้ในค่ายนี้เลย เราฟังแล้วก็ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ตอนนั้นก็ยังคลางแคลงใจว่า อีกไม่กี่วันก็เริ่มค่ายแล้ว มันจะเตรียมกันทันเหรอ (วะ) แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า ถ้าคุยกันไปคุยกันมาแล้วมันตัน ก็คงตัดออกไปเอง
 
วันรุ่งขึ้น น้องฅนที่รับผิดชอบกิจกรรมโทร.มา เพื่อขอคำปรึกษา เราก็อ๊ะ สงสัยว่ากิจกรรมนี้มันจะเกิดขึ้นจริงแฮะ ตอนปลายสัปดาห์ก็เลยรีบเคลียร์งาน แล้วก็แวบไปที่ค่ายสักหน่อยไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง
 
 
นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมากที่สุดในรอบสัปดาห์เลย
 
 
เพราะเมื่อไปถึง ได้ไปเห็นน้อง ๆ ที่รับผิดชอบ ได้เห็นว่าตัวกิจกรรมที่เราคิดมันจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มีฅนมาช่วยน้อยแค่ไหน ก็ทำให้เราเกิดความรู้สึกรับผิดชอบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
 
จากตอนแรก ที่คิดไว้ว่าคงจะไม่ได้ไปค่ายนี้เลย เพราะภาระที่คณะก็หนักหน่วงเอาการอยู่ สุดท้ายทั้งสัปดาห์ก็เปลี่ยนตารางใหม่หมด
 
พอมาคณะก็รีบปั่นงานให้เร็วที่สุด ถ้าจะจัดเวลาให้ได้เมื่อไหร่ ก็รีบดิ่งกลับไปค่ายทันที เพื่อไปช่วยเตรียมงาน คิดรายละเอียด เตรียมบทพูด แม้กระทั่งรู้ตัวว่า ถ้าแวะไปก็อยู่ได้แค่ 3-4 ชั่วโมงก็ต้องกลับมาทำงานต่อ ก็ยังจะไป เพื่อไปคอยดูว่า มีอะไรที่เราช่วยเหลืออีกได้บ้าง
 
 
ที่พีคที่สุดคือคืนก่อนวันงาน น้องโทร.มาน้ำเสียงใกล้ตายให้ได้ จากที่ตอนแรก ทำใจไว้แล้วว่า วันที่มีกิจกรรมคงไม่ได้ไปดู เพราะตาราง lab ที่วางไว้ แน่นเอี๊ยดตั้งแต่เช้าถึงดึก สุดท้ายก็ตัดสินใจ กลัยไปทำ lab ตอนเที่ยงคืน แล้วก็ทำต่อเนื่องไปจนเสร็จประมาณ 10 โมงเช้า (ได้นอน 1 ชม. ช่วงตีสาม กับอีก 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ตอนหกโมงเช้า) ไปถึงค่ายต้องเตรียมกิจกรรมเพราะเริ่มบ่ายโมง อาหารเช้า + กลางวันคือมาม่า 3 คำ แล้วก็อยู่กิจกรรมถึงบ่ายสามโมง ก็รีบดิ่งกลับมาคณะเพราะมีนัด lab กับรุ่นพี่ตอน 4 โมงเย็น
 
 
ทำ lab เสร็จตอนสามทุ่ม แทนที่จะเข้านอน หรือเตรียมสไลด์ ก็ดันตัดสินใจกลับไปที่ค่ายอีกรอบ (ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหน้าที่แล้ว) แต่เพราะว่าเริ่มรู้สึกผูกพันกับน้อง ๆ ค่าย แล้วก็น้องที่เราทำงานด้วย ก็อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศของคืนวันสุดท้ายซึ่งมักจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด
 
 
ผลที่ได้… ห่างไกลจากคำว่าซาบซึ้งพอใช้
 
 
มีประโยคสองประโยคที่ประทับใจมาก ๆ ที่ได้จากค่ายนี้
 
– "มีอะไรให้พี่ช่วยได้อีกไหม" (ตอนนั้นอยู่ที่ lab แล้วน้องโทร.มาปรึกษาเรื่องกิจกรรม)
  "ถ้าขอได้ คราวหน้าพี่ก้อนอย่าทิ้งงานอีกดีกว่าค่ะ"
 
– "ดีใจที่ได้ทำงานกับเรานะ คราวหน้าคงจะได้ทำงานร่วมกันอีก"
 "ทำงานกับพี่ก้อนครั้งนี้ขอเป็นครั้งสุดท้ายเถอะค่ะ คราวหน้าไม่เอาอีกแล้ว"
 
 
 
… ฟังแล้วก็ท้อนะ… เมื่อคิดว่า นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากการที่ทุ่มสุดตัวให้กับกิจกรรมนี้ ทั้ง ๆ จริง ๆ แล้ว ฅนที่ตัดสินใจว่าจะเอากิจกรรมนี้มาใส่ไว้ในค่ายไม่ใช่ผมด้วยซ้ำ (ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับวันแรกที่แวะไปค่าย เจอณัชปุ๊บ วิ่งเข้ามารวบตัวเรา แล้วบอกว่า "ขอบคุณมากนะพี่ก้อนที่อุตส่าห์มาช่วย")
 
 
แต่พอลองมองในกรอบของน้องที่ต้องรับผิดชอบกิจกรรมนี้แล้ว นอกจากจะโดนเปลี่ยนกิจกรรมที่ตัวเองอุตส่าห์คิด ก็ยังต้องมานั่งหลังขดหลังแข็ง ทำกิจกรรมที่ผมคิดให้เป็นรูปเป็นร่างอีก … ก็เล่นเอาเคืองไม่ลง (ถ้าน้องได้ทำกิจกรรมที่น้องเตรียมมา ก็คงสบายกว่านี้ แล้วตัวกิจกรรมอาจจะประสบความสำเร็จมากกว่านี้ก็ได้)
 
ค่ายจบแล้ว… น้อง ๆ ได้ไปพักผ่อน แต่งานของผมยังไม่เสร็จ…
 


เช้าวันศุกร์ ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายของค่าย ผมมาคณะแต่เช้า มาปั่นรายงานส่งอาจารย์ (ส่งบ่ายสอง เสร็จตอน 11 โมงเช้า)
พบอาจารย์เสร็จ ตอนบ่ายน็อคคาโต๊ะที่นั่งทำงานอยู่
 
ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มืดแล้ว ตอนนั้นกดดันมาก เพราะงานยังไม่เสร็จ แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นมีสอบอีก ซึ่งถึงแม้ว่าร่างกายแข็งแรงดี แต่วันก่อนสอบก็อยากนอนให้ครบ 6 ชั่วโมง (ไม่นับว่าเพิ่งเสร็จค่ายมา จะโทรมกว่าปกติอยู่แล้ว) แต่ดูเวลาแล้วก็งานที่เหลือแล้ว อย่าว่าแต่จะได้อ่านทวนสอบเลย จะได้นอนกี่โมงก็ยังไม่รู้ ตอนนั้นพีคมาก
 
โทร.ไปหาคุณแม่ คุยสักพัก ได้รับกำลังใจเสร็จ พอวางหู ก็มานั่งร้องไห้อยู่ฅนเดียวที่ lab สักพักก็รู้สึกดีขึ้น ฮึดสู้ นั่งทำงานจนเสร็จตอนตีสองครึ่ง นอนที่ lab ตื่นประมาณ 7 โมงเช้า(คุณแม่โทร.มาปลุก) แล้วก็วิ่งขึ้นรถเมล์ไปสอบภาษาอังกฤษที่ศาลายา
 
สอบเสร็จคุณแม่มารับ พาไปทานข้าวด้วยกันแล้วมาส่ง ตอนเย็นน็อคไปอีกราว ๆ 3-4 ชั่วโมง ก็ตื่นขึ้นมาไป lab ทำงาน แล้วก็เตรียมสไลด์จนถึงตี 5 วูบคาโต๊ะไปสองชั่วโมง 7 โมงเช้าตื่นมาทำสไลด์ต่อ ทัน 9 โมงเข้าที่นัดซ้อมพรีเซนท์กับอาจารย์พอดี….
 
 
 
รู้ตัวอยู่นะ ว่าถ้าใจแข็งพอที่จะไม่ไปค่าย ชีวิตก็คงจะเบากว่านี้ แล้วก็ไม่กดดันขนาดนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ ใครจะว่าผมไม่รู้จักแบ่งเวลา หรือไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญในชีวิต ผมก็ไม่เถียง แต่อย่างน้อย ๆ นี่คือสิ่งที่ผมเลือกเอง และทำเท่าที่จะสามารถทำได้ น้อง ๆ อาจจะอยากโวยวายว่า ผมทิ้งงาน คิดกิจกรรมแล้วก็หายหัวไปเลย ไม่รับผิดชอบ แต่ผมก็อยากจะบอกว่า ผมทำได้มากที่สุดแค่นี้แล้วจริง ๆ ผมไม่มีอำนาจมาบอกว่า กิจกรรมมันเพิ่งคิดนะ เตรียมไม่ทันหรอก ถอดออกเหอะ เพราะผมไม่ใช่เจ้าของค่าย แต่เมื่อกิจกรรมนี้ได้รับเลือกมาให้ใช้ ผมบีบตัวเองให้ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ถ้าทำให้น้องเหนื่อย น้องลำบาก
 
 
 
…ขออภัยจริง ๆ…
 
 
 
ผลลัพธ์จากการที่ตัดเวลาตัวเองไปค่ายยังไม่หมดหรอกฮะ ยังมีงานคั่งค้างที่ต้องรีบทำให้เสร็จทันกำหนดอีกหลายอย่าง (ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเสร็จตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  เรียกว่ายังไม่พ้นวิกฤติ แต่ก็น่าจะเลยช่วงที่หนักที่สุดของเดือนนี้มาแล้ว
 
ฅนที่อยากขอบคุณที่สุดคือคุณแม่ฮะ ที่คอยดูแลตลอด โทร.ปรับทุกข์ที่ไรก็คอยให้กำลังใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อยู่ที่ค่ายก็ปลีกออกมารับให้ได้ ทั้ง ๆ ที่กำลังประชุมเรื่องเดินขบวนอธิการของเกษตรอยู่ โทร.มาปลุกให้ตั้งแต่เช้า ถ่อไปรับถึงศาลายา
 
น่าอายนะ ที่เวลาเรามีความสุขเราจะคิดถึงใครไม่รู้ แต่เวลามีความทุกข์เรากลับคิดถึงคุณแม่
 
แต่ก็อยากจะบอกว่า นี่คือผู้หญิงฅนเดียวในโลกฮะ ที่ผมจะยอมให้เห็นในเวลาที่อ่อนแอที่สุด ไม่มีใครที่เชื่อใจมากกว่านี้อีกแล้ว
 
และนี่คือเพลงที่อยากให้คุณแม่ได้ฟังฮะ (ทำลิงค์ไว้ที่ชื่อเพลงแล้ว)
 
 
 
 

ฉันเคยเกือบ พลาดสิ่งที่ดีที่สุด ในชีวิต
หากในวันที่ฉันล้มอยู่ ไม่มีหนึ่งใจของเธอ
ฝันคงจบ หลายสิ่งที่ดีคงหมดทางได้เจอ
หนึ่งกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ไม่ลืมได้เลย…

* ขอบคุณที่รักกัน ขอบคุณทุกครั้งที่คอยกอดฉัน
ในวันที่ปัญหา ถาโถมเข้ามาใส่
จะตอบแทนความรัก ที่ฉันได้จากเธออย่างไร
ก็รู้ดีว่าไม่พอ แต่ขอทำให้ดีที่สุด

สักวันหนึ่ง ฉันอาจต้องล้มลงอีก ใครจะรู้
แต่ถ้าเธอไปด้วยกันอยู่ ก็ไม่หวั่นกลัวเท่าไร
เรื่องบางอย่าง ฉันอาจได้เคยพูดบอกเธอออกไป
แต่อีกมุมนึงของหัวใจ ไม่เคยพูดเลย

(ซ้ำ *)

(ซ้ำ *)

ขอบคุณในความรัก ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
จะรักเธอให้มากพอ และขอทำให้ดีที่สุด…

Comments
  1. Jang says:

    ดีจ้า
    ไม่รู้อารมณ์ไหนนะ แต่อ่านแล้วรู้สึกก้อนน่าจะโอเคนะ
    กลับปลายเมษาค่ะ
    งานหนักมากไม๊ พี่กะแฝดเอาใจช่วยนะ
    คิดว่าก้อนผ่านได้น่า
    Miss U na ka
    P’ Jang
     

  2. SoM says:

    อ่า ก้รุ้ว่าพี่ก้อนยุ่งมากๆ เพราะค่ายนี้ไม่ค่อยเหนพี่ก้อนเลย แต่พี่ก้อนก้ยังอุดส่ามาช่วยดูกิจกรรมให้ ว่าแต่ ใครเปนคนพูดอย่างงั้นกะพี่ก้อนอ่ะ…. รับไม่ได้จิงๆ ขอเคืองแทนด้ายมั้ย ถึงจะม่ายค่อยรุ้เรื่องอะไรด้วยก้เหอะ แต่ว่า ฟังดูโหดร้ายมากๆเลยเจอกันค่ายนี้ ยังม่ายหายคิดถึงพี่ก้อนเลยนะ ม่ายด้ายดูพี่ก้อนเต้นเลยซักเพลง เสียดาย ๆ

  3. ก่องก้อง says:

    พี่ก้อนอย่าคิดมากนะคับคนเราก้อต้องมีช่วงผิดหวังผิดพลาดอะ
    พี่ก้อนเก่งจะตายไปพี่ก้อนช่วยชมรมเรามากเท่าที่พี่ก้อนจะทำได้แล้วขอบคุนจิงๆๆ
    ค่ายนี้ดูพี่ก้อนเงียบๆปายก้องก้อว่าแล้วว่าแปลกๆดพราะปกติพี่ก้อนจะคุยกะเราบ้างอะแต่ค่ายนี้เงียบไปเรยย
    เปนกำลังใจให้คับบบ คนมีอะไรทำดีก่าคนที่ไม่รุว่าตัวเองต้องทำอะไรว่างไปวันๆๆ
    ถึงแม้สิ่งที่ทำจะหนักแต่ก้อทำให้มีปะโยดแก่ตัวเราแน่นอนนนน
    อ่านแล้วเหมือนพี่ก้อนน้อยใจอะ555ม่ายคิดมากๆชีวิตอิกยาวนัก
    สู้ๆ5555

  4. c e r e a l says:

    ไม่แปลกค่ะพี่ก้อน
    ที่เราจะคิดถึงคนที่เรารัก และเค้าก็รักเรา ในเวลาที่เราอ่อนแอที่สุด
    แอ้ว่าในเวลาที่เรามีความสุข..เราก็ไม่ได้ลืมเค้าหรอก
     
    เคยมีคนบอกไว้ว่า..คนที่รักกันมากๆ..รักกันจริงๆ
    แค่เดินผ่านแล้วมองหน้ากันแค่วิฯเดียว
    ก็ย้ำคำว่า "เรารักแก" – "ฉันรักเธอ" หรือ "เรารักกัน" ได้แล้ว..
     
    แอ้ก็เชื่ออย่างนั้นนะ
    (ถึงบางครั้งอาจจะคิดไปเอง..แต่ก็สบายใจดี)
     
    ขอให้ผ่านเรื่องขุ่นๆนี้เร็วๆค่ะ .. จะส่งกำลังใจจากฝางไปให้ ^_^
     

  5. May-ya says:

    +++ อ่านแล้วเราก็รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่ไม่ได้กลับไปดูดำดูดีพฤกษศาสตร์เลย ทั้งๆที่วันนั้นเราก็รับปากกับอ.ทิพเองว่าจะเข้าไปดูน้อง แล้วเราก้อหายหัวไปซะงั้น
     
    +++ จริงๆเราเองนับถือพี่ก้อนนะ ดูทุ่มเท ดูมีจุดมุ่งหมาย แล้วก็กระตือรือร้นกับทุกอย่าง เค้าเรียกว่า "ใช้ชีวิตคุ้มค่า" ละมั้ง เราเองตอนนี้มันก็แบ่งภาคไม่ค่อยเป็น เหมือนกับว่า จะกิจกรรมคณะ ก็ทำอย่างเดียวไปเลย 100% ตอนนี้แลป ก็ล่อมันทั้งแลปทั้งโทเฟลไปหมด ไม่คิดจะสลับไปทำอย่างอื่น สุดท้ายก็ต้องมานั่งคิดว่า ทำไมชีวิตชั้นต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ซ้ำซาก น่าเบื่อ ทั้งที่จริงๆแล้ว กิจกรรมอย่างอื่นก็มีตั้งเยอะให้ทำ เราก็ดันไม่เลือกจะทำมันเอง
     
    +++ เราคิดว่าคำพูดที่พี่ก้อนโดนมันก็แรงไปจริงๆแหละนะ ถ้าเทียบกับการทุ่มเท และการจัดตารางเวลาใหม่แทบจะทั้งหมดของพี่ก้อน เพื่อมาช่วยงานค่ายๆนี้ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ ไม่มีใครบังคับ ก็ยังอุตส่าห์มา เราอ่านๆดูมันก็ไม่แฟร์จริงๆ ถึงแม้ว่าคนพูดจะสนิทกับพี่ก้อนมากมายแค่ไหน แต่ก็เป็นน้อง จะเคืองกันมากมายขนาดไหนมันก็ไม่ควรจะพูดแบบนี้ใส่คนเป็นพี่ แต่ว่าเอาเถอะ ก็เพราะเค้าเป็นน้องละมั้ง เค้าเด็กกว่าพี่ก้อน แถมก็ทำงานนี้แบบเต็มตัว (เดาว่านะ ถ้าไม่เต็มตัวมาพูดแบบนี้ พี่ก้อนเองก็คงไม่ยอมมั้ง) เค้าก็ย่อมให้ความสำคัญกับงานมากมายเป็นธรรมดา แล้วด้วยอารมณ์หงุดหงิดละมั้ง ทำให้ความอดทน และสติอะไรหลายๆอย่างมันลดลงไป
     
    +++  คิดซะว่า ดีแล้วน้า ได้ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มมาอีกหนึ่ง ^^

  6. c e r e a l says:

    แหะ..แวบมาตอบสเปซเน้อ
     
    เห็นพี่ก้อนอารมณ์ดีขึ้นแล้วจากที่ไปเม้นท์สเปซ
    ก็รู้สึกดี..และดีใจด้วยนะคะ
     
    แซ๊บกะสก๊อย..คือเด็กขาเดฟ หวีเหน็บตูด
    กะผู้หญิงผมซอยรากไทร..ทาน้ำยาอุทัยทิพย์อ่ะค่ะ
    ฮู้จักแล้วก่อเจ้า?
     
    อยู่อีกนานค่ะ..กลับ 23 เมษา
    ส่วนจามน่ะ..หายแล้ว
    ("ใครบางคน"คงเลิกคิดถึงละล่ะ)
     
     

  7. ก่องก้อง says:

    อัพตอนไปยี่ปุ่นละคับ55
    พี่ก้อนสบายดีนะ555

  8. Pr-aeW says:

    โย่~ พี่ก้อนนน
     
    อืมม รู้สึกค่ายนี้เห็นพี่ก้อนน้อยจัง(ถ้าทางงานจะยุ่งมากนะเนีย)
     
    ซึ้งง่า ที่พี่ก้อนเขียนเกี่ยวกับ คุณแม่ของพี่ก้อน T__T
    เริ่มคิดถึงแม่ของตัวเองขึ้นมาบางแล้วสิ
     
    สุดดดท้ายยยย ขอบคุณพี่ก้อนที่มาช่วยที่ค่าย(ขนาดยุ่งๆนะเนีย)^O^

  9. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ – ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะฮะ แล้วเจอกันปลายเมษาคร้าบบบบ
     
    ||SoM"Z|| — ขอบใจนะจ๊ะ ยังมีอีกหลายโอกาสที่พี่จะเต้นให้ดูน่า ไม่ต้องห่วง (แก่แล้ว ร่างกายมันไม่ค่อยเอื้อ) เวลาทำงานจริง แรงกดดันมันเยอะจ๊ะ จะหงุดหงิดใส่กัน ก็ปกติ ปกติ
     
    GoNg*kus32กานตาพนเมทีกุน – พี่สบายดีจ้า ขอบคุณมาก ๆ สำหรับกำลังใจนะฮะ 
     
    cereal_t22 – ยิ่งงานหนักก็ยิ่งต้องการกำลังใจมาก ๆ นะ จะส่งไปให้นะจ๊ะ สุขสันต์สงกรานต์บนฝางด้วยจ้า
     
    *+ SailorMay +* ขอบใจมาก ๆ จ้า งานเรายุ่งจะตาย พี่ว่าไม่แปลกหรอกที่จะไม่ค่อยได้กลับโรงเรียน (พี่เองก็ว่างไปช่วยน้อง ๆ ได้หลังเรียนจบนี่แหละ) ตอนนี้มีงานที่คณะก็เก็บเกี่ยวไปก่อนละดีแล้ว หาไม่ได้ง่าย ๆ เน้อ
     
    Pr-aeW – เราก็เรียนหนักไม่ใช่เรอะ แล้วเจอกันวันที่ 5 เด้อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s