๒๕

Posted: November 12, 2007 in Human to human
 
เพิ่งโดนแซวไปเมื่อไม่กี่เอนทรี่นี่เองว่าเขียนแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ แต่วันนี้ก็จะเขียนอีกครับ และถ้าไม่เขียนวันนี้ (หรือว่าอย่างช้าพรุ่งนี้ ก็ไม่ได้ด้วย (อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าทำไม)
 
 

เคยจินตนาการไหมครับว่าเวลาเรามีคู่ชีวิต จะเป็นอย่างไร?

 

การอยู่ร่วมกันกับใครบางฅนไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ขนาดเป็นฅนในครอบครัวที่เจอกันมาตั้งแต่เกิด ก็ยังมีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกันได้ตลอด ยิ่งเป็นฅนแปลกหน้า ที่รู้จักกันไม่เท่าไหร่ก็ต้องมานอนเตียงเดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน การปรับตัวไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ เลย

 

ผมดูคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตคู่อยู่สักสองอย่างครับ

 

 

อย่างแรกก็คือ คู่รักไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา

 

ฟังดูอาจจะขัดความรู้สึกนะครับ แต่ผมว่า พอเราห่างกัน เราจะรักกันมากขึ้น ผมเคยดูทีวีครับ ประทับใจมากตรงที่พิธีกรบอกว่า ในเรื่องของชีวิตคู่แล้ว มันมีโลกอยู่สามโลก ที่เราจะต้องจัดสมดุลให้ดี ไม่ให้มีโลกใดโลกหนึ่งมากไป หรือน้อยไป คือ โลกของฉัน โลกของเธอ… และโลกของเรา

 

ผมว่าถึงจะเป็นสามีภรรยากัน แต่การจัดแบ่งให้อีกฝ่ายมีเวลาส่วนตัว ก็ทำให้ลดข้อขัดแย้งได้นะครับ อย่างที่คุณพ่อก็จะมีเวลาไปตีกอล์ฟ ไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือคุณแม่ก็จะอยู่กับญาติ ๆ หรือไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ ของคุณแม่

 

 

ตอนนี้ที่บ้านเราอยู่กันกระจัดกระจายมากครับ ผมอยู่หอ น้องชายอยู่บ้านคุณป้าที่สีลม คุณแม่อยู่ที่บ้านที่เกษตร ส่วนคุณพ่อ ต้องดูแลบ้านตรงรามอินทรา (บ้านนี่ต้องมีฅนดูแลครับ ไม่งั้นจะโทรม)

 

พอสุดสัปดาห์ ผมกับคุณแม่ก็จะย้ายไปนอนที่บ้านที่รามอินทรากับคุณพ่อ พอวันอาทิตย์ คุณแม่จะย้ายกลับมาบ้านที่เกษตร (เพราะใกล้ที่ทำงาน) ส่วนผมก็จะย้ายไปนอนที่สีลมกับน้องชาย พอเช้าวันจันทร์ค่อยกลับมาที่หอ เท่ากับว่าอาทิตย์หนึ่งจะมีโอกาสเจอหน้าทุกฅนในบ้านอย่างน้อยหนึ่งหน

 

 

การที่เจอหน้ากันอาทิตย์ละวันสองวันเป็นเรื่องดีนะครับ สมัยก่อนเวลาอยู่บ้านเดียวกัน ทะเลาะกันบ่อยมาก ทะเลาะกันทุกวัน ทุกเรื่อง แต่พอเป็นแบบนี้แล้ว วันสุดสัปดาห์เป็นช่วงที่มีค่าครับ พอเจอหน้ากันน้อยลง อะไร ๆ ที่ขัดแย้งกันก็พลอยน้อยลงไปด้วย มีเหมือนกันที่ก็ยังทะเลาะกัน แต่พอทะเลาะจบ เราก็จะรู้สึกว่าเออเว้ย เจอหน้ากันสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมง จะมาทะเลาะกันหา (หอก) อะไรฟะ แล้วก็คืนดีกันเร็วมาก กลายเป็นว่า พอเจอกันน้อยลง กลับรักกันมากขึ้น และเป็นเวลาที่มีค่ามากกว่าอยู่ด้วยกันทุกวันเสียอีก

 

ผมเองวันไหนที่กลับบ้าน หรือไปนอนกับน้อง ก็นกรู้เลยครับ ไม่ต้องแบกงานกลับไปทำ (เพราะไม่ได้ทำแน่ ๆ) เวลาไปเจอกัน ก็จะคุยกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ทำอย่างอื่น (เคยมีครั้งหนึ่งเหมือนกัน ที่มันวันหยุดติดกัน พอวันแรกก็คุยกันสนุกสนานดี พอชักวันที่สามวันที่สี่ เริ่มหมดเรื่องคุยแล้ว ก็เลยรู้ว่า สัปดาห์นึงเจอหน้ากันสองสามวันก็พอแล้วว่ะ พอเกินนั้นก็ชักจะเริ่มเบื่อหน้า ฮา)

 

 

อย่างที่สองก็คือ ยิ่งเราคาดหวังน้อยเท่าไหร่ เราก็จะมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น

 

พูดง่ายแต่ทำยากนะครับ เพราะเวลาเรามีคู่รัก เราก็มักจะคาดหวังให้คู่รักเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ หรือทำอย่างโน้นอย่างนี้เพื่อเรา ในทางกลับกัน ความคาดหวังก็จะกดดันเราให้ต้องทำในสิ่งที่เราคาดหวัง

 

 

เช่นสมัยก่อน พ่อกับแม่จะบ่น ๆ ว่าน้องชายผมไม่กลับบ้านครับ ผมก็จะรู้สึกว่า ควรจะต้องกลับบ้านเอาหน้าไปให้พ่อแม่เห็นเสียบ้าง แต่พอต้องบังคับตัวเองอย่างนั้นก็จะรู้สึกหงุดหงิด เพราะเวลากลับบ้านก็จะเสียเวลาเดินทาง เหนื่อย และไม่ได้ทำงานเวลาอยู่บ้าน แต่ หลัง ๆ แม่ก็จะบอกว่า ไม่จำเป็น ถ้างานยุ่งก็ไม่ต้องกลับก็ได้ เราก็จะผ่อนคลายมากขึ้น อยากก็กลับ ไม่มีเวลาก็ไม่ต้องกลับ ถ้ากลับก็จะกลับเพราะความเต็มใจของเราเอง แล้วพอเราคาดหวังน้อยลง เราก็จะมีความสุขมากขึ้น

 

 

ตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยเห็นพ่อซื้อดอกไม้ให้แม่เลยครับ พอลองถาม แม่ก็ตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดาว่า  เรื่องแบบนั้นมันหมดอายุขัยตั้งแต่เป็นแฟนแล้วล่ะแหม่ เจนชีวิตเจรง ๆ ครับ นอกจากนั้น คุณพ่อเป็นฅนที่จำวันเกิดไม่ใคร่ได้ วันเกิดลูก ๆ ก็ต้องให้คุณแม่เป็นฅนเตือน แต่ลูก ๆ ค่อนข้างเฉย ๆ นะฮะ บ้านผมเรื่องวันเกิดไม่ค่อยเป็นเรื่องใหญ่

 

ที่สำคัญ คุณพ่อเป็นฅนพูดน้อยครับ แล้วก็เป็นฅนที่มีโลกส่วนตัวสูง เวลาทานเราทานข้าวก็จะต่างฅนต่างกิน พอทานเสร็จคุณแม่ก็เข้าห้องคุณแม่ นั่งดูทีวี ถอดไพ่ เล่นซุโดกุ คุณพ่อก็เข้าห้องคุณพ่อ สูบบุหรี่ ดูบอลดูเทนนิส พัตกอล์ฟไปตามเรื่อง

 

ไม่เคยเห็นคุณพ่อกับคุณแม่นั่งคุยกันนาน ๆ เลยครับ  จริง ๆ แล้วถ้าเห็นเริ่มพูดคุยกันมักจะเป็นสัญญาณอันตรายมากกว่า เพราะพอคุยไปคุยมาก็มักจะทะเลาะกันทุกที

 

ผมไม่รู้ว่าบ้านอื่นเป็นอย่างไรกันนะครับ แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่า คู่สามีภรรยาที่ไม่ค่อยพูดจากันคงไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แม่ก็ยังบอกว่า ในบ้านนี้คุยกับผมมากที่สุด (ไม่นับน้องชายเพราะไม่ค่อยกลับบ้าน) เมื่อก่อนก็เซ็ง ๆ ว่าทำไมชั้นไม่สามารถคุยกับผัวได้เลย (วะ) แต่ถึงตอนนี้ก็ดูปรับตัวได้ ดูต่างฝ่ายต่างก็พึงพอใจที่จะใช้อยู่เงียบ ๆ ดี ซึ่งผมคิดว่า ผู้หญิงโดยทั่วไปก็คงคาดหวังว่าจะพูดคุยกับสามีได้ทุก ๆ เรื่องนะครับ (ผมเองถ้ามีภรรยาก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน) แต่กว่าคุณแม่จะสามารถปรับระดับความคาดหวังลง จนมาถึงจุดที่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ได้ ผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายทีเดียว

 

 

ถึงแม้ว่าคุณพ่อจะไม่ใช่คู่สนทนาที่ดี แต่เรื่องการดูแลบ้านดูแลครอบครัว คุณพ่อทำได้ไม่มีที่ติเลยครับ ทั้งหาอาหารมาให้ลูก ๆ ทาน หลอดไฟเสีย พ่อเปลี่ยนหลอด รถยนต์เสียบอกพ่อ พ่อจะเอาไปซ่อมให้ ชักโครกน้ำไม่ไหล บอกพ่อ พ่อเรียกช่างมาให้ รองเท้าพัง บอกพ่อ พ่อจะไปซื้อใหม่ให้ มือถือหาย บอกพ่อ พ่อจัดการหาซิมใหม่มาให้ ฯลฯ เรียกได้ว่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรบอกพ่อได้หมด พ่อจะจัดการให้ ขนาดนาฬิกาเสีย เอาไปวางไว้บนโต๊ะในห้องนอนคุณพ่อ สองวันถัดมา นาฬิกาที่ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ววางเอี้ยมเฟี้ยมอยู่บนโต๊ะของผมเลย

 

คุณพ่อดูแลบ้าน คูแลพวกเราดี จนกระทั่ง ผมยังคิดเลยว่า เวลาโตเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัวเป็นของตัวเอง คงจะดูแลบ้าน ดูแลครอบครัวได้ไม่ดีเท่าคุณพ่อแน่ ๆ

 

ในทางกลับกัน ผมไม่ทราบว่าคุณพ่อคาดหวังอะไรจากคุณแม่นะครับ (อยากที่บอกไปว่าคุณพ่อไม่ค่อยพูด) แต่ถ้าเอาเรื่องความเป็นแม่บ้าน การทำกับข้าวกับปลา ผมว่าแม่ผมคงสอบตก

แม่ผมไม่ถนัดทำอาหารอย่างรุนแรงครับ จำได้ว่าเด็ก ๆ เวลาคุณพ่อไม่อยู่ นี่เลย พอตอนเย็น แม่จะพาเราไปโรงอาหารกลาง (บาร์ใหม่) ไปเลือกกับข้าวฅนละอย่างสองอย่าง (เป็นแม่บ้านอาหารถุง) หรืออย่างเวลาอยู่บ้าน ถ้าแม่บ้านไม่อยู่หรือกลับบ้าน ตอนเช้าคุณพ่อจะลงมาทำอาหารเช้าให้ ทำเสร็จก็ไปปลุกคุณแม่ลงมาทานอาหารเช้า ครับ(อ้อ คุณพ่อจ่ายตลาดเก่งมากครับ เลือกปลา เลือกหมู เลือกผักผลไม้ได้หมด ตรงข้ามกับแม่สุดขีด) ถ้าคุณพ่อคาดหวังอะไรจากคุณแม่ในส่วนนี้ ผมว่าคุณแม่ก็ไม่สามารถตอบสนองได้น่ะครับ

 

 

แต่ในทางกลับกัน แม่ผมจะถนัดเรื่องซักล้างทำความสะอาดมาก ซักผ้า รีดผ้า ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ ล้างมุ้งลวด กวาดลาน เวลาแม่บ้านไม่อยุ่ คุณแม่จะเป็นฅนซักผ้ารีดผ้าของฅนทั้งบ้าน  (คุณแม่เคยไม่อยู่ แล้วคุณพ่อต้องรีดชุดทำงานเองครับ ยับปี๋เลยทีเดียว)

 

 

อีกเรื่องคือคุณแม่เลี้ยงลูกแบบดูแลประกบมากครับ รับส่งตอนเย็น ตอนเรียนพิเศษ นั่งดูทำการบ้านทุกวัน เพราะคุณพ่อสมัยเด็ก ๆ ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย (เพราะที่บ้านเราสมัยก่อนฐานะไม่ดีนัก ออกต่างจังหวัดจะได้เงินมากกว่า) เวลาคุณแม่ไม่อยู่ คุณพ่อไม่สามารถช่วยเหลืออะไรในการทำการบ้านได้เลยครับ ต้องดิ้นรนกันเอาเอง คุณแม่ทุ่มเวลาดูแลเรามากจนตอนน้องผมเข้ามหาลัย แม่ยังแซวตัวเองเลยว่า ชั้นเกษียณแล้วล่ะ’ ‘แล้วงานสอนหนังสือล่ะฮะ’ ‘อันนั้นทำขำ ๆ

 

ผมอยากจะบอกว่า เรื่องของความคาดหวังนี่พูดยากครับ อะไร ๆ ก็ไม่ได้ไปเป็นไปอย่างที่เราคิดเสมอ กว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะแบ่งงานกันลงตัวขนาดนี้ ก็ต้องลองผิดลองถูกกันมาหลายปี หรืออย่างสมัยก่อนที่ผมยังอยู่โรงเรียน ปกติคุณพ่อจะขับรถคล่อง และพาเราไปไหนต่อไหน แต่พอคุณพ่อออกต่างจังหวัดบ่อย คุณแม่ก็ต้องเริ่มหัดขับรถ แล้วก็ต้องเป็นฅนขับพาเราไปไหนต่อไหนแทน

 

 

พอมีครอบครัว ก็ต้องเรียนรู้ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อนหลายสิ่งหลายอย่างเลย

 (อย่างผมเองอาจจะคาดหวังว่าภรรยาน่าจะอยู่กับบ้านเฝ้ากับเรือน เลี้ยงลูก ภรรยาผมก็อาจจะคาดหวังให้ผมเป็นผู้นำครอบครัว หารายได้ แต่ถึงเวลานั้นจริง ๆ ถ้าเงินเดือนของผมมันน้อยกว่า แล้วไปไม่รอดจริง ๆ ก็อาจจะต้องให้ภรรยาเป็นฅนทำงาน แล้วผมลาออกมาเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกก็ได้นะครับ)

 

 

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเล่าก็คือ เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืดมานั่งทำงาน ทำไปได้สักพัก ต้องการใช้กรรไกร แต่หาในห้องไม่มีก็เลยกะจะเข้าไปเอาในห้องนอนคุณแม่ (แอบแวบเข้าไปเอาในลิ้นชัก ไม่ให้คุณแม่ตื่น) พอจะเปิดประตู แกร๊กเอ๊ะ ล็อคนี่หว่า (ปกติห้องคุณแม่ไม่เคยล็อกเลย) ยืนเกาหัวอยู่ครู่หนึ่งก็นึกได้ เดินไปดูที่ห้องนอนคุณพ่อ (คุณพ่อกับคุณแม่แยกห้องนอนกันมานานแล้วครับ เพราะคุณพ่อนอนกรนแล้วคุณแม่นอนไม่หลับ) แน่ะ จริงด้วย อย่างที่คิดไว้เลย ในห้องคุณพ่อปิดไฟเงียบ ไม่มีร่างคุณพ่อนอนอยู่บนเตียงอย่างที่เคยเป็น ตอนนั้นก็พอเดาได้แล้วว่าคุณพ่ออยู่ที่ไหน ตอนแรกว่าจะลองเอาหูไปแนบประตูห้องคุณแม่ดู .. แต่คิดอีกที อย่าดีกว่า (หุ) เลยกลับไปนอนอย่างว่านอนสอนง่าย

 

วันรุ่งขึ้นคุณพ่อบ่น ๆ ว่าปวดขาขาเป็นตะคริว .. ไอ้เราคันปาก อยากแซวใจจะขาด แต่ก็ห้ามปากสุดชีวิตเพราะกลัวว่าเวลาโตขึ้น มีภรรยา มีบุตรแล้วกรรมจะตามทัน (ฮา)

 

 

พรุ่งนี้ (14 พย.) เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 25 แล้ว ส่วนตัวผมคิดว่า การอยู่กับใครสักฅนมานานขนาดนี้ แค่ความรักอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ (ตอนโตมา แม่เคยสารภาพว่า คิดจะหย่าหลายหน แต่กลัวลูกมีปัญหา ก็เลยว่าจะอดทนจนลูกเข้ามหาลัยก่อน ตอนนี้ลูกก็เข้ามหาลัยหมดแล้ว เคยถามเหมือนกันว่า ไม่หย่าแล้วเหรอแม่ ไม่แล้วย่ะ หมดรมณ์)

 

หรือเวลาไปถามพ่อว่า ตอนนั้นทำไมพ่อถึงขอแม่แต่งงานครับ  พ่อก็จะมองเพดานตาลอย แล้วตอบเสียงเบาว่า จำไม่ได้แล้วล่ะลูก มันนานมาแล้ว(ฮา)

 

ผมคิดว่า ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่จะเคยจินตนาการก่อนแต่งว่า ชีวิตแต่งงานอยากให้เป็นอย่างไร ผมว่า ชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ คงแตกต่างจากสิ่งที่จินตนาการกันไกลสุดกู่ ผมตอนนี้ก็ไม่คิดว่า ชีวิตแต่งงานจะเป็นอย่างที่ฝันไว้หรอกนะครับ แต่ก็แอบหวังไว้ว่า เราจะสามารถอยู่อย่างทรหดอดทนกับฅนที่เราเลือก (และเขาเลือกเรา)ได้

 

 

วันครบรอบแต่งงานปีนี้ ลูกชายสองฅนคงไม่ได้อยู่ฉลองที่บ้าน… แต่ยังไง ก็ขอให้คุณพ่อกับคุณแม่มีความสุขกับคู่ชีวิตของตัวเองนะครับ (แล้วขอให้พ่ออย่าขาเป็นตะคริวอีกล่ะ ฮา)

Advertisements
Comments
  1. Zerothman says:

    อี๋ พี่ก้อน เม้าท์พ่อแม่ตัวเองอี๋ อี๋

  2. Jinnipar says:

    ยินดีด้วยค่ะกับวันครบรอบแต่งงาน
     
    บ้านจินนี่ไม่เคยฉลองวันนี้เลย มีประสบการณ์ไม่ดีด้วยหล่ะ ไว้ออนเจอจะเล่าให้ฟัง

  3. praew says:

    สุขสันต์วันครบรอบแต่งงาน(?)ด้วยค่ะ
    พี่ก้อนเนี่ยกลัวกรรมตามทันด้วยเหรอคะ ^^
     
    คนแรกวันที่สิบสี่ >_< ฮ่าๆ

  4. TinG says:

    happy anniversary to yr parents ka:)
     
    btw, yr dad is so cool!! i like the way he taking care all of you!!
    HOUSE MANAGER !!! nope shld be HOUSE DIRECTOR !!! eieiei

  5. Tanya says:

    สุดยอดอ่ะค่ะ น่ารักดี 25 ปีแล้ว
     
    เห็นด้วยๆกับเรื่องที่ไม่ต้องเจอกันทุกวัน บางทีการที่เจอกันบ่อยๆเนี่ย มันก็เบื่อหน้าเหมือนกัน
    เจอน้อยๆ แต่รักกันนานๆ เนอะ

  6. Chayanin says:

    "ยับปี๋" (?) ไม่เคยได้ยินเลยครับอ่านเอนทรีนี้แล้ว อมยิ้ม น่ารักดีครับ จะว่าไป ผมก็ยังไม่รู้เลยว่า ตกลงวันครบรอบที่บ้านมันวันไหนหว่า?รู้สึกว่าพี่ก้อนจะเอาบุพการีมาหากินบ่อยแฮะ

  7. May-ya says:

    +++ เค้าว่ากันว่า มีความสัมพันธ์อะง่าย แต่ไอการอยู่ด้วยกันหลังจากนั้นให้นานอะ ยาก (ยากจริงๆ 555)
     
    +++ ตั้งแต่เมกลับมา ก็กลายเป็นคนโลกส่วนตัวสูงไปเหมือนกันค่ะ คือยังพูดคุยกะเพื่อนๆได้บ้าง แต่ก็รู้สึกจริงๆว่าตัวเองเปลี่ยนไป เยอะอยู่ (เพื่อนยังบอกเลย 5555) แล้วก็ตั้งแต่กลับมา ก็รู้สึกวางเฉยกะเรื่องนี้ไปเลย รู้สึกเหมือน.. priority มันลดลง ซะงั้น 5555

  8. katachi says:

    อืมมมมมม
       ให้เราลองเดาอนาคตอีกซัก15ปีข้างหน้า ยังไม่รุเลยค่ะว่าจะได้แต่งงานรึเปล่า555
        การมีคู่ชีวิตนี่ท่าจะคิดหนักเนอะ

  9. Rata says:

    cute family
     
    I agreed that for a couple we have to find a balance between 3 worlds
    and distance makes us realize how important one person is to us T_T
    make we love each other more but toofar is not that good; too
     
    P.S. you commented in my log that I can study what I like in 2nd year but NOOo I’m in 2nd year right now actually T_T

  10. Mailodious³² says:

    อ่านแล้วยิ้มหน่อยๆเลยแฮะ
    แบบว่าชีวิตพี่ก้อนเบื้องหลังหนวดเครา อะไรยังงั้น?
    มาสะท้อนครอบครัวมายเอง
    กลับกันหน่อยคือพ่อจะเกาะติดลูกชายสองคนมาก
    ส่วนแม่จะอารมณ์ business woman มากกว่า -*-
    แล้วพ่อชอบยุ่งกะเรื่องส่วนตัวและมีความคิดประหลาดๆ ก็เลยทะเลาะกันบ่อยๆ
    แต่ยังไงก็ครอบครัวเดวกันล่ะนะ ยังไงก็รักกัน
     
    ปล.1 เรื่องในมหาลัย กะว่าจะอัพอยู่ เรื่องเยอะแยะมากมายเลยล่ะ
    ปล.2 พลาดไปหลายเอนทรี่เลยแฮะเรา
     

  11. khajirat says:

    เอนทรี่นี้อ่านแล้วอมยิ้มเลยล่ะ นารักดี ถึงจะเอาพ่อกับแม่มาเผาเยอะไปหน่อย
    แต่ก็พลอยทำให้นึกถึงสมัยคุณพ่อกับคุณแม่ของตัวเองยังหนุ่มยังสาวไม่ได้
    สงสัยเหมือนกันว่าทำไมแม่ถึงเลือกพ่อนะสมัยนั้นน่ะ
    เพราะเห็นทะเลาะกันบ๊อยๆคุณแม่ชอบแอบเห็บแนมว่าพ่อแกงี้(คุณพ่อแก่กว่าคุณแม่หลายปี) ส่วนคุณแม่ก้บ่นว่าคุณแม่น่ะขี้บ่น
    แต่เดาว่าสมัยยังเอ๊าะๆคงไม่เป็นแบบนี้ล่ะมั้ง^^
     
    ปล. ฟังเพลงของเพื่อนก้อน(อย่างจริงจัง)แล้วนะ เพลงที่ ๒-๔ เพราะดี เพลงที่สามที่เป็นเบกกิ้งแทรกอ่ะ ดีเลยล่ะ ชอบ! เพลงที่สองดนตรีง่ายๆ เนื้อเพลงง่ายๆ แต่คำที่ใช้มันดูมี่กกลิ่นเพลงเก่าๆดี แต่เพลงแรกเสียงร้องมันรกไปหน่อย ฟังยากๆ(อาจจะไม่ใช่แนวมั้ง) ถ้าเจอกับเพื่อนก็ฝากชมไปหน่อยนะ จะได้มีกำลังใจ แต่ถ้าไม่เจอก็มิเป็นไรจ้ะ ^^ 

  12. Prarinya says:

    สนุกดีนะเนี่ย
    บ้านพี่ไม่ค่อยมีเรื่องพวกนี้นะ
    วันเกิด วันครบรอบ บ้านพี่ก็ไม่ค่อยมีงานอะไรนะเนี่ย
    แต่พี่ว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นของตกแต่ง
    เรื่องของครอบครัวพี่ว่ามันมีมากกว่านั้นนะ
    .
    .
    เรื่องแต่งงาน พี่ว่าการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันได้
    ความรักเป็นปัจจัยหนึ่ง ความจริงมันก็เป็นอีกปัจจัย
    เฮ้อ พูดแล้วเครียดหวะ
    จะว่าไปมันก็จะถึงวัยแล้ว
    เพื่อนพี่มันก็เริ่มทยอยไปหละ
    แล้วกูทำไงดีวะ 55+

  13. Jang says:

    อืมมมม…
     
    เม้าท์บุพการี กระจายเลยนะน้องชาย..คุณแม่อ่านบ้างเปล่าเนี่ย..55
     
    บ้านพี่ไม่มีอย่างนี้เลยค่ะตั้งแต่จำความได้
    คุณพ่อหนักไปทางทำงาน เคร่งขรึม เงียบๆ แต่เป็นไอดอลของพี่มากๆในทุกๆเรื่อง
    คุณพ่อจะทำอะไรเองได้หมดทุกอย่าง พี่ได้จากท่านมาเยอะมาก
     ญาติผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่า พ่อกับแม่แต่งงานตอนอายุน้อย แม่จะทำอะไรไม่เป็นแม้กระทั่งเลี้ยงลูก
    พี่กะน้องสาวโตมา คุณพ่อเป็นคนทำหมดเกือบทุกอย่าง เช็ดอึ เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนม(แม่ให้นมลูกไม่เป็น) อ่านนิทาน
    ความทรงจำเกี่ยวกับคุณพ่อจะเยอะมาก
    แต่ เวลาทำอะไรจะนึกถึงคุณแม่ก่อน เพราะแม่บ่นว่าเหมือนลูกๆไม่ค่อยสนใจ..55
    ไม่ค่อยเห็นพ่อกะแม่กุ๊กกิ๊กๆ  หนักไปทางทะเลาะเบาะแว้ง แต่ก็โอเคนะ ผ่านช่วงมาคุมาแล้ว
    พี่ถือว่าทุกๆชีวิต เป็นประสพการณ์ให้เราได้เก็บเกี่ยว
     
    สำหรับพี่อยากให้อยู่ด้วยกันทุกวันค่ะ..พี่ว่าเวลาของเรามันสั้นมากๆ ถ้ามีโอกาสได้อยู่ด้วยกันกับคนที่เรารัก
    ได้พูดคุย ได้ทำกิจกรรม ได้แค่นั่งใกล้ๆกันตอนดูทีวี(พี่โจ้ดูบอล พี่อ่านหนังสือ) ฯลฯ ขออยู่ด้วยกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
    พี่อยากได้แบบนี้มากกว่านะ ไม่งั้นเวลาเรียกครอบครัว มันจะรู้สึกโหวงเหวงในใจพิลึก
     
    ก้อนโชคดีนะ ก้อนมีครอบครัวที่พี่คิดว่า น่ารัก ก้อนกับโอเองถึงไม่ใช่ลูกที่สุดเพอร์เฟค หรือลูกดีเด่น
    แต่พี่ก็คิดว่า คุณสองคนเป็นลูกที่พ่อแม่หลายๆคนอยากให้ลูกตัวเองเป็นแบบนี้
     
    หน้านี่จะเซฟไว้ เอาไว้ลูกก้อนโตเมื่อไหร่ คุณป้าแจงจะส่งไปให้หลานเอาไว้ เมาทื พ่อตัวเอง
    เหมือนที่ก้อนทำไง…55555
     
    Happy Anniversary 4 คุณป้ากะคุณลุงด้วยค่ะ
     
     
     
     

  14. ก้อน Masatha says:

    Zerothman >>> เอ๊ะ เม้าท์แค่นี้ นึกว่าเป็นเรื่องปกติซะอีก รึว่าณัชไม่เคยเม้าท์ป๊ะป๋าตัวเอง
     
    Ginnie~* >>> อืม จริง ๆ แล้วที่บ้านก็ไม่เคยสังเกตได้เลยนะว่ามีการฉลองกันในวันนี้ด้วย แต่คราวนี้มันคงพิศษมั้ง เพราะถ้าไม่รีบฉลอง อาจจะแก่เกินกว่าจะทำอะไรกันไหวซะก่อน(ฮา)
     
    pяãέω³² >>> แหม่ เรื่องกรรมตามทันเนี่ย ก็กลัวเหมือนกันจ๊ะ ถึงแม้ว่าตจะทำตัวเหมือนไม่กลัวก็เหอะ แต๊งค์หลาย ๆ นะจ๊ะ เป็นฅนแรกจริง ๆ ซะด้วยสิ
     
    ♥ .• TinG •. ♥ >>> yeah he is a really good house manager which I wonder I can do as him. but i will try my best!
     
    Tanya T. >>> เจอน้อย ๆ มันรักกันนาน  จริง ๆ นะ แต่ปัญหาคือ เวลารักกัน มันไม่อยากจะเจอน้อย ๆ เนี่ยสิ หึหึหึ เห็นแต่จะอยากอยู่ด้วยกัน ทุกวันทุกนาทีกันทั้งนั้น สุดท้ายก็เลิกกัน ตรึ่งตรึงโป๊ะ
     
    -ςω™- >>> ภาษาโบราณน่ะป่าน นึกคำอื่นไม่ออกเหมือนกัน (หรือว่าต้องใช้คำว่า ยับเยิน) เรื่องหากินกับบุพการีเนี่ย หูยยย ของถนัดเลยล่ะ แต่เวลาไปถามเรื่องแต่งงานแต่งการกับที่บ้านต้องระวังนะ ไม่งั้นจะโดนมองหน้าแล้วย้อนกลับมาแสบ ๆ ว่า ถามอย่างนี้เนี่ยไปเผลอทำใครเค้าท้องมาเหรอ (ฮา)
    *+ SailorMay +* >>> เรื่องแบบนี้ บทจะมา priority มันก็มาเองแหละจ๊ะ ถ้าอยู่ด้วยกันมันยากนัก งั้นเราต้องทำการศึกษาโดยการ ‘อยู่ก่อนแต่ง’ สินะ (ฮา)
    -khao_tu- >>> อีก 15 ปีนี่ พี่แต่งแล้วแน่นอนค่ะ จะ 40 แล้ว ถ้ายังไม่แต่งเนี่ย ก็ใกล้หมดสมรรถภาพแล้ว
    Pum+PiM+ >>> โอย โทษจริงอ่ะรตา พี่เบลอ เพราะเข้าใจว่าระบบเมืองนอกกับเมืองไทยน่าจะไม่เมหือนกัน แต่พอบอกว่า ต้องเรียนวิชาสามัญอยู่ ก็เลยเข้าใจว่าเป็นปีหนึ่ง เพราะเมืองไทย ปีสองมันเรียนกันแต่วิชาเฉพาะแล้ว ไม่ค่อยมีเรียนวิชารวมเท่าไหร่
    Mailodious³² >>> พ่อดูแลลูก ๆ ก็น่ารักดีนะ แต่ลูกชายวัยรุ่นก็เป็นไปได้ว่าอาจจะรำคาญเอาได้ง่าย ๆ เรื่องนี้นี่ยังไม่ใช่เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรเลยนา ถ้าจะให้ลึกจริง ๆ ล่ะก็ ยังมีอีกเพียบ วะอะอะ 
    im ann >>> พอเราเป็นลูกก็จะนึกไม่ค่อยออกนะฮะ ว่า พ่อแม่ก็เคยอายุเท่าเรากันมาก่อน เคยทำอะไรเปิ่น ๆ บ๊อง ๆ เหมือนกับที่เราทำอยู่เป็นประจำ ให้มานึกว่า พ่อแม่ตอนอายุเท่าเรา จะงี่เง่าเหมือนเราเนี่ย จินตนาการยากจริง ๆ บางทีให้อีกฝ่ายเผาอีกฝ่ายก็มันดี ส่วนเรื่องเพลง ฝากชมไปแล้วนะฮะ ไว้รอ MV แล้วกัน ผมฟังเพลงแล้วยังอยากรู้เลยฮะว่ามันจะออกมาเป็นยังไง
    Miracle-Bear >>> หูย เรื่องจริงเลยล่ะฮะ ครอบครัวเนี่ย ไม่ได้ดูดีเหมือนอย่างที่ฉาบหน้า หรือบอกเล่ากันเป็นนิทานหรอก มันมีรสขมมากกว่านั้นเยอะ นี่เพื่อนผมก็ทยอยแต่งกันแล้วฮะ ดีว่ายังเป็นผู้หญิงอยู่ นี่ถ้าเริ่มเป็นผู้ชายแต่ง ๆ ๆ ๆ กันออกไปแล้วเนี่ย ผมคงเริ่มเครียด
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> พี่แจงยังโชคดีนะฮะที่มีฅนที่อยากอยู่ด้วยทุกวัน เพราะสำหรับผม แค่คิดว่าต้องเจอหน้าน้องชายทุกวันเนี่ย ก็เสียจิตแล้ว (แม่ก็บอกว่า ให้เจอหน้าพ่อทุกวัน ชั้นก็เบื่อ) ส่วนตัวแล้ว ผมว่า มนุษย์เรามีช่วงเวลาที่ยาวนานมากเลยครับ มีเวลาเป็นสิบ ๆ ปีที่เราจะอยู่กับใครสักฅนนึง (หมายถึงภรรยานะฮะ ลูกมันเป็นฅนละเคส) เวลาไม่ต้องมีร่วมกันมากก็ได้ แต่ถ้ามี ให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพน่าจะดีกว่า
    ส่วนจะเซฟหน้านี้ไว้… เอาเถอะครับ ผมว่าลูกผมมันคงแสบไม่แพ้พ่อเลยทีเดียว 55+
     
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s