คาร์-ทูน-ทาย

Posted: August 16, 2009 in Re-writer

เอนทรีนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าประวัติศาสตร์ของการ์ตูนไทยอย่างครอบคลุมนะครับ
แล้วก็คงจะไม่ได้มานั่งวิเคราะห์ว่าการ์ตูนไทยมีอนาคตอย่างไร ลายเส้นแบบไทย ๆ
ควรจะเป็นแบบไหน ปัญหาของการ์ตูนไทยอยู่ที่ภาพหรือว่าเนื้อเรื่อง ฯลฯ
มันประเทืองปัญญาเกินไปครับ ไปหาอ่านจากที่อื่นจะดีกว่า (ฮา)

เพียงแค่ว่าคงจะพูดถึงเท่าที่มีประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้นเอง
ถ้าใครมีข้อมูลด้านอื่น ๆ มาเสริมเพิ่มเติมตรงไหนก็อย่าลังเลใจที่จะคอมเมนท์ (โฮะ
โฮะ)

 

พูดถึงการ์ตูนไทย ย้อนไปในอดีตสักหน่อย (สมัยผมเด็ก
ๆ) ก็จะนึกออกแค่สองสามประเภทนะครับ

นึกออกอย่างแรกก็คือการ์ตูนขายหัวเราะ มหาสนุก
ซึ่งเป็นการ์ตูนแก๊ก สามช่องจบบ้าง เป็นสั้น ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็น
ปังปอนด์หรือไอ้แมลงสาบแมนของพี่ต่ายขายหัวเราะ หรือ หนูหิ่นอินเตอร์ อะไรเทือก ๆ
นี้ ซึ่งเป็นลายเซ้นที่ไม่ซับซ้อนมาก ตีกรอบเป็นช่องไม่ใหญ่นัก และขายมุขตลก ๆ
เป็นหลัก

นึกออกอย่างที่สองก็คือการ์ตูนเล่มละสิบบาท
เป็นเรื่องผี ๆ หรือเรื่องราวพื้นบ้านหน่อย ๆ ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยสันทัดนัก
(มักจะได้อ่านตอนไปรอตัดผม ซึ่งแต่ละเล่มก็ท่าทางผ่านมือฅนมาเยอะอยู่)
ถ้าใครนึกไม่ออก ก็ประมาณการ์ตูนผี ๆ ของเรื่อง บุปผาราตรี อะไรทำนองนั้นแหละครับ

นึกออกอย่างที่สามก็คือการ์ตูนล้อการเมือง เช่น
คุณชัยราชวัตร ในไทยรัฐ หรืออะไรทำนองนี้ครับ ซึ่งก็เป็นการเมื๊อง การเมือง
สมัยก่อนอ่านแล้วจะไม่เก็ตเลย ว่ามันตลกตรงไหน หรือมันจิกกัดตรงไหน
(แต่ตอนหลังพบว่า จะตามข่าวการเมืองว่าช่วงนั้น ๆ เรื่องไหนกำลังฮิต
ตามเอาจากการ์ตูนล้อแบบนี้ได้ง่ายกว่ามานั่งอ่านพาดหัวข่าวบานตะไท

***

ต่อมายุคที่สอง
การ์ตูนไทยในความรู้สึกของผมก็คือช่วงที่ผมเริ่มอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นรายสัปดาห์น่ะครับ
ตอนนั้นผมเคยอ่านบทวิเคราะห์ของบก.การ์ตูนไทย ประมาณว่าการ์ตูนไทย (ที่มีสไตล์ลายเซ็นมังงะแบบการ์ตูนญี่ปุ่น)
มีที่ทางอยู่สามประการ

ประการแรก คือแทรกตามการ์ตูนรายสัปดาห์
อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยอดขายเพราะว่าอิงการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แล้ว (เช่น
ทีมการ์ตูนไทยใน บูม หรือว่า ซีคิดส์) แต่ปัญหาก็คือว่าจำนวนหน้ามีจำกัด เล่มหนึ่ง
ๆ ลงได้แค่เรื่องเดียว ทำให้ขยายวงกว้างได้ยาก

ประการที่สอง คือ ทำออกมาเป็นนิตยสาร แม็กกาซีน
กล่าวคือนอกเหนือจากการ์ตูนไทยแล้ว ยังมีคอลัมน์อื่น ๆ เช่น แฟชั่น
(เอานางแบบน่ารักน่าหยิกมาขึ้นปกเรียกลูกค้าหนุ่ม ๆ วัยกระเตาะ) มีหน้าสี
มีคอลัมน์อื่น ๆ ที่วัยรุ่นน่าจะสนใจ เช่น เกม หนัง เพลง
 รายได้ก็จะอิงจากสองส่วนคือทั้งยอดขาย
และจากหน้าโฆษณา
ปัญหาก็เหมือนข้อแรกก็คือ
การ์ตูนไทยก็ยังเป็นลูกเมียน้อยอยู่ดี ไม่ได้ยืนได้ด้วยขาตนเองเป็นหลัก…
ลักษณะแบบนี้ที่ผมนึกออก ก็มีนิตยสาร
Manga Katch (ที่ส่งบอลลูนแจ้งเกิดมาแล้ว)
แล้วก็ส่งคุณวิสุทธิ์
พรนิมิตร (
hesheit) พร้อมลายเส้นยุ่งเหยิง ๆ
เป็นเอกลักษณ์ ดังเปรี้ยงขึ้นมาระดับปรากฏการณ์มาแล้ว ที่นึกออกอีกอย่างก็คือ
Cereal ที่เปิดตัวได้ไม่กี่ฉบับก็ร้างลาไป

ประการสุดท้าย ก็คือการ์ตูนไทยที่เป็นการ์ตูนแท้ ๆ
กล่าวคือมีแต่การ์ตูน ๆ ๆ อาจจะมีคอลัมน์แทรกนิด ๆ หน่อย ๆ เช่น ตอบจม.
หรือว่าสัมภาษณ์ แต่พระเอกชูโรงจริง ๆ ก็คือการ์ตูนไทยนี่แหละ
ซึ่งตามปกติก็มักจะออกรายสัปดาห์ได้ยาก เพราะว่านักเขียนไทยทำงานฅนเดียวเป็นหลัก
(สมัยนั้นนะครับ) จะให้ปั่นการ์ตูนทุกอาทิตย์ก็เป็นไปไม่ได้ เลยมักจะเป็นรายปักษ์
หรือรายเดือนมากกว่า … ส่วนปัญหาก็คือ โอกาสล่มจมสูง
เพราะต้องพึ่งยอดขายอย่างเดียว
เด็กไทยยังไม่ซื้อการ์ตูนไทยตามอ่านอย่างเป็นล่ำเป็นสันเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น
(ยังไม่ติดตลาดว่างั้น)
แล้วตัวคุณภาพของการ์ตูนไทยเองก็ยังห่างชั้นจากการ์ตูนญี่ปุ่นมากเสียจนแฟน ๆ ยังไม่ยินดีจะอุดหนุน…
ลักษณะนี้ที่ผมนึกออกก็มี
CX (ปิดตัวไปเรียบร้อย) แล้วก็ Thai Comics (ที่ผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เพราะแนวเรื่องของเขาไม่ต้องจริต)  เท่าที่รู้จักก็มีนักเขียนคือคุณตาโปนที่ลายเส้นสวยละเอียด
และออกไทย ๆ (เจ้าของผลงานเรื่องป่าผี ถ้าจำไม่ผิด)

***

หลังจากนั้น การ์ตูนไทยก็แตกหน่อออกผลไปเรื่อย ๆ
และเริ่มหาที่ทางของตัวเองเจอ นอกเหนือไปจากเป็นการ์ตูนอ่านเอาสนุกอย่างเดียว
(เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น)

แบบแรกก็คือการ์ตูนที่เข้ามารับใช้เกมส์ออนไลน์ต่าง
ๆ (นิตยสารเกมออนไลน์จะมีการ์ตูนแทรก ๆ เป็นการ์ตูนเรื่องยาวบ้าง การ์ตูนช่องบ้าง)
ที่ผมเคยอ่านก็คือนิตยสาร
Ragnarok online นี่แหละ
(ส่วนอันอื่นไม่ค่อยสันทัด) ที่ได้อ่านก็ไม่ได้ซื้อเอง พอดีรูมเมทซื้อมาอ่าน
(แย่งเพื่อนอ่านว่างั้น)

 

แบบที่สองก็คือการ์ตูนที่อิงนิทานภาพดั้งเดิม
กล่าวคือ เอาวรรณกรรมไทย ๆ มาจึดทำในรูปแบบของนิทานประกอบภาพ
(ไม่ใช่การ์ตูนมังงะจริง ๆ) จะเป็นเนื้อเรื่อง(บรรยาย)หน้านึง แล้วมีภาพประกอบ
ถ้าผมจำไม่ผิดเรื่องแรกที่ดังเป็นพลุแตกก็คือรามเกียรติ์ (เอ๊ะ หรือพระอภัยมณี
หว่า?) หลังจากนั้นการ์ตูนแนว ๆ นี้ตามติดออกมาเป็นพรวน ไล่ไปตั้งแต่วรรณคดีไทยดัง
ๆ เรื่องอื่น ๆ , เรื่องสามก๊ก (ที่เป็นฅนไทยวาด), ประวัติศาสตร์ชาติไทย เช่น
พระมหากษัตริย์ หรือฅนสำคัญ ๆ ไปจนถึง ทศชาติ หรือ พุทธประวัติ ฯลฯ

หลังจากนั้นก็พัฒนาการมาเป็นการ์ตูนสำหรับการศึกษา
รวมไปถึงการ์ตูนจรรโลงสังคม ซึ่งพวกนี้ผมไม่ค่อยได้ตามอ่านเท่าไหร่ (แหะ ๆ)
แต่จะสังเกตง่ายตามชั้นในร้านหนังสือ ซึ่งถ้าพลิกดูหน้าปก
ก็จะได้รับการสนับสนุนทุนจากมูลนิธี องค์กรอิสระส่งเสริมการเรียนรู้
รวมไปถึงภาครัฐต่าง ๆ (ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดี ที่นักเขียนการ์ตูนไทยก็มีที่ทางพอสมควรในธุรกิจแนว
ๆ นี้) แต่ตลาดบูมมากน้อยแค่ไหนผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน อ้อ
ถ้าพูดถึงนิทานประกอบภาพ ก็ต้องพูดถึงสักหน่อยสำหรับเรื่อง ถั่วงอกกับหัวไม้ขีดไฟ
(
Firehead
and Beansprout
) (ถ้าชื่อสลับกันก็ขออภัย)
ซึ่งเป็นภาพกึ่งนิทาน แต่เนื้อหาดาร์คมาก ๆ สไตล์เดียวกับทิม เบอร์ตัน …
ตอนแรกที่น้องผมซื้อมา ผมไม่คิดแม้แต่จะเปิดอ่าน แต่พอมีเวลาว่าง นั่งอ่านดู
ปรากฏว่า…ติดแฮะ
“^^

สุดท้ายก็คงเป็นการ์ตูนที่เข้ามารับใช้ภาพยนตร์
หรือการ์ตูนที่อิงตามภาพยนต์ เรื่องแรกที่ผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องแฟนฉัน…
(ถ้าจำผิดก็ช่วยทักท้วงด้วย) จากทีมงานการ์ตูนไทยของค่ายซีคิดส์)
ซึ่งพอออกมาเวิร์คก็มีการ์ตูนตามมาเป็นพรวน ทั้งแต่เรื่อง แจ๋ว,
Seasons Change, ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น, สายลับจับบ้านเล็ก ฯลฯ
นอกจากหนังค่ายจีทีเอชแล้วต่อมาก็ลามไปค่ายอื่น ๆ เช่น สหมงคงฟิล์ม (การ์ตูนจากหนังแอ็คชั่นต่าง
ๆ พวก มนุษย์เหล็กไหล ฅนไฟบิน องค์บาก ฯลฯ ซึ่งผมไม่เคยอ่าน) จากค่ายไฟว์สตาว์ เช่น
บุญชู, อนึ่งคิดถึงฯ เรื่องล่าสุดที่ผมรู้ก็คือ
Roommate (ซึ่งผมไม่ซื้ออ่าน
เพราะหมั่นไส้ขี้หน้าเจ้าบอลมัน
-55+ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย)

***

ปัจจุบัน สถานการณ์การ์ตูนไทยผมคิดว่าดีขึ้นนะครับ
แม้อาจจะไม่มีการ์ตูนไทยรายสัปดาห์ที่ฮิตเปรี้ยง ๆ เท่าไหร่
แต่ที่ดึงเงินเอาจากกระเป๋าผมได้ก็มีสัดส่วนที่มากขึ้นอย่างเห็นชัด

ที่แทรกอยู่ในนิตยสารรายสัปดาห์เช่น บูม ซีคิดส์
อันได้แต่ ทีมงานเรื่อง มีดที
13, อภัยมณี saga หรือว่าเรื่อง EXEมหาสงครามเกมออนไลน์ถล่มจักรวาล
(หรืออะไรที่ชื่อแนว ๆ นี้) ซึ่งผมว่าทุกฅนน่าจะรู้จักหรือเคยเห็นผ่านตา

ทั้ง 3 เรื่องนื้ออกเป็นรวมเล่มสำเร็จครับ
และทยอยออกมาเรื่อย ๆ (ณ ปัจจุบันยังไม่มีเรื่องไหนอวสาน) ซึ่งถ้าออกรวมเล่มได้
และดำเนินเรื่องมาได้ยืดยาวขนาดนี้โดยไม่โดนตัดจบ
น่าจะการันตีความนิยมของตัวการ์ตูนได้ในระดับหนึ่ง

 

การ์ตูนผู้หญิงเองก็มีครับ
ที่ผมเสียเงินซื้อมาอ่านก็คือทีมงาน ติ่ม
ซำ สตูดิโอ โดยเรื่องแรกที่ผมอุดหนุนก็คือเรื่องดั่งดวงหฤทัย(หน้าปกสีชมพูแ
ปร๊ดแสบตามาก) ซึ่งมาจากบทประพันธ์ดั้งเดิมของลักษณวดี (ทมยันตี)
ซึ่งผมอ่านแล้วก็คุณภาพคับแก้วทีเดียว (เพราะตัวเนื้อเรื่องมันก็สนุกอยู่แล้วล่ะ)
แล้วก็มีผลงานออกมาอีกเล่ม (ซึ่งผมตามอ่านไม่ทัน) ปัจจุบันก็เป็นเรื่องอื่น
เกี่ยวกับเขมรขอม ๆ (ไม่ใช่ปราสาทพระวิหารนะฮะ)รู้สึกจะชื่อ ลิขิตนครา
หรืออะไรเทือก ๆ นี้ แต่ออกจะหายากสักหน่อย (ต้องไปซื้อที่ร้านหนังสือสยาม
ร้านเล็ก ๆ ตรงอนุสาวรีย์ไม่มีขาย)

นอกจากนี้ที่เป็นนิตยสารการ์ตูนรายเดือนที่ทผมรู้จักก็มี
the
mud
(ที่น้องผมซื้อมาอ่านเล่มเดียว
แล้วก็ตัดสินใจหยุดซื้อเพราะไม่ใช่แนว) แล้วก็
Let’s ซึ่งจะเน้นหนักไปทางด้าน
graphic
design
ด้วย

ในนักเขียนกลุ่มนี้ ผมเข้าใจว่าไม่ได้เป็นมังงะแท ๆ
แบบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่จะออกเป็นลักษณะนิตยสารการ์ตูน หรือหลังสือมากกว่า
แม้กระทั่งรวมเล่ม ก็จะใช้กระดาษหนาเหมือนหนังสือ
และวางขายตามร้านหนังสือมากกว่าที่จะเป็นร้านการ์ตูน (แน่นอนว่าราคาก็สูงกว่าเป็นเงาตามตัว)
นอกจากจะมีรวมเล่ม และเขียนเรื่องยาวแล้ว
ก็มีรวมหนังสือการ์ตูนที่เขียนเป็นเรื่องสั้น ๆ อีกด้วย
เท่าที่ผมรู้จักและฅนอื่นน่าจะได้ยินบ้างก็เช่น คุณ
SS (เรื่อง Joe: The Sea-cret Agent), Pug (หนูสมองกับนายหัวใจ), The Duang
(Shockolate)
นอกจากนี้ยังมีนักเขียนที่อาจจะยังไม่ดังมากนักแต่ผมชอบโคตร
ๆ ก็คือคุณน้ำมนตร์ (
Love in 20 pages เคยซื้อเรื่องนี้ไปให้สาวที่ชอบด้วย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวได้อ่านรึยัง)
แล้วก็ นายสะอาด ที่ยังไม่มีผลงานเรื่องยาวของตัวเอง แต่ลายเส้นดิบได้ใจ
(ใช้ปากกาด้ามเดียว และการสานเส้น ไม่มีสกรีนโทนหรือลงหมึกใด ๆ)

 

โดยรวมแล้วก็อยากจะบอกว่า
ผมเป็นฅนหนึ่งที่สนับสนุนการ์ตูนไทยอย่างเต็มที่ครับ
แล้วก็ผลงานที่น่าสนใจปานกลางก็จะตัดสินใจซื้อโดยไม่เสียดายตังค์
(ไม่เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตอนนี้เรื่องมาก
เล่มไหนไม่สนุกจริง อย่าหวังจะได้เงินชั้นไป)

ก็ขอเอาใจช่วยนักเขียนไทยทุกฅน…
จากใจนักอ่านไทยฅนหนึ่งครับ

Comments
  1. Zerothman says:

    ….

  2. Zerothman says:

    ชิงอันดับหนึ่งไว้ก่อนเฉยๆ

  3. Paul_012 says:

    ดีนะกด refresh ก่อน ไม่งั้นหน้าแตกไปละ (ไม่รู้จะวิจารณ์เรื่องอะไร เพราะไม่ค่อยจะมีความรู้ด้านนี้เลย)

  4. ก้อน Masatha says:

    Nutch Poovarawan >>> เยี่ยมครับPaul_012 >>> 55+ ยังอุตส่าห์คอมเมนท์นะฮะ ขอบคุณ ๆ (ว่าแต่ พอไม่อ่านการ์ตูนเลยใช่ป่ะ?)

  5. Chayanin says:

    อ่านในวงเล็บของพี่พอ

  6. Ditdin says:

    ชิงอันดับ6 -*-"การ์ตูนญี่ปุน… ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้ซื้อ.. น้องเป็นคนซื้อ หรือไม่ก็อ่านเรื่องย่อจากเวปออนไลน์เอาส่วนใหญ่อ่านไมกี่เรื่อง ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หน่ะครับ จำได้แค่ว่าส่วนมากจะมากับพวกหนังซะมากกว่า…ปล1. พึ่งยืมShockolateของเพื่อนมาอ่าน แอบหลอน~ปล2. แนะนำให้พี่ก้อนอ่านการ์ตูนไทย(?)แนวนี้ด้วย 555+ http://toilets.exteen.com/20090816/entry

  7. katachi says:

    ชอบ hesheit นะ มันดิบดีค่ะ เค้าบอกว่าในญี่ปุ่นเนี่ย พี่ตั้ม(วิศุทธิ์ -เขียนไงซักอย่าง) ดังมากๆๆเลยนะ ภูมิใจว่าคนไทยไปดังที่ญี่ปุ่นMud ก็เคยอ่านไปเล่มนึง เจ๋งดี แต่แพงชะมัดแล้วก็ชอบลายเส้นของพี่อัพ ทรงศีล มากกๆ คนอะไรวาดรูปโคตรสวยเลยค่ะแล้วแบบเนื้อหาก็เจ๋งดีด้วย เคยอ่านdiliciousป่าว เล่มสีชมพูสวยๆอ่ะ เจ๋งดีนะพี่ก้อน

  8. GG says:

    เป็นคนไม่ค่อยอ่านการ์ตูน ไม่รู้เรื่องฮ่า ฮ่าแต่รู้ว่าร้านขายการ์ตูนตรงสะพานควายมันลด20%แหละ

  9. Thanika says:

    จากรายชื่อการ์ตูนทั้งหมดเฟินรู้จักแค่ season change roommate แล้วก็ อภัยมณีซาก้านอกนั้นคืออะไรอ่ะ

  10. c e r e a l says:

    เอิ่มมม.. เคยซื้อการ์ตูน "แฟนฉัน" มาเล่มนึง ด้วยความคาดหวังว่าข้างในจะน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนในหนัง .. ป๊าดดดเปิดออกมา กลายเป็นการ์ตูนสก๊อยญี่ปุ่นอะรั๊ยยย ..แทบจะขว้างทิ้งง่ะชาตินี้เกิดมาก็ไม่เคยติดการ์ตูนตาหวานอย่างสาวแส้คนอื่นๆซะด้วยตั้งแต่นั้นมาจึงไม่เคยสนับสนุนการ์ตูนประเภทนี้อีกเลยค่ะความคิดแอ้ค่อนข้างจะรู้สึกกลางๆ กับการ์ตูนประเภท reproduction อย่างพระอภัยมณีซาก้า ฯลฯ นะเพราะไม่แน่ใจว่า..มันช่วยทำให้เด็กไทยรู้เรื่องไทยๆ หรือ ทำให้เข้าใจผิดๆ มากกว่ากัน แต่ถ้าขายหัวเราะ มหาสนุก นี่ ..ยังคงกอดแน่นหนึบค่ะ เคยเขียนจดหมายไปหา "เอ๊าะ" ด้วยน๊า ..เห็นมะ ว่ารักจริงๆ 555

  11. =' '=VoluT!on=' '= says:

    ไม่ค่อยรู้เรื่องการ์ตูนไทยแล้วก็ไม่ค่อยได้อ่านเลยแฮะเท่าที่นึกออกดูเหมือนจะอ่านแค่เรื่องดั่งดวงหฤทัยมั้งคะปกสีชมพูได้ใจ 555+

  12. praew says:

    อ่านที่ป่านคอมเม้นค่ะ

  13. May-ya says:

    +++ อ่านมาหมดทุกอย่างเลย ฮ่าๆๆๆ+++ ตอนนี้มีการ์ตูนที่เขียนกันเองเป็นไดอารี่ด้วยนะพี่ก้อน ไอ่อ้วนๆสีขาวกะยาวๆสีดำอ่ะ (คนเขียนเป็นแฟนกัน เขียนแนวๆไดอารี่ออนไลน์) แล้วก็ในห้องการ์ตูนของพันทิปก็มีคนเขียน (จำชื่อไม่ได้แล้ว) สั้นๆเป็นตอนๆแต่ฮาดีเหมือนกัน ถ้าพี่ก้อนเคยอ่านไอ่ถั่วงอกกะหัวไม้ขีดนั่นแล้ว น่าจะเคยอ่าน nine lives ป่ะคะ เป็นแมวทั้งเล่ม (มืดพอๆกัน แต่เมชอบมากกว่า) ลายเส้นสวยดีนะ

  14. May-ya says:

    +++ อ้อ อีกนิด แล้วก็ถ้าพี่ก้อนเคยอ่านบลอกของ storyonthewall ก็น่าจะชอบนะ รู้สึกว่าบก.ของ happening เค้าสนใจ แล้วก็เอาผลงานเค้าไปลงเป็นระยะๆมาได้พักใหญ่แล้วล่ะ การ์ตูนเค้าก็กลิ่นอายแบบพวกอินดี้ๆอ่ะแหละ แต่ไม่มืดเท่าไหร่ ถ้าพี่ก้อนเคยฟังเพลง If ของ Eve and the Adams อ่ะ เมว่าการ์ตูนกะเพลงนั่นมันสว่างพอๆกันอ่ะ (ชั้นพูดอะไรอยู่เนี่ย)+++ ปล. วันนี้เม้นได้พล่ามมาก ฮ่าๆ..

  15. ก้อน Masatha says:

    May-ya Pilanthana​nond >>> storyonthewall เพิ่งเคยอ่านนะ (ใน ABC Comic ฉบับล่าสุดนี้เอง) เคยเห็นงานมาสักพักแล้ว ออกแนว เหงา ๆ หนืด ๆ หน่อย (ส่วนเรื่องมืดกับสว่าง พี่เข้าใจแฮะ-ฮา) ส่วนเรื่องไอ้อ้วน ๆ สีขาว กับยาว ๆ สีดำ… อ่านที่เมย์เขียนแล้วไม่รู้เรื่องว่ะ (ฮา) ส่วน ninelive ภาพสวยเว่อร์ แต่ยังอ่านไม่จบ ออกแนวเป็นนิทานภาพมากกว่าpraew ³² >>> จ๊ะ=’ ‘=VoluT!on​=’ ‘= ZzzZ[Na]..​. >>> โหย ดั่งดวงหฤทัยนี่ หาฅนอ่านยากเหมือนกันนะ 55+ แต่ปกสีมันแรงดีจริง ๆ นั่นแหละ (การ์ตูนผู้หญิงถ้าเนื้อเรื่องดีแล้วจะสนุก เพราะสำหรับพี่แล้ว ลายเส้นแบบผู้หญิงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ อย่าง Nana ก็ dark ได้ใจc e r e a l _r e a l l y >>> อ่า จริง ๆ แล้วการ์ตูนแฟนฉันพี่ก็ชอบนา (ฮา) ขายหัวเราะมหาสนุกไม่ค่อยได้อ่านนานแล้วอ่า (แต่เ้ห็นบนแผงอยู่เรื่อย ๆ ยังสงสัยเหมือนกันว่าสมัยนี้แล้วยังมีแก๊กอะไรตลก ๆ รึเปล่า) ของพี่เอ๊าะนี่ที่เขียนหนูหิ่นรึเปล่าจ๊ะ? สำหรับพี่ชอบพี่ต่่ายมาก ๆ เลย Thanika termvises >>> รู้จัก saga นี่ก็ใช้ได้แล้วจ้า ส่วนเรื่องอื่น ๆ พี่ไม่ค่อยคิดว่าผู้หญิงจะอ่านเท่าไหร่นา (แต่อ่านรูมเมทด้่วยเหรอ น่ารักจริง ๆ) การ์ตูนญี่ปุ่นไ่ม่ค่อยได้อ่านล่ะสิGG .. >>> โหย นั่นน่ะ้ร้านโปรดเลย เวลาซื้อยกชุด (แต่ถ้าอัพเดทไว ๆ ส่วนใหญ่ไปซื้อที่สยามมากกว่า)katachi khaotu >>> delicious ไม่เคยอ่านอ่า เป็นนิตยสารหรือเป็นเล่ม ๆ ล่ะ? เห็นด้วยว่าพี่ทรงศีลวาดภาพสวยมั่ก ๆ (แต่เนื้อเรื่องยังไปได้อีกนา)Ditdin -0- >>> แวะเข้าไปอ่านแล้ว เกรียนสุด ๆ (นี่ถ้าไม่ได้ตั้งชื่อเกรียนขนาดนี้ เป็นชื่อตัวละครอืน ๆ คงเป็นการ์ตูนดาด ๆ ธรรมดาไปเลยนะนี่ เหอ ๆ ๆ )Chayanin Wipusanawa​n >>> จ๊ะ

  16. May-ya says:

    +++ อ้วนๆสีขาวกะยาวๆสีดำเป็นชื่อไดอารี่ออนไลน์ของคนเป็นแฟนกันคู่นึงค่ะ เค้าเขียนไดในแนวการ์ตูนอ่ะ น่ารักมาก (แต่ยังมีไม่เยอะเท่าไหร่นะ) ลองเสิร์ชในกูเกิ้ลก็ได้ค่ะ เดี๋ยวมันก็เด้งขึ้นมา มีคนเคยเอาไปแปะในพันทิปด้วยล่ะ +++ ชอบไนน์ไลฟ์มากมากกกกกกกกกกกกกกกกกก มากกว่าหัวไม้ขีดอีก+++ ของแนวควันใต้หมวกก็ดีนะพี่ก้อน (ลายเส้นสถุลดี ฮ่าๆๆๆๆ) แล้วก็มีไอ่ ของอะไรอ่ะจำไม่ได้ แต่เนื้อหาหนักๆหน่อย เล่มขนาดประมาณเอสี่เล่มพื้นสีขาวๆอ่ะ ให้อารมณ์ประวัติศาสตร์ๆการเมืองๆ (รึเปล่า ลืมไปแล้ว) แต่อันนี้เมทนอ่านไม่ค่อยไหวอ่ะ หนักเกิน

  17. Rattanawan says:

    ชอบลายเส้นคุณทรงศีลอ่ะค่ะ ดิบดีการ์ตูนญี่ปุ่นพลอยก็ติด แต่พลอยว่าการ์ตูนไทยมันก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองนะ พวกที่ออกมาเป็นเล่มๆ เหมือนนิตยสารที่พี่ก้อนพูดถึง ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีคนซื้อมาให้อ่านก็จะซื้ออ่านเองหมด รู้สึกมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่เหมือนกับการ์ตูนญี่ปุ่นอ่ะการ์ตูนไทยจงเจริญ!!

  18. ก้อน Masatha says:

    May-ya Pilanthana​nond >>> อ่าน อ้วนขาวยาวดำแล้วสนุกดีฮะ ลายเส้นน่ารักดี (สมัยนี้ฅนเขียนการ์ตูนลงบล็อกเยอะเหมือนกันนะเนี่ย)ควันใต้หมวกพี่ว่าเนื้้อหาไม่หนักนา…แต่ลายเส้นสถุลจริง (ฮา) งานเก่า ๆ ของ hesheit ถุลกว่านี้อีก บางทีขยุกขยุย เขียนแล้วฆ่าทิ้งๆไปเป็นหน้า ๆ ก็มี (ฮา)ไอ้ "ของอะไรอ่ะจำไม่ได้ แต่เนื้อหาหนักๆหน่อย" —> มันคืออะไร(โว้ย)ครับRattanawan Arunthunya >>> โอ้ ไม่นึกว่าพลอยจะรู้จักด้วยนะเนี่ย นึกว่าอ่านแต่การ์ตูนญีุ่ปุ่นเหมือนน้องชาย สำหรับพี่ก็พยายามอุดหนุนน่ะนะ (แต่ไม่ไหว การ์ตูนจะท่วมบ้านตายเอา)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s