[spoil แหลก!] ฝัน-หวาน-อาย-จูบ/ HBD

Posted: December 30, 2008 in Movies
จริง ๆ แล้วยังไม่ถึงกำหนดอัพบล็อกหรอกครับ (กว่าจะถึงกำำหนดอีกทีก็ วันที่ 5 มค.ปีหน้านู่น)

แต่ช่วงนี้มันอัดอั้นน่ะครับ ขอแทรกเอนทรีสั้น ๆ คั่นกลางก็แล้วกัน (แถมของวันที่ 5 ร่างเสร็จแล้วครับ แล้วถ้าเลื่อนออกไปเนื้อหามันจะจืดเสียก่อน)

(จริง ๆ เอนทรีนี้ก็ไม่สั้นเท่าไหร่)

***

ไปดูฝัน-หวาน-อาย-จูบ กับ Happy Birthday มาแล้วครับ (ที่พูดถึงไปเมื่อ 2-3 เอนทรี่ก่อน)

##############ใครที่จะอ่านบรรทัดข้างล่างต่อจากนี้ไป ถ้าไม่ใช่ไปดูมาแล้ว ก็ควรเป็นฅนที่ไม่คิดจะดูแล้วนะครับ############

 

ดูเสร็จก็เข้ามาอ่านคอมเมนท์ใน pantip ตามระเบียบ

สำหรับกระทู้ที่ผมคิดว่าวิจารณ์ได้ดี อยู่ตามลิงค์ข้างล่างครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7369119/A7369119.html

เรื่องฝัน-หวาน-อาย-จูบ เท่าที่ผมอ่าน ๆ กระทู้มา ค่อนข้างประหลาดใจครับ เพราะแต่ละฅนชอบไม่เหมือนกันเลย ทุกเรื่องมีทั้งฅนชอบมาก และฅนที่ไม่ชอบเลย

ก็ลองอ่านความเห็นผมมั่งแล้วกันครับ (จะได้พอทราบว่าผมชอบหนังแนวไหน)

จูบจูบจูบจูบจูบ

เรื่องนี้ไม่ได้ไปดูเพราะมาริโอ้เหมือนสาว ๆ ฅนอื่นครับ ส่วนนางเอกตอนแรกคิดว่าจะน่ารักมา แต่ไปดูแล้วก็เฉย ๆ (ผมอาจจะแก่เกินไปที่เห็นว่าเด็กผู้หญิงใส่เหล็กดัดฟันน่ารักแล้วก็ได้ครับ)

พล็อตไม่มีอะไรครับ สั้น ๆ (เหมาะกับการเป็นหนังสั้นมาก) แต่ผมค่อนข้างบันเทิงกับเรื่องนี้นะครับ

เริ่มตั้งแต่การที่ใช้สีจัดจ้าน มุมกล้องแปลกตา พอเป็นหนังสั้นมันก็ดูจี๊ดจ๊าดเข้ากับโทนเรื่องดี แล้วผมไ่ม่ค่อยได้ดูหนังแนว ๆ หนังทดลอง หนังอินดี้ ๆ เท่าไหร่ (ที่ดูมากน่ะโอนะครับ ป่านอย่าเข้าใจผิด) พอเป็นหนังสั้น มันก็เลยแปลกตาดีครับ (แต่สีจัดจ้านขนาดนี้ ถ้าเป็นหนังยาว 2 ชม. คงอ้วกเสียก่อน)

แล้วหนังเองก็ถ่ายทำไม่เหมือนหนังเลยครับ ออกแนวเหมือน MV หรือรายการโทรทัศน์วัยรุ่นมากกว่า มีซูมเข้าูซูมออก มีการที่ตัวละครหันมาพูดกับฅนดู มีการตัดฉากสั้น ๆ (ในจินตนาการเล่าเรื่อง) ส่วนมุขพระเอกชื่อหมี แล้วให้นางเอกพูดว่า – เห็นหมี- ถ่อยไปหน่อยครับ (แต่พอรับได้)

ที่ชอบมากสุดคือตอนจบครับ

นางเอกผลักอกพระเอกแล้วพูดเสียกระชาก ๆ ‘ขอโทษนะ’

พระเอกผลักอกนางเอกกลับแล้วถามว่า ‘ขอโทษเรื่องไร’ (คือมันดูเถื่อนดีฮะ แต่มาริโอ้ก็ผลักแบบเบา ๆ แล้วเสียงก็อ่อย ๆ ดูแล้วไม่ถึงกับถ่อยจนรับไม่ได้)

นางเอกผลักอกพระเอกอีกรอบ ‘ก็เรื่องที่เคยว่าเทอว่าไม่เคยทำอะไรให้ไง’

แล้วก็กระชากคอเสื้อพระเอกมาพูดใกล้ ๆ ด้วยน้ำเสียงกวน teen ‘แต่ต่อไปไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้นะ อยากมีแฟนหน้าหล่อ ไม่ใช่หน้าเละ เข้าใจป่้ะ’

(ยักคิ้วแถมให้ กวาดตามองหน้าพระเอก ก่อนจะพูดเสียงกระชาก ๆ ต่อว่า)

‘แล้ววันเนี้ย ถ้าว่าง … ก็ไปส่งที่บ้านหน่อยเสะ’

‘เออ ก็ได้’

คือมันดูหวานแบบดิบ ๆได้ใจ แล้วก็ดูเป็นคู่รักวัยรุ่นที่กวน teen ดีครับ ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วตอนจบที่เป็น เปอร์เซ็นก็โดนมาก ๆ (ขออภัยถ้าจำผิด)

99% ของผู้หญิงชอบให้แฟนเอาใจ

99% ของผู้ชายจะเอาแฟน….เมื่อรู้ตัวว่าจะถูกแย่ง

สรุปว่าแนวฮะ

——-

อายอายอายอายอาย

เรื่องนี้หลายฅนชอบมากครับ บางฅนเป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุด (เช่นอิ๊กเป็นต้น)

ส่วนตัวแล้ว กลับเป็นเรื่องที่ผมชอบน้อยที่สุดนะครับ

ฉากเรื่องนี้สวยดีครับ (เกาะกลางทะเล) พระเอกหล่อ นางเอกสวย เรื่องซึ้ง ๆ โรแมนติค (คือมันโรแมนติคที่สุดในหนังสี่เรื่องแล้ว)

งุก ที่เล่นเป็นชาวเกาะก็ขำขโมยซีนมาก ๆ

สรุปว่าจุดที่ดีก็ดีมากครับ ส่วนจุดที่ห่วยก็ห่วยไม่บันยะบันยังเหมือนกัน

เรื่องแรกคือเรื่องเสียงครับ เรื่องนี้ใช้เสียงพากย์เอา พระเอกเสียงหล่อเว่อร์ (จะหล่อไปไหน)

ผมมีปัญหารำคาญเรื่องเสียงพากย์ทับอยู่แล้วครับ ไม่ชอบเอาเสียเลย มีปัญหามาตั้งแต่ตอนดูเื่รื่องแก๊งค์ชะนีกับอีแอบแล้ว (แต่บางฅนอาจจะไม่รำคาญ อันนี้ก็แล้วแต่ฅน)

พระเอกแสดงได้ไม่ค่อยดีครับ (มีกระทู้นึงวิจารณ์ว่า ‘พระเอกแสดงเป็นก้อนหินได้เหมือนมาก ๆ’—ฮา) ปัญหาอาจจะเป็นที่พล็อตก็ได้ มันไม่ทำให้ผมดูแล้วรู้สึกว่าพระเอก ‘อาย’ ได้เท่าไหร่ (บทแบบนี้ อารมณ์ร่วมก็สำคัญครับ ถ้าฅนดูแบบผมดูแล้วไม่อาย ก็อาจจะไม่ซึ้ง) 

ที่เป็นปัญหาสำหรับผมมากที่สุดก็คือ บทสนทนาครับ

หนังเรื่องนี้พยายามจะโชว์เหนือ ด้วยการใช้วาทะเปรียบเปรย ซ่อนนัยสองชั้นสามชั้นตลอดเรื่อง พูดง่าย ๆ ก็คือว่า เวลาพระเอกนางเอกเถียงกัน จะแปลความว่า เถียงเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติก็ได้ หรือกำลังเถียงกันเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองฅนก็ได้อีก (คือตีความได้หลายชั้น)

ถ้าทั้งเรื่องมันมีสักสองสามประโยคคม ๆ ก็แจ๋วดีอ่ะครับ แต่นี่มันล่อใช้วิธีนี้ทั้งเรื่องเลย มันก็เลยดูเฝือ ดูยัดเยียด ดูเป็นประโยคสนทนาที่จับยัดใส่ปาก ไม่มีใครเค้าพูดกันในชีวิตจริง เฟค แล้วก็เชยแบบประดักประเดิดเอามาก ๆ

แต่ฅนชอบก็ชอบนะครับ อันนี้ไม่ว่ากัน แล้วแต่ฅน

—–

หวานหวานหวานหวานหวาน

ชื่อเรื่องว่าหวาน แต่มีความหวานน้อยที่สุดเลยครับ

พล็อตเรื่องที่ให้นางเอกความทรงจำย้อนกลับไปเป็นเด็กเรื่อย ๆ แล้วพระเอกต้องตามหาให้เจอว่านางเอกตอนนี้ความทรงจำอยู่ในช่วงไหน

จนไคลแม็กซ์ของเรื่อง พระเอกมาจำได้เอาตอนที่เจอนางเอกครั้งแรกสุดพอดี

พล็อตเปรี๊ยะมากฮะ (คือชอบมาก ๆ แจ๋วสุด ๆ คิดได้ไงเนี่ย)

ชาคริตเล่นโอเคครับ ดูแล้วน่าื่เชื่อว่าเป็นผู้ชายวัย 40 ที่กำลังบ้า่งานซะจนความหวานในชีวิตแต่งงานหายไป แล้วก็ดูหงุดหงิดตลอดเวลา

นุก สุทธิดาเล่นดีโคตร ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เลยครับ มันจะมีซีนที่เล่นกับหมอน (แต่ในเรื่องจินตนาการว่าเล่นกับหมาอยู่)

คือไอ้ที่ถืออยู่ในมือเนี่ยเป็นหมอนน่ะครับ แต่เล่นแล้ว เราดูรู้เลยว่าหมา(หมอน) ตัวนี้กำลังดิ้นอยู่ กำลังโดดเลียปากเจ้านาย กำลังเกาคอตัวเอง หรือกำลังหรุบหูลง

คือมัีนเป็นหมอนชัด ๆ น่ะครับ แต่นุกเล่นซะเราเชื่อเลยว่า ไอ้ที่เค้าเห็นน่ะ มันเป็นหมาจริง ๆ ไม่รู้ทำได้ไง เทพโคตร ๆ

ตอนจบก็ซึ้งดีครับ แต่เนื้อหาบีบหัวใจไปหน่อย

หนังโศกเกินไปสำหรับผมน่ะครับ แล้วความสัมพันธ์ระหว่างชาคริต กับนุกก็ดูไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ (คือยังไม่ค่อยเชื่อว่าคู่นี้มีอะไรผูกพันกันมานาน เพราะมีแค่ตอนจีบกันใหม่ ๆ นิดเดียว) แต่ก็เข้าใจว่าเป็นหนังสั้น ก็เลยไม่มีเวลาปูเนื้อหาขนาดนั้น

อ้อ สายป่านออกมากระจึ๋งเดียวครับ ใครกะไปดูคงผิดหวังนิดหน่อย (แต่ผมไม่หวังอยู่แล้ว เลยให้อภัยได้)

——

ฝันฝันฝันฝันฝัน

หนังพี่มะเดี่ยวจริง ๆ แล้วผมชอบหลายส่วนนะครับ

นางเอก (น้องเจนจิรา) แสดงดีมาก ๆ เป็นธรรมชาติมาก ๆ หน้าตาน่ารักไม่ถึงมาตรฐานก็ไม่เป็นไร ให้อภัย

ชอบมุขพี่เบิร์ดโคตร ๆ เลยครับ พี่จั๊ดเล่นได้ฮามาก ๆ (จริง ๆ พี่จั๊ดนี่ก็คุณภาพคับแก้วไม่แพ้พี่โอปอล์เลยนะฮะ เสียดายไม่ค่อยได้เล่นหนังเท่าไหร่) เป็นการแซว จิกกัดพี่เบิร์ดได้เจ็บมาก ๆ (ขอเสียงส่งเสียงมา จะ-ไป-หาาาาาาาาาาาาา)

มุขอื่น ๆ ก็ขำดีครับ ไม่ว่าจะเป็นตอนมิวสิคัล แล้วก็ตอนจบของเรื่องที่แอบกุ๊กกิ๊ก ปับปี้เลิฟนิดหน่อย

ส่วนที่ผมเซ็งก็มีสองเรื่องน่ะครับ

เรื่องแรก พิช นักร้องนำวงออกัส (ที่โอเรียกว่า อีีี——–พิช ด้วยเสียงสูงปริ๊ด) เท่ไปหน่อยครับ หมั่นไส้ (อันนี้หมั่นไส้ส่วนตัวครับ)

เรื่องที่สอง อนิเมชั่น

เป็นเจ้าเดียวกับที่ทำเรื่อง นางนาคครับ ซึ่งมันก็ห่วยไม่บันยะบันยัง

คืออย่างนางนาค โอเค อันนี้รู้อยู่แล้วว่าจะซื้อตั๋วหนังเข้าไปดูอนิเมชั่นคุณภาพราคาถูก มันก็เลยทำใจยอมรับได้ แต่อันนี้ผมคิดว่าจะได้ดูหนังฅนแสดงครับ พอมีอนิเมชั่นล่อเข้าไปครึ่งเรื่อง (แถมจะปล่อยพลังแบบดราก้อนบอลก็ทำได้ไม่สุด จะออกฉากตื่นเต้น ห้อยตัวลงมาจากสะพานแขวนก็น่าเบื่อซะงั้น) มันก็เลยผิดคาดครับ แล้วความผิดคาดมันก็เลยทำให้ผิดหวังไปหน่อย (คือถ้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีอนิเมชั่นเยอะขนาดนี้คงหวังน้อยกว่านี้)

แต่ส่วนอื่น ๆ ถือว่าทำได้ดีครับ ไม่เสียชื่อพี่มะ้เดี่ยว (แล้วก็เจ๋งตรงที่พี่เค้าฉีกแนวจาก 13 เกมสยอง และ รักแห่งสยามออกมาได้ชัดเจนมาก ไม่ย้ำรอยความสำเร็จเดิมเลย)

เอาเป็นว่า จริง ๆ แล้วหนังมันก็โอเคน่ะครับ แต่หน้าหนัง กับความคาดหวังของฅนดูคงเหลื่อมกับตัวหนังจริง ๆ ค่อนข้างเยอะ (ปัญหาเดียวกับสมัย รักแห่งสยาม) ใครที่คาดหวังจะไปดูหนังรักซึ้ง ๆ โรแมนติค อิ่ม ๆ ดูแล้วหัวใจพองโตคงผิดหวังหน่อย

แต่ถ้าชอบหนังรักแนว ๆ ไม่ซ้ำกันทั้ง 4 เรื่องก็อาจจะชอบเรื่องนี้ก็ได้ครับ

คุณภาพหนังไม่น่าจะถึง 50 ล้านหรอกครับ แต่หน้าหนังมันก็โคตรน่าดูเลย จะถึงเพราะ PR ดีก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

สุดท้ายก็คือ โฆษณาแฝงอุบาทะวะมากครับ จะโจ่งแจ้งไปไหน ไอ้มาม่าถ้วยกระดาษเนี่ย กลัวเค้าไม่รู้เรอะไงว่าเป็นสปอนเซอร์ (มันไม่แฝงแล้วครับ มันขายของกันโต้ง ๆ ยิ่งกว่าบางรักซอยเก้าอีก)

———————————————————————————————————————————————————————————————————————–

อีกเรื่องที่ไปดูคือเรื่อง Happy Birthday ครับ

ไปดูวันเดียวกันนั่นแหละ (ดูหนังรักสองเรื่องในวันเดียวกัน แถมดูฅนเดียวทั้งสองเรื่อง… จะเปลี่ยวไปถึงไหน)

ใคร ๆ ก็คงทราบแล้วว่า หนังมันแบ่งโทนออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกตอนพระเอกนางเอกจีบกัน ส่วนช่วงที่สองเป็นตอนหลังจากนางเอกประสบอุบัติเหตุ

ช่วงแรกดูเสร็จ โหย ผมโคตรนับถือคุณพงพัฒน์ (ผกก.) กับคุณคงเดช(ผู้เขียนบท) มาก ๆ เลยครับ

จะโรแมนติคไปถึงไหน

เป็นความโรแมนติคที่ไม่เลีี่่ยนเลยครับ เมื่อเซ็ตให้เป็นเรื่องรักระหว่างนักถ่ายภาพ กับไกด์สาว มันก็เลยทำให้มีโลเคชั่นสวยบาดใจเยอะมาก ๆ (โลเคชั่นสวย ๆ ของเรื่องอายนี่ ไปไกล ๆ teenเลย)

แล้วคู่รักคู่นี้ก็หวานแบบไม่เอียนเลยครับ พูดจาวะ ๆ โว้ย ๆ ไม่ได้พูด คุณครับ เธอขา จ๊ะจ๋า ฯลฯ ให้รู้สึกคลื่นไส้

แต่ดูแล้วรู้เลยว่าคู่นี้รักกันมาก ๆ (รักแบบเติมเต็มให้กัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน แต่ไม่ได้รักแบบจะกลืนกินกันน่ะครับ) ซึ่งผมชอบมากรู้สึกว่าเป็นปกติมนุษย์มากเลยอ่ะครับ (ไอ้รักแบบโรแมนติคเว่อร์ ๆ มันดูเกินจริงสำหรับผมมากไปหน่อย)

ขนาดฉากจูบกัน พอจูบเสร็จ พระเอกบอกว่า ‘เมื่อกี้ไม่ได้ตั้งตัวอ่ะ ขออีกทีได้ป่ะ?’

นางเอกปฏิเสธ ‘ไม่ให้แล้ว’

พระเอกหันมาบ่นพึมพำ ‘แม่ง โคตรเขี้ยวเลยว่ะ’

ก็ดูน่ารักน่าชังมาก ๆ ครับ

ส่วนครึ่งหลัง หดหู่ได้อีกฮะ จะหดหู่ไปถึงไหน

ซีนที่ชอบมากที่สุดก็คือซีนพระเอกคุยกับนางเอก (ในจินตนาการ) ครับ พระเอกขอนางเอกแต่งงาน แล้วนางเอกก็โพล่งขึ้นมาว่า …. แต่เรา ‘ตาย’ ไปแล้วนะเต็น!

…โอ้ว บาดใจ…

ท่อนท้าย ๆ ของหนัง บทสมกับที่คุณคงเดชเขียนมากครับ ดูสมจริงมาก ๆ (แม้หนังจะจงใจละเลยบางตอน เช่น ปัญหาเรื่องแผลกดทับ ความยากลำบากในการดูแลนางเอก)

แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าไม่ใช่คุณคงเดชเขียนบท คงไม่มีประเด็นเหล่านี้หรอกครับ แล้วกลายเป็นหนังดาด ๆ ทั่ว ๆ ไป เช่น

+ พระเอกปฏิบัติกับนางเอกเหมือนกับนางเอกมีชีวิตอยู่ ลากพอไปไหนต่อไหน

+ พระเอกเปลี่ยนผ้าอนามัยให้นางเอก จนพ่อแม่นางเอกมาพบ แล้วรับไม่ได้ รู้สึกว่าควรจะปล่อยให้นางเอกไปเสียดีกว่าที่จะต้องมีฅนมาดูแลราวกับเป็นซากร่างกายแบบนี้

+ประเด็นขึ้นโรงขึ้นศาล เถียงกันเรื่อง ‘สิืทธิ’ ในการดูแลนางเอก

ส่วนตอนจบขัดใจครับ เวลาผ่านไป 50 ปี ผมก็นึกว่านางเอกตายแล้ว (เพราะมีฉากพ่อแม่ถอดท่อออกซิเจนนางเอกออก หลังจากศาลตัดสินให้สิทธิการดูแลกลับเป็นของพ่อแม่ตามเดิม)

อยู่ดี ๆ ก็มีฉากพระเอกเข็นรถนางเอกออกมา ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แล้วก็นั่งกุมมือชมดาวตกด้วยกัน

มันขัดความรู้สึกมากฮะ เพราะนึกไม่ออกว่า พ่อแม่พระเอกจะยอมคืนนางเอกได้ไง ถ้านางเอกแม่งหายจริง แล้วพระเอกจะจัดนิทรรศการมีรูปนางเอกเต็มไปหมด แล้วจะมีซีนพระเอกนั่งจ้องรูปนางเอกไปนาน ๆ ไปทำไม

คือมันไม่สมจริงมาก ๆ ครับ

แต่พออ่านใน pantip ก็พอเข้าใจ เพราะมีฅนตีความว่า ที่เราเห็นพระเอกเข็นรถนางเอกออกมา เป็นนางเอกในจินตนาการของพระเอก ซึ่งพระเอกก็ทำมาตลอดเรื่องคือจินตนาการว่านางเอกพูดคุย หัวเราะเป็นปกติ (ทั้ง ๆ ที่นางเอกนอนแบ็บอยู่บนเตียง)

ถ้าคิดได้แบบนั้นก็พอยอมรับได้ครับ ดูเนียนดี

แล้วมันเป็นความฉลาดของพงพัฒน์ กับคุณคงเดชด้วยครับ ที่จบแบบนั้น เพราะฅนที่ไม่เชื่อในเรื่องปาฏิหาริย์อย่างผม ก็จะตีความว่านั่นเป็นภาพในจินตนาการ แต่ผู้ชมบางท่าน ที่ไม่ชอบตอนจบแบบโศกาอาดูร ชอบตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ก็จะเชื่อว่า นั่นเป็นนางเอกจริง ๆ เป็นนางเอกที่หายป่วย แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับพระเอกตลอดมา

สรุปว่า จบแบบนี้ ใครชอบแบบไหนก็เลือกที่จะเชื่อแบบนั้นนั่นเองครับ

เอาเป็นว่าหนังเรื่องนี้ผมก็ชอบมากเหมือนกันครับ ถ้าพงพัฒน์ทำหนังเรื่องหน้า ก็ว่าจะไปดูอีก คุณภาพของหนังได้เกิน 50 ล้านก็ไม่แปลกครับ (ผลงานค่อนข้างเนี้ยบ) แต่ก็คิดว่าคงไม่น่าได้มากไปกว่านี้เยอะแล้วละครับ แต่ก็มากพอที่จะเป็นกำลังใจให้ฅนทำหนังผลิตหนังแนวโรแมนติคออกมาอีกเยอะ ๆ (เพราะบ้านเรามีหนังแนวนี้น้อยเหลือเกิน)

ปล. เรื่องต่อไปที่อยากไปดูคือเรื่อง ‘ความสุขของกะทิ’ ครับ นางเอกน่ารักโดนใจสาวกโลลิคอนโคตร ๆ (เด็กบ้าอะไรไม่รู้ โคตรน่ารักเลยครับ)

แต่ที่โดนใจมากก็คือ มีคำโปรยในเรื่องตอนนึง คุณปู่พูดกับกะทิว่า ‘ฅนเราน่ะนะ เวลามองท้องฟ้า ไม่ว่ามองจากที่ไหน ก็จะเห็นพระจันทร์ดวงเดียวกันเสมอ’ (ฉึก ฉึก ฉึก และ ฉึกกกกกกกกกกกก ครับ)

 

Comments
  1. EIG says:

    ที่จริงถ้าให้เรียงลำดับ 4 เรื่อง ผมให้อาย 6.8 ฝัน 7.3จูบ 6.8หวาน 3.4 (เออ ไม่ได้เรียงลำดับแฮะ)ชอบอายเพราะว่าซึ้งแบบธรรมดาๆ ดีครับ ชอบจูบเพราะบันเทิงไม่มีอะไร แต่ชอบๆชอบฝันเพราะแทบไม่เคยดูความฝันแบบนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ดูเรื่อง paprika ก็เจ๋งอีกแบบไม่ชอบหวาน เพราะว่า ไม่เชื่อซักอย่างครับ เลยไม่รู้สึกอะไรเลยความสุขของกะทิ ต้องดูให้ได้ครับ น้องน่ารักขาดใจ ใจขาดออกมาเจอดอกไม้ให้น้อง (ไม่ขนาดนั้น)ประเด็นหลักคือ อยากรู้ว่าคนเขียนจะแต่งเรื่องเพิ่มยังไงบ้าง แล้วก็อยากดูน้อยแสดงอีกครั้ง ผมชอบน้อย

  2. Ditdin says:

    -0-มีคนสปอยให้แร้ว ^^ ขอบคุณครับผมคงยังไม่ได้ไปดูอีกนานเลย TTสวัสดีปีใหม่ครับ ^^

  3. c e r e a l says:

    – "พิช นักร้องนำวงออกัส (ที่โอเรียกว่า อีีี——พิช ด้วยเสียงสูงปริ๊ด)" — แถวคณะ ก็มีบ่อยไปค่ะ ที่มีคนเรียกโอว่า อีโออออออ ด้วยเสียงสูงปรี๊ด 555- ชามมาม่า บาดใจจริงๆพี่ก้อน ทำไมไม่เอาโหษณามาคั่นกลางหนังให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ ฮา..- รอดูความสุขของกะทิ เหมือนกันค่ะ ตอนอ่านหนังสือนี่น้ำตาซึมเลย ตอนดูเทรลเล่อร์ก็เหมือนกัน ..ต้องไม่พลาดๆ แอบคิดเล่นๆว่า จะมีน้องคณะ ทำหนังมาล้อเลียน ชื่อเรื่อง "ความสุขของกะเทย" มั้ย? 5555

  4. Chayanin says:

    จริงๆ ก็เหมือนคุยกันไปบ้างแล้วนะ แต่ก็คุยอีกสักทีแล้วกันผมเห็นหลายส่วนคล้ายพี่ก้อนนะ และอีกบางส่วนก็น่าจะคล้ายในกระทู้ที่พี่ก้อนยกมาเหมือนกัน แต่เรื่องฝันผมยอมรับได้เลยนะ รู้สึกว่า มันทำให้ผมรู้สึกดีกว่าการเป็นหนังรักเด็กๆ หรือวัยรุ่น (ที่มันจะเอยด้วยความน่าเบื่อและไร้ซึ่งประเด็น)ถ้าพูดถึงจูบ ผมว่า เรื่องสีกับมุมกล้องที่ว่า น่าสนใจดีครับ ฉากจบที่พี่ก้อนว่ามาก็น่ารักมากๆ แต่ที่เหลือ ทั้งเรื่อง ช่างไร้ประเด็นโดยสิ้นเชิงครับ ดูจูบเสร็จปุ๊ป ความคิดแรกในหัวคือ พล็อตไร้สาระสิ้นดี ถึงการนำเสนอจะแนวก็เถอะมุขเห็นหมี น่าจะทำให้เรื่องนี้เป็น PG-13 เป็นอย่างน้อยได้เลย (เอามาทำไม?)อาย ผมคิดเหมือนพี่ก้อนเลยครับ ว่าผิดหวัง ถึงหลายคนจะบอกว่า เป็นเรื่องที่ลงตัวที่สุดก็เถอะ (พอจะยอมรับ ว่ามันเป็นเรื่องกลมกล่อมที่สุด เมื่อเทียบกับความขาดๆ เกินๆ ในเรื่องอื่นๆ แต่ก็ไม่ชอบครับ) นักแสดงชายแข็ง และผมก็เพิ่งรู้ว่า เขาพากย์ทับ ประเด็นก็ ดู เป็นโลกสมบูรณ์แบบไปนิดนึง ไม่ชอบครับหวาน เป็นประเด็นที่ดีสุด แต่ก็อย่างที่หลายคนบอก คือมันสั้น ทำให้ไม่สามารถ elaborate ประเด็นนั้นๆ ได้มากพอ บางซีนไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะดูมันเหมือนเล่นๆ เช่น ซีนหาหมอ ที่รู้สึกว่า มันหมอเหรอวะ?จบไม่เป็นสุขนาฏกรรม ชอบครับ ถ้าจบแฮปปี้คงเซ็งกว่านี้อ้อ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนักแสดงว่าใครแสดงอะไร จำไม่ได้ ตอนดูผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่า หวาน ตอนวัยรุ่นกับตอนแก่นั้นคนละคนกัน (สุดๆ)ฝัน อย่างที่บอกไปว่าก็โอเค แต่ก็นะ แอนิเมชันคุณภาพต่ำไปนิด (ถึงมาก) แต่ผมกลับรู้สึกตรงกันข้ามว่า ถ้ารู้ก่อนว่ามันจะเลอะเทอะๆ ออกมาเป็นแอนิเมชัน มันจะเป็นความรู้สึกแบบนี้มั้ย ผมว่าไม่ครับ (ถ้าเทรเลอร์มีแอนิเมชันอาจจะเหมือนสปอยล์ไปเลย?) เนื้อหาไม่มีประเด็นเหมือนกัน แต่โอเค รู้สึกว่า ถ้าบรรยากาศเป็นแบบมัวๆ ตอนแรก กับสดใสแบบตอนซีนเพลง น่าจะน่าสนใจขึ้น (พูดง่ายๆ คือลดแอนิเมชันสินะ)ดูฝันเสร็จ สิ่งแรกที่นึกถึงคือ เอาอีกแล้ว พี่มะเดี่ยวชอบทำหนังให้ไม่เหมือนหน้าหนัง (หรือทำหน้าหนังให้ไม่เหมือนหนัง?) จริงๆ อันนี้ก็โอเคนะ แต่อย่างตอนรักแห่งสยาม เซ็ง เพราะเห็นหน้าหนังแล้วไม่อยากดู (ทำไมถึงโปรยเป็นหนังวัยรุ่นครับ???)

  5. katachi says:

    อืมม น้องที่เล่นความสุขของกะทิ น่ารักโคตรๆ (สมัยข้าวตูเด็กๆก็เคยน่ารักเกือบเท่านั้นนะ5555 แต่ตอนนี้…)ไปดูกัน

  6. ก้อน Masatha says:

    khaotu อันนี้อยาก​เปลี่ยน >>> โฮ่ ไปดูกันป่ะจ๊ะ อยากดู ๆ Chayanin Wipusanawa​n >>> เรื่องจูบไม่มีประเด็น อันนี้เห็นด้วยแฮะ แต่สำหรับหนังสั้น จะให้มีประเด็นเยอะ ๆ อาจจะลำบากหน่อยอ่ะ (เหมือนเรื่อง หวาน ที่ความยาว กับพล็อตไม่ไปด้วยกัน)อ้อ เรื่องอาย คุยกับโอ เค้าบอกว่าไม่ได้พากย์น่ะนะ เป็นซาวน์ออนฟิืล์ม แต่ที่เสียงกระซิบกับเสียงตะโกนแม่ง ไม่มีความแตกต่างกันเลย โอบอกว่า ‘เค้ามิกซ์เสียงห่วยน่ะ’อื่น ๆ เห็นด้วยหมดฮะ (คราวหน้าพี่มะเดี่ยวทำเรื่อง 13 เกมสยอง คงหน้าหนังไม่หลอกฅนดูแล้วล่ะ)c e r e a l _r e a l l y >>> ไม่เคยอ่านฉบับนิยายแฮะ แต่คิดว่าคงไปดูเลยอ่ะฮะความสุขของกะเทย>>> กร๊ากกกก เห็นด้วยมั่ก ๆ คิดว่าไม่มีคณะไหนจะทำได้ดีกว่านิเทศอีกแล้วล่ะDitdin ดิษรินทร์ วงศ์เกษมจิ​… >>> 555+ ไม่ได้กะสปอยล์นะเนี่ย แต่โอเค ๆ คราวหน้าอาจจะเอามาเล่าใหม่ สุขสันต์วันปีใหม่ครับTouchapol Saranurak >>> – ไม่เคยดูเรื่องปาปริก้าน่ะครับ แต่เค้าบอกว่าเ้ข้าใจยากเหมือนกัน?- ผมว่าน้องที่เล่นเรื่องกะทิ น่ารักกว่าโฟกัส สมัยเล่นเรื่องแฟนฉันอีกอ่ะฮะ (ชอบผมหน้าม้าโคตร ๆ)เดี๋ยวนี้ชอบดูเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มากกว่าครับ เพราะรู้สึกว่าไร้เดียงสา และไม่มีพิษมีภัยดี พอโตเป็นสาวแล้ว เจอแต่ฅนที่ทำร้ายจิตใจเพศตรงข้ามได้อย่างเลือดเย็น (ส่วนตัวโคตร ๆ)

  7. Rinrada says:

    อ๋องขอดาบกูหน่อยเฮ้ย กูเอาไปเก็บไว้ตรงไหนก็ไม่รู้หาก่อนได้เป่า

  8. Bar-Ba_Ra says:

    **กลัวว่าจะเป็นคนขี้โกงที่แอบอ่านหน้านี้แล้วไม่เม้นท์บังเอิญเป็นเรื่องเดียวกับที่กอล์ฟดูก็เลยแว่บมาอ่านอยากรู้ว่ามีคนคิดมากเหมือนเรามะ?แล้วก็ตรงกันในหลายๆมุม หลายๆความคิดชอบๆๆ ชอบเอนทรี่นี้วะๆๆ โว๊ย ๆๆ5555 ฮาได้อีกพอแระคะ

  9. ก้อน Masatha says:

    PoPo * :] >>> อาาา มุขนี้ฮาโคตร เป็นมุขที่ชอบมากอันนึงของเรื่องเลยนะเนี่ยBar-Ba_Ra HS_KKU >>> มีหนังหลายเรื่องเลยในช่วงนี้ที่ว่าจะไปดูครับ แล้วจะค่อย ๆ มาเล่าในบล็อกแล้วกันนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s