งามเงา ใจเรานี้เพราพิลาศ

Posted: June 26, 2008 in Nitade and Entertainment
 
เอนทรี่ที่แล้วกระแสตอบรับค่อนข้างดีครับ จนยังคิดอยู่เลยว่า น่าจะยื้ออีกสักหน่อยนา แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปครับ ถึงเวลาอัพใหม่ก็ต้องอัพ (ฮา)
 
มีฅนเข้ามาแสดงความยินดีเยอะมากครับ…จริง ๆ แล้วผมยังไม่มีแฟนนะฮะ การมีความรักกับการมีแฟนไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกันสักหน่อย "- –
 
มาเข้าเอนทรี่นี้กันดีกว่า
 
**
 
น้องชายผมซ้อมรับปริญญาไปแล้วครับ จะรับจริงวันที่ 11 กค.นี้ (รึเปล่าหว่า) ท่ามกลางความโล่งใจของฅนทั้งบ้าน ตอนแรกไม่คิดว่าจะเรียนจบด้วยซ้ำครับ (ดูจากพฤติกรรม) แถมหมอดูยังบอกอีกว่า ถ้าจะจบก็จบช้ากว่าฅนอื่น… เรายังคิดเลยว่า สงสัยติด F อะไรสักตัวแหง ๆ (ถึงปากจะบอกว่าไม่เชื่อไสยศาสตร์ แต่สุภาพสตรีที่บ้านผมก็วิตกจริตทุกครั้งที่มีคำทำนายพรรณนี้ออกมาฮะ "- -)
 
ดันรอดเว้ย
 
ถึงตอนนี้ไม่ห่วงแล้วครับ ต่อให้โดนรถชนเข้าเฝือกทั้งตัว ยังไงก็ได้รับปริญญาแน่ ๆ
 
ผมเคยวางแผนไว้ครับว่า เมื่อวันที่โอจบ จะพูดถึงชีวิตป.ตรีสามอย่าง ที่คิดว่าถ้ามีโอกาสไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง แล้วก็ดีใจที่โอได้มีโอกาสลองทำทั้งสามอย่างครับ ซึ่งก็คือ
 
การเป็นเชียร์ลีดเดอร์, การได้ไปค่ายอาสาฯ, และการได้เป็นสต๊าฟห้องเชียร์ (พี่ว้าก)
 
วันนี้จะพูดถึงเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ก่อนครับ
 
***
 
เมื่อวานซืนไปจุฬามาครับ ระหว่างที่นั่งกินข้าวก็ได้ยินเสียงซ้อมเชียร์ เข้าใจว่าเป็นวันซ้อมใหญ่ พอได้ยินเสียงผมก็หันหน้าไปดู เป็นซ้อมลีดส์กับแสตนด์ของเด็กนิเทศนี่เอง
 
ตามประสาผู้ชายหน้าหม้อครับ พอหันไปดู ก็กวาดตาแสกนน้องๆ  ที่เป็นลีดส์ แล้วก็สรุปในใจว่า ‘ปีนี้น่ารักสู้ปีก่อน ๆ ไม่ได้แฮะ’ (ฮา)
 
จากนั้นน้อง ๆ ก็เริ่มซ้อมครับ แต่สิ่งที่ประทับใจก็คือ ถึงแม้ว่าน้อง ๆลีดส์จะหน้าตาธรรมดา (เรอะ?) แต่ท่าเต้นก็ดึงดูดสายตาผมจนต้องหยุดทานอาหารแล้วหันมาตั้งใจดูจนจบครับ
 
เพลงที่น้องซ้อมกันคือเพลง ‘อุทยานจามจุรี’ ถ้าใครรู้จักเพลงนี้ จะเป็นเพลงที่ร้องสองรอบครับ รอบแรกช้า แล้วรอบที่สองเร็วขึ้น
 
ช้า ๆ ไม่เท่าไหร่ เต้นตามให้พร้อมไม่ยาก แต่รอบสองเนี่ยสิ แสตนด์ก็ร้องเร็วมาก แต่สิ่งที่ผมดูแล้วขนลุกก็คือ น้อง ๆ เต้นท่าพร้อมกันมากครับ ถ้าท่ามันลงจังหวะยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่ท่ามันยังมีจังหวะกระตุก จังหวะคร่อม แต่เต้นได้พร้อมกันเด๊ะ ๆ แล้วองศาของมือเท่ากันไปหมดเนี่ย โหย เล่นเอาขนลุกเลยครับ (ตอนพิมพ์นี่ยังขนลุกอยู่เลย)
 
ทำให้รู้ซึ้งเลยว่า ท่าลีดส์สวย ๆ พร้อม ๆ กันเนี่ย มันดูแล้วโคตรเพลินจริง ๆ แล้วก็นึกถึงความหลังสมัยโออยู่ปีหนึ่งไม่ได้ วันนั้นก็ไปดูลีดส์เต้นเหมือนกันครับ ปีสองขณะนั้น (รุ่น39) พี่ซีจะหน้าตาดึงดูดให้ฅนหันไปดูมากที่สุดครับ แต่พอดูปีสองเต้นไปสักพัก สายตาผมจะถูกดูดไปมองพี่โบโบ้แทน (ถ้าใครไม่รู้ เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเบเบ้ครับ) พี่โบโบ้เต้นสวยจริง ๆ จำได้ว่าก็เป็นเพลงอุทยานจามจุรีนี่แหละ
 
นอกจากเพลงอุทยานจามจุรีแล้ว อีกเพลงนึงที่ผมประทับใจก็คือ เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ครับ เป็นเพลงที่ท่าเต้นสวยบรรลัยเลย ผมเคยเห็นท่าเต้นนี้ครั้งแรกตอนอยู่ปีหนึ่ง เป็นโต้เชียร์ระหว่างมหิดลกับจุฬานี่แหละ ขอบอกว่าแค่เห็นท่าลีดส์จากข้างหลัง ยังขนลุกซู่จากก้นกบขึ้นไปยังต้นคอเลยฮะ ดูจบก็ปวารณาตัวเองว่า ชาตินี้ทั้งชาติชั้นต้องเต้นเพลงนี้เป็นให้ได้
 
พอโอขึ้นปีสอง (ลีดส์นิเทดจะเต้นเพลงมหาจุ๊บได้ต้องขึ้นปีสองก่อน) ก็บีบคอน้องชายให้สอนเพลงนี้จนได้ ตอนนี้ก็เต้นเป็นครับ แต่เต้นได้คร่าว ๆ ไม่สวยเนี๊ยบเหมือนโอ
 
จะว่าไปแล้ว ผมค่อนข้างทึ่งกับลีดส์นิเทศนะครับ เค้าซ้อมหนักจริง ๆ แล้วก็เคี่ยวกันหนักจริง ๆ ช่วงที่โออยู่ปีหนึ่งก็ไปนั่งรอซ้อมบ่อย ๆ (จนเพื่อนยังงงเพราะนาน ๆ ทีจะมีผู้ปกครองมารับนิสิตที่เป็นเพศผู้) ซ้อมหนักมาก พอกลับถึงหอก็คลานขึ้นเตียงทุกที
 
แต่ผลที่ได้ก็คุ้มค่ามากครับ ลีดส์นิเทศเนี่ย พอถึงวันแสดงแล้ว เต้นสวยทุกฅน โดนเคี่ยวจนเต้นออกมาพร้อมเพรียง ท่าสวยเหมือนกันหมด แล้วผมอยากจะบอกว่า เต้นลีดส์เนี่ย ไม่ได้ใช้แค่กล้ามเนื้อแขนนะฮะ เวลาผมมาสอนลีดส์รุ่นน้อง อย่างมากก็มีปัญญาเคี่ยวให้วาดแขน กับเล่นข้อกรีดนิ้วนิดหน่อย แต่ถ้าจะเต้นให้สวยจริง ๆ ต้องใช้กล้ามเนื้อเยอะมาก ตั้งแต่บั้นเอว ลำตัว สะบัก หัวไหล่ ไปจนถึงต้นคอ
 
ลีดส์นิเทศเต้นสวยทุกฅนครับ แล้วดูไม่ออกเลยว่าใครมีสกิลสูงกว่าใคร ในขณะที่คณะผมเอง ไม่มีเวลาเคี่ยวขนาดนั้นครับ เวลาแสดงเนี่ย ดูปราดเดียวก็รู้เลยว่าใครเพิ่งหัด หรือใครเคยเป็นลีดส์มาก่อน "- –
 
เห็นลีดส์คณะตัวเองกระจอก ๆ แบบนี้ เวลามาดูลีดส์ของนิเทศก็เลยเพลิดเพลินเป็นพิเศษครับ
 
ปีนี้ผมไม่ได้ไปดูแสตนด์ครับ แต่เท่าที่เคยไปดูปีที่แล้ว ก็ประทับใจหลาย ๆ คณะ นอกจากของนิเทศแล้ว ก็มีบัญชี ที่แม้จะเป็นปีสอง แต่ก็เต้นสวยเนี้ยบพร้อมมาก ๆ โดยเฉพาะบูมคณะ เล่นเอาขนลุก(อีกแล้ว)เลย โอมาดูยังบอกเลยครับว่า พร้อมขนาดนี้เนี่ย ลีดส์มหาลัยมาเห็นก็แทบแทรกแผ่นดินหนีเลยนะเนี่ย (ท่าสวยกว่าลีดส์มหาลัยอีกครับ) นอกนั้นก็มีของรัฐศาสตร์ที่จุฬาน่ารักมีชีวิตชีวาจนแอบเทใจให้ (อ้อ น้องปริน รุ่นน้องโรงเรียนเป็นลีดส์ด้วยครับ แต่ผมไม่ได้สังเกตจนกระทั่งน้องเค้ามาอวดว่าเป็นลีดส์นี่แหละ…เป็นข้อยืนยันว่า ลีดส์ที่เป็นผู้ชายมันไม้ประดับจริง ๆ -ฮา) อีกคณะที่แอบเทใจให้คือนิติครับ แต่พอดีอันนี้มีซัมธิงรอง (อิอิ)
 
ส่วนปีนี้ผมไม่ได้ดูครับ แต่ทราบข่าวมาว่าอักษรได้ชนะเลิศ คงดีใจกันยกใหญ่เลย (มีน้องสาวเพื่อนเป็นลีดส์อักษรปีนี้ด้วยครับ แถมน้องสาวโอม-cocktail-ก็เป็นรุ่นพี่ฝึกสอนของลีดส์อักษรด้วย) เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปดู
 
ผมไม่แน่ใจว่ามุมมองของฅนภายนอกต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า เชียร์ลีดเดอร์เป็นยังไงนะครับ แต่เท่าที่สัมผัสมาจากการที่เป็นฅนคัดลีดส์คณะและต้องหว่านล้อมให้น้อง ๆ ยอมเป็นเนี่ย..ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยดีใจที่ได้เป็นลีดส์หรอกครับ เพราะคิดว่าจะเป็นตุ๊ด เกย์ กะเทย แต๋ว อะไรประมาณนั้น….ซึ่งจริง ๆ แล้วผมอยากบอกว่าไม่ใช่เลยยยยย ในทางตรงข้าม การเป็นลีดส์อาจจะเป็นข้อบ่งชี้ว่า ฅนเป็นผู้ชายแท้ ๆ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ฅนในคณะก็เป็นได้ (เช่นลีดส์อักษร หรือนิเทศเป็นต้น-ฮา) นอกจากนั้น การเป็นลีดส์ก็ไม่ได้การันตีว่าคุณเป็นฅนหน้าตาดีหรอกนะ บางทีมันก็แค่บอกว่า คุณไม่ใช่ฅนอ้วนเกินไป แล้วก็ไม่เตี้ยเกินไปเท่านั้นเอง (เช่นคณะผมเป็นต้น-ฮา)
 
บางฅนจะคิดว่า สังคมลีดส์เป็นสังคมที่หรูหราไฮโซครับ… แต่ผมก็คิดว่ามันไม่ใช่หรอกนะ พวกลีดส์มันก็สิ่งมีชีวิตธรรมดาเนี่ยแหละ แล้วเวลาอยู่ในคณะจริง ๆ พวกลีดส์มักไม่ใช่พวกกลุ่มไฮโซจริง ๆ ด้วยซ้ำ ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดู เวลาเป็นลีดส์ ผมไม่รู้ว่าเราได้อะไรรึเปล่านะครับ แต่การที่มีกิจกรรมในกลุ่มเล็ก ๆ ร่วมกัน อย่างของผมเอง แม้จะไม่หนักเท่ากับนิเทศ แต่พอเลิกเรียน ก็จะต้องมารวมตัวกันเพื่อซ้อมสักชั่วโมงสองชั่วโมง จากนั้นก็ไปกินข้าวด้วยกัน ซ้อมร้องเพลง ประสานงานกับแสตนด์ ฯลฯ ก็เป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่เราไม่รู้จักหน้ากันได้ดี ที่สำคัญ พอเป็นลีดส์แล้วจะเป็นที่จดจำของเพื่อน ๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย (โอเค แม้เพื่อน ๆ ผมจะทำท่านึกไม่ออกทุกครั้งที่ถามว่า ลีดส์ผู้ชายมีใครบ้างก็ตาม "- -)
 
นอกจากนี้ที่น่าแปลกก็คือ พวกลีดส์มักไม่เป็นแฟนกันเองฮะ อันนี้ยืนยันได้ว่าจริง ทั้งคณะผม และทั้งที่นิเทศ (โอก็ว่างั้น) เพื่อนผมที่เป็นลีดส์เคยพูดแบบฅนเข้าใจชีวิตว่า ‘ก็เห็นไส้เห็นพุงกันซะขนาดนี้ มันไม่จีบกันเองหรอก ไปจีบฅนอื่นดีกว่า’ ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ แต่มีวันนึงที่ซ้อมจนถึงตีสาม (วันนั้นใกล้แสดงแล้ว) แล้วก็เห็นสภาพเพื่อนผู้ชายที่สาว ๆ กรี๊ดทั้งคณะ นอนกองเป็นศพหมดสภาพอยู่บนพื้นก็รู้สึกเลยว่า ‘เออ ถ้าสาว ๆ มาเห็นไอ้หมอนี่สภาพนี้ ก็คงไม่คิดเอาเป็นแฟนเหมือนกัน(ว่ะ)’-ฮา
 
ท้ายที่สุดนี้ ผมก็อยากยืนยันว่า การเป็นลีดส์นี่ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดนะครับ เพราะงั้นถ้าเกิดใครมีโอกาส รุ่นพี่เข้ามาทาบทามให้เป็นแล้วล่ะก็ อย่าปฏิเสธเลยเต๊อะ มันอาจจะต้องเสียเงินค่าชุด (หลายพัน)บ้าง ต้องสละเวลามาซ้อมบ้าง โดนรุ่นพี่อัดบ้าง ไม่มีเวลาเท่ากับเพื่อน ๆ ฅนอื่นบ้าง แต่ผมก็คิดว่ามันได้ประสบการณ์อะไรที่แปลกใหม่ดีที่ชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว
 
แค่ผมจินตนาการเล่น ๆ ว่า ถ้าได้เป็นลีดส์ แล้วจะต้องฝึกซ้อมจนได้สกิลที่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อให้เต้นเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ หรืออุทยานจามจุรีได้สวยแบบลีดส์นิเทศแล้วล่ะก็
 
โอยยยย มันโคตรคุ้มเลยล่ะครับ ^^
 
 
 
 
 
Comments
  1. May-ya says:

    +++ ถู๊กกกกกกกกกกกกกก แอบรู้สึกว่า หลีดสนุกกว่าสแตนด้วยนะ 555555 แม้จะแทบเข้าเฝือกกันเลยก็ตาม เง้อออ
     
    +++ แต่หลีดกรีด เมื่อยจริงๆค่ะพี่ก้อน T T

  2. Paul_012 says:

    น่าสงสัยว่ามีผู้อ่านคนอื่นรู้สึกเหมือนผมไหมว่า "ลีดส์" ทำให้นึกถึง Leeds เมืองที่เป็นถิ่นของทีม Leads United มากกว่าหรือเปล่า
     
    คราวหน้าถ้าจะ blog เรื่องเชียร์ลีดเดอร์อีก ขอ request ที่มาของเชียร์ลีดเดอร์เมืองไทยหน่อยสิครับ สงสัยมานานแล้วว่าวิวัฒนาการมาจากไหน เมื่อไร

  3. ก้อน Masatha says:

    Paul_012 >>> อ๊ะ จริงด้วยครับ… แล้วจริง ๆ มันควรจะเขียนแบบไหนหรอครับ? สำหรับผม เวลาเขียนว่า ‘หลีด’ มันขัดความรู้สึกนิดหน่อย (คล้าย ๆ พวงหรีด) แล้วเวลาทัพศัพท์ภาษาอังกฤษ ผมไม่เห็นว่ามันจะต้องใส่ห.หีบเลย (อย่าง late ยังเขียนว่า -เลท- ก็เข้าใจกัน ไม่ต้องเขียนว่า -เหลท- เลยนี่นะ) ครั้นจะเขียนทื่อ ๆ ว่า ลีด ฅนเขียนก็งงเองอีก (อีกอย่าง นี่เป็นบล็อกส่วนบุคคล ก็เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องเขียนวา ‘ผู้นำเชียร์’ ทุกครั้งไป) … เอาเป็นว่า ถ้าพออ่านแล้วเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร (แม้ใจจะไพล่นึกไปถึงอย่างอื่นก็ตาม) ผมก็คือว่าโอเคแล้วกันนะครับ "^^
     
    ส่วนเรื่องประวัติเชียร์ลีดเดอร์ในเมืองไทย คุ้น ๆ เหมือนเคยอ่านในประวัติอะไรสักอย่างนี่แหละครับ (ของจุฬาด้วยแหละ…เรื่องนี้พอน่าจะรู้ดีกว่านะฮะ)
     
    ปล. เรื่องเชียร์ลีดเดอร์อัพเป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ไม่มีประเด็นอะไรที่คิดจะพูดถึงอีกแล้วล่ะฮะ "- –
     
    *+ MadeLine +* >>> เคยฝันอยากเป็นหลีดแดนซ์เหมือนกัน… แต่เพื่อน ๆ ก็บอกว่า หลีดกรีดนี่ละ เท่กว่าเยอะ (ฮา) นี่ถ้าอยู่จุฬา หรือ ธรรมศาสตร์ คงไปสมัครเป็นหลีดมหาลัยแล้วล่ะฮะ (ไม่ได้เป็น ได้ต่อท่าก็ยังดี เหอ ๆ ๆ)

  4. Chayanin says:

    อืม ปกติไม่ค่อยจะมีทัศนคติอะไรดีๆ กับเชียร์ลีดเดอร์มากมายครับ หลักๆ ก็คงรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรเท่าไหร่ (แต่โดยส่วนตัวก็คงเพราะยังไม่เคยเห็นเชียร์ลีดดิงที่งามๆ จริงๆ สักเท่าไหร่ ก็เลยยังไม่ค่อยเทใจให้)จริงๆ ถามว่ามันมีประโยชน์มั้ย ก็ต้องบอกว่า งานอะไรก็ตามที่มันจะต้องมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นเป็นเวลามากๆ ในสถานการณ์ที่กดดันหรือมีปัญหา และต้องเสียสละชีวิตส่วนตัวไปในระดับหนึ่งเนี่ย ผมว่ามันก็ได้เรียนรู้ทั้งนั้นแหละครับ (แต่โดยส่วนตัว ผมไม่ชอบสถานการณ์ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ที่เกิดจากการเจตนาทำให้มันเกิดขึ้น โดยไม่ได้มีงานอะไรที่ constructive เลยแม้แต่น้อย แต่อ้างว่าเพื่อให้ได้เรียนรู้ที่ว่ามา)ไว้จะลองพิจารณาดูนะครับ

  5. May-ya says:

    +++ แต่หลีดกรีดเมื่อยค่อดๆอ่ะพี่ก้อน ถ้ากรีดไม่งามพอก็ขึ้นท่าไม่ได้ เมื่อยหลังเมื่อยคอ เมื่อยมันทั้งตัว (เลยโดดสนิท 55555)
     
    +++ นอกเรื่อง – วันแสดงโดนเจ๊ที่เมคอัพให้กัดด้วยหละ น้องคะ.. เป็นหลีดปล่อยให้ปากแตกได้ไงคะ??? ทำไมไม่ดูแลตัวเองขนาดนี้คะ??
     
    +++ ก็มันเสียเวลา เสียเงิน เสียๆๆๆ อ่ะค่ะ กร๊ากกกก เอาเวลาลุกขึ้นมาบำรุงนั่นนี่ ไปนอนกะกินดีก่า เอิ๊ก

  6. Rinrada says:

    จุด จุด จุด
    หลีด เมื่อยย ยยร้อนน เหนื่อย ยย
    แต่สวย!! > <

  7. katachi says:

    มันดูImpossibleสำหรับหนูค่ะ 555
      ดังนั้น คงจะไม่มีปัญญาไปพัฒนากล้ามเนื้อตามหลักวิชาการลีดส์ได้
    ตอนนี้กล้ามเนื้อหน้าท้องกำลังพัฒนาอยู่ค่ะ มันงอกเอาๆ เฮ้อ ลิพิดทั้งนั้น

  8. ก้อน Masatha says:

    -ฆ่าวฏู– >>> 55+ อันนั้นไม่ใช้กล้ามเนื้อแล้วจ้า ไขมันกับกล้ามเนื้อมันฅนละส่วนกันเหอะ (เดี๋ยวขึ้นปีหนึ่งก็เหนื่อยจนผอมเองแหละ…ว่าแต่รอบเอวเพิ่มขึ้นป่ะเนี่ย?)
     
    Nymphadora Tonks *; PoPo >>> แล้วเป็นดรัมละจ๊ะ? สวยรึเปล่า อิอิอิอิอิ
     
    *+ MadeLine +* >>> เมื่อยจริงว่ะ แล้วพอแสดงเสร็จก็ลืมท่า…ราวกับไม่เคยหัดมาก่อน 55+ เห็นด้วยอย่างแรง สวยแค่วันเดียว ต้องดูแลตัวเองเป็นเดือน ๆ … ไม่คุ้มเลยเนอะ
     
    Paul_012 >>> โอ้ ขอบคุณมากฮะ อันนี้แหละฮะที่เคยอ่าน (แต่จำไม่ได้แล้ว) ผมนี่ก็ขี้เกียจเนอะ ผู้อ่านรีเควสท์อะไรมาก็ไม่ยอมไปหาข้อมูลเอง "- –
     
    /paːn/ >>> เรื่องดูหลีดเนี่ย ต้องมีประสบการณ์ร่วมนิดหน่อยจ้า ถึงจะซาบซึ้ง (อย่างพี่เองสมัยก่อนดูโขนไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันสวยตรงไหน พอหัดโขนเป็น โห เห็นที่เค้าเต้นกันงามงดแล้วก็แทบน้ำตาร่วง) เรื่องว้ากกับเรื่องค่ายอาสา จะพูดหลังจากนี้จ้า (ไว้มีเวลาเหมาะ ๆ) ค่อนข้างมั่นใจนะว่ามุมมองเรื่องการว้ากเนี่ย ป่านจะไม่เห็นด้วยกับพี่ (ฮา)
     
     

  9. Prarinya says:

    พี่ว้าก…ไม่เคย ไม่เคยเป็น
    ห้องเชียร์ ไม่เคย ไม่เคยทำ
    .
    .
    ค่ายต่างๆ ไม่เคย ไม่เคยทำ
    ชนชั้นสูงอย่างพี่เนี่ยนะ
    ต้องไปนอนห้องไม่มีแอร์
    เดินกลางดินกินกลางทราย
    ทำมะได้ เดี๋ยวเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล
    .
    .
    ตะกี้กูพิมพ์อะไรไปวะ
    มึนๆเพลินๆ ฮาฮา

  10. Rata says:

    จะคบใครดูที่ใจ ใช่หน้าตา
     
    ดังนั้นถึงคนที่ชอบเหนื่อยจนหมดสภาพ ก็น่าจะรับได้น้า
    ถ้ารับไม่ได้ ตอนแต่งงานกันไป จะทำไงล่า
    แล้วแต่งงานเนี่ย ยังไงก็ต้องรู้นิสัยใจคอ รู้ไส้รู้พุงกันอยู่ดี
    รู้ก่อนแต่งน่าจะเวิร์คกว่านะ

  11. ก้อน Masatha says:

    Pum+PiM+ >>> ตอนแรกอ่านเมนท์ของรตาแล้วงง ๆ แต่อ่านซ้ำแล้วก็นึกได้ว่าคงเป็นคอมเมนท์ของอันเก่าเก็บ (เอนทรี่เม้าธ์พ่อกับแม่ละมั้ง)?
    เห็นด้วยนะฮะว่ารู้ตัวจริงกันก่อนแต่งก็ดี แต่ก็แอบสงสัยไม่ได้ว่า ถ้ามีผู้ชายสองฅน ฅนนึงดูเนี๊ยบตลอดเวลา กับอีกฅนเจอตอนโทรมบ่อย ๆ … สาวเจ้าจะเลือกฅนที่โทรมมาเป็นคู่ชีวิตเรอะ? (แม้การโทรมจะเป็นชีวิตจริงที่ไม่เฟคก็ตาม…)
     
    Miracle-Bear >>> 55+ ไอ้ที่พี่หมีเคยทำมันก็เจ๋งพอแล้วล่ะคร้าบบบบ มึน ๆ งง ๆ เหมือนกัลล์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s