ฟีโรโมน

Posted: January 23, 2009 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

จริง ๆ
แล้วเอนทรีนี้เขียนขึ้นตอนสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมปีที่แล้วครับ
กะว่าจะเอามาเป็นเอนทรีแรกของปี แต่พอดีมีเรื่องนู้นเรื่องนี้แทรก ๆ เข้ามา

จะว่าไปก็เพิ่งร่างอีกเอนทรีนึงเสร็จ
(ส่งให้บางฅนอ่านไปบ้างแล้ว) เอาไว้อัพคราวหน้าแล้วกัน
คราวนี้ก็อ่านอันนี้ไปก่อนนะครับ

***

เอ๊ะ
เคยบอกแล้วใช่ไหมครับว่าผมเช็คดวงในสกุลไทยทุกอาทิตย์?

จริง ๆ แล้วก็ดูดวงในมติชน
แล้วก็เนชั่นสุดสัปดาห์ด้วยนะครับ 
แต่ของสกุลไทยจะแม่นที่สุด (แต่ก็แม่นเฉพาะเรื่องความรักนะฮะ
เรื่องอื่นไม่ตรงเอาเสียเลย)

 

อย่างเมื่อสองเดือนก่อนก่อนก็ทำนายว่า จะมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจ บาดหมางกัน ก็มีจริง ๆ ซะด้วย (เถียงกันทางโทรศัพท์ แถมก่อนสอบหนึ่งวัน)

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ก็ทำนายว่า จะได้ข้องเกี่ยวกับเพศตรงข้าม ที่มีอายุและฐานะทางสังคมดีกว่า

แม่นจริง ๆ ด้วยครับ

 

เรื่องมันเริ่มในวันที่ 24 ธันวาคมครับ

วันนั้นเป็นวัน Christmas Eve ตอนแรกว่าจะปักหลักอยู่ที่หอ (เพราะมีสอบ) แต่บุพการีก็พอดีโทรมาบอกว่า เฮ้ย มามิสซาหน่อยสิ แม่ก็ไปด้วยนะ

สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปครับ
(ถ้าใครไม่ทราบ ผมเป็นคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคครับ)

ปกติผมจะไปทำมิสซา
(ก็คือเข้าโบสถ์วันอาทิตย์ที่เราเห็นกันในหนังนั่นแหละครับ)
ที่โบสถ์เซนต์จอห์นครับ (ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว)

แต่สำหรับวันนี้จะพิเศษนิดหน่อย
เราจะไปรวมตัวกันที่อาราม
Camellite อยู่ตรงสีลม
(ตรงข้ามกับโรงเรียนเซนต์โยแซฟ)

ที่ไปตรงนั้นเพราะว่าอยู่ข้าง
ๆ บ้านเก่าของคุณแม่ และวันนั้นก็จะเป็นวันกึ่ง ๆ รวมญาติฝั่งคุณแม่ครับ
เพราะจะมีญาติพี่น้องมาจากต่างประเทศครับ แล้วลูกพี่ลูกน้องผมก็จะไปช่วยมิสซา
แล้วก็ร้องประสานเสียงด้วย

วันนั้นก็ไปร่วมงานเฉย
ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษครับ

พอมิสซาเลิก
ก็มีสังสรรค์กันต่อนิดหน่อย (จับฉลาก เลี้ยงไอศกรีม) ผมออกมาสูบบุหรี่ครับ

พอเดินเข้าไป
ก็ไปจ๊ะเอ๋กับสาวนางหนึ่ง…

 

น่ารักมากครับ
ใส่เสื้อสีฟ้า(ผมแพ้ผู้หญิงในชุดฟ้าเป็นประจำ) เกล้าผม ขาว ๆ ตาโต ๆ หุ่นบาง ๆ

พูดง่าย ๆ
ว่าตรงสเป็คเด๊ะเลยล่ะฮะ ดู ๆ แล้วน่าจะแก่กว่าผมสัก 2-3 ปี (เดาอายุไม่ค่อยถูก
แต่คิดว่าน่าจะพ้นวัยนักศึกษาแล้ว เพราะแต่งชุดไปรเวต)

ผมก็แอบมองครับ
(จริง ๆ ใช้คำว่าจ้องเอา ๆ น่าจะถูกกว่า) เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะรู้ตัว
พอดีสาวฅนนี้เค้ายืนอยู่กับญาติ ๆ เค้าน่ะครับ (รู้ว่าเป็นญาติ เพราะว่าหน้าตาพิมพ์เดียวกันหมด)
ผมเองก็เดินกลับมานั่งตรงโซนคูรัตน์ (อ้อ แม่ผมนามสกุลเดิมคือ คูรัตน์ ครับ)
ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่เลย มี 20 กว่าฅนเห็นจะได้

ที่น่าสนุกก็คือเค้าเองก็ชำเลืองมองผมเหมือนกันน่ะครับ
คือผมก็นั่งดูจับสลากไป พอหันไปมองเค้าก็พบว่า เค้าเองก็แอบมองผมอยู่ (แต่พอสบตากันเจ้าตัวก็เบือนหน้าหนี)

ก็มะลันดูแก มาแลดูกัน-
น่ารักดีฮะ (ไม่ได้มีอารมณ์แบบนี้นานแล้ว- ถ้าเป็นภาษาพี่ณัชจะใช้คำว่า
“Spark!”)

พองานเลิกก็ถ่ายรูปรวมญาติครับ
หันมาอีกทีเจ้าตัวก็กลับไปแล้ว

น่าเสียดายเหมือนกัน
นี่ถ้าอยู่นานกว่านี้ ผมอาจจะใจกล้าเดินเข้าไปชวนคุยแล้วก็ได้ครับ (แหะ ๆ
ลับหลังก็ปากดีแบบนี้ประจำแหละครับ เอาเข้าจริงก็คงไม่กล้าทำอะไร…)

 

นี่แค่ซิมเปิ้ลครับ

 

วันรุ่งขึ้นผมขึ้นรถ
BTS ไปคณะฮะ (พอดีคืนนั้นเลิกดึกแล้ว
ก็เลยนอนค้างที่สีลม) เนื่องจากออกสายฮะ หลัง 9 โมงแล้ว
BTS ก็เลยมีที่นั่งว่าง

ฅนที่นั่งข้าง ๆ ผมก็เป็นผู้หญิงครับ
อายุน่าจะเลี่ยๆ 30 (ดูจากทรงผมและการแต่งตัว)
เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเพราะเจ้าตัวใส่แว่นดำ เจ้าตัวเองก็นั่งพิมพ์มือถือก๊อก ๆ แก็ก
ๆไปครับ ผมก็ไม่ได้สนใจ นั่งเขียนไดอะรี่ไปตามปกติ (ผู้หญิงที่เกิน 30
ไม่อยู่ในข่ายที่ผมจะสนใจอยู่แล้วครับ)

พอจะถึงสถานีอนุสาวรีย์ชัย
อยู่ดี ๆ เจ้าตัวก็หันมาถามเบอร์ผม

ตอนแรกก็งง ๆ ฮะ
(เพราะโดนจู่โจมกะทันหัน) แต่ก็บอกเบอร์ไป พอลงจาก
BTS ก็ได้เมสเสจมา แนว ๆ Merry Christmas and Happy New Year นี่แหละครับ (ก็อันที่เค้านั่งพิมพ์ตอนที่ผมนั่งข้าง ๆ นี่แหละ)

ผมก็ตอบเมสเสจขอบคุณไปฮะ
(มารยาทดีได้อีก) ก็แปลกใจนิดหน่อยเหมือนกัน ปกติเวลาใครมาขอเบอร์
ส่วนใหญ่ก็จะจู่โจมโดยการโทรมาหาเลย นี่เป็นเคสแรกที่ส่งเมสเสจมาให้

ตอนนี้ก็เลยมีเมสเสจส่งมาหาทุกวันเลยครับ
(ไม่
Good morning ก็ Good night) ผมก็บ้าพอที่จะตอบกลับทุกครั้งเหมือนกัน จนผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ก็น่าสนใจดีว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน

ก็เป็นเรื่องอะไรแปลก
ๆ ที่เกิดขึ้นนะครับ (ไม่นับมีสุภาพสตรี
add Hi5 มาขอทำความรู้จักอีก 2 ท่าน) …. ช่วงนั้นฟีโรโมนทำงานมีประสิทธิภาพจนน่าตกใจ…

***

บางฅนก็อาจจะรู้สึกว่า
การทำความรู้จักผ่านอะไรแบบนี้มีความเสี่ยงเหมือนกันนะครับ
แต่ผมเองก็คิดว่ามีเหตุผล 2 ประการที่ยังมีการโต้ตอบในลักษณะนี้อยู่

 

เหตุผลแรก
พวกเราเด็กสาธิตมักจะโดนปรามาสอยู่เสมอว่า พวกเราเป็นไข่ในหิน
ผู้ปกครองประคบประหงมเกือบตาย ไม่ปล่อยให้ออกมาดูโลกภายนอกบ้าง… พอไปโรงเรียน
อาจารย์ก็ช่วยดูแลปกป้องพวกเราเต็มที่ ถ้ามีใครที่ทำท่าไม่ค่อยดีเข้ามา ก็จะโดนสกรีนออกไป
(อาจารย์ปรัชญาก็เป็นตัวอย่างที่ดีท่านหนึ่ง)

ผลก็คือ
เราจะโดนประมาทหน้าว่า พอเราไปใช้ชีวิตในสังคม ก็จะไปไม่รอดหรอก
เด็กอินโนเซนส์อย่างเธอ ต่อไปก็คงจะโดนหลอกเอาได้ง่าย ๆ ตามใครไม่ทัน
ไม่รู้ทันชีวิต แล้วก็กลายเป็นเหยื่อให้ฅนที่เจนสังเวียนมากกว่า

ฟังแล้วมันก็น่าแค้นใจใช่ไหมครับ?

ก่อนหน้านี้เวลามีใครเข้ามาติดต่อผมในลักษณะนี้
(ไม่ว่าจะเข้ามาขอเบอร์ หรือทำความรู้จัก) ผมก็ใช้วิธีปิดการสื่อสารครับ
บอกเบอร์ไปมั่ว ๆ บ้าง ปิดมือถือบ้าง หนัก ๆ เข้าก็ดึงสายโทรศัพท์บ้านออก
โดยคิดง่าย ๆ ว่า วิธีการปลอดภัยที่สุดก็คือการปิดตัวเองออกจากโลกภายนอก

แต่ตอนนี้ผมคิดว่าผมโตพอที่จะเลิกหนีปัญหาแล้วครับ
ต่อจากนี้จะใช้วิธีปะทะเข้ากับปัญหาตรง ๆ

ถ้าขอเบอร์มาก็จะให้
เมสเสจมาก็จะตอบกลับ เข้ามาคอมเมนท์ใน
Hi5 ก็จะตอบทุกอัน
โทรมาก็จะรับสายและคุย (แต่ไม่รับประกันว่าจะรับสายทุกครั้งนะครับ บางทีก็ยุ่ง ๆ
แบตหมดบ้างก็มี … อันนี้พี่ณัชจะเข้าใจดี)

ถ้าเรื่องแค่นี้ยังจัดการด้วยตนเองไม่ได้
ต่อไปในอนาคตต้องทำงานกับฅนหลากหลายประเภทมากกว่านี้ แล้วจะไปทำอะไรได้กันละครับ?

 

 

เหตุผลที่สองก็คือว่า
ผมคิดว่าการทำความรู้จักผ่านช่องทางแปลก ๆ (เช่นในโลกไซเบอร์)
ก็ใช่ว่าจะเจอแต่ฅนร้าย ๆ นะครับ ถ้าเรามีระบบคัดกรองที่ดีพอ
เราอาจจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนที่ดีมากก็ได้

ผมมีตัวอย่างหลายฅนครับ
ที่รู้จักผ่านทางเน็ตก่อน แล้วค่อยมาเจอตัวจริง ไม่ว่าจะเป็น ป่าน
cw จินนี่ น้องปุณ หรือแม้กระทั่งน้องโดมภ.ป.ร. ซึ่งทุกฅนก็น่ารักน่าคบอย่างไม่น่าเชื่อ (นี่ล่าสุดก็มีน้องเปา-เหลี่ยม
เคมีม.บูรพาเพิ่งได้เบอร์โทรศัพท์ไปนี่เอง)

บางทีเราก็ได้เพื่อนน่ารัก
ๆ มาจากวิธีที่ดูไม่น่าเชื่อถือแบบนี้ได้เหมือนกัน

 

สุดท้ายก็เอาเนื้อเพลงมาฝากครับ
อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเอนทรี่นี้เท่าไหร่ (แต่สำหรับผม มันใช่พอสมควร)
เนื้อเพลงของใครก็จำไม่ได้แล้วครับ แต่ชื่อเพลงว่า
ให้รักนำทาง

ที่เอามาลงเป็นส่วนท่อนแรกครับ
(น่าแปลกที่ติดหูผมมากกว่าท่อนฮุคอีกครับ)

 

ฅนที่เราไม่รัก ทำอย่างไร…ก็ไม่รัก

ทำให้ใจมันรัก ทำอย่างไร…ก็ไม่รู้

จะแกล้งทำเป็นรัก จะอย่างไรก็ยังรู้อยู่…ว่าฝืนใจ

 

ฅนที่เรายังรัก ทำอย่างไร…ก็ยังรัก

ทำให้ใจไม่รัก ทำอย่างไร…ก็ไม่รู้

จะแกล้งทำเป็นรัก ทำอย่างไรก็ยังรักอยู่…หมดหัวใจ

 

 

 

ปล. ยังคิดถึงอยู่ทุกวันครับ

Comments
  1. c e r e a l says:

    โหยยย..นี่มันเพลงประกอบละคร เรื่องรักเล่ห์เพทุบาย นี่นา (เก่ามากกกก..แต่ในเครื่องแอ้ก็มีแฮะ)อ.คนนึงเพิ่งบอกแอ้ไม่นานมานี้ว่า สาเหตุที่ฝรั่งหลายๆคนดูจะเฟรนดฺลี่จนเราคาดไม่ถึงเพราะชาวตะวันตกมองว่า "A stranger is a friend in the future." ค่ะก็เป็นความคิดที่เปิดใจดีใช่เล่นเนอะ ..แต่ก็ใช้ได้กับ ต่างคน-ต่างวาระ จริงๆพูดถึงฟีโรโมน..นึกถึงแมลง 5555แอ้เป็นโรคจิตพอใช้ได้ทีเดียวเรื่องกลิ่น เช่น.. เจอเสื้อตัวนึงที่มีเพื่อนมาถามหาเจ้าของ แอ้ดมๆ แล้วทาย…ปรากฏว่า ถูกกก (ทั้งๆที่กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมนะ) ..ชอบดมผมคนอื่นแล้วทายแชมพู ประเภทเฮดแอนด์โชลเดอร์ โดฟ แครอลเฮอร์บัลเอสเซ็นส์ เนี่ย ..ทายถูกกระทั่งสีขวด..ชอบกลิ่นผมเด็กที่ไม่ได้สระหลายวันแล้ว กลิ่นอะไรไม่รุ ฮ้อมมม..หอมมมม..หรือสุดท้าย..ชอบกลิ่นไรผมที่ต้นคอของคนที่เรารักมากๆ แม่ พ่อ แฟน เฟิน (เฟินนี่ใคร???) ดมอยู่นั่น.. ติดงอมแงมนี่เทอมหน้าว่าจะดรอปเรียน แล้วไปฝึกดมกลิ่นระเบิดกับยาบ้าแทนละ เง้ออออ…

  2. Jinnipar says:

    จินนี่ก็แยกกลิ่นคนได้นะ!เคยบอกคนอื่นแล้วเค้าบอกแปลก เค้าไม่เห็นทำได้เลยเก็บไว้เงียบๆฮาๆๆ

  3. Chayanin says:

    ผมว่าเรื่องอินโนเซนต์ เจอกันปุ๊ป ให้เบอร์ไม่กลัวอะไร น่าจะเรียกอินโนเซนต์มากกว่าหรือเปล่า?ผมก็รู้จักพี่ก้อนทางเน็ตครับ นอกจากนี้ก็มีน้าแจง และจินนี่ก็เจอในเน็ตก่อนเหมือนกัน (แต่คนพวกนี้ส่วนใหญ่จะรู้ที่มาที่ไป ก็เลยไม่ยากเท่าไหร่)

  4. Rinrada says:

    ;)น้องปุนนนนนนผ่านทางหลินนน

  5. Bar-Ba_Ra says:

    แล้วเราเป็นใคร?คนเราถ้าจะได้รู้จักมันก็ต้องรู้จักสถานการณ์ เหตุการณ์อาจเป็นตัวช่วยที่นำทางให้เกิดเรื่องราวนั้นๆได้จริงมะคะ?ปล. ทุกวันเป็นวันแม่คะ(วันพ่อด้วย)

  6. May-ya says:

    +++ อ๊ะ นี่มันเพลงประกอบละครที่หมิวเล่นกะวิลลี่ (ใช่มั้ย) นี่!!!!!! ชอบมากกก ฮ่ะ โดนใจเจ๊สุดๆ+++ ขอบคุณที่เขียนเอนทรี่นี้ให้อ่านค่ะ มันโดนเมมากมายอ่ะ (เพราะเมหนีปัญหาตลอดมา แล้วก็ตรงกะไอ่ไข่ในแมวอะไรนั่นทุกประการน่ะ)

  7. katachi says:

    ที่จริงข้าวตูปลอมตัวเป็นสาวเสื้อฟ้า สาวแว่นดำอายุ30 และแอดhi5พี่ก้อน เองล่ะค่ะ… สเปคล่ะสิ!

  8. Sunida says:

    เข้าทำนองกล้าขอ(เบอร์)ก็กล้าให้(เบอร์)รึป่าวพี่ก้อนเนื้อเพลงนี่โดนมากแต่คนที่ยังรัก นานๆไปไม่รักแแล้วก็มีเยอะนะเออ555

  9. Bar-Ba_Ra says:

    "แล้วเราเป็นใคร?"555555อ้างอิงจากคอมเม้ทน์เดิมของกอล์ฟนะคะ(เราชื่อกอล์ฟ)พอดีว่ากอล์ฟอ่านบล็อกของก้อนแล้วเลยเกิดคำถามขึ้นกับตัวของกอล์เองว่า"แล้วเรา(กอล์ฟเนี่ยแหละ) เป็นใคร?"55555ไม่ได้มีเจตนาจะถามหรือ ว่าอะไรเจ้าของสเปซแต่ก็ดีคะจะได้รู้จักพอดีอ่านๆดูแล้วบล็อกที่ก้อนเขียนทำให้เกิดคำถามกับตัวเองแต่เป็นแบบฮาๆก็เลยเขียนขึ้นต้นไว้เหมือน ว่า ตัวเองอะไรอย่างเงี้ยไมรู้ว่าจะทำให้เข้าใจผิดขอโทษนะค๊า >______<ปล. เรียนป.ตรี คณะมนุษย์-สังคมฯ ม.ขอนแก่นจะเรียนจบ มีนานี้คาดว่ากอล์ฟน่าจะเป็นน้องพี่ก้อนนะ???

  10. Jang says:

    ไม่ได้เข้ามานานค่ะก้อน เยอะจนอ่านไม่หมดเอาเรื่องนี้ก็แล้วกันคิดว่าทำอะไรแบบนี้ก้ดีเหมือนกัน ชีวิตถ้าทำได้ครบรสนะ..เริ่ด!!!มีเรื่องถกเถียงกันอยู่เรื่อยแหละ สำหรับอะไรที่เป็นแบบนี้ บางทีงง นะว่าพระเจ้าช่างเป็นครีเอทีฟเหลือเกินแอบขำตอน มาลันดูแก..555 คาดว่าฟีโรโมนคง"พละพลุ่ง "ประมาณนั้น (เนาะแอ้เนาะ..)ชีวิตถ้ามีเรื่องราวเยอะๆมันจะไปสนุกอีกทีตอนแก่ๆ ตอนนั้นนั่งเป็นตายายปู่ย่า มีเรื่องเฮๆ มันๆเล่าให้หลานฟังไม่รู้จบพี่โจ้กะพี่แจงชีวิตต่างกันราวฟ้ากะเหว..(ไม่ต้องบอกนะว่าใครฟ้า ใครเหว..555)พี่มีเรื่องเยอะที่จะเล่าให้หมาน้อยสองคนนั่นฟัง ขณะอีกคนมีเรื่องไม่มากนักก่อนหน้าที่จะแต่งกับพี่ตอนนี้เราสองคนมีเรื่องอีก”เยอะ” ที่จะเล่าให้หลานๆฟัง(ถ้าน้องไม่เป็นเกย์นะ)สนุกกับชีวิตค่ะ แบบมีสติ และรู้จักตัวเองขอบคุณแทนคุณปู่นะคะ ตอนนี้มีกำลังใจมากๆ รอทำบอลลูนตอนที่พร้อม เรามีความหวังน้อยมากที่จะให้ท่านกลับมาเหมือนเดิม แต่เรามีท่านอยู่เหมือนเดิมทุกๆวัน ฝากใจเยี่ยมคุณแม่ด้วยนะคะ คิดถึงมากๆ ปล.ดูดวงให้พี่บ้างสิ ไหนๆก็ซื้อหนังสือแระ ดูดิ้ ว่าเมื่อไหร่ดาวโจร จะไม่ส่ององศามาปะทะกะ ตังค์ในกระเป๋าซะที555 ปล.2 ขำน้องข้าวตู …55555ปล.3 พี่ก็ชอบสีฟ้า…เวลาหิว..

  11. ก้อน Masatha says:

    Bar-Ba_Ra HS_KKU >>> ๕๕๕๕ ผมเข้าใจผิดเองสินะเนี่ย (น่าสน ๆ) ไม่เคยมีเพื่อนอยู่มข.เลยฮะ ยินดีที่ได้รู้จัก (ปล. กอล์ฟเด็กกว่าเราแหละ)ยินดีที่ได้รู้จักอีกรอบครับ (ได้เพื่อนใหม่อีกฅนแระ)Sunida Ondeesawad >>> พูดถึงเบอร์ … ชั้นยังไม่มีเบอร์ตาลในเครื่องเลยแฮะ (ประหลาดมั้ย)งานที่โอติดไว้ ส่งตาลยังอ่ะ?khaotu อันนี้อยาก​เปลี่ยน >>> เฮ้ย ๆ ๆ สาวสีฟ้าน่ะใช่อยู่ แต่ 30 กับแว่นตาดำเนี่ย ไม่ใกล้เลยจ้าจริง ๆ ข้าวตูก็สเป็คพี่หลายอย่างนะ (ชอบผู้หญิง อึด-ถึก-ทน) แล้วพี่สเป็คข้าวตูมั่งป่ะ?May Pilanthana​nond >>> โห เพิ่งรู้นะนั่น ว่าละครเรื่องนี้หมิวกะ วิลลี่เล่น (เก่าสุด ๆ)ว่าแต่ ไข่ในแมวนี่คืออะไรเรอะ?PoPo * :] >>> เออ ว่าแต่หลินมีเพื่อนชื่อแพทกี่ฅนเรอะ? (คุ้น ๆ เหมือนเพื่อนหลินมาคอมเมนท์ในไฟว์น่ะ) ตอนแรกคิดว่าเป็นน้องแพท แต่อ่านไปอ่านมาเหมือนไม่ใช่Chayanin Wipusanawa​n >>> จริง

  12. ก้อน Masatha says:

    อ๊ะ กดพลาดChayanin Wipusanawa​n >>> จริง ๆ แล้วต่อให้เป็นเด็กก็มีระบบป้องกันตัวพอสมควรนะฮะ ลองไปถามเด็กตัวเล็ก ๆ ดูก็ได้ว่าชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน (ปกติเด็ก ๆจะไม่ค่อยตอบหรอก) ในทางกลับกัน ถ้ากล้าให้ข้อมูลอะไรที่มันลึก ๆ ได้ ก็แสดงว่าฅนให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์อะไรบางอย่างได้เช่นเดียวกันJinnipar Choachamna​n >>> พี่แยกกลิ่นไม่ได้อ่ะ… จินนี่น่ะแปลกแย้ว!c e r e a l _r e a l l y >>> ฟังแอ้เล่าแล้วโรแมนซ์มากอ่ะ (อยากมีแฟนมาดม ๆ ต้นคอเหมือนกัน คงขนลุกพิลึก) พี่ไม่ค่อยคุ้นกลิ่นใครนะ แต่คุ้นกลิ่นน้องชาย (เพราะเคยซักผ้า) อ้อ แล้วก็ชอบนอนหมอนคุณพ่อล่ะ เวลาได้กลิ่นคุณพ่อแล้วรู้สึกปลอดภัยดี (เรอะ?)ส่วนกลิ่นคุณแม่ก็ชินแล้ว เพราะกอดตอนเหงื่อออกบ่อย ๆ ไม่รู้สึกว่าเหม็นเท่าไหร่ (นิดหน่อย พอทนได้)TWIN-B MOM >>> เป็นเกย์ก็อาจจะมีลูกก็ได้นะฮะ (ฮา) แบบว่าเป็นไบ (ฮาx2) พี่โจ้พอแต่งกับพี่แจงแล้ว ชีวิตคงมีรสชาติขึ้นอีกเยอะเลยนะฮะปล. ผมดูดวงไม่เป็นครับ ไอ้ที่บอกว่าซื้อหนังสือเนี่ย มันทายชีวิตรายสัปดาห์ (ไม่ได้ซื้อด้วยฮะ อ่านที่ร้านเอา)

  13. Jang says:

    ก็อ่านเผื่อหน่อยสิ..

  14. ก้อน Masatha says:

    อ่านเองสิครับ

  15. Jang says:

    ก็ถ้าได้ไปก็ไม่ปล. หรอก…ใจร้ายเออ..ไม่ใช่ชุดสีฟ้า..ไม่ใช่แว่นตาดำ…^_^

  16. Sunida says:

    งานโอน่ะหรือพี่ก้อน ลูกค้าบอกจะแก้แต่ก็ยังไม่บอกอะไรมา แต่เรามีเบอร์พี่ก้อนนะ (ตั้งแต่ตอนพี่ก้อนมาเล่นหนังให้พี่หนึ่งเลยมั้ง)

  17. Chayanin says:

    รู้สึกว่า ไม่น่าไปอภิปรายในบล็อกแพรวเลยครับ ย้ายมานี่ดีกว่า (ฮา)มันไม่ได้คุ้มครองแค่เรื่องส่วนตัวนี่ครับ เว้นเสียแต่ว่า การมีอำนาจยับยั้งกฎหมาย การดำเนินโครงการสาธารณะ การกล่าว speech ต่อสาธารณชน (ในฐานะผู้นำประเทศ) และการได้รับสนับสนุนจากรัฐ นับว่าเป็นชีวิตส่วนบุคคล

  18. May-ya says:

    +++ ไข่ในหิน… ฮ่าๆๆๆๆ พักนี้อะไรอะไรก็แมว+++ พูดถึงหมิวกะวิลลี่ นึกถึงทรายสีเพลิงเวอร์ชั่นโน้นนนนน ชอบเพลงมากมาย

  19. ก้อน Masatha says:

    May Pilanthana​nond >>> โอ๊ะ นึกถึงทรายสีเพลิงเหมือนกันแฮะ (แหม ๆ พวกเรานี่ก็ยุคเดียวกันนะนี่)Chayanin Wipusanawa​n >>> ถ้าทั้งหมดที่ป่านว่ามาไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผมก็คิดว่ามันสามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้โดยที่เว็บไม่โดนบล็อกนี่ครับ? (เคยอ่านใน pantip เค้าก็สับเศรษฐกิจพอเพียงซะเละเหมือนกัน เว็บไม่โดนปิดด้วย) อำนาจการยับยั้งกฎหมายยังไม่เคยมีเคสที่มีปัญหาเท่าที่ทราบนะครับ ส่วนเรื่องการดำเินินโครงการสาธารณะ มีฅนสนองพระราชดำรัสที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ท้ายสุดเรื่องการได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ก็มีแนวคิดให้เปิดเผยทรัพย์สินส่วนพระองค์อยู่ ซึ่งเนื้อหาก็อ่านได้ทั่วไป ไม่เห็นว่ามันจะถูกบล็อกนะครับ) ผมคิดว่าประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าควรเลิก-หรือไม่ควรเลิก แต่คิดว่าถ้าจะเลิกแล้วควรมีมาตรการอะไรมารองรับด้วย (สรุปว่าสนันสนุนให้เลิกครับ)Sunida Ondeesawad >>> โอ๋ จริงเรอะ แต่พี่ไม่มีเบอร์ตาลแฮะ (เจอคราวหน้าว่าจะขอ) แล้วนี่ได้เจอโอมั่งป่ะ?

  20. gibt says:

    มายกมือเรื่องเพื่อนทางไซเบอร์นิดนึงเคยเจอทั้งเคสที่อันตราย ที่ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย แล้วก็ที่รู้จักกันดีจนตอนนี้ไปเที่ยวเล่นที่บ้าน สนิทกันเหมือนพี่น้องจริงๆไปแล้วก็มีมันขึ้นอยู่กับตัวเราเองแหล่ะว่าจะระมัดระวังตัวได้มากแค่ไหนจะดูคนออกหรือเปล่า

  21. Chayanin says:

    ปัญหาคือ ตอนนี้ไม่มีใครมั่นใจอะไรเลยว่า ข้อกล่าวหานี้มันกว้างขนาดไหน ถ้าการบรรยายของจักรภพ (ซึ่งไม่มีอะไร personal, เป็นเรื่องทางวิชาการ) โดนตั้งข้อกล่าวหานี้ได้ ผมคิดว่ามันเป็นอันตรายถ้าเป็นเรื่อง personal, as a person มีกฎหมายดูหมิ่นและกฎหมายหมิ่นประมาทครับ

  22. ก้อน Masatha says:

    Suchada >>> อืม เรื่องดูฅนออกนี่ยากเหมือนกันนะฮะ พอดีไม่ค่อยมีประสบการณ์เจอฅนร้าย ๆ เสียด้วยสิ (เจอแต่ฅนดี ๆ)Chayanin Wipusanawa​n >>> เห็นด้วยครับ อย่างเคสคุณจักรภพเองก็ข้อกล่าวหากว้างไปหน่อย (ตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาล แต่ผมคิดว่าน่าจะหลุดนะครับ)ส่วนเรื่องกฎหมายดูหมิ่น และหมิ่นประมาท มีก็จริงแต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้หรอกครับ ในฐานะที่เป็นสถาบัน คงไม่สามารถลงมาฟ้องร้องใครหรือว่าขึ้นศาลได้น่ะครับ

  23. Chayanin says:

    แต่ให้ใครก็ได้ฟ้อง มันก็เป็นแบบตอนนี้น่ะสิครับ

  24. ก้อน Masatha says:

    ใช่ฮะเท่าที่ผมเคยอ่านความคิดเห็น ก็มีเสนอมาว่า ให้มีองค์กรกลางที่จะวินิจฉัยก่อนที่จะไปฟ้องศาล ใครมีหลักฐานอะไรก็ไปแจ้งองค์กรนี้ แล้วก็มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวที่จะตัดสินใจฟ้องหรือไม่ฟ้องได้ซึ่งไอเดียก็ก็ยังไม่ค่อยตกผลึกเท่าไหร่ (มีฅนเสนอให้เป็นหน้าที่ของสำนักราชเลขาธิการ แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่) นอกจากนี้ก็ต้องมีระบบตรวจสอบด้วยว่าไม่ให้มีการใช้อำนาจในทางที่ผิด (เช่นอำนาจปิดเว็บปิดอะไรแบบนี้ ณ ตอนนี้ถูกตรวจสอบไม่ได้เลยครับ ก็คงต้องปรับกฎหมายต่อไปเรื่อย ๆ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s