รักด้วยสมอง

Posted: June 16, 2008 in Love Series
 

เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ครับ หลังจากงัวเงียไปรับสาย (พร้อมระแวงในใจว่าอาจจะเป็น advisor โทรมา) เสียงปลายสายก็คือเพื่อนที่ผมรู้จักดีครับ

 

ฮัลโหล ก้อนเหรอ ตื่นรึยัง?

ตื่นแล้ว ๆ (ตอแหลหน้าด้าน ๆ)

เรามีข่าวจะมาบอกนะ…

….

เราท้องแล้วล่ะ!’

 

… บทสนทนาจากนั้นผมก็จำไม่ค่อยได้แล้วครับ รู้สึกจะประมาณว่า รู้ได้ไงว่าท้องแล้ว(ประจำเดือนขาด) ทดสอบการตั้งครรภ์ได้ยังไง(ซื้อชุดตรวจมาตรวจ แต่ยังไม่ได้ไปเช็คที่รพ.) แล้วเพื่อนผมฅนนี้โทรไปบอกข่าวดีกับใครแล้วบ้าง (นอกจากที่บ้าน, สามี ก็มีเพื่อน ๆ สนิทในกลุ่ม) บลา ๆ ๆ

 

สิ่งหนึ่งที่อึ้งอลอยู่ในหัวก็คือ… นี่ผมแก่ถึงวัยขนาดที่จะได้เป็น คุณลุงแล้วเรอะ?

(นี่ถ้ามีลูกเองคงเปรี้ยวตีนกว่านี้อีก “- –)

 

 

***

เคยเล่าไปแล้วครับว่าผมอ่านนิตยสารระดับคุณป้าอยู่เล่มหนึ่ง คือสกุลไทย (อ่านรายละเอียดได้ในเอนทรี่วันที่ 8 มกราคม 2551 ครับ)

มีนวนิยายที่ใกล้จะจบไปคือ(จริง ๆ คือจบไปแล้วล่ะ) เรื่อง ลมพัดผ่านดาวของคุณ ว.วินิจฉัยกุล

ธีมของเรื่องนี้ชัดมากครับ (จากการตีความส่วนตัว) ประมาณว่า ความรักกับการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ฅนที่เรารัก กับฅนที่เราแต่งงานอาจจะเป็นฅนละฅนกันก็ได้

 

เนื้อเรื่องก็ประมาณว่า นางเอกรักกับพระเอกครับ นางเอกอยากมีครอบครัว แต่พระเอกไม่ใช่ฅนที่จะมีชีวิตคู่กับใครได้ สุดท้ายนางเอกก็แต่งงานกับผู้ชายอีกฅนที่ให้นางเอกได้ในสิ่งที่พระเอกให้ไม่ได้ (อาจจะงง ๆ แต่แนะนำให้อ่านเองจะเข้าใจกว่า)

 

แต่ประเด็นมีอยู่ว่า พอพิมพ์ตอนจบไป ฉบับถัดมา ก็มีตอนจบแบบที่สองออกมาครับ อาจารย์วินิตาก็มีถ้อยแถลงว่า เป็นตอนจบใหม่ที่งอกออกมาขณะที่เขียนเรื่องนี้อยู่ ใจนึงชอบตอนจบแบบใหม่มากกว่า แต่ถ้าเปลี่ยนตอนจบก็จะทรยศตัวเองที่วางโครงเรื่องไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว สุดท้ายก็เลยตัดสินใจลงตอนจบทั้งสองแบบให้ฅนอ่านตัดสินใจเองว่าชอบแบบไหน

 

ตอนจบใหม่ นางเอกกลับไปใช้ชีวิตคู่กับพระเอกครับ ด้วยธีมใหม่ที่ว่า อยู่อย่างเป็นทุกข์กับฅนที่เรารัก ดีกว่าอยู่อย่างเป็นสุขโดยไม่มีเธอ

 

ผมชอบตอนจบแบบเก่ามากกว่าครับ

 

ผมไม่เคยมีความรักแบบลึกซึ้งดูดดื่มครับ แต่ผมไม่เชื่อว่าความรักจะเอาชนะได้ทุกสิ่ง (ฟังดูไม่โรแมนติคเลยเนาะ) การตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับใครฅนใดฅนหนึ่ง ผมเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าความรักครับ ต้องมีทั้งวินัย การให้อภัย การไม่คาดหวัง ความผูกพัน ความเอื้ออาทร ฯลฯ เท่าที่อ่านดูนี่ พระเอกกับนางเอกไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลยครับ… สุดท้ายก็รู้สึกหงุดหงิดใจที่ พอจะให้นางเอกกลับไปคืนดีกับพระเอก พระเอกก็เปลี่ยนบุคลิกเอาดื้อ ๆ จากฅนที่หลีกเลี่ยง หนีปัญหา ก็ลุกขึ้นมาสู้กับปัญหา คอยปกป้องนางเอกซะงั้น (แมนโคตร ๆ) แถมให้ผู้ชายที่นางเอกจะแต่งงานด้วย กลายเป็นเกย์ซะอีก

 

เฮ้อ… ความรักเอาชนะได้ทุกสิ่งจริง ๆ แฮะ (ในนิยายน่ะนะครับ)

 

***

หลังจากวางหูโทรศัพท์จากเพื่อน ผมก็ไพล่ไปนึกถึงงานแต่งงานของเพื่อนฅนนี้ (ที่ผมเป็นพิธีกรนั่นแหละ…อ่านรายละเอียดได้ในเอนทรี่ฉบับวันที่ 24 ธันวาคม 2550)

 

ในงานแต่งงาน พิธีกรจะมีคำถามสุดคลาสสิค(หรือสุดเชย) อยู่คำถามหนึ่ง ก็คือว่า เจ้าบ่าว/เจ้าสาว  รักอีกฝ่ายเพราะอะไรครับ?

 

ผมเองไปร่วมงานแต่งงานมาก็มากนะครับ แต่ยังไม่เคยเจอคำตอบที่ประทับใจสักครั้งเลย คำตอบก็จะประมาณว่า ผู้ชายฅนนี้อบอุ่น ใจดี เสมอต้นเสมอปลาย ฯลฯ

 

เป็นคำตอบที่ดูโหลมาก ๆ เลยครับ เวลาผมฟังก็จะชอบแย้งในใจว่า ผู้ชายอบอุ่นโลกนี้มีอยู่เต็มไปหมด ผู้ชายใจดีก็มีอยู่ยั้วเยี้ย ส่วนผู้ชายเสมอต้นเสมอปลาย…มันหายากนักเหรอ(วะ)?

 

สำหรับผมแล้ว คำตอบว่าคุณรักฅนฅนนี้เพราะอะไร น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน แจ่มแจ้ง ไม่ใช่คำตอบที่คลุม ๆ เครือ ๆ ที่ฟังแล้วเก็ตเลยว่า ต้องเป็นผู้ชาย ฅนนี้เท่านั้นนะ ไม่ใช่ผู้ชายวัยเจริญพันธุ์อีก 10-20 ล้านฅนในประเทศนี้ ซึ่งมันอาจจะเป็นใครก็ได้ ผมก็จะไม่ค่อยเข้าใจว่า กะอีแค่ตอบว่ารักอีกฝ่ายเพราะอะไร ตอบให้มันชัด ๆ แจ๋ว ๆ ให้เหตุผลประมาณว่าฅนฟังต้องพยักหน้าหงึกหงักไม่ได้เหรอ… หรือว่าความรักมันไม่มีเหตุผล????

 

คำว่าความรักไม่มีเหตุผลเนี่ย มันฟังดูเท่มากนะครับ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยศรัทธากับความรักที่หาที่มาที่ไปไม่ได้นี้เท่าไหร่

 

สำหรับผมแล้ว อะไรที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีเหตุผลรองรับ เป็นอะไรที่อันตรายมาก ๆ เลย ในเมื่อเราไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ ความรักมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วเราจะคาดการณ์ถูกได้ยังไงว่าเมื่อไหร่ความรักจะสิ้นสุด?

 

ถ้าเราไปขอใครแต่งงาน แล้วไม่สามารถบอกได้ว่า เรารักเค้าได้อย่างไร แล้วอีกฝ่ายจะมั่นใจได้อย่างไรว่าความรักนี้จะยืนยงไปตลอด ไม่อยู่ ๆ ดีก็หมดไป หรือที่ร้ายกว่านั้น จะมั่นใจได้อย่างไรว่าวันดีคืนดี ฅนที่รักเราจะไม่ไปเผลอตกหลุมรักกับใครฅนอื่นอย่างไร้เหตุผลอีก (นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมเชื่อว่าความรักอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจแต่งงานกับใครสักฅน…แม้มันจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็ตาม)

 

แต่ถ้าเกิดเราอธิบายได้ว่า เรารักเค้าเพราะอะไร แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม  ผมคิดว่าการใช้ชีวิตคู่มันจะสะดวกขึ้นนะครับ เพราะเราจะรู้ว่า อะไรในตัวเราที่ทำให้เขาประทับใจ (ส่วนใครที่บอกว่า ผมรักในทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นคุณ….ทุ้ย! เพื่อนผมที่พูดประโยคนี้ เลิกกับแฟนมานักต่อนักแล้วครับ "- -) เราจะได้รักษาสิ่งนั้นไว้ ในขณะเดียวกัน ก็พยายามปรับตัว ลดพฤติกรรมที่อีกฝ่ายไม่ชอบ หรืออย่างน้อยก็สามารถปรับแต่งความคาดหวังของเราให้ตรงกับที่อีกฝ่ายเป็นได้ เมื่อใดก็ตามที่ทะเลาะกัน หรือเลิกกัน หรืออีกฝ่ายมีฅนใหม่ จะได้ไม่ต้องกินเหล้าเคล้าน้ำตาว่า (กรู)ไม่ดีตรงไหนวะ? เค้าถึงหมดรัก(กรู)แล้วอีก ถ้ามีข้อมูลที่สมเหตุสมผลอยู่ในมือ ชีวิตนี้มันคงควบคุมได้ง่ายขึ้นนะผมว่า

 

ฟังดูแล้ว ผมเป็นฅนที่แห้งแล้งใช่ไหมครับ?

 

***

 

ประมาณสองเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ผมมีความรักครับ

 

แม้อาจจะไม่ใช่ความรักในแบบที่ทุกฅนคุ้นเคย แต่จากระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจในความรู้สึกของตนเอง

 

สิ่งที่ผมทำก็คือ วันสองวันหลังจากที่ผมรู้ตัวว่ามีความรัก ผมก็ตัดสินใจบอกให้เจ้าตัวทราบครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมาก เพราะน่าจะทอดเวลาให้แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองก่อน แต่อย่างว่า บางทีชีวิตเราบางทีก็ไม่มีจังหวะดี ๆ ให้เลือกมากขนาดนั้น

 

ถัดจากนั้นอีก 24 วัน(ถ้านับไม่ผิด “- –) ผมเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรยาวเหยียด  ลงท้ายว่า รักมอบให้เจ้าตัวอีกรอบครับ (บางฅนอาจจะสงสัยว่า สองสามเดือนที่ผ่านมาผมยุ่งจะตาย แล้วเอาเวลาที่ไหนไปมีความร้งความรัก? แต่เชื่อเหอะครับว่า ความรักมันมีเวลาให้เสมอ)

 

ชีวิตผมไม่เคยบอกรักใครอย่างเป็นกิจจะลักษณะครับ (นอกจากบอกรักหมาแมวพ่อแม่ไปตามเรื่อง) ไม่ก็บอกรักอ้อม ๆ (เช่นอัดเทปเพลงรักเชย ๆ ให้) แต่คราวนี้ สำหรับผมแล้ว เป็นการบอกรักที่ จริงใจ ตรงไปตรงมา และมีความหมายมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเลยนะครับ(ไม่รู้อีกฝ่ายจะรู้รึเปล่าว่าเป็นการบอกรักที่ผมตั้งใจขนาดนั้น “- –)

 

วันที่บอกรักนั้น ผมพูดอยู่ฅนเดียวเกือบครึ่งชั่วโมง(ฮา- ฟังดูไม่เหมือนการบอกรักเลยใช่ไหมฮะ?) ตามประสาฅนคลั่งเหตุผลขึ้นสมองอย่างผม ผมนั่งไล่ลำดับภาพเหตุการณ์เป็นฉาก ๆ (แทบจะนั่งวาดวงกลมอธิบายความสัมพันธ์) เริ่มตั้งแต่มุมมองต่ออีกฝ่าย จุดเริ่มต้น ความประทับใจ ประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร อะไรที่ทำให้ประทับใจ จุดเปลี่ยนของความรู้สึกอยู่ตรงไหน… ไปจนกระทั่งผมคาดหวังความสัมพันธ์ในอนาคตข้างหน้าอย่างไร

 

ผมไม่แน่ใจว่าสารทั้งหมดที่ผมสื่อไปจะไปถึงอีกฝ่ายรึเปล่า (เพราะต่างฝ่ายต่างก็มึน ๆ งง ๆ ทั้งคู่) แต่ผมอยากพูดอะไรที่มันมากกว่า ผมรักคุณน่ะครับ แล้วเชื่อว่าอีกฝ่ายก็ต้องการคำอธิบายเช่นกัน

 

สองสามวันถัดจากนั้นมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับสาวเจ้าฅนนั้นอีกครับ เราคุยกันอยู่ชั่วโมงกว่า ๆ โดยที่ไม่ได้แตะประเด็นวันนั้นเลย สุดท้ายก่อนที่จะวางหูโทรศัพท์ เสียงปลายสายก็ถามคำถามที่ทำให้ผมอึ้งครับ

 

ทำไมพี่ก้อนถึงเลือกหนู ไม่เป็นฅนอื่นละคะ?(พร้อมทั้งยกตัวอย่างฅนอื่น ๆ ที่ผมสนิทด้วย)

 

เป็นคำถามที่จับใจผมอย่างรุนแรงครับ

 

พูดกันตามจริง สิ่งที่ผมอธิบายไปในวันนั้นว่าผมประทับใจเจ้าตัวตรงไหน อะไรที่ทำให้ผมชื่นชอบ ถ้าเอากรอบนี้ไปจับก็มีฅนอีกมากมายที่เราจะนึกถึงได้ (พอ ๆ กับคำตอบโหล ๆ ที่เจ้าบ่าวตอบเจ้าสาวในวันแต่งงาน) วันนั้นเองผมก็สำนึกได้ว่า ถ้าเป็นเรื่องของความรัก มันมีอะไรที่ จำเพาะเจาะจงกว่านั้นครับ

 

ต่อให้ผมมีสเป็ค 100 ข้อ (แบบจินนี่) ผู้หญิงที่ผ่านสเป็คครบทั้ง 100 ข้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นฅนที่ผม รักจะต้องมีอะไรบางอย่างที่บอกเราว่าต้องเป็นฅน ฅนนี้เท่านั้นนะ ไม่ใช่ฅนอื่น

 

 

…วันนั้นผมยังตอบไม่ได้นะครับ ว่าทำไมถึงเป็นเธอ ทำไมถึงไม่เป็นฅนอื่น แต่ว่าสักวันผมจะตอบคำถามนี้ให้ได้ พร้อมทั้งยืนยันด้วยความมั่นใจว่า

 

….ด้วยเหตุผลที่ว่านี้เอง… ตลอดชีวิตที่เหลือ พี่จะไม่มีวันรักใคร…ได้อย่างที่รักเราอีกแล้ว…

 

 

 

ปล. เดือนที่แล้ว คุณแม่เพิ่งถามว่า ช่วงนี้ก้อนชอบสาวที่ไหนอยู่รึเปล่า? ท่าทางเหมือนฅนอินเลิฟ(หูย เซนส์ดีโคตร ๆ) ผมก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่มี๊ไม่มี แต่อยากจะบอกว่า ฅนเป็นพ่อเป็นแม่เนี่ย ดูแคลนไม่ได้จริง ๆ ครับ(ฮา) แต่เรื่องนี้ ถึงอธิบายไป แม่ก็คงไม่เข้าใจอยู่ดีหรอก(มั้ง)

Comments
  1. Zerothman says:

    ใครกันนะผู้โชคร้ายคนนั้น…ช่วงนี้ผมก็มีคำถามที่อยากถามตัวเองในใจมากมายเหมือนกันครับเหนื่อยดีนะครับ ฮา…ขอให้มีความสุขมากๆ ครับ…

  2. Chayanin says:

    แล้วแม่พี่ก้อนเขาไม่อ่านบล็อกเหรอครับ?สงสัยผมก็เป็นคนนึงนะ ที่หาเหตุผลไม่ได้ แต่ถ้าจากที่พี่ก้อนพูดถึงสเปกร้อยข้อของจินนี่การผ่านสเปกทั้งหมด ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนที่เรารัก (และสุดท้ายแล้ว คนที่เรารัก อาจจะผ่านไม่ครบร้อยข้อก็ได้)แต่ผมว่า การที่จะบอกถึงเหตุผลที่จะรักใครสักคนเนี่ย มันต้องมีอะไรมากกว่าคุณสมบัติส่วนตัวของเขาน่ะครับ มันต้องเป็นอะไรบางส่วนที่ กระทำด้วยกันอยู่ๆ เราก็คงไม่รักคนแปลกหน้า แม้คนนั้นจะผ่านสเปกร้อยข้อของเราอ่ะครับการเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ผมว่ามันก็อาจจะดีนะ แต่มันก็เป็นเรื่องยาก เอาง่ายๆ แค่เพื่อน หลายๆ คน ผมก็ยังระบุไม่ได้่ว่า อยู่ๆ มาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง ทั้งที่ดูไม่น่ามีอะไรเกี่ยวกัน (ความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจจุดนี้มีไม่มากเท่า แต่มันก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า)เป็นคำถามที่ยากมากๆ ครับ

  3. May-ya says:

    +++ ฮ่าๆๆๆ อันนี้เมขัดกะพี่ก้อนอย่างแรงละ เพราะสำหรับคำถามนี้ เมจะตอบว่า มันไม่มีเหตุผล (ในกรณีแบบ เพิ่งบอกรัก หรือเพิ่งเป็นแฟนกันนะคะ) เพราะก็อย่างที่พี่ก้อนบอกแหละค่ะ ผู้ชายอบอุ่นมีเป็นล้านบนโลก ผู้ชายเรียนเก่ง มีอีกสิบล้าน (เว่อร์) บนโลกอีก แล้วไอ้ที่จะให้บอกว่ารักที่คุณเป็นคุณ บอกได้เลยว่าไม่ใช่ 55555 มีอะไรตั้งเยอะแยะ (มาก) ในตัวคนๆนั้น ที่เมก็ไม่ได้ชอบซักกะนิด แต่บางครั้งมันก็แค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา แล้วก็บอกให้เราทำอะไรบางอย่างออกไป ก็เท่านั้นเอง โดยความเห็นส่วนตัวเลยนะคะ ทุกการตัดสินใจคือความเสี่ยง และความเสี่ยงที่ว่า บางครั้งมันก็แค่เราอยากจะเสี่ยง เหตุผลที่ว่ามันอยู่บนพื้นฐานของความรู้สึก ดังนั้นก็เลยไม่แปลกที่จะอธิบายไม่ได้อ่ะค่ะ
     
    +++ ถ้าจะให้คิดเหตุผลจริงๆ อาจจะฟังดูโหดร้ายหน่อย แต่สำหรับเมคือ คุณทนฉันได้ และฉันก็ทนคุณได้มากที่สุด จบค่ะ 555555 (อันนี้สำหรับตอบคำถามในช่วงที่คบกันไปแล้วนานๆหน่อย)  ความสัมพันธ์มันอาจจะเริ่มต้นจากความรัก แต่พอเวลาผ่านไป เมคิดว่าสิ่งที่จะสานต่อความสัมพันธ์คือความอดทนและความเข้าใจค่ะ (เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้ๆ ไม่ใช่หลอนตัวเองว่าอีกฝ่ายเป็นไอด้อลที่เราฝันไว้ ทั้งๆที่เค้าไม่ได้เป็นซักหน่อย)
     
    +++ อะไรแบบนั้น… ไว้เรียนนิวโรแล้วจะมาบอก.. ดีมั้ย?? 55555555555

  4. TinG says:

    วี้ดวิ้ว… และแล้วกถึงตาน้องสุดรัก มีความรัก กะเค้าซะที 🙂
    ยินดีด้วยนะคะ ขอให้ทะนุถนอมความรักนี้ให้ยืนยาว เข้าใจกันให้มากๆ นะคะ
    พี่จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
     
    อ้อ.. แล้วที่ไปเม้นถามพี่ไว้ ว่า พี่ดูวันไหน
    พี่คงต้องดูทั้ง 2 วันเลยค่ะ เพราะ พี่แสดง ด้วยค่ะ 🙂
    ถ้าว่าง ชวนน้องคนนั้นมาดูด้วยกันนะจ๊ะ…
    เทคแคร์ค่ะ
    คิดถึง
     

  5. Jinnipar says:

    ว้าวๆๆๆ  พี่ก้อนอินเลิฟฟฟ
     
    เสป็กร้อยข้อของจินนี่ ปล่อยมันมีต่อไป
     
    ถ้าหาใครได้ซํกคน ที่มันไม่ครบ ซักวันจินนี่กับคนๆนั้นอาจจะเลิกกันเพราะเหตุผลในเสป็กนั่นก็ได้นะ
     
    แล้วห็ใครซักคน ที่รักกันจริง คงจะยอมเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้มาตรงเสป็กจินนี่หล่ะน่ะ !!

  6. EIG says:

    คนเรามันเปลี่ยนคุณสมบัติไปตามเวลา สถานที่ และคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยและคนที่มีความสัมพันธ์ด้วย ก็ยังไม่สามารถรู้ถึง คุณสมบัติที่คนๆ นั้นแสดงออกมาได้ครบ นั้นคือข้อมูลของคุณสมบัติเองก็ไม่ครบถ้วนด้วยซ้ำเหตุผลที่ใครจะรักใครซักคนได้ ก็ต้องเป็นเพราะการทราบข้อมูลของคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วนจำนวนหนึ่งของใครอีกคนแล้วยีนสั่งมาว่าให้เรารักแต่การจะอ้างเหตุผลที่ว่านั้นมันเป็นเรื่องยาก เพราะพอเราคิดจะหาสาเหตุของคุณสมบัติที่ทำให้ รักคุณสมบัตินั้นก็กลับเลือนหายไปตามเวลาแล้ว  หรือ อาจได้รับข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำให้เหตุผลนั้นไม่สามารถเป็นจริงแล้วเรื่องก็คือว่า ยีนก็ยังบอกให้เรารักต่อไปคำตอบที่ได้ก็เลยมักจะเป็น ไม่รู้เหตุผลซึ่งคนที่คิดว่าคนเราไม่ควรไม่รู้ ก็จะตอบว่า ไม่มีเหตุผลซึ่งคนที่คิดว่าคนเราไม่ควรไม่มีเหตุผล ก็ตอบว่า มันต้องมีแต่หาไม่เจอ :Pมีอีกเรื่อง ผมว่าคนเราได้มีโอกาสรู้จักกับคนไม่กี่คนมันเป็นเรื่องของโชคชะตามากๆ ที่ทำให้คนเราได้รู้จักกันจึงเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่จะทำให้เหตุผลในการรักใครคนนั้น อาจจะเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่เราได้รักใครอีกคนเหตุผลที่ทำให้ผมรักใครซักคนได้นั้นเมื่อได้ฟังเนื้อเพลง เพราะอะไร ของคุณประภาสเขาถามว่า "…หรือเป็นเพียงรอยยิ้มรอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ…"ผมก็คงบอกว่า ใช่ ครับ…  : )เพราะมันคลุมทุกๆ ประเด็นของผมเลยเวลาจำเพาะ สถานที่จำเพาะ คู่ความสัมพันธ์จำเพาะ ข้อมูลจำกัดและ โชคชะตา

  7. Rinrada says:

    ….ด้วยเหตุผลที่ว่านี้เอง… ตลอดชีวิตที่เหลือ พี่จะไม่มีวันรักใคร…ได้อย่างที่รักเราอีกแล้ว….
     
    จึ้ก!!!

  8. Jinnipar says:

    แวะมาบอกว่า อัพไม่ถึง24ชม. ปาเข้าไปเจ็ดเม้นแล้วค่ะ – –

  9. katachi says:

    ไม่ใช่เพราะความรักไม่มีเหตุผลหรอกค่ะ
     มันเป็นเพราะ..  ไม่มีคำที่ดีพอ ที่จะมาอธิบายเหตุผลของความรัก

  10. katachi says:

    (พูดเหมือนตัวเองเคยมีความรักเลยค่ะ(ว่ะ))

  11. ก้อน Masatha says:

    อ่า…. วันเดียว ล่อเข้าไปสิบคอมเมนท์
     
    ผมถึงว่า เขียนเรื่องความรักทีไร กระแสแรงทู้กกกกกกกที ทีเรื่องการเมือง ผ่านไปครบอาทิตย์แล้ว ยังมีแค่สามเมนท์อยู่เลย (ฮา)
     
    แม่ได้อ่านบล็อกนี้แล้วฮะ (ส่งลิงค์ไปให้อ่านเองล่ะ)
     
    โทรมาถามด้วยน้ำเสียงคุกคาม ‘สาวฅนนั้นเป็นใครอ่ะ บอกมานะไม่งั้นแม่นอนไม่หลับ’ (ฮา)
     
    แล้วก็พยายามวิเคราะห์ว่า
    1. เป็นผู้หญิงแน่ (เอ๊ะ?) เพราะพูดลงท้ายด้วยคำว่า คะ (เอ๊ะ? เอ๊ะ?)
    2. เป็นรุ่นน้องแน่ เพราะเรียกก้อนว่าพี่
    3. น่าจะเป็นฅนที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้เจอหน้ากัน เพราะมีการพูดตัวต่อตัว
    4. ต้องอายุห่างกันมากแน่ ๆ 6 ปีอัพ (อันนี้แอบไสยศาสตร์ เพราะดวงผม ฅนรักถ้าไม่แก่กว่าไปเลย ก็เด็กกว่ามากกก รุ่นราวคราวเดียวกันไม่มี)
    5….
    6….
    55+ ฟังแล้วก็ขำดีครับ แต่อยากจะบอกว่า ข้อมูลที่ผมใส่ไปมันกว้างจะตาย สองเดือนก่อนผมมีทั้งไปคณะ ไปค่าย เที่ยวตอนสงกรานต์ เวิร์คช็อปหนัง(สองเอนทรี่ก่อน) ประชุม ซ้อมว้าก ฯลฯ ถ้าแม่เดาถูกว่าเป็นใครก็บ้าแล้ว (แล้วไม่ต้องไปพยายามหาในไฮไฟว์หรอกนะฮะ) 
     
    Zerothman >>> ขอบคุณครับ ชีวิตก็มีความสุขดี แม้จะได้เจอบ้างไม่เจอบ้างก็ตาม…แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้เจอผู้โชคร้ายของพี่ณัชบ้างละครับ?
     
    /paːn/ >>> เห็นด้วยครับ ฅนเรารักกันก็น่าจะต้องมีประสบการณ์อะไรบางอย่างร่วมกัน … แต่ผมก็ยังเชื่อใน ‘รักแรกพบ’ อยู่นะครับ เพราะเคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้กับตัว (แม้จะไม่ใช่ก็ตามที) คำถามที่ผมถามมา ว่ากันจริง ๆ ก็ตอบไม่ได้หรอกครับ (สงสัยมีผมฅนเดียวมั้ง..ที่พยายามตอบคำถามแบบนี้)
     
    *+ MadeLine +* >>> หูย ชอบประโยคของเมย์หลายประโยคมากเลยครับ โดยเฉพาะที่ว่า มันเป็นเรื่องความเสี่ยง ที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้สึก…. บอกตรง ๆ เลยว่าตอนที่จะบอกรักเนี่ย ลังเลใจอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าเราพูดอะไรออกไป ความสัมพันธ์อาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล (ทั้งบวกและลบ) และโดยส่วนตัวแล้วก็เคยเจอประสบณ์การด้านลบมาแล้ว…..เสี่ยงจริง ๆ ซะด้วย
    ชอบมากประโยคที่ว่า เพราะคุณทนฉันได้ และฉันก็ทนคุณได้…. เชื่อไหมว่าพี่คิดอย่างเดียวกันเลย เวลาเรารักใครสักฅน ไม่มีอะไรที่ถูกใจทุกอย่างหรอก เพียงแต่เวลาอยู่ด้วยกัน มันมีความสุขมากเสียจนสิ่งที่เราต้องทนเค้ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ จนชินไปเลย
     
    ♥ .• TinG •. ♥>>> โอ๊ยยยยย คิดถึงพี่ฐิงจังฮะ แล้วพี่ฐิงเองล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงาน (เหลืออีกสองปีแล้วน่อ-555+) คงมีสักวันที่จะได้ชักชวนเธอฅนนี้ไปดูละครเวทีฮะ แต่คาดว่าคงมีเพื่อน ๆ ตามไปด้วยเป็นฝูง(ฮา)
    แล้วจะรอดูรูปพี่ฐิงในแกลลอรี่นะครับ
     
    Ginnie~*>>>> กร๊ากกกกกกก อ่านแล้วเห็นภาพเลย แต่พี่บอกเลยนะ (ในฐานะฅนมีประสบการณ์สด ๆ ร้อน ๆ) เวลาจินนี่เจอใครที่จินนี่รัก สเป็คที่โดนใจจริง ๆ จะหดมาเหลือไม่กี่ข้อหรอก ส่วนที่เหลือ ก็งั้น ๆ แหละ – ไม่มีก็ไม่เดือดร้อน(ฮา)
     
    Touchapol Saranurak >>> โห ประโยคโดนใจมากครับ โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ‘เวลาจำเพาะ สถานที่จำเพาะ คู่ความสัมพันธ์จำเพาะ ข้อมูลจำกัดและ โชคชะตา’ เห็นด้วยมาก ๆ (จากประสบการณ์ตรง…อีกแล้ว) ที่เราเคยเจอใครหลาย ๆ ฅนที่เราพร้อมจะรักได้ง่าย ๆ เลย แต่ก็มีเหตุเป็นไปทุกที เช่น วัยต่างกัน มีเส้นทางชีวิตที่พาดผ่านน้อยเกินไป จนกระทั่ง… ยุ่งเสียจนเวลาที่จะได้ทำความรู้จักไม่มี
    incident ของการเกิดความรักเนี่ย บางทีมันขึ้นอยู่กับความน่าจะเป็นล้วน ๆ เลยนะฮะ
    ปล. ผมโคตรชอบเพลงนี้เลยครับ โดยเฉพาะตอนเอามารีอะเรนจ์ในโฆษณาแฮปปี้ ฟังแล้วน้ำตาร่วง (เวอร์ แต่จริง)
     
    Nymphadora Tonks *; PoPo>>> กร๊ากกกกก โดนล่ะสิประโยคนี้ (ว่าง ๆก็ลองถามตัวเองก็ได้นะ ว่าชอบพี่เค้าเพราะอะไร หรือลองถามพี่เค้าก็ได้ ว่าชอบเราเพราะอะไร บางทีคำตอบมันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีออกจ้า)
     
    -ฆ่าวฏู–>>> 55+ ความรักมีหลายแบบ พี่ว่า แทบทุกแบบก็หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้เลยทีเดียวเชียว (พี่ยังเคยถามตัวเองเลยว่า ทำไมกูต้องอุทิศตนให้น้องชายขนาดนี้-วะ- จะบอกว่าแค่สายเลือดเดียวกันก็มักง่ายไปหน่อย… สุดท้ายก็ตอบคำถามไม่ได้อยู่ดีว่าเราหัวเราะ+ร้องไห้ไปพร้อม ๆ กับฅน ๆนี้เพราะอะไร)
     
    ** หลังจากอัพเสร็จก็ใจเต้นตุ้ม ๆต่อม ๆ ครับ เพราะเอนทรี่นี้ตั้งใจเขียนมากกกกก (ไม่เหมือนเอนทรี่ที่แล้ว เขี่ย ๆ 20 นาทีก็เสร็จ-ฮา)
    ผมแบ่งออกเป็น 4 ส่วนครับ มีธีมต่างกัน ส่วนแรกพูดถึงการมีลูก ส่วนที่สองพูดถึงนิยายที่ให้ความสำคัญกับความรัก ส่วนที่สามพูดถึงความรักที่ไม่มีเหตุผลรองรับ และส่วนที่สี่พูดถึงชีวิตตัวเอง
     
    น่าสนใจดีฮะ ที่ดูคอมเมนท์ของแต่ละฅนแล้วบอกได้เลยว่า ธีมไหนที่กระแทกใจฅนอ่าน ^^
     
    ปล. อยากให้ฅนที่ผมเขียนถึงได้อ่านนะฮะ ส่งลิงค์ไปให้แล้ว ไม่รู้ได้รับไปรึยัง "- –

  12. Rata says:

    ถ้าเราเป็นผู้หญิงใหนเรื่องเราจะไม่แต่งกับทั้งคู่น่ะแหละ ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้าก็คงจะมีโอกาสเจอคนที่เราทั้งรักแล้วก็เข้ากันได้รึเปล่า (มองโลกในแง่ดีเกืนไปรึเปล่าน้า)
     
    ผู้ชายที่พยายามจะเอาแต่ใช้เหตุผลมาควบคุมหัวใจอะ ก็ทำให้แฟนเสียใจเหมือนกันนะ T-T เราว่าเรื่องแบบนี้ต้องหาความสมดุลนะ
    เราว่าเรื่องความรักต้องใช้สมองครึ่งนึง หัวใจครึ่งนึง
    เราคิดว่าการรักใครซักคนมัน…สุดท้ายก็หาเหตุผลไม่ค่อยได้จริงๆแฮะ (เห็นด้วยกับพี่เม)
     
    ตอบพี่ก้อนจากที่พี่ก้อนไปเมนท์เรื่องทะเล ที่ฝรั่งเศสทะเลไม่สวยเลยค่ะ สู้ของไทยไม่ได้ซักนิดดดเลยแหละ
    เราใกล้จะกลับไทยแล้วล่ะ กลับรอบนี้สัญญาไปเจอพี่ก้อนแน่นอนค่า

  13. May-ya says:

    +++ โอ๊ววว เราใจตรงกันนะเคอะ ฮ่าๆๆๆ ฟังแล้วรู้สึกดีจังค่ะ (ที่เกิดมาไม่เคยไปชอบใครก่อน เรื่องบอกรักเลยไม่เคยเป็นปัญหา… เพราะไม่เคยต้องบอก กร๊ากกกก) โดยส่วนตัวเวลาเมโดนบอก ถ้าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จักกันแล้ว แบบว่าเริ่มจากการเป็นพี่เป็นน้องแบบบริสุทธิ์ใจมาก่อนเนี่ย เมจะไม่มายด์นะคะ คือถึงแม้จะปฏิเสธ แต่เมก็ปฏิบัติตัวแบบเดิมได้ แต่ถ้าเป็นประเภทอยู่ๆไม่เคยรู้จักกันมา แล้วเอาดอกไม้ (ที่ตรูเกลียด.. แซดดดดด) มาให้เลยเนี่ย ไปตายซ้า (อะไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็จะไม่ค่อยชอบหน้าน่ะค่ะ)
     
    +++ ที่พิมๆบอกพี่ก้อนไปอ่ะ คือกะลังมีประสบการณ์ตรงไงเคอะ เอิ๊ก ยิ่งคบกันนาน ก็ยิ่งเจอส่วนไม่ดีของแต่ละฝ่ายมากขึ้นๆ ตะก่อนเมเคยคิดนะ ว่าถ้ารู้สึกลำบากจังเว้ย ก็เลิกเหอะ แต่พอโตแล้ว (มั้ง?) ก็รู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ถ้าจะหาคนที่อยู่ด้วยกันตลอดชีวิตแล้วไม่รำคาญเนี่ย ชาติไหนก็ไม่เจอหรอกค่ะ เพราะบางทีเรายังรำคาญตัวเองเลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ ดังนั้นถ้ารู้สึกว่ามันไม่มีแนวโน้มขนาดที่ชีวิตเราจะโดนทำลายในอนาคตเนี่ย แล้วเค้าทนเราได้ขนาดนั้นแล้วเนี่ย ก็คบไปเห๊อะ ฮ่าๆๆๆ
     
    +++ เมคงเป็นคน difficult ด้วยมั้งคะ เลยไม่อยากจะควอลิฟิเคชั่นอะไรมาก

  14. ก้อน Masatha says:

    *+ MadeLine +* >>> 555555 ไม่แปลกใจจ้า พี่ว่าเมย์เรียลลิสติกจะตายไป (เพ้อเป็นบางเรื่องเอ๊ง) เรื่องทนเนี่ย เห็นด้วยที่สุดเลยจ้า บางวันพี่ยังทนตัวเองไม่ได้เลย แล้วถ้าพี่รักใครพี่ก็จะบอกเลยว่าพี่เป็นฅนเลวนะเอ้อ ไม่ใช่ฅนดีเลยสักนิด มีจุดด้อยเต็มไปหมด (บอกอย่างงี้แล้วใครเค้าจะเอาเราฟระ "- -) แต่ถ้าใครเห็นตัวตนเราครบทุกด้านแล้วยังรับได้… เห็นด้วยมาก ๆ ว่าคบ ๆ ไปเห๊อะ (ฮา)
    พี่เป็นฅนประทับใจฅนง่ายจ้า แต่ถ้าคิดจะรักใครชอบใครเนี่ย เรื่องมากชะมัด (จริง ๆ)
     
    Pum+PiM+ >>> ในนิยายเนี่ย นางเอกรถไฟขบวนใกล้จะสุดท้ายแล้วจ้า แล้วดูรสนิยมนางเอกไม่ใช่ฅนที่รักใครชอบใครง่าย ๆ
    พี่คิดว่าตรงกันข้ามนะครับ ผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเอง เอาอารมณ์เป็นหลัก ไม่น่าจะทำให้ใครมีความสุขได้ (เพราะพี่คิดว่า การทำให้ใครอีกฅนมีความสุข บางทีก็ต้องฝืนใจตัวเองนะฮะ) แต่ยอมรับว่าไม่เคยมีแฟนครับ เรื่องนี้รตาอาจจะเข้าใจชีวิตมากกว่าพี่ก็ได้ "- – (แต่ถ้าพี่มีแฟน ก็อยากได้แฟนที่คุยด้วยเหตุผลเยอะ ๆ ได้แหละ)
    อยากเจอรตาพร้อมกับจันทรีเลยครับ จะได้เจอมั้ยเนี่ยยยย (นี่มันฤดูกลับบ้านรึไง? เพื่อนที่อยู่เมืองนอกก็กลับมาช่วงนี้ตั้งหลายฅน)
     
     
     

  15. Sunida says:

    โอ้  อ่านตอนแรกฟังดูแห้งแล้งชอบกลอย่างที่พี่ก้อนบอก
     
     
    แต่อ่านจนจบ รู้สึกว่ามัน "โรแมนติค" ขึ้นนะคะ 555
     
     
     

  16. Jang says:

    เฮ้ยก้อน…พี่แจงว่าพี่แจงมาเมนท์ให้แล้วนะมันหายไปไหนล่ะ…ไม่นะแบบว่าวี้ดวิ้วต่อจากน้อง♥ .• TinG •. ♥เซ็ง…เอาว่ายินดีด้วยและที่ในที่สุดพี่ก็ได้อ่านเอนทรี่นี้…แบบว่าเมนท์อันเก่าพี่บอกด้วยว่า น้องสองคนแอบรู้สึกว่าก้อนเปลี่ยนไป อาทิ เสื้อผ้าหน้าผม..ประมาณนี้  แต่พี่ก็ไม่ได้สังเกตุ เรื่องแบบนี้ แต่มีอีกเรื่องที่รู้สึกว่า ต้องมีอะไรแน่ๆเลยเพราะมันมีผิดสังเกตุอยู่เรื่องนึงพี่ถามไว้ว่าถ้าก้อนอยากรู้ว่าทำไมพี่สงสัย  ให้ตอบพี่มาหนึ่งข้อคือ สาวเจ้าคนนั้น ชื่อมีอักษรP J หรือT  อยู่ในชื่อบ้างหรือเปล่า ตัวนึงในสามตัวแล้วพี่จะเมลไปบอกตามนี้จำอารมณ์ตอนอ่านครั้งแรกและที่เมนท์ไว้ไม่ได้แระ..แต่จะบอกว่า  น้องชาย นายโรแมนติค..ค่อดๆ..5555

  17. Jang says:

    ตลกอีกแระ  พี่ไม่มีHI5 ของก้อนอ่ะรับคำท้า

  18. katachi says:

    ความรักมันมีเหตุผลค่ะ

    แค่ไม่มี"คำ"ใดมาอธิบายเหตุผลได้เท่านั้นเอง…

  19. katachi says:

    ฮะๆๆๆๆพี่ก้อน   หรือว่าสาวคนนั้นคือ …. – – – –

  20. gibt says:

    บล็อคนี้ขอเมนต์ อิอิ
     
    ดีใจด้วยน้า อ่านมาถึงช่วงท้ายแล้วยิ้มหน้าบาน ความรักนี่มันทำให้ชุ่มชื่นหัวใจดีจริงๆ ^_________^
     
    สรุปว่าเพื่อนเราขายออกแล้วชิมิ แอบอยากเห็นสาวน้อยน่ารักคนนั้นจัง
     
    ขอให้สักวันได้พูดประโยคนั้นกับสาวน้อยคนนั้นด้วยความมั่นใจนะ
     
    เชื่อมั่นว่าเพื่อนจะทำให้น้องเค้าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดได้นะ (อวยพรเหมือนงานแต่งไปป่าวเนี่ย = =")
     
    ว่าแล้วก็อยากอ่านนิยายรักโรแมนติก หุหุ
     
     

  21. ก้อน Masatha says:

    gibt>>> อ่า…. ยังขายไม่ออกจ้า "^^ ขายออกเมื่อไหร่แล้วจะบอก… ว่าแต่เพื่อนเราล่ะ? เมื่อไหร่จะขายออกอีกสักทีบ้าง? ส่วนเรื่องทำให้มีความสุข 55+ เอาเป็นว่าจะพยายามแล้วกันนะฮะ (หึหึหึ)
     
    -ฆ่าวฏู– >>> สาวฅนนั้นคือ????? (ฟังดูไสยศาสตร์นะฮะเนี่ย…มีเหตุผลแต่อธิบายไม่ได้เนี่ย "- -)
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> โอ้ว พี่แจงคอมเมนท์ไม่ติดเหรอฮะเนี่ย (เสียดาย ๆ ๆ ๆ) เรื่องทรงผม เสื้อผ้าเนี่ย… ถ้าทรงผมเป็นเพราะว่าต้องไปทำงานให้โอฮะ (ถ่ายหนังส่งโปรเจคท์จบ อ่านได้ในเอนทรี่หัวข้อ รุ้งกลางคืน สัก 2-3 หนก่อน) ส่วนเสื้อผ้าเนี่ย ต้องปรับปรุงตัวเพราะว่าเข้าสังคมครับ….สรุปว่า ไม่เกี่ยวกันเลยยยยยยย (ว่ากันตามจริง ความรักคราวนี้ มีผลกระทบต่อผมในเชิงรูปธรรมน้อยมากนะฮะ "- -)
     
    ตาล >>> 55+ ขอบใจจ้า เอนทรี่นี้มีแต่ฅนไม่เห็นด้วยเยอะมาก ๆ ซึ่งก็คาดเดาได้อยู่แล้วว่าเป็นแบบนั้น (ถ้าเขียนอะไรก็ตามที่ฅนเห็นด้วยทั้งโลกคงน่าเบื่อแย่ เหอ ๆ ๆ) ไม่คิดว่าตัวเองเป็นฅนโรแมนติคนะครับ(อย่างน้อยก็ในคำจำกัดความของฅนทั่ว ๆ ไป) ถ้าจะมีใครมองว่างั้น ก็คงต้องเป็นฅนที่มีมุมมองเชิงนี้ใกล้ ๆ กันนั่นแหละน่า ^^
     
     
     
     
     

  22. khajirat says:

    อ๊า…ว
    ไม่ได้เข้ามาอ่านนานเกือบบพลาดช้อตเด็ดซะแร้ว^^
    ดีใจด้วยในที่สุดก็เจอซะทีนะ คนที่ตามหา(มานาน^^)
    อนาคตหลังชีวิตไม่โสดอีกยาวไกล ขอให้มีความสุขๆๆๆเลยเน้อ
     
    ปล. *รักด้วยสมองไม่ค่อยเป็นแฮะ ตัวเองอ่านเรื่องคนอื่นขาด แต่พอเรื่องตัวเองทีไรโง่ทุกที (5555)
    ** หมู่นี้ไม่เห็นไว้เคราแบบแต่ก่อน เกี่ยวกับความรัก?รึปล่าว

  23. ก้อน Masatha says:

    อ่า
     
    จริง ๆ แล้วไม่ใช่ฅนที่ตามหามานานหรอกครับ… เป็นฅนที่คิดว่าชีวิตนี้คิดว่าจะไม่ได้เจออีกแล้วมากกว่า "^^
     
    ตอนนี้ยังโสดอยู่นะครับ "- –
     
    เรื่องเครา เลิกไว้เพราะอิ่มตัวน่ะครับ พอโกนเสร็จ ก็ต้องไว้ใหม่เพราะว่าถ่ายหนังให้น้อง ถ่ายเสร็จพอดีมีเรื่องเซ็งนิดหน่อยก็เลยโกนล้างซวยไปเลย ตอนนี้ก็ไม่มีแรงจูงใจจะไว้แล้วครับ (บอกแล้วว่าความรักมีผลกระทบที่เป็นรูปธรรมกับชีวิตน๊อยน้อย)

  24. - ChAn says:

    ต๊ายยยยย…พี่ก้อนทอง ทำไมเอาเรื่องของเรามาประจารกันงี้ละคะ!!!!!! ล้อเล่นคะ เด๋วตัวจิงมาตบฉาดเอา..ยินดีด้วยคะความรัก ที่เจอพ่อหนุ่มเคราดกแล้ว**ทำไงใหเจอพี่ก้อนเนี่ย??

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s