รักคือเกมส์

Posted: November 4, 2008 in Love Series

ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา
รู้สึกว่าดวงความรักพุ่งขึ้นครับ ตอนที่เช็คดวงในสกุลไทย เค้าก็บอกเหมือนกันว่า
ช่วงนั้นฅนในราศีผมจะมีดวงความรักมาแรง
(บางสัปดาห์เฮี้ยนถึงขั้นบอกว่า
จะมีเกณฑ์แต่งงานเลยล่ะ-ฮา)


 

แต่ตอนนี้รู้สึกดวงหมดแล้วครับ “-
(ตกวูบเลยฮะ) กลายมาเป็นเรื่องงานแทน งานทับถมเต็มไปหมด -*-


 

เอนทรีที่ผ่านมาค่อนข้างเครียด ๆ นะฮะ
(อิงการเมืองซะเยอะ) แต่หมดสต๊อคแล้วครับ
ถัดจากนี้ผมแพลนว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับความรักรวดเดียว 3-4 เอนทรีเลย
(ถ้าไม่เปลี่ยนใจนะฮะ)


 

จริง ๆ แล้วถ้าถามว่าเดือนแห่งความรักคือเดือนอะไร
ทุกฅนคงตอบเหมือนกันว่าเป็นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ผมสังเกตว่า
เวลาเขียนเอนทรีเกี่ยวกับความรักทีไร มักคาบเกี่ยวลงเดือนตุลา-พฤศจิกาทุกที
เคยเปรยเรื่องนี้กับเพื่อน เพื่อนก็บอกว่า
ไม่น่าแปลกใจอะไรนี่
ช่วงนี้มันฤดูติดสัด
(ฮา) คราวนี้ก็ไม่รอเดือนกุมภาแล้วฮะ
จะเขียนเกี่ยวกับความรักมันทั้งเดือนเลย (จริง ๆ ก็มีเหตุผลอยู่อ่ะนะครับ)


 

เชิญอ่านเอนทรีแรกนี้ได้เรย (ยาวหน่อย
แต่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้ทุกท่านยอมอ่านจนจบ-ฮา)

 

***


นี่เป็นตอนต่อจากเอนทรี ‘รักด้วยสมอง’
17 มิถุนายน 2551 นะครับ (แนะนำให้กลับไปอ่าน เพื่อความต่อเนื่อง…อ้อ
อ่านเอนทรี
‘จันทร์ดวงเดียว’ 18 สิงหาคม
2551 ด้วยอีกก็ได้ เพื่อเพิ่มอรรถรส)

 

ในช่วงที่ผ่านมามีโอกาสจะต้องตื่นไปเจอหน้าสาวที่รักอยู่หลายครั้งหลายหนเหมือนกันครับ
(ไม่ได้ไปเดทครับ ไม่ต้องมาเป่าปากปิ๊ดปิ๊ว) สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
บางครั้งบางทีก็ต้องทำแล็บโต้รุ่งบ้าง ประสาทตื่นตัวเพราะกินกาแฟจนนอนไม่หลับบ้าง


หลายครั้งหลายหนทีเดียวที่ได้นอนแค่ 1-2
ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ เวลาตื่นนอน กลับสมองปลอดโปร่ง
กระปรี้กระเปร่า สามารถลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้ราวกับได้นอนมาอย่างเต็มอิ่ม (จริง ๆ
ก็อาจจะไม่ค่อยน่าประหลาดใจก็ได้)


 

แต่แล้วก็กลับฉุกคิดขึ้นมาครับว่า
ตอนนี้ยังรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่จะได้ตื่นไปเจอหน้าอยู่…


 

แล้วอีกสัก 10 ปีล่ะ?
จะยังเป็นอย่างนี้อยู่รึเปล่า?….





(ลองตอบกันเล่น ๆ
ในใจก่อนที่จะอ่านส่วนถัดไปนะครับ)

 

***

 

ทุกครั้งที่ผมชอบสาว
หรือตั้งท่าจะจีบใครขึ้นมา ท่านแม่ที่เคารพรักสุดหัวจิตหัวใจ ก็จะพูดกรอกหูทุกครั้ง
(จนเดาได้แล้วว่า พอคุณแม่เริ่มประโยค
ก้อน
แม่จะบอกอะไรให้นะ เรื่องความรักน่ะ…
ก็แทบจะต่อประโยคจนจบได้แล้วครับ
“- –)


 

ประโยคนั้นก็คือ ต้องทำตัวให้มีคุณค่านะ
อย่าเป็นของตาย ถ้าผู้หญิงเค้ารู้ว่าเรายอมสยบเค้าทุกอย่างแล้ว
ผู้ชายฅนนั้นหมดค่าทันที เค้าจะไม่สนใจอีกเลย ต้องรู้จักเล่นตัว มีลูกเล่นบ้าง ฯลฯ

 

เรื่องบางเรื่อง
เรายอมจำนนในเหตุผลนะครับ แต่บางทีก็ยังขัดแย้งในความรู้สึกอยู่…
เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ


 

ผมก็เข้าใจนะครับ
ว่าเวลาจะจีบใครก็ต้องทำตัวให้มีชั้นมีเชิงซะบ้าง ถ้าตกเป็นทาสเค้าไปซะหมด
หรือว่าเขาทำอะไรก็ยอมไปหมด ความน่าสนใจในตัวเราก็จะตกลงแบบฮวบฮาบ


 

แต่ความรักมันจะต้องเป็นแบบนี้จริง ๆ
หรือครับ? จะต้องคอยวางแผนเหมือนเล่นเกมส์อะไรสักอย่างที่ต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้?
จะต้องทุกวิถีทางเพื่อทำให้อีกฝ่ายพอใจและสนใจในตัวเรา
ถึงแม้ว่าการกระทำแบบนั้นจะเป็นการเสแสร้ง หรือไม่ใช่ตัวตนของเราก็ตามที?
หรือต้องทำเหมือนอยู่ในเกมส์
ที่พอความนิยมตกลงก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้ความนิยมมันสูงขึ้น?

 

…แล้วพอชนะแล้วจะเป็นไงครับ? พอได้เป็นแฟนกันแล้ว
ชีวิตที่เหลืออยู่ล่ะ? จะเป็นยังไงก็ช่างอย่างนั้นหรือเปล่า?


 

ผมเองกลับรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้น่าจะต้องจริงใจ
แล้วก็ตรงไปตรงมามากกว่านี้ครับ (แต่ผมอาจจะคิดผิดก็ได้นะฮะ)


 

สิ่งที่ผมทำ มันกลับตรงกันข้ามเลยครับ
เวลาผมอยากจะเข้าใกล้ใครสักฅน ผมจะเอาตัวตนมาตีแผ่ออกให้อีกฝ่ายหนึ่งดู
ให้เห็นว่าผมเป็นฅนอย่างไร เป็นฅนธรรมดา มีดี มีเสีย มีจุดอ่อน
มีจุดด้อยอย่างไรบ้าง เพราะผมคิดว่า การจะคบหากันในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือการที่เราจะต้องยอมรับจุดบกพร่องของอีกฝ่ายได้


 

มัวแต่พยายามหันแง่มุมดี ๆ แง่มุมสวยงาม
ใส่กัน มันจะทำได้นานสักเท่าไหร่กันเชียว?


 

ผมเคยบอกอีกฝ่ายตรง ๆ ด้วยซ้ำไปว่า
ผมเป็นผู้ชายจืดชืดที่ไม่น่าสนใจอะไร ชีวิตผมมีแต่บ้าน แล็บ แล้วก็กิจกรรม
เพราะผมเองไม่ใช่ฅนที่ชอบหาความสุขใส่ตัว ไม่รู้หรอกว่าแหล่งอาหารอร่อย ๆ
อยู่ที่ไหน แหล่งช็อปปิ้งดี ๆ มีที่ไหนบ้าง หรือว่าเวลาว่าง ๆ
วันเสาร์อาทิตย์จะไปเที่ยวที่ไหนกันดีให้น่าสนุกให้น่าประทับใจ


 

ถ้าใครคิดว่าอยู่ใกล้ผมแล้วชีวิตจะฉูดฉาด
มีสีสัน มีรสชาติ เลิกคิดไปได้เลย


 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมมี
หรือทำได้มีแค่สองอย่างครับ อย่างแรกคือความจริงใจ ไม่มีการเฟค ไม่มีการแกล้งทำ ไม่มีการมานั่งตีลังกาคิดว่าจะต้องพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายประทับใจ
ว่ากันว่า ผู้ชายมีช่วงเวลาสองปีแรกที่จะเอาอกเอาใจ
ทำตามความต้องการของเราทุกอย่าง สำหรับผมคงไม่เป็นแบบนั้นครับ
ผมอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่เอาใจเก่ง ประคบประหงม คอยดูแลเทคแคร์อุทิศตนตลอก 24
ชั่วโมง แต่ยืนยันได้ว่า ตัวตนที่เห็นเป็นอย่างไร อีกหลาย ๆ
ปีข้างหน้าก็จะไม่เปลี่ยน


 

เป็นฅนฅนเดิมที่เรารู้จักนั่นแหละ
(แต่รู้จักมาก รู้จักน้อย อาจจะเป็นอีกเรื่อง)


 

ส่วนอย่างที่สอง
ผมรู้ตัวครับว่าไม่ใช่ฅนมีสีสันที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้
หรือมีอะไรที่ทำให้ฅนใกล้ตัวรู้สึกตื่นเต้นตลอดเวลา อีกหนึ่งสิ่งที่ผมทำได้ก็คือ
ผมจะเพิ่ม คุณค่า ในตัวเองให้มากขึ้น ไม่ใช่ฅนที่ดึงดูดใคร ๆ แต่อย่างน้อย
ก็อยากมีอะไรดี ๆ มากพอที่ผู้หญิงดี ๆ สักฅน ไม่ปฏิเสธที่จะรัก

 

อาจจะไม่ใช่ฅนพูดจาเก่ง คุยสนุก
แต่ก็พยายามศึกษาหาความรู้ให้มากพอ ที่ฅนที่ผมรักจะควงคู่ออกไปไหน ๆ
ก็ได้โดยไม่อายใคร


 

อาจจะไม่ใช่ฅนรวยหรือมีเงินใช้จ่ายปรนเปรอ
แต่ก็อยากจะมีงานทำ มีหลักประกันที่มั่นคงพอที่จะยืนยันได้ว่า
ครอบครัวที่เรามีร่วมกันในอนาคตจะไม่ลำบากแน่ ๆ


 

อาจจะไม่ใช่ฅนบุคลิกดี โฉบเฉี่ยว
แต่ก็เป็นผู้ชายที่ดูแลแฟนที่ไม่สบายได้ ดูแลบ้านดูแลช่อง
เลี้ยงลูกได้เวลาที่เธอไม่อยู่


 

ผมไม่แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่ผู้หญิงต้องการในตัวผู้ชายฅนหนึ่งรึเปล่านะครับ
แต่ผมคิดว่าคงมีบ้างแหละ ผู้หญิงที่จะไม่มองผู้ชายแค่เปลือกนอก
ผู้หญิงที่ต้องการผู้ชายจริงใจ ไม่ต้องเท่มาก อาจจะเปิ่น ๆ เชย ๆ บ้าง
แต่ก็เป็นผู้ชายที่จะดูแลเธอได้ จูงมือเธอข้ามถนนได้ ซักผ้าล้างจานให้ได้
ให้คำปรึกษาได้ ผู้ชายที่ทำให้เธอหัวเราะได้ในบางเวลา ผู้ชายที่…เวลาเธอไม่สบายใจหรือร้องไห้
อาจจะไม่รู้ว่าควรจะปลอบอย่างไร แต่ก็มีไหล่ว่าง ๆ ให้เธอพิงได้เสมอ


 

ผู้หญิงที่ต้องการผู้ชายแบบนั้น…คงมีบ้างแหละน่า

 

***


เวลาที่รักใครชอบใคร
ผมเชื่อว่าผู้ชายแทบทุกฅนก็คงจะมีอาการเดียวกันก็คือ
อยากทำนู่นอยากทำนี่ให้อีกฝ่าย อยากส่งเมสเสจหวาน ๆ ไปให้
เวลาเจออะไรที่อีกฝ่ายชอบก็อยากซื้อเก็บไว้
อยากทำอะไรก็ตามที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุข
ฯลฯ

 

ผมเองก็เป็นครับ แต่ในหลาย ๆ ครั้งหลาย
ๆ หน ก็ต้องเตือนตนเองไม่ให้ทำอะไรที่
มากเกินไปโดยส่วนตัวแล้ว
ผมโคตรเกลียดเลยครับ ผู้ชายที่เวลารักกันใหม่ ๆ ก็สวีทจี๋จ๋าปานจะหยด
แต่พอเลิกรักแล้วก็ทำตัวเหมือนฅนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน


 

ผมอยากเป็นฅนที่เสมอต้นเสมอปลาย
ก่อนหน้าเป็นแฟนทำอย่างไร จีบติดไปแล้วก็ยังทำตัวอย่างเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น
บางทีก็ต้องหักห้ามใจตัวเองไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำครับ แล้วก็เตือนตนเองเสมอ ๆ
ว่าอย่าทำอะไรด้วยความรู้สึกประเดี๋ยวประด๋าว จะทำอะไรก็ควรจะแน่ใจว่า
ถึงแม้ความรักจืดจางลงก็ยังปฏิบัติตัวได้เหมือนเดิมไม่ใช่ว่าสิ่งที่ทำวันนี้พรุ่งนี้
พอเป็นแฟนกันก็เลิกทำจนหมดสิ้น

 

แต่พอเข้มงวดกับตัวเองมาก ๆ เข้า
ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไปครับ


 

เพราะว่าอนาคตเป็นสิ่งไม่จีรังครับ
(เหมือนคำพูดติดปากว่า
ไม่รู้หรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของอนาคต…) ในเมื่อเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเราบ้าง
บางที เรามีอะไรที่อยากทำให้ตั้ง 10 อย่าง แต่พอได้ทำแค่ 2 อย่าง ก็หมดโอกาสก็มี
ซึ่งคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เรามัวแต่กลัวที่จะทำ
อะไร

 

เคยมีประสบการณ์ตรงครับ 6 ปีก่อน
เคยลุกขึ้นมาจะทำอะไรบางอย่างให้สาวที่ชอบ(ตอนนั้น) แต่การณ์กลายเป็นว่า
หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าที่จะได้เจอกัน สาวเจ้าดันมีแฟนซะแล้ว… ไป ๆ มา ๆ
แทนที่จะได้ทำอะไรบางอย่าง เลยไม่ได้ทำอะไร
สักอย่าง

 

ตอนนี้ก็เลยเปลี่ยนไปครับ
พอมีอะไรที่รู้สึกอยากทำ ก็รีบทำก่อนที่จะสายเกินไป
แต่ก็บอกอีกฝ่ายอย่างชัดเจนนะครับว่า ที่ทำนู้นทำนี้ให้ เพราะว่าอยากทำจริง ๆ
(จะได้ไม่ต้องเกรงใจ) ส่วนจะทำไปอีกนานแค่ไหน อันนี้ก็ตอบยาก
ถ้าเบื่อหรือขี้เกียจเมื่อไหร่ ก็คงเลิกทำไปเอง (จะว่าผมโง่ก็ได้นะครับ ที่พูดตรงไปตรงมาขนาดนี้…ช่างไม่รู้จักเฟคเอาซะเลย
“- –)


 

แต่เพราะเป็นแบบนั้น
ผมเลยได้มีโอกาสพูดความรู้สึกทุกครั้งเท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือจะอำนวย
(ไม่ว่าจะเป็นเมสเสจ ทางเมล์ หรือกระทั่งทางบล็อกแบบนี้)
ได้บอกรักทุกครั้งที่มีโอกาส (ง่า…แม้จะไม่ได้เป็นการพูดจากปากตรง ๆ
เหมือนตอนบอกรักครั้งแรกสุดก็ตาม
“- –) จนกระทั่งหลัง ๆ
ที่เจอกัน ยังขำทั้งสองฝ่ายเลยครับ เพราะว่าผม –พูดไปหมด จนไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ
=.=


 

ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร …
ชีวิตนี้ก็ไม่เสียดายแล้วละครับ


 

***

 

ความเคยชินเป็นเรื่องอันตรายสำหรับความรักนะฮะ
เพราะเมื่อใดก็ตามที่ชิน ก็จะไม่เห็นคุณค่าของฅนที่อยู่ใกล้ตัว

ผมเองตอนนี้เวลากลับบ้านไปเจอหน้าคุณพ่อคุณแม่
หรือน้องชาย ยังรู้สึกเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้นเลยครับ


 

เพราะงั้นถ้าถามว่า
อีกสิบปีข้างหน้าผ่านไป จะยังตื่นนอนด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
ที่จะได้ไปเจอหน้าสาวที่รักรึเปล่า

คำตอบก็คงเป็น ไม่
แล้วละครับ (ไม่ว่าจะเพราะชินหน้า
หรือว่าเพราะห่างหายกันไปก็ตามที)


 

แต่ก็ยอมรับครับ ว่ามีบ้างบางฅน
ที่แม้จะเคยชินกัน… แต่ก็ยังอยากจะได้เห็นหน้าเป็นฅนสุดท้ายก่อนนอน
และได้เจอะเจอเป็นฅนแรกหลังจากตื่น…


 

….ในทุก ๆ วันเท่าที่ชีวิตจะเหลืออยู่น่ะครับ…


Advertisements
Comments
  1. Ditdin says:

    คอมเม้นไม่ออกอ่า TTอ่านแล้ว ทำไมผมรู้สึกเครียดน้า TT[รู้สึกตัวเองแปลก เรื่องที่เครียดดันไม่เครียด เรื่องไม่ควรเครียดดันเครียด – -.]
    ปล. "ดวงความรักพุ่ง" อยากเป็นแบบนั้นมั่งจัง TT
     
     
     

  2. Chayanin says:

    หวานเกินครับ

  3. May-ya says:

    +++ ไม่มีอะไรจะพูดเพราะเห็นด้วยทุกประการ แล้วเมก็นิสัยเหมือนพี่ก้อนทุกประการ อีก…
     
    +++ เป็นแฟนกันมั้ย?? กรากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

  4. c e r e a l says:

    ฤดูรักของแอ้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 4 สิงหา 50 ค่ะ
    ซึ่งมาถึงตอนนี้ เป็นเวลา 15 เดือน กับ 1 วัน..เหมือนจะสั้นๆ แต่แอ้ว่าไม่นะ
    ..เวลาปีกว่าๆที่ทำให้ได้รู้ว่า ความรักแบบ "ช่วงโปรโมชั่น" เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยสำหรับการมีใครสักคน
    แต่การเป็นตัวของเราเองทั้งสองฝ่าย มีความสุขกับแง่มุมที่จูนกันได้ แล้วสนุกกับการเรียนรู้ในมุมที่ไม่เคยพบเจอต่างหาก
    ที่ทำให้การมีใครพิเศษๆสักคน มันอบอุ่นมากมาย กว่าการคุยอยู่แต่กับตัวเองคนเดียว
     
    ส่วนเรื่องราวต่อจากวันนี้จะเป็นยังไง..
     ‘ไม่รู้หรอกค่ะ มันเป็นเรื่องของอนาคต…’ 555

  5. Jinnipar says:

    คาดว่าเอนทรีนี้ จะมีคนเม้นมากมาย

  6. katachi says:

    อืม ข้าวตูก็คิดแบบพี่ก้อนนะ ที่ว่า มันต้องมีซักคนแหละน่า ที่ชอบอย่างเรา ไม่สวย ไม่ใช่girlish ไม่ขี้อ้อน – เอิ่ม พิมพ์ไปพิมพ์มาชักจะไม่แน่ใจ
    แล้วว่ามีชายรสนิยมแปลกๆขนาดนี้อยุ่รึเปล่า ฮา~
         เห้อตอนนี้เรียนดีกว่าค่ะ ถ้ามีแฟนด้วยคงลำบาก (แต่หาให้ได้ลำบากกว่านะ ^^)

  7. Jang says:

    หายเครียดหน่อยวุ้ย…พี่ว่าจะเอาเนื้อหาในเอนทรีนี้ไปลงคอลัมน์ลุงหนวด…55555คุณป้า เป็นแม่ค่ะแม่ที่รู้ว่า ลูกของเรามีคุณค่ามากมายมหาศาลเพียงใดสำหรับท่านท่านคงหวังเพียงว่า อยากให้ก้อนรู้ว่าตัวเองมีค่าแค่ไหนสำหรับโลกของท่านเหตุผลใดๆที่บอกก้อนไป นั่นเพียงให้ก้อนตระหนักว่า…วันนึงเมื่อลูกชายอยู่ในความรักเขาจะรู้คุณค่าของตัวเอง ในขณะที่ต้องไขว่คว้าและรักษาความรักของเขาไว้เรารู้ๆกันดีอยู่ว่า  หลายๆคนลดคุณค่าของตัวเอง เพียงสนองความต้องการ ในเรื่องความรักและอยากได้การยอมรับก้อนคิดถูกแล้วที่เปิดเผยตัวตน ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่ทำอย่างนี้ และไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ทำอย่างนี้สัตว์โลกพอถึงฤดูผสมพันธุ์ มักปรุงแต่งตัวเองให้ต้องตาต้องใจเพศตรงข้าม เพียงเพื่อการ ผสมพันธุ์และสืบเผ่าพันธุ์แต่มนุษย์มีมากกว่านั้น  ถ้าโชคดี เราเจอคนที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงและยอมรับเราได้ตั้งแต่ต้น ความรักมันคงจะยาวนานแต่แบบก้อนนะ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยที่จะเจอ แต่ถ้าเจอ มันจะยาวนานตอนคบกับพี่โจ้ ก็เฮๆ เลยไม่ค่อยรู้สึกว่าจะประดิษฐ์อะไรมาก หลายครั้งเจอคนที่คิดว่าน่าจะใช่ บางคนพร้อมสมบูรณ์มากกว่าพี่โจ้อีก แต่มันจะมีอะไรนิดๆที่บอกว่า ไม่ใช่  บางครั้งพี่คิดว่าตัวเองใช้เหตุผลกับความรักมากไปหรือเปล่า มีเงื่อนไขมากไปหรือเปล่า ที่จริงแล้ว ไอ้เงื่อนไขต่างๆที่พี่สร้างมามันก็เป็นตัวคัดกรองว่า เราจะไปกันได้นานแค่ไหนพี่มองข้อเสียของคนที่พี่รัก แล้วถามตัวเองว่า  พี่จะทนได้ไหม ยอมรับได้ไหมวันนี้พี่ว่าพี่โชคดีเรื่องความรักนะ  เพราะทุกๆวันพี่รู้สึกเหมือนเป็นวันแรกๆที่คบหากัน และรักกันมากขึ้นยังเดินจูงมือ ยังหนุนตักอ่านหนังสือให้กันฟัง หรือมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า เรามีกันและกันนะชีวิตยังต้องเจอต้องผ่านอะไรอีกมากมายพี่เชื่อมั่นว่า ถ้าเราศรัทธาในความรัก และมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ อย่างน้อยที่สุด การคิดในแง่บวก มันก็ทำให้เราสุขใจ  ชอบประโยคสุดท้าย   เรื่องความโรแมนติค สามารถเพิ่มเติมและคิดมุขใหม่ๆได้หลังคบหา  ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะว่าก้อนจะเป็นผู้ชายธรรมดา  พี่พอรู้ว่าไม่ค่อยธรรมดา จากความผิดพลาดของก้อนคราวที่แล้ว…ฮาโชคดีของสาวน้อยคนนั้นนะ…ถ้าเธออ่านมาถึงบรรทัดนี้น้องชายคนนี้ ไม่ธรรมดา..และควรค่าแก่ การรัก…(แปลงร่างเป็นเจ้ดัน…ฮิ้วววว)

  8. Rinrada says:

    แต่ก็ยังอยากจะได้เห็นหน้าเป็นฅนสุดท้ายก่อนนอน และได้เจอะเจอเป็นฅนแรกหลังจากตื่น…

     
    ….ในทุก ๆ วันเท่าที่ชีวิตจะเหลืออยู่น่ะครับ…
     
    โหยพี่กะอ้อนนนนนน หวานซะ :P555+-///- ฮ่าๆๆๆ เม้นต่อไม่ออกแล้วค่ะ
    ฮ่าๆๆๆๆ หวานจริงๆๆ 🙂
     

  9. ก้อน Masatha says:

    Ditdin >>> อ่า จริง ๆ เนื้อหามันก็หนักอยู่นา.. เครียดก็ไม่แปลกหรอกจ้าถึงดวงจะขึ้น แต่พอเวลาพุ่งลง…มันก็ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ "- -Chayanin >>> หวานจริงเรอะ? ไม่ค่อยรู้สึกว่าหวาน (ตอนเขียน) แฮะ อาจจะเป็นเพราะว่าของแบบนี้นาน ๆ ทำทีก็เป็นได้ (ไม่ได้ใช้คำว่ารักและคิดถึงอยู่เป็นประจำ…)*+ MadeLine +* >>> กร๊ากกก แล้วแฟนตัวเองเอาไปทิ้งที่ไหนยะ?:*: c e r e a l :*: >>> เข้าใจโควตคำได้ดีมาก ปีกว่าแล้ว ไม่สั้นหรอกจ้า ยิ่งมีช่วงเวลาดี ๆ ขนาดนี้…ไม่สั้นเลยนะ…จริง ๆ (ของพี่ 6-7 เดือน…ไม่ได้เป็นแฟนด้วยซ้ำ ไม่ได้เจอหน้ากันเท่าไหร่ อีกฝ่ายคิดอะไรกับเราก็ไม่รู้ ยังรู้สึกว่าคุ้มเลย)Ginnie~* >>> ก็พอสมควรฮ่ะ (ไม่หวังว่าจะเยอะเหมือนคราวที่แล้วหรอก) จินนี่ก็เมนท์สั้นนะตัวเอง?-ฆ่าวฏู– >>> ตอนฟันแคมพ์คืนสุดท้าย ทีี่ข้าวตูเขียนตา แต่งหน้านิดหน่อย พี่ยังคิดในใจเลยนะว่า ‘เฮ้ย จริง ๆ ข้าวตูก็สวยว่ะ สักวันคงมีผู้ชายสายตาดี ๆ มองเห็นบ้างแหละน่า’ (ส่วนพี่สายตาสั้นน่ะ…เอิ่ม) ผุ้หญิงนิสัยดีแบบนี้ ไม่มีแฟนให้ยิงทิ้งได้เลย (แต่อาจจะมาไม่เร็วหน่อยนะจ๊ะ ต้องใจเย็น ๆ)Nymphadora Tonks *; PoPo >>> 55+ ชั้นไม่หวานเหมือนจีจี้หรอกน่า อันนี้ยืนยัน เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

  10. ก้อน Masatha says:

    ¤°•TwïѬ߱┢┦ømë•°¤ >>> เิ่อิ่ม..ขอบคุณนะฮะที่ตีค่าผมไว้สูงขนาดนี้… แล้วก็ขอบคุณที่พี่แจงพยายามแก้ต่างให้คุณแม่ทุกครั้ง (ถึงแม้เหตุผลที่พี่แจงพยายามอธิบายจะไม่ได้อยู่ในหัวของคุณแม่เลยก็ตามที…อันนี้ยืนยัน-ฮา)คู่พี่แจงกับพี่โจ้ก็น่ารักนะครับ ผมเชื่อว่าใครหลาย ๆ ฅนที่เห็นก็คงอยากจะเ็ป็นแบบนั้นบ้าง แล้วก็รู้สึกว่าน้อง ๆ โชคดีที่เติบโตมาในบรรยากาศของความรักที่แบ่งปันกันแบบนี้ (เชื่อว่าพอมีฅนรักเป็นของตัวเอง น้อง ๆ ทั้งสองจะดูแลดีแน่ ๆ ฮะ ^^)เรื่องมุขใหม่ ๆ อันนี้เห็นด้วยครับ พอใช้มุขอะไรไปจนคิดว่าหมดแล้ว ก็ดูเหมือนจะมีจินตนาการอะไรออกมาได้เรื่อย ๆ ส่วนที่ว่าเจ้าตัวน่าจะเป็นฅนโชคดี…อันนี้ผมไม่กล้ายืนยันฮะจะโชคดีหรือไม่โชคดี เจ้าตัวเท่านั้นเองที่จะบอกได้ (เหอ ๆ)

  11. Rata says:

    There’s a scientific research said that for people who are in love, their brain capacity increase 30 percent because they have a deeper sleep so that they can concentrate better on their works or studies.

  12. Rata says:

    Moreover, I think these months are a period we feel a lot of love atmosphere because the weather becomes cold.In France, too. There are so many couples formed during this season. (It’s autumn now)

  13. ก้อน Masatha says:

    อย่างที่บอกฮะว่า ดวงความรักตกวูบเรียบร้อยแล้ว "- -วันลอยกระทง เดินอยู่ฅนเดียว มีฅนเป่าเสียงแซ็กลอยมาอากาศเย็น+เสียงแซ็ก+พระจันทร์เต็มดวงโว้ยยยย เหงาสัดเลยครับ (แต่ก็ดีใจที่ฅนที่คิดถึงมีความสุข หนุกมากมายดี)

  14. May-ya says:

    +++ โอยฮา ตอนแรกอ่านคอมเม้นต์พี่ก้อนนึกว่าเสียงแซก พระจันทร์ อากาศเย็น (มีมั้ย?) แล้วจะแปลงร่าง 555555
     
    +++ ไว้คนละข้าง ดีมะดีม้า 55555

  15. ก้อน Masatha says:

    กร๊ากกกเออ … จริง ๆ ก้เกือบแปลงร่างแล้วแหละเอามาไว้ข้าง ๆ ก็ได้จ้า น่าจะเวิร์ค เหอ ๆ ๆๆ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s