ช่วงที่คิวบิค* มีโปรเจคท์กรีนคิวบ์ใหม่ๆ  ณัชก็เข้ามาถามเหมือนกันว่า พี่ก้อนสนใจจะทำโปรเจคท์อะไรรึเปล่าครับ? ตอนนี้เรากำลังจะขยายงานแล้วนะฮะ อย่างพอตอนนี้ก็วางแผนจะทำรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม(หรือมะเร็งปากมดลูกวะ? ไม่แน่ใจ) อยู่

 

ตอนนั้นก็ตอบปฏิเสธไปครับ เพราะว่างานรัดตัวจนหัวหูยุ่งเหยิง แต่ก็แอบมีคำตอบในใจนะฮะ

 

โครงการที่ผมอยากทำคือ ค่ายเพศศึกษา หรือ Sex must say Camp ครับ (ฟังดูแอบหื่นเล็ก ๆ)

 

.

.

.

 

ก็ยังไม่ได้มีรายละเอียดเป็นรูปเป็นร่างอะไรหรอกนะครับ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า ในเชิงสังคมศาสตร์ พี่ไทยอย่างเรา ๆ มีเรื่องน่าสนใจ น่าศึกษาค้นคว้าอย่างน้อย ๆ ก็สามเรื่อง

 

เรื่องแรก เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้ขอผ่าน ไม่ลงรายละเอียด

 

เรื่องที่สอง เรื่องชนชั้นในสังคม กับระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเรื่องนี้ใหญ่โตแล้วก็สลับซับซ้อนมาก ๆ และด้วยความที่ผมเองเป็นส่วนหนึ่งในระบบนั้น ๆ ก็เลยไม่รู้ว่าจะย้อนกลับไปวิพากษ์ได้ตามความเป็นจริงรึเปล่า แต่ก็เชื่อว่าระบบอุปถัมภ์กับกรอบความคิด ผู้ใหญ่-ผู้น้อย ของเราฝังรากลึกชนิดไปถึงกระดูกและจิตวิญญาณเลยทีเดียวเชียว (กรณีตัวอย่าง เช่นที่นายกรัฐมนตรีเปรียบเปรยผู้นำฝ่ายค้านว่า เป็นเด็กมาอบรมผู้ใหญ่ฟังแล้วจี๊ดใจดีครับ)

 

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องเพศในสังคมไทยนี่แหละครับ ผมคิดว่าบ้านเมืองเรามีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เป็นที่รวมของสุดขั้วตรงข้าม เช่น ยังมีผู้ใหญ่พร่ำบ่นเรื่องการรักษาพรหมจรรย์ ในขณะที่สถิติการเสียตัวของเรามีอายุลดลงเรื่อย ๆ เราเป็นเมืองพุทธ แต่การทำแท้งเถื่อนมีแพร่หลาย โครงการยืดอกพกถุง มีทั้งฅนด่าและฅนสนับสนุน ไปจนถึง เรามีผู้ชายที่สวยที่สุดในโลกหลายฅน แต่พอหนังเรื่องรักแห่งสยามเข้า กลับมีฅนด่าเละเทะ (ไม่ได้ด่าตัวหนังซะด้วย) ยังมีกลุ่มฅนที่ต่อต้านเพศที่สาม แต่ภาพลักษณ์ของเพศที่สามกลับปรากฏในละครโทรทัศน์ทุกเรื่องและทุกรายการ ดาราจะแต่งกับใครหรือจะท้องกับใครเป็นข่าวใหญ่ยิ่งกว่าการประกาศทบทวนซีแอลยา ผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อต้องออกจากระบบการศึกษาแต่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยมองว่าเรื่องการลวนลามทางเพศในระบบราชการเป็นเรื่อง กิ๊ก ๆกัน ฯลฯ

 

ผมเคยอ่านข่าวหนึ่งที่สะดุดใจครับ เป็นบทสัมภาษณ์จิตแพทย์หญิงท่านหนึ่ง (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) คุณหมอท่านให้ความเห็นไว้อย่างน่าฟังครับว่า เพศศึกษาในเมืองไทยยังเตาะแตะอยู่มาก เราพยายามจะสอนเด็กเรื่องของอวัยวะเพศ เรื่องของการคุมกำเนิดเสียอย่างน่ากลัว ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เด็กวัยรุ่นแค่อยากจะรู้เองว่า เวลาผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ มา ผู้ชายจะมีวิธีชมยังไงดี หรือ เวลาผู้ชายให้ของขวัญวันเกิด ผู้หญิงควรจะทำตัวอย่างไรดี …

 

ผมเห็นด้วยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ ว่าคำว่าเพศศึกษา ควรจะมีความหมายกว้างมากกว่าการดูแลอวัยวะเพศมากนัก (สมัยเรียนสุขศึกษา เห็นรูปน้องจุ๊ดจู๋ผ่าซีกแล้วก็รู้สึกขนพองสยองเกล้าเล็ก ๆ) นอกจากเรื่องคุมกำเนิดแล้ว เราควรจะสอนครอบคลุมไปถึงมารยาทในสังคม หรือการปฏิบัติตัวกับเพศตรงข้าม รวมไปถึงมิติอื่น ๆ เช่น ค่านิยม เศรษฐกิจ สุขภาพ บ้าง

 

ผมเคยเขียนเอนทรี่เกี่ยวกับเรื่อง เส้นทางสุภาพบุรุษ เมื่อนานมาแล้วครับ (เอนทรีเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2006) ประเด็นคือว่า ผมเอง(ที่โตมาจากโรงเรียนสหศึกษา) ไม่ค่อยรู้ว่า ควรจะมีวิธีปฏิบัติตัวกับเพศตรงข้ามอย่างไร พูดจาทักทายกับผู้ชายด้วยกันอย่างไร ก็ทำแบบเดียวกันกับเพื่อนผู้หญิง ต่างจากเด็กโรงเรียนชายล้วน ที่พอเจอผู้หญิงปุ๊บ ดูจะรู้ดีว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

 

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าสังคมไทยยังมีความลักลั่น และไม่ชัดเจนในเรื่องนี้พอสมควรนะครับ เราไม่มีกรอบมาตรฐานที่เป็นหลักปฏิบัติเอาเสียเลยว่า ผู้ชายกับผู้หญิง จะมีการปฏิบัติตัว หรือมีคำพูดคำจาอย่างไรในสถานการณ์ต่าง ๆ สิ่งที่เราเคยเชื่อกันมา แต่พอไปเจอจริงในสังคม กลับไม่เป็นอย่างที่เคยได้ยินซะงั้นก็มีออกบ่อย

 

เช่น  ผู้ใหญ่มักจะคอยเตือนว่าห้ามไปโดนตัวผู้หญิง (กรอบเรื่องรักนวลสงวนตัวหรืออะไรทำนองนั้น) จะดูไม่สุภาพและดูไม่ดี แต่ยิ่งผมโตมากขึ้นเรื่อย ๆ กลับยิ่งรู้สึกว่า ผู้หญิงเนี่ย แตะต้องได้ สัมผัสได้ แต่ต้องรู้ว่า แตะต้องตรงไหน สัมผัสตรงไหน ในสถานการณ์อย่างไร มากกว่าที่จะห้ามไปโดนตัวเลย

 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาข้ามถนน เมื่อก่อนเวลาข้ามถนนก็ตัวใครตัวมันละครับ แต่ตั้งแต่เรียนจบมา เวลาข้ามถนนกับเพื่อนผู้หญิง ก็จะยึดมือกันไว้แล้วข้ามไปด้วยกัน (ตอนที่เพื่อนผู้หญิงเอื้อมมาจับมือผมตอนเดินข้ามถนนครั้งแรก ผมตกใจจนเกือบสะบัดแน่ะครับ) หรือเวลาไปเดินป่าด้วยกัน ถ้าเจอทางขรุขระ ชัน ๆ เดินลำบาก ผู้ชายก็จะต้องเอื้อมมือไปให้ผู้หญิงจับเพื่อพยุง หรือว่าก็ให้ผู้หญิงจับไหล่เราไว้  หรือสมัยเป็นเด็ก เวลาผมเรียกใครแล้วไม่หันก็จะแตะไหล่เรียก ซึ่งก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะมันไม่น่าจะใช้วิธีเดียวกับการตบไหล่ป้าบ ๆ เหมือนเรียกเพื่อนผู้ชาย พอโตขึ้น ก็จะสังเกตเห็นว่า เค้าใช้วิธีการแตะศอกเอา ไม่ใช่แตะไหล่ อย่างนี้เป็นต้น

 

บางอย่างก็ดูขัดแย้งกับสภาพความเป็นจริงนะครับ อย่างเช่น ผู้ชายจะถูกสั่งสอนมาว่า ให้ช่วยผู้หญิงยกของหนัก ๆ แต่อย่างเวลาเราไปค่ายด้วยกัน เคยมีเพื่อนผมที่ทำตามหน้าที่นี้อย่างเคร่งครัด เวลาช่วยกันขนของ ก็จะปราดเข้าไปช่วยผู้หญิงที่ทำท่าจะถือของหนัก ๆ (ไม่ใช่หม้อนะครับ) พอผู้หญิงมือว่าง จะไปช่วยยกของอันอื่น เพื่อนผมฅนนี้ก็ปราดเข้ามาช่วยอีก จนผู้หญิงต้องบอกว่า (กรู)ถือเองได้(ว้อย) ไปช่วยฅนอื่นเค้ายกของอื่นที่หนักกว่านี้ดีกว่า(เฟ้ย) ซึ่งผมก็ว่าตลกดีนะครับ ถ้าถึงเวลาทำงานที่ต้องช่วยกันขนของ แล้วจะมาแบ่งแยกชายหญิง ให้ผู้หญิงนั่งเฉย ๆ ดูผู้ชายแบกหามไป คงพิลึกน่าดู (ช่วยถือของที่ไม่หนักมาก ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร)

 

แม้กระทั่งสรรพนามในการพูดคุย มันก็เป็นอะไรที่มีความแตกต่างกันมาก ผู้ชายมาพูดกู-มึงกันเนี่ย ไม่มีอยู่แล้ว แต่ผมเคยได้ยินแม่ผมพูดว่า ผู้ชายเรียกผู้หญิงว่า แกเนี่ย ฟังดูแย่มาก ๆ ตอนฟังคุณแม่พูดแบบนั้นก็อือออเห็นด้วยนะครับ แต่เวลาคุยกับเพื่อนที่โรงเรียนจริง ๆ ผู้หญิง (เองด้วยซ้ำ) ยังใช้สรรพนาม เรา-แก จนชินปาก ผมเองก็หลุดเรียกเพื่อนผู้หญิงว่าแกบ่อย ๆ ก็ไม่เห็นเจ้าตัวจะว่าอะไร (แต่ต่างฝ่ายต่างก็เรียกอีกฝ่ายว่าแกนะฮะ ถ้าผู้หญิงเรียกผมว่า คุณ  ผมคงไม่หาญไปเรียกฝ่ายกลับว่า แก หรอกครับ)

 

 

สรุปแล้วก็คือ การปฏิบัติตัวต่อเพศตรงข้าม เป็นเรื่องน่าสนใจนะครับ  เรื่องที่ต้องถกเถียงกัน และยังหาจุดลงตัวไม่ได้ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปนะครับ แต่บางเรื่อง ถ้าเราหากรอบมาตรฐานที่สามารถแนะนำให้วัยรุ่นหญิงชายปฏิบัติตามได้ก็คงทำให้ชีวิตของเรากับเพศตรงข้ามวุ่นวายน้อยลง แล้วถ้ามันมีค่ายที่จะมาบอกว่า เราควรจะปฏิบัติตัวกับเพศตรงข้ามอย่างไร (ไม่ใช่แค่สอนวิธีใส่ถุงยางอนามัย) ผมฅนนึงล่ะ ที่อยากจะลองเข้าร่วมดู

 

พูดถึงก็ขอแนะนำเว็บนี้หน่อยครับ www.teenpath.net เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับเพศศึกษาโดยเฉพาะครับ ผมเข้าไปอ่านดู มีคำแนะนำดี ๆ และมีกรอบความคิดที่ทันสมัย (แปลว่า ทำได้จริงในทางปฏิบัติ) น่าสนใจไม่น้อยเลย หลาย ๆ อย่างก็เป็นความคิดเห็นรุ่นใหม่ ๆ ที่ผมก็เห็นด้วยนะครับ (ลองเข้าไปดูส่วนที่เป็นวีดีโอคลิป) การหาจุดลงตัวระหว่างกรอบความคิดแบบเก่า ๆ กับ ขนบธรรมเนียมแบบใหม่ ๆ ก็เป็นเรื่องยากไม่น้อยเลย

 

กรอบความคิดเรื่องเกี่ยวกับเพศในสังคมเราก็คงจะค่อย ๆ ตกตะกอนไปเรื่อย ๆ นะครับ ในอนาคตก็คงเห็นภาพชัดเจนกว่านี้ว่าประเทศไทยเราจะมุมมองในเรื่องของเพศไปในทิศทางไหน  (แตกต่างกันไปในแต่ละชาตินะครับ อย่างฝรั่งเศสก็จะโรแมนติค แสดงความรักกันอย่างเปิดเผย แต่บางชาติเช่น ญี่ปุ่น เค้าไม่พูดคำว่า รักกันตรง ๆ ด้วยซ้ำ-อันนี้เพื่อนฅนญี่ปุ่นของผมเล่ามาอีกทีนะครับ)

 

อ้อ มีเกมสนุก ๆ ให้เข้าไปลองเล่นด้วยเหมือนกันครับ ผมเข้าไปลองเซิร์ฟ ๆ แล้วเกมสองเกม สนุกดี พบว่าเป็นวิธีการสอนเรื่องเกี่ยวกับเพศศึกษาที่ไม่น่าเบื่อเลย

http://www.teenpath.net/teennature/Main.asp?Menu=4

 

 

 

* ถ้าสงสัยว่าคิวบิคคืออะไร เข้าไปหาคำตอบได้ใน http://www.cubiccreative.org


Be a better friend, newshound, and know-it-all with Yahoo! Mobile. Try it now.
Advertisements
Comments
  1. Pakin_Eid says:

    ให้ความรู้สึกเหมือนกระทรวงซักกระทรวงเลยอ่า
     
    ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของช่วงชีวิตแรกเติบโตมากกว่าอะ
     
    ปล.แหม่ แอบโปรโหมดคิวบิคอีกซะหนิคับ

  2. katachi says:

     อืม น่าสนใจมากนะคะเนี่ย โรงเรียนสหอย่างนี้ ปฏิบัติต่อกันได้แมนจริงๆ – -" ส่วนใหญ่พวกเพื่อนผู้ชายก็จะเรียกแกหรือไม่ก็เรียกชื่อ
    (ซึ่งเป็นอะไรที่คงจะน่ารำคาญพอตัวอยู่ ดันเกิดมาชื่อเล่นยาว) แต่วันนึง ไปรู้จักเพื่อนคนนึง อยู่โรงเรียนชายล้วนนะ เรียกข้าวตูว่า
           "เธอๆ"
     
     
    รู้สึกเป็นผู้หญิงขึ้นเยอะเลย
     

  3. katachi says:

    ปล. ตกใจมากที่ฟังข่าวว่าอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่เสียตัวคือ"13"ปี โอ้วพระเจ้าช่วย
    นี่คืออายุ"เฉลี่ย"นะคะเนี่ย    ….    ฟังแลล้วหดหู่ยังไงไม่รู้

  4. Zerothman says:

    ไม่ต้องแอบ คราวหลังไว้ข้างบนเลยพี่ก้อน url น่ะ

  5. Paul_012 says:

    (เอ่อ… – ความจำไม่ดี ขอข้ามประเด็นแรกไปก่อน)แต่นึกถึงเรื่องที่เพื่อนเคยแต่งตอน ม.4… มีเล่าถึงวันแรกที่เข้าโรงเรียนขำ ๆ ประมาณว่า มาห้องเรียนคนแรก เห็นเพื่อนอีกคนมาเป็นผู้หญิง แย่แล้ว ไม่เคยเจอผู้หญิงมาก่อน ทักไม่ถูก ทำไงดี ฯลฯ

  6. Chayanin says:

    ผมว่ามันแล้วแต่คน แล้วแต่สังคม เรื่องพวกนี้ปกติเรียกเพื่อนที่โรงเรียนก็ แก ทุกทียกเว้นต้องการสุภาพมากขึ้น จะพยายามเรียกด้วยชื่อเล่น เรียกว่า "เธอ" นี่ ไม่ถนัดเลยครับ (ที่โรงเรียน มีใครเรียกเพื่อนด้วยคำว่า "เธอ" บ้าง?) มันฟังดู… ไม่รู้สิ เสร่อเล็กๆผมว่ารายละเอียดพวกนั้น มัน specific มากไป แต่ว่าถ้าเป็นในแง่จิตวิทยาเพศตรงข้าม ผมว่า น่าสนใจจริงๆนะ ตัวเองยิ่งแย่ๆอยู่น่าสนเลยพี่ก้อน 555

  7. Jinnipar says:

    เม้นไม่ทันเลยแฮะ ขี้โกง อัพตอนเราไม่อยู่
     
    ไว้จะกลับมาเม้น ตอนนี้เหนื่อยมาก

  8. Mig says:

    พี่ก้อน
    พอดีเมื่อสองสามวันที่แล้ว
    คิมเล่าให้ฟังถึงเรื่องท่าแสตนหมุน
    อยากดู อยากดู มาก มาก…
     
    เอ๊ะแล้วค่ายที่ว่านี่เปนยังไง? ชักเข้าท่าๆ
    5555

  9. Jinnipar says:

    มาเม้นล่ะ
     
    เห็นด้วยที่ควรสอนวิธีวางตัวกับผู้หญิง
    เพราะจินนี่เจอ "หื่นๆ" ประจำ -*-
     
    ปล. คอมเม้นนี้ไม่ได้อ้างอิงบุคคลใดๆทั้งสิ้น

  10. May-ya says:

    +++ ยังยืนยันคำเดิมค่
     
    +++ เมทำประสานงานละกันนะ (ถ้าณัชโอเค) มีอะไรบอกเลยนะพี่ก้อน ^^

  11. Jang says:

    พี่ก็ยังสอนตัวเล็ก สุภาพๆ อยู่ดีนะก้อนไม่รู้สิ  เวลาดูเด็กที่สุภาพ อ่อนน้อม มันน่าเอ็นดูกว่าเด็กที่หยาบคายแต่นิยามว่าหยาบคายของพี่มันก็ไม่เหมือนชาวบ้านบางคนจะทนเด็กพูด มึงกู ไม่ได้  แต่พี่แล้วแต่สถานการณ์เอาง่ายๆอย่างเจิ้ณ  มายด์ แอบเห็นกูๆ มึงๆ และพาเหรดสวนสัตว์ กับเพื่อนแต่พอเจอน้าแจง  หลานๆก็จะ ค่ะ ครับ และยังอยู่ในความเป็นตัวของตัวเองเอาว่า รุ้จักกาละเทศะ เป็นพอเพื่อนพี่โจ้  จบโทแล้วนะ  เจอกันที่แบงค์ พูดคำนึง สัด(สัตว์)คำ ตัวเงินตัวทอง คำ ลองทำประโยคให้ดูนะ" เฮ้ย ไอ้สัดโจ้ จำกูได้ไม๊ เอี้ยเอ้ย (พี่ตกใจ) สัด ทำไรอยู่วะ กูทำที่…เอี้ยเอ้ย..แมร่งไม่เจอมึงกี่ปีวะสัด…เนี๊ยะ….พูดอยู่อย่างงี้จนพี่ต้องสะกิดว่า  คุณคะ เก็บเหี้ยที่ตกพื้นก่อนดีไมีคะ  คนเดินไม่ได้แล้วหลังจากนั้น  เพื่อนที่รู้จักโทรมาบอกว่า  เขาได้รับโทรศัพทืจากอีตานี่บอกว่า"เมียไอ้โจ้ แมร่งผู้ดีสัตว์…."555555555เห็นด้วยนะ  ทำค่ายแบบนี้พี่ว่าดีออกเลิกแอบๆ กัี๊๊๊๊กๆ กันเสียที  จนป่านนี้แล้ว ผู้ใหญ่บางคนยังไม่รู้อีกว่า เด็กประถมยังรู้เลยว่าซื้อถุงยางอนามัยได้ที่ไหนสอนเด็กๆเรื่องที่น่ารู้บางเรื่องการวางตัวต่อกนในสังคม บางเรื่องที่ต้องระมัดระวังการแก้ปัญหา (จริงๆจัดพ่อแม่มาฟังด้วยก็ดีนะ)เมื่อก่อนกังวลเรื่องเพศศึกษา ว่าจะสอนหมาน้อยยังไงดี  จำได้เคยบ่นกะก้อน กะคุณป้าเอาเข้าจริงๆง่ายกว่าที่คิดแฮะ ยังคิดเลยว่า เวลาที่ปรึกษาหารือกับแม่พ่อเด้กที่โรงเรียน ทำไมเราไม่ทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย จะได้ไม่ต้องมาปรึกษากันเป็นครั้งๆตอนเกิดเรื่องถ้าจะทำจริงๆ อยากให้ช่วยอะไรโทรตามนะคะ ยินดีช่วยค่ะ

  12. gibt says:

    น่าสนใจมากๆ
     
    ตอนนี้ก็กำลังกลุ้มใจกับคุณน้องชาย ไม่รู้จะสอนน้องยังไงดี แล้วก็ไม่เห็นพฤติกรรมน้องด้วย -_-"
     
    ถ้ามีค่ายสำหรับเด็กม.ปลายด้วย วานบอก เค้าจะส่งน้องชายไปเข้าด้วย
     
    เรื่องคำพูด ยังไงก็ยังชอบคนพูดสุภาพอยู่นะ เคยเจอเหมือนกันคนที่พูดแล้วตัวเงินตัวทองหลุดมาแทบทุกประโยค จนเราต้องสะกิดว่าพักนี้เพื่อนติดคำนี้จังนะ ลดลงหน่อยมั้ย (ถึงจะพูดกับเพื่อนก็เถอะ กลัวว่ามันจะไปหลุดต่อหน้าผู้ใหญ่อ่ะ)
     
    ป ติชโระ. เพิ่งไปอ่านเอนทรีวันวาเลนไทน์ เห็นสเปคคุณแล้วอิฉันจะเป็นลม มันดูแปลกๆนะ คนที่เคยอยู่ในสเปคมาอ่านแล้วใจหายแว้บบบบ ^^"

  13. ก้อน Masatha says:

    Pakin_Eid— พี่คิดว่ามันเป็นปัญหาที่เปลี่ยนไปตลอดชีวิตมากกว่าจ้ะ วัยรุ่นก็ต้องปฏิบัตกับเพศตรงข้ามแบบนึง พอเป็นผู้ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบนึง ต้องเรียนรู้ไปทั้งชีวิตนั่นแล
     
    -khao_tu- — จินตนาการเวลาเรียกข้าวตูว่า เธอ ๆ … แล้วรู้สึกกระดากปากพิลึก มันคงตลกดีถ้าผู้ชายเรียกผู้หญิงว่า -เธอ- แล้วอีกฝ่ายตอบกลับมาว่า ‘แก’
     
    Zerothman — แค่นี้ก็โปรโมตจนจะเป็นโฆษณาแฝงอยู่แล้วพี่ณัช ไม่ขึ้นแบนเนอร์หน้าแรกของบล็อกเลยล่ะ ‘- –
     
    Paul_012 —  นั่นดิฮะ สำหรับฅนที่ไม่เคยเจอเพศตรงข้าม มันคงเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวแน่ ๆ เลย
     
    -ςω™- — ๕๕๕ จริงด้วยครับ ทำตัวแบบนึง อยู่กับเพื่อนอาจจะดูว่าเว่อร์ แต่ไปอยู่ในอีกสังคมนึงอาจจะกลายเป็นเรื่องปกติก็เป็นได้ ตอนนี้ก็พยายามอาศัยวิธีเข้าเมืองตาหลิ่วอยู่ น่าจะพอถูไถ
     
    Ginnie~* — เอาเหอะจินนี่ ทำตัวให้ชินไว้ ชีวิตนี้อาจจะต้องเจอฅน หื่น ๆ อีกเยอะ "- –
     
    M!c — แหม่.. ท่าเต้นนี้ถ้ารู้มาก่อนจะจืดแล้วจ้ะ ต้องเต้นแบบ ไม่รู้มาก่อนเลย… จะฮามาก ๆ
     

    *+ SailorMay +* — ไอ่คำเดิมของเมย์เนี่ย…. มันคืออะไรจ๊ะ? (พี่จำบ่ได้)
     

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤— 55555 เรื่องหยาบคายเนื่ย เป็นเรื่องเฉพาะตัวครับ… ถ้าไปฟังนายกรัฐมนตรีพูด ทั่นจะบอกว่า ตัวเองไม่ได้เป็นฅนหยาบคายนะ… แต่เป็นฅน ‘ปากตรงกับใจ’ (ฮาขื่น ๆ) ลองไปฟังในสภาพูดสิครับ คุณเฉลิมเรียกพวกพันธมิตรว่า ไอ้ ทุกคำ แต่พอมีฅนเรียกคุณเฉลิมว่า ไอ้ บ้าง กลับโดนประท้วงให้ถอนคำพูด (หึหึหึ-ฮาขม ๆ)
     Suchada —  ไม่ต้องห่วงน้องชายหรอกจ้า เดี๋ยวพอโตขึ้นไปก็จะรู้เองแหละว่าอะไรควรไม่ควร ของอย่างนี้มันก็เป็นเองในระดับหนึ่ง… ตอนนี้ไม่ได้เป็นฅน ‘เคย’ อยู่หรอกนะจ๊ะ สเปคเราไม่ได้เปลี่ยนเร็วขนาดนั้น ยังเหมือนเดิมเหอะ
     
     
     
     

  14. May-ya says:

    +++ เพิ่งย้อนกลับมาเจอ เมก็จำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ ลืมมันซะเถิด 55555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s