รสสุคนธ์

Posted: November 9, 2006 in รส-นิยาม/รส-นิยม
เมื่อกี้นี้พยายามที่จะตอบคอมเมนท์ในบล็อกที่แล้ว… ตอบเสร็จ มือพลาดไปกด back space

คงเดาได้นะฮะว่าเกิดอะไรขึ้น "- – (คราวหน้าต้องตอบเมนท์ลง word แล้วค่อยก๊อปอีกมั้ยเนี่ย!!!)

***

แป๊บ ๆ ผ่านมา ๗ วันแล้ว… ได้เวลาอัพบล็อกอีกแล้วล่ะสิิเนี่ย (ไม่อัพวันนี้สงสัยอีกนานฮะกว่าจะได้กลับมาเขียนอีก)

เข้าเรื่องเลยละกัน…

ตอนที่เพิ่งเป็นวัยรุ่นใหม่ ๆ (ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ครับ) ผมเองก็เหมือนกับเด็กผู้ชายทั่ว ๆ ไปแหละฮะ ที่เริ่มต้องดูแลตัวเอง เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ซึ่งสมัยนั้นก็ใช้เพื่อระงับกลิ่นอย่างเดียว ไม่ได้หวังจะให้ใต้วงแขนขาวเหมือนสาว ๆ สมัยนี้ (ผมว่าอีกสัก ๕-๖ ปี ถึงจะเป็นผู้ชายก็ต้องโชว์วงแขนขาวได้อย่างมั่นใจแล้วละครับ)

อายนิดหน่อยที่จะบอกว่าตอนนั้นใช้สารส้มหลังอาบน้ำทุกวัน… (แต่ห้องน้ำที่บ้านผมเป็นฝักบัวนะฮะ อย่าพาลนึกว่าผมต้องใส่ผ้าขาวม้า แล้วจ้วงขันลงตุ่มอาบโครม ๆล่ะ) ใช้ได้ไม่นาน ก็เิผลอทำหล่นพื้นแตก ก็เลยเลิก เพราะเวลาเอาอันที่แตกมาใช้ มันมีมุมคม ๆ ที่บาดรักแร้… (เจ็บนะท่าน) ‘- –

จากนั้นก็เริ่มหาน้ำหอมมาฉีดตัวครับ พวกสเปรย์ระงับกลิ่นกายที่เห็นตามโฆษณาทั้งหลายนั่นแล (ยี่ห้อ ‘ขวาน’ อะไรเืืทือกนั้น) ใช้ได้ไม่นานก็เลิกอีกตามเคยครับ เหตุผลก็คือว่า กลิ่นที่ออกมาตอนฉีดใหม่ ๆ ก็หอมดีอยู่หรอก แต่พอเหงื่อออกมาผสมกันแล้ว กลิ่นที่ได้มันฉุน ๆ จนตัวเองยังรำคาญเองเลยครับ พอเทียบกับไม่ฉีดน้ำหอมด้วยแล้ว รู้สึกว่าไม่ฉีดจะดีกว่า (อย่างน้อยก็ไม่มีกลิ่นประหลาด ๆ โชยออกมา) ก็เลยเลิกใส่น้ำหอมไปพักใหญ่ (๕ ปีเห็นจะได้)

ตอนนั้น พออาบน้ำเสร็จก็ใช้ทาแป้งครับ แป้งที่ใช้ก็แป้งเด็กธรรมดา แล้วก็ไม่ได้ใส่น้ำหอมอะไรเพิ่ม

อ้อ พูดถึงเรื่องแป้ง ผมว่าผมเป็นฅนติดแป้งนะฮะ เวลาอาบน้ำเสร็จ ต้องเป่าตัวให้แห้ง แล้วก็ทาแป้ง ในบ้านมีฅนที่ำทำอย่างนี้สองฅนคือผมกับคุณพ่อ ในขณะที่คุณแม่กับน้องชายจะแต่งตัวเลย ซึ่งจนปัจจุบันผมก็ยังไม่เข้าใจว่า ฅนเราจะสามารถใส่เสื้อผ้าทั้ง ๆ ที่ตัวยังชื้น ๆ ได้ไง เวลาไปค่ายแล้วผมลืมเอาแป้งไป แล้วต้องแต่งตัวโดยที่ไม่ได้ทาแป้งจะโคตรหงุดหงิดเลยฮะ

จะว่าไป ผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่ตัวเองไม่ได้ใส่น้ำหอมหอมฉุยเหมือนผู้ชายฅนอื่น ๆ นะครับ แต่คุณแม่ก็ทักบ่อย ๆ ว่า ผู้ชายตัวหอม ๆ น่ะมีเสน่ห์นะลูก… แล้วก็ยกคุณพ่อมาเป็นตัวอย่าง ซึ่งผมว่าก็หอมจริง ๆ นั่นแหละ (หอมชื่นใจ ไม่ได้หอมแบบฉุน ๆ ด้วย) รู้สึกว่าน้ำหอมที่คุณพ่อใช้จะราคาสูงไม่เบา แต่ก็ดูจะคุ้มทีเดียวเพราะว่าเวลาคุณพ่อกลับมาจากที่ทำงานตอนเย็น ๆ ตัวก็ยังหอมอยู่เลย

น้ิองชายผมก็ใส่น้ำหอมเหมือนกันครับ (ก็ใช้ของคุณพ่อนั่นแล) แล้วก็ตัวหอมชะมัดเลย กลิ่นติดเสื้อด้วยซ้ำ (เวลาซักผ้า ถ้าเสื้อไม่เน่ามาก ได้กลิ่นน้ำหอมกำจายออกมาด้วยซ้ำ)

ผมเองก็ไม่คิดว่าจะใส่น้ำหอมจนกว่าจะได้กลิ่นที่ถูกใจนะครับ เรื่องของกลิ่นผมว่าเลือกยากเหมือนกัน แล้วเวลาเราใส่ก็ไม่รู้ว่าใส่มากไปหรือน้อยไป เคยเจอฅนที่ใส่น้ำหอมมาก ๆ เวลาออกจากลิฟท์ยังได้กลิ่นอยู่เลย (หอมก็จริง แต่ผมว่าแรงไปหน่อย) ก็ใช้ชีวิตมาโดยที่ไม่ต้องพึ่งน้ำยาประดับกลิ่นแต่อย่างใด

จนมาเร็ว ๆ นี้ เพิ่งตั้งใจว่าจะปฏิวัติตัวเองใหม่ (ขอเรียกมันว่าปฏิบัิิติการลอกคราบ) จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ตั้งแต่หัวจดเท้าครับ เรื่องของการใส่น้ำหอมก็เป็นอย่างแรก ๆ ที่นำขึ้นมาทบทวน (คล้าย ๆ เปลี่ยนรัฐบาลแล้วต้องเอานโยบายเก่า ๆ มาทบทวน…ทำนองนั้น)

แรงจูงใจอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือ น้ำหอมที่คุณแม่เอามาให้ครับ มันหอมจริง ๆ นะ หอมสดชื่นแล้วก็กลิ่นไม่แรง วันแรก ๆ ที่ใส่กลิ่นน้ำหอมติดมือจนต้องยกขึ้นมาดมบ่อย ๆ (มองไกล ๆ คล้าย ๆ โรคจิต หรือเข้าห้องน้ำแล้วลืมล้างมือ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ "- -) แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า น้ำหอม ถ้ามีกลิ่นที่ดี… ก็น่าใช้ือยู่ไม่น้อย

วันถัดมาก็เลยขุดเอาสเปรย์ระงับกลิ่นกายที่ซื้อมาตั้งแต่ปีมะโว้มาใช้ ตั้งใจว่าจะใ้ช้ให้หมดเสียที เพราะซื้อมาตั้งแต่ขึ้นม.ปลายแล้ว (กี่ปีแล้วหว่า) จนป่านนี้ก็ยังไม่หมดซะทีฮะ (ขนาดฉีดแทบทุกวันนะเนี่ย) เมื่อไหร่มันจะหมด ๆ สักที (วะ)

เรื่องใส่น้ำหอมก็เป็นอีกเรื่องที่ผมงงงวย เพราะดูแต่ละฅนจะมีสูตรต่างกันเหลือเกิน ถามคุณแม่ ก็บอกว่าให้ใส่ที่หลังหู แล้วก็พุง ถามคุณพ่อก็บอกว่าให้ใส่ที่ข้อพับ พอถามน้องชาย ก็บอกว่าให้ฉีดที่รักแร้ แล้วน้ำหอมที่น้องผมใช้ ท่อโคตรตรงเลยครับ (ประชด–แปลว่าเบี้ยว) เคยพยายามฉีดใส่รักแร้สองสามหน ฉีด ฟืด-ฟืด… ไม่เข้าเป้า… กลายเป็นละอองกระจายหายไปในอากาศ "- – สุดท้ายก็ยอมแ้พ้ เอามาฉีดที่อกเหมือนเดิม

จนป่านนี้ก็เลยยังไม่รู้จนแล้วจนรอดว่าเวลาใส่น้ำหอมเค้าใส่กันตรงไหน (แต่เข้าใจว่าไม่น่าจะใช่ตรงเป้าแบบที่เห็นในการ์ตูน)

ใครมีประสบการณ์/คำแนะนำเรื่องนี้ก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะฮะ

Comments
  1. gibt says:

    อุอุ ได้มาเป็นคนแรกอีกแล้ว เรื่องน้ำหอมเนี่ย เคยพยายามจะใช้หลายหนเหมือนกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่าทนกลิ่นตัวเองไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้ฉีดเยอะ ก็กลายเป็นว่าเหมือนไม่ได้ฉีดซะงั้น
     
    รอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเหมือนกันจ้า
     

  2. May-ya says:

    +++ เมแพ้น้ำหอมอย่างแรงอะพี่ก้อน น้ำหอมผู้ชายจะทำไข้ขึ้น น้ำหอมผู้หญิงจะทำภูมิแพ้ขึ้น ฮ่าๆๆ
     
    +++ เค้าว่ากันว่า ที่ประเทศฝรั่งเศสเก่งด้านน้ำหอม ก็เพราะคนที่นั่นไม่ยอมอาบน้ำนั่นแล.. กะฉีดหอมฟุ้งดับกลิ่นกาย 55555
     
    +++ เห็นผู้หญิงฉีดซอกคอ ข้อมือ อะไรแบบนี้อะพี่ก้อน ไม่รู้นะ เมก้อไม่ฉีดเหมือนกัน แพงก้อแพง เหม็นก้อเหม็น 555

  3. Jang says:

    พิมพ์ยาวยืด คอมแฮงค์..แซง..
     
    เขาก็ว่ากันว่าให้แตะที่ซอกหู ซอกคอ(พี่ว่าเพราะมันคงรัญจวนใจเวลาไปดมๆแถวนั้นมั้ง)
    ที่ข้อพับ พี่เดาๆว่าคงมีเหงื่อเยอะกระมังเวลาฉีดน้ำหอมไว้ พอยืดๆข้อพับออกกลิ่นมันก็ลอยออกมาที
    บางคนก็ว่าที่จุดชีพจร เพราะอุณหภูมิจะสูงบริเวณนี้ กลิ่นจะกระจายได้ดีที่สุด ก็ว่ากันไป..
    อีที่รับไม่ได้สุดเห็นจะเป็นชายกระโปรง เขาว่าอากาศร้อนมักจะลอยสู่เบื้องสูง ถ้าฉีดไว้ชายกระโปรงกลิ่นมันจะลอยมาอวลรอบๆตัว เฮ้อ..ปนอะไรใต้กระโปรง..คิดได้ไง
    ความจริงต้องลองแตะเองนะ แตะที่ไหนก็ได้แล้วถามคนข้างๆดูวันนี้กลิ่นประมาณไหน ..แหะๆก็แหมนะ..ที่ฉีดๆกันก็อยากให้คนอื่นได้กลิ่นไม่ใช่หรือ?
     
    น้ำหอมแบ่งตามการผสม(ความเข้มข้น) ถ้าที่นิยมใช้จะเป็นEau de Perfum ราคาราวๆ2000บาทขึ้นต่อ100ซีซี แล้วแต่ยี่ห้อนะ ส่วนที่จางลงมาก็ Eau de Toilette หรือColonge หลังๆเห็นมีbody splash คงจางกว่าโคโลญจ์
     
    พี่ไม่ค่อยนิยมสักเท่าไหร่ หลังๆก็ไม่เอาเสียเลย หนักไปทางใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำมากกว่า รู้สึกว่ามันสร้างสุนทรียเวลาอาบน้ำได้มากขึ้น หลังอาบน้ำอิฉันก็ไม่ทาแป้งค่ะ รู้สึกแป้งมันทำให้ผิวยิ่งแห้งๆ พี่ทาบอดี้โลชั่นแทน อยากให้ลองดูนะ ใช้แบบกลิ่นหอมๆไปเลย ทาหลังอาบน้ำ พี่ว่ากลิ่นมันติดทนนานกว่าใช้น้ำหอมอีกแถมไม่หอมเวียนหัว
    พี่เป็นหนักมากกะพวกนี้ ไปเที่ยวที่ไหนจะแหล่ๆดูพอๆกะเครื่องเขียนเลย  สมัยน้องสาวไปอยู่อเมริกาใหม่ๆจะฮิตยี่ห้อนึงBath&Body work มันมีกลิ่นหอมๆให้ชวนใช้เยอะมากและเปลี่ยนกลิ่นใหม่ๆไปเรื่อยๆ
    เคยสระผมกลิ่นราสเบอรี่ Body wash กลิ่นsweet pea   scrup กลิ่นMelon   แถมทาโลชั่นกลิ่นvanilla sugar แม่เจ้าโว้ย..มึน!!!
    หลังๆเลยใช้เป็นแนวเดียวกัน แบบอารมณ์ไทยๆก็จะเป็นพวกHerbal (แนะนำยี่ห้อ เอิบ ) เวลาเหนื่อยก็เป็นพวกกลิ่นผลไม้ เวลาไปงานก็พวกกลิ่นดอกไม้ ใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
    จะได้ไม่ตีกันนุงนัง
    และอีกแบบคือ ดอกไม้ ชอบมวยผมแล้วทัดดอกไม้ที่ผมหรือถ้าปล่อยผมก็ผุกผมกะก้านดอกเลย กลิ่นปีบ ดอกแก้ว ดอกจำปา ชื่นใจดี (ทัดที่กรุงเทพ ต้องหัดคุ้นเคยกะสายตาคนมองด้วยนะคะ พี่อ่ะชินแล้ว)
     
    มีทริคมาฝากสาวๆ หนุ่มๆแถวนี้ หลังสระผมพี่จะเอา Oil  อย่างของจอห์นสันก็ได้ ผสมกะน้ำหอมที่ชอบ (เอาน้ำหอมฉีดที่ฝ่ามือนิดนึงนะ หยดออยลงไปสามสี่หยด ถูๆแล้วเอาไปทาที่ผม พอผมแห้งจะหอมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ตลอดวัน (หมั่นสระผมด้วยนะคะไม่ใช่สามวันเจ็ดวันไม่สระ ไม่รับประกันกลิ่น)
    ก่อนไปงานเลี้ยงหรือเดทกะหวานใจ เอาน้ำหอมที่ชอบฉีดใส่สำลีแล้วแขวนชุดที่จะใส่ในถุงเก็บเอาสำลีใส่ไว้ด้วย เหมือนอบผ้าหน่ะค่ะ แบบนี้กลิ่นจะอยู่กะเสื้อผ้าที่จะใส่แต่จะไม่ฉุน
     
    น้ำหอมหรือผลิตภัณพ์พวกนี้มีวันหมดอายุนะ อ่านฉลากกำกับด้วย 
    แนะนำมากไปเป่า…เดี๋ยวน้องชายจะเปลี่ยนลุคไปไกล..
    เอ๋..ลุกขึ้นมาทำไรแบบนี้…ไม่มีอะไรแน่นะ..

  4. c e r e a l says:

    พี่แจงน่าจะทำรายการเคล็ดลับผู้หญิง อะไรประมาณนี้เนอะ
     
    ตอนนี้ใช้กลิ่นวานิลา ที่หาตั้งสามจังหวัดก็ไม่มี
     
    แต่ไปเจอที่เชียงใหม่แบบฟลุคๆ
     
    ดมแล้วเหมือนทำขนมเลอะเสื้อ
     
    ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะใช้ให้ใครดม
     
    แต่อยู่ที่..ดมแล้วจะคิดถึงใคร มากกว่าค่ะ
     

  5. praew says:

    เป็นคนติดแป้งเหมือนกันค่ะ ไปไหนที่ต้องอาบน้ำมันจะพกไปด้วย (ไปค่ายงี้ขาดไม่ได้เลย)
    ส่วนเรื่องน้ำหอมนี่ไร้ประสบการณ์จริงๆ ..พอเป็นนักเรียนแล้วดูไม่ใช่เรื่องจำเป็นยังไงไม่รู้สิคะ
     
    เคยอ่านมาว่า ความร้อนจากตัวจะทำให้น้ำหอมที่แตะๆไว้ระเหยออกมา
    หรือกลิ่นที่ออกมามันจะผสมกับกลิ่นของเราด้วยหรือไงไม่รู้หล่ะ.. แต่น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า
    ได้ยินมาว่าแตะที่ข้อมือ ที่หลังหู ตามข้อพับนะคะ ฉีดเข้าแถวอกก็ดูง่ายดี
    พิจารณาเอาเองเหมือนจะเป็นบริเวณที่อุณภูมิสูงกว่าส่วนอื่นของร่างกาย
     
    แต่ตอนที่ได้กลิ่นประจำตัวแล้วนึกถึงเจ้าของกลิ่นเนี่ย เรื่องจริงค่ะ >_< (อิอิ)

  6. Chayanin says:

    ไม่เคยบ้าน้ำหอมอ่ะพี่ก้อน ไม่ชอบด้วย ไม่ว่าจะใส่เองหรือได้กลิ่นคนอื่น
     
    เก็บตังค์ไว้ซื้อของเล่นดีก่า

  7. ก้อน Masatha says:

    gibt >>> เรื่องทนกลิ่นตัวเองไม่ได้เนี่ย คงเป็นกันหลายฅนเนอะ (แต่สาว ๆ วัยทำงาน เห็นใส่น้ำหอมกันทุกฅนเลยนะ พออายุถึง ยังไงก็คงเลี่ยงไม่ได้ล่ะ)
     
     
    *+ SailorMay +* >>> กร๊าก ไว้โตกว่านี้อาจจะรู้สึกหอมก็ได้นะ (แพ้น้ำหอมก็ดีนะ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากโขอยู่)
     
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> อา เหมือนกันฮะ เมนท์คราวที่แล้วเครื่องผมก็แฮงค์ เซ็งเลย
    แตะที่ไหนก็คงต้องถามฅนข้าง ๆ ตัวแหละฮะ ว่าแต่ถ้าไม่มีฅนข้างตัวให้ถามเนี่ยสิจะทำไง ? (ถ้าถามแม่ก็บอกว่า หอมลูกหอม ลูกใส่อะไรก็หอมหมดน่ะแหละ — จริงใจสุด ๆ -*-)
     
     Eau de Toilette — นี่น้ำหอมที่ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำรึเปล่าฮะ? (แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่นา)
     
    body lotion นี่ไม่ค่อยถูกกะผิวผมเท่าไหร่ฮะ ใส่แล้วเหนอะตัว เวลาเหงื่อออกยิ่งหนืด ๆ ของผมชอบให้ผิวแห้งๆ  มากกว่า (แต่ยี่ห้อที่พี่แจงแนะนำเคยใช้นะครับ หอมดีเหมือนกัน แรก ๆ หอมจนมึนหัวเลย)
     
    เรื่องทัดดอกไม้… เอ่อ คงไม่เหมาะกับผมมั้งครับ (เสียบที่เคราน่าจะดี)
     
    ทริคที่ใช้กับผม แล้วก็ชุด ไว้จะเก็บไปใช้ฮะ ขอบคุณมั่ก ๆ
     
     
    cereal22 >>> ถ้าใส่เพื่อดมแล้วคิดถึงใคร… งี้แอ้ก็ต้องใส่น้ำหอมผู้ชายอ่ะดิ (เหอ ๆ) กลิ่นวานิลลาเคยลองเหมือนกันนะ หอมหวาน ๆ แปลกดี แต่เวลากินข้าว กลิ่นน้ำหอมปนกับกลิ่นอาหารแล้วทำใจลำบากเหมือนกัน
     
    pяãέω³² >>> ผมว่ากลิ่นมันก็คงปน ๆ ผสมกัน ระหว่างกลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหงี่อ และอื่นๆ  นะฮะ เคยมีช่วงนึงที่น้ำยารีดผ้ากลิ่นหอมมาก เวลาใส่เสื้อแล้ว รู้สึกหอมไปทั้งวัน
     
    ส่วนเรื่องที่ได้กลิ่นแล้วนึกถึงเจ้าของกลิ่น… ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นสุนัขยังไงไม่รุ "- –
     
     
    -ςω™->>> เง้อ ของเล่นเลิกเล่นนานแล้วอ่ะจ้ะ เก็บตังค์ไปก็ไม่รู้จะซื้ออะไร แต่อย่างว่า น้ำหอมก็ราคาค่อนข้างสูงจริง ๆ (ถ้าใช้อย่างดี ๆ อ่ะนะ) ตอนนี้ก็ขอสปอนเซอร์ไปพลาง ๆ ก่อน (พ่อชั้นเอง)

  8. praew says:

    พี่ก้อนคิดอตินี่นา… -*- ชิ!
     
     

  9. Sunida says:

    ได้กลิ่นน้ำหอมแล้วคิดถึงคนใส่นี่เรื่องจริง

  10. gibt says:

    ถึงตอนทำงานแล้วก็ไม่ได้ใส่นะ ขืนใส่กลิ่นคงไปตีกับคนอื่นให้มึนหัว เวลาขึ้นลิฟท์ทีต้องทนกลิ่นคนอื่นก็แย่แล้ว ถ้าเพิ่มอีกกลิ่นคงเป็นลมแน่เลย…เอิ้ก

  11. Chayanin says:

    ก็ป่านยังเด็กอยู่ไงพี่ก้อน อิอิ (อย่างน้อยก็เด็กกว่าี่พี่ก้อนตั้งหกปี)ดูๆแล้ว เออ ก็เด็กจริงๆนี่หว่า

  12. Ploi says:

    มาตอบช้าไปไหม
    พลอยไม่เห็นเคยได้กลิ่นน้ำหอมของน้องพี่เลย มันเลิกฉีดไปนานแล้วรึป่าววว
    เวลาพลอยฉีดน้ำหอมก็ฉีดใส่เสื้อผ้านะแล้วก็ฉีดที่คอ บางทีคึกๆ ก็ฉีดใส่อากาศแล้วก็เดินผ่าน (วิธีนี้เค้าว่ากลิ่นมันจะไม่แรงเกินไป)

  13. ก้อน Masatha says:

    pяãέω³² >>> กร๊าก…โทษจ้า แซวขำ ๆ น่ะ
     
    ตาล >>> ถูกกกกก
     
    gibt >>> อ๊ะ นาน ๆ จะเจอสาว ๆ ไม่ไส่น้ำหอมสักทีนะ (แต่ที่คณะวิทยาดูจะไม่มีใครใส่น้ำหอมกันเลยจ้า) ถ้าเลือกกลิ่นดี ๆ ก็คงไม่แรงจัดหรอกฮะ ถ้าเข้าไปในลิฟต์แล้วกลิ่นตีกัน ผมว่าน่าจะใส่เยอะเกินนะ (แต่เคยเข้าไปในลิฟท์ที่กลิ่นตีกันเหมือนกัน จะเป็นลม)
     
     
    ςω™->>> ไม่บอกก็ลืมไปแล้วว่าห่างกันหกปีนะเนี่ย นึกว่าห่างกันสักสามสี่ปีมากกว่า ‘- –
     
    superPLOI >>> ยังฉีดอยู่จ้า แต่กว่าจะเดินไปถึงคณะคงกลิ่นจางหมดแล้ว (ถ้าอยากได้กลิ่นชองไปขอมันดม ๆ ตรงซอกคอดิ) ฉีดใส่อากาศดูเท่ดีอ่ะ แต่น่าจะเปลืองน่าดู (ดูมันน่าจะฟ้งหายไปหมดนะ)

  14. praew says:

    ค่ะ ล้อเล่นเหมือนกันค่ะ คริ คริ.. >_<

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s