ทวิภพ เดอะมิวสิคัล

Posted: August 22, 2006 in Nitade and Entertainment
(อัพเพิ่มแล้วฮะ)
 
นั่งอัพเรื่องทวิภพ เดอะมิวสิคัลจนเสร็จ (ยาวเท่ากับสองเอนทรี่รวมกัน)
 
กำลังจะกด save ปรากฏว่าเครื่องแฮงค์ ข้อมูลหายเกลี้ยง
 
สุดเซ็ง
 
สรุปว่า ใครที่ยังไม่ไปดู อย่าพลาดโอกาสดี ๆ ในรอบปีก็แล้วกันนะครับ
 

 
 

ถือเป็นความซวยหรือโชคดีก็ไม่ทราบได้นะฮะ ที่ไฟล์ข้อมูลคราวที่แล้วหายเกลี้ยง

 

จริง ๆ ก็กะจะไม่เขียนถึงอีก แต่เนื้อหาของ ทวิภพ เดอะมิวสิคัลก็ยังวนเวียนไปมาในหัว จนรู้สึกว่าคงต้องเอาลงบล็อก ให้ออกจากหัวเสียบ้าง ทีนี้คราวที่แล้วผมเขียนลุยไปสด ๆ ตามสไตล์เดิม ๆ (ชอบอะไรไม่ชอบอะไรตรงไหน ทำนองนั้น) คราวนี้จะเขียนเหมือนเดิมก็ดูหมดหนทางเกินเหตุ ก็ว่าจะลองเปลี่ยนเนื้อหาที่พูดถึงนิด ๆ หน่อย ๆ ละกัน

 

อย่างแรกเลยที่ผมตัดสินใจไปดูละครเวทีเรื่องนี้ นอกจากการที่ฅนกล่าวขวัญถึงกันมากว่าดีอย่างนู้นดีอย่างนี้แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะว่ามันเป็นละคร เพลงนี่แหละครับ สำหรับผมแล้ว ละครเวที ถ้าเป็นละครเพลง ผมคิดว่า น่าจะการันตีความคุ้มของค่าตั๋วละครได้ในระดับนึง เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีการร้องเพลง การเต้น ซึ่งแม้จะไม่ได้มีเนื้อหาอะไรก็สามารถทำให้เพลิดเพลินได้ไม่ยาก ที่สำคัญฅนจะทำละครเพลงได้ต้องแน่จริง (ยิ่งใช้เพลงแต่งใหม่ด้วยแล้ว) เพราะต้องมีการร้องสด เล่นสด เรียกได้ว่าระดับนักเรียนนักศึกษาถ้าไม่ใช่มืออาชีพก็หาดูได้ยาก เพราะต้องใช้ความสามารถมากจริง ๆ (ในส่วนนี้น้องชายผมมีความเห็นต่างออกไปครับ โอคิดว่า ถ้าละครที่ไม่ใช่ละครเพลง แล้วทำออกมาได้ดีมาก ๆ อันนั้นยิ่งโชว์เหนือเข้าไปใหญ่ เพราะละครที่พูดกันธรรมดา ใคร ๆ ก็ทำได้ครับ เพราะฉะนั้นฅนที่ทำออกมาได้เจ๋ง แสดงว่าแน่จริง ๆ )

 

ทวิภพ เดอะ มิวสิคัล ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นละครเพลง และยิ่งถ้าใช้ชื่อว่า เดอะมิวสิคัลแล้ว คณะผู้จัดทำก็ต้องมั่นใจว่า ตัวเพลงที่เป็นจุดขายจะต้องแน่จริง ๆ ซึ่งผมก็คงจะวางมุมมองเกี่ยวกับเพลงเป็นหลักแล้วกันนะครับ

 

เรื่องของเพลงในละครที่ผมดูคราวนี้ ยอมรับว่าเยี่ยมยอดจริง ๆ ครับ (จริง ๆ แล้วส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นบท นักแสดง โปรดัคชั่น โทนเรื่อง ก็ดีไม่แพ้กัน) ส่วนของเพลงที่ผมไม่ค่อยชอบก็คงเป็นฉากยุคปัจจุบันเท่านั้นเองครับ (เชื่อว่าฅนที่เข้ามาอ่านในเอนทรี่นี้คงรู้เนื้อหาคร่าว ๆ แล้วนะฮะ ไม่ขอเล่าซ้ำละกัน) แอบคิดเล่น ๆ ว่าเพลงในฉากปัจจุบัน ถ้าทำออกมาวัยรุ่นกว่านี้หน่อย มีฮิปฮอป มีร็อค คงทำได้จ๊าบกว่านี้เยอะ ที่ผมดู เป็นยุคปัจจุบันก็จริง แต่ผมฟังแล้วเหมือนสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังสาวมากกว่า ฟังดูแล้วแก่ ๆ ยังไงก็ไม่รู้ อธิบายไม่ค่อยถูก (แต่คิดในแง่ดี วงออเคสตร้า ทำเพลงได้ขนาดนี้ก็เริดแล้วละครับ)

แต่ในทางตรงกันข้าม เพลงยุคอดีต ทำได้ดีมาก ๆ จนกลบส่วนของยุคปัจจุบันไปหมดเลยครับ เมโลดี้ของเพลงยุคอดีตสวยมาก ๆ กลิ่นอายของความเป็นไทยชัดเจนมาก (แม้จะใช้เสียงไวโอลินก็ตาม) เสียงระนาดก็ฟังแล้วติดหูมาก ๆ ไม่โฉ่งฉ่าง ไร้รสนิยมเลย

 

เทคนิคอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก ก็คือการร้องเพลงประสานครับ ไม่ใช่แค่ประสานฅนละคีย์ธรรมดา แต่เป็นการที่นักร้องฅนหนึ่ง ร้องเนื้อเพลงแบบหนึ่ง อีกฅนก็ร้องเนื้อเพลงอีกแบบหนึ่ง แล้วพอร้องพร้อมกัน มันเจ๋งจนผมขนลุกซู่เลยละครับ ในละครเวทีเรื่องนี้ก็ใช้เทคนิคนี้หลายหนจนเป็นเรื่องเบ ๆ ไปเลย (ขนลุกหลายรอบเลยครับ)

 

แต่ไม่ใช่แค่ประสานอย่างเดียวนะฮะ ยังมีเพลงที่นักร้องร้องเดี่ยวทั้งเพลงเพื่อโชว์เสียงด้วย อย่างรอบที่ผมไปดู คุณกบ-ทรงสิทธิ์ คู่ คุณแพท-สุธาสินี ซึ่งก็มีเพลงร้องเดี่ยวกันฅนละเพลง  คุณแพทนี่ พลังเสียงสุดยอดมาก ๆ ฅนปรบมือกันให้เกรียวเลย (อาจจะมีติงนิดหน่อย ตรงที่พอตัวละครโชว์ความสามารถในการร้องแล้ว จะยืนนิ่ง ๆ อยู่กับที่ ถ้าเป็นฅนดูที่นั่งหน้า ๆ เห็นหน้าเห็นตานักแสดงก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ที่นั่งไกลลิบ เห็นนักแสดงเท่าไม้ขีดอย่างตรงที่ผมนั่ง มองไม่เห็นกระทั่งปากของนักแสดงครับ เราจะเห็นแค่นักแสดงยืนเฉย ๆ แล้วก็มีเสียงลอยออกมาเท่านั้นเอง ถ้านักแสดงไม่เคลื่อนไหวนาน ๆ บางทีก็อึดอัดเล็ก ๆ)

 

อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบก็คือ ความสมดุลของเพลงกับบทสนทนา (ไดอะล็อค) ครับ เรื่องนี้ไม่ได้ร้องเพลงทั้งเรื่องเหมือนอย่างคู่กรรม เดอะมิวสิคัล มีบทสนทนาที่พูดกันธรรมดาเป็นบางตอน ซึ่งผมว่าเหมาะสมนะ เพราะบางทีก็ใช้เล่นมุขบ้าง ใช้ดำเนินเรื่องบ้าง หรือใช้ในส่วนที่ต้องการความจริงจังบ้าง ซึ่งในกรณีที่อยากให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหารู้เรื่อง บทพูดธรรมดาดีกว่าเพลงครับ เพราะฟังออกง่ายกว่า (ยอมรับตรง ๆ ว่า เนื้อหาที่คอรัสร้อง ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เพราะเสียงมันตีกัน แต่เนื่องจากเป็นเพลงเน้นอารมณ์ ไม่เน้นเนื้อหา ก็เลยไม่หงุดหงิด) ตอนที่ผมไปดูคู่กรรม เดอะ มิวสิคัล เป็นเพราะว่าที่นั่งอยู่ไกลหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เสียงเพลงมันจะอื้ออึง ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำให้เสียอรรถรสไปพอสมควร

 

สิ่งที่น้องชายผมชอบมากอีกจุดก็คือการใช้เพลง theme หมายความว่า (สำหรับฅนนอกวงการแบบผม) เพลงที่ใช้ในสถานการณ์เดียวกัน อารมณ์เดียวกัน ก็จะใช้เพลงเดิม เมโลดี้เดิม ฅนดูพอฟังปุ๊บ ก็จะรู้แล้วล่ะนะว่าเหตุการณ์อยู่ในโทนไหน อย่างเช่นฉากผ่านกระจก ก็จะใช้เพลงเดิมทุกครั้ง ทำให้เรารู้ว่า อ๊ะ นี่กำลังจะผ่านกระจกไปอีกยุคหนึ่งแล้วนะ

 

ทีนี้ถามว่า เล่นเพลงซ้ำ ๆ ไม่เบื่อหรือ ตรงกันข้ามครับ ผมคิดว่าการที่เราจะซาบซึ้งกับบทเพลงได้ ยิ่งต้องฟังเพลงซ้ำหลาย ๆ รอบ (ร้องตามได้ยิ่งดี) ที่สำคัญ ถึงจะเป็นเพลงเดิม แต่ก็ไม่เหมือนเดิม เพราะมีการเปลี่ยนจังหวะ มีการเปลี่ยนคำร้อง มีเสียงประสาน ทำให้ได้รสชาติที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

 

จุดสุดท้ายที่ผมอยากพูดถึงก็คือ การทำให้เป็นมิวสิคัลนี่ละครับ ละครเวทีที่ทุกฅนรู้เรื่องดีอยู่แล้ว เล่นเป็นหนังใหญ่มาแล้ว เป็นละครโทรทัศน์มาแล้ว การทำให้เป็นละครเพลงเป็นวีธีเปลี่ยนแพ็คเกจที่น่าสนใจมาก เพราะไม่ว่าอย่างไร มันต้องออกมาไม่เหมือนกับของเดิมแน่ ๆ (เหมือนกับคู่กรรม เดอะมิวสิคัลไงครับ) แต่ที่ผมถึงกว่านั้น ก็คือการที่คุณทมยันตีออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นี่เป็น version ที่ตรงตามต้นฉบับมากที่สุด ตอนที่ฟังสัมภาษณ์ ผมก็ยังงง ๆ อยู่นิดหน่อยว่า พอเป็นละครเพลงแล้วมันจะตรงต้นฉบับได้ไง (วะ) พอไปดูจริง ๆ ถึงได้เข้าใจ ฅนเขียนบทเก่งมากครับ ที่เก็บประเด็นรายละเอียดของนิยายได้ครบถ้วนทุกประเด็นเลย ฉากสำคัญ ๆ เก็บมาได้หมด ผมเองเคยอ่านต้นฉบับนิยายมารอบหนึ่ง ดู ๆ ไปก็จะนึกออกไปเรื่อย ๆ ว่า เออ นี่มันก็ตรงกับตอนนี้นะ นี่ก็ตรงกับตอนนั้น และด้วยความที่เก็บรายละเอียดได้ขนาดนี้ ทำให้น้องชายผมชมเปาะเลยครับ ว่าเป็นบทละครที่ดีมาก สามารถวางน้ำหนักของเรื่องการเมือง และเรื่องความรักได้สมดุลดีมาก ไม่หนักไม่ข้างใดข้างนึงจนอีกฝ่ายเบาหวิวเลย (ต้องชมทั้งต้นฉบับเดิม และฅนเขียนบทจริง ๆ ละครับ)

 

โดยสรุปแล้วก็อยากให้ใครที่มีโอกาสได้ไปดูกันนะครับ ผมคงไม่อาจพูดได้ว่าเป็นละครที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีจุดบกพร่องใด ๆ (แต่ก็ใกล้เคียงมาก ๆ ) ข้อติติงนิด ๆ หน่อย ๆ ถือว่าเล็กน้อยจริง ๆ เมื่อเทียบกับความประทับใจที่ได้หลังจากที่ได้ไปรับชม

 

งานคุณภาพฝีมือฅนไทย ไม่เสียดายเงินที่ได้อุดหนุนแน่ครับ

Comments
  1. Chayanin says:

    อยากดูนะ
     
    น่าเสียดาย
     
    ทั้งเพราะไม่ได้ดู และไม่ได้อ่านของพี่ก้อนเนี่ย

  2. praew says:

    อยากไปดูเหมือนกันค่ะ (จะไปลากแม่มาดู เห็นบอกว่ามีดูฟรี 55)
    แต่รู้สึกว่ายังไงก็คงไม่ได้ไปอยู่ดี เพราะว่างไม่ตรงกันเลย
     
    เสียใจด้วยค่ะสำหรับที่พิมพ์มา.. แพรวเคยแต่จะcomment
    แล้วมันกลายเป็นbackไปhomepageที่แล้วซะงั้น..
     
    พรุ่งนี้ศิษย์-ลูกแล้ว ..กรี๊ดๆ >_<
    พรุ่งนี้ป่านก็จะไปแล้วหล่ะค่ะพี่ก้อน T-T.. (ไปฟินแลนด์..)
    แสดงว่าปีหน้าถ้าพี่ก้อนจะกลับไปโรงเรียน
    ยังไงก็เจอป่านแน่นอนค่ะ อิอิ^^’

  3. Jang says:

    เสี้ยดายจั๊ง…
     
    กดเซฟเป้นระยะนะน้องเอ้ย..พี่เจอมาแล้วเหมือนกัน
    พอพิมพ์บรรทัดแรกเซฟไว้เลย แล้วกดเป้นระยะๆ
    เข้าใจว่าพอมันหายไปเนี๊ยะ..ใจมันแบบวูบ แล้วตามมาด้วยหลายๆอารมณ์
     
    มีอีกทางหนึ่งนะ เองที่พี่จะเขียนลงบลอคพี่เขียนลงในไดอารี่ เพราะฉะนั้นเวลาขี้เกียจเซฟแล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้
    อย่างดีก็พิมพ์ใหม่ซึ่งมันก็จะไม่อยากลำบากในการปะติดปะต่อเรื่องนัก
    ลงไดอารี่ไว้ดีนะก้อน เกิดอาเพทที่ MSN อีก เรายังมีเรื่องราวเก็บไว้ได้
    นี่หมดเอนทรี่หนึงขึ้นเอนทรี่ใหม่พี่ปริ้น เก็บไว้เลยอ่ะ
    ทั้งHTML code และword (รวมเมนท์คนที่เข้ามาไว้ด้วย)
     
    มีคนอยากสมัครเป็นนักขับที่โบสถ์ ต้องทำไงบ้างครับ
    ปล. ไม่ได้ดูไม่เป็นไรนะ  ไม่ได้อ่าน แย่กว่า555

  4. แองเจิ้ณ says:

    เห็นหลายคนบอกว่าดีมากเหมือนกันอ่ะคะ 
    เข้าใจความรุ้สึกคนที่เซงจัดโคดเพราะนั่งอัพแปดชาติแล้วพอจะกดอัพเครื่องดันแฮ้งค์
    โอ้ยยย!!! โมโหอารมณ์เสียมากๆเลยแหละ นู๋เคยตั้งใจนั่งพิมยาวโคดดดดแล้วแฮ้งค์ พิมเรื่องเดิม แฮงค์อีก งิ่ดมากกๆๆๆ
    เอาอีกรอบอยากอัพจิงๆ ยาวโคดดด แม่งก้อแฮ้งค์อีก แทบทุบคอมทิ้งแบบแม่งงงงไม่ไหวแล้วของขึ้นค่ะ
    เฮ้อออ!!~~~โอเคค่ะ ถ้ามีเวลา+เปนไปได้จะไปดูนะคะ บ้ายบาย

  5. ก้อน Masatha says:

    อัพเพิ่มแล้วครับ…ด้วยความคับใจ
     
    iamcw>>> อยู่ฟินแลนด์แล้วจะได้เข้ามาอ่านไหมเนี่ย "- – โชคดีนะฮะ ส่งรูปมาให้ดูบ้างล่ะ
     
    praew32 >>> นั่นสินะ ในทางกลับกัน ถ้าแพรวกลับโรงเรียนปีหน้า(ในชุดนิสิต) ก็จะเจอป่าน (ในชุดนักเรียน) ด้วยสินะเนี่ย – –
    ถ้าได้ดูฟรีก็น่าไปดูนะ พี่ยังอยากไปดูอีกรอบเลย (อยากดูรอบกัปตันกับปนัดดา อยากรู้ว่าจะได้อารมณ์ต่างกันหรือเปล่า)
     
    eleurydice >>> print เก็บก็เป็นวิธีที่น่าสนใจนะฮะ เผื่อมันล่มทั้งระบบ ยังไงเราก็จะได้มีงานเขียนของเราเก็บไว้อยู่ ต่อไปนี้จะพิมพ์ใน word แล้วค่อยเอามาลงในบล็อกแล้วฮะ เข็ดเจรง ๆ
     
    อยากสมัครเป็นนักขับ มาที่ชั้นลอยเลยครับ บอกว่าจะมาช่วยร้อง มีไมค์ให้หนึ่งตัว เอาไปร้องได้เลย ! (ไม่ต้องเขียนใบสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น)
     
    angelhipZ>>> แย่สุดในชีวิตคือเขียน 3 รอบแล้วเจ๊ง ต้องเขียนรอบที่ 4 ฮะ ตอนนั้นภาษาหงุดหงิดจนฅนอ่านรู้สึกได้เลย แย่จริง ๆ ถ้ามีโอกาสก็อย่าพลาดนะครับ นี่พี่รอบปีหน้า ฟ้าจรดทราย อย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ
     
     

  6. Sunida says:

    อยากดูง่ะ เคยแต่อ่านนิยายแล้วชอบมากๆ

  7. aOOM says:

    เคยไปดู บังลังเมฆ ประทับใจละครเวทีไปเลยตั้งแต่นั้นมา
    ของเค้าดีจริงๆ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ไปดูแฮะ กะจะให้เป็นของขวัญวันแม่
    แต่เพราะเงินเดือนเปลี่ยนแปลงบ่อยกว่าอากาศ ก็เลยชวดไป
     
    ปล. ชอบคุณกบ ทรงสิทธิ์ มากเลย เสียงดีจริงๆ

  8. Chayanin says:

    อยากดูอ่ะ แต่คงไม่ได้ดูแล้วล่ะ
     
     

  9. Rata says:

    อ่านแล้วก็อยากดูสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลย > <

  10. Jang says:

    อ่ะ..
    อัพใหม่ก็อ่านใหม่
    ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเสียดายที่ไม่ได้ดู..เพิ่มขึ้นอีกอย่าง..

  11. พรยุภา says:

    อ่าาาา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s