พหุภาษา

Posted: October 13, 2008 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

ผมเคยไปสาธิตเกษตร พหุภาษาที่ชลบุรี 2-3
ครั้งแล้วครับ

ล่าสุดที่ไปก็นานพอสมควรแล้ว
ไปกับจีจี้แล้วก็ก้อย ครั้งที่ไปแล้วประทับใจที่สุดก็คือครั้งแรกแหละครับ
เพราะตอนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แต่โชคดีที่เจอรุ่นน้องที่รู้จักเยอะแยะ
แทบจะครบทุกฅนที่อยากเจอ (วันนั้นเจอน้องปุณวันแรกด้วย)

ส่วนครั้งหลังสุดก็ประทับใจมากเหมือนกันครับ
เพราะไปให้ตัวเองโดนด่า (ฮา)

จริง ๆ
ก็ไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้นหรอกครับ แต่ก็ทนเซ้าซี้จากพี่กานต์ไม่ไหว
เพราะทุกครั้งที่ออนเอ็ม กานต์ก็จะถามว่า
เมื่อไหร่พี่ก้อนจะเคลียร์กับอาจารย์สุจินดาละครับ
(ไม่ใช่คู่รักโว้ย-ถึงได้ต้องมาเคลียร์
แล้วทีเอ็งเคลียร์กับอาจารย์ปรัชญารึยังฟระ?)

พอไปมาก็โดนกานต์โทรมาโวยวายอีกครับ
พร้อมคาดโทษว่า คราวหน้าจะไปพหุฯอีก พี่ก้อนต้องไปหลังเลิกเรียนนะครับ
ทางนู้นเค้าฝากตำหนิมา

เอาน่า…ทำเพื่ออาร์ตตัวพ่อ แค่นี้ผมทนได้
(อย่าให้มึงพลาดบ้างนะเอ็ง-ฮา)

 

***

 

ส่วนตัวแล้ว เคยบอกน้องไปว่า
มีความประทับใจกับพหุภาษาในหลาย ๆ เรื่องครับ

เอาแค่ไปถึงครั้งแรก
ก็มีความรู้สึกคุ้นเคยมาก ๆ
อาจจะเป็นเพราะสถาปัตยกรรมของที่นู่นมีความคล้ายคลึงกับบางเขนหลาย ๆ อย่าง
มีโรงอาหาร มีหน้าเสาธง(พร้อมสัญลักษณ์พระพิรุณทรงนาคใหญ่ยักษ์)
มีหอประชุมหลังเสาธง-เทียบเคียงกับอาคารอุบลฯ มีสวนเกษตร มีสนามกีฬา สนามบาส
และตึกเรียนที่มีหน้าตา และการจัดวางชวนให้นึกถึงบางเขนชะมัด

อ้อ แต่ถ้าจะมีความต่างบ้าง
ก็คงว่าที่นี้สีออกโทนชมพูมากกว่าฝั่งนู้น (แต่เป็นชมพูโทนขรึมที่ดูดีนะครับ
ไม่ได้เป็นชมพูแสบตาเหมือนห้องครัวบ้านผม)

เรื่องที่สองก็คงเป็นกองทัพกระโปรงม่วงมั้งครับ
ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นเครื่องแบบโรงเรียนเรา มันผูกพันน่ะฮะ
ถึงแม้ว่าเราจะหลุดจากวัยนั้นมานานมากแล้วก็ตาม (ถึงจะเห็นด้วยกับป่านว่า จริง ๆ
แล้วโรงเรียนไม่จำต้องมีเครื่องแบบก็ได้
แต่ก็รู้สึกว่าถ้าโรงเรียนเราไม่ใส่กระโปรงม่วง มันคงรู้สึกแปลก ๆ น่ะ)

เรื่องสุดท้ายก็คงเป็นว่าน้อง ๆ
รู้จักเรามากกว่าที่คิดน่ะครับ อันนี้ก็เหมือนเวลากลับไปบางเขนที่จะเจอน้อง ๆ
ไหว้เวลาผ่านไปผ่านมาอยู่บ่อย ๆ บางฅนก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง
แต่ก็รู้สึกดีที่เวลาไปที่ไหนแล้วมีฅนรู้จัก แต่ไปล่าสุดก็เจอกวนทีนกลับมาด้วยครับ

พี่ก้อนจำผมได้ป่ะครับเนี่ย?(แหะ ๆ จำไม่ได้ฮะ แล้วก็โดนน้องโวยวายใหญ่ว่าทำไมถึงจำไม่ได้)

แล้วเพื่อนข้าง ๆ ก็ถามบ้าง แล้วพี่ก้อนจำผมได้รึเปล่าครับ?

ก็พยายามตอบไปว่า เอ่อ … จำชื่อไม่ได้แต่จำหน้าได้นะครับ

แล้วก็โดนสวนกลับมาทันควันว่า พี่ก้อนจะจำผมได้ไง? เราไม่เคยเจอกันมาก่อนนะครับ

….

ฝากไว้ก่อนเถอะมึง (ฮา)

***

 

จริงๆ 
แล้วก็รู้จักน้อง ๆ พหุภาษามาหลายปีแล้วนะครับ ที่น่าแปลกใจก็คือ
รู้สึกคุ้นเคยกับน้อง ๆ พหุภาษาอย่างประหลาด (เป็นงี้มาหลายรุ่นแล้ว)
ด้วยความที่เป็นฅนบ้าเหตุผลขึ้นสมองอย่างผม
ก็พยายามค้นหาคำตอบเพื่อที่จะอธิบายที่มาที่ไปนี้
แล้วก็เพิ่งจะได้คำตอบเมื่อไม่นานมานี้เอง

ถ้าถามว่าน้อง ๆ พหุภาษากับน้อง ๆ
บางเขนแตกต่างกันรึเปล่า? ผมบอกได้เลยครับว่า
ต่างถึงจะอธิบายได้ไม่เต็มร้อย
แต่ก็พอจับคาแร็คเตอร์ได้ว่าสาว ๆ ของพหุภาษาจะออกมาอารมณ์ไหน
แล้วผู้ชายของพหุภาษาจะออกมาประมาณไหน พอรู้จักหลาย ๆ ปีก็แทบจะบอกได้เลยว่า
น้องฅนนี้เป็นพหุภาษานะ น้องฅนนี้เป็นบางเขนนะ (แต่ก็มีพลาดเหมือนกันครับ
เช่นเข้าใจว่ากอล์ฟฟี่อยู่พหุภาษามาตั้งนานนนนน
เพิ่งรู้ว่าอยู่บางเขนเมื่อปีที่แล้วนี้เอง
…แต่อันนั้นเข้าใจผิดเพราะมีสาเหตุว่าเห็นกอล์ฟเดินกับสาวพหุภาษาบ่อย ๆ
ด้วยแหละครับ)

ถึงจะจับได้ว่ามีความต่างกัน
แต่ความเป็นสาธิตเกษตรก็เข้มข้นมากนะครับ
เราเหมือนกันเองมากกว่าเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ ผมเคยเปรียบเทียบในใจเล่น ๆ ว่า
นักเรียนในเครือสาธิตนี่แหละที่จะมีอะไรเหมือน ๆ
กันมากกว่านักเรียนจากโรงเรียนอื่น เช่น เราจะเหมือนสาธิตจุฬา ประสานมิตร ปทุมวัน
มากกว่าไปเหมือนพวกเตรียมฯ สวนกุหลาบ อัสสัมฯ กรุงเทพคริสเตียน หรือโรงเรียนอื่น ๆ
ส่วนเหมือนกันตรงไหน หรือต่างกันตรงไหน ว่าง ๆ จะพูดในเอนทรีอื่นแล้วกันนะครับ

ในส่วนของเด็กสาธิตด้วยกัน ผมฟันธงเลยว่า
เรา
เหมือนประสานมิตรมากกว่าโรงเรียนอื่นครับ (มากกว่าจุฬา มากกว่าปทุมวัน)
สังเกตมาหลายหนแล้วว่าเวลาเราทำกิจกรรมเราจะเข้ากับประสานมิตรได้ดีกว่าสาธิตอื่น
(อันนี้ในแง่ของอินเตอร์แรคท์) หรือแม้กระทั่งเวลาไปเชียร์สาธิตสามัคคี
ก็จะรู้สึกได้ถึงความคล้ายระหว่างประสานมิตรกับเราอยู่บ่อย ๆ
ไม่รู้ฅนอื่นคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่แม้กระทั่งเพื่อนผมในคณะ
ผมก็เข้ากับเพื่อนที่มาจากประสานมิตรได้ง่ายกว่าใคร ๆ

แต่ถึงบางเขนจะเหมือนกับประสานมิตร
ผมก็ยังยืนยันว่า บางเขนกับพหุภาษา
เหมือนกันยิ่งกว่านั้นครับ

 

***

ข้อสรุปที่ผมได้เมื่อไม่นานมานี้ก็คือ
ในส่วนของกิจกรรม พหุภาษาทำให้ผมนึกถึงบรรยากาศสมัยผมยังเรียนอยู่ครับ
(ซึ่งก็ประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว) อาจจะเข้าใจยากหน่อย แต่ผมบอกได้ว่า ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนเดียวกัน
แต่เวลาผ่านไป อะไรหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนตาม (จะพยายามอธิบายในย่อหน้าถัดไป)

ก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบหรอกครับ
เพราะว่ารู้จักน้อง ๆ พหุภาษาแค่ผิว ๆ ผ่านทางค่ายฟันแคมพ์ปีละหน แต่เมื่อปีที่แล้ว
ได้มีโอกาสไปวางระบบของอินเตอร์แรคท์ที่พหุภาษา…พอได้ลงไปคลุกคลีเต็มตัวก็ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

(นอกเรื่องนิดนึง
เรื่องตั้งอินท์ที่พหุภาษาเนี่ย เป็นความภาคภูมิใจมาก ๆ
อย่างหนึ่งในชีวิตเลยนะครับ ว่ากันว่า ใครก็ตามที่ตั้งอินท์
หรือฟื้นฟูอินท์ที่ล่มไปแล้วกลับคืนมาสำเร็จได้เนี่ย ได้บุญพอ ๆ กับอุทิศเงินสร้างพระอุโบสถกันเลยทีเดียว-ฮา-
แล้วในประวัติศาสตร์ของอินเตอร์แรคท์เอง
มีแทบจะนับหัวฅนได้ที่ได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้)

 

วงกิจกรรมของพหุภาษาเพิ่งเริ่มตั้งไข่น่ะครับ
ในปีสองปีมานี้มีชมรมใหม่ ๆ ผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด
คราวที่แล้วที่ไปก็ให้น้อง ๆ ไล่ชื่อให้ดู มีกว่าสิบชมรมได้มั้ง
(มากกว่าที่บางเขนอีก)

สมัยที่ผมอยู่สาธิตเกษตร วงการกิจกรรมตอนนั้นก็เพิ่งตั้งไข่เหมือนกันครับ
ชมรมที่ทำกิจกรรม (ที่ไม่ใช่ดนตรีหรือกีฬา) ตอนนั้นมีแค่อินเตอร์แรคท์แห่งเดียวเท่านั้นจริง

เพราะงั้น สมาชิกที่อยู่อินท์
ผมก็บอกได้เลยว่า เป็นที่รวมตัวของเด็ก ๆ ที่สนใจกิจกรรมเพื่อสังคมจากทั้งหมด
(ต่างจากสมัยนี้ที่มีหลากหลายชมรมให้เลือก) จำได้เลยว่า ปีถัดมา
ผมเป็นคณะกรรมการกิจกรรมหน้าเสาธง ก็แทบจะยกสมาชิกอินท์ทั้งสโมสรมาทำเลยครับ
(หน้าเดิม ๆ ทั้งนั้น)

ปีถัดมาถึงเพิ่งเริ่มก่อตั้งชมรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
(บางฅนอาจจะไม่ทราบว่าผมเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งด้วย
แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ แหะ ๆ)

สองสามปีถัดจากนั้น
ถึงเริ่มมีชมรมวิชาการสาธิตเกษตรครับ (สมัยก่อนเป็น
Cubic แต่ตอนนี้อยู่ในชื่อว่า KUSAC) ส่วนชมรมอื่น ๆ
ไม่ว่าจะเป็นนิยมไทย รักษ์โรงเรียน รักษ์ช้าง รักปลา รักซากุระ ฯลฯ
เกิดขึ้นหลังจากนั้นทั้งสิ้น

 

ภาพภาพเดียวกันที่เกิดขึ้นที่พหุภาษา
กับสมัยที่ผมทำกิจกรรมหรือถัดจากนั้นสองสามรุ่นก็คือ จะมีชมรมหลากหลาย
และแต่ละฅนจะอยู่คร่อมชมรมกันเยอะ ผมยังจำได้เลยครับ เวลาคุยงานว่าจะจัดงานร่วมกันต่างชมรม
พอถามว่าใครเป็นประธานนิยมไทย น้องก็จะบอกว่า เลขาฯของเราเองค่ะ พอถามว่า
แล้วใครเป็นประธานพฤกษศาสตร์? 
อ๋อ…สวัสดิการของชมรมเราเองครับ ฅนกันเองทั้งนั้น
ส่วนนายกเราก็นั่งหน้าเจี๋ยมเจี้ยม เป็นสมาชิกคิวบิคอีกตำแหน่ง (ฮา)

บางปีก็แย่กว่านั้นอีกครับ
เช่นค่ายปั้นกล้าครั้งที่ 1 เป็นการจัดงานร่วมกันระหว่างอินท์กับพฤกษศาสตร์
แต่สมาชิกทั้งหมดที่ไปก็อยู่คิวบิค(สมัยนี้คือคิวแซค)ทั้งดุ้น
ราวกับจัดงานร่วมกันระหว่าง 3 ชมรม(ฮา)

อาการที่ว่าก็เกิดขึ้นที่พหุภาษาเหมือนกันครับ
ฅนโน้นเป็นประธานของชมรมนี้ ฅนนี้เป็นประธานของชมรมนู้น ดูไปดูมา น้อง ๆ
ที่ผมรู้จักไม่มีใครไม่ได้เป็นประธานสักฅน(ฮา) อยู่ทั้งฉู่ฉี่ อินท์ ออกาไนซ์
เอ้าบาวน์ หน้าเสาธง ฅนนึงอยู่ไม่ต่ำกว่า 6 ชมรมได้มั้งเนี่ย เวลาจัดงานอะไร
ก็ทีมเดิมหมด เปลี่ยนแค่ฅนนำประชุม (ฮา)

แล้วไม่ใช่แค่รุ่นม.6 นะครับ ม.5
ก็เป็นเหมือนกัน จำได้ว่าวันนั้นไปไปนั่งคุยเรื่องอินท์ แต่คุยไปคุยมา
ไถลกลายเป็นงานของชมรมอื่นได้ไงก็ไม่รู้ (ประมาณว่า ไหน ๆ ก็เจอกันแล้ว
คุยงานของอีก 2-3 ชมรมรวดเดียวเลยละกัน) ก็ยังแปลกใจอยู่บ้างว่าน้อง ๆ
อยู่หลายชมรมขนาดนี้แล้วแบ่งเวลากันยังไงละหว่า? (สมัยผม อยู่คร่อม 3
ชมรมก็เกือบตายแล้วครับ)

 

***

 

สิ่งที่สองก็คือ เมื่อเป็นชมรมตั้งใหม่
ก็จะยังว้าวุ่นอยู่ครับ ระบบการจัดงานต่าง ๆ ก็ยังไม่เข้าที่ ผมก็บอกได้ว่า
ตอนนี้มีชมรมผุดขึ้นมาเยอะแยะ แต่ผ่านไปสักสองสามปี
Natural Selection ก็จะจัดการตามหน้าที่ของมัน
ทำให้เหลือไม่กี่ชมรมที่ยังมีประสิทธิภาพของมันเองอยู่ดี
(ขอให้อินท์เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ซ๊า…ธุ)

ผมจำได้ดีครับว่าสมัยผมทำงานใหม่ ๆ
ก็จะรู้สึกเหมือนเริ่มต้นใหม่หมด ไม่รู้ว่าอันนี้จะต้องทำอย่างไร นัดประชุมก็ยังงก
ๆ เงิ่น ๆ ไม่มีรุ่นพี่คอยตามประกบ ต่างจากสมัยนี้ที่มีรุ่นพี่แทบจะทุกย่างก้าว
อย่างอินท์เอง ถึงไม่มีผมก็มีน้องแป้งคอยดูอยู่ ส่วนคิวแซค…ไม่ต้องพูดถึง
อะไรก็ตาม ที่สมัยผมใช้เวลาเรียนรู้เกือบปี
สมัยนี้จากการถ่ายทอดประสบการณ์สั่งสมกันมา ก็สามารถทำได้ในสองอาทิตย์

แน่นอนว่าการทำงานอะไรที่มีระบบรองรับมันก็เป็นเรื่องดีครับ
แต่มันก็แตกต่างจากสมัยผมพอสมควร ที่เวลาจะทำอะไรก็ยังงง ๆ กันอยู่
(เพราะดูเหมือนอยากจะทำอะไรก็ทำได้ไปซะทุกเรื่อง)
ต่างจากสมัยนี้ที่มีกรอบให้เดินพอสมควร เรื่องนี้เวลาคุยกับน้อง ๆ
พหุจะยิ่งเห็นภาพชัดครับ เทอมหน้าจะทำโครงการอะไรบ้างเหรอคะ? ยังไม่รู้เลยค่ะ
เดี๋ยวค่อยคิดอีกที แหะ ๆ(ซึ่งสมัยผมก็เป็นแบบนี้เลยครับ ใช้ชีวิตกันเทอมต่อเทอม)
ต่างจากสมัยนี้ที่พอถามว่าเทอมหน้าต้องทำอะไรบ้าง ก็จะมีลิสต์กิจกรรมที่รุ่นพี่ ๆ
เคยทำร่ายยาวเป็นบัญชีหางว่าวจนเห็นแล้วก็เหนื่อยใจแทนว่า แค่ทำตามให้หมดก็เจียนตายแล้ว

แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปคิดกิจกรรมใหม่ ๆ
หว่า?

เพราะฉะนั้นเวลาคุยกับน้อง ๆ
พหุภาษาในเรื่องกิจกรรม มันชวนให้นึกถึงตัวเองสมัยก่อนน่ะครับ
งานมันยังไม่โหดเท่านี้ จะสบาย ๆ เอื่อยเฉื่อยกว่ามากเลย

 

***

 

สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องของทีมงานครับ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่แต่ละชมรมจะแย่งตัวเด็ก ๆ กันสุดชีวิต
(คือถึงจะมีนักเรียนเยอะก็จริง
แต่ประชากรที่สนใจทำกิจกรรมก็น้อยกว่าดีมานด์มากโขอยู่) สำหรับปีนี้
ผมว่าลงตัวขึ้นเยอะนะครับ เพราะว่าอย่างน้อย ๆ 3 ชมรมที่ผมดีลอยู่ก็คือ คิวแซค
อินท์ แล้วก็พฤกษศาสตร์ ใช้ทีมงานฅนละเซ็ตหมด
(หรืออย่างน้อยคณะกรรมการบริหารก็ไม่ใช่ฅนเดียวกัน)
ขนาดนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยังบ่น ๆ ว่าสมาชิกอยู่หลายชมรมมากไป

ส่วนของพหุภาษานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ
ม.5 เอะอะจะติดต่ออะไรก็เบลล์กิ๊ฟจั๊ม ๆ … ส่วนม.6 นี่ยิ่งกว่านั้นอีก
เวลาคุยงานแทบจะเริ่มต้นประโยคว่า เดี๋ยวเราคุยเรื่องของขมรม…ก่อนนะ
เสร็จแล้วค่อยคุยอีกชมรม… (ต้องแบ่งสมองกันวุ่นวาย) ผมสังเกตไล่ไปจนถึงม.3
ก็พบสถานการณ์แบบเดียวกัน น้อง ๆ ที่มาเข้าค่ายก็จะมี หลิน แพท แอนด์เดอะแก๊ง เจอกันซะจนจำไม่ได้แล้วว่ามางานของชมรมไหนบ้าง
(มั่วไปหมด) แล้วก็คาดเดาได้ว่า พอน้อง ๆ พวกนี้โตขึ้นจนถึงวัยทำงาน
ก็คงไม่พ้นเซ็ตเดิม ๆ นี่แหละที่จะทำกิจกรรม

กว่าจะอยู่ตัว
แยกฅนออกในแต่ละชมรมขาดจากกัน และแต่ละชมรมหาเอกลักษณ์ของตนเองได้
ก็คงต้องใช้เวลาสักพัก (อย่างบางเขนนี่ ผมจะบอกได้เลยครับว่าใครมีลักษณะอย่างไร
เวลาคุยงานกับน้อง ๆ อินท์ก็จะแตกต่างจากเวลาคุยงานกับน้อง ๆ คิวแซคมากกกกกกก
ยิ่งถ้าเป็นน้อง ๆ พฤกษศาสตร์ก็จะยิ่งแตกต่างออกไปใหญ่
แทบจะใช้ฅนละกรอบความคิดในการทำงานเลยละครับ ส่วนพหุภาษาเนี่ย ดูมันเบลอ ๆ
พร่าเลือนไปซะหมด)

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น
ก็คงจะรวบประเด็นได้สั้น ๆ ว่า สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยกับน้อง ๆ พหุภาษามาก ๆ
ก็เป็นเพราะสภาพสังคมของการทำกิจกรรมนี่แหละครับ ทุกครั้งที่คุยงานกัน
ทั้งบรรยากาศ ทั้งความคิด ชวนให้นึกถึงตัวเองสมัยเด็ก ๆ (ที่ต้องลองผิดลองถูก
และผิดมากกว่าถูก) แตกต่างจากน้อง ๆ ฝั่งบางเขนที่มีขั้นตอน 123 ให้เดินตาม

และคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับน้อง
ๆ พหุภาษาได้ ทั้ง ๆ ที่รู้จักกันมาไม่นานเลย

 

แต่ไม่ได้แปลว่าพี่รักพหุภาษามากกว่าบางเขนนะจ๊ะ
แต่แค่พี่เป็นห่วงพหุภาษามากกว่า เพราะยังใหม่มากสำหรับวงการกิจกรรม ในขณะที่น้อง
ๆ บางเขนพี่ดูแลมานาน (ร่วม 8 ปี) จนไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงแล้ว

จริง ๆ ก็รักเท่ากันนั่นแหละ จุ๊บส์ ๆ

Comments
  1. Chayanin says:

    ขอเม้นแรกนะจ๊ะ หนูจินนี่ ๕๕๕เรื่องเครื่องแบบ ผมยอมรับว่ากระโปรงม่วงมันก็เด่นดีจริงๆ แหละครับ ช่วยได้มากเวลาออกข้างนอกแล้วหลงทาง (ฮา)นึกถึงปั้นกล้าหนึ่งครับ (รู้สึกดีที่มีอะไรเป็น รุ่นหนึ่ง บ้าง -ฮา)ผมเองไม่ได้ทำกิจกรรมเยอะขนาดพี่ก้อนครับ แต่ก็พอเห็นได้ว่า ระบบการคิดของโรงเรียนเรากับโรงเรียนอื่น ต่างกันเยอะอยู่ (หรือว่าจริงๆ แล้ว ระบบการคิดของผมกับคนอื่นมันต่างกันแน่??? -ฮาอีก)ไม่เคยไปพหุฯ เลยครับ

  2. Jinnipar says:

    จริงๆจินนี่อ่านก่อนนะ แต่ไม่รู้จะเม้นอะไร – –

  3. Ditdin says:

    อ่านแล้วอยากไปพหุจังเลย TT

  4. ก้อน Masatha says:

    Ditdin >>> 55+ ขอให้มีโอกาสสักครั้งนะจ๊ะGinnie~* >>> เออ จริง เรื่องมันไกลตัวจินนี่มากเลยนิChayanin >>> นึกถึงปั้นกล้าหนึ่งเหมือนกันฮะ (เสียดาย กลายเป็นอดีตไปซะแล้ว)

  5. พราว says:

    (มาแอบอ่าน 555+)
     
     

  6. May-ya says:

    +++ งะ อะ งง งง งง

  7. ก้อน Masatha says:

    *+ MadeLine +* >>> 55+ ถ้าเข้าใจจะประหลาดมาก รุ่นเรายังไม่มีพหุภาษาจ้าPrOuD*~~ >>> thanx for comment นะจ๊ะ พหุฅนอื่นยังไม่มีใครมาเมนท์เลยนะเอ้อ

  8. May-ya says:

    +++ กร๊ากกก นั่นสิเนอะพี่ก้อน (ว่าแต่รุ่น "เรา" มันหมายความว่างายยยยย ม่ายยยยยยยยยยยย)
     
    +++ รู้สึกรุ่นเมจะเป็นรุ่นแรกที่มีไอพีป่ะคะ

  9. Rinrada says:

    หลิน แพท แอนด์เดอะแก๊ง T T" 55+
    เหมือนเปน แกนนำ ^O^"
     
     
     
    ตอนหลินอายุเท่าพี่ก้อนปัจจุบันน พหุจะเหลือกี่ชมรม ~* อยากเห็นเหมือนกันค่ะชมรมมันผุดขึ้นมาอีกแร้ว ว วว ว ว วว!! 55+ ตอนนี้จำไม่ได้แล้วว่าพหุมีชมรมอะไรบ้างง บางชมรมก็ไม่มีงานเลยจนไม่รู้ว่ายุบไปรึยัง-0-* ฮ่าๆๆๆ  อ่า อ่า อ่า งาน เข้าอีกแร้วค่ะ ฮ่าๆๆ!!!!!!!!

  10. Jang says:

    แวะมาอ่านไปรอบแล้วนะจ๊ะ คราวนี้แวะมาบอกว่า มาอ่านแล้วแต่ …ไม่รู้จะเมนท์อะไรดีอ่ะ…เอาที่ไปแปะสเปซพี่นะที่เมลไปก็ตามนั้น บางเรื่องรู้มานานแสนนานแต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่า ยังรัก และยังคงรักคนดีๆคนนี้อยู่(ดี)คนเดียว ทั้งๆที่ ยี่สิบกว่าปีที่รู้เห็น จากคนใกล้ๆคนดีท่ามกลางความดีมั่งไม่ดีมั่ง ก็เคยทำอะไร ไม่ดีๆพี่ไม่คิดว่าคนทุกคนเป็นคนดีแบบ  หมดจดเอาแค่ วันนี้ดี พรุ่งนี้ไม่ดี อีกวันดี แต่มันก็ยังมีวันที่เขา"เคย" ทำดี ไม่ใช่เหรออยากให้คนทั้งโลกคิดแบบนี้เหมือนกันก้อนหินที่จะขว้างไปยังนางคณิกาคนนั้นแม้กระทั่งแม่พระเอง อาจไม่มีสิทธิ์ที่จะโยนก้อนหินทำร้ายนางถ้ารู้จัก พอเพียง กับทุกๆเรื่องป่านนี้โลกก็เป็นสวรรค์ไปแล้วพอดีว่า โลกนี้…แม่….เฮงซวย>>>>ก้อนจะตกใจที่พี่โพสแบบนี้ป่ะ พยายามแอ๊บหญิงไว้แล้วนะ ไม่อยากแสดงภาพแมนๆ…แต่มันอยากจบแบบนี้อ่ะค่ะ…ฮา

  11. gibt says:

    แวบมาอ่าน
     
     
    อยากไปพหุภาษาบ้างจัง
     
    อ่านแล้วคิดถึงโรงเรียนจังเลย
     
    ว่าแต่เด็กเกษตรเนี่ยเหมือนมีอะไรสักอย่างที่เห็นแล้วรู้เลยอ่ะว่ามากจากสาธิตกระโปรงม่วงเหมือนกัน
     
    เจอมาหลายรอบแล้ว ประเภทเจอรุ่นพี่รุ่นน้องไม่ทันตั้งตัว เอิ้กกก

  12. ก้อน Masatha says:

    *+ MadeLine +* >>> ช่ายยยย (ว่ากันตามจริง พี่คิดว่า IP ดูต่างจากบางเขนภาคภาษาไทยมากกว่าเด็กพหุภาษาอีกนะ… แต่ไม่ค่อยรู้จักน้อง IP เท่าไหร่ พี่อาจจะผิดก็ได้)Nymphadora Tonks *; PoPo >>> เอ่อ… กว่าหลินจะอายุเท่าพี่ปัจจุบัน … ก็อีก 11 ปีอ่ะจ้ะ ไม่ต้องรอนานขนาดนั้นหรอก พี่ว่าตอนเราอยู่ม.6 ก็รู้เรื่องแล้วว่า ชมรมไหนจะอยู่หรือจะไป (พูดให้เท่ ๆ ก็คือ รุ่น ‘เรา’ นั่นแหละ ที่จะเป็นฅนตัดสินว่าจะให้ชมรมไหนอยู่ หรือจะให้ชมรมไหนมันล้มไป)¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> อ่านเมล์แล้วครับ ไม่ค่อยเข้าใจ แต่คิดว่าพอเข้าใจ (เอ๊ะ ยังไง) ไม่มีใครบางฅนดีพร้อมหรอกนะครับผมคิดว่า แต่บางฅนก็ละเมิดเส้นอะไรบางอย่าง จนทำให้ความดีที่เคยทำมามลายสิ้นไปก็มีเหมือนกัน (อย่างโจโฉ อาจจะเป็นนักปกครองที่ดี แต่ผมคิดว่า ฅนที่ไม่เห็นด้วยกับเขาก็ตายลูกเดียว… ซึี่่งผมคิดว่าันักปกครองก็ต้องปกครองทั้งฅนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยนะครับ จะแบ่งพวกว่าเอ็งไม่เห็นด้วยกับชั้น เอ็งต้องตาย ผมว่าก็ลำบากนิดหน่อย)ฅนทำผิดก็ต้องรับผิดแหละครับ ถ้าทำผิดแล้ว ไม่มีการลงโทษใด ๆ อ้างว่า ฅนทุกฅนก็เคยทำผิดทั้งนั้น โลกนี้คงวุ่นวายน่าดูเรื่องนางคณิกา ผมไม่เห็นด้วยกับพระเยซูนะครับ (ถ้าอีกฝ่่ายทำอะไรที่ ‘ผิด’ จริง ๆ) แต่พอดีว่ามารีอา แมกดาเลนา เป็นนางคณิกา ซึ่งมุมมองฅนปัจจุบัน ไม่เห็นว่ามันจะ ‘ผิด’ อะไร… เรื่องก็เลยจบไปประโยคสุดท้าย สะใจ และเห็นด้วยมาก ๆ ครับ ^^gibt >>> 55+ แนะนำให้แวะกลับไปโรงเรียนนะจ๊ะ ขนาดผมไปโรงเรียนค่อนข้้างบ่อย ยังรู้สึกว่าโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลย… แต่ก็แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นนะ ทั้งอาจารย์ ทั้้งน้อง ๆ เห็นแ้ล้วนึกถึงสมัยก่อนเปี๊ยบบบบบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s