ความตายที่ใกล้ตัว

Posted: August 5, 2007 in Human to human
ตอนแรกคิดจะเขียนเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์ครับ
กะว่าหยุดสี่วันจะตะลุยอ่านให้จบ แต่วันศุกร์อาจารย์สั่งงาน
เส้นตายคือวันพุธ ก็เลยหายนะ ไม่ได้อ่าน ปั่นงานเละเทะ….
ยกยอดไว้คราวหน้าแล้วกัน
 
เรื่องของวันนี้หม่น ๆ หน่อยนะครับ
 
เป็นเรื่องแปลกเหมือนกันครับ
ที่รุ่นผม(สาธิตเกษตร) ยังไม่เคยมีใครในรุ่นเสียชีวิตเลย (เอ๊ะ หรือว่ามี
แต่ไม่น่านะ) ซึ่งรุ่นอื่น ๆ ทั้งก่อนหน้า และถัดไป
มีเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วทั้งนั้น เพราะงั้น จะว่าไปแล้ว
ผมไม่เคยไปงานศพของฅนที่ใกล้ตัวเลยครับ (เพื่อนไม่นับ)
 
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับเมสเสจจากรุ่นพี่ชมรมโขน บอกว่าอาจารย์ณเรศ วรศะริณเสียแล้ว … นั่งตัวชาไปพักใหญ่
 
อาจารย์ณเรศเป็นอาจารย์ที่สอนโขนครับ สอนวันเสาร์ มาจากกรมศิลปากร แล้วก็สนิทกับอาจารย์ทัศไนยมาก
 
วันนั้นตอนบ่ายไปงานรดน้ำศพกับงานสวดครับ
เป็นฅนที่ใกล้ตัวมาก ๆ จริง ๆ ขนาดน้องชายยังบอกเลยว่า ใกล้ตัวเหลือเกิน
เพราะรู้จักกันมานานมาก (ส่วนใหญ่ที่ไป จะเป็นญาติ ๆ เพื่อน ๆ มากกว่า
คือไม่ได้รู้จักโดยตรง)
 
ไปถึงวัดตอนสี่โมงเย็นครับ เจอหน้ารุ่นพี่ชมรมโขน ก็บอกว่าให้เข้าไปรดน้ำศพ (เวร ทำไงหว่า ไม่เคยทำซะด้วย)
 
เดินเข้าไปก็เห็นลูกสาวอาจารย์นั่งคุกเข่ารออยู่ครับ รับขันจากน้องเขา แล้วก็ตักน้ำรดไปบนมืออาจารย์
 
อาจารย์ก็หน้าตาเหมือนเดิมเนี่ยแหละครับ
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง (แต่ดูตัวอาจจะบวม ๆ นิดหน่อย)
ตอนนั้นถ้าไม่เกรงใจลูกสาวที่นั่งมองเราอยู่
ก็อาจจะเอื้อมมือไปบีบมืออาจารย์แล้ว (เอ๊ะ
อันนั้นมันผิดประเพณีรึเปล่าหว่า) แต่ไม่มีความรู้สึกกลัวเลยนะครับ
ถ้าตอนอาจารย์ยังอยู่ แล้วเมตตาเราขนาดนั้น หลังจากอาจารย์เสียไป
ก็ไม่มีอะไรที่เราต้องกังวล
 
ผมเริ่มเรียนโขนตั้งแต่อยู่ป.๔ครับ
อาจารย์ทัศไนยก็ชวนให้ไปเรียนวันเสาร์ เพราะจะได้น้ำได้เนื้อมากกว่า
จำได้ว่าวันแรกที่ไปเรียนก็เจอกับอาจารย์ณเรศนี่ล่ะ
(อาจารย์ทัศไนยสอนยักษ์ อาจารย์ณเรศสอนลิงครับ)
เจอกันครั้งแรกก็อาจารย์ก็เรียกเข้าไปแนะนำตัว
ตอนนั้นรู้สึกกลัวอาจารย์มากเลย (เพราะอาจารย์หน้าตาน่ากลัว-ฮา)
แล้วอาจารย์ก็ไล่ให้ไปนั่งหลังสุด
 
คือเวลาเรียนโขน
ใครที่เต้นยังไม่ค่อยได้ หรือว่าเด็กกว่าฅนอื่น ๆ จะต้องไปนั่งแถวหลัง ๆ
ครับ เพราะเวลาเต้นจะได้มองดูพี่ ๆ ข้างหน้าเป็นตัวอย่างได้
 
กาลเวลาผ่านไป…
ที่นั่งของผมก็เขยิบมาข้างหน้าเรื่อย ๆ จนในที่สุด
พอผมเป็นพี่ที่โตที่สุดในนั้น ที่นั่งของผมก็อยู่หน้าสุดพอดี (แปลว่า
ถ้าจำท่าเต้นไม่ได้ ก็ไม่มีใครให้เหลือบมองนะเอ้อ)
 
ระบบของโขน อาจารย์ที่สอนเล่นเป็นตัวไหน
ก็จะสอนเด็กที่เล่นเป็นตัวนั้นครับ อย่างสมัยผมเรียน
ตัวพระก็จะเป็นอาจารย์สมศักดิ์ (หรืออาจารย์ท่านอื่น)
ตัวนางก็จะเป็นอาจารย์สุรางค์บ้าง อาจารย์ระเบียบบ้าง
ตัวลิงก็จะเป็นอาจารย์ณเรศนี่ละ ส่วนตัวยักษ์ก็จะเป็นอาจารย์ทัศไนย
 
เพราะฉะนั้น
ผมก็จะได้เรียนกับอาจารย์ณเรศมากที่สุดครับ อย่างอาจารย์ทัศไนยเอง
ก็สอนลิงได้แต่ท่าพื้นฐาน ถ้าลงลึกไปเพลงหน้าพาทย์ต่าง ๆ
ก็ต้องเรียนกับอาจารย์ที่เล่นเป็นตัวลิงโดยตรง
 
จะว่าผูกพันก็ถือว่ามากนะฮะ
อย่างแรกเลยก็คือ ผมเรียนกับอาจารย์มานานมาก
เจอหน้าอาจารย์แทบทุกเสาร์ตั้งแต่ ป.๔ จนถึงมัธยมต้น
ม.ปลายถึงจะเลิกเรียนวันเสาร์แล้ว แต่ก็ยังไปแสดงตามงานเทศกาลต่าง ๆ
งานประจำปี ก็จะได้เจอกับอาจารย์ณเรศตลอด
เพิ่งมีตอนเข้ามหาวิทยาลัยนี่แหละ ที่ห่าง ๆ กันไป แต่จะว่าไป
เจอหน้าอาจารย์มากกว่าอาจารย์ประจำที่สาธิตเกษตรอีกกระมัง
 
อย่างที่สองก็คือการเต้นเดี่ยวครับ
คือจริง ๆ แล้วเวลาแสดง บทของตัวลิงหลัก ๆ ถ้าไม่ได้เต้นเพลงรวมกับฅนอื่น
ๆ (เช่นกราวนอก เพลงหน้าพาทย์) ก็คือเต้นเดี่ยวไปเลย
อย่างผมเองเป็นฅนที่เต้นไม่ตรงจังหวะเท่าไหร่ (แหะแหะ)
จะเต้นเร็วไปครึ่งจังหวะประจำ พอเต้นรวมกับฅนอื่น
มันก็เลยทำให้ดูไม่พร้อมกัน
เวลามีแสดงอะไรก็จะโดนจับแยกให้มาเต้นเดี่ยวอยู่เรื่อย
ไม่ว่าจะเป็นบทจับนาง หรือว่าบทพากย์ (คือเวลาเต้นเดี่ยว จะคร่อมจังหวะ
หรือว่ารำผิดก็ไม่ค่อยจะมีฅนทราบเท่าไหร่ "- -)
 
พอต้องเต้นเดี่ยว…
ทีนี้ก็จะโดนเคี่ยวกันตัวต่อตัวละฮะ นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วก็โหดน่าดู
แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ เพราะอาจารย์จะสอนทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่เวลาเต้นรวมจะไม่มีเวลาดู รวมไปถึงอาจารย์จะคอยเกลาท่าของเราให้ดีด้วย
ผมเองก็โดนดุประจำครับ ไม่ว่าจะเรื่องมือซ้ายตก หรือว่าหลังงอ
(อย่างเวลาเต้นรวม อาจารย์ไม่มีโอกาสมาเจาะทีละท่า ๆ นะฮะ
แค่ดูให้เต้นพร้อมกัน เต้นถูกท่า ก็บ้าเลือดพอแล้ว) นึกไปนึกมา
ที่เล่นโขนได้ดิบได้ดี ได้เชิดชูเกียรติสมัยม.๖ได้ นอกจากอาจารย์ทัศไนย
ก็มีอาจารย์ณเรศเนี่ยแหละครับ ที่เป็นครูที่ให้ทุกอย่างกับเราจริง ๆ
 
มีโอกาสไปแค่วันรดน้ำกับสวดศพครับ วันเผาไม่มีโอกาสได้ไป… คืนแรกที่ไป ก็พูดคุยเล่นหัวกับเพื่อน ๆ ตามปกติ
 
แต่พอกลับมานั่งพิมพ์ต้นฉบับ… ผมนั่งร้องไห้อยู่หน้าคอมฯครับ…
 
ปกติก่อนแสดงโขน
ตอนที่กำลังจะถึงฉากของเรา ก่อนที่จะครอบหัวลงไป
เราจะยกมือไหว้อฺธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
รวมไปถึงครูอาจารย์ที่เป็นเทวดาที่รังสรรค์นาฏศิลป์นี้ขึ้นมา
ขอให้คุ้มครองตัวเราและการแสดงครั้งนี้
คราวหน้าที่ผมจะแสดง
(ซึ่งไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อไหร่) ผมจะยกมือขึ้นจบศีรษะ…
แล้วขอให้อาจารย์ณเรศอวยพร.. ให้กับการแสดงครั้งนั้นนะครับ
 
ปล. ตอนแรกจะเปลี่ยนธีมเป็นสีดำ แต่ลองเปลี่ยนแล้วเวลาอ่านมันปวดตาน่าดู ก็ขออนุญาตคงสีนี้ไว้แล้วกันนะครับ

Comments
  1. Jinnipar says:

    (จินนี่ไม่รู้จักนะคะ แต่ไม่ว่าความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร ก็คงมีความรู้สึกไปทำนองเดียวกัน คือเสียใจ)
     
    ขอกุศลผลบุญที่อาจารย์ได้ทำในภพนี้ ทั้งบารมี และบุญคุณในการสั่งสอนลูกศิษย์ทั้งหลาย ส่งให้อาจารย์ไปสถิตอยู่ในภพภูมิที่ดีด้วยเถิด
     
    สาธุ -/\-
     
    ร่วมไว้อาลัยมา ณ ที่นี้
     
    ปล.  พี่ก้อนอย่าเศร้าจนลืมดูแลสุขภาพนะคะ
     
     

  2. EIG says:


     
    ไว้วันไหน ผมว่าเราไปกราบอาจารย์ทัศไนยกันนะครับ

  3. Mailodious³² says:

    ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
     
    อนาคต พี่ก้อน(และมายด์)ก็ยังคงต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกหลายครั้งอยู่
    ก็ขอให้พี่ก้อนผ่านมันไปได้นะครับ

  4. Rinrada says:

    T^T
    ไว้อาลัยด้วยละกันนะคะ
    ถึงจะไม่รู้จักก็เหอะT^T
     
    ปล.เหมือนพี่Ginnie~* (ก็ไม่รู้จักอีกเหมือนกัน)ละกันค่ะ อย่าเศร้าจนลืมดูแลสุขภาพ^^"
    ปล2. อย่าลืมแท็ก และมาสปอยล์แฮรี่ให้อ่านด้วยนะเคอะ^^" อยากอ่านจัง

  5. Korn says:

     
    เสียใจด้วยนะเพื่อน
     
    ไม่ได้เข้ามาอ่านบลอกนายซะนานด้วยความวุ่นวายรอบ ๆด้านของกรูเอง ขอโทดด้วยว่ะ เข้ามาเร่มคุ้น ๆ theme เดียวกันนิเอง เหอ ๆ
    แว้บไปอ่านบลอกแสดงความเป้นตัวตนที่นายเขียนไว้ อยากรุว่ะ แล้วอย่างกรู ในบลอก ในm ใน… เป็นไงม่าง ลองบอกหน่อยเดะ ^^ 

  6. katachi says:

       เสียใจด้วยนะคะ
    (ข้าวตูไม่รุจักอาจารแต่อ่านจากเรื่องก็พอจะได้ว่าอาจารเปนอาจารที่ถึงจะดุบ้างแต่สอนและรักลูกศิษจริงๆ)
    ข้าวตูเองเคยเจอกับการที่คนใกล้ตัวเสียเหมือนกันค่ะ
    พอเสียไปก้อร้องไห้หนักแล้วมารู้สึกเสียใจตอนหลังที่บางทีเราไม่ได้ทรีดเค้าให้ดีเหมือนที่เรารุสึกจริงๆ
    มันก้ทำให้เราได้ข้อคิดอะไรบางอย่างนะคะ
      ขอให้พี่ก้อนผ่านช่วงเวลาไปได้ด้วยดีนะคะ
    เปนห่วง
     
     

  7. May-ya says:

    +++ พอจะเข้าใจความรู้สึกค่ะ ที่จริงอาเมก็เพิ่งเสียไปได้ครบ 100 วันค่ะ อาคนนี้เป็นคนที่เมสนิทมากๆ (จำไม่ได้ว่าพี่ก้อนไปอ่านเอนทรี่ที่เมเขียนเกี่ยวกับอารึป่าว เลยขอบอกกันตอนนี้เลย) อาเมเป็นซิสเตอร์ค่ะ จำไม่ได้จริงๆว่าเห็นหน้าอา สนิทกับอาตั้งแต่เมื่อไหร่ คงตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ 5555 แล้วก็คืออาเมเป็นมะเร็งลามขึ้นปอด ตรวจเจอเมื่อสาย ปอดโดนกินหมด ทำอะไรไม่ได้ เมก็ได้เห็นตั้งแต่เค้าค่อยๆทรุด แล้วคืนสุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต
    +++ ทีแรกเมไม่ได้ร้องไห้หรอกค่ะ เพราะอาเค้าคอยรักคอยเป็นห่วงเมมาตั้งแต่เมยังเดินไม่ได้ (แล้วก็ยังจำหน้าเค้าไม่ได้ด้วยซ้ำ) ประโยชน์อะไรที่เมจะต้องทำให้เค้าห่วงอีกในเวลานี้.. เวลาที่เค้าควรจะอยู่สบายได้แล้ว แต่สุดท้ายวันมิสซาปลงศพ ก็ร้องนะพี่ก้อน แบบ.. มิสซาปลงศพคือเป็นเพลงสวดของคริสต์ ตอนหย่อนโลงลงฝังอะค่ะ คราวนี้ห้ามไม่อยู่จริงๆ ไหลโจ๊กเลย เหอๆๆ ทุกวันนี้ถ้าต้องนั่งเขียนอะไรเกี่ยวกับอา เกี่ยวกับมิสซาวันนั้นน้ำตาก็คลอเหมือนกันนะ (เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน 5555) แล้วแบบว่า.. อาคนนี้คือคนที่เมกะว่าจะไปเรียนคำสอนคริสต์กับเค้าก่อนรับศีลล้างบาปด้วยอะค่ะ เมก็เลยรู้สึกผิดมากๆ ที่ไม่สามารถรับศีลมหาสนิทในมิสซาวันสุดท้ายของอาเค้าได้ (ปัจจุบันก็ยังรู้สึกผิดอยู่)
     
    +++ พอและเม้นเศร้าๆซะยาว เปลี่ยนประเด็นมั่ง 555
     
    +++ จำได้ว่าพี่ก้อนเล่นบทจับนางกับพี่แนน 555 ตอนนั้นเมก็รำอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยรู้จักพวกโขนหรอก รำไม่สวยขนาดอาจารย์จะกล้าให้ไปเล่นบทจับนาง ฮ่าๆๆๆ แต่ที่พอจะจำได้ก็มีพี่ก้อน กะโอ นี่หละ รู้สึกเหมือนเห็นอยู่บ่อยๆ เมเองก็รำตั้งแต่อนุบาลเลย เข้าป.หนึ่ง อาจารย์สุรางค์ก็จับรำอีก ก็รำมันเข้าไปทุกปี๊ทุกปี แล้วตอนนั้นเค้าก็ดันเลือกเราคนเดียวในรุ่นอีกตะหาก เลยรู้จักแต่พี่ๆทั้งน้าน พี่ก้อนพอจำได้ป่าวคะ พี่แนน พี่ปอย พี่ไหม พี่บริง พี่โช พี่ปิ่น-ลักษมีวรรณ์ (เขียนยังไงละนี่ 555) พี่มุก อะไรทำนองนี้ เมจำได้แม่นมากว่าพี่ปิ่น พี่แนน แล้วก็พี่โชเนี่ย รำเข้าขั้นเทพสุดๆ 55555 รัศมีเปล่งประกายมากๆตอนที่เมโดนจับไปเข้ากลุ่มรำอวยพร (รึป่าว? จำไม่ได้แล้วว่ารำอะไร จำได้แต่ท่า 5555)
    ความรู้สึกตอนนั้นเมชอบรำชุดนั้นมากๆค่ะ เพลงเพราะ ท่าสวย ประทับใจท่ารำตอนขึ้นมากๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังประทับใจอยู่เลยยยยย 5555 ส่วนที่เบื่อที่สุดคงจะเป็นเชิญพระขวัญนี่แหละค่ะ เชิญอยู่นั่นอะทุกปี๊ทุกปี ตั้งแต่เมรำครั้งแรกตอนอนุบาล อาจารย์ก็จับรำเชิญพระขวัญเดี่ยว ตกใจ กลัวน้ำตาเทียนหยดใส่มือ 5555
    ตอนดูพี่ก้อนเล่นบทจับนางกับพี่แนน เมก็ไม่รู้สึกเหมือนกันว่าพี่ก้อนคร่อมจังหวะ 5555 แต่รู้สึกจริงๆว่าสองคนนี้รำสมกันอย่างมากมาย อารมณ์นั่งดูตอนนั้นเหมือนแบบ.. อยู่ในป่าอะไรซักอย่าง นั่งดูวรรณคดีอยู่อะ ฮ่าๆๆๆ
    เต้นเดี่ยวนี่เคี่ยวจริงๆค่ะพี่ก้อน เมนั่งดูพี่แนนโดนอาจารย์สุรางค์เคี่ยวแล้วแบบ… – -" สงสารพี่แนนอ่า 5555 ตอนนั้นเด็กๆพอพักก็ไปเล่นแปะแข็งกัน เล่นบอลลูนกัน (ที่ฮิตๆคงจะเป็นหมากเก็บนี่หละ)  
     
    +++ แต่มาเลิกรำ็ก็ตอนเข้่าซิมโฟนิคแบนด์นี่ละค่ะ ไม่มีเวลาให้กับอะไรเล้ยยยย ภาษาญี่ปุ่นก็เลิกเรียน ขิมก็เลิก รำก็เลิก แต่ก็ได้สัมผัสศิลปะดนตรีอีกฟีลด์ที่ต่างออกไป เหมือนก้าวไปอยู่อีกโลกนึง 555 แต่จนถึงตอนนี้เมชอบดนตรีไทยมากกว่านะ ไม่ใช่เฉพาะดนตรีไทยหรอกค่ะ แต่เมชอบดนตรีพื้นเมือง (ใดๆ.. ตอนไปรัสเซีย ก็ไปบ้าเครื่องของเค้า) แล้วก็ศิลปะพื้นเมืองอะค่ะ

  8. Prarinya says:

     การจากไปของคนใกล้ตัวเหรอ
    ที่จริงมันก็ถึงวัยที่ต้องมีคนจากลาไป
    มันเป็นสัจจะของโลกนะ ที่พี่คิด
    .
    .
    เคยนั่งดูคอนเสริต์ของวงวงหนึ่ง
    จะบอกก็ไม่ได้ชอบหรือสนิทอะไรมากมายกับวงนี้
    หลายๆเพลงที่เล่นก็พึ่งเคยได้ยิน
    แต่พอดูจนจบแผ่นก็น้ำตาซึมออกมาเอง
    นักร้องก็ร้องไห้เป็นเผาเต่าเลย
    พี่ว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นความผูกพันธ์
    .
    .
    สำหรับก้อน พี่ว่าเราก็มีความผูกพันธ์กับอาจารย์ท่านนี้
    เป็นความผูกพันธ์ที่ดี นั้นคือสิ่งที่สะท้อนถึงการกระทำ
    ครั้นอาจารย์ยังไม่ได้จากไป…
    ตอนนี้อาจารย์ท่านไม่ได้ไปไหนหรอก
    ท่านแค่ไปอีกที่หนึ่งที่เรายังไม่ได้ไป
    ยังไงก้อนก็ยังได้เจออาจารย์อยู่แหละ
    แต่แค่เจอกันในรูปแบบอื่นเท่านั้นเอง
    .
    .
    .
    มีคำพูดหนึ่งที่พี่อ่านมาจากไหนไม่รู้ (จำไม่ได้)
    บอกว่า
    "ถ้ารู้ตัวว่าไม่ได้เก่งอะไรมากมาย
    จงเป็นคนดีซะ เพื่อที่เมื่อยามเราจากไป
    จะได้มีคนระลึกถึง"
    .
    .
    ก้อนคิดว่าไงหละ

  9. khajirat says:

     ..อ่านแล้วรู้สึกได้ถึง ความเศร้าในทุกตัวอักษร..
    ความตายเป็นเรื่องไกลตัวเมื่อเกิดขึ้นกับคนที่อยู่ห่างจากเรา
    แต่ความตายก็เป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆหากเกิดกับคนใกล้ตัวเรา
     
    ก้อนผูกพันธ์กับอ.ท่านมากคงเศร้ามากแน่ๆ
    เลือกเก็บ.. แต่ความรู้สึกดีๆเอาไว้ ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปได้นะ
     

  10. TinG says:

    แอบน้ำตาซึม ทั้งๆที่ไม่รู้จักค่ะ
     
    การที่คนใกล้ตัวเราจากเราเริ่มจากเราไป ก็เป็นอีกไซน์ว่า เราอายุมากขึ้นแล้วเหมือนกันนะ..
    คงไม่มีอารายจะคอมเมนต์มากไปกว่า จะฝากคำคำนึงไว้คือ "อนิจจัง" ค่ะ
     
    ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยค่ะ

  11. Tidtee'z The Seal says:

    เอ่อ ก็ เสียใจด้วยนะคะ   (แอบพูดอะไรไม่ออก)
    เคยเสียคนใกล้ตัวไปเหมือนกัน (เพื่อนเลยล่ะ) ตอนนั้นนี่ร้องไห้ไม่หยุดเลย
     
     

  12. chutchapol says:

    แสดงความเสียใจด้วยครับ
    ที่ผ่านมา มีญาติที่ค่อนข้างใกล้ตัวเหลือเกินเสียไปครับ
     
    คิดในแง่หนึ่ง ดีใจกับการจากไปอย่างสงบของเขา ไปสู่ที่ชอบ ๆ ( ที่เขาว่ากัน )  คงไว้  หลงเหลือไว้ แต่เพียงความทรงจำ คนเป็นอย่างเราสิครับ ยังต้องสู้  ดำเนินชีวิตกันไปต่อไป
     
    ความตายใกล้ตัวเราเหลือเกินครับ 
     
    ปล. อย่างมษฐาสบายอยู่แล้ว ใช่ไหมครับ

  13. ก้อน Masatha says:

    เอนทรี่นี้ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีฅนมาคอมเมนท์เยอะขนาดนี้นะฮะ เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างวงแคบพอสมควร ขอบคุณทุก ๆ คนมากเลย
    Ginnie~* >>> ขอบคุณที่เป็นห่วงนะจ๊ะ ตอนนี้สุขภาพแข็งแรงดีจ้า
    Touchapol Saranurak >>> …
    เห็นด้วยอย่างแรง… ตั้งแต่วันนั้นยังไม่ได้เจออาจารย์ทัศไนยเลย…
    Mailodious³² >>> ขอบคุณฮะ ถ้าเป็นงานของเพื่อน ๆ ตัวเองที่รุ่นเดียวกันคงทำใจยากกว่านี้หลายเท่า … แต่เรื่องแบบนี้ยังไงก็ต้องเจอสักวันอยู่ดี
    Nymphadora Tonks *; PoPo >>> โอ้ว เครื่องที่พี่ใช้เป็นเครื่องที่คณะว่ะ ไม่มีเพลงอยู่ในนั้น เลยทำตามแท็กไม่ได้ เหอเหอเหอ เสียใจด้วยนะเคอะ
    KnightZ >>> เออ เพิ่งรู้ตัวว่า Theme เดียวกันเหมือนกัน… บล็อกนาย เป็นบล็อกนำกินนำเที่ยวว่ะ ๕๕๕๕
     -khao_tu->>> ตอนน้ไม่ได้ร้องไห้แล้วจ้ะ คิดว่าผ่านมาได้ด้วยดี ต่อจากนี้อาจจะชินกับอะไรแบบนี้มากขึ้น ข้าวตูก็ดูแลสุขภาพด้วยนะฮะ ล้มไปสักฅนชมรมคงแย่เรยย
     
    *+ SailorMay +* >>> เพิ่งรู้ว่าเมย์เป็นคาธอลิคว่ะ ความรู้ใหม่นะเนี่ย ^*^
    พี่ ๆ ที่รำจำไม่ได้อ่ะ เพราะตอนนั้นไม่ค่อยได้สนใจ มีแต่เด็ก ๆ ทั้งน้าน (ตอนโตมาแล้วถึงเพิ่งรู้ที่คิดผิด ที่ไม่ได้สนใจตั้งแต่ตอนนั้น) ที่จำได้ก็มีแนนเนี่ยแหละ ที่รำตัวนางด้วยกัน นอกนั้นก็จะคุ้น ๆ หน้าเวลามาแสดงโขน เป็นตัวนางบ้าง นางสีดาบ้าง ตัวกวางบ้าง เทพนางรำทั้งหลายบ้าง แต่ไม่ค่อยได้รู้จักชื่ออ่ะนะ
     
    ตอนนั้นเวลาพักก็อ่านการ์ตูนอ่ะ แปะแข็งก็เล่น หมากเก็บก็เคยจำได้ว่าฮิตมาก (สมัยเด็ก ๆ ซนน่าดู เหงื่อออกเพราะไปเล่นตอนพักมากกว่าเพราะซ้อมเต้นซะอีก) เพลงแคล๊สสิคก็ชอบนะ พอฟังได้ แต่ฟังแล้วก็ง่วง ๆ ยังไงไม่รู้ (จริง ๆ เพลงไทยก็ง่วงเหอะ) แต่เวลาอยู่เมืองนอก ฟังเสียงระนาดแล้วขนลุกได้อีก
     
    Miracle-Bear >>> เห็นด้วยครับ ทุกครั้งที่เต้นโขน ก็จะได้พบกับอาจารย์ผ่านทางการเต้นของเรา.. จริง ๆ แล้วอาจารย์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย
    ชอบคำพูดนั้นนะฮะ เป็นฅนดีซะ เวลาตายจะได้มีฅนนึกถึงเรา … แต่ว่า เป็นฅนดี… แล้วมันไม่มีใครว่ะพี่ (ฮา)
     
    im ann >>> อา ไม่ได้เศร้าขนาดนั้นแล้วล่ะฮะ อะไร ๆ ที่เคยผ่านมาร่วมกับอาจารย์ก็จะจำได้หมด ยังไงก็คงไม่มีทางลืม… ขอบคุณนะฮะ
     
    *.*.TinG.*.* >>> อนิจจังจริง ๆ ด้วยครับ ตอนนี้รู้สึกว่า มีแต่งานที่ทำให้ตัวเรารู้สึกแก่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งรับปริญญา งานแต่ง งานบวช งานศพ (เหลือแค่ไปดูหน้าลูกของเพื่อนละมั้ง ที่ยังไม่เคย)
    Tidtee’z The Seal >>> แต๊งค์จ้า ติดตี่เป็นไงมั่ง เด๋วก็ได้เจอกันแล้วเนอะ
    cid-9c89800d415c4eca>>> อ๊ะ ขอบคุณฮะ ไปสงบก็ดีกว่าไปอย่างทรมานนะฮะ ถ้าถึงคราวจริง ๆ อาจจะดีอกว่าอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานก็ได้ แล้วเจอกันวันที่ 25 นะ
     
     
     
     

  14. Rata says:

    I’m so sorry for the story na ka…
    Still this is the reality of human-being…
    Even if he has died, he’s always in his students mind like this. I think he would be really happy 🙂  
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s