ตั้งแต่ฉันบอกเธอว่าร้ากกก…ใจฉันก็เป็นของเธอ (peacemaker)

Posted: January 25, 2007 in Love Series

**เอนทรีนี้ตอนคิดไว้ในหัวยาววววมากครับ แต่พอพิมพ์จริง ๆ รู้สึกว่ายาวเกินไป ก็เลยตัดทอนออกซะหลายส่วน (กลัวฅนอ่านอ่านไม่จบ) พยายามให้กระชับ ไม่รุงรัง แล้วก็ไม่อ้อมค้อมจนเกินไป…. ค่อย ๆ อ่านก็แล้วกันนะครับ เพราะผมไม่แน่ใจว่าสื่อความคิดออกมาได้ดีแค่ไหน แต่อยากบอกว่าคราวนี้ตั้งใจเขียนเป็นพิเศษเลยฮะ**

 

 

เอนทรีนี้มีความคิดต่อยอดมาตั้งแต่เอนทรีเมื่อครั้งกระนู้นครับ  ชื่อว่า Love Love ฉบับวันที่ 7 เดือนตุลาคม … ขออนุญาตเท้าความกันนิดนึงว่าเอนทรีนั้นพอดีผมพูดถึงว่าผู้หญิงในสเป็คเป็นยังไง ๆ (ซึ่งก็ไม่ตายตัว แต่เปลี่ยนไปตามตัวตนตอนนั้น ๆ) แล้วก็ตบท้ายว่า ถ้าจะลุกขึ้นมาถึงขั้น จีบผู้หญิงฅนไหน คงต้องสนิทสนมกันมาก ๆ รู้จักกันมาก ๆ จริง ๆ ซึ่งวงจรชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ คงไม่เอื้อให้ไปสนิทกับผู้หญิงฅนไหนเป็นแน่แท้

 

หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสคุยทาง MSN กับ เพื่อน-รัก ฅนหนึ่งครับ เจ้าตัวก็แย้งกลับมาว่า ทำไมต้องรอให้สนิทกันมาก ๆ ก่อนแล้วค่อยจีบ (วะ) ถ้ารู้สึกว่าชอบก็จีบไปเรยยย แล้วก็ค่อย ๆ ใช้เวลานั้นทำความรู้จักไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่า ไม่ใช่เดี๋ยวมันก็ถอยออกมาเองนั่นแหละ ไอ้ที่ผมทำอยู่ มันเรียกว่า ปอดแหกมัวแต่รี ๆ รอ ๆ เดี๋ยวก็ต้องมานั่งเสียใจที่หลัง(อีก) หรอก ฯลฯ (ใช้คำไม่ตรงเป๊ะหรอกครับ แต่ก็แนว ๆ นี้)

 

ตอนนั้นที่คุยก็แอบเห็นด้วยนะครับ แต่ก็พยายามเถียงข้าง ๆ คู ๆ ไปว่า ถ้าชอบนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วจีบเลยมันดูหน้าหม้ออ่ะหรือ อยากให้มั่นใจมาก ๆ ก่อนว่าชอบจริง ๆ ถึงค่อยจีบน่ะอะไรพรรณนั้น

 

แต่ถึงตอนนี้ ผมคิดว่ามีคำอธิบายเพิ่มเติมครับ…

 

ผมรู้สึกว่า กระบวนการจีบกัน มันไม่ได้มีแต่ความรู้สึกดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นเท่านั้นน่ะสิครับ ถ้าทำตัวไม่ดี มีโอกาสง่ายมากที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด/รำคาญ/รู้สึกไม่ดีหรือแย่ ซึ่งถ้าเป็นฅนที่มีประสบการณ์หน่อยคงพอรู้ว่าจะวางตัวอย่างไร แต่พวกมือใหม่ส่วนมากไม่รู้หรอกครับ

 

พูดง่าย ๆ ก็คือว่า อยู่เฉย ๆ ความสัมพันธ์ก็ไปได้ดีอยู่แล้ว แต่พอเริ่มจีบเมื่อไหร่  มันทำให้เกิดความรู้สึก ติดลบแล้วความสัมพันธ์ก็ก้าวถอยหลังขึ้นมาทันที ซึ่งผมเองก็เจอประสบการณ์แบบนี้มาบ่อยพอสมควร (ทั้งเป็นฅนจีบเอง และเป็นฅนโดนจีบ)

 

เชื่อว่าคงพอนึกภาพออกนะครับ ง่ายที่สุดก็คือ รู้จักกันดีอยู่ ให้ความสนิทสนมกันพอสมควร แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายชอบเรา ก็เริ่มวางตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที เริ่มรู้สึกอยากถอยห่างออกมา… แล้วยิ่งถ้าอีกฝ่ายพยายามรุก หรือเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตมาก ๆ เข้า ก็ยิ่งรู้สึกอยากหนีไปให้ไกล …

 

ซึ่งผมเองก็เคยเจอเคสแบบนี้ครับ เสร็จแล้วพอพลาดพลั้งไปก็เสียดาย… ประมาณว่ารู้งี้ไม่น่าจีบเลยเรา น่าจะอยู่เป็นเพื่อนกันดี ๆ ดีกว่า…บางฅนอาจจะมองว่าถึงจีบไม่ติด ก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้นี่หว่า อันนี้ผมก็ไม่เถียงครับ แต่การเป็น เพื่อนกัน แบบที่ไม่เคยจีบกันมาก่อน กับเพื่อนกัน แบบที่จีบแล้ว แห้วเรียบร้อยแล้ว ผมว่าความสัมพันธ์คงไม่เหมือนกันเสียทีเดียวหรอกนะครับ (แล้วคงไม่ต้องบอกล่ะ ว่าแบบไหนมันจะมองหน้ากันได้สนิทใจมากกว่ากัน)

 

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่า ถ้าเราจะจีบใครสักฅน จีบฅนที่เพิ่งเริ่มรู้จักจะเสี่ยงน้อยกว่าครับ ถึงจะจีบไม่ติด หรือไปทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ ก็ไม่ค่อยรู้สึกเสียดายเท่าไหร่ เพราะงั้น ผู้หญิงหลาย ๆ ฅนที่ผมรู้สึกว่าน่ารักน่าจีบเชีย พอมีโอกาสได้ทำความรู้จักมากขึ้น กลายมาเป็นเพื่อนกันมากขึ้นแล้ว เหตุผลที่ไม่คิดอยากจะจีบต่อ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า สนิทกันแล้วนี่แหละ แล้วก็ไม่อยากจะเสี่ยงทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกันไปนี่แหละครับ

 

ถ้ายกตัวอย่างให้เป็นรูปธรรมหน่อยก็ได้ว่า อย่างเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน ผมมีโอกาสไปทำกิจกรรม ก็ได้เจอะเจอกับน้องผู้หญิงฅนหนึ่ง ซึ่ง เท่าที่ดู ๆ ก็เป็นฅนที่น่ารัก เรียบร้อย อัธยาศัยดี เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะทำให้ผู้ชายตัดสินใจจีบได้ไม่ยาก พอต่อ ๆ มาได้มีโอกาสทำความรู้จักมากขึ้น เราก็รู้สึกว่า เออเนอะ คิดถูกแล้วล่ะที่ไม่ได้คิดจีบหรืออะไรแบบนั้น เพราะว่าตอนนี้ก็สามารถพูดคุย เล่นหัว สนิทสนมในระดับหนึ่งแล้ว นี่ถ้าเกิดพยายามจีบแล้วทำให้ความสัมพันธ์มันเลวลงคงน่าเสียดายแย่ ยิ่งต่อ ๆ ไปยังต้องทำกิจกรรมร่วมกันอีกหลายหน ถ้ามองหน้ากันไม่สนิทล่ะก็ คงไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีนัก

 

โดยสรุปแล้ว ก็อยากจะบอกว่า จริง ๆ แล้วบางทีไม่ใช่เพราะว่า ชอบถึง จีบหรอกครับ แต่เป็นเพราะว่า ชอบถึง ไม่จีบมากกว่า เพราะฉะนั้น สำหรับผมแล้ว ยิ่งเป็นเพื่อนสนิท รุ่นน้องที่น่ารัก หรือเป็นฅนที่เรารู้สึกดีด้วยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นฅนที่ไม่น่าจีบเท่านั้น (ดังเหตุผลที่กล่าวไปในตอนต้น)

 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราลุกขึ้นมาจีบบุคคลเล่านี้ได้ …ก็แสดงว่าเป็นฅนที่เราชอบจริง ๆ ชอบมาก ๆ ชอบเป็นบ้าเป็นหลัง

….ชอบจนกระทั่ง…ยอมเสี่ยง…เอาความสัมพันธ์ดี ๆ ความรู้สึกดี ๆ มาเดิมพันกันทีเดียวเชียว…

 

 

… เอวังด้วยประการฉะนี้แล

Advertisements
Comments
  1. Ramet says:

    พูดยากนะพี่ เรื่องนี้ แล้วแต่คนแหละ
     
    ถ้าเป็นผม ผมจะไม่จีบ เพราะผมชอบเค้า แต่คนที่ผมจะจีบ คือคนที่ผมมั่นใจ ว่าผมจะรักเค้าคนเดียว และจะรักตลอดไป
     
    ถ้าผมไม่มั่นใจอย่างนั้น ก็ไม่มีวันที่ผมจะจีบ เพราะผมไม่อยากทำให้ผู้หญิงต้องเสียใจ ; )

  2. EIG says:

    ผมว่า เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเป็นอะไรที่คำอธิบายช่วยอะไร
    เพราะคำอธิบายนี้ ไม่สามารถเอาไป predict อะไรได้เลย
    ครั้งต่อๆไป พี่ก้อนอาจจะ เจอใครแล้วก็จีบเลยก็ได้ 555
     
    มันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ
    เราก็แค่ทำไปตามความรู้สึก แล้วค่อยหาอะไรมาสนับสนุน
    หรือเปล่าครับ

  3. Ploi says:

    อ้าว รู้ insight พี่ก้อนซะละ ฮี่ๆๆๆ

  4. ก้อน Masatha says:

    -DelPieroGB- >>> เป็นความตั้งใจที่แน่วแน่ดีจังเลยจ้า … แต่พี่คิดว่านะ ฅนเรารักกัน บางที ‘ทำร้าย’ กันได้ง่ายกว่าฅนที่ไม่ได้รักกันอีกนะเนี่ย
     
    eig >>> ไอ้ช่วยอะไรมั้ยเนี่ย คงไม่ช่วยเท่าไหร่นอกจากจะทำให้เข้าใคความคิดของพี่มากขึ้นแหละ ส่วนถามว่า predict ได้ไหม… พี่ว่าน่าจะได้นะ เพราะสิ่งที่เขียนไปไม่ได้เกิดขึ้นแบบ case by case แต่เกิดขึ้นบ่อยจนเราจับทางได้… ครั้งหน้า จะจีบหรือไม่จีบ พี่คงตอบไม่ได้แหละฮะ แต่ที่เขียนไปในเอนทรีคราวนี้คงช่วยได้ระดับนึงว่า ฅนนี้ผ่านเงื่อนไขที่ทำให้เราคิดจีบรึเปล่า
     
    เรื่องของความรู้สึก อาจจะไม่ค่อยมีเหตุผลนักก็จริง แต่พี่เชื่อว่า มันยังพอมีคำอธิบายได้นะฮะ
     
    superPLOI >>> กำ "- – จริง ๆ อ่าน blog นี้ก็แทบจะเปลื้อง insight ของพี่จนจะตัวล่อนจ้อนอยู่แล้วล่ะจ้ะ

  5. ก้อน Masatha says:

    ปล. อัพรูปเพิ่มในอัลบั้ม ‘โขนงานประจำปี’ แล้วเน้อ เข้าไปดูกันได้ (แสกนมาจากภาพถ่ายจริง ๆ ฮะ ปรับแต่งภาพไม่เป็นเหมือนกัน "- -)

  6. Jinnipar says:

    [ในฐานะผู้หญิง] การที่มีชีวิตอิสระอยู่ดีๆแล้วมีใครก็ไม่รู้เข้ามาในชีวิตมันปรับตัวยากนะ ขอถอยไปห่างๆแล้วค่อยๆเดินเข้ามาดีกว่า
     
    [ในฐานะคนที่ชื่อจินนี่]บางทีคนสองคน"ชอบกัน" ความสัมพันธ์ก็ถูกพัฒนาได้โดยปราศจากคำว่า "จีบ" ซึ่งความสัมพันธ์ที่ถูกพัฒนาจะมีมีความมั่นคงมากกว่าการ"จีบ" ถึงแม้จะใช้เวลาเนิ่นนานกว่าก็ตาม เปรียบเทียบก็เหมือนกับปลูกต้นไม้ละมั้ง ถ้าเร่งให้ออกดอกเร็วไป ยัดสารพัดฮอร์โมน ต้นไม้ก็เฉาตาย แต่ถ้าค่อยๆบำรุง รดน้ำเช้าเย็น น้ำใสๆไม่ต้องเติมปุ๋ย ดอกผลก็ออกงดงามแล้ว

  7. Rata says:

    บล้อกนี้ไม่ยาวเลยค่ะ (เทียบกับเอนทรีอื่นๆนะ ฮ่าๆ)
     
    เราเห็นว่า ผู้หญิงอะนะ ถ้าชอบ มันก็คือชอบอะแหละ ถ้าไม่ชอบมันก็คือไม่ชอบ จะจีบเร็วจีบช้า ถ้าไม่ชอบ ก็แห้วอยู่ดีอะแหละ ลูกตื้ออาจจะได้ผลบ้าง แต่ไม่ได้ผลตลอดหรอกนะ ก็อาจจะแค่ใจอ่อนเปนครั้งคราว มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ชายจีบเก่งรึเปล่า เปนคนดีรึเปล่า มันขึ้นอยู่กับว่า จริงๆแล้ว ผู้หญิงผู้ชายคู่นั้น เข้ากันได้รึเปล่าต่างหาก ดังนั้นเราก็เห็นด้วยกับเพื่อนพี่ก้อนว่านะ ว่าดูๆกัน แล้วไม่เข้าก็ออกมา ระยะเวลาไม่ค่อยมีผลนะ ถ้าคนมันใช่อะ ใช่แล้วมันก็ใช่อะ (อ้างอิงจากประสบการณ์ตัวเองนิดหน่อยนะคะ 55)

  8. praew says:

    อืม.. อาจจะดูเหมือนแพรวขี้เกียจพิมพ์นะ
    แต่เห็นด้วยกับพี่รตามากๆเลย (เหอะๆ)
     
    กระบวนการจีบกัน… ช่างใช้ภาษาได้เป็นเรื่องเป็นราวเหลือเกิน

  9. ก้อน Masatha says:

    ตอนแรกว่าจะรอให้ผ่านไปหลาย ๆ วันก่อนแล้วค่อยมาตอบทีเดียว… แต่พออ่านเมนท์แล้วคันปากฮะ ตอบเลยแล้วกัน
     
    Ginnie~* >>> ผู้ชายทุกฅนก็ฝันอยากที่จะค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับหญิงที่ตนเองชอบอย่างค่อยเป็นค่อยไปทั้งนั้นแหละครับ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็ไม่อยากจะทำอะไรกระโตกกระตากอย่างการจีบ..ให้ไก่ตื่นหรอก แต่ปัญหาอยู่ตรงว่า ถ้าชอบฅนที่เจอหน้ากันทุกวัน ทำงานหรือเรียนด้วยกันตลอดก็ไม่ยากที่จะเริ่มจากการเป็นเพื่อนกันไปก่อน แต่ถ้าเรียนกันฅนละคณะ ฅนละมหาลัย ฅนละโรงเรียน ปี ๆ นึงแทบไม่มีโอกาสเจอหน้ากันเลย มันก็ไม่มีทางเลือก ก็ต้องโทร.ไปหา ไปให้เห็นหน้า ชวนไปกินข้าว ดูหนัง ฯลฯ… แล้วถ้าทำแบบนั้น ร้อยทั้งร้อย บอกว่า นี่ไม่ได้จีบ แค่อยากทำความรู้จักเฉย ๆ อยากค่อย ๆ พัฒนาควาสัมพันธ์ไปช้า ๆ … ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ T_T
     
    Pum+PiM+ >>> อันนี้ขอเถียงขาดใจ… การจีบเป็นไม่เป็นสำคัญมากฮะ ผู้ชายก็เหมือนสินค้านั่นแหละ ของดีแค่ไหน แต่ถ้าพรีเซนท์ไม่เป็น ยังไงก็ขายไม่ออก ส่วนเรื่องเข้ากันได้-ไม่ได้เนี่ย… ผมว่ามันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฝ่ายหญิงนะ ถ้าชอบ ก็บอกว่าเข้ากันได้ … แต่ถ้าไม่ชอบ(หรือเลิกชอบ) ก็บอกว่าเข้ากันไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่บางทีมันก็เป็นฅนเดียวกันแต๊ ๆ
     
    ผู้หญิงอาจจะมีเซ๊นส์ที่ดีก็ได้นะฮะ ที่จะรู้ว่าใครคือฅนที่ใช่ แต่ผมว่าพวกผู้ชายไม่ค่อยมีแฮะ ปัญหาที่ผมเจอบ่อยก็คือ ไม่รู้ว่าต้องรู้จักกันมากแค่ไหน ก็จะบอกได้ว่าเป็นฅนที่ ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ มีออกบ่อยไป ที่ตอนรู้จักกันผิด ๆ ก็รู้สึกเฉย ๆ แต่พอรู้จักมากขึ้น ทำกิจกรรมด้วยกัน เรียนด้วยกันสักพัก ก็รู้สึกประทับใจขึ้นมา ในทางกลับกัน ไอ้ที่เจอครั้งแรกแล้วปิ๊ง แต่พอคุย ๆ กันไปก็กลับไม่คิดอะไร ก็มีเจอประจำนะฮะ
     
    ที่ผมเห็นก็คือว่า พอผู้หญิงคิดว่า ผู้ชายฅนนี้ไม่ใช่ปุ๊บ…ก็จะตัดสัมพันธ์ทันที บางทีเจอกับตัวแล้วก็เซ็ง แหม ไอ้ที่เค้ารู้จักเรา มันยังไม่ถึง 1 ใน 10 เลยนี่หว่า โดนบอกเลิกซะแระ บางทีก็เสียดายโอกาสเหมือนกัน
     
    pяãέω³² >>> แหม เกิดเป็นผู้หญิงที่นั่งรอให้อีกฝ่ายมาจีบก็งี้แหละ นึกภาพไม่ออกหรอกว่าการจีบใครสักฅนมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนให้ละเอียดรอบคอบ และรัดกุมขนาดไหน ถ้าเป็นเรื่องง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ คงไม่มีหนังสือแนว ๆ สอนจีบหญิง วิธีหลีสาว หรือทำอย่างไรให้เดทครั้งแรกประทับใจ ฯลฯ… ออกมากันเกลื่อนเมืองหรอกจ้า 

  10. khajirat says:

    น่าจะต้องมีอะไรในใจแน่ๆ… ถึงได้เขียนประเด็นนี้ถึงสองเอ็นทรี่ (^^)..
    สำหรับตัวเองก็เคยมีประสบการณ์จีบแค่ครั้งเดียวและก็ไม่สำเร็จซะด้วย.. (–")
    และก็ไม่คิดที่ไปจีบใครอีก…
    เพราะเอาเข้าจริงกระบวณการจีบก็เป็นอะไรที่ยากและเหนื่อยพอสมควร (ถ้าสำหรับตัวเองก็พูดได้เลยว่าโคตรจะเหนื่อย)
    เวลาเรามองคนอื่นเค้าจีบเราบ้างเราก็ไม่เห็นถึงความยากลำบากอันนี้เท่าไหร่
    โดยเฉพาะต้องมีแรงใจและกำลังภายในมากมายมหาศาลที่จะรวบรวมเข้าไปจีบ (เพราะไม่รู้ว่าจะแป้กหรือปล่าว)
    … 
    ทั้งที่ตอนแรกเราคิดว่ามันคงเป็นอะไรที่น่าสนุกดี… อย่างน้อยก็ได้มีโอกาสทำอะไรดีๆให้คนที่เรารู้สึกดีๆด้วยได้บ้าง
    ตอนแรกก็คิดแค่ว่ามันคงจะดีกว่าที่เรามีโอกาสได้เลือก.. มากกว่าจะเป็นที่ถูกเลือก
    และไม่อยากให้คนๆนั้นหลุดลอยไปโดยไม่ได้ทำอะไร
    แต่ตอนนี้ยอมที่นั่งอยู่เฉยๆดีกว่า…
    ….
    เพราะชีวิตที่เหมือนนิทานผจญภัย.. มันก็ยังแตกต่างกับนิทานอยู่ดี
    เพราะในนิทานเราพอคาดเดาว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร
    แต่ในชีวิตจริงเราไม่รู้ตอนจบ.. ไม่รู้ว่าเราต้องวิ่งตามอะไรบางอย่างอีกนานขนาดไหน แล้วเราจะถึงเส้นชัยหรือไม่
    ….
    แต่ว่าถ้าเจอคนที่ใช่จริงๆก้อนน่าจะลองดูนะ.. อย่างน้อยก็ได้รู้สึกว่าเราได้ลองพยายาม.. (^^)
     

  11. gibt says:

    แอบเข้ามาอ่านเอนทรีนี้หลายรอบแล้ว ขอแสดงความคิดเห็นบ้างนะจ๊ะ
     
    ที่มษฐาเขียนมันก็มีเหตุผลดีกว่าที่เคยถูๆไถๆเถียงเยอะเลย แต่ว่าของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับความรู้สึกแฮะ บางทีมันก็ไม่สามารถกำหนดได้ว่ากรอบอยู่ตรงไหนหรอก แล้วก็ไม่ได้ขึ้นกับระยะเวลาด้วย แค่ประทับใจหรือรู้สึกดีมันก็ยังไม่ถึงขนาดว่าจะต้องจีบหรอกนะ
     
    บางทีการแอบชอบก็เป็นความสุขได้เหมือนกัน

  12. ก้อน Masatha says:

    im ann >>> เอิ่ม… ที่เขียนติดกันสองเอนทรี่เนี่ย มันเป็นเรื่องบังเอิญจริง  ๆ ฮะ ไม่ได้ตั้งใจมาก่อนเลย นี่ถ้าอ่านเอนทรี่อันถัดไป จะรู้สึกว่าเขียนมาเป็นซีรีย์สามตอนอีก เพราะเรื่องมันจะดูต่อกันไปหมด … แต่ยืนยันได้ว่าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ
     เวลาผมจีบใครแล้วเจ๊งกลับมา… ก็ตั้งปฏิญานว่าจะไม่จีบใครอีก… แต่พอเจอใครน่ารักก็เผลออีกจนได้(ฮา)
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะฮะ อ่านเอนทรีถัดไปคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น (ฮา-หัวเราะขื่น ๆ)
     
    gibt >>> ถูกกกกกก แค่ชอบหรือประทับใจมันไม่มากพอหรอกครับ… มันต้องมีจุดหรือเหตุการณ์ที่กระทบความรู้สึกประมาณว่า ไม่จีบไม่ได้แล้ว ด้วยแหละ
    ปกติฅนชอบบอกว่า ถ้าชอบก็จีบเลย หรือว่าต้องแสดงให้เค้ารู้ ไม่งั้นจะเสียใจที่หลังได้ เอนทรีนี้ก็น่าจะให้เหตุผลแย้งเหมือนกันนะฮะ
    แอบชอบก็เป็นความสุขได้จริง ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s