ชีวิต 6 มิติ

Posted: July 24, 2008 in ว่าด้วยเรื่องของเปลือก
 

เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่ที่เขียนแล้วดองไว้นานมากแล้วครับ (เขียนเกือบสองเดือนได้มั้ง) พอดีตอนเขียนไม่ได้เอาดิสก์มาเลยเซฟลงเมล์ พอจะใช้จริง ๆ ก็หาเกือบไม่เจอ “- –

 

ไอเดียนี้เพิ่งคิดได้ตอนนั่งรถจากอมตนครไปนาเกลือครับ เพราะว่านั่งนานเกือบ 4 ชั่วโมง ก็เลยมีเวลาคิดนู่นคิดนี่เรื่อยเปื่อย

 

เพิ่งเล่าให้ฟังได้ฅนเดียวเองครับ แต่คิดว่าน่าสนใจดี ก็เลยเอามาแปะไว้

 

***

 

มีใครบางฅนเคยว่าเอาไว้ว่า ชีวิตฅนเรามีหลายมิติมีหลายมุม ฅนที่เราเจอนั้น อาจจะเป็นแค่มุมมุมเดียวก็ได้ ที่สำคัญ มุมอื่น ๆ ที่เราไม่ได้รับรู้ด้วย อาจจะแตกต่างจนแทบจะเปลี่ยนเป็นฅนละฅนเลย ผมว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจครับ แล้วก็คิดว่าจริงไม่ใช่น้อย ๆ เวลาผมเห็นฅนรอบตัว โดยเฉพาะฅนในครอบครัวเป็นประจำ ก็รู้สึกว่าจะมีอิมเมจแบบนี้นะ แต่พอไปเห็นเจ้าตัวเวลาออกไปอยู่ข้างนอกในสังคม ก็รู้สึกประหลาดใจว่ามีมุมมองแบบนี้ด้วยเหรอ

 

เช่นคุณพ่ออยู่บ้านจะเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด แต่เวลาไปงานเลี้ยงที่กรม เห็นคุณพ่อปล่อยมุขแซวฅนนู้นที ฅนนี้ทีก็แปลกใจฮะ นึกไม่ถึงว่าจะมีอารมณ์ขันประมาณนี้ด้วย หรืออย่างคุณแม่อยู่บ้านก็จะเอ๋อ ๆ อึน ๆ ลืมนู่นลืมนี่ เวลาไปเห็นตอนอยู่ที่ทำงาน นั่งตรวจเปเปอร์กับลูกศิษย์แล้วก็โอ้ว แม่เรานี้เข้มงวดแล้วก็ละเอียดไม่ใช่เล่นเลย

 

ว่าจะยกตัวอย่างน้องชายอีกฅน…แต่ไม่อยากพาดพิงถึงฮะ เดี๋ยวต้องมานั่งไล่ลบเอนทรี่กันอีก “- –

 

ก็เลยลองมานั่งนึก ๆ ดูครับว่าชีวิตผมเองมีแง่มุมอะไรแตกต่างกันบ้าง คิดไปคิดมาก็สรุปออกมาได้ว่ามีอยู่ 6 แง่มุมที่แตกต่างกันออกไปครับ แต่ละแง่มุม ตัวตนหรือภาพลักษณ์ของผมก็จะเหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้าง ในขณะเดียวกัน สภาวะแวดล้อม หรือ กลุ่มฅนที่มีปฏิสัมพันธ์กับผมในแต่ละแง่มุมก็จะแตกต่างกันไปด้วย

 

มุม 6 มุมนี้ แบ่งออกแค่คร่าว ๆ ครับ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันในแต่ละแง่มุมอีก ที่สำคัญก็คือ ฅนที่รู้จักแง่มุมต่าง ๆ นั้น ก็จะยืนอยู่ใน เส้นรอบวงของระดับความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันครับ ฅนที่สนิทมาก ๆ ก็จะอยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้กับตัวผมมากที่สุด ส่วนฅนที่แค่รู้จัก หรือเห็นกันแวบ ๆ ก็จะอยู่ในเส้นรอบวงที่ห่างจากตัวเราออกมาเรื่อย ๆ (ไม่รู้ว่านึกภาพกันออกรึเปล่านะฮะ “- –) แง่มุมหรือมิติเดียวกัน ฅนที่อยู่ใกล้ก็จะเห็นชัดกว่าฅนที่อยู่ห่าง ๆ หรือเห็นแวบ ๆ ที่สำคัญ ฅนที่เข้ามาอยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้ตัวเรามาก ๆ ชีวิตนี้มีอยู่ไม่กี่ฅนหรอกครับ

 

แง่มุมต่าง ๆ มีดังนี้ครับ

 

หนึ่ง-         ชีวิตส่วนตัว: เป็นตัวตนที่ใช้ชีวิตประจำวันครับ ทานอาหารแบบไหน นอนยังไง มีรสนิยมอะไร ฟังเพลงหรือดูหนังประเภทไหน อยู่บ้านทำตัวยังไง ใช้ที่โกนหนวดยี่ห้ออะไรฯลฯ รูปลักษณ์ที่ใคร ๆ ก็ต้องมี และกลุ่มบุคคลที่ได้รู้จักผมในแง่นี้ก็คงไม่พ้นสมาชิกครอบครัว แล้วก็ญาติ ๆ ครับ ฅนที่อยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้ที่สุด ก็คงเป็นพ่อ แม่ แล้วก็น้องชายอ่ะครับ (ฅนอื่นไม่รู้นะฮะว่าเวลาผมอยู่ที่บ้าน เราคุยกันเรื่องอะไร 55+ รับรองว่าเดาไม่ได้แน่นอนครับ)

 

แง่มุมนี้คงที่มาหลายปีแล้วครับ แต่ต่อไปในอนาคตเมื่อผมมีครอบครัวเป็นของตัวเอง มุมมุมนี้ กับสมาชิกที่รายล้อมผมก็อาจจะเพิ่มจำนวนขึ้นก็เป็นได้ โดยปกติแง่มุมในครอบครัวนี้ฅนที่เจอก็จะมีแต่ฅนในครอบครัวครับ แต่บางทีก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ฅนอื่น ๆ เข้ามารู้จักแง่มุมนี้แบบลึก ๆ ได้เหมือนกัน (เพิ่งเจอกรณีนี้ไปเมื่อเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ประทับใจพอดู)

 

 

สอง-           โลกในหัว: เป็นการถ่ายทอดความคิด มุมมองต่อสังคมภายนอกลงในสังคมไซเบอร์สเปซครับ เป็นแง่มุมที่แตกต่างจากมุมอื่น ๆ ตรงที่ว่า แง่มุมอื่นจะได้สัมผัสตัวเป็น ๆ แต่ฅนที่รู้จักผมในแง่มุมนี้ก็จะผ่านตัวอักษรล้วน ๆ ซึ่งสำหรับผมแล้ว บางทีมันก็เป็น ตัวจริงยิ่งกว่าฅนที่ได้พบเห็นตัวเป็น ๆ อีกนะครับ สำหรับกลุ่มฅนในแง่มุมนี้ก็ได้แก่บรรดาผู้ฅนที่แวะเข้ามาอ่านบล็อก แล้วก็เยี่ยมไฮไฟว์ผมทั้งหลาย ฅนที่อยู่ในเส้นรอบวงใกล้ ๆ ก็คงประมาณป่าน จินนี่ พี่แจง แล้วก็แฟนคลับเดนตายประเภทไม่เปิดเผยตัวบางฅน อะไรทำนองนี้อ่ะฮะ (ที่น่าสนใจคือป่านกับจินนี่แทบไม่รู้จักตัวตนผมในแง่มุมอื่นเลย…รู้จักผ่านทางตัวอักษรล้วน ๆ) ในอนาคตก็ไม่แน่เหมือนกันครับว่าโลกใบนี้จะขยายขนาดขึ้น หรือเล็กลง เท่าที่ผ่านมา ก็มีสมาชิกเข้า ๆ ออก ๆ ในเส้นรอบวง แต่ตราบใดที่ผมยังอัพบล็อก แล้วก็เล่นเว็บโซเชียลอื่น ๆ แง่มุมนี้ก็คงยังไม่หายไปไหนหรอกครับ

 

 

สาม-           คณะวิทย์: อย่างที่ทราบกันครับว่าตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ กลุ่มฅนที่รู้จักผมในแง่มุมนี้ก็เป็นเพื่อน ๆ ที่เรียนคณะวิทย์ด้วยกัน (ไม่ว่าจะเคยเรียนด้วยกัน หรือเข้าร่วมประชุมวิชาการด้วยกันก็ตาม) ฅนที่รู้จักผมดีที่สุด อยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้ที่สุดก็คงไม่พ้น advisor กับสมาชิกใน lab อยู่แล้วครับ ซึ่งเมื่อเรียนจบ แง่มุมนี้ก็อาจจะหดแคบลงไป กลุ่มฅนที่เจอก็อาจจะลดลงไปเรื่อย ๆ แล้วไปโตเอาในแง่มุมของการทำงานอีกที (มุมของการทำงานปัจจุบันผมยังไม่มีครับ “- –)

 

 

สี่-                 การเรียนอื่น ๆ: ได้แก่เพื่อนสมัยเรียนสาธิตเกษตรครับ แล้วก็เพื่อน ๆ ที่ลงเรียนอะไรอีกจิปาถะ เพื่อน ๆ เหล่านี้ก็จะได้เห็นผมตั้งแต่สมัยเรียนนะฮะว่าเป็นฅนยังไง ประพฤติตัวยังไง บ้าบอคอแตก หรือเรียบร้อยขนาดไหน (ถ้าใครไม่ค่อยเชื่อ ภาพลักษณ์ผมกับเพื่อน ๆ ในแง่มุมนี้ค่อนข้างจะเรียบร้อยนะฮะ ยกเว้นระยะหลัง ๆ มานี่เพื่อน ๆ ถึงค่อยเปลี่ยนความคิด)

 

ฅนที่อยู่ในเส้นรอบวงที่สนิท ก็คงเป็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มสาธิตเกษตรที่นัดเจอกันอยู่เรื่อย ๆ แหละฮะ แง่มุมนี้คงไม่ขยายมากกว่านี้ ในขณะเดียวกันก็คงจะไม่หดตัวลงหรอกครับ น่าจะอยู่ตัวแล้ว เพราะเพื่อนสมัยเรียนคงไม่เข้ามาสนิทมากกว่านี้แล้ว(เว้นแต่มีเหตุให้ต้องมาทำอะไรสักอย่างด้วยกัน) ในขณะเดียวกัน ด้วยความเป็นเพื่อนที่มีมา ก็คงไม่ห่างเหินกันไปหรอกครับ คงติดต่ออยู่เรื่อย ๆ แม้ต่างฝ่ายต่างจะมีฅนรัก หรือครอบครัวเป็นของตัวเองก็ตาม

 

 

ห้า-              สันทนาการ: สมัยก่อนไม่มีแง่มุมนี้อยู่ในตัวเลยครับ เพิ่งมีตอนเข้ามหาลัยมานี้เอง “- – กลุ่มฅนที่ได้เห็นภาพลักษณ์ของผมเกี่ยวกับสันทนาการก็มีแต่คิวบิค ครีเอทีฟเท่านั้นแหละครับ “- – อิมเมจของผมในกลุ่มนี้จะแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ ค่อนข้างมาก เป็นอิมเมจที่เฮฮา ตลก ขำ(ปนกับแป้ก)ที่สุดแล้วฮะเมื่อเทียบกับแง่มุมอื่น ๆ (น้อง ๆ ที่อยู่ในคิวบิคอาจจะไม่ทราบว่าตัวจริงผมไม่ได้ขำแบบที่เห็น) โลกของสันทนาการนี้เพิ่งมามีขนาดใหญ่ในช่วง 5 ปีให้หลังนี่เองครับ แต่คงไม่ใหญ่ไปกว่านี้แล้ว (ยกเว้นแต่จะมีเหตุการณ์อะไรพิเศษจริง ๆ เช่น ได้ไปค่ายสันทนาการอีกรอบ) ส่วนในอนาคต โลกใบนี้จะปิดตัวลงรึเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าผมยังอยู่คิวบิคอยู่รึเปล่าเท่านั้นเอง “- – (เพราะคิวบิคเป็นสังคมแห่งเดียวที่รองรับแง่มุมนี้ของผมอยู่)

 

ส่วนฅนที่อยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้ที่สุดน่ะเหรอครับ…. ก็คือน้อง ๆ ที่ทำสันทนาการมาด้วยกันแหละฮะ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็เป็นโอ อาตี้ พีต้า … รุ่นถัดมาก็เป็น ตี๋น้อย กับปริน ตอนนี้ล่าสุดก็เป็นกรแล้วครับ (อนาคตก็อาจจะเปลี่ยนฅนอีก) แง่มุมนี้เป็นตัวตนที่ห่างไกลจากตัวจริงมากที่สุดแล้วครับ จะว่าเป็นคาแร็คเตอร์ สร้างขึ้นมาก็ว่าได้ เวลามีน้อง ๆ มาถามว่า โห พี่ก้อนไม่มางานนี้เหรอ พี่ก้อนไม่มาคงกร่อยแย่ … ฟังแล้วก็รู้สึกดีครับ ถ้าเป็นสักสิบปีก่อนหน้านี้ คงไม่มีใครคิดว่า ฅนอย่าง มษฐาจะไปทำให้ใครที่ไหนหัวเราะได้หรอกนะครับ เป็นการยืนยันว่า ตัวตนของเราที่ใช้ทำงาน กับตัวตนจริง ๆ อาจจะแตกต่างกันก็ได้ พูดแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเคยมีโค้ชฟุตบอลที่รู้จัก เวลาซ้อมโคตรโหดดดดดดด เลยครับ ดุมาก สมาชิกกลัวหัวหดทุกฅน เคยไปเยี่ยมครั้งหนึ่งที่บ้าน ยังกะฅนละฅนเลยครับ พูดเสียงเบา อารมณ์ดี ใจเย็นยังกะน้ำ ตอนนั้นก็ยังประทับใจอยู่เลยว่า เวลาที่โค้ชต้องทำตัวให้ดูดุก็เนียนจริง ๆ นะ ไม่มีใครเชื่อเลยครับว่าตัวจริงจะใจดีขนาดนี้

 

 

หก-             กิจกรรม: เป็นกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่สันทนาการครับ หลัก ๆ ตอนนี้ก็มีอินเตอร์แรคท์ แล้วก็กิจกรรมคณะบ้างเล็กน้อย ปน ๆ กับกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ไปช่วยโอถ่ายหนังนิเทด หรือขึ้นแสตนด์ฟุตบอลประเพณี กลุ่มฅนที่อยู่ในนี้ก็ได้แก่น้อง ๆ สโมสรอินเตอร์แรคท์ แล้วก็ผู้ฅนที่เจอเวลาไปร่วมกิจกรรมจิปาถะต่าง ๆ ครับ ซึ่งถ้าใครอยู่ในโลกใบนี้ก็จะได้เห็นว่าผมทำงานเป็นอย่างไร ประชุมเป็นอย่างไร ถนัดทำสายงานอะไร(ที่ไม่ใช่สันทนาการ) มีแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบกิจกรรมอย่างไร

 

โลกใบนี้นับวันมีแต่จะเล็กลงเรื่อย ๆ ครับ เพราะว่าต่อไปผมก็คงทำกิจกรรมน้อยลงเมื่อเรียนจบ แล้วหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นโลกของการทำงานเต็มตัว สำหรับฅนที่อยู่ในเส้นรอบวงที่ใกล้ที่สุดตอนนี้มีฅนเดียวครับ แล้วเจ้าตัวก็รู้อยู่แล้ว (เคยบอกไปหลายรอบแล้ว) ตอนนี้ก็พยายามถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้อยู่ครับ ให้ข้อมูลทั้งหมดเท่าที่จะให้ได้ ก่อนที่โลกในมิตินี้จะปิดตัวลง ส่วนเจ้าตัวได้รับแล้วจะเอาไปใช้อะไรต่อ…หรือไม่ใช้อะไรเลยก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผมแล้วครับ แค่เรารู้ว่ามีใครบางฅนที่อยู่ในโลกใบเดียวกับเรา(ซึ่งมีไม่กี่ฅน) แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว

 

 

 

อย่างที่บอกไปครับว่า แต่ละโลก แต่ละแง่มุม ก็มีตัวตนของผมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าผมจะพลิกตัวตนอันไหนออกมา เช่น ถ้าเป็นโลกไซเบอร์ ก็จะมีความคิดอะไรประหลาด ๆ แหวก ๆ ในขณะที่โลกสันทนาการก็จะไร้สาระตลอดกาล (ฮา) ถ้าเป็นโลกการเรียน เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันก็จะออกแนวลามกจกเปรต (แต่ตอนนี้ก็ชักเพลา ๆ ลง)ในขณะที่อยู่คณะวิทยก์ก็จะเรียบร้อยกว่าเวลาอยู่บ้าน ไม่ค่อยซ่าส์มาก ฯลฯ

 

นอกจากนี้ แม้จะอยู่ในโลกเดียวกัน แต่ถ้าอยู่ในเส้นรอบวงของระดับความสัมพันธ์ฅนละแบบ ก็อาจจะมีมุมมองต่อผมแตกต่างกันนะครับ เช่น ในโลกส่วนตัว ฅนที่รู้จักผมดีที่สุดก็จะเป็นฅนในครอบครัว แต่ถ้าเป็นญาติ ๆ ก็จะมองผมในอีกอิมเมจหนึ่ง เช่น พูดน้อย ไม่ค่อยพูด (เวลาอยู่กับญาติ ๆ) แต่ถ้าอยู่บ้านละก็พูดเก่ง หรือถ้าเป็นฅนที่เปิดใจให้ ก็จะทราบดีว่าปมต่าง ๆ ในชีวิตผมเป็นอย่างไร ซึ่งฅนที่อยู่วงนอก ๆ จะไม่มีทางรู้เลย (เพราะไม่เคยบอก) เป็นต้น

 

 

ที่น่าสนใจก็คือ ไม่มีใครที่เคยเห็นโลกของผมครบทั้งหกด้านครับ (และผมก็มั่นใจครับ ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่เห็นโลกของฅนอื่นครบทุกด้านหรอก) ส่วนใหญ่จะเห็นแค่ด้านเดียว หรือมากกว่านั้นก็สองด้าน ฅนที่เห็นสามด้านขึ้น(และเห็นแบบใกล้ ๆ ด้วยนะครับ) ต้องนับว่าเป็นฅนพิเศษจริง ๆ

ขนาดคุณแม่ผม ที่ผมนับว่าสนิทที่สุดในโลก แม้จะรู้ว่าผมมีโลก 6 โลก แต่ก็รู้จักเข้าจริง ๆ แค่ 2 โลกครับ คือโลกส่วนตัวกับโลกไซเบอร์ คุณแม่ผมเองก็ไม่เคยเห็นตอนผมอยู่กับเพื่อน ๆ หรือตอนทำกิจกรรมเลยว่าเป็นอย่างไร หรืออย่างเรื่องเรียนก็พอรู้ว่าเรียนอะไรเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่ได้ไปสัมผัสอย่างจริงจัง (อยู่เส้นรอบวงนอก ๆ ว่างั้นเถอะ) ที่พิเศษ ๆ หน่อยก็มีรุ่นน้องที่ทำคิวบิคด้วย อยู่อินท์ด้วย เข้ามาอ่านบล็อกของผมด้วย แล้วก็รู้เรื่องส่วนตัวของผมด้วย อันนั้นก็พิเศษมาก ๆ ถึงมากที่สุดครับ เพราะจะรู้จักผมถึง 4 ด้าน แต่ฅนแบบนั้นเอาเข้าจริงผมก็คิดว่ามีนับหัวได้ (ตอนนี้ที่นึกออกก็มีแค่ฅนเดียว แต่เจ้าตัวคงยังไม่รู้ว่าเป็นฅนที่รู้จักผมดีขนาดนั้น)

 

 

พอนั่งนึกโลกทั้ง 6 มุมแล้ว ก็สนุกดีนะครับ ที่ลองมานั่งไล่เรียงทีละฅนว่า แต่ละฅนรู้จักผมในแง่มุมไหนบ้าง ที่น่าตลกก็คือ พอนั่งไล่ไปอย่างนี้แล้ว ก็พบว่า แทบไม่มีใครเลยที่รู้จักเราจริงสักฅน(ฮา) มักจะมีแง่มุมอื่นอีกมากมายมหาศาลที่บอกได้เลยว่า ฅนฅนนั้นคงต้องงงแน่ ๆ ถ้าเค้าได้มาเห็นแง่มุมอื่นของเรา

 

ใครที่คิดว่าตัวเองมีหลาย ๆ แง่มุมก็มาแสดงความเห็นกันได้นะครับ แค่ผมคิดว่าฅนอื่นจะมีแง่มุมอะไรบ้างเนี่ยก็สนุกมากแล้ว อย่างเช่น เวลาป่านอยู่กับแฟนจะทำตัวอย่างไร หรือว่าเวลาอิ๊กนั่งเรียนหนังสืออยู่ในห้องจะทำหน้าประมาณไหน เวลาจินนี่เล่นกับเพื่อน ๆ ที่คณะจะเป็นอย่างไร ส่วนข้าวตู… (อ่า รายนี้คงเหมือนกันทุกมุม) เมย์เวลาไม่เพ้อกับไม่ไฮเปอร์จะเป็นไงบ้าง…(แค่คิดก็มันแล้วครับ) ส่วนใครที่คิดว่ารู้จักผมเกิน 3 มุมขึ้นไป รีบมาแสดงตัวล่ะ…

 

 

 

….จะได้มอบรางวัล ฅนพิเศษของผมให้ ซึ่งแปลว่า… คุณรู้จักผมดีกว่าใคร ๆ เลยนะเนี่ย (จะภูมิใจมั้ยวะ?)

 

 

 

ปล. เจ๊แอ้เพิ่งกลับมาอัพบล็อกครับ ยังสะเด็ดโดนใจเหมือนเดิม แนะนำให้ไปอ่านต้นฉบับ ก่อนที่มันจะฟอร์เวิร์ดมาทางเมล์ได้ที่

http://cereal22.spaces.live.com/Blog/cns!7F5485408BD1ECA5!2076.entry

Comments
  1. Sunida says:

    มาเห็นด้วย
     
     
    งั้นตาลคงรู้จักพี่ก้อนผ่านมิติโลกไซเบอร์
    หรือมิติในฐานะพี่เพื่อน
     
     
    ได้สองมิติแล้ว 555

  2. Chayanin says:

    อ่าน แรกๆ ดูเฉยๆ ผ่านๆ ดูเครียด (ทำไมมันดูปรัชญา จิตวิทยา ลึกลับอะไรเช่นนี้) ก่อนจะปล่อยฮาตอนสุดท้ายนั่นสิ ทฤษฎีนี้อธิบายได้ว่า ทำไมผมถึงมึนไปกับมุขพี่ก้อน…..ตอนนี้กำลังเริ่มๆ ชินๆ มากขึ้น (มั้ง หรือจริงๆ ยังหว่า?)โดยตัวเอง บางทีผมก็ไม่ค่อยชอบให้ข้ามมิติมากเท่าไหร่ แต่คิดว่าคงแค่กับบางมิติ อย่างไซเบอร์นี่ จริงก็ค่อนข้างจะเปิดกว้างหน่อย (แต่เอาเข้าจริงไม่กว้างเพราะไม่มีใครเข้ามาอ่าน – -) แต่ก็แอบรู้สึกว่า ไม่อยากให้บางคนเข้ามารู้ตัวตนด้านนี้ของเรา (ซะงั้น)

  3. Jinnipar says:

    เข้ามาเม้นว่า เม้น อย่างบอกละกันค่ะ -*-
     
    ไมเกรนขึ้นสมองละตอนนี้ – -" เสปซตัวเองยังไม่ได้เขียนเลย จดไว้เต็มสมุด ชีวิต-*-…
    ป่วยอะไรนักหนาก็ไม่รู้ เป็นไข้ ปวดหัว แล้วพอหายก็ท้องเสียแทน หายท้องเสียก็ตากฝนปวดหัวต่อ ชีวิต -*-….
    มะรืนนี้สอบแล้ว หนังสือยังไม่ได้อ่าน ชีวิต-*-…
     
     
    ชีวิต-*-…(มีหลายมุม จินนี่เคยคิดนะคะ ว่าคนที่เรารู้จักในมุมหนึ่ง แล้วคิดว่าเรารู้จักดี เราอาจจะไม่รู้จักเค้าถึง 10% ของเค้าด้วยซ้ำไป)
     
    ปล. เคยเห็นภาพพี่อิ๊กหลับในห้องเรียนค่ะ

  4. Zerothman says:

    พี่ก้อนยังใช้แผ่นดิสก์อยู่อีกหรอครับ?

  5. Jinnipar says:

    ปล. เพิ่งคิดได้ จินนี่เคยเขียนเรื่องประมาณนี้ (แต่ไม่ได้พูดถึงทุกมุมของตัวเอง) ไปแล้ว
     
     
    เอนทรีชื่อ มุม..(ไม่ใช่แมง)
     
    วันที่ 04 สิงหาคม 2550
     
    จำได้มั้ยคะ 5555

  6. Chayanin says:

    พี่ก้อนอาจจะหมายถึง external hard disk ก็ได้นะพี่ณัชหรืออาจจะเป็น blu-ray disc, compact discหรือ laserdisc ดี ฮ่าๆๆ

  7. Prarinya says:

    พี่ก็มีหลายมิตินะ
    เช่น
    มิติมาร
    มิติมืด
    มิติที่สาม
    หรือ
    ตรีโกณมิติ
    ฮาฮา

  8. ก้อน Masatha says:

    Miracle-Bear >>> โอ้ว มุขนี้ใช้ได้เลยครับพี่หมี อยากเจอมิติสว่าง ๆ ของพี่หมีบ้างฮะ ปกติเจอแต่มิติมืด (ฮา)
     
    /paːn/ >>> พี่ว่าป่านก็เก็ตมุขพี่ออกนะ (หรือว่าไม่ใช่หว่า?) แต่เห็นด้วยนะว่าในโลกไซเบอร์ ถึงจะเปิดให้ใคร ๆ มาอ่านได้ ก็มีบางฅนที่เราไม่สบายใจถ้าจะเข้ามาอ่านก็มี (เช่นถ้าแอดไวเซอร์รู้ว่า พี่อัพบล็อกเดือนละสามหน แต่ทำงานส่งไม่ทันกำหนด คงโดนประหารชีวิตแหงม ๆ-ฮา)
     
    ที่สำคัญ ฅนที่อยู่ในบางโลกของเรา เวลาข้ามมาอยู่อีกโลกนึงก็จะรู้สึกแปลก ๆ หรือกระอักกระอ่วน เช่นเวลาเจอป่านสมัยแรก ๆ หรือเจอพี่แจงก็ไม่รู้จะคุยอะไร (ใช่มะ) หรืออย่างพี่ๆ  ที่ lab เวลารู้ว่าเราเคยนำสันแล้วจะให้ไปนำที่ภาค พี่ก็ลำบากใจเพราะรู้สึกว่าอิมเมจที่คณะ กับอิมเมจเวลานำสันฯมันเข้ากันไม่ได้เลยเทียว
     
    ตาล >>> กร๊าก สักวันอาจจะมีมิติอื่นก็ได้นะจ๊ะ ทำงานเป็นไงบ้างเนี่ย?
     
    Zerothman >>> ที่คณะไวรัสเยอะมากฮะ ใช้ Drive A: แล้วรู้สึกปลอดภัย (อาจจะเพราะว่าไม่ค่อยมีฅนใช้ แล้วไฟล์ก็ไม่ได้ใหญ่มาก ประกอบกับแต่ละเครื่องก็ไม่ได้ไรท์ซีดีได้หมด แถมต้องย้ายเครื่องบ่อยเวลา analyze เพราะว่าต้องมีซอฟแวร์เฉพาะอีก)…. ไม่งั้นเครื่องมันจะมีช่องให้ใส่ดิสก์ไว้ทำไมละฮะ? (แต่ก็แอบดูโลว)
     
    Ginnie~* >>> จำได้จ้า พี่เองก็คอมเมนท์บล็อกนั้นนี่นะ แต่จริง ๆ แล้วก็สะดุดใจกับบล็อกของพี่อีกฅนนึงนะ เพราะมีประโยคประมาณว่า ‘จะมาบอกว่าเบื่อแล้วเพราะรู้จักเราดีได้ไง ในเมื่อยังมีมุมอีกเป็นล้าน ๆ มุมที่เราเองยังไม่รู้จักตัวเองเลย’ อะไรทำนองนั้น
    พี่ไม่เคยเห็นอิ๊กหลับในห้องเรียนนะ (ว่าแต่เราไปเห็นได้ไงฮึ?) แต่พอนึกภาพออกเพราะเห็นอิ๊กตอนหลับบ่อย ๆ ในค่าย (ฮา)
    หายป่วยไว ๆ อ่านหนังสือได้เยอะ ๆ นะจ๊ะ พี่สอบจะเสร็จแล้ว วะฮะฮะฮ่า
     
     
     
     

  9. Sunida says:

    เวลาพี่ก้อนทิ้งคำถามไว้(ถึงอาจจะไม่ต้องการคำตอบ 55)ที่บล็อก ตาลกำลังคิดว่า ควรตอบที่นี่ หรือตอบไว้ที่บล็อกตัวเองดี
    แต่ตอบที่นี่ก่อนล่ะกันนคะ
    เอนทรีล่าสุดเป็นเนื้อเพลง fix you เฉยๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ
    ส่วนงาน สมัครเขียนบทซิทคอมไป กำลังรอฟังผลค่ะ
    แปลว่าตอนนี้ว่างงาน
    555
     
     

  10. katachi says:

    เวลาข้าวตูอยู่กับแฟนจะทำตัวอย่างไร?
     
     
     
     
    แต่ที่สำคัญ ข้าวตูจะหาแฟนได้อย่างไร? 

  11. Jang says:

    สุขสันต์วันเกิดค่ะจำได้ว่าเดือนนี้ปีที่แล้ว ก้อนก็เคยอัพอะไรทำนองนี้พี่ชอบรู้จักคนบางด้าน เหลือๆไว้ให้ค้นหาบางคนก็รู้จักในคราวเดียว ที่เหลือก็ไม่น่าสนใจ ไม่น่าค้นหาพี่ยังชอบให้คนรู้จักพี่ อย่างที่พี่อยากให้รู้จัก…เพราะจะเหลือความเป็นส่วนตัวของเราได้เยอะดีส่วนที่ยากที่สุดของคนเรา คือการยอมรับตัวเอง  ทั้งครบ…ทุกด้านที่มี

  12. c e r e a l says:

    ขอบคุณมากค่ะ อุตส่าห์ลงโฆษณาแถมท้ายให้ด้วย 555
     
     
    สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่ก้อน
    ขอให้ชีวิตมีความสุขในทุกๆมิตินะคะ
     
     

  13. ก้อน Masatha says:

    :*: c e r e a l :*: >>> ขอบคุณมาก ๆ จ้า เห็นแม่บอกว่าแอ้เรียนต่ออยู่ ขอให้มีความสุขในการเรียนมาก ๆ นะจ๊ะ
     
     
    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤>>> โอ้ว พี่แจงจำแม่นจังครับ (ผมจำไม่ค่อยได้ว่าอัพอะไรไปแล้วบ้าง บางทีก็อัพซ้ำ แหะ ๆๆ) ขอบคุณมาก ๆ ครับ
    เห็นด้วยเหมือนกันครับว่า อยากให้ฅนรู้จักอย่างที่เราอยาก เวลาเค้าติดภาพอะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่อยากให้เป็น (ไม่ว่าจะดีเกินไป หรือแย่เกินเหตุ) ก็ทำให้เราลำบากใจทั้งนั้น
    ฅนบางฅนถึงเหมาะที่จะรู้จักแค่การทำงานอย่างเดียว (แบบว่าอย่าไปรู้เรื่องส่วนตัวเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเสียฟีลเปล่า ๆ) ในทางกลับกัน บางฅนก็คบได้ในฐานะเพื่อนอย่างเดียว แต่เอามาทำงานไม่ได้เด็ดขาด
    เพราะตัวตนของเราในมิติไหน ก็จะมีรูปแบบความสัมพันธ์ในมิตินั้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ (แหม ๆ รอความคิดตกตะกอนกว่านี้ อาจจะเอาไปเขียนอีกสักเอนทรี่ก็ได้นาฮธ)
     
     
    -ฆ่าวฏู– >>> ถึงผู้ชายจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ที่ค่อนข้างหัวทึบ แต่พี่เชื่อว่าสักวันมันจะมีฅนที่ฉลาด ๆ ที่เป็นแฟนกับข้าวตูได้…แน่นอนจ้ะ (รอข้าวตูมาเป็นพิธีกรงานแต่งพี่ก่อนเน้อ)
     
    ตาล >>> 55+ ตอบในนี้ก็ได้จ้า พี่จะได้เข้ามาอ่าน (ถ้าตอบในส่วนของตาล บางทีพี่ก็หลุด) ขอให้ได้งานไว ๆ นะจ๊ะ (ปีนี้ไปดูละครนิเทศป่ะเนี่ย?)
     
     

  14. Jinnipar says:

    ชมพูพานเป็นฉายาฮะ

  15. Rata says:

    ยังไม่มีเวลาอ่านบล้อกพี่ก้อนแต่จะมาตอบก่อนว่า ตอนนี้อยู่เมืองไทยค่ะ
    แล้วจะกลับมาอ่านนะคะ ^^

  16. ก้อน Masatha says:

    Ginnie~* >>> เอ่อ แล้วฉายานี้ท่านได้แต่ใดมา?
     
    Pum+PiM+ >>> อณะ อยู่เมืองไทยแล้วเหรอ (เหมือน ๆอ่านล่าสุดจะบอกว่าอีก 120 วัน) แล้วจะได้เจอกันมั้ยเนี่ย???? กำลังจะอัพอันใหม่แล้ว อย่าลืมกลับมาเมนท์ด้วยนะจ๊ะ ^^

  17. Jinnipar says:

    ก็ในกลุ่ม แต่ละคนมีชื่อไทยๆทั้งกลุ่ม ชื่อนี้ดีสุดแล้วล่ะพี่ก้อน
     
    คนอื่น บานศรี แบะฤทัย ประมาณนั้น
     
    ก็จินนี่ใช้ของสีชมพูๆไง(แม่ซื้อ) แล้วก็เป็นเด็กถือพาน
     
    ไม่เกี่ยวกับขี้ไคลหรือเภสัชกรแต่ประการใด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s