ตอนนี้ข่าวคราวเรื่องปาฐกถาของคุณจักรภพ เพ็ญแขคงสร่างซาลงไปไม่น้อยแล้วนะครับ ผมเองก็รอให้เรื่องมันลดทอนความร้อนแรงลงบ้างถึงค่อยมีขวัญที่จะกล้าเขียนถึง

 

ว่ากันตามจริงเคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อน ๆ เหมือนกัน เพื่อนที่เรียนรัฐศาสตร์มาก็บอกว่า สิ่งที่คุณจักรภพพูด ในมุมมองของรัฐศาสตร์ก็ถือว่าถูกต้องนะฮะ (แต่ถูกต้องในแง่ไหนผมเองก็ไม่ได้ถามต่อ) แล้วเอาเข้าจริงที่ธรรมศาสตร์เองก็พูดถึงเรื่องสถาบันกัน ตรงไปตรงมากว่าที่คุณจักรภพพูดเสียอีก เพียงแต่ว่าเป็นการพูดกันในเชิงวิชาการ พูดกันแต่ภายในไม่ได้ออกอากาศ และผู้ที่พูดเองก็ไม่ได้มีตำแหน่งสลักสำคัญที่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเช่นการเป็นรัฐมนตรี

 

สำหรับผมแล้ว แนวคิด anti-เจ้า เองก็ไม่ถึงกับไร้ที่มาที่ไปหรือไร้เหตุผลรองรับ เพียงแต่ผมคิดว่าในสังคมไทย เรามีสถาบันกษัตริย์ที่ฝังรากมาอย่างยาวนาน (ไม่ว่าใครจะหาว่าเป็นวาทกรรมที่ผลิตซ้ำซากก็ตามที) ไอ้การที่จะตื่นขึ้นมาแล้วอยู่ดี ๆ ระบบกษัตริย์หายวับไปจากประเทศไทย มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

 

แล้วปัจจุบันเอง เราก็เห็นการพยายามปรับตัวของสถาบันพระมหากษัติริย์ เพื่อเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน อนาคตเองก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ (เช่นเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใด ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่เกิดขึ้นในรัชสมัยนี้แน่ ๆ อยู่แล้วครับ

 

อีกเรื่องที่มีการพูดถึงประชาธิปไตยภายใต้การชี้นำ ส่วนตัวผมเองยังคลางแคลงใจอยู่ว่า การชี้นำที่มีอยู่มันมีพลังอำนาจมากน้อยแค่ไหน? ถ้ามันมีอำนาจชี้นำได้มากขนาดนั้นจริง ๆ ผมคิดว่าตอนลงประชามติ ประชาชนที่มาลงไม่รับร่างคงไม่มากถึงขนาดนั้น ในขณะเดียวกัน การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชนคงไม่ได้ขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล

 

ว่ากันตามจริง ผมยังคิดเล่น ๆ เลยว่า คุณทักษิณ ยังมีอำนาจในการชี้นำประเทศ (หรืออย่างน้อย ๆ ก็มีอำนาจชี้นำในรัฐบาลนี้) มากกว่า การชี้นำของใครบางฅนที่ชอบกล่าวอ้างถึงด้วยซ้ำไป

 

อีกประเด็นก็คือ ถ้าไม่มีระบบกษัตริย์แล้วเราจะได้อะไร?

 

ถ้าไม่มีระบบกษัตริย์แล้ว ระบบอุปถัมภ์ในสังคมจะหายไปหรือไม่? คำตอบก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า ไม่

ถ้าไม่มีระบบกษัตริย์แล้ว ประชาชนจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงที่ไม่มีการชี้นำไหม? ผมคิดว่าคำตอบก็ยังคงเป็น ไม่ใช่เหมือนเดิม

 

ในปัจจุบัน ผมคิดว่ามันยังมีจุดสมดุลอยู่ได้ระหว่างอำนวจเงินทุน&ชาวรากแก้ว กับอำนาจฅนเมืองอยู่นะครับ ถ้าเรายอมรับกันได้ว่า เสียงข้างมากมีอำนาจในการเลือกรัฐบาล เลือกฅนที่จะมาบริหารประเทศ (คือมีอำนาจในแง่ของจำนวน) อยู่ในมือ เสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับ ในขณะเดียวกัน ในเรื่องของกฎ กติกา อำนาจตรวจสอบ ความโปร่งใน การทุจริตคอรัปชั่น ก็ต้องยอมให้กับคณะตรวจสอบที่มีที่มาตามกฎหมาย (ส่วนที่มาจะขัดหรือไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ไปโต้เถียงกันอีกที)

 

ถ้าเรายอมรับรัฐบาล ที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชนได้ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ไม่ไปพยายามไปแทรกแซงหรือหลีกเลี่ยงอำนาจตรวจสอบ ผมว่าเราอยู่ด้วยกันได้นะครับ (คุ้น ๆ เหมือนเคยแตะประเด็นนี้ไปแล้ว)

 

วิกฤติที่เกิดขึ้น มันก็เกิดจากการที่ทั้งสองฝ่ายต่าง ล้ำเส้นด้วยกันทั้งคู่ สมัยคุณทักษิณเองก็แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม สมัยคุณสมัครก็พยายามจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของฅนไม่กี่ฅน ในขณะที่ฝั่งปฏิวัติรัฐประหาร ก็เป็นการปฏิเสธเสียงข้างมากอย่างชัดแจ้ง

 

ถ้าถามว่ารัฐประหารเมื่อ 19 กันยาที่ผ่านมา ทหารเรียนรู้อะไรบ้าง ผมว่าทหารเรียนรู้อยู่สองเรื่องครับ

หนึ่ง ถ้าจะปฏิวัติ ต้องใช้อำนาจเด็ดขาดกว่านี้

สอง ถ้าจะปฏิวัติ ต้องรอให้นองเลือด หรือเกิดความรุนแรงก่อน

ผมว่าเป็นมุขตลกที่ขำไม่ค่อยออกเลยทีเดียวครับ (ส่วนใครที่เชื่อว่าจะไม่มีปฏิวัติอีก… 19 กันยาก็เป็นหลักฐานที่ดีอย่างหนึ่งแล้วนะครับว่า ในสังคมไทย การใช้กำลังในการแก้ปัญหายังเป็นทางเลือกหนึ่งเสมอ…)

 

มาพูดถึงพี่จักรภพมั่งดีกว่า

 

ถ้าใครยังไม่ทราบ คุณจักรภพ เพ็ญแขเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตเกษตรนะครับ แต่อยู่รุ่นไหนไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เลขตัวเดียวก็ประมาณสิบต้น ๆ “- –

 

ผมเคยเจอพี่จักรภพตัวเป็น ๆ อยู่สองหนครับ ครั้งแรกคือตอนงาน Home Coming (ของสาธิตเกษตร) เมื่อ5-6 ปีก่อน ผมมีการแสดงในงานวันนั้นครับ พี่จักรภพเองก็มาแสดงด้วยเช่นเดียวกัน (ร้องเพลง ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงฅนทางนี้ของป๋าเบิร์ด) ก็เลยได้เห็นหน้าเห็นตากันที่ห้องแต่งตัว

 

ไม่ได้คุยกับพี่เค้าหรอกนะครับ แต่ภาพที่เห็นเป็นปกติคือ เวลาพี่จักรภพอยู่ที่ไหน ก็จะมีแต่ฅนมาล้อมหน้าล้อมหลัง ฟังพี่จักรภพพูดทั้งนั้น แล้วพี่เค้าก็เป็นฅนกันเอง ไม่ถือตัวแต่อย่างใด คุยกับฅนโน้นฅนนี้เฮฮามาก ๆ สมัยนั้นนี่ พี่จักรภพป๊อปปิวล่าร์มาก ๆ ครับ วันนั้นถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นด้วยครับ

 

อีกหนที่เจอกันก็เป็นที่คณะวิทย์ครับ เมื่อสัก 4-5 ปีก่อน วันนั้นมีการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของมหิดล พี่จักรภพรับเชิญมาเป็นพิธีกรในงานวันนั้นครับ

 

ผมไม่เคยดูรายการที่พี่จักรภพเป็นฅนจัดนะฮะ แต่ก็รู้สึกว่าพี่จักรภพเป็นฅนที่พูดเก่ง และพูดน่าฟัง วันนั้นทุกฅนก็ประทับใจมากครับ พี่เค้าดูเด่นกว่านักวิทยาศาสตร์ดีเด่นที่เชิญมาเสวนาในวันนั้นเสียอีก (พี่จักรภพเป็นพิธีกรที่พูดมากกว่าฅนร่วมรายการอีกฮะ)

 

วันที่พี่จักรภพได้โปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีสำนักนายก ผมเองก็ตื่นเต้นนะครับ ไม่แน่ใจว่าเคยมีศิษย์เก่าโรงเรียนเราเป็นรัฐมนตรีกันบ้างรึเปล่า แต่มั่นใจว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีขึ้นบ่อย ๆ แน่ ๆ เวลากลับไปโรงเรียนก็อยากจะถามอาจารย์เหมือนกันว่า ที่โรงเรียนปลาบปลื้ม หรือมีการเลี้ยงฉลองกันไหมครับที่ศิษย์เก่าได้เป็นรัฐมนตรีกับเค้าแล้ว? แต่ก็ไม่กล้าถามฮะ (ฮา)

 

ส่วนที่บ้านเอง ญาติ ๆ ไม่ค่อยโปรพรรคพลังประชาชนเท่าไหร่ครับ ช่วงที่พี่เค้ามีข่าวร้อนแรง ที่บ้านก็เม้าธ์กันบ่อย ๆ (ผมเองขนาดเป็นรุ่นน้องโรงเรียนยังร่วมวงไพบูลย์เลยครับ "- -)

 

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ขอให้พี่จักรภพมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีความสุขมาก ๆ นะครับ รุ่นน้องฅนนี้จะเอาใจช่วยครับ (แต่ถ้ามีสัมภาษณ์ หรือปาฐกถาอะไรของพี่ ผมขออนุญาตไม่ฟังนะครับ ฟังแล้วมันหงุดหงิดน่ะฮะ -ฮา)

Comments
  1. Zerothman says:

    ไม่ค่อยได้เคยเห็นเค้าเหมือนกันครับ เฉยๆเฉยๆ กับเรื่องการเมืองนู้นด้วยครับแค่การเมืองนี้ผมก็จะตายห่าแล้วครับ

  2. Chayanin says:

    โอ้ พี่ก้อนแตะเรื่องเครียดอีกแล้วแหม อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าพี่ก้อนไปถามทั่นๆ อาจารย์สังคม (เอาแบบรุ่นเก่าๆ ‘จารย์ทิพย์ ‘จารย์สมจิตต์) เค้าจะว่ากันยังไงจำได้ว่า ตอนอยู่ม. 5 (ปี 48) คนยังพอแสดงอาการปลื้มๆ คุณจักรภพกันอยู่ พอมาประมาณปี 50 นี่ ออกจะคำว่า หน้ามือเป็นหลัง…ทีเดียวได้ที่เค้าถอดคำพูดภาษาอังกฤษมา แต่ยังอ่านไม่จบ เท่าที่ดู ผมก็ว่ามันไม่มีอะไรนะครับ ดูๆ แล้ว ก็ไม่ได้แรงไปกว่าบทความของอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆ คน ก็เลยมองว่า ที่ถูกหยิบขึ้นมาก็เป็นประเด็นเรื่องทำลายกันทางการเมืองล้วนๆ (แต่ผมก็ไม่แปลกใจนะครับ ถ้าพี่เค้าจะมีมุมมองที่ไม่ตรงกับสถาบันนี้เท่าไหร่ ผมก็ไม่มองว่าเป็น "ทัศนคติอันตราย" อยู่ดี)

  3. - ChAn says:

    พี่ก้อนเครียดการเมืองเดี่ยวเคราดกนะ ..จะว่าไปมุมมองของชาวต่างชาติต่อเรื่องกษัตริย์ เค้ามองว่าเป็นเรื่อง การแบ่งชนชั้นปกครองมีฝรั่งมาถามคนไทยเหมือนกันว่า ทำไมต้องมีกษัตริย์ แล้วเค้าก็โจมตีอย่างไม่รู้อะไร มากมาย(ไม่กล้าพูด เด๋วกลายเป็นศิษย์เก่าดีดับ)..แต่พอลองรับฟังแล้ว เค้าก็ดูมีเหตุผลเหมือนกัน เลยรู้ว่าการที่เรายึดติดมุมมองหนึ่งๆมากไป ทำให้สิ่งที่พูดกลางๆ ฟังดูเป็น negative ไปหมดเนี่ย ก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก เช่นเดียวกับกรณีของคุณจักรพบด้วย..ไม่ยุ่งการเมืองดีที่สุดไม่เคราดกด้วย**เจอกัน

  4. Rinrada says:

    จุด จุด จุด =[]=
    การเมืองไทย~

  5. ก้อน Masatha says:

    Nymphadora Tonks *; PoPo >>> ๕๕๕ การเมืองไทยก็ยุ่งงี้แหละจ้า เดี๋ยวก็ชินเอง ๆ
    ChAn* >>> เคราไม่ดกแล้ว(ว้อย) แล้วนี่ยังอยู่เมืองไทยป่ะเนี่ย? (เดี๋ยวไม่ได้เจอหน้า) ไอเดียของฝรั่งก็มาจากวัฒนธรรมแบบฝรั่งๆนะ อะไรที่เรารับไม่ได้ แต่เค้ารับได้ก็มีออกถมไป เอามาเปรียบเทียบกันอาจจะยากสักนิด (ว่ากันตามจริง เรื่องแบบนี้ อะไรที่เป็น ‘ตรงกลาง’ พี่ว่ามันตัดสินย๊ากยาก)
    /paːn/ >>> ๕๕๕ เรื่องความรู้สึกมันเปลี่ยนกันได้ครับ อย่างสมัยก่อนพี่ก็เป็นศิษย์รักอาจารย์เหมือนกัน… แต่ตอนนี้ชักไม่ค่อยแน่ใจ (ฮา) ความคิดของคุณจักรภพคงไม่มีใครสนใจหรอกครับ ถ้าเป็นตาสีตาสา ไม่ใช่รัฐมนตรีสำนักนายกที่มีอำนาจคุมช่อง๑๑ แบบนี้ (มีอำนาจสังการให้ฉายสารคดีปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ ๆ ได้….จะว่ามีเจตนาอันบริสุทธิ์มันก็…..)
    Zerothman >>> เห็นด้วยอย่างแรงครับ
     

  6. khajirat says:

    พูดเรื่องการเมืองแล้วของขึ้น.. ขอระบายหน่อย
     
    รัฐบาลนี้เกลียดหลายคน ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นนอมินีของใครรึปล่าวนะ
    เกลียดสมัครเพราะไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ ปากห– ใจร้อน แถมควบคุมอารมณ์ไม่ได้ บ้าอำนาจชอบด่าชาวบ้านเค้าไปทั่ว
    เกลียดเฉลิมด้วยเหตุผลคล้ายๆกัน
    นอกนั้นก็เฉยๆ
     

  7. khajirat says:

    เกลียดม๊อบด้วย.. ไม่รู้จะประท้วงไปทำไม ประเทศยิ่งแย่อยู่แล้ว
    ตอนนี้กับตอนทักษินมันไม่หมือนกัน
    ตอนนี้น้ำมันแพง เศรษฐกิจฝืด รถติด แม่ค้าขายของก็ไม่ได้ แถมต่างชาติก็ไม่กล้ามาลงทุน
    ชาติอื่นเค้าโดนวิกฤติน้ำมันแพงอย่างเดียวก็แย่แล้ว แต่ประเทศไทยแย่กว่านั้น
    ตอนแรกจะต่อต้านการทำรัฐธรรมนูญ แต่พอฝั่งรัฐธรรมนูญยอมอ่อนให้นิดนึงให้มีประชามติก่อน
    ก็เปลี่ยนมาทำเป็นจะกดดันให้นายกลาออก แล้วก็ปักหลักชุมนุมสร้างความเดือนร้อนให้ชาวบ้านแถวนั้นกันต่อไป
    แต่พวกนั้นอยู่กินกันแทบจะปักหลักแล้ว ทั้งของกิน คอนเสริต หน่วยพยาบาล รักษาความปลอดภัย แล้วแถมมีเอาทีวีจอยักษืมาดูบอลกันอีก
    แล้วบอกว่าจะกดดันให้สมัครลาออก
    แล้วคนอย่างสมัครเนี่ยนะจะยอมลาออก.. ขอย้ำว่าอย่างสมัคร!
     
    ประท้วงไปมันจะเป็นประโยชน์อะไร
    พลอยทำให้ส่วนรวมดูแย่มากกว่า
    ถ้าอย่างทักษินน่ะพอว่าเพราะรายนั้นทำอะไรก็ขอเอาใจวิธีประชาไว้ก่อน สร้าง.. ให้ตัวเองดูดี
     
    เกลียดจำลอง.. ชอบทำตัวยุให้รำตำให้รั่วชอบเห็นคนตีกัน(ตลอดเลย หลายครั้งแล้วตั้งแต่พฤษภาทมิฬ)
    เวลาสัมภาษณ์ก็ชอบพูดถึงการบัญชาการรบ
    บ้าหรอคนไทย.. จะมารบกันทำไมอย่าพูดยั่วยุ
    จริงๆเรื่องความรุนแรงก็ไม่มีใครอยากให้เกิดทั้งนั้น
     

  8. khajirat says:

    สุดท้ายก็ไม่ได้เกลียดคนอื่นๆที่ทำงานในรัฐบาลนี้ ถ้าเค้าทำงานดี.. จะป็นนอมินีก็ช่างเหอะ
     
    คุณจักรภพก็ถือเป็นเหยื่อ.. เพราะมีพวกหวังจะโค่นรัฐบาลนี้อยู่แล้ว
    แต่ที่เค้าออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ก็น่านับถือนะ
    อย่างที่เค้าพูดล่ะว่า ไม่อยากให้ตัวเค้ามาเป็นชนวนให้ล้มรัฐบาล
    (แต่ถ้ารัฐบาลล้มได้ด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนแค่นี้ก็คงจะต้องมีอะไรที่แกร่งจริงๆหนุนล่ะ ขนาดรัฐบาลทักษินโกงชาติบ้านเมืองขนาดนั้นยังไม่ล้มง่ายๆเลย ถ้าไม่มีรัฐประหารอ่ะนะ)
     
    ขอจบการจบการพูดเรื่องเครียดๆแต่เพียงเท่านี้..
     
    ปล. *ถ้าเห็นต่างกันอ่านคอมเมนท์นี้อาจจะของขึ้นได้ 555
     ** กดเมนท์ไปครั้งเดียวมันพลาดขึ้นมาเยอะขนาดนี้ได้ไงไม่รู้??
    *** เนท์ยาวไปหน่อยก็เลยต้องแบ่งเป็นท่อนๆน่ะจ๊ะ
     

  9. Jang says:

    เออ..เหมือนพี่เลยอ่ะห้าเทพที่ไปเย้วๆบนเวที พี่ขอไม่ฟังเหมือนกันนะ  ฟังแล้วมันหงุดหงิดน่ะหล่อใหญ่อีกคน อาจารย์มหาลัยซ้ำๆซากๆ อยากฟัง ความคิดจากปัญญาชนที่แสนฉลาดทั้งหลายมั่ง *"ชี้นำ"…..หึๆ*กลิ่นไอ การแก้ปัญหาที่ก้อนบอก มันจะใกล้เคียงกับความโรแมนติคที่พี่เคยนำเสนอไหม…แล้ว*ไอ้ความเป็นไปไม่ได้ที่ว่า  เพราะมันไม่มีความเสมอภาคอยู่จริง  หรือพวกปัญญาชน "ป๊อด" ต่อการเสียอำนาจ*ขออวยพรให้ตัวเอง ได้อยู่ทันเห็น"ตาอยู่" ระบบกษัตริย์ ไม่ได้มีปัญหาในประเทศนี้ ตามความคิดของพี่นะก้อน
    กลับเป็นเรื่องดีสำหรับคนไทย ที่จำต้องอยู่กับ คนบางจำพวกไม่ได้จริงใจต่อการ อยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ
    คนบางจำพวกที่ ร.7 ท่านทรงทิ้งพระราชดำรัสเตือนไว้เมื่อคราวที่ ประชาชน บางพวก ได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญ
    คนบางจำพวกที่แอบแฝงเป็นเหลือบแทรกอยู่ในกลุ่ม หากินกับประเทศชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    คำว่าข้าแผ่นดินของพระองค์…มันดูจะทำให้เกิดความเท่าเทียมในอุดมคติมาเยียวยาจิตใจบ้าง
    ในขณะที่มองหาความเท่าเทียม จริงๆอยู่

    ความเท่าเทียมมันเป็นเรื่อง"อุดมคติ" หรือเป็นเรื่องที่ เราทำได้  เพียงแต่มี"เหตุผล" ที่จะไม่ทำ

    ปล.เพิ่งอ่านเรื่องประเทศภูฏาน
    หลังการสละบัลลังค์และมอบประชาธิปไตยให้ปชช  สถิติโจรลักขโมยเพิ่มขึ้น
    (หลักหน่วยอยู่ แต่แค่ปีเดียวหลังเปิดประเทศ 
    จากเดิมที่เปิดบ้านไว้แบบไม่กลัว)
    พยายามจะทำความเข้าใจว่า ประชาธิปไตยมันสำคัญสำหรับประเทศนี้จริงๆหรือ 
    หรือคิงจิกมี ซิงเย วังซุก มองเห็นสิ่งใดสำหรับประชาชน
    โดยที่คนแบบพี่มองไม่เห็นบ้าง

  10. Rath says:

    ตามมาจาก blog คุณพี่ แจง
    ไว้จะติดตามอ่านต่อนะครับ

  11. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> อ่า จะบอกว่าผมโรแมนติคก็ดีใจมากฮะ (^^) แต่ผมว่าแนวคิดผมกับพี่แจงต่างกันเล็กน้อยนะฮะ (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด)
    พี่แจงบอกว่า ถ้าเลือกนักการเมืองห่วย ๆ เข้ามาบริหารประเทศ ก็ปล่อยให้มันห่วยไป จนกว่าฅนเลือกจะ ‘ฉลาดขึ้น’ แล้วหันมาเลือกนักการเมืองดี ๆ แทน
     
    ส่วนตัวผมแล้วไม่ได้หวังไกลขนาดนั้นครับ เพราะคิดว่ารสนิยมในการเลือกคงไม่เปลี่ยนง่าย ๆ ผมคิดว่า ถ้าจะเลือกนักการเมือง ‘ห่วย ๆ’ เข้ามา ก็ต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งจนนักการเมืองห่วย ๆ ทำอะไรไม่ได้ … หรือถ้าทำ ก็ต้องหลุดออกจากระบบไป แล้วถ้าระบบมันเข้มแข็งพอ นักการเมืองห่วย ๆ ก็จะเลิกทำตัวห่วยเอง
     
    ฅนนึงเชื่อในศักยภาพของฅน ส่วนอีกฅนเชื่อในศักยภาพของระบบ…ประมาณนั้นน่ะครับ (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด)
     
    — คำว่าชี้นำ หรือแนวคิดว่า ถ้าไม่มีระบบกษัตริย์ บ้านเมืองจะดีกว่านี้ (ยิ้ม) ผมไม่ได้คิดเองนะฮะ เพราะไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากพอ (เอามาจากฅนอื่นทั้งนั้นแหละฮะ) พี่แจงน่าจะลองถกเรื่องนี้กับป่านดูนะครับ อาจจะได้มุมมองที่ออริจินัลมากกว่านี้ (แค่เถียงว่า ยืน-ไม่ยืน เวลาเพลงสรรเสริญดังในโรงหนังเนี่ย ผิดมากน้อยแค่ไหน ผมว่าก็หนุกแล้วครับ)
     
    RathWJJ >>> อ่า…. คราวหน้าเป็นเรื่องความรักแล้วครับ "- – เรื่องการเมืองเนี่ย….นาน ๆ อัพทีน่ะฮะ (อัพบ่อยๆ  ไม่ไหว สุขภาพจิตเสื่อมหมด-ฮา)
     
     
     

  12. Rinrada says:

    น้องปุน!

  13. Xzodust says:

    จริงๆ ผมว่าเราก็ได้บทเรียนจากการปฎิวัติครั้งก่อนๆ มามากแล้วนะครับคือบางทีปฎิวัติแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น กลับเป็นการ discredit ประเทศเราเปล่าๆผมว่าครั้งนี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรที่ดีขึ้นเด่นชัดเท่าไหร่และไม่ชอบม็อบเหมือนกันครับประเทศวิกฤติแล้ว ยังทำให้มันแย่เข้าไปใหญ่ไม่ได้มาอ่านบล็อกพี่ก้อนนานเลยครับอ้ะ ตอนนี้อั้มเปลี่ยนไปใช้ exteen แล้วนะครับ

  14. ก้อน Masatha says:

    Nymphadora Tonks *; PoPo >>> เหอะ ๆ ๆ ไปคอมเมนท์ให้แล้วนะจ๊ะ
    Xzodust >>> โอ้ว คราวหน้าทำลิงค์ไว้ให้หน่อยสิจ๊ะ (หรือว่าบล็อกที่เอ็กซทีนใช้ชื่อเดิม?)
     
     
     

  15. Jang says:

    ตามมาตอบที่ไปทิ้งคอมเมนท์ไว้ถ้า แค่นั่งมองดู  พี่ว่าก้อนอย่าไปคิดที่จะมีนักการเมืองน้ำดีเลย แค่นั่งมอง ระบบตรวจสอบที่ก้อนว่าน่ะมันก็คงแค่ฝันหรือระบบที่ว่า ก้อนมองเห็นในพรรคไหน ด้วยหรือเปล่า ถ้าพอมีเวลาจากการอัพเรื่องความรัก หรือเวลาที่นั่งมองเขารบกัน แวะไปบอกพี่บ้างนะตีกรรเชียง…น่าคิดนะ  แต่ถ้าไม่ตีกรรเชียง ก้อนจะไม่ลองเอาเวลาว่างๆจากการนั่งมองดูเขารบกัน คิดว่ารัฐบาลกำลังเล่นเกมส์อะไรกับพรรคฝ่ายค้านที่เอาแต่เท้าราน้ำพรรค์ นั้นดูุสักหน่อยเหรอ( พี่ว่า มวยคู่นี้สูสีค่ะ )พี่เข้าใจแบบของพี่นะ เพราะไม่ปลื้มประชาธิปัตย์ แต่ก็็้ไม่ได้ตาบอดหูหนวกจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีชะนักอะไรติดหลังแบบว่าเคยเลือกปชป แล้วมันห่วย ก็มองหาพรรคอื่นที่แตกต่าง ถ้ามันห่วย มันก็ต้องมีสักวันที่จะมีอะไรใหม่ๆมาให้พี่เลือก  ถ้าไม่ก็ยังมีช่อง โนโหวต ให้กา(อย่าถามนะคะ ว่าโนโหวตมันจะช่วยให้สังคมได้ส.สน้ำดีขึ้นมายังไง  มันแค่พี่ทำตามกติกาของสังคม..ความรับผิดชอบพื้นๆที่พึงมี)แล้วถ้าเป็นอย่างที่ก้อนว่า  มันอาจไม่มี"ระบบ"ตรวจสอบที่ดีพอถามว่า พี่ควรจะเลือก พรรคที่"ห่วยมาก" หรือพรรคที่"ห่วยน้อย"สำหรับพี่ถ้าถามว่า เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ตัดสินใจ   ผลประโยชน์ของพี่ค่ะ…ล้วนๆ  ไม่ได้"มากู้ชาติ" เหมือนใครบางพวก ไม่พระเอก เอ้ย นางเอกขนาดนั้นมันชัดเจนว่า ก้อนไม่ได้หวัง"ไกล" แต่พี่หวัง"ไกล"ค่ะ สำหรับเรื่องนี้ เพราะระบบที่ว่ามันคงเติบโตไม่ได้ ถ้ายังมีคนแค่ เพียงนั่งมองดูแล้วไม่คิดจะทำอะไรกับมัน  ก๊อกที่สองที่พี่กำลังทำคือนั่งรอ จนคนในสังคมเรียนรู้เองว่า ระบบไม่มีทางจะเติบโตด้วยตัวของมันเอง ถ้าคน ที่เป็นผู้ควบคุมนั้น  ไม่ลงมือทำ หรือรอว่า คนที่เพียงนั่งมองดูจะลุกขึ้นมาอยู่ด้วยกันและทำมันด้วยกันยังมีคนที่ยืนมองคนที่แซงคิวตัวเอง โดยที่ไม่คิดทำอะไร  ยังมีคนที่เหนียมอายไม่กล้าเดินไปบอกคนที่ยืนข้างๆว่าไม่รูดซิปทั้งๆที่รู้ว่าควรต้องทำเช่นไร แต่ก็แค่ช่างมันเถอะมีคนจำนวนนี้เยอะมากไปในสังคมไทย ^_^ตอนนี้พี่ก็ว่าดีออก คนไทยน่าจะมองเห็นความแตกต่างบางอย่างในวิถีของประชาธิปไตยได้บ้างนะเสียแต่กลัวจับใจว่า มันไม่ได้รบแค่สองฝ่ายเหลือบริ้นไร ที่แทรกตัวมาตั้งแต่ไหนๆ มันจะมาแทะทึ้ง หลังเหลือแต่ศพทั้งสองฝ่ายแล้วแค่นั้นช่างมันเถอะค่ะ อย่าไปคิดอะไรมากมายเลยพี่ก็เขียนตามที่คิดที่เข้าใจ  ถ้าก้อนแค่นั่งมองดู ก็อย่าไปเข้าใจอะไรให้มากความ เรื่องความรักที่จะเขียน มันน่าจะ..  น่าอ่านกว่าเยอะ..จริงหรือเปล่าครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s