กะทิ

Posted: January 13, 2009 in Movies
จริง ๆ แล้วมีเอนทรี่ที่ร่างไว้แ้ล้วครับ ร่างตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ว่าจะเอาลงก็ไม่ได้ลงสักที มีเรื่องแทรกตลอด

คราวนี้ก็เหมือนกัน

ขอพูดเรื่องผู้ว่าฯกทม.นิดหน่อยนะครับ

เลือกตั้งคราวที่ผ่านมามีจุดสังเกตสองเรื่องสำหรับผมครับ

เรื่องแรก ออกจะแปลกใจนิดหน่อยที่มีฅนไปใช้สิทธิืเลือกตั้งน้อยกว่าที่คิด (แค่ประมาณ 51 กว่้าเปอร์เซนต์) ทั้ง ๆ ที่ผู้แข่งขันน่าสนใจกว่าครั้งก่อนมาก (ที่คุณอภิรักษ์เต็งมาจนต้องพนันว่าจะชนะเท่าไหร่) แต่คราวนี้ผู้เข้าประกวดก็สูสีเฉียดฉิวมาก ๆ (ขนาดโพลก่อนเลือกตั้งจริงก็ยังห่างไม่กี่เปอร์เซนต์)

ที่เค้าบอกว่าฅนเืบื่อการเมืองท่าจะจริง

เรื่องที่สอง ผมไม่แปลกใจที่คุณสุขุมพันธุ์ชนะ แต่แปลกใจที่คุณณัฎฐกรณ์ได้คะแนนน้ิอยกว่าที่คาด ทั้ง ๆ ที่ผลโพลก็ออกมาสูสีกับคุณสุขุมพันธุ์มาก (ไม่นึกว่าจะตกลงมาแพ้คุณแซมเสียด้วยซ้ำ) ขนาดวันโหวตจริง ผมไปที่โบสถ์ถามใครต่อใครก็บอกว่าเลือกคุณปลื้มทั้งนั้น

แต่อาจจะเป็นได้ว่า เพราะโพลบอกว่า คุณปลื้มมาแรงในกระแสวัยรุ่น เวลาใครถาม ก็เลยตอบว่าโหวตให้คุณปลื้ม เผื่อจะแอ๊บวัยรุ่นกับเค้าบ้าง(ฮา)

ขนาดพ่อผมเป็นสาวกคุณทักษิณ แฟนพันธุ์แท้เสื้อแดง นปช. นปก. ความจริงทุกวัน ฯลฯ ยังแอ๊บวัยรุ่นเลือกคุณปลื้มเลยครับ (ฮา)

***

ไปดูเรื่องความสุขของกะทิมาแล้วครับ

(คาดว่าข้อความต่อจากนี้จะไม่สปอยล์ -มั้งนะ- ผมว่าถ้าใครดูทีเซอร์ก็คงเดาเรื่องราวได้ทั้งหมดอยู่แล้วล่ะ)

ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างชอบเรื่องนี้นะครับ ชอบมากเลยล่ะ แต่ถ้าถามว่าแนะนำให้ฅนอื่นไปดูรึเปล่า… ผมไม่แน่ใจแฮะ

หนังมันเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ น่ะครับ สำหรับนักดูหนังชาวไทยที่ชอบอะไรที่ค่อนข้างเมโลดราม่า มันส์ก็มันส์สุดขีด ตลกก็ตลกพ่อตาย เศร้าก็ต้องน้ำตาไหลพราก ๆ

หนังเรื่องความสุขของกะทิอาจจะไม่ถูกจริตของคอหนังชาวไทยเท่าไหร่

หลังจากดูจบก็เข้ามาอ่านกระทู้ในพันติ๊บ(ตามฟอร์ม) แล้วก็พบว่าตัวเองใช้เวลาไปเกือบ 2-3 ชม. (เสียเวลาสัด) นั่งอ่านจนปวดตา ต้องพักสายตาสักหน่อย (แม่โทรมาพอดี แล้วก็สงสัยใหญ่ว่าก้อนไปทำอะไรมา อยู่ดี ๆ ถึงมานอนเอาตอนโพลเพล้)

ผมคงไม่บอกว่าหนังเรื่องนี้มันห่วยยังไงนะครับ เพราะในกระทู้ฅนก็บ่นเยอะมากกกกกกกกกกก (แต่ก็ดีที่มีกระแสตอบรับแรงขนาดนี้ ดีกว่าเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดถึงเลย ส่วนรายได้ผมไม่ค่อยหวังเท่าไหร่ ขนาดฝัน-หวาน-อาย-จูบที่กระแสแรงสัด ๆ ยังทำรายได้ไม่ถึง 30 ล้านเลย- แปลกใจมาก ๆ ถ้าข่าวผมผิดช่วยบอกด้วยนะครับ)

ถ้าจะมีกระทู้อะไรแนะนำ นี่เลยครับ ตามลิงค์ข้างล่าง

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7405108/A7405108.html

คอมเมนท์ยาวมากครับ เป็นบทวิจารณ์ของคุณแท็กซี่นิรนาม ขอบอกเลยว่าอวยหนังเรื่องนี้มาก ชมแหลก ชมแบบไม่กลัวหน้าม้าจะเต่อ-ฮา- (คุณแท็กซี่นิรนามค่อนข้างจะเอนไปทางสหมงคลฟิล์มน่ะครับ แต่ถ้าเป็นหนัง GTH หรือหนังของคุณพิง ลำพระเพลิง จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่)

สำนวนจะใช้ศัพท์เทคนิคเยอะ แล้วก็ออกแนวอวดความรู้ โชว์พาวหน่อยนะครับ ผมอ่านแรก ๆ ก็รำคาญ แต่พอชินสำนวนก็เฉย ๆ

สำหรับประเด็นที่ผมอยากพูด ไม่ใช่การวิจารณ์หนังครับ แต่เป็นในส่วนของเนื้อหา

เท่าที่ผมอ่านวิจารณ์มา มีคอมเมนท์นึง (จริง ๆ มีหลายอันแหละครับ แต่อ่านผ่าน ๆ เลยไม่แน่ใจว่าเป็นของฅน ๆ เดียวคอมเมนท์รึเปล่า) ประมาณว่า

‘กะทิเกิดมาไฮโซขนาดนั้น ไม่เห็นน่าสงสารตรงไหนเลย ถึงไม่มีแม่ แต่ก็มีตายายให้ความรักทดแทน น่าอิจฉามากกว่า’

ผมคงไม่มานั่งวิจารณ์ว่าหนัง/นิยายเรื่องนี้เขียนแบบไฮโซพูดถึงชาวรากหญ้า หรือว่าเขียนโลกในอุดมคติที่ไม่สมจริง ฯลฯ อะไรพรรณนี้หรอกนะครับ ถ้าใครรู้ประวัติคุณงามพรรณ เวชชาชีวะว่าป่วยเป็นโรคอะไร และใช้ชีวิตผ่านมาแบบไหน ผมคิดว่าจะมีทัศนคติแง่บวกที่ดีกับเรื่องนี้ขึ้นอีกบานตะไท

สำหรับคอมเมนท์ทำนองอิจฉากะทิ (แทนที่จะสงสารกะทิ) จากเนื้อเรื่องผมไม่แปลกใจหรอกนะครับ ฐานะของทางบ้านกะทิค่อนข้างดี (ออกจะมั่งคั่งเสียด้วยซ้ำ เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง)

แต่ผมมีสองคำถามที่อยากจะถามครับ

1. ถ้าให้คุณเลือกระหว่าง เงินแสนล้าน ใช้ทั้งชาิติก็ไม่หมด กับแม่ของคุณเอง คุณจะเลือกอะไร?

อยากรู้มาก ๆ ว่า จะมีสักกี่ฅนที่เลือกอย่างแรก

2. ถ้าชีวิตกะทิมันสุขสบายเกินไป แล้วชีวิตแบบไหนที่คุณคิดว่ามันเลวร้าย ต้องให้มีชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ แม่ตาย ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงยายที่ตาบอด แถมด้วยโดนพ่อเลี้ยงข่มขืนซ้ำ จบลงด้วยการเสพยาเกินขนาดจนตาย ฯลฯ ต้องให้ชีวิตมันรันทดขนาดนั้นเหรอ คุณถึงจะเห็นใจ?

สิ่งที่ผมประหลาดใจอย่างหนึ่งก็คือว่า ทำไมฅนเราถึงเห็นฅนอื่นมีความสุขแล้วมักจะหมั่นไส้?

พอเห็นใครมีความสุข ก็มักจะมองเห็นแต่สิ่งที่เขามีมากกว่าเรา (เช่นมองเห็นว่ากะทิร๊วยรวย) แต่มองไม่เห็นถึงสิ่งที่เขาขาด หรือถึงมองเห็น ก็มักจะคิดว่าความลำบากของเขาเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย (ผมไม่เคยมีประสบการณ์กำพร้าพ่อแม่ครับ เลยบอกไม่ได้ว่าทุกข์แค่ไหน แต่ถ้าให้เลือกเป็นฅนมีกะตังค์แบบกะทิ กับเลือกมีแม่อย่างที่เป็นอยู่ ผมเลือกมีแม่ชัวร์ ๆ)

คอมเมนท์ที่ผมอ่านเจอ (ไม่ได้มีคอมเมนท์เดียว) อาจจะพูดเล่น ๆ ก็ได้ครับ แต่ทำให้ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า สังคมไทยเรามีปัญหากับความมีฐานะ เรามักจะเหยียดหยามฅนที่มีฐานะต่ำกว่าเรา (โง่บ้าง จนบ้าง) แต่พอใครที่มีฐานะดีหน่อย ก็จะถูกหมั่นไส้ได้ง่าย ๆ (ขนาดแม่ตายยังโดนหมั่นไส้) ก็ไม่น่าแปลกใจที่เราหาความสุขกันไม่ค่อยจะได้

ก็เล่นริษยากระทั่งตัวละครในนิยาย

ส่วนตัวผม แอบเชียร์หนังเรื่องนี้ในใจครับ (อยากให้ได้รายได้เยอะ ๆ) น้องพลอย ภัสสร คงมีสุข ที่แสดงเห็นกะทิก็น่ารักมาก ๆ (ชื่อยังน่ารักเลย) สิ่งหนึ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ก็คือ

"จงกอดฅนที่คุณรัก ก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสกอดอีกต่อไป"

รักครับ
(ดูเรื่องนี้แล้วอยากมีลูกสาวได้อีก)

ปล. มีบล็อกใหม่มาแนะนำ ของน้องเป็ป นิเทศครับ
(ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เห็นแอ้บอกว่าโอรู้จักดี)

http://jeoui-pepsi.spaces.live.com/blog/cns!2CEE5E37CC0EF0BE!1044.entry

Advertisements
Comments
  1. May-ya says:

    +++ ตายละพี่ก้อน ใจตรงกันมา เมเพิ่งอัพเพลงหนังเรื่องนี้ไปในมัลติพลายเมื่อกี้นี้เอง….+++ ไม่ได้อ่านหรือดูกระแสหนังเลยค่ะ แต่จะดูแบบ ดูแน่ๆดูสุดๆ ถวายชีวิต ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หนังสือก็ไม่ได้อ่าน แล้วก็ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่าบ้านริมน้ำ ตายาย แม่ (interaction ระหว่างนั้นไม่มีข้อมูล ฮ่าๆๆ) +++ มั่นใจมากอ่ะว่าชอบแน่ๆ (ทำไม…) คล้ายๆกับเห็นสาวตรงสเปคเดินผ่านแค่วูบเดียว แต่จำหน้าได้ตลอดชีวิตอะไรแบบนี้ (จริงๆมันมีมั้ย)+++ ว่าแต่ทำไมเมเทียบกับสาวล่ะ…

  2. Chayanin says:

    ถ้าอย่างนั้นพี่ก้อนคงไม่ชอบบทหนังสือเรื่องนี้ในนิตยสาร "อ่าน" แน่ๆ เลย เพราะจิกกัดแบบสุดๆ (นิตยสารเล่มนี้ เครือเดียวกับฟ้าเดียวกันน่ะครับ คิดว่าคงเดาอะไรได้บ้าง)จุดหนึ่งที่เขาพูดถึง (ผมเองยังไม่ได้อ่านหนังสือหรือดูหนังเลยนะครับ) คือ หลายคนถามว่า กะทิจะมีความสามารถในการ cope with ปัญหาได้แบบนั้นหรือเปล่า ถ้าเกิดไม่ได้เกิดมาในครอบครัวฐานะสูงและพร้อมแบบนั้น (ไม่แน่ใจว่าอันนี้จะเป็นประเด็นเดียวกับของพี่ก้อนหรือเปล่า)อีกอย่างหนึ่งที่ถูกพูดถึง (ถ้าผมจับประเด็นไม่ผิด) คือ เรื่องกะทิ แสดงรูปแบบของสังคมอุดมคติ แบบที่คนชั้นสูง/อนุรักษ์นิยมมอง (ย้ำว่ายังไม่ได้อ่านหนังสือจริงหรือดูหนังนะครับ แค่จับประเด็นจากบทวิจารณ์เฉยๆ)ดูๆ แล้ว คงไม่ไปดูหนังเรื่องนี้ในโรงครับ เพราะหนังเรื่องที่อยากดูมากกว่าก็ยังไม่ได้ไป กำลังพยายามประหยัดงบ (อ่านมติชนแล้ว เริ่มอยากดู Happy Go Lucky แล้วครับ)

  3. katachi says:

    นั่นสินะคะ แล้วเมื่อไหร่คนไทยจะมีความสุข ในเมื่อมัวแต่อิจฉากันอยู่อย่างงี้ เรื่องความสุขของกะทิ เป็นหนังที่ทำให้หัวใจอบอุ่นนะ

  4. ก้อน Masatha says:

    May Pilanthana​nond >>> เอิ่ม จริงๆ แล้ว ไม่ค่อยแปลกใจแล้วล่ะเวลาเมย์เทียบกับสาวน่ะ (กร๊าก) เนื้อเรื่องดูทีเซอร์ก็แทบจะเดาได้หมดแล้วล่ะครับ (ไม่ได้มีอะไรที่เป็นความลับ) แต่ก็คิดว่าเมย์น่าจะชอบนะ เพราะเมย์ชอบอะไรแปลก ๆ (กร๊ากกกกก)ว่าจะเอาเพลงมาลงเหมือนกันฮะ แต่ขี้เกียจ… ว่าแต่เมย์มีมัลติพลายด้วยเรอะ? เอาลิงค์มาแปะหน่อยดิ เผื่อจะได้ไปเยี่ยม (แปะในเฟซบุ๊คก็ได้)Chayanin Wipusanawa​n >>> ถ้าเป็นบทความเรื่อง ‘ความเลอเลิศของกะทิ’ ที่คุณคำผกาเขียนละก็ ได้ยินมาเยอะเหมือนกัน (แต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่าน)จริง ๆแล้วก็นิยามตัวเองเป็นพวกหัวอนุรักษ์นิยมเหมือนกันนะ แล้วเวลาอ่านข้อคิดเห็นอะไรแบบนี้ ตอนแรก ๆ ก็จะหงุดหงิด (เพราะโดนคุณคำผกาจิก กัด เสียดสี กระแนะกระแหนอยู่เรื่อย- ปากจัดกว่าพี่แจงเยอะ-) แต่หลัง ๆ ก็เริ่มชิน แล้วก็คิดว่าการมีโลกหรือสังคมอุดมคติอยู่ในใจก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างมากก็โดนตราหน้าว่าเป็นพวก ‘ดัดจริต’…ซึ่งโดนด่าแค่นี้ก็ไม่เจ็บไม่คันอะไรประเด็นที่ป่านยกมาใช่เลยกับที่พี่พูดถึง (มันเชื่อม ๆ กันน่ะ) ถ้าฅนจะถามว่า กะทิจะปรับสภาพจิตใจได้แบบนั้นรึเปล่า ถ้าเกิดมาในฐานะแบบอด ๆ อยาก ๆ สำหรับพี่แล้วเป็นคำถามที่ไม่น่าสนใจ (เพราะคำตอบก็น่าจะเดาได้) แต่คำถามที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ แล้วถ้าเป็นเราล่ะ? ต่อให้เกิดในสถานะที่ดีพร้อมแบบนั้น จะยังปรับตัวได้รึเปล่า (ส่วนตัวคิดว่ามีหลายฅนที่มีชีวิตดีพร้อมกว่ากะทิอีก แต่ก็ยังอิจฉาฅนนู้นฅนนี้ไม่เลิก แล้วก็คิดว่าตัวเองโชคร้ายที่สุดในโลก)khaotu อันนี้อยาก​เปลี่ยน >>> ง่า… หัวใจอบอุ่นอย่างเดียวไม่พออ่ะข้าวตู อยากให้ร่างกายอบอุ่นด้วย งื้ดด งื้ดดด

  5. May-ya says:

    +++ จัดห้าย แปะในเฟซบุคนะเคอะ+++ เม "อาจ" จะไปพร่ำเพ้ออยู่ในมัลติพลายแทนสเปซเป็นห้วงๆอ่ะค่ะ+++ เออะ ไอ่ชอบอะไรแปลกๆเนี่ย จะถือว่าเป็นคำชมนะ กร๊ากกกกกก

  6. Chayanin says:

    นั่นสิครับ ปกติคุณเธอก็กัด สุดๆ อยู่แล้ว

  7. Rinrada says:

    ยังไม่ได้ดูเลยค่ะพี่ก้อนน น:)

  8. ก้อน Masatha says:

    PoPo * :] >>> ชวนพี่จี้ไปดูสิจ๊ะ ^^Chayanin Wipusanawa​n >>> เห็นด้วย ๆ … แ่ต่ก็ชอบอ่านนะ มันแรงดี เหอ ๆ ๆ May Pilanthana​nond >>> เข้าไปอ่านแล้วอ่า แต่คอมเมนท์ไม่ได้ เพราะต้อง sign up (ชั้นขี้เกียจลงทะเบียนอย่างแรงงงงง)

  9. c e r e a l says:

    อื้มมมมม…ไปดูมาแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าพี่ก้อนได้รับแจก "กะทิชาวเกาะ" จากบู๊ทขายตั๋วหนังด้วยรึเปล่า?คิดได้ไงไม่รู้ ดูเรื่องกะทิ ก็แจกกะทิ ..ดี๊..ถ้าชื่อเรื่อง ความสุขของกะปิ มีหวัง กลิ่นจรุงกันทั้งโรงงงง..ส่วนตัว..ดูแล้วไม่ประทับใจตัวหนังเท่าไรค่ะ เพราะจินตนาการและความคาดหวังจากการอ่านหนังสือมีเยอะกว่าแต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่ดีอย่างนึง แม้จะปรุงออกมาไม่ถูกปากคนไทย อย่างที่พี่ก้อนบอกล่ะนะคนที่ไปดูด้วย ..บอกว่า เป็นหนังที่เหมาะกับการพักผ่อนมาก เพราะดูแล้วอยากหลับในทันที แป่วววว..แถมคอมเม้นท์งงๆว่า ไม่รู้ว่าหนังเรื่องนี้ดีหรือไม่ดี เพราะไม่ใช่ไม่ดี แต่ก็อาร์ทททท..จนสัมผัสไม่ค่อยได้..งืมๆไม่พูดเรื่องหนังแล้วล่ะ แต่จะบอกว่ากระแสของกะทิ สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่แอ้เองก็คาดไม่ถึงอย่างนึงเลยนะแอบแว่บไปชุมพรมา 4 วัน..เจอร้านหนังสือร้านนึง ที่ร้อยวันพันปีไม่มีการโปรโมทใดๆทั้งสิ้นจู่ๆก็มีป้ายกระดาษแปะหน้าร้านว่า "ที่นี่มีหนังสือ ความสุขของกะทิ จำหน่าย ทั้งปกอ่อนและปกแข็ง" เป็นมิติใหม่มากๆ … ที่สำคัญคือ ชุมพร "ไม่มีโรงหนัง" ..ยังอิมแพ็คท์กันได้ขนาดนี้..เนอะปล. ธัญพืช ไม่อิจฉาหรือหมั่นไส้กะทิค่ะ จะหมั่นไส้ก็ตรงที่ มษฐา โลลิค่อน จนออกนอกหน้า เนี่ยแหละ 555

  10. praew says:

    ยังไม่ได้ดูหนัง…ยังไม่ได้อ่านคอมเม้น…แต่อ่านหนังสือไปแล้วค่ะช่วงว่างๆหลังเอ็นท์เสร็จ…(หลังจากยืมของน้ามาหมกฝุ่นไว้โดยไม่ได้แตะให้ขลังๆ)ก็ประมาณสองปีก่อนจะมาทำเป็นหนังกัน…พอดีว่าช่วงหลังเอ็นท์เป็นอะไรที่ปลดปล่อย+sensitiveผิดปกติแพรวอ่านรวดเดียวจบเรื่องเลยค่ะ ร้องไห้ซิกๆไปเกือบตลอดเรื่องเลย(เฉพาะช่วงที่พีคๆ)คือมีคนบอกว่าหนังสือดี ให้อ่าน แต่ตอนแรกๆเปิดผ่านๆมันไม่ติดใจเอาซะเลยรู้สึกเรื่องมันธรรมดาไป ไม่มีอะไรตื่นตา…ก็ประมาณหนังที่พี่ก้อนเล่าๆมานั่นแหละค่ะบอกไม่ได้ว่าดีมากๆตรงไหน มันดูเรียบๆไปหมด แต่พออ่านจนจบก็รู้สึกว่าเรื่องมันเรียบได้แบบประทับใจการที่ทำ"กะทิ"เป็นหนัง อาจจะเป็นการทำให้เกิดการเห็นภาพมากไปก็เลยเป็นปัญหามั้งคะ ว่าเกิดการเปรียบเทียบ/คนอิจฉาได้ง่ายกว่าถ้าเป็นหนังสืออาจจะบังคับfocusของคนอ่านให้เพ่งความสำคัญไปในจิตใจของกะทิได้ง่าย(มีภาพๆนึงแขวนอยู่ แต่ละคนมองก็สนใจกันคนละแบบ บางคนสนใจภาพรวม บางคนสนใจฝีแปรง…)คือมันไม่มีอะไรให้นอกลู่นอกทาง/ว่อกแว่กไปจากthemeเรื่องที่วางไว้จริงๆ แพรวสงสารคนเขียนที่ต้องการสื่อเรื่องอย่างนึงถึงคนชมผลงาน แต่มันกลับไปมองส่วนที่ไม่ใช่ประเด็นซะงั้น

  11. c e r e a l says:

    เหิร์มมมมมม… เพิ่งเห็นๆ ว่าพี่ก้อนมาแอบเม้นรูปดิสเพลไว้(รู้ตัวช้ามาก 6 วันมาแล้ว 5555)คำชมมีอิทธิพลมากๆค่ะ ถึงขั้นต้องเปลี่ยนรูป..กันเลยทีเดียวกลัวความสวยจะทำร้ายจิตใจเจ้าของสเปซนี้ เห้อะๆๆ

  12. Bar-Ba_Ra says:

    คือว่า"หลงทางมาคะ"แล้วบังเอิญมาเจอหน้านี้เข้าแหะๆๆ…ไม่รุจาเริ่มยังไงคืออ่านแล้วชอบอ่ะคะเอ?แล้วไงต่อ?เอาเป็นว่าขอบคุณที่ให้(แอบ)อ่านนะคะขอให้เขียน..เรียกว่า เล่า ดีกว่าเล่าแบบนี้เพื่อ..เพื่ออะไรก็แล้วแต่แต่อย่างน้อยเพื่อความรู้สึกดีดีนี้รู้สึกโชคดีที่หลงเข้ามาในนี้_^^_

  13. Chayanin says:

    ค้านแพรวนิดนึงเราว่ามันก็ไม่ได้หลุดประเด็นนะ เพราะมันเป็นการอภิปรายเลยว่า จริงๆ แล้ว ปัจจัยที่ส่งเสริม optimism นั้นอยู่คืออะไร (ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่มันก็อีกเรื่องนึง) เหมือนอ่านยูโทเปีย ก็คงต้องมองประวัติศาสตร์ที่รองรับหนังสืออยู่ ถึงจะมองมันได้แจ่มแจ้ง (ประเด็นคือ อ่านยูโทเปียอยู่ และ ไม่ชอบอย่างมาก)

  14. c e r e a l says:

    มาเลยค่ะ นัดเจอแอ้ซักกะหน่อย แล้วจะเอาพระจันทร์ที่ตามหา ไปให้กับมือ(จะว่าไป ก็คิดถึงพี่ก้อนนะเนี่ย ..พักนี้ เจอแต่นายปัณฑพล ประสารราชกิจ เหอๆ)

  15. praew says:

    ถึงป่าน (ไม่ได้ค้าน)พอดีว่า…จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดูหนังเลยไม่รู้จะเถียงยังไง ฮ่าๆๆปล.อยากลองอ่านยูโทเปียมั่ง มีให้ยืมมะ? ขี้เกียจซื้อ

  16. Chayanin says:

    ผมเชื่อว่า สิ่งที่ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจจะสื่อ อาจจะสำคัญกว่าสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อครับเวลาอ่านงานเขียนอันนึง มันไม่ได้มีแค่สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ แต่มันสะท้อนสภาพสังคม มุมมองชีวิต ในแบบที่ผู้เขียนเป็น เวลาเราอ่านงานจากอดีต เราเห็นว่าสภาพสังคมและสิ่งที่คนสมัยนั้นคิดเป็นอย่างไร เวลาเราอ่านงานเขียนจากต่างประเทศ เราเห็นสภาพสังคม วัฒนธรรม และแนวคิดของคนในประเทศนั้นๆดังนั้น ผมถึงไม่เห็นด้วยว่า ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจสื่อตรงนั้น เราจึงไม่ต้องให้ความสนใจ และผมคิดว่า มันอาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่าเสียอีก เพราะมันสะท้อนสิ่งที่อยู่ในความคิดที่เราไม่ได้รู้สึกด้วยซ้ำ(และผมไม่รู้สึก convinced เท่าไหร่กับการยกตัวอย่างของพี่ก้อนครับ)แพรว พอดีว่า ยังไม่ได้อ่านหรือดูเหมือนกัน แต่ค้าน เพราะอ่านประโยคที่เป็น generic (ประโยคสุดท้าย) แล้วไม่เห็นด้วยอ่ะปล. มียูโทเปีย ภาษาไทย และ มันไม่สนุกที่จะอ่านนักหรอก แต่มันก็เป็น milestone ในประวัติศาสตร์ที่น่าจะรู้ (อย่างน้อยถ้าสนใจสังคมศาสตร์)

  17. praew says:

    มันก็จริงที่ว่า สิ่งที่ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจจะสื่อ ก็มีผลต่อการที่ผู้รับสาร(ผู้อ่าน)จะยอมรับข้อมูลเช่นสถานการณ์ยอดเยี่ยม ในสภาพแวดล้อมอุดมคติเราก็คงจะยอมรับแค่ในฐานะว่า มันอุดมคติ…โอเค ยอมรับว่าในโลกที่เป็นจริงมันคงเป็นไปไม่ได้แต่กะทินี่ ตอนที่อ่าน(ซึ่งก็นานมากแล้ว ความทรงจำค่อนข้างเลือนลาง)จำไม่ได้เลยว่า พูดถึงว่าบ้านกะทิรวย (มันไม่ใช่ประเด็น และสภาพ)มันเหมือเค้าจะพยายามเสนอว่า สภาพแวดล้อมของกะทิเน้นความเรียบง่ายของชีวิต เข้าใจโลก เป็นคนดี บลาๆๆ มากกว่า(ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็อารมณ์ประมาณ "อยู่กับก๋ง" นั่นแหละ แต่เอาเรื่องความประหยัดออกไป)อย่างที่พยายามบอก เค้าเสนอว่า จะผ่านสภาวะที่เลวร้ายสุดๆของชีวิตตั้งแต่เด็กไปได้ไง(เด็กๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดยังไม่รวมไปถึงเงินๆทองๆ แค่พ่อแม่ก็ยิ่งชีพแล้ว…หนังสือเค้าแค่บอกว่าฐานะมันไม่ได้ลำบากยากแค้นอะไร)เออ แล้วก็ประโยคสุดท้ายคือประโยคไหน?ปล.ป่าน ถ้าไม่อ่านก็คงไม่รู้มั้งว่าชอบรึเปล่า (อาจจะไม่ชอบจริงๆ) แต่ก็อยากลองดูนะ

  18. ก้อน Masatha says:

    praew ³² >>> ที่ป่านว่ามาน่าจะหมายถึงที่ทำเป็นหนังมากกว่าครับ เพราะพอเป็นหนังแล้ว ความมีฐานะของบ้านกะทิมันค่อนข้างกระแทกตาน่ะ (ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนไทยหลังโต หรือว่าในมื้ออาหารที่บ้านชายทะเลมีสปาเก็ตตี้กับแชมเปญ)แต่มันกลับไปมองส่วนที่ไม่ใช่ประเด็นซะงั้น <<< ประโยคนี้ละมั้งที่ป่านพูดถึงChayanin Wipusanawa​n >>> ๕๕๕๕ ไม่คัดค้านอะไรกับการที่อ่านงานของผู้เขียนแล้วดู ‘ปูมหลัง’ ของผู้เขียนประกอบนะแต่ถ้าจะให้ความสำคัญกับตัึวตนของผู้เขียนมากกว่าประเด็นที่ผู้เขียนตั้งใจจะสื่อ…อันนี้พี่ว่ามันโหดร้ายไปหน่อย– เคยนึกถึงตอนเด็ก ๆ เวลาเรียนทักษะการอ่าน ก็จะมีหลายระดับใช่มะ ตั้งแต่อ่านเอาความ ไปจนถึงอ่านวิเคราะห์ฺ แล้วจำได้เลยว่า ใครที่ไปเขียนวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับฅนเขียนประมาณว่า "ฅนเขียนใช้สำนวนดี แสดงว่ามีความรู้ด้านภาษามาก" หรือว่า "ฅนเขียนบรรยายภาพชีวิตชนบทได้ถึงแ่ก่น แสดงว่าเคยใช้ชีวิตในชนบทมาก่อน" …. ไอ้พวกนี้โดนหักคะแนนเรียบ ข้อหา ‘อ่านผิดวัตถุประสงค์’สิ่งที่ไม่ได้เขียนอยู่ อาจจะสะท้อนตัวตนของฅนเขียนได้ก็จริง (อันนี้ไม่เถียง) แต่ต้องดูด้วยว่า สิ่งที่เป็นตัวตนของฅนเขียน กับสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ มันเป็นเรื่องเดียวกันรึเปล่านอกจากนี้ ความสุขของกะทิ มันเป็นนิยายน่ะครับ ไม่ใช่งานเขียนวิพากษ์สังคม (โอเค งานเขียนก็สะท้อนสังคมได้ แต่จุดประสงค์ของเรื่องนี้ไม่ใช่การสะท้อนสังคมแน่ ๆ) การเอาพื้นเพของผู้เขียนไปผูกกับนิยาย อาจจะทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้นก็จริง แต่ก็ต้องระวังที่เราจะ ‘อคติ’ เอาได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกันc e r e a l _r e a l l y >>> แล้วได้เจอ ปัฏฐา ทองปานบ้างรึเปล่าจ๊ะ?ปล. ตัวอย่างที่ยกมา มันไม่ convince ก็เพราะว่ามันงี่เง่าน่ะสิครับ (ป่าน convince ก็บ้าแล้ว)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s