สกุลไทย…กันอีกสักรอบ

Posted: September 28, 2008 in Re-writer

ว่าจะเขียนเอนทรีนี้นานแล้วครับ ไม่มีจังหวะสักที
จนเรื่องที่จะเขียนถึงจบไปตั้งนานแล้ว (แหะ ๆ)

ประเด็นวันนี้ที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ
คุณลักษณะของนักเขียนสามารถแสดงออกผ่านทางตัวอักษรได้ชัดเจนมากนะครับ

อย่างเช่นเรื่องที่จบไปสักพัก คือเรื่อง ห้ามตะวันฉายของคุณชูวงศ์
ฉายะจินดา จริง ๆ ผมก็สังเกตมาหลายเรื่องแล้วละครับว่า
เวลาอ่านนิยายของนักเขียนท่านนี้ ใจจะประหวัดนึกถึงสังคมไทยสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังสาว
บางทีอ่าน ๆ ไปก็อ้าว มีพูดเหตุการณ์ปัจจุบันนี่หว่า แต่ภาษา สำนวน
ทำให้ตระหนักได้ง่าย ๆ ว่าเป็นสำนวนของฅนรุ่นก่อน
บางทีตัวเอกก็มีพยายามใช้ศัพท์แสลงบ้าง ใช้สำนวนวัยรุ่นแปลก ๆ บ้าง แต่อ่าน ๆ
ไปก็รู้เลยว่า ไม่ใช่สำนวนที่วัยรุ่นสมัยนี้ใช้แน่ ๆ กระทั่ง
พระเอกนางเอกยังจีบกันผ่านกลอนอยู่เลยครับ (โบราณสุด ๆ) …

แต่พอมาได้อ่านบล็อกของอิ๊ก กับจินนี่แล้ว ก็ชักรู้สึกว่า
หนุ่มสาวแต่งกลอนจีบกัน อาจจะแฟชั่นมาก ๆ แฮะ (แต่อย่างน้อย ก็คงแต่งแบบแคนโต้…
ไม่ใช่กลอนสี่กลอนแปดแบบในนิยายหรอกนะฮะ
)

ดูตัวอย่างได้ตามลิงค์ข้างล่าง  

http://eigx.wordpress.com/2008/09/01/แคนโต้เกี่ยวกับความรัก/

http://jinnipar.spaces.live.com/blog/cns!B4AB2494D9711EF5!4105.entry

***

เรื่องที่สองคือเรื่อง ฟากฟ้าแห่งนิรันดร์ ของคุณธนูดาว

เรื่องนี้มีฉากหลังเป็นญี่ปุ่นครับ
เป็นนิยายโรแมนติค อ่านแล้วก็รู้สึกแหม่ง ๆ แล้วก็คิดในใจว่า
ฅนเขียนต้องเป็นผู้หญิงแน่ ๆ แถมต้องเป็นหญิงสาวอายุน้อยด้วย …
แล้วก็จริงตามนั้นครับ

ผู้แต่งเป็นคุณหมอสาว จบแพทย์จุฬาครับ
ดูอายุอานามแล้วก็แก่กว่าผมไม่เท่าไหร่ …เดาได้ตรงเป๊ะจริง ๆ ด้วย

เวลานักเขียนสตรีเขียนนิยายแล้ว
มันแทบจะจับได้เลยนะฮะว่าเป็นผู้หญิงแต่ง เพราะคาแร็คเตอร์ของพระเอกจะหลุดโลก
ในแบบที่ชีวิตนี้ไม่เคยเจอหรอกผู้ชายประเภทนี้ ซึ่งก็จะเจอประเภทแบบเป็นผู้ชายหยาบ
ๆ ดิบ ๆ แต่ในบางเรื่องกลับสุขุมลุ่มลึกเป็นที่พึ่งได้

ผมใช้ชีวิตมายี่สิบกว่าปี อยากจะบอกว่า
มนุษย์เพศผู้ที่บุคลิกซับซ้อนแบบนั้น ไม่มีในโลกหรอก(ว้อย) (แต่ไม่แน่
ผมอาจใช้ชีวิตมาน้อยเกินไปก็ได้ อาจจะมีผู้ชายประเภทนั้นจริง ๆ อย่างเช่น
เต้ในเรื่องของขวัญวันวาน
ที่กับฅนอื่นกลายเป็นผู้ชายปากจัด ร้ายกาจ
แต่กับนางเอกก็เป็นผู้ชายน่ารักแสนดี…อ่านแล้วก็นึกถึงป๊ะป๋าตัวเองขึ้นมาตงิด ๆ)

แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ผู้ชายที่หยาบ ๆ
มันก็แสดงมาให้เห็นแม้กระทั่งในเรื่องทั่ว ๆ ไปแหละครับ ว่าเป็นฅนไม่คิดอะไร
ในขณะที่ผู้ชายละเอียด รอบคอบ มันก็จะแสดงออกมาให้เห็นในเรื่องการใช้ชีวิตเองว่า
เป็นฅนละเอียด แต่ไอ้ประเภทเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นตามอารมณ์ตัวเอง ดูโหดร้ายแต่จริง
ๆ อ่อนโยน ฯลฯ ไอ้บุคลิกสองขั้วตรงข้ามที่สาว ๆ ชอบนักชอบหนาเนี่ย

มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ (ผู้ชายที่มีสีสัน ก็มักจะไม่ค่อยมั่นคงครับ ในทางกลับกัน
ผู้ชายที่มีรักมั่นคงก็มักจะจืดชืด…ไอ้ที่อยากได้ทั้งมีสีสัน
มีรักมั่นคงด้วยแบบดูโอขอสอง…หายากนะครับสาว ๆ ทั้งหลาย …ทำใจซะเหอะ)

อีกเรื่องก็คือ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมสาว ๆ
เมืองไทยถึงชอบแต่งนิยายที่มีการกดขี่ทางเพศค่อนข้างชัดเจนนักนะครับ แต่ผมพบว่า
ซีนที่มันมี
sexual harassment น้น
แทบไม่เคยเจอในนักเขียนชายเลย มีแต่ในนักเขียนหญิงล้วน ๆ
ไม่ว่าจะเป็นพระเอกนางเอกทะเลาะกัน แล้วพระเอกดึงข้อมือนางเอกมาจูบ
หรือไม่ก็ทะเลาะ วิ่งหนี แล้วตะครุบตัวกลิ้งหลุน ๆ
สุดท้ายพระเอกก็ไปอยู่ด้านบนคร่อมตัวนางเอง (แล้วก็ลงท้ายด้วยการล่วงเกินนิด ๆ
หน่อย ๆ เช่นการจูบ) หรืออะไรทำนองนี้

ซึ่งถ้าเกิดขึ้นในชีวิตจริง
ผมว่ามันจะไม่โรแมนติคเอาน่ะสิครับ (แต่เห็นสาว ๆ ก็ชอบกันจัง ดูอย่างจำเลยรัก
หรือสวรรค์เบี่ยงเป็นตัวอย่างได้) ส่วนตัวผมแล้วเห็นว่า
ชีวิตคู่ที่มีความรุนแรงมาเกี่ยวข้อง แรก ๆ อาจจะดูตื่นเต้น แต่ระยะยาวไม่เวิร์คหรอกครับ
(แบบที่มีนักสุขภาพจิตเตือนว่า รักกันใหม่ ๆ ก็ตบจูบ ๆ แต่พอนาน ๆ ไป ความรักจืดจาง
มันจะเหลือแต่ตบอย่างเดียว ไม่มีจูบน่ะสิ)

อีกเรื่องที่ผมนึกออกก็คือ
เซวีน่า..มหานครแห่งมนตรา ครับ (เป็นนิยายแนวแฟนตาซี) อ่าน ๆ ไปก็ อะไรวะ เดี๋ยว ๆ
ตัวเอกฝ่ายชายก็ขืนใจนางเอกอีกและ (ขืนใจนะครับ ไม่ใช่ข่มขืน) เดี๋ยวก็จูบบ้างล่ะ
ล่วงเกินนิด ๆ หน่อย ๆ บ้างล่ะ ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา พอบังคับจูบทีเดียว
ดีกันแล้ว (อะไรวะ-รอบสอง) อ่าน ๆ ไปก็ชักเริ่มสับสนแล้วว่า
ตกลงไอ้ที่เราพยายามเป็นสุภาพบุรุษกับเกือบตายเนี่ย…ไม่ใช่สิ่งที่พระเอกทำกันใช่ไหม(วะ)

(นี่ดีว่าเรื่องนี้ฅนเขียนมีจินตนาการ
กับการจัดระบบความคิดของเรื่องที่น่าทึ่งมาก ๆ นะครับ
ไม่งั้นผมคงเลิกอ่านไปนานแล้วล่ะ
“- –)

แต่จินตนาการก็เป็นจินตนาการแหละครับ ในทางกลับกัน
เวลานักอ่านหญิงอ่านเรื่องที่ผู้ชายแต่งก็คงหงุดหงิดกับคาแร็คเตอร์ของนางเอกเหมือนกันล่ะน่า
ว่ามันช่างไม่เป็นผู้หญิงเอาเสียเลย … สำหรับผมมันยากเกินไปครับ
ที่จะบอกว่าผู้หญิงคิด พูด หรือรู้สึกอย่างไร แต่บอกได้เลยว่า
ไอ้คาแร็คเตอร์ของพระเอกที่สาว ๆ กรี๊ดกร๊าดกันนั้น ฟันธงได้เลยว่ามันก็เป็น
เกย์อารมณ์รุนแรงเท่านั้นแหละว้า (ไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเพศที่สามนะครับ
แต่ผมรู้สึกว่าพระเอกนิยายที่สาว ๆ กรี๊ด ๆ กัน มันไม่ค่อยเป็นผู้ชายในชีวิตจริง ๆ
สักเท่าไหร่)

***

สำหรับนักเขียนหญิงที่ผมชื่นชมว่าเขียนบุคลิกของพระเอกได้สมจริงมีสองฅนครับ
คือคุณชมัยภร แสงกระจ่าง กับ คุณว.วินิจฉัยกุล สำหรับท่านแรก
งานเขียนของอาจารย์จะไม่หวานจัด ไม่หวานเลี่ยนครับ ปนขมหน่อย ๆ ช่วงโรแมนติคก็จะมีแทรก
ๆ บาง ๆ ไม่หน่อมแน้มมาก อ่านแล้วเหมาะสำหรับฅนที่พยายามลดการบริโภคน้ำตาลมาก ๆ
(ส่วนตัวผมเองไม่นิยมอะไรที่หวานจัดเกินไปครับ)

ส่วนคุณว.วินิจฉัยกุล อันนี้ซูฮกเลยครับ นอกจากโครงเรื่องน่าสนใจ
บุคลิกของตัวละครที่ทำให้เกิดการดีเบตกันในวงกว้าง
ขนาดเรื่องก่อนหน้านี้ยังมีเสวนาเลยละครับ (นิยายเรื่องลมพัดผ่านดาว)
ที่มีสองตอนจบ ตอนจบแบบพระเอกได้อยู่กับนางเอก
กับตอนจบแบบที่พระเอกแยกทางกับนางเอก (ผมก็รออ่านบรรยากาศเสวนานั้นมาลงในสกุลไทยอยู่)

แต่ที่ประทับใจก็คือ
ตัวละครอาจารย์นี่ใช้ภาษาได้วัยรุ่นมาก ๆ ครับ (วัยรุ่นก็วัยรุ่นจริง ๆ)
อ่านบทสนทนาแล้ว..โห นี่มันเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ด่ากันจริง ๆ นี่หว่า ภาษาสมจริงมาก
ๆ ครับ(ทั้งชี ทั้งสตรอเบอร์รี่) อ่านแล้วก็อินใช่ย่อย ที่สำคัญ ตัวละครอาจารย์มีจุดดีและจุดด้อยให้เห็นชัดเจนครับ
จะชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบได้ง่าย ๆ

เอาเป็นว่า
ผมคิดว่านักเขียนชายกับนักเขียนหญิงก็มีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดนะครับ
ในเรื่องของบุคลิกตัวละคร
นอกเหนือจากที่นักเขียนหญิงจะเขียนเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครได้ดีกว่าผู้ชายแบบที่เคยพูดถึงไปแล้ว
แต่ถ้าเป็นนักเขียนเก๋า ๆ ก็คงลบความแตกต่างนี้ไปจนแทบไม่รู้สึกได้ละมั้งครับเนี่ย

ปล. เอนทรี่นี้สำหรับฅนที่ไม่ได้อ่านสกุลไทย
อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องนะครับ ต้องขออภัยด้วย

ปล.๒ เพิ่ง(จริง ๆ ก็สักพักแล้ว)
อัพเรื่องในคิวบิคบล็อกครับ เข้าไปอ่านได้ที่

http://cubicblog.wordpress.com/2008/09/19/โทสองใบ/

Comments
  1. Jinnipar says:

    *เมื่อปีก่อน ยังแต่งกลอนแปดโต้กับเพื่อนอยู่เลย – -" จะแต่งอะไรขึ้นกับอารมณ์มากกว่า
    แล้วก็บล็อกนั้นอ้ะ ขนมาทั้งกลอน โคลง กาพย์ ขาดแต่ร่ายกับฉันท์นะเออ
     
    *เวลาอ่านนิยาย ก็ไม่เคยคิดอยู่แล้ว ว่าคนนิสัยอย่างพระเอกมันจะมีจริงขนาดนั้น
     
    *ประเด็นกดขี่ทางเพศ มีตั้งแต่ ยุคเก่าๆสวรรค์เบี่ยง มาจนถึงยุคนิยายวัยรุ่นปัจจุบันเลยเนอะ
     
     
    ปล. เดี๋ยวนี้ไม่ว่างอ่านนิยายเลย (จริงๆข้ออ้าง เวลามี แต่ไม่มีอารมณ์อ่าน -*-)
     
     
     

  2. May-ya says:

    +++ แล้วภาษาอย่างเมนี่มัน… (ราวกับไม่ได้อยู่บนโลกสินะคะ กร๊ากกกก)
     
    +++ เอ้อ จะบอกเหมือนกันค่ะว่าในบรรดาคนแต่งนิยาย (จริงๆเรียกว่าอะไรนะ กวี? เอาเถิด..) ชอบ ว.วินิจฉัยกุลที่สุด เพราะอ่านแล้วติดได้จริงๆแล้วจินตนาการตามได้แบบลื่นไหลอย่างไม่ต้องพยายาม แต่ถ้าไม่นับเรื่องรักๆใคร่ๆละก็ พนมเทียนเลยค่ะที่หนึ่งในใจ

  3. Chayanin says:

    สงสัยผมก็จะอ่านนิยายผู้หญิงแต่งมากเหมือนกันครับ เลยรู้สึกว่า ไอ่บุคลิกภาพขัดแย้งแปลกๆ นี่ มันธรรมดา (อ่าว)สงสัยที่ธรรมดาๆ ก็คงจะเห็นจากบรรดานิยายผู้หญิงแต่งนี่เองผมอยากรู้จังว่า ประเภทที่เดิมเกลียดกัน แล้วมี sexual harassment แล้วมารักกันเนี่ย (แม้กระทั่งข่มขืนยังมีได้ตามละคร) มันเป็นได้จริงเรอะปกติถ้าอยู่ในอารมณ์ขัดขืนหรือเกลียด มันไม่น่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ (ส่วนถ้ารู้สึกแอบดีตั้งแต่ต้น ก็คงไม่ใช่ harassment แต่เรียกว่าสมยอม)เดี๋ยวสอบเสร็จจะพยายามยืม Nineteen Eighty-Four มาอ่านต่อครับ (ไม่เกี่ยวอะไรกับบลอกนี้เลย)

  4. ก้อน Masatha says:

    Chayanin >>> Nineteen Eighty-Four เรื่องอะไรเรอะ? ไม่เคยได้ยินเรื่องสมยอมนี่ อาจจะจริงแฮะ แต่ผู้ชายโง่ ๆ อย่างพี่ ดูไม่ออกหรอกว่าจริง ๆ แล้วผู้หญิงเค้าสมยอม หรือเค้าไม่พอใจจริง ๆ (เป็นฅนที่มีความสามารถในการเดาใจผู้หญิงได้ต่ำมาก)*+ MadeLine +* >>> กร๊ากกกกก ช่าย เหมือนโลกที่เมย์อยู่มันฅนละโลกกับฅนธรรมดาอยู่น่ะ (คล้าย ๆ กินยาหลอนประสาท-เว่อร์ไป)ชอบว.วินิจฉัยกุลมาก ๆ ค่า ส่วนนักเขียนชายฅนอื่นไม่ค่อยได้อ่านฮ่ะ พนมเทียนก็รี ๆ รอ ๆ อยู่ เพราะเพื่อนบอกว่า พอมึงอ่านเล่มแรกนะ โงหัวไม่ขึ้นเลยว่ะ จะอ่านตะลุยจนจบไม่รู้ตัว…กลัวชะมัดGinnie~* >>> เออ จริงด้วย แล้วปิดเทอมเอาเวลาไปทำอะไรละคะ?

  5. Jinnipar says:

    ก็เพิ่งปิดเทอม เพิ่งว่างนี่ล่ะค่ะ
     
    ปล. นึกได้ ประเด็นกดขี่ทางเพศมีมาตั้งแต่ขุนช้างขุนแผน -*-

  6. Paul_012 says:

    ทั้งชี ทั้งสตรอเบอร์รี่ แปลว่าอะไรเหรอครับ

  7. ก้อน Masatha says:

    Paul_012 >>> อ่า ชี หมายถึง ผู้หญิงน่ะครับ จะมาจากคำว่า She หรือกร่อนมาจากคำว่า ‘นังชะนี’ อันนี้ก็เกินปัญญาผมจะทราบได้ ส่วน สตรอเบอร์รี่เป็นการบิดคำให้ดูสุภาพน่ะครับ มาจาก สตรอเบอร์รี่ <<< สะตอ<<< ตอแหล…Ginnie~* >>> แหม อันนั้นผู้ชายแต่งหนิ พี่ก็เลยไม่ประหลาดใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงแต่งแล้วยังมีประเด็นกดขี่ทางเพศด้วยนี่สิ ถึงจะรู้สึกว่าประหลาด (แถมฅนที่กดขี่ยังเป็นพระเอกด้วยนะเอ้อ)

  8. May-ya says:

    +++ ถูกค่ะ กรุณาอย่าเริ่มอ่านพนมเทียนถ้าทรัพย์กำลังจางหรือไม่มีเวลาอยู่กับมันเต็มที่
     
    +++ มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนเมที่เกรดตกหนึ่งวิชาเต็มเนื่องจากอ่านนิยายจนไม่ได้เข้าเรียน (เข้าไปก็พกเข้าไปอ่าน ก่อนสอบก็ยังอ่าน แล้วก็พบว่าเข้าไปในห้องสอบมีแต่นิยายเต็มหัว แล้วไอ้ในกระดาษข้างหน้าเรานี่มันอะไรหว่า ฮ่าๆๆๆ)

  9. Rata says:

    โดยส่วนตัวไม่ชอบนิยายที่มี Sexual harassement เอามากๆ
    คิดว่าผู้หญิงไทยรุ่นเก่าอาจเก็บกด (สังเกตว่าสวรรค์เบี่ยงเป็นที่ชื่นชอบของรุ่นแม่? รึเปล่า ไม่แน่ใจ)

  10. ก้อน Masatha says:

    Pum+PiM+ >>> 55+ รุ่นใหม่ก็อาจจะเก็บกดเหมือนกันนะฮะ แต่คงเก็บกดไปฅนละแบบ (ในทางกลับกัน ผมว่านางเอกในเรื่องที่ผู้ชายแต่งก็ดูจะมีคาแร็กเตอร์ที่ซ้ำ ๆ ไม่ค่อยเปลี่ยนนะครับ)*+ MadeLine +* >>> 5555555555555+ อ่านแล้วเห็นภาพสุด ๆ เห็นทีจะต้องหามาอ่านบ้างสิแล้วเนี่ยยยยยย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s