พูดเรื่องการเมือง(สักวัน)ก็ได้(วะ)

Posted: March 7, 2007 in วัฒนธรรมพิพากษ์-สังคมพิจารณ์-การเมืองพิสดาร

ว่าจะไม่พูดเรื่องการเมืองแล้วเชียวนะฮะ พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด (กลัวฅนอ่านเข้ามาซัดกันในนี้)

 สุดท้ายก็ทำไม่ได้แฮะ ขอกระโดดเข้ามาแจมด้วยฅน

 จากมุมมองของฅนนอกนะครับ ช่วงนี้สนุก ๆ มาก ๆ ในการติดตามข่าวสาร เพราะข่าวสารมีการนำเสนอทั้งสองด้านตลอดเวลา (อย่าเผลอเข้าไปในเว็บบอร์ดเชียวครับ จะนั่งอ่านเป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่รู้ตัว)

  สาเหตุที่ผมเผลอเข้าไปในเว็บบอร์ด ก็เนื่องมาจากกรณีของไอทีวีเนี่ยแหละครับ

  ปกติก็ตามข่าว iTV (เอ๊ะ ตอนนี้ต้องเป็น TITV แล้วสิเนี่ย) ตามหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วไปครับ ไม่ได้สนใจในรายละเอียด หรือข้อมูลเชิงลึกเท่าไหร่ เพราะปกติก็ไม่ได้ดูทีวีอยู่แล้ว จะปิด หรือไม่ปิดทีวีสักช่อง ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่

พอดีเมื่อคืนอยู่ดึกครับ เห็นรุ่นพี่นั่งดูทีวี (ช่องไอทีวีซะด้วย) ก็เลย อ้าว ไหนเค้าว่าจะปิดไอทีวีไม่ใช่เหรอครับ พี่เค้าก็ตอบว่า ต๊าย ตกข่าวหรือยะ ศาลปกครองเพิ่งมีคำสั่งคุ้มครอง ให้มีการแพร่ภาพต่อไปได้

เราก็ บ๊ะ นี่ขนาดอ่านหนังสือพิมพ์ทุกวันนะเนี่ย (หนังสือพิมพ์กรอบบ่ายของวันที่ 7 มีนา ยังพาดหัวข่าวว่า คนไอทีวีร่ำให้ ครม. สั่งให้ปิดอยู่เลย) ก็เลยเสิร์ชเน็ตดูข่าว

ตอนแรกเข้าไปในเว็บ pantip ครับ โห ด่ารัฐบาลเละเทะ อ่านแล้วก็เคืองแทนนะ ว่าทีวีของประชาชนแบบนี้ ทำไมรัฐบาลทำไม่ถูก ช่างบริหารกันไม่เป็นเสียเลย ใจร้ายอะไรอย่างนี้

แต่พออ่านตามลิงค์ไปเจอในเว็บของผู้จัดการออนไลน์ ยังกะหนังฅนละม้วนเลยครับ ด่าไอทีวีเละเทะ อ่านแล้วก็ โห ทำไมช่างกล้าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันขนาดนี้ ผู้บริหารเองทำไมถึงไม่ดูแลเลย ปล่อยให้รัฐบาลแก้ปัญหาอยู่ฅนเดียว

 

อ่านแล้วก็ขำดีครับ ได้ข้อสรุปว่า เรื่องการเมืองช่วงนี้ ถ้าไม่สนใจอยากตามข่าวจริง ๆ ก็ไม่ต้องไปอ่านหรอกฮะ เสียเวลาเปล่า ๆ ข้อมูลมันมีทั้งสองด้านเนี่ยแหละ อ่านไปแล้วก็ไม่รู้จะเชื่อใครดี (แถมไอ้ที่โพสต์ ๆ กันไว้ เล่นคารมกันซะมากครับ ไอ้ที่เอาข้อมูลมายันกันจริงๆ  ไม่ค่อยมีหรอก)

 

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอพูดอีกเรื่องแล้วกัน

****

ช่วงนี้เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์มักจะบอกว่า รัฐบาลอย่าเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาจิปาถะรายทางเลย ควรรีบเร่งทำตามกรอบที่แถลงการณ์ไว้ตอนยึดอำนาจดีกว่า เพราะว่าประชาชนยังไม่เห็นความชัดเจนของสาเหตุ ๔ ข้อที่เคยพูดไว้เลย

พูดตามความสัตย์จริงนะครับ ผมไม่เห็นจะรู้สึกเลยว่า รัฐบาลจะต้องพยายามยืนยัน ชี้แจง หรือทำความกระจ่างในแถลงการณ์ ๔ ข้อที่ว่า เพราะมันชัดซะยิ่งกว่าชัดอยู่แล้ว

ลองทบทวนกันหน่อยดีกว่าว่าไอ้ ๔ ข้อที่ว่ามันมีอะไรบ้าง

 

1. การบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของคนในชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

*** อันนี้ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอฮะเนี่ย ปรากฏการณ์ที่บ้านเมืองแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เป็นอะไรที่ใคร ๆ ก็รู้กันไปทั่ว (ขนาดฅนในครอบครัวเดียวกัน ยังพูดเรื่องการเมืองไม่ได้เลยคิดดู) ใครที่บอกว่า สมัยรัฐบาลชุดก่อน บ้านเมืองมันไม่เห็นจะขัดแย้งตรงไหน ผมว่าบ้าเต็มทน

 

 2. ประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยการบริหารราชการแผ่นดิน อันส่อไปทางทุจริตประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง

*** ข้อนี้ผมก็ไม่เห็นจะคลุมเครือตรงไหน เรื่องข้อสงสัยในคอรัปชั่นเชิงนโยบายก็รู้ ๆ กันอยู่ (ยกเว้นชาตินี้คุณจะไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวเลยเอ้า !) สมัยตอน CTX ก็ขึ้นหน้าหนึ่งกันเป็นอาทิตย์ ๆ ยังไม่นับเรื่องอื่นๆ  อีกนะนั่น มันถึงได้มีปรากฏการณ์เรื่องเมืองไทยรายสัปดาห์ แล้วก็ปรากฏการณ์เดินขบวนนั่นปะไร ตอนนี้คตส. ก็มีชี้มูลความผิดออกมาเรื่อย ๆ อย่างเรื่องล่าสุด เท่าที่ทราบก็เรื่องรถดับเพลิง เข้าข่ายมี ๗ ฅน แต่ตอนชี้มูลเหลือ ๕ ฅน ฅนก็จับผิดว่า คุณอภิรักษ์ โกษะโยธินทำไมถึงรอด มีเกียเซี๊ยกันรึเปล่า นี่จ้องแต่จะเอาผิดฅนในระบอบทักษิณนี่หว่า ตาชั่งเอียง ไม่สมานฉันท์เอาซะเลย ฯลฯ(ว่าแต่ อีกฅนที่รอดคือคุณวัฒนา เมืองสุข อยู่พรรคไทยรักไทยเหมือนกัน ทำไมไม่มีใครสงสัยบ้าง-วะ-) ขออภัย นอกเรื่องไปนิด พูดเรื่องนี้แล้วอารมณ์ขึ้น      

 

3. หน่วยงาน องค์กรอิสระ ถูกครอบงำทางการเมืองไม่สามารถสนองตอบเจตนารมณ์ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ

*** อันนี้ยอมรับว่าต้องตามข่าวการเมืองนิดนึง (นิดเดียว ไม่ต้องมาก สาบานได้) ถ้าลึก ๆ หน่อยก็เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับตีความเวลาส่งเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคุณทักษิณไปจนฅนเค้าเอือมระอา ตื้นมาอีกนิดก็พวกอนุญาโตตุลาการ ที่ตัดสินเข้าข้างชินคอร์ป (เข้าข้างจริงรึเปล่าไม่ทราบ ทราบแต่ว่ารัฐเสียประโยชน์ บริษัทเค้าได้ประโยชน์) ถ้าเห็นชัดสุด ๆ ก็ปรากฏการณ์ วาด-สะ-หนา ที่ศาลสั่งตัดสินโทษลงอาญา (เพื่อให้หลุดจากการเป็นกกต.นั่นไง) นี่ยังไม่นับเรื่องวุฒิสภา สภาผัว-เมีย ชูมือฝักถั่วกันสลอนนั่นอีกนะเนี่ย

 

 4. มีการกระทำที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์
*** เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนครับ เกี่ยวพันกับสถาบันเบื้องสูง แม้กระทั่งศาลเองยังไม่กล้าแตะต้องอะไร (ดูคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสิครับ ส่งไปทีไรก็หลุดทุกที) แต่เวลาอ่านข่าวที่คุณทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่บอกว่า ในหลวงให้การสนับสนุนรัฐประหารคราวนี้ หรือที่เปรียบเทียบทักษิโณมิกส์กับเศรษฐกิจพอเพียง หมิ่นพระบรมฯ รึเปล่าไม่ทราบ แต่ผมว่าฅนอ่านเองก็เซ็งไปตาม ๆ กัน ผิดคาดรึเปล่า? คงไม่ เพราะชินเสียแล้ว -ฮา- (แต่พอฟังคุณนพดล ปัทมะ – ทนายความคุณทักษิณ-อธิบาย ผมว่าอาจจะเป็นพวกเราเองก็ได้ ที่ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด-ฮาขื่น ๆ รอบสอง-)

 

สรุปว่า ไอ้ ๔ ข้อที่แถลงมา ผมว่าคมช. หรือรัฐบาลไม่เห็นจะต้องไปขยายความ หรือไปทำความเข้าใจกับประชาชนเลยฮะ เรื่องแบบนี้ ผมว่าตามข่าวนิดหน่อย ผมว่ามันก็ชัดซะยิ่งกว่าชัดนะครับ ส่วนฅนที่ไม่เข้าใจในสี่เรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่ฅนที่ไม่สนใจข่าวเอาซะเลย ก็เป็นฅนประเภทปิดหูปิดตา มองแต่ไม่เห็น ฟังแต่ไม่ได้ยินนั่นแหละฮะ

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง รัฐบาลจะทำอะไรไปก็คงไม่มีประโยชน์หรอก จริงป่ะ?

 

****

เรื่องสุดท้าย ผมค่อนข้างเห็นใจรัฐบาลชุดนี้นะครับ เป็นผมผมคงเครียดตายเลยต้องมาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้

เอาผิดฅนในรัฐบาลทักษิณ ก็หาว่าเลือกปฏิบัติ ไม่สมานฉันท์ พอไม่เอาผิด ฅนก็หาว่าไม่เด็ดขาด ขมิ้นอ่อน

ใช้สื่อในมือ ก็หาว่าแทรกแซงสื่อ ครอบงำสื่อ ไม่เป็นกลาง พอไม่ใช้ ก็หาว่าไม่มีผลงาน ไม่รู้กจักใช้อำนาจในมือ

อยู่สั้น ๆ หนึ่งปี พอไปแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง ก็หาว่าวอกแวก ไปยุ่งกับเรื่องไม่ควรยุ่ง พอไม่แตะ ก็หาว่าเกียร์ว่าง ไม่ทำงาน

ตั้งฅนตัวเองเข้ามาในระบบ ก็หาว่าต่อท่ออำนาจ ปูนบำเหน็จ สร้างเครือข่าย พอตั้งฅนในระบอบทักษิณ(อย่างคุณสมคิด) ก็หาว่าเอื้อระบบทักษิณ ไม่เด็ดขาด รังแกความรู้สึกประชาชนที่ร่วมต่อสู้กันมา

เป็นรัฐบาลชั่วคราว บางฅนก็บอกว่า ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับคุณหรอก ทำงานเฉพาะหน้าให้เรียบร้อยไปก็พอ อีกฝั่งก็บอกว่า เป็นรัฐบาลเผด็จการ มีอำนาจเต็ม อะไรที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้ ทำไมไม่ทำ (วะ)

ทำอะไรตามกระแส (เช่นถอนเรื่องหวยบนดิน) ก็หาว่าไม่หนักแน่น กลับกลอก บริหารงานไม่เป็น พอทำอะไรสวนกระแส (ชงเรื่องห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์) ก็โดนแดกดันว่า ใช่สิ! รัฐบาลนี้มันแต่งตั้งเข้ามานี่หว่า ไม่ต้องง้อความรู้สึกประชาชน

ฯลฯ

 

พวกนี้ตามข่าวไปก็ขำดีนะครับ ฅนบอกว่า รัฐบาลใหม่เข้ามา ใครว่าความขัดแย้งน้อยลง มันไม่เห็นจะลดลงเลย ผมว่าก็จริงครับ แต่มองโลกในแง่ดี ความขัดแย้งในสมัยที่แล้ว ตัวรัฐบาลเป็นคู่กรณี (คือประชาชนซัดกับรัฐบาล) แต่ในสมัยนี้ รัฐบาลเป็นกระโถน (คือไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะโดนพวกทักษิณ หรือไม่เอาทักษิณ ด่า ทั้งคู่)

 

เรียกได้ว่าทำอะไรก็เข้าเนื้อทั้งนั้นแหละฮะ สมัยหม่อมอุ๋ยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ฅนก็ออกมาด่ารายวัน แต่พอลาออก ก็กลับมาบอกว่า เนี่ย ฅนมีความสามารถ ไม่น่าลาออกเลย ดูซิ จะหาใครมีฝีมือมาเสียบแทน (สมน้ำหน้า ตอนด่าละไม่คิด พอเจ้าตัวน้อยใจลาออก เพิ่งจะมาเสียดาย…) นี่ผมก็รอดูเหมือนกัน ว่าถ้านายกรัฐมนตรีลาออกอีกฅน

 

  จะมีสักกี่ฅนในประเทศนี้… ที่รู้สึกเสียดาย (เอ๊ะ หรือว่าไม่เสียดาย? ถามจริง ๆ เป็นคุณ คุณอยากเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้มะ?)

 

ปล. ขออภัย บล็อกนี้ยาวจริง ๆ แต่ก็ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ

ปล.๒ ขออภัยอีกรอบ สำหรับฅนที่ไม่ตามข่าวการเมือง อาจจะอ่านไม่ค่อยเข้าใจ เรื่องมันเยอะ (ว่าจะไม่พูดแล้วนะเชียว อดไม่ได้)

ปล.๓ ได้ระบายออกมา สบายใจขึ้นเยอะฮะ แล้วจะตั้งหน้าตั้งตาดูอนาคตของประเทศต่อไป หึหึหึ

 

Comments
  1. Jinnipar says:

    ZZzzZZZzzz เหอะๆ อ่านแล้วก็เซ็ง
     
    มีคนรักก็มีคนเกลียด แล้วแต่ว่าจะมองเหรียญด้านไหน

  2. Jang says:

    แวะมาเม้นท์ก่อน
     
    มีคนว่าไว้ว่า…มีประชาธิปไตยที่ไหน แตกแยกที่นั่น(จริงเหรอวะ)  เท่าที่พี่เห็นมาพี่ยังไม่เจอทางแห่งประชาธิปไตยในสยามประเทศนี้เลยสักครั้ง
     
    หนังสือสังคมป.4 บอกว่า  "ความสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยกับชาติไทยคู่กันมาช้านาน  ….เพราะพระมหากษัตริย์  ประเทศไทยจึงอยู่รอดปลอดภัยมาถึงทุกวันนี้.."
    พี่อ่านประวัติสตร์ตั้งแต่สมมุติฐาน หลากหลายข้อที่ว่าด้วยชนเผ่าไทย จนเป็นตัวเป็นตนคนไทยบนแผ่นดินสยามปัจจุบันนี้
     
    พี่เห็นแค่"การช่วงชิงอำนาจ  การรักษาอำนาจ  การพยายามกำจัดสิ่งบั่นทอนอำนาจ"
    ความอยู่เย็นเป็นสุขของราษฎร์ จะขึ้นอยู่กับการครองบัลลังค์ด้วยทศพิธราชธรรมและอำนาจแห่งเสนาบดีในแผ่นดินนั้น"เท่านั้น"
     
    พี่ยังไม่เห็นผู้ใด…ที่อยากให้ประชาชนเติบโตด้วยตนเองในทางแห่งความเสมอภาค
     
    อำนาจ…มันเป็นกิเลสที่ยั่วยวนใจ  ถ้าไปอยู่กับใครที่ชาญฉลาดและพร้อมด้วยคุณความดี
    ประชาชนก็เป็นสุข 
    แต่จะหาความพร้อมอย่างนี้คงยากลำบากสำหรับมนุษย์อย่างเราแล้ว หรือไม่…ก็เป็นแค่ช่วงหนึ่งไม่ได้ยาวนาน
     
    ถ้าพ่อแม่คิดจะหาสมบัติให้ลูกเพื่อยังชีพไปชั่วหลานเหลน  มีกินมีใช้ไม่หมด
    กับพ่อแม่ที่ยอมสอนให้ลูกหากินเลี้ยงชีพโดยไม่พะวงต่อสมบัติที่มีอยู่ว่าต้องหามากน้อยเพียงไร
    อันไหนจะยาวนานยิ่งกว่า…
    ประชาธิปไตย  ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น
    ลูกไม่ล้ม…พ่อแม่จะเห็นลูกลุกได้อย่างไร
     
    เห็นแค่นี้ค่ะ…เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้…พี่ไม่อยากเกี่ยว
    เครียดเยอะแล้ววันนี้

  3. Kade says:

    hi!! p’ Koan
    I have no clue abt your blog!!
    hahaha
    how r u ????
    Hope u’r doing well naka
    tk care!

  4. Paul_012 says:

    กระโถนอยู่แล้วล่ะครับ ผมถึงได้พูดอยู่ตลอดว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก ใครเ้ข้าไปยุ่งเกี่ยวก็เปื้อนติดมาล้างไม่ออก

  5. Prarinya says:

    การเมืองเป็นเรื่องที่ลำบากนะพี่ว่า
    เพราะไม่สามารถทำอะไรได้ถูกใจคนทั้งหมดหรอก
    อย่างเอาสมคิดเข้าคณะเนี่ย
    พี่กลับเห็นว่าดีนะ เพราะพี่ว่าคนนี้เก่ง
    แต่ก็โดนกลุ่มพันธมิตรต่อต้าน (อาจจะมีตื้นลึกหนาบางที่พี่ไม่รู้)
    หรือย่างเรื่อง ไอทีวี พี่ว่ามันเรื่องที่ยังไม่แก้ตอนนี้ก็ได้อะ
    เพราะมันถูกแก้โดยเบื้องต้นให้เป็นตาม…อะไรสักอย่างที่เป็น 70/30 แล้ว
    พูดไปก็เครียด ไปนอนดีกว่า ฮ่าฮ่า

  6. Rata says:

    อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าปัญหาการเมืองเมืองไทยเป็นอะไรที่ซับซ้อน น่าเหนื่อยใจ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ…

  7. gibt says:

    คำของท่านพุทธทาสภิกขุ
     
    "…ประชาธิปไตย ถ้าว่าประชาชนหรือคนแต่ละคนมันไม่มีศีลธรรมแล้วมันก็วินาศแหละ วินาศในเวลาอันสั้น, ถ้า ประชาชนทุกคนไม่มีศีลธรรมแล้วเอามาเป็นใหญ่สำหรับปกครองบ้านเมือง พักเดียวมันก็ทำวินาศหมด เราต้องมีประชาธิปไตยที่ประกอบไปด้วยธรรม เรียกว่าธัมมิกประชาธิปไตย นี้เกี่ยวกับการปกครอง ธัมมิกสังคมนิยม นั้นมันเกี่ยวกับเศรษฐกิจ, ถ้าธัมมิกประชาธิปไตย นี้มันเกี่ยวกับการปกครอง เอาธรรมะเป็นใหญ่ เอาความถูกต้องเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาธิปไตยของคนเห็นแก่ตัว เอาคนที่เห็นแก่ตัว เต็มอัดทุกๆ คน มาเป็นระบบปกครองเป็นประชาธิปไตย มันก็ฆ่ากันตายหมดแหละ ด้วยความต่างคนต่างเห็นแก่ตัว ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว. ฉะนั้นประชาธิปไตยต้องจำกัดความให้ดีๆ ว่าต้องของประชาชนที่มีศีลธรรม เลยต้องใช้คำว่า ธัมมิกประชาธิปไตย, มีธรรมเป็นหลัก มีความถูกต้องเป็นหลัก อย่าเห็นแก่ตัว แต่เห็นแก่ธรรมะ, เห็น แก่ธรรมะ แล้วก็อย่าเห็นแก่ตัว นี่เรียกว่า มีธรรมะเป็นหลัก มีระบบการปกครองชนิดนี้ แล้วก็จะมีการปกครองสังคม หรือโลกให้มีสันติภาพได้โดยง่าย…"
     
    อันนี้เป็นเรื่องที่เราเห็นด้วยอย่างที่สุดเลย
    (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://gotoknow.org/blog/mediaforyouth/33452 )
     

  8. khajirat says:

    ถูก.. ที่ว่า รัฐบาลเป็นเหมือนกระโถน.. ฟังข่าวทุกวันไม่ได้เจาะลึกอะไรยังรู้สึกว่ารัฐบาลโดนด่าๆๆอยู่ทุกวัน
    ถูกอีกที่ว่า.. ให้เป็นนายกตอนนี้จะเป็นไม๊.. ปัญหาบ้านเมืองตอนนี้มีเยอะและยุ่งเหยิงจนน่าปวดสมอง..
    ก็น่าเห็นใจนายกอ่ะนะ.. แต่บางทีพอมาคิดอีกทีก็คิดว่าคนดีๆอย่างท่านอาจจะไม่เหมาะไปแปดเปื้อนกับการเมืองเน่าๆของเมืองไทย ที่ต้องอาศัยมันสมองผสมเล่ห์ร้ายนิดๆจึงจะอยู่รอด..
    ส่วน titv นี่.. เป็นกรณีที่น่าเห็นใจนะ.. ไม่รู้ล่ะว่าตื้นลึกหนาบางจริงๆเป็นยังไง แต่ว่า itv แต่ก่อนทำข่าวดีมากๆ เค้ามีทีมทำข่าวที่ดีเยี่ยมแบบเจาะลึก.. ก็เลยไม่อยากให้สถานีนี้ถูกยุบไป

    ใครที่ถูกดึงเข้าไปยุ่งเรื่องการเมืองตอนนี้ต้องเสียสละสุดๆ.. เพราะเวลาสร้างผลงานน้อย(จนอาจจะไม่มีผลงาน)
    แถมจะพลอยแปดเปื้อน.. ให้เสียประวัติอีกต่างหาก
    .. บล็อกนี้เครียดจัง.. ^^"

  9. Jang says:

    แวะมาบอกว่าไปเอาเบอร์เดิมมาใช้แล้ว  และทำใจได้แล้ว555
     
      ..วันก่อนเมนท์แบบเบลอๆ  เมื่อก่อนชอบคุยเรื่องการเมืองแต่หาคนที่คุยแล้วจะมาถกกันจริงๆจังๆในแต่ละปัญหาแล้วหาทางแก้ไขกันนั้นแทบไม่มีเลย  พี่ว่าคนไทยหรือแม้แต่คนอีกหลายคน ยังต้องถูกปลูกฝังในเรื่องการวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือแม้แต่การแสดงความคิด
        พอพูดก็น่ารำคาญ..เพราะถ้าเราเห็นตรงข้ามเราจะกลายเป็นศัตรูทันที
    ทั้งๆที่ถ้าประเทศไทยจะวายวอด..พี่ก็ไม่ได้ถูกกันออกจากกลุ่มที่จะพินาศล่มจมด้วย…น่าแปลกไหม
     
           มันไม่เคยไปถึงประเด็นที่ว่า…ปัญหาคือ  แก้ยังไง….มีแต่ใครผิดๆๆๆๆๆ(สำคัญมากมายกว่าการทำให้ปัญหามันถูกแก้ไขหรือ)
     
         ไม่เบื่อที่จะคุยนะก้อน..แต่พี่ว่าในโลกนี้ทุกๆเรื่องมันมีจุดกำเนิดและจุดสิ้นสุดเสมอ  แค่เราไม่ยึดว่ามันเคยเป็น..เคยเห็นเช่นนั้น
    คนไทยส่วนใหญ่น่ะ…พี่ว่า ไม่สนจริงๆหรอกว่าจะปกครองด้วยระบอบอะไร  ขอให้ยังมี"อำเภอใจ" ที่จะทำอยู่
          ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตนเองน่าจะพอแก้ไขอะไรได้บ้าง  แต่ตอนนี้พี่กลับคิดว่าคนที่เต้นตามเป็นคนที่ทำเรื่องไร้สาระ(ความคิดส่วนตัวนะ)
    มีเรื่องอีกมากมายที่มันห่วยตั้งแต่ไหน และมันก็ไม่ได้ถูกแก้ไขจนถึงบัดนี้นั่นแสดงว่า  คนในประเทศนี้ไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่า"ความสุขของตัวเอง"
     
            พี่ว่าทำเฉพาะที่เราทำได้ ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ช่วยเหลือคนรอบข้างได้เท่าที่ทำได้
     
    สักวันถ้ามันจะถึงจุดเปลี่ยน  พี่ก็ว่าพี่พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงนะ
     
    จะเป็นไรไป…ถ้าเปลี่ยนจากคนไทยไปเป็นคนประเทศอื่น…
    ยังไงพี่ก็ลูกพระเจ้า… 

  10. Chayanin says:

    คงไม่เม้นท์มากมาย เพราะไม่ได้ตามข่าว
     
    ผมคิดว่า สี่ข้อนั้น (อาจจะ) ชัดก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญคือ แล้วยึดอำนาจมาแล้วปัญหาหายไปหรือเปล่า
     
    ความขัดแย้ง แตกแยก ยึดอำนาจเข้ามา นอกจากเรื่องที่ว่าประกาศกฏอัยการศึกให้คนออกไปชุมนุมไม่้ได้ ก็ไม่เห็นว่าจะสมานฉันท์ขึ้นมาสักนิด คนสนับสนุนทักษิณ ก็ยังสนับสนุนเหมือนเดิม คนเกลียดก็เกลียดเหมือนเดิม แถมเพิ่มประเด็นที่ทำให้แตกขึ้นมาอีกต่างหาก
     
    ความสงสัยกับการทุจริต ก็ไม่สามารถทำอะไรออกมาให้เป็นความน่าเชื่อถือได้
     
    หน่วยงาน องค์กร ถูกครอบงำ ไม่สามารถตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ข้อนี้อาจจะถูก เพราะยุบจนไม่มีอะไรให้ครอบงำ แล้วรัฐบาลชุดนี้ถูกตรวจสอบได้หรือเปล่า?
     
    หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมฯ พูดจริงๆคือ ไม่เคยเห็นด้วยกับระบบหรือกฏหมายตัวนี้อยู่แล้ว แต่ถามว่า ตอนที่ยึดอำนาจจากนายกฯที่ได้รับการลงพระนามแต่งตั้ง ไม่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเหรอ? (โดยส่วนตัวรู้สึกว่า เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี่ ควรจะยกเลิกไปได้แล้ว ถ้าเรากล้าโฆษณาว่าคนไทยทั้งประเทศนิยมระบอบกษัตริย์ แล้วทำไมต้องมีกฏข้อนี้ กลัวอะไร?)
     
    อ่านคอมเมนต์น้าแจง แล้วนึกถึงตอนเด็กๆ ที่เวลาเรียนแล้วอาจารย์บอกว่า ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัติรย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แล้วในรัฐธรรมนูญบอกว่าพระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะที่ล่วงละ้เมิดมิได้ ในใจก็นึกสงสัยว่า มันแปลว่าอะไร?
     
    ปล.พี่ก้อนอ่าน The King Never Smiles หรือยังครับ?
     

  11. Niwit says:

    ว่าจะไม่พูด….แปลว่า เก็บไว้นานเลยนะเนี่ย – – ที่จริงประเทศไทยวงการข่าวสารเสรีจะตายไป (ไปอยู่ที่อื่นแล้วจะรู้)….อย่างน้อยที่สุด … บางประเทศเค้าห้ามพูดการเมืองกัน 55+

  12. Mink says:

    ไม่ว่ากันนะคะพี่ก้อน ถ้ามิงจะลองเม้นในมุมที่มิงมอง..
     
    ตามความคิดของมิงค์แล้ว ความคิดคนเป็นเรื่องคาดเดายาก ดังนั้นการที่จะให้ประเทศ หรือคนกลุ่มหนึ่งอยู่กันได้อย่างสงบสุข ต้องมีมาตรการที่เป็น ‘มาตรฐาน’ ของสังคม ถ้าทุกคนยอมรับตรงนี้ มันก็จะเกิดความสงบขึ้นได้ ดังนั้นในความคิดของมิง การที่เราจะตัดสินให้ใครจะอยู่หรือไป คนไหนดีเลวแค่ไหน มันตัดสินกันไม่ได้ เพราะอะไร ก็เพราะว่าเราไม่มีมาตรฐานความดีเลว ถ้าคนๆนึงจะตัดสิน ก็แสดงว่าคนๆนั้นได้ใช้มาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่มาตรฐานของคนส่วนใหญ่ และมาตรฐานของคนส่วนใหญ่ ที่คนไทยควรยอมรับคืออะไร หากไม่ใช่ -กฏหมาย-
     
    และมิงก็เชื่อว่าทุกรัฐบาลต้องมีการทุจริตกันเสมอค่ะ เพราะใครจะต้องการมาเป็นนักการเมืองที่เงือนเดือนไม่ถึง 1 แสน ทำธุรกิจย่อมรวยกว่าอยู่แล้ว ที่สำคัญก็คือคุณได้ทำอะไรเพื่อประเทศบ้าง..
     
    ตามตรงนะคะ คิดว่า คมช คิดผิดมากๆที่กระทำการยึดอำนาจ เพราะคิดว่าระบอบการปกครองย่อมควรแก้ไข้ได้ด้วยตัวของมันเอง เมื่อมันไม่ถึงจุดที่สมดุล ตัวของมันเองก้อจะผลักดันให้ไปถึงจุดนั้น แต่การเข้ามาของคนกลุ่มนี้ คือการทำรัฐประหาร ซึ่งคือการยึดอำนาจ.. มิงไม่ค่อยเข้าใจนะคะว่าพวกเขาใช้ความชอบธรรมอะไร ทำไมใครๆเห็นด้วย เพราะสิ่งที่เห็นก็คือการโอยอำนาจมาสู่มือของอีกกลุ่มคนเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่
     
    …หากเคารพบทบัญญัติแห่ง รธน ปี 2540 แล้ว เป็นกลุ่มคนต้องห้าม เป็นผู้มีสิทธิด้อยกว่าประชาชนทั่วไปในการเสนอ ความคิดเห็น และ ห้ามมีการข้องเกี่ยวกับทางการเมือง รธน ฉบับที่เราเรียกว่าเป็น รธน ฉบับประชาธิปไตยที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์ได้ห้ามอย่างเด็ดขาดเกี่ยวกับการยึดอำนาจ เพราะอะไร นอกจากจะเล็งเห็นได้ -แม้ในเวลานั้น- ว่าอาจมีการยึดอำนาจที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นอีก…
     
    ส่วนเรื่องที่มีการให้ รัฐบาลออกมาชี้แจงนั้น มิงคิดว่าหากทำได้ก็ควรออกมาชี้แจงค่ะ เพราะเมื่อมีการถามแล้ว ก็แสดงว่า ความชอบธรรมที่ คมช อ้างเพื่อก่อการนั้น ไม่ชัดเจอเพียงพอในปัจจุบัน และเมื่อเวลาผ่านไป มันยิ่งคลุมเครือ…
     
    ส่วนความคิดเห็นเรื่องรัฐบาลปัจจุบันนะคะ โดยส่วนตัวรู้สึกสงสาร เพราะอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราว ที่สำคัญ เป็นรัฐบาลหลังการยึดอำนาจที่ต้องแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมที่เร็วที่สุดแล้ว..
     
    อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องการฝากไว้ คือมองว่าความชอบธรรมที่รัฐบาลพยายามชี้ให้ประชาชนเห็นนั้น พลาดไปสัดนิดค่ะ เพราะนอกจากจะไล่บี้จี้เอากับรัฐบาลชุดเก่าจนหลายฝ่ายเกิดความอึดอัดแล้ว ผลงานที่เป็นรูปธรรม -ที่น่าจะสร้างความชอบธรรมที่แท้จริง- นั้น ก็ไม่ค่อยปรากฏ..
     
    ฝากไว้สุดท้าย .. รัฐบาลชุดนี้ได้นำทหารไปไว้ในรัฐวิสาหกิจแทบทุกองค์กรละค่ะ ละวาระที่สามารถอยู่ได้นั้น ก็ไม่ใช่แค่ 1 ปีเช่นรัฐบาลชั่วคราว … น่าคิดดีเหมือนกันนะคะ
     
    มิงสงสารประเทศไทย หลายๆฝ่ายมองว่าการกระทำของตัวเองถูก โดยไม่มองถึงสิ่งดีๆที่ประเทศควรได้รับ
     
    และอีกอย่าง … ประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยจิงๆซะที การรัฐประหารเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าสุดท้าย เราก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพม่าที่หลายประเทศมองว่าป่าเถื่อน เพียงแต่เราเก่งด้านการมองเข้าข้างตัวเองเสียเหลือเกิน ว่าประเทศเราเป็นประชาธิปไตย (ทั้งๆที่ไม่ใช่) ประวัติศาสตร์ รธน ของไทยได้จารึกไว้ว่าขณะนี้เราได้ใช้รธน ฉบับชั่วคราวจำนวนมาก ที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเกิดการทำรัฐประหาร มีการฉีก รธน และรอการทำรธน ฉบับถาวรเท่านั้น…
     
    … มิงสงสารรุ่นพี่และประชาชนปี 2475 ที่ได้ทำให้เกิดประชาธิปไตยในนาม ให้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ตามประชาธิปไตยในอุดมคคิของพวกเขา…
     
    พี่ก้อนไม่โกรธมิงนะคะ ที่ความคิดเห็นออกจะขัดๆอยุหน่อย แค่อยากระบายเหมือนกันค่ะ อย่างน้อยระบายกับคนรู้จักก็ยังดี … โล่งแยะเลยแฮะ อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s