ทศวรรษ

Posted: June 19, 2009 in Jam

โดยปกติแล้วจะพยายามหลีกเลี่ยงการเขียนเอนทรีที่ฅนอ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะครับ

 

แต่เนื่องจากเอนทรีนี้ค่อนข้างพิเศษจริง
ๆ ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ขออภัยด้วยนะฮะ เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างเฉพาะฅน (แถมยังยาวกว่าปกติ
ขอบคุณล่วงหน้าที่อ่านจนจบนะครับ)

 

***

 

วันนี้เป็นวันพิเศษครับ
เพราะว่าเป็นวันสถาปนาอินเตอร์แรคท์สาธิตเกษตรรุ่นที่ 19 …

 

สำหรับฅนที่ไม่ทราบนะครับ
อินเตอร์แรคท์เป็นสโมสรสังกัดโรงเรียนครับ มีสมาชิกตั้งแต่ม.4-ม.6
แล้วก็กระจายตามโรงเรียนต่าง ๆ เช่น อินเตอร์แรคท์โรงเรียนสาธิตเกษตร อัสสัมชัญ
บดินทรเดชา กรุงเทพคริสเตียน ฯลฯ

 

กิจกรรมของสโมสรก็เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม
เช่น รับบริจาคสิ่งของ แยกขยะ ออกค่ายชุมชน รณรงค์ในเรื่องต่าง ๆ ฯลฯ

 

สำหรับผม วันนี้เป็นวันพิเศษเพราะว่า
วันสถาปนาวันเดียวกันนี้ แต่เมื่อปี 2542
เป็นวันสถาปนาของอินเตอร์แรคท์รุ่นผมครับ…. ซึ่งก็หมายความว่า
ผมทำอินเตอร์แรคท์มาครบ 10 ปีแล้ว…

 

ครบ 10 ปีมันพิเศษยังไง?
ขออธิบายแบบนี้ฮะ

 

 

โดยปกติแล้ว รุ่นพี่ปกติ
จะกลับมางานน้อง ๆ ก็แค่หลังจากจบไปแล้ว 2-3 ปีแรก (ถ้าเทียบก็อยู่มหาลัยปี1-3)
งานใหญ่ ๆ จะ มากันที 10-20 ฅนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พอผ่านไปสักพัก รุ่นพี่ที่เริ่มแก่ก็จะกลับมาน้อยลงเรื่อย
ๆ รุ่นพี่ที่อยู่ปีสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หรือเรียนจบป.ตรีแล้ว งานใหญ่ ๆ งานหนึ่ง
กลับมากันแค่ 5-6 ฅนเองครับ (งานเล็ก ๆ ไม่ต้องพูดถึง แทบไม่มีเลย)

 

สำหรับรุ่นพี่ที่ครบ 10
ปีแล้วยังกลับมางานอยู่ … ในปี ๆ นึง อาจจะมีแค่ฅนเดียว หรือไม่มีก็ได้ครับ จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่หายากสุด

 

เพราะงั้นแล้วการที่ทำอินท์มาครบ 10
ปีจึงเป็นเรื่องพิเศษมากฮะ รุ่นพี่ฅนไหนที่ครบสิบปี
ก็จะยกระดับสถานะกลายขึ้นหิ้งบูชา กลายเป็นปูชนียบุคคล

 

ถือว่าแก่โคตร ๆ (ฮา)

 

ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะการทำอินท์ครบ
10 ปีได้ อายุก็พอ ๆ กับอาจารย์ที่ปรึกษาของอินท์บางโรงเรียนแล้วล่ะฮะ
= = โดยปกติแล้ว
พอทำอินท์ครบ 10 ปี ก็จะล้างมือในอ่างทองคำแล้วละครับ ไม่ต้องมาดูแลตอนเตรียมงาน
หรือตอนประชุมอีก แค่มาตอนวันงานให้น้อง ๆ กราบไหว้เป็นสิริมงคลของชีวิตก็พอ (ฮา)

 

***

 

ผมเริ่มเขียนบทความลงหนังสืองานของอินท์มาตั้งแต่ม.
6 แล้วครับ แล้วก็เขียนมาเรื่อย ๆ ติดต่อกันเกือบทุกปี
(เข้าใจว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ฅนเดียวที่ทำแบบนั้นนะฮะ
ฅนอื่นรู้สึกว่าจะเขียนบ้างแต่ไม่บ่อยเท่า)

 

ตอนที่ทำอินท์ครบ 5 ปี
ก็ได้มานั่งเรียงเอกสารที่ผมพิมพ์ ตอนนั้นก็ฝันเฟื่องว่า
ถ้าอยู่อินท์ครบสิบปีเมื่อไหร่ อาจจะเอาบทความที่พิมพ์ ๆ มาทั้งหมดมารวมเล่ม
แล้วตั้งชื่อประมาณว่า
1 ทศวรรษกับอินเตอร์แรคท์หรืออะไรเทือก
ๆ นี้…

 

แต่ตอนนี้ครบสิบปีแล้ว
พบว่าไอเดียเช่นว่ามันเสี่ยวโคตร ๆ เลยฮะ (ฮา)

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ปิ๊งขึ้นมาก็คือว่า ไหน
ๆ ก็อยู่มาครบ 10 ปีแล้ว ก็ลองนึกเล่น ๆ ว่า ในช่วง 10
ที่ผ่านมาเราได้ทำอะไรให้อินเตอร์แรคท์บ้าง? อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยฝีมือเรา
หรืออะไรที่เราเป็นฅนริเริ่มไว้

 

พอจด ๆ ออกมาก็รู้สึกตื้นตันมากครับ
แม้จะเอาไปอวดน้อง ๆ ไม่ได้ แต่ก็ขออนุญาตเอามาแปะไว้ที่นี่แล้วกัน

 

 

 

CV-Interact

 

โครงการ IntKUS

         
ฝากระป๋อง (2542)

         
ดอกกุหลาบ (2542)**

         
กิจกรรมประชาสัมพันธ์ Int (กลายเป็นโครงการ
pre-int ในปีต่อ ๆ มา) (2542)

         
กิจกรรม Guardian ใน
ปั้นกล้า
#3 (2550)

         
กิจกรรม miniproject
ในโครงการ
come int camp (2551)

         
ประสานงานก่อตั้ง อินท์เกษตร พหุภาษาฯ (2551)**

 

หมวดงานสถาปนา

         
ระเบียนนายก (2551)

         
ปีบริหารที่เริ่มแต่ละโครงการ (2551)

 

หมวดพิธีการเอกสาร

         
คู่มืออินเตอร์แรคท์ (2543) สมัยเป็นรอง
DI

         
ร่วมจัดทำบัญญัติอินเตอร์แรคท์ (2549)

         
จัดทำบัญญัติอินเตอร์แรคท์ 2009
และบัญญัติอินท์ฉบับย่อ (2552)

         
จัดทำระเบียนผู้แทนอินท์รองผู้แทน
งานภาค (2547)
**

         
จัดทำระเบียนสถานที่จัดงานภาค
ปรับปรุงงานภาคงานเวียน รายชื่อ+ตัวย่ออินท์ (2552)

หมวดสันทนาการ

         
เผยแพร่ท่าเช้าวันหนึ่งวันนั้น(เวอร์ชันขอความรัก)
กับ
Let’s me see (2547)

         
รวมเพลงสันทนาการอินท์ (2544)

         
ริเริ่มงานสันทนาการ (2547)**

         
ริเริ่มกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมนำสัน
(2547)

         
หนังสืองานสันฯ ครั้งที่ 1-2 (2547-2548)

         
คำนิยมลงหนังสืองานสันฯ ครั้งที่ 3 (2549)

         
ประวัติงานสันทนาการ (2551)

         
สถานการณ์จำลอง 6 ฐาน (2551)

หมวดงานสู่

         
บทความลงหนังสืองานสู่

·       
งานสู่ อดีต/ปัจจุบัน/อนาคต (2552)

·       
บันทึกความทรงจำงานสู่ฯ (2553)

         
ริเริ่มกิจกรรมโซน (2552)**

หมวดงาน con

         
บทความลงหนังสืองาน con

·       
ควันหลงงาน con
(2544)

·       
ว่าด้วยเรื่องของหัวกระดาษ (2547)

·       
ใครอยากเป็นเจ้าภาพยกมือขึ้น (2548)

·       
บันทึกความทรงจำงาน con ครั้งที่
24 (2550)

         
เปลี่ยนวาระสรุปงานเป็นรูปแบบนิทรรศการ
(2547
, 2550)

         
เปลี่ยนวาระสอนงานจากตามตำแหน่ง
เป็นตามฝ่าย (2547)

         
ริเริ่มกิจกรรม DIY (แทนที่กิจกรรมกีฬาเชื่อมสัมพันธ์)
(2550)**

หมวดบทความ

         
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก#1
(2548)
**

         
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก#2
(2549)
ลงหนังสืองานสู่’49

         
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก#3
to take or not (2549) –ลงหนังสืองาน
con’23

         
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก#4
เชิญดี/ไม่เชิญดี (2550)
–ลงหนังสืองาน
con’24

         
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก#5
การเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัว (2551)
ลงหนังสืองาน con’25

               

 

 

* หมายเหตุ ปี พ.ศ.ในวงเล็บ
หมายถึงปีบริหาร

 

 

*************************************************

 

ตรงที่ดอกจัน
คืองานที่ประทับใจเป็นพิเศษครับ


 

>> สมัยอยู่อินท์
รุ่นผมก็เริ่มโครงการใหม่ ๆ หลายโครงการนะฮะ
ซึ่งบางโครงการทำไปปีสองปี
ก็หายไป แต่มีโครงการที่เริ่มปีนั้น แล้วยังทำติดต่อมาเรื่อย ๆ ทุกปีอยู่สองโครงการ
ก็คือโครงการรับบริจาคฝากระป๋อง กับโครงการขายดอกไม้วันวาเลนไทน์

โครงการที่ผมประทับใจมาก
ๆ ก็คือขายดอกไม้เนี่ยแหละครับ เหตุผลก็ไม่มีอะไรพิเศษ
เพราะว่าเป็นโครงการที่ผมริเริ่มด้วยตนเองจริง ๆ
(โครงการอื่นก็เอามาจากไอเดียของเพื่อน ๆ ในสโมสร)

การที่เห็นโครงการที่เราเป็นฅนต้นคิด
แล้วยังทำต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มันค่อนข้างปลื้มเลยละครับ


 

>> หลังจากเรียนจบแล้ว
ความเชื่อมโยงที่ผมมีกับอินเตอร์แรคท์ นอกจากจะกลับไปร่วมงานต่าง ๆ ของน้อง ๆ แล้ว
ก็คือการเขียนบทความนี่แหละครับ บทความเรื่อง
แด่รุ่นพี่ที่เคารพรัก
เป็นการพูดถึงรุ่นพี่ในแง่มุมต่าง ๆ
แล้วหลังจากนั้นก็มีตามมาอีกเป็นซีรีย์ ลงตามหนังสืองานต่าง ๆ …  ซึ่งผมพบว่าไม่ค่อยมีน้อง ๆ อ่านเท่าไหร่ฮะ
(ฮา) มีแต่รุ่นพี่มาอ่าน แล้วก็จะมาบอกว่า อืม เขียนดีนะ เห็นด้วยนะ (เขียนกันเอง
อ่านกันเองว่างั้น-ฮา)

 

>> อินเตอร์แรคท์เป็นสโมสรที่ไม่ค่อยจดบันทึกอะไรเลยครับ…
หนังสืองานที่น้อง ๆ ถืออยู่ในมืออย่างมากก็มีแค่ปีสองปี ไอ้ที่จะเก็บร่วม ๆ 10
ปีหายากมาก…ผลก็คือว่า เรามีงานอะไร ใครเป็นเจ้าภาพอะไร แทบไม่มีใครทราบเลย
อยู่มาปีหนึ่ง ผมก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นมาพยายามบันทึกต่าง ๆ
ว่าใครเป็นเจ้าภาพงานอะไรบ้าง ใครเป็นผู้แทนภาค (ตำแหน่งใหญ่ที่สุดของอินท์)
ในแต่ละปีบริหาร ซึ่งก็ทำได้ไม่เยอะเท่าไหร่ ย้อนไปได้แค่ 5-6 ปี แล้วก็ทำออกมาเป็นตารางใส่ในหนังสืองานครับ
… ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่า น้อง ๆ อาจจะไม่เห็นคุณค่าก็ได้ แล้วปีถัดมา
ไอ้ตารางที่ว่ามันก็อาจจะหายไป

แต่ปรากฏว่า
ตารางดังกล่าวยังอยู่ครับ แล้วก็มีการต่อเติมมาเรื่อย ๆ
กลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ผลของมันมีเอฟเฟคหลายอย่างเลยครับ เช่น
พอเราเห็นชัด ๆ เลยว่า โรงเรียนไหนเป็นเจ้าภาพงานบ่อย ๆ ก็จะพยายามกระตุ้นให้โรงเรียนที่ไม่เคยเป็นได้เป็นบ้าง
แล้วมันก็มีข้อมูลอยู่ในมือเลยว่า ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ใครเคยทำกิจกรรมไหนไว้

ในตารางดังกล่าว
ไม่มีเขียนบอกหรอกครับ ว่าใครเป็นฅนเริ่มต้นทำตารางนี้เป็นฅนแรก แต่เวลาเห็นน้อง ๆ
นั่งเปิดตารางนี้ดู แล้วเอาข้อมูลมาใช้ มันก็อดภูมิใจไม่ได้…

 

                >>
งานอีกงานที่ผมดีใจที่ได้ทำคือเป็นฅนริเริ่มงานสันทนาการครับ
เป็นค่ายวันเดียว จุดประสงค์คือสอนการนำสันทนาการให้กับผู้เข้าร่วม …
สิ่งที่ผมประทับใจก็คือ โครงการนี้มีไอเดียมานานหลายปีแล้วว่าอยากจะทำ
แต่ฅนที่ทำมันขึ้นมาจนสำเร็จได้กลับเป็นฅนที่ไม่ได้อยู่ในสายสันทนาการมาก่อน
(บางฅนอาจจะบอกว่า อ้าว พี่ก้อนก็นำสันทนาการไม่ใช่เหรอครับ? แต่ผมอยากจะบอกว่า
ผมเริ่มมานำสันทนการช่วงหลังนี้เองครับ แต่ก่อนหน้านี้ผมดูแลเรื่องพิธีการ เอกสาร
)

                การได้เริ่มงานสันทนาการ
ทั้ง ๆ ที่(สมัยนั้น) ไม่ได้เป็นฅนที่เกี่ยวข้องกับการนำสัน(ของอินท์)
ก็เลยเป็นอะไรที่รู้สึกว่าเท่มาก ๆ (แต่สุดท้ายก็มีเอี่ยวจนได้น่ะนะ มาถ่ายทำ CD สอนสันกันไป)

                นอกจากนี้
พอเอาไอเดียเรื่องสอนสันทนาการไปคุยกับรุ่นพี่หลาย ๆ ฅน ทุกฅนก็จะนึกถึงแต่ว่า
ให้รุ่นพี่ออกมานำสันทนาการให้น้อง ๆ ดู เพราะฉะนั้น ไอเดียผมที่จะให้น้อง ๆ
ได้ออกมาลองนำสันทนาการเองมันก็เลยดูแปลกประหลาดพอสมควร (ในสมัยนั้นนะครับ)
แต่สมัยนี้ รูปแบบที่ให้น้อง ๆ ออกมานำกิจกรรมเองกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาแล้ว

 

                >>
พูดถึงงานสันทนาการ ก็ต้องพูดต่อถึงกิจกรรม DIY ในงาน
conference  ครับ รูปแบบก็คล้าย ๆ
กัน คือให้น้อง ๆ ผู้เข้าร่วม เป็นฅนจัดกิจกรรม
walk rally ด้วยตนเอง
แล้วให้สต๊าฟกันรุ่นพี่เป็นผู้เข้าร่วม…สิ่งที่ประทับใจมาก ๆ มีหลายอย่างครับ

                อย่างแรกก็คือ
กิจกรรมของ
Interact ค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมน่ะครับ งาน
conference ซึ่งเป็นงานประชุมใหญ่ของอินเตอร์แรคท์จะมีรูปแบบตายตัวมาเป็นสิบ
ๆ ปี (ที่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง คือ มีวาระประชุม มี
walkrally มีสันทนาการ
แล้วก็มีบายศรี) กิจกรรม
DIY เป็นกิจกรรมใหญ่ กินเวลาทั้งวัน อยู่ดี
ๆ เพิ่มเข้ามาได้แปลว่าต้องตัดกิจกรรมอื่น ๆ
ทิ้งไปหลายกิจกรรม….กว่าจะโน้มน้าวให้คณะกรรมการภาคเห็นด้วยได้เนี่ย
เล่นเอาเหนื่อยเลยครับ

                อย่างที่สองก็คือ
ช่วงนั้นผมทำคิวบิกครับ แล้วผลจากการทำคิวบิกก็คือ เวลาออกแบบกิจกรรมอะไร
จะติดกรอบของคิวบิกอยู่ (ปีที่เริ่มกิจกรรม
DIY ผมออกแบบกิจกรรมให้คิวบิกไป
5 กิจกรรมใน3 ค่าย) แต่กิจกรรม
DIY เป็นรูปแบบอะไรที่แหกกรอบของคิวบิกออกมามากเลยครับ
แล้วก็เข้ากับวัฒนธรรม กับลักษณะของอินเตอร์แรคท์มาก ๆ
ซึ่งก็ภูมิใจกับไอเดียอันนี้มากว่า
คิดขึ้นมาโดยไม่ได้ไปลอกเลียนแบบอะไรของคิวบิกมาเลย

                อย่างสุดท้ายก็คือ
กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จครับ ผมเคยเอากิจกรรมใหม่ ๆ มาลองในงาน
con หลายหนแล้ว
แล้วก็พบว่า ทำได้แค่ปีเดียว พอปีอื่น ๆ ที่เกษตรไม่ได้เป็นเจ้าภาพ
กิจกรรมดังว่าก็มลายหายไป แต่กิจกรรม
DIY นี้ ทั้งรุ่นพี่
ทั้งน้อง ๆ เห็นพ้องต้องกันว่ามันเวิร์ค แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นกิจกรรมถาวรในงาน
con

            แน่นอนครับ
ไม่มีบันทึกอะไรไว้หรอกว่ากิจกรรมแต่ละกิจกรรมในงาน
con ใครเป็นฅนริเริ่ม
มีแต่เจ้าตัวที่รู้อยู่ฅนเดียว แล้วก็ภูมิใจเงียบ ๆ ฅนเดียว…


 

                >>>
หลังกิจกรรม DIY ผมคิดว่าผมใช้พลังงานไปจนหมดแม็กแล้วครับ
แล้วก็คิดว่า คงไม่มีไอเดียอะไรใหม่ ๆ อีกอย่างน้อย ๆ 3 ปี
(เพราะของแบบนี้ต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์)

                ปรากฏว่า
ปีถัดมาก็ได้กิจกรรมใหม่เลยครับ (ฮา) พอดีปีนั้น อินท์เกษตรเพิ่งสามารถจัดงานรับน้องในสโมสรได้เป็นปีแรก
(ก่อนหน้านั้นเราไม่มีปัญญาจัด เพราะสมาชิกใหม่เรามีน้อยเกินไป)
นั่งคุยกันไปนั่งคุยกันมา น้องก็ให้โจทย์มาว่า อยากจัดกิจกรรมอะไรที่ไม่ใช่
walk
rally แล้ว เพราะเบื่อมาก ไปงานไหน ๆ ก็มีแต่ walk rally
สุดท้ายก็ได้กิจกรรมใหม่ออกมา ซึ่งตอนนั้นใช้ชื่อว่า
mini project

                ด้วยรูปแบบมันก็คือกิจกรรมฐานเนี่ยแหละครับ
แต่
concept ต่างกันตรงที่ว่า
แต่ละฐานจะเป็นงานของอินเตอร์แรคท์ที่น้องต้องทำจริง ๆ แต่ย่อส่วนลงมาให้ง่ายลง
ซึ่งก็มีหลายแบบ เช่น ออกแบบโปสเตอร์ ทำความสะอาดลาน ทำกล่องรับบริจาค ฯลฯ
ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะแบ่งกันไปทำภารกิจในแต่ละฐานให้ครบทุกฐานแบบอิสระ
(คือไปทำฐานไหนก่อน ฐานไหนหลังก็ได้ แต่ละฐานจะใช้ฅนกี่ฅนก็ได้
แค่ทำให้เสร็จตามเวลาก็พอ)

                ปีนี้
พอดีเกษตรเป็นเจ้าภาพงานสู่ฯครับ (งานสู่ฯ
/ งานเปิดโลกสู่อินเตอร์แรคท์เป็นงานกลางปีของอินท์ครับ)
ผมก็เสนอกิจกรรมนี้กับคณะกรรมการภาคไปครับ
แล้วก็โชคดีที่คณะกรรมการภาคฯปีนี้เห็นด้วย เท่ากับว่ารูปแบบของงานสู่ฯ
ปีนี้ก็จะเปลี่ยนไปแบบพลิกโฉมเลยละครับ (แต่เนื่องจากตอนที่ผมพิมพ์เอนทรีนี้อยู่
ก็ไม่รู้ว่าตัวกิจกรรมจะประสบความสำเร็จแค่ไหน…ถ้ามันออกมาไม่เวิร์ค
ปีหน้าก็คงกลับไปเป็น
walk rally เหมือนเดิมครับ)

 

                >>>
สุดท้าย ที่ถือว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดของความภูมิใจ
ก็คือการที่ได้มีโอกาสประสานงาน แล้วก็ตั้งอินเตอร์แรคท์ที่พหุภาษาครับ
โดยปกติแล้ว มีโอกาสน้อยมาก ที่ฅนที่เป็นอินท์จะได้ก่อตั้ง หรือฟื้นฟูสโมสรไหน ๆ
ก่อนหน้านี้ รุ่นพี่ฅนไหนที่ฟื้นฟูอินเตอร์แรคท์กลับขึ้นมาได้
เป็นรุ่นพี่ในระดับตำนานทั้งนั้นเลยครับ (สักสิบปีจะมีสักฅน) เพราะงั้น
การที่ผมได้มีโอกาสดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่พิเศษยิ่งกว่าพิเศษครับ …
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า อินท์ที่พหุภาษาจะมีต่อเนื่องไปได้นานแค่ไหน (อย่างปีนี้
กว่าจะได้อุปนายกก็ลุ้นกันเหงื่อตกเหมือนกัน) แม้จะก่อตั้งขึ้นมาได้ แต่ปีถัด ๆ
ไปก็อาจจะล่มสลายไปก็ได้ฮะ …. ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็ดีใจนะ
ที่ได้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งครั้งนี้

 

                ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมประทับใจในการทำอินท์ตลอด
10 ปีที่ผ่านมาครับ อาจจะยาวสักหน่อย (แต่สิบปีก็ไม่ใช่เวลาที่สั้นนะ ผมว่า)

 

                ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ผมเองก็อยู่มาก็หลายสิบชมรมอยู่ แต่ที่ผมผูกพันมากที่สุดมีสามอย่างครับ โขน
อินเตอร์แรคท์ แล้วก็คิวบิก… 
โขนเคยพูดถึงไปแล้วในเอนทรีก่อน อินเตอร์แรคท์ก็พูดถึงแล้วในเอนทรีนี้

                สักวันอาจจะพูดถึงคิวบิกก็ได้ครับ

Advertisements
Comments
  1. Chayanin says:

    ครับ อ่านจบแล้วครับเคยอยู่บ้างครับ อินท์เนี่ย แต่งานหลักงานเดียวที่ได้ร่วมคือปั้นกล้า (โดดเรียนไปงานสถาปนาชาวบ้านเค้าทีนึง แต่ไม่อยากนับ)จริงๆ พี่ก้อนก็น่าจะเดาได้แหละครับ ว่าผมคงไม่ได้ปลาบปลื้มกับวัฒนธรรมของอินเทอแรกท์ขนาดนั้น

  2. ก้อน Masatha says:

    เป็นเรื่องเข้าใจได้ครับผมคิดว่าทุกองค์กร ก็มีฅนที่ทั้งชอบ และไม่ชอบวัฒนธรรมขององค์กรนั้น ๆ นะฮะของอินท์เอง ถ้าไม่ได้มีตำแหน่งหลัก โอกาสผูกพันก็จะยากหน่อย

  3. katachi says:

    เท่าที่ผ่านมาก็เห็นว่าอินเตอเเรครักกันดีนะคะ รู้สึกว่าผูกพันกันดีแม้ว่าสไตล์การทำงานจะต่างจากคิวบิกแต่ก็ได้ฟีลแบบอีกอารมณ์นึงน่ะ ก็สนุกดีเหมือนกันดูจากที่เคยทำปั้นกล้าด้วยกันมา เออ ข้าวตูเคยไปานสถาปนาด้วยครั้งนึงจำได้ว่าให้หวีกมลไป(ตอนที่กมลหัวเกรียน)ช่างเปนของที่สิ้นคิดจริงๆเลยเนอะ

  4. GG says:

    นานดีเนอะพี่ก้อนอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนดุดิ จากเป็นน้องม.4 ตอนนี้เป็นรุ่นพี่แล้วอ่ะ(อ่านด้วยความรวดเร็ว)

  5. Jang says:

    บร๊ะเจ้าก้อน…บุรุษในตำนาน….ทำเยอะมากนะ…สมควรเป็นบุรุษในตำนานจริงๆ..อ๋อเข้าใจแระ ทำไมไม่มีแฟน…ปริศนาทั้งหมดถูกไขกระจ่างแล้ววววว^_^"`เมนท์ไม่ออก..อ่านแล้วอึ้ง..อ่ะค่ะคุณใช้เวลาครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเป๊ะๆเลยหรือเปล่านั่น..

  6. Prarinya says:

    อินเตอร์แรคท์คืออารายเหรอ…..คล้ายๆกับ Intermediate reaction state ใน kinetic อะเปล่าฮาฮา

  7. ก้อน Masatha says:

    Prarinya Lertsathit​phongs >>> มุขเด็ดมากครับ พี่หมีJang narangsiya >>> 10 ปีมันก็นานอยู่อ่ะครับ แต่ขณะเดียวกัน ชมรมอื่ีนที่ผมทำ (เ่ช่นคิวบิก) ประธานบางฅนทำงาน 5 ปีมากกว่าที่ผมทำ 10 ปีก็มี (แหะ ๆ)GG .. >>> ช่าย แล้วก็ดีใจที่รุ่นแก๊งมากันเยอะนะเนี่ยยยkatachi khaotu >>> ก็รักกันเป็นช่วง ๆ น่ะ (ฮา) ปัญหาก็มีเหมือนชมรมอื่น ๆ (แต่รูปแบบอาจจะแตกต่างกันออกไป) ส่วนเรื่องหวีอันนี้ไม่แปลก เมื่อวานมีสถาปนา ของที่เอามาให้แต่ละอย่างก็เกรียน ๆ กันทั้งนั้น

  8. tangMO says:

    ขอบคุณพี่ก้อนมากๆ เลยนะคะไม่รู้เหมือนกันว่าจะขอบคุณสำหรับเรื่องอะไรบ้าง มันมากมายไปหมดแล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่เคยทำหน้าที่เป็นรุ่นพี่ที่ดีสำหรับน้อง int เลย T_Tป.ล. ไว้ว่างๆ จะมานั่งอ่านแบบละเอียดนะคะ ตอนนี้แอบอ่านแบบผิวเผินไปก่อน

  9. ก้อน Masatha says:

    จริง ๆ แล้วรุ่นโมพี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะ(ฮา) เพราะรุ่นโมทำงานดูเวิร์คมาก ๆ อยู่แล้ว (แล้วตอนนั้นก็มีพี่ฟี่เป็นภาค)แล้วก็ไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษด้วยแหละ เพราะถ้าถามพี่ รุ่นพี่ที่น่ารำคาญคือรุ่นพี่ประเภท ‘ไม่ช่วยแล้วยังด่า’ (ฮา)แต่ถ้าตัวเองมีภารกิจที่ต้องทำ เลยไม่มีเวลากลับมาร่วมงานของน้อง ๆ พี่ว่าใคร ๆ ก็เป็นนะ (ถ้าพี่ยุ่งเหมือนโม พี่ก็คงไม่ได้กลับมางานน้อง ๆ เหมือนกัน)พี่เองต่างหากล่ะ ที่ต้องขอบคุณโมในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะช่วงงาน con 21 นะจ๊ะปล. เห็นรูปตอนไปรับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นในงานไหว้ครูโรงเรียนด้วยแหละ เท่จริง ๆ เชียว ^^

  10. Zerothman says:

    รอคิวบิกครบ 10 ปีบ้าง ผมจะทำให้อลังการกว่านี้อีก 10 เท่าครับ คงไม่เป็นแค่ MV ฮา… อาจจะ ละครเวทีครบรอบ 10 ปีคิวบิก จาก 5MV กลายเป็น 10เวที

  11. tangMO says:

    ว้าว ประชันกันใหญ่เรย พี่นัท Vs พี่ก้อน ชิ้งๆไว้ตกงาน (เร็วๆ นี้แหละ -_-") แล้วจะโผล่ไปให้พี่ๆ เหนหน้ากันจนเบื่อเลยล่ะค่ะ 😛

  12. ก้อน Masatha says:

    tangMO tangcham >>> เอ้า อย่าเพิ่งตกสิ เพิ่งทำงานไ่ม่พ้นโปรเลยไม่ใช่เรอะ เหอ ๆ (แต่ก็อยากให้มาช่วยคิวบิกนะ ถ้ามีเวลา)Nutch Poovarawan >>> ถึงตอนนั้นผมคงแต่งงานมีลูกมีเต้าแล้วละครับ วะ อะ อะ อะ (เอ๊ะ หรือว่ายังหว่า?)

  13. Bar-Ba_Ra says:

    จะรออ่านนะพี่แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็แอบ ภูมิใจด้วย ^^แบบนี้เด็กแถวคณะมันพากันเรียก“สุ๊ดยอด อี๊หลี วะ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s