Drowning in Fan-Ta-Sea

Posted: December 12, 2006 in Re-writer

 

ช่วงนี้สุดสัปดาห์ หมกตัวอ่านนวนิยายอย่างเป็นล่ำเป็นสันเลยครับ พอดีสองสามสัปดาห์ก่อน รุ่นน้องที่น่ารักพาไปรู้จักร้านเช่าหนังสือ (ชื่อร้านฮิปโป ตรงประตูหนึ่ง) ค่าเช่าถู๊กถูก แถมหนังสือเยอะ ก็เลยสนองตัณหาตัวเองสักหน่อย

 

ช่วงนี้นิยายที่เป็นเป้าหมายหลักก็คือนิยายแฟนตาซีสัญชาติไทยครับ จำได้ว่าเรื่องแรกที่อ่านเลยก็คือเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส

 

ตอนนั้นไปฟังน้อง ๆ ซ้อมว้ากที่ห้องเชียร์ แล้วก็เห็นวางอยู่ เลยหยิบพลิก ๆ มาอ่าน ปรากฏว่าติดเลย ต้องยืมของน้องทั้งชุดมาอ่าน (เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ อ่านนิยายไป ก็มีเสียงตะโกนด่าที่น้อง ๆ ซ้อมว้ากกันเป็น background noise ไป)

 

เรื่องถัดมาก็คือเรื่องลำนำแห่งห้วงธารา อันนี้รุ่นน้องเชียร์ให้อ่านกัน อ่านจบเรียบร้อย รีวิวเรียบร้อยแล้วใน(แต่อยู่ในบล็อกชาวบ้าน) ตอนนี้มีภาคต่อคือ คีตเริ่มบรรเลง อ่านไปได้ครึ่งเล่ม แต่สงสัยยังไปไม่ถึงจุดสนุกของเรื่อง ก็เลยขาดแรงจูงใจที่จะอ่านต่อนิด ๆ

 

จากนั้นก็เป็นเรื่อง เดอะ ไวท์ โรด ครับ เรื่องดังเลยทีเดียว อ่านจนจบทั้งสองภาคเลย ผมว่ามันก็หนุกใช้ได้นะ (อาจจะเป็นเพราะว่าไม่เคยอ่านแนวแฟนตาซี+ไซไฟ+เกมส์แบบนี้มาก่อน) แต่เข้าไปอ่านในเว็บบอร์ด รู้สึกว่าจะโดนสับเละ

 

เรื่องสุดท้ายที่กำลังเริ่มอ่าน แต่ยังอ่านไม่จบก็คือเรื่อง The Last Fantasy ครับ อันนี้อ่านเพราะว่าตอนที่ไปเสิร์ชหากระทู้เรื่อง เดอะไวท์ โรด มีหลายฅนบอกว่าเรื่องนี้หนุกดี ผมเพิ่งอ่านไปได้สองเล่ม ก็รู้สึกว่าฅนเขียนวางระบบในแง่ของการใช้เวทมนตร์ เรื่องการต่อสู้ได้ละเอียดดี แต่เห็นเค้าว่ามันจะสนุกมาก ๆ ตอนเล่ม ๓ เล่ม๔ ก็ต้องรอดูกันต่อไป

 

จริง ๆ แล้วการอ่านนิยายแบบนี้ค่อนข้างจะดูดเวลาเลยครับ ปกติเวลายืม วันหนึ่งจะเสียค่าเช่าราว ๆ สิบบาท ผมก็จะพยายามอ่านให้จบภายในวันเดียว (ถ้ายืมวันเสาร์) เพราะว่าวันอาทิตย์ต้องกลับมานอนหอแล้ว ไม่งั้นก็ต้องถ่อจากพญาไท ไปเกษตรเพื่อคืนหนังสืออีก แล้วก็อ่านวันธรรมดาไม่เวิร์ค เพราะว่าจะเสียสมาธิมาก ๆ (จริง ๆ ถ้าตั้งสติดี ๆ หนึ่งเล่มสามารถอ่านจบได้ใน 3-5 ชม.นะ)

 

เท่าที่อ่านมา นิยายแนวแฟนตาซีแบบมี จะมีกลิ่นอายของ แฮรี่ พอตเตอร์เกือบทุกเรื่องครับ (มากบ้างน้อยบ้าง) นอกจากนี้ก็ยังมีบรรยากาศของเกมส์ต่าง ๆ (ทั้งเกมส์ภาษา เกมส์ออนไลน์- ยิ่งเรื่องระบบเวทมนตร์ การอัญเชิญเทพอสูร การใช้ไพ่ ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่) แล้วก็โครงเรื่องของการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้ การประลองยุทธ และอื่น ๆ

 

ว่ากันตามจริงแล้ว นวนิยายพวกนี้มักโดนสับเละนะฮะ ว่าลอกเลียนแบบเรื่องนู้นเรื่องนี้บ้าง เอาไอเดียมาจากเกมบ้าง ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองบ้าง แต่สำหรับผมแล้วเรื่องนี้ผมเฉย ๆ นะ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผลงานใหม่ ๆ จะได้รับอิทธิพลต้นแบบมา กว่าจะปรับเปลี่ยนมาเป็นสำนวนของตัวเองได้ก็ต้องใช้เวลาสักพัก แม้กระทั่งการ์ตูนก็เหมือนกัน นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นดัง ๆ หลายฅนก็ยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่า ลายเส้นได้รับอิทธิพลมาจากเรื่องดราก้อนบอล ฯลฯ ซึ่งเรื่องนี้ผมยอมรับนะครับว่า แฮรี่ พอตเตอร์เป็นวรรณกรรมชั้นยอดจริง ๆ ทีเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนรุ่นใหม่ ๆ ได้ขนาดนี้ (มีนิยายแฟนตาซียุคหลังสักกี่เรื่องกันเชียว ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ โรงเรียน สอนเวทมนตร์) หลายฅนอาจจะบอกว่ายังด้อยกว่าวรรณกรรมคลาสสิคเรื่องอื่น ๆ แต่ผมว่าแต่ละเรื่อง มันก็มียุคสมัยของมันเหมือนกันนะครับ

 

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เป็นไปได้ที่นิยายแฟนตาซีจะกลายเป็น ขนบ อย่างหนึ่ง อย่างเช่น นิยายแฟนตาซีที่มีพวกเอลฟ์ พวกสัตว์ในเทพนิยาย มีมังกร มีอสูรต่าง ๆ ก็กลายเป็นขนบที่นิยายไหน ๆ ก็ใช้กัน แล้วก็ไม่มีใครคิดว่าใครลอกจากใคร ผมว่าอีกสักระยะ เราก็จะรู้สึกว่า นิยายที่มีเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มีพลังจิต มีเวทมนตร์ มีการผจญภัยเก็บไอเท็มต่าง ๆ ต้องเข้าเรียนในโรงเรียน มีการสอบ มีเหตุการณ์กู้โลก ฯลฯ อาจจะกลายเป็นขนบของนิยายยุคใหม่ก็เป็นได้

 

ก็คงเทียบ ๆ ได้กับนิยายกำลังภายในละครับ ไม่ว่าเรื่องไหน ๆ ก็มีตั้งแต่ สุดยอดคัมภีร์ในตำนาน พรรคเทพพรรคมาร จอมยุทธหญิงปลอมตัวเป็นชาย พรรคเส้าหลิน พรรคกระยาจก ล้างแค้นสิบปีไม่มีวันสาย ใครฆ่าท่านพ่อ วางยาพิษในอาหาร บัวหิมะเสริมสร้างพลังยุทธ อัจฉริยะฝึกสิบวันเหมือนสิบปี ฯลฯ

 

แล้วก็คงเหมือนละครไทย ๆ ที่ต้องมีพระเอกคุณชายโคตรซื่อบื้อแต่ซาดิสต์ ตบจูบ ๆ  นางเอกแสนดี (แต่สมัยนี้อาจจะแอบร้ายหน่อย ๆ) ทะเลาะกันเกือบตาย แต่พอได้กันก็รักกัน มีเรื่องมรดกเจ้าคุณพ่อกับนางเอกที่เป็นทายาทที่สาบสูญ มีตัวร้าย นางอิจฉากรี๊ด ๆ ที่กรี๊ดจนได้ดี มีเพื่อนพระเอกที่คอยช่วยเหลือพระเอกทุกอย่างแต่ไม่เคยหลงรักนางเอกสักที (ทั้งที่ผู้ชายรักกันทั้งเมือง) มีตอนจบที่แฮปปี้เอนดิ้งด้วยกันทุกฝ่าย ฯลฯ

 

สรุปว่าตอนนี้ผมก็ค่อนข้างมีความสุขกับการตามเก็บเรื่องพวกนี้นะครับ (อย่างน้อยก็ได้รสต่างจากนิยายประโลมโลก/โลกย์ ที่อ่านมาหลายปี) ถึงแม้จะมีซ้ำ ๆ บ้าง เดาเรื่องได้บ้าง ขาดความสมจริงไปบ้าง แต่เวลาอ่านแล้วเจออะไรที่ทำให้รู้สึกว่า โอ้ว ฅนเขียนคิดได้ไงเนี่ยก็เป็นความบันเทิงไม่น้อยเลยทีเดียว

Advertisements
Comments
  1. Jang says:

    มาคนแรกเลยหรือนี่
    ชอบคำว่า ขนบ..
    ช่วงนี้แทบไม่ได้ตามอะไรเลย..ชีพจรลงเท้าเป็นงานหลัก
    พี่อยากอ่านหนังสือบนรถได้สักทีอ่ะค่ะ รู้สึกเวลาบนรถมันจะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์แต่แลกกะอ้วกกระจาย  ไม่คุ้ม
    เคยไปอ่านในเนทอยู่พักนึงกะนิยายแบบนี้…คงแก่แล้วมั้งมันเลยไม่ชวนค้นหา
    ตอนเล็กๆ(ย้ำ) …มีหนังสือทำนองผจญภัยสักเล่ม ก็ทำให้หมกอยู่ในห้องหนังสือได้ทั้งวัน เคยอ่านอยู่เล่มนึง
    มันจะให้เราตัดสินใจ แล้วเปิดหน้าที่กำหนดไว้ บางทีก็รอด บางทีก็ตาย อ่านได้เรื่อยๆ  ตอนนั้นรู้สึกว่า..สุดยอด
    แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีหนังสือแบบนี้มาเรื่อยๆ  ก้ตามกระแสอ่ะนะ
    ที่ติดหนึบก็จะเป็นพวกสืบสวนสอบสวน 
     
    เคยคิดนะ..ว่าหนังสือบางประเภทมันไร้สาระ..อย่างที่ก้อนอ่าน อย่างนิยายประโลมโลก  แต่ก็เห็นขายดีจัง แล้วหลังๆก็มีพวกแฉนู่นแฉนี่ออกมา
    ไม่เคยคิดจะแตะนิ้วลงไปบนหนังสือพวกนี้เลย..รู้สึกเสียเวลาเปล่า
     
    แต่พอมีเวลานั่งคิด..เรื่องบางเรื่องมันก็มีสาระหรือสร้างประโยชน์ให้กับคนที่แตกต่างกันออกไป  บางทีไม่ใช่หนังสือที่ไร้สาระหรอก
    แต่คงเป็นเราที่ไม่เข้ากะมันมากกว่า…
    ช่วงนี้พอสนใจเรื่องอะไรพี่จะไปเสริชหาหรือเดินหาหนังสือประเภทนั้นมาอ่าน  ก็ดีไปอย่าง เราไม่อ่านตามกระแสแต่อ่าน..ตามใจ..มันทำให้อดทนอ่านได้นาน
     
    พี่เช่าหนังสือไม่ค่อยได้..ขี้ลืมหนึ่ง  รับหนังสือที่เยินๆไม่ได้อีกหนึ่ง เลยรองานสัปดาห์หนังสือแล้วค่อยไปกว้าน…เป็นความสุขอีกอย่าง
    รอๆๆแล้วค่อยได้ครอบครอง..
     
     นานะมันไม่มีต่อแล้วเหรอ
     
     นี่ดูละครหลังข่าวด้วยเหรอคุณถึงรู้ว่ามีประเภทตบ-จูบๆ ฮะๆๆๆ สาวๆที่บ้านติดหนึบอ่ะค่ะ พี่ชอบดูเขา เวลาเขาดูอีกที เห็นคนเวลาลุ้นหรืออินกะอะไรนี่ตลกออกนะ..ประมาณเป็นนางเอกซะเอง   เคยร่วมสังคกรรมดูกะเขาแต่โดนประนามจากคนในบ้านมาก  คือเขาดูหนัง  พี่ดูพรอพแต่งฉาก  เก้าอี้สวยว่ะ..โคมไฟเจ๋งโคตร
    เรื่องนี้ดุกภาณุเดชมาทำพรอพให้ อะไรประมาณนี้..แล้วโดนด่าในที่สุด
    ส่วนใหญ่ถ้าจำต้องนั่งอยู่กะครอบครัวพี่จะควักหนังสือมาอ่าน…เพื่อไม่ให้เป็นแกะดำ(ดำอยู่แล้ว) ประโยชน์ที่ได้คือสมาธิสูงมาก
    อ่านไปท่ามกลางเสียงด่าตัวร้าย บ่นนางเอก กรี๊ดพระเอก..สุดยอด
     
    พี่ได้หนังสือเล่มนึงมาเมื่อกลางปีที่แล้ว "ขอเพียงแต่เห็น" ของอ.ลลิตา โรจนากร  เริ่มอ่านตอนไปญี่ปุ่น..อ่านสามรอบแล้ว
    ที่ได้มากๆจากหนังสือเล่มนี้คือ การมองโลกอีกแง่มุมที่เราทำได้ง่ายๆในการอนุรักษ์  วันนึงที่กลับบ้านแล้วมองต้นไม้ใบไม้ในบ้านเราได้เห็นบางสิ่งบางอย่างแตกต่างออกไป
    ทั้งๆที่เราแน่ใจแล้วว่าเราถี่ถ้วนแล้วนะ..บางมุมเราไม่ฉุกคิดที่จะมองด้วยซ้ำไป
     
    การอ่านก็เหมือนเติมเต็มชีวิตเรานะ  ถ้าเราทำให้ว่างๆเข้าไว้..ทุกอย่างที่รับเข้ามามันก็เติมเต็มเราได้เรื่อยๆ
    ทุกๆเรื่องมันก้มีประโยชน์กับชีวิตทั้งนั้น
     
    สาระเข้าไปนั่น…ตอนนี้..พี่ยังติดนารูโตะอยู่เล้ย…
     
     
     

  2. praew says:

    โนคอมเม้นค่ะ ตอนนี้concentrateแต่หนังสือเรียนลูกเดียว
    แต่จะว่าไป หนังสือที่แพรวไม่กล้าอ่านต่อก็มีเหมือนกัน
    "ปลาที่ว่ายน้ำในสนามฟุตบอล" พี่ก้อนเคยได้ยินไหมคะ
    ไม่ใช่นิยายประโลมโลก ไม่เชิงหนังสือวิชาการ เป็นคนๆนึงที่กำลังมองโลกต่างออกไป
    แพรวไม่กล้าอ่านต่อจนจบ ทั้งที่อ่านไปไประมาณครึ่งเดียว
    ไปๆมาๆแล้วเริ่มหวั่นไหวแปลกๆ แล้วก็ฟุ้งซ่าน
    บอกไม่ถูกว่าจะชวนให้อ่านดีไหม เหอะๆ
     
    ช่วงนี้วุ่นๆค่ะ ไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ คอมม้นไว้แค่นี้ก่อละกัน อิอิ

  3. Sunida says:

    เอนทรีนี้ไม่ค่อยมีประสบการณ์ร่วมเท่าไหร่เพราะไม่ชอบอ่านนิยายแนวนี้ ขนาดแฮร์รี่ก็ไม่ได้อ่านแต่ว่าตามดูหนังเอาทั้งๆที่ชอบมากแต่ก็ไม่ได้อ่านอยู่ดีไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
    ส่วนหนังสือที่อ่านค้างอยู่ตอนนี้ก็ปีกแดง ของวินทร์ ที่ข้อมูลประวัติศาสตร์การเมืองเยอะมาก แน่นเอี้ยดจนต้องๆค่อยๆอ่าน รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ก็เลยยังอ่านไม่จบเลยอ่านมาเป็นเดือนและ
    ป.ล. แนะนำ ปุชิตา นวนิยายรักและการเมืองของพี่บินหลา…ถ้าพี่ก้อนชอบแนวนี้นะ  สนุกและเขียนดีทีเดียว

  4. Chayanin says:

    บารามอส อ่านเล่มแรกแล้วเฉยๆ คือก็คิดว่าดี แต่ไม่มีแรงจูงใจที่ดีเท่าไหร่ รู้สึกว่ากระแสผลักดันมากเกินไปอ่ะพี่ก้อน (คือตัวนิยายมันก็มีคุณภาพระดับนึงอยู่ แต่กระแสคนอ่าน (ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็ก) ทำให้มันเว่อร์เกินไปจนไม่อยากอ่าน)ชุดลำนำ เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเบื่อนิดๆนะ แต่ยังตามอ่านอยู่ ตอนนี้ก็คิดว่ามันอ่านได้พอสนุกๆ แต่ว่าเริ่มไม่ค่อยชอบอะไรหลายๆอย่าง (อย่างเช่นที่ว่าตัวละครสมบูรณ์แบบเกินไป รวมถึงพยายามยัดความสมบูรณ์แบบมากเกินไปในอีกหลายๆทาง)ไวท์โรด เหมือนจะเคยอ่านไปสองสามบท แต่ลืมหมดแล้ว ผมว่าที่นิยายเรื่องนี้โดนสับในเว็บบอร์ดเยอะ เพราะสำนักพิมพ์(และแฟนๆ) โปรโมตหนักเกินไปนะครับ จำได้ว่าตอนที่ไวท์โรดออกมาใหม่ๆ ปลุกกระแสกันว่าเป็นนิยายที่ดีมากๆ เป็นความหวังใหม่ของวงการวรรณกรรม อะไรทำนองนั้นไป ทั้งที่จริงๆมันอาจจะเป็นแค่นิยายเด็กหัดเขียนที่พอจะมีคุณภาพ ก็เลยทำให้โดนสับมาเละ (พอโดนตำหนิหนักเข้า แฟนๆก็ใช้ข้ออ้างว่า เป็นนิยายเด็กเขียน ดีกันจริงๆ แถมยังมีคนบอกอีกว่านิยายแฟนตาซีไม่ต้องมีความสมเหตุสมผลก็ได้ ยิ่งดูๆเลยยิ่งไม่อยากจะอ่านเท่าไหร่)ลาสต์แฟนตาซี เคยไปอ่านในเว็บ (ก่อนตีพิมพ์) ร้อยกว่าบท ก็อ่านเพลินๆสนุกดีเหมือนกัน แต่พอตีพิมพ์แล้ว ไม่รู้สึกว่ามันดีพอจะซื้อ (หรือแม้กระทั่งหามาอ่านต่อ) เท่าไหร่ ยิ่งเจอกรณีที่สำนักพิมพ์โปรโมตเว่อร์ (อันนี้เว่อร์อย่างสังเกตได้ ทำเอาขยาดกับสนพ.กูดมอร์นิ่งเลยทีเดียว) และกรณีปัญหา (เช่น ไปเอารูปที่มีลิขสิทธิ์มาทำปก)  แล้วเห็นว่านักเขียนก็ไม่พอใจสำนักพิมพ์ (ได้ข่่าวมาว่าสำนักพิมพ์ไปตัดจบเอง) ก็เลยเป็นข้ออ้างที่ไม่อ่านจะว่าไป ผมว่านิยายแฟนตาซีพวกสัตว์แฟรี่ต่างๆมีสเน่ห์ออกครับ สังเกตว่าถึงจะใช้สัตว์ประเภทเดียวกัน แต่เอาเข้าจริงแต่ละโลก(หมายถึงแต่ละเรื่อง) สัตว์ชนิดเดียวกันจะมีคาแรกเตอร์ที่ต่างออกไป อย่างกอบลิน ในแฮร์รี่พอตเตอร์มีความฉลาดสูง แต่อย่างอาร์ทิมิสฟาวล์ กอบลินเป็นสิ่งมีชีวิตที่ออกจะโง่ หรืออย่างมังกรในเรื่องจิมกระดุม ก็เป็นสัตว์ที่ปราดเปรื่องมาก ผมว่ามันทำให้ไม่รู้สึกว่า เป็นเรื่องสไตล์เดียวกันแล้วพี่ก้อนได้อ่านพวกนิยาย korean love บ้างหรือเปล่าครับ (ทั้งที่เกาหลีแท้ๆ และก็เกาหลีแบบไทยๆ) เคยอ่านไปนิดหน่อย ก็นับว่าสนุก แต่ไม่ประทับใจปลาที่ว่ายน้ำในสนามฟุตบอลนี่ใช้ของวินทร์หรือเปล่าแพรว เคยอ่านเรื่องประชาธิปไตยบนเส้นขนาน (หรืออะไรคล้ายๆกันเนี่ย จำไม่ได้) และก็สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เรื่องแรกน่าสนใจดี แต่เรื่องหลัง รู้สึกว่าความคิดเรายังไม่เข้าถึงเท่าไหร่ ออกจะอ่านยากไปสำหรับเราเดี๋ยวกลับไปจะไปหาร้านนี้นะพี่ก้อน

  5. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> ผมชอบอ่านหนังสือบนรถเหมือนกันครับ แต่ไม่ไหว… ปวดตากับปวดหัวมากเหลือเกิน (รู้สึกจะทำให้สายตาสั้นด้วย) อ่านหนังสือในเนทก็พอไหวครับ แต่มันมีเยอะมาก จนลานตาไปหมด ไม่รู้ว่าอันไหนดีไม่ดี (ต้องฟังชาวบ้านเค้าช่วยกรองอีกที) แล้วผมอ่านตัวหนังสือจากหน้าจอมาก ๆ ไม่ไหวด้วยฮะ (มันปวดตา)
    หนังสือแบบที่เราเลือกเอง เปิดไปหน้านี้จะเจออย่างนี้ ถ้าเลือกอีกแบบหนึ่งก็จะเจออีกแบบหนึ่งเคยชอบมาก ๆ ตอนเด็ก ๆ ครับ (เคยได้มาเป็นชุดเลย) พออ่านจบแล้วก็ต้องลองทางเลือกอื่น ๆ ดูว่าเป็นยังไงมั่ง (บางทีก็อ่านกลับหลัง โดยดูว่า มาเจอสถานการณ์นี้ต้องเลือกอะไรมาก่อนหน้านั้น)
    หนังสือพวกแฉนู่นแฉนี่ ผมก็ว่ามันค่อนข้างจะหาสาระลำบากน่ะฮะ พวกซุบซิบดาราอะไรทำนองนี้ก็เหมือนกัน (แต่ผมคิดว่า หนังสือประเภทนี้คงไม่ได้เน้นสาระอยู่แล้วล่ะ คงเน้นไปทางบันเทิงมากกว่า) จะว่าไป เวลาผมอ่านไทยรัฐหน้าบันเทิง ก็อดอ่านพวกซุบซิบอย่างนี้ไม่ได้เหมือนกัน
    หนังสือเช่ามันเยินแล้วก็เก่าจริงๆ  ด้วยครับ บางทีก็เปียกฝนจนบวมไปหมด… ที่ยังทนอ่านได้จนบัดนี้ก็ด้วยสาเหตุอย่างเดียวแหละครับคือเรื่อง..ราคา
    นานะมีต่อนะฮะ แต่นาน ๆ ออกที.. ผมว่ารอให้ออกจนจบแล้วให้พี่แจงยืมทีเดียวอาจจะดีกว่าก็ได้ (ไม่งั้นอ่านได้ทีละเล่มสองเล่มเสียอารมณ์แย่)
    ละครหลังข่าวก็ไม่ได้ดูหรอกครับ มีแต่เปิดผ่าน ๆ ตอนที่รอให้รายการที่เราจะดูมา แต่ละคระประเภทนี้ก็ดูไม่ยากหรอกครับ อย่างเรื่องรอยอดีตแห่งรัก (บี้&มิว) ผมดูแป๊บเดียวก็ อ่ะ เอาอีกละ ทะเลาะกันอีกและ ทำนองนั้น) แต่สมัยเด็ก ๆ ก็ดูนะครับ ดูจนจบด้วย ตอนหลังก็เฉย ๆ มีหลาย ๆเรื่องที่อยากดูเหมือนกัน (อย่างตอนแดจังกึมดังก็อยากมานั่งดู) แต่เวลามันไม่ค่อยอำนวย แล้วพอเราขาดหายไปสักตอนสองตอนก็เริ่มขี้เกียจ…
    การ์ตูนหนุก ๆ ก็มีฮะ บางทีไม่มีสาระ แต่อ่านแล้วจุดไปบางอย่างในตัว อย่างนารูโตะก็ใช่ หรืออย่างวันพีซก็ใช่ ผมว่าผมคงอ่านการ์ตูนไปเรื่อย ๆ แหละครับ (ไม่แน่ว่ามีลูกแล้วก็คงยังอ่านอยู่)
     
    pяãέω³² >>> ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล… เคยอ่านฮะ เคยลงในมติชนสุดสัปดาห์เป็นตอน ๆ อ่านแล้วสนุกดี ผมชอบการเขียนแนวนี้นะ บางทีก็เปิดมุมมองอะไรใหม่ ๆ ที่เราคาดไม่ถึงเหมือนกัน (แต่อ่านทีละตอน ๆ น่ะดีแล้ว ถ้าอ่านรวดเดียวทั้งเล่มเลยไม่รู้ว่าจะหนักหัวเกินไปรึเปล่า)
     
    ตาล >>> ปีกแดงน่าอ่านมากเลยครับ ส่วนเรื่องปุชิตา.. ไม่เคยอ่าน แต่งานบินหลาไม่ใช่แนวที่ผมถนัดเท่าไหร่ฮะ "- –
    -ςω™->>> บารามอส ถ้าเข้าใจไม่ผิด รู้สึกกลุ่มแฟนคลับจะเป็นเด็ก ถึงวัยรุ่นตอนต้นนะฮะ เพราะงานเขียนของนักเขียนออกแนวทีเล่นทีจริงมากกว่า (คือไม่หนักหัวเท่าไหร่ ถึงจะมีสาระสอดแทรก ก็ไม่ถึงกับทำให้เครียดหรือปวดหัว) จริง ๆ แล้วแนะนำให้อ่านครบทั้งชุดนะฮะ เพราะนิยายของนักเขียนหน้าใหม่ พอเขียนไป ๆ สำนวน และการดำเนินเรื่องจะเปลี่ยนไป (ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด)
    ชุดลำนำฯ เห็นด้วยอย่างที่บอก คือตัวเอกแต่ละฅนมีความสมบูรณ์แบบมากเกิน (คือไม่ใช่ว่าไม่มีจุดอ่อน แต่เป็นฅนดีที่ไม่มีด้านมืดเลย คาแรคเตอร์มันแบ๊นแบนน่ะฮะ)
    ไวท์โรด อันนี้ก็ต้องอ่านจนจบครับ ช่วงแรก ๆ ก็สนุกดี พอกลาง ๆ เรื่องจะเริ่มอืด แล้วพอใกล้จบจะเริ่มหนุกอีกรอบ… ที่โดนสับเละก็ไม่ค่อยแปลกใจหรอกครับ ผมคิดว่าเพราะกรอบของฅนอ่านที่เอามาจับ กับกรอบที่นักเขียนใช้มันเหลื่อมล้ำกันมากเกินไป (เหมือนเอาฅนที่ชอบหนังดรามามาวิจารณ์หนังตลก ทำนองนั้น) จริงๆ  แล้วถ้ามองในแง่ของวิธีการเขียนเอง ผมก็ทึ่งนะครับ เพราะเป็นฅนแรก ๆ ที่หยิบจับเอาเกมส์ มาลงเป็นตัวอักษรได้สำเร็จ ส่วนที่โปรโมตกันเว่อร์ ๆ ว่าเป็นความหวังใหม่ของวงการวรรณกรรม… อันนี้ผมเห็นว่า คงฅนละ ‘วงการ’ ที่เราเข้าใจน่ะครับ วงการที่เราคิด คงเป็นพวกหนังสือที่ผู้ใหญ่ ๆ มีความคิดอ่าน สำนวนสละสะสวย ใช้ภาษาถูกต้อง บรรยายภาพละเอียด สมเหตุสมผล แต่อย่าง ‘วงการ’ ในความหมายของเขา น่าจะ หมายถึง การที่สร้างงานเขียนที่เจาะตลาดแนวใหม่ โดยหยิบจับเอาเรื่องที่เด็กยุคใหม่คุ้นเคย มาแปลงเป็นวรรณกรรม… ถ้ามองในแง่นั้น ผมก็พอรับได้นะฮะ
     
    ลาสต์แฟนตาซี… สนุกดีฮะ แต่ถ้าซื้อเก็บคงไม่แน่นอน (แต่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความพยายามของฅนเขียนเลย) ถ้าจะว่ากันในแง่ของความเป็น ‘นิยาย’ ผมว่าผมชอบมากกว่าไวท์โรดอีก แต่อ่านจากในเว็บแล้ว ดูสำนักพิมพ์กู๊ดมอร์นิ่งจะมีปัญหามาก (อย่างที่ป่านบอกนั่นแหละ) แต่ไหน ๆ ก็เริ่มอ่านจนติดแล้ว ผมว่าก็จะอ่านมันจนจบนี่แหละครับ (ถึงแม้ว่าเล่มสุดท้าย ฅนเขียนจะไม่ได้แต่งเองก็ตาม)
    จะว่าไป ผมว่าเรื่องการโปรโมตกันจะเว่อร์เกินนี่แหละครับ ที่เป็นผลเสียต่อตัวนวนิยายเอง ในแง่ที่ดึงดูดให้ฅนอยากอ่าน ก็อาจจะพอใช้ได้ แต่พอฅนอ่านแล้ว มันไม่ดีถึงที่คาด ก็จะเกิดอาการผิดหวัง+หมั่นไส้ เลยพลอยพาลรู้สึกไม่ดีกับตัวนิยายด้วย (แล้วเชื่อเลยว่า นักอ่านส่วนหนึ่ง ก็ไม่ได้อ่านเพราะว่าฅนรอบข้างบอกว่า มันไม่หนุกอย่างที่คิดนี่ล่ะ) ทั้งที่จริงๆ  แล้วถ้าไม่ได้ตั้งความหวังอะไร มันก็หนุกในระดับหนึ่งนะ
    ส่วนเรื่องนิยายเกาหลีนี่ ยังไม่เคยอ่านเลยครับ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีเรื่องไหนที่ดังเปรี้ยงปร้างเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ เวลาไปยื่นหน้าชั้นหนังสือก็เลยไม่รู้จะอ่านเรื่องไหนดี อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ รู้สึกว่านิยายแนวนี้จะเจาะตลาดผู้หญิงมากกว่า ผู้ชายอย่างเรา ๆ เวลาอ่านอาจจะไม่บันเทิงไปด้วย (เหมือนอ่านการ์ตูนผู้หญิงนั่นแล) แล้วนิยายประเภทนี้ เดินถือไปถือมาแล้วมีฅนเห็นก็รู้สึกอาย ๆ เหมือนกันฮะ
    ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน กับ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าฅน เป็นนิยายรางวัลทั้งคู่เลยครับ อ่านแล้วก็สนุกดี (เคยอ่านตอนม.ปลาย) แต่ยังเก็บรายละเอียดได้ไม่หมด (บางเรื่องก็ไม่เข้าใจ) คิดว่าพอโตกว่านี้อีกสักหน่อยอาจจะอ่านรู้เรื่องมากกว่านี้ก็ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s