สิ้นแสงรัตติกาล

Posted: November 22, 2009 in Re-writer

เอนทรีนี้ว่าด้วยเรื่องที่กำลังวฮ็อตฮิตสักหน่อยน่ะครับ
เป็นเรื่องของนวนิยายและภาพยนตร์ขายดี
twilight saga

 

[เนื้อหาถัดจากนี้เป็นการ spoile… เอ่อ ถ้ามันจะมีอะไรให้สปอยล์นะครับ]

 

เอนทรีนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วนครับ
คือส่วนหนังสือ กับ ส่วนภาพยนตร์ ถ้าชอบส่วนไหนก็เลือกอ่านได้ตามสบาย

 

หนังสือ

จริง ๆ แล้วรู้จักหนังก่อนหนังสือน่ะครับ
แต่ไม่ได้ดูหนัง กลับได้อ่านหนังสือก่อนแทน

ก่อนหน้าจะอ่าน ก็พอรู้เรื่องคร่าว ๆ นะครับ
ว่าเกี่ยวกับแวมไพร์ ที่หลงรักมนุษย์ 
(จริง ๆ รู้แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องอ่านทั้งเรื่องหรอก)
แต่จะว่าไปก็ทำให้เสียอรรถรสไม่น้อยเหมือนกัน ก็ แหม
กว่านางเอกจะรู้ก็ผ่านมาเป็นสิบบทแล้วนี่ครับ แต่เรารู้ตั้งแต่ก่อนอ่านแล้ว
ก็เลยไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่

หลังจากอ่านจบก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่าแต่ละเล่ม
คุณสเตฟานี่ เมเยอร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมคลาสสิค เช่น เล่มแรกมาจากเรื่อง
Pride and
Prejudice
ซึ่งผมเองไม่เคยอ่าน
ก็เลยไม่รู้ว่าได้แรงบันดาลใจมา

ส่วนเล่มที่สอง New Moon อันนี้ได้แรงบันดาลใจมากจาก โรมิโอ&จูเลียต ซึ่งอันนี้เห็นชัดมาก ๆ ครับ ส่วนหลังจากนี้ผมก็ไม่ทราบแล้วครับ (ฮา)

สิ่งที่ผมทึ่งสำหรับวรรณกรรมชุดนี้ ก็คงเป็นว่า
เนื้อหาเล่มแรกว่าสนุกแล้ว แต่เนื้อหาเล่มถัด ๆ มากลับยิ่งสนุกมากกว่าครับ
(ซึ่งผมคิดว่า วรรณกรรมซีรีย์ที่ดังระดับโลกมักมีลักษณะแบบนี้ครับ
คือเล่มแรกว่าหนุกแล้ว เล่มถัดมาเจ๋งยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็น
Harry หรือ the Ring episode)

โดยส่วนตัวแล้ว เล่มแรก Twilight ผมเฉย ๆ รู้สึกว่าเป็นความรักแบบพาฝันมากไปหน่อย มีตอนท้าย ๆ
เรื่องนี่แหละที่ตื่นเต้นเล็กน้อย แล้วแอบเอาใจช่วยนางเอกเอาชนะตัวร้าย
พอจบเล่มแรกแล้ว ก็รู้สึกว่า พระเอกนางเอกก็รักกันแล้วนี่(หว่า) แล้วเล่มต่อ ๆ
ไปจะเอาอะไรมาผูกปมในเรื่องล่ะ

ผิดคาดครับ เล่มสอง New Moon ผูกปมให้พระเอกทิ้งนางเอกไป แล้วดูว่านางเอกจะเผชิญชีวิตอย่างไร
แถมเปิดตัวตัวละครใหม่ เป็นแวร์วูฟอีก (โชคดีตอนอ่านเล่มสอง หนังยังไม่เข้า
เลยไม่รู้สึกว่าถูกสปอยล์เท่าไหร่…. แต่ก็อย่างว่านะ
ตอนอ่านก็เดาเรื่องได้ล่วงหน้านานมาก จนรู้สึกว่า ถึงโดนสปอยล์ก็ไม่มีผล)
ได้ข่าวว่า เจคอบ สาว ๆ กรี๊ดเป็นแฟนคลับมากกว่าเอ็ดเวิร์ดบาน

ตอนที่สาม บิดเรื่องไปอีกครับ
เปลี่ยนเป็นเรื่องรักสามเส้าเต็มตัว ดูแล้วก็แอบลุ้นว่านางเอกจะเลือกใคร (จริง ๆ
ก็ไม่ลุ้นหรอกครับ รู้อยู่แล้วว่าพระเอกเรื่องนี้เป็นใคร แต่อ่าน ๆ
แล้วก็แอบเอาใจช่วยเล็ก ๆ) เนื้อเรื่องผูกได้ซับซ้อนมากขึ้นครับ

ตอนที่สี่ Breaking Dawn เป็นตอนที่ผมชอบมากที่สุดครับ โดยเฉพาะตอน 4.1 ความเจ๋งมันอยู่ที่ว่า
การใช้ชีวิตคู่ที่เป็นเรื่องวิถีทางตามธรรมชาติปกติของมนุษย์นี่แหละ
แต่พอเป็นเรื่องระหว่างมนุษย์ กับ อมนุษย์ ก็กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
มีแง่มุมอุปสรรคนับไม่ถ้วน (ที่มากกว่าเรื่องรักต้องห้าม) แถมช่วงที่เปลี่ยนเทคนิค
จากเดิมที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองของเบลล่า(นางเอก)
เป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครตัวอื่น ก็โคตรรรรร หนุกเลยครับ
มันทำให้เห็นคาแร็กเตอร์ต่าง ๆ ของตัวละครที่มีมิติขึ้นมาก (ผ่านทางการเล่าเรื่อง
การบรรยาย และความรู้สึกนึกคิดของตัวละครนั้น ๆ)

จบเล่ม 4 นี่ก็จบสมบูรณ์แล้วครับ

แต่ผมเพิ่งอ่านเจอว่า จะมีเล่ม 5 ต่อ คือ Midnight Sun แต่ไม่ใช่เนื้อเรื่องต่อจากเล่ม 4 แต่เป็นเนื้อเรื่องของเล่มแรก ทั้งนี้ จะเป็นการเล่าผ่านเอ็ดเวิร์ด(พระเอก)
แทน (เล่มแรกเล่าผ่านเบลล่า) ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ จากมุมมองทีว่า
มนุษย์เจอแวมไพร์อย่างไร และหลงรักเข้าไปได้อย่างไร คราวนี้มามองมุมกลับบ้างว่า
แวมไพร์เจอมนุษย์แล้วรู้สึกอย่างไร และทำไมถึงมาหลงรักนางเอกได้

เสียดายที่ว่าเนื้อหาของเล่มนี้รั่วทางอินเตอร์เน็ตครับ
คุณสเตฟานี่ เมเยอร์เลยประกาศหยุดเขียน แต่ด้วยความใจกว้าง ก็เลยเอาเนื้อหา
12 บทแรก ซึ่งเป็นฉบับร่าง เอามาลงให้อ่านในเว็บส่วนตัวของเธอ
(นัยว่าจะได้ไม่ต้องไปแย่งอ่านกันแบบลับ ๆ ล่อ ๆ) ผมเองอ่านแล้วก็สนุกโคตรเลยครับ
เทคนิคการเล่าเรื่องซ้ำเหตุการณ์เดิม แต่มุมมองเปลี่ยนไปนี่
ไม่ได้เทคนิคใหม่เลยครับ แต่ก็เพิ่งจะเป็นครั้งแรกละมั้ง
ที่เจอฅนเอาเทคนิคนี้มาใช้กับนวนิยายแนวรัก (ปกติจะเจอแต่แนวสืบสวน)
และใช้กับนวนิยายที่ยาวเป็นเล่ม (ปกิตเจอแต่ที่เป็นเรื่องสั้น)

ได้อรรถรสไปอีกแบบครับ

***

สำหรับหนังนั้น เรื่อง twilight ผมไม่ได้ดูในโรงครับ ก็เลยต้องซื้อ ดีวีดีมาดูแทน
แรงจูงใจที่ดูก็เพราะว่านิวมูนจะเข้านี่แหละ ก็เลยต้องดูภาคแรกก่อน

โดยส่วนตัวผมคิดว่า
การแปลงนิยายเรื่องนี้มาเป็นหนัง ไม่ยากเท่ากับวรรณกรรมเรื่องอื่นนะครับ
เพราะว่านวนิยายเรื่องนี้มีจำนวนเหตุการณ์ต่อเล่ม น้อยกว่านิยายคลาสสิคเรื่องอื่น
ๆ (เช่นเมื่อเทียบกับ
Harry หรือ Lord of the Ring) ทำให้การผู้สร้างไม่ต้องลำบากใจในการตัดทอนเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องมากนัก
เท่าที่ผมดู เหตุการณ์สำคัญ ๆ ในหนังก็เก็บมาครบเกือบจะทั้งหมดเลย

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นปัญหามากที่สุดก็คือการคัดเลือกตัวแสดงครับ
ส่วนของโรเบิร์ต แพททินสัน ผมสงสัยว่ามันหล่อตรงไหน(วะ) แต่ดู ๆ ไปแล้วก็ เออ ๆ
กล้อมแกล้มไปได้ แต่ที่ผมคิดว่า การแคสท์ตัวแสดงที่ยากกว่าก็คือบทนางเอกครับ

เพราะในวรรณกรรม
เป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอกโดยตลอด
เพราะฉะนั้นมันจะค่อนข้างยากทึ่จะจินตนาการบุคลิก ลักษณะนิสัย
คาแร็กเตอร์ของนางเอกเมื่อเทียบกับตัวละครอื่น ๆ
(ที่นางเอกจะบรรยายออกมาให้เห็นภาพอย่างชัดเจนแล้ว) ที่สำคัญก็คือ เท่าที่ผมอ่าน
นางเอกเป็นฅนที่มีบุคลิกเปิ่น ๆ โก๊ะ ๆ (ชอบเดินแล้วหกล้ม) แต่ในขณะเดียวกันก็ทรงเสน่ห์จนใคร
ๆ ก็เข้ามาจีบ ทั้งยังมีความรักอย่างดูดดื่ม…
ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงมันดูแปลกแยกเสียจนมาน่าจะรวมมาอยู่ในตัวฅนฅนเดียวได้เลยน่ะครับ

เพราะฉะนั้น
การเลือกนักแสดงและการตีความเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ายาก ถ้าทำไม่ดี
นางเอกอาจจะข้ามเส้นกลายเป็นสาวแอ๊บแบ๊ว แด๊ะแด๋
และดัดจริตเสียจนอยากกระโดดถีบเอาได้ง่าย ๆ (ซึ่งผมรู้สึกเป็นระยะ ๆ
เวลาที่อ่านนิยาย)

อย่างไรก็ตาม นางเอก (คริสเทน สจ๊วต)
แคสท์มาได้ดีมากครับ ไม่ได้สวยเฉี่ยวจนเด่นเกินหน้าเกินตาเหล่าแวมไพร์
แต่ก็หน้าตาดีพอที่ฅนดูที่เป็นผู้ชายอย่างผมจะยอมรับให้เป็นนางเอกและพร้อมจะเทใจให้ได้อย่างไม่ลำบากใจ

ในขณะเดียวกัน การตีความให้นางเอกมีบุคลิกซีเรียส จริงจังอยู่ตลอดเวลา
(ดูนอยด์หน่อย ๆ) ก็เข้ากับปูมหลัง ปมขัดแย้งในตัวเอง ไปจนถึงโน้มเอียงให้ผู้ชมมเชื่อว่าจะตัดสินใจอะไรบ้าบิ่นที่ฅนปกติเขาไม่ทำกันได้ในหลาย
ๆ เหตุการณ์

ส่วนตัวละครฅนอื่นก็แคสท์มาได้สมบทบาททุกตัวเลยครับ
ไม่มีตัวไหนที่ดูแล้วขัดหูขัดตา (แม้จะขัดใจกับไอ้หน้าขาววอกของตระกูลแวมไพร์
แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้)

หนังทั้งสองภาคเองก็เรียบ เนือย เอื่อย
เสียจนนักดูหนังอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับ แต่สำหรับผมที่อ่านนวนิยายมา
ก็ค่อนข้างมีความสุขกับการที่เห็นสิ่งที่เขียนไว้เป็นตัวอักษร
กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวจริง ๆ (ซึ่งก็ตรงกับจินตนาการมากพอสมควร)

ที่น่าสนใจก็คือ ผมอ่านวิจารณ์ใน bioscope ฅนเขียนบอกว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว
หนังฮอลลีวู้ดจะทำให้ตัวละครหญิงมีสถานภาพเป็นแค่วัตถุทางเพศ
แต่หนังเรื่องนี้เป็นไม่กี่เรื่อง ที่ทำให้ตัวละครชายกลายเป็นวัตถุทางเพศแทน (ฮา)
และน่าจะเป็นหนังไม่กี่เรื่อง
ที่ผู้หญิงเข้าโรงหนังไปดูตัวละครชายในเรื่องด้วยสายตาหื่นกระหาย (ฮา
x2)

เหมือนที่ผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ ผมตอนดูหนังบ่นว่า
ทำไมหนังเรื่องนี้เอะอะ ๆ ก็ต้องถอดเสื้อนะ…แต่ก็ดูน่ากินชะมัด (ฮา
x3)

สำหรับภาคสองแล้ว
ผมไม่แน่ใจว่ากระแสจะแรงเท่าภาคแรกรึเปล่านะครับ แต่ผมดูแล้วก็ค่อนข้างชอบ
(แม้จะเอื่อย เนือย) มีหลายช็อตที่ถ้าได้อ่านหนังสือมาแล้วจะเก็ตมุข
และเข้าใจเบื้องหลังของบทสนทนาได้อีกมาก ถ้ามีภาคสามก็คงตามดูแน่นอนครับ
และภาคสามน่าจะเป็นภาคที่ทำออกมาสนุกเสียด้วยสิ
เพราะภาคแรกบทเด่นอยู่ที่เอ็ดเวิร์ด ภาคสองบทเด่นอยู่ที่เจคอบ ส่วนภาคสาม
ทั้งสองฅนนี้จะมาประชันบท เชือดเฉือนกันทั้งเรื่อง สำหรับสาว ๆ
การที่เห็นชายหนุ่มหล่อเนี้ยบ กับ หล่อล่ำ พยายามจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตัวเรา
ก็คงเป็นความบันเทิงไปอีกแบบ(ฮา)

สุดท้าย ประโยคเด็ดประจำหนังเรื่องนี้ครับ

เจคอบ ชั้นรักเธอนะ…. เพราะงั้น
อย่าบังคับให้ชั้นต้องเลือกเลย………….(เว้นระยะ)………….. เพราะยังไง
ชั้นก็จะเลือกเค้าอยู่ดี,,,, (กรี๊ด ประโยคนี้ประโยคเดียว พลิกบทจากผู้หญิงสองใจ
มาเป็นนางเอกในบัดดล
แปะ ๆ ๆ ๆ )

Advertisements
Comments
  1. Rinrada says:

    อยากดู จังเลยย:DDDDอร๊างง ง งง ง-_-"""""

  2. praew says:

    กรี๊ดดดดดด อยากดูมาก เพราะสองบรรทัดสุดท้าย T_Tปล.ทำไมหนังเรื่องนี้เอะอะ ๆ ก็ต้องถอดเสื้อนะ…แต่ก็ดูน่ากินชะมัด (ฮาx3) …+1

  3. katachi says:

    แวมไพร์กะหมาป่าหล่อๆล่ำๆก็คงมีแต่ในนิยาย พอหันมาดูคนนั่งข้างๆแล้วก็ได้แต่ปลง

  4. ก้อน Masatha says:

    Rinrada >>> นี่ยังไม่ได้ดูอีกเรอะ ชวนพี่จี้ไปดูสิฮะpraew ³² >>> มีแต่ฅนบอกว่า สงสารเจคอบเพราะประโยคนี้ล่ะ เหอ ๆ (แต่พี่ไม่สงสารแฮะ สะใจแทน ฮา)katachi khaotu >>> เอ่อ…ดูสาว ๆ แวมไพร์แล้วหันมามองฅนข้าง ๆ หนุ่ม ๆ ก็ปลงเหมือนกันละ(เฟร้ย)

  5. Chayanin says:

    จริงๆ ก็เห็นแล้วไม่ได้คอมเมนต์อะไรเพราะมันไม่มีอะไรให้คอมเมนต์น่ะสิ

  6. c e r e a l says:

    ไม่คิดจะไปดูเลยพี่ก้อน ภาคหนึ่งที่ชาวบ้านเขาสรรเสริญกัน แอ้ก็ว่าเฉยๆอ่ะ (ขวางโลกป่ะเนี่ย?)- พล็อตเรื่องดีมากกก ——- เอิ่มม..ก็ถ้าชั้นรักใคร ชั้นก็คงไม่กินเลือดคนนั้นเหมือนกันแหละย่ะ – นางเอกเสน่ห์แรงมากก —– ดึงดูดแวมไพร์เนี่ยนะ??และ- พระเอกหล่อมากกกก ——– แฟนชั้นหล่อกว่าแกอีกค่ะเธ๊ออออ 5555สรุป .. นอนดู Ponyo ของสตูดิโอจิบิ ต่อไป ด้วยความลั้นลาในท้องทะเล (ลองไปหามาดูนะพี่ก้อน น่ารักเว่อร์ๆ)

  7. Ditdin says:

    เข้ามาอ่านสองบรรทัดสุดท้าย…แล้วอ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก….-*-"

  8. Chanoknun says:

    อยากดูบ้างๆๆ T^Tเพราะหนุ่มล่ำทั้งสองมั้ง (ฮาาา ไม่ใช่และๆ)

  9. Chanoknun says:

    พี่ก้อนอ่านบลอคแปมบ้างดิ ฮ่าๆๆแปมยังไม่ได้อัพภาคต่อเลยนะ(มีเปนตอนๆด้วยละ) นี่ก้อาทิดนึงแร้ว T T

  10. Chonnawee says:

    หึๆ พระเอกไม่เอา ขอกรี๊ดเวมไพร์สาวดะมะรุ้สึกพี่ก้อนจะเป็นแฟนพันธุ์แท้นะ

  11. May-ya says:

    +++ hahaha fung doo dee mak mak (sorry I’m being out of town and have no Thai keyboard)

  12. ก้อน Masatha says:

    Chanoknun Taechasuki​j >>> คอมเมนท์ไปแล้วจ้า ถ้าอัพเดทเมื่อไหร่ก็บอกด้วยเด้อ จะเข้าไปอ่านแหม อ่านจบ 4 เล่ม ไม่อยากแท้มันก็ต้องแท้แล้วล่ะ (แต่เล่ม 3 กับ 4 สนุกนะเอ้อ)May-ya Pilanthana​nond >>> that’s ok ja, thanx for comment na ja.

  13. Chayanin says:

    http://filmsick.exteen.com/20091129/rough-rough-cut-new-moon-cris-weitz-2009-usถ้าพี่ก้อนเขียนแนวนี้ หนังจะดูน่าสนใจขึ้นเยอะเลยครับ (ฮา)

  14. Ratanapohn says:

    555พรชอบ pride and prejudice มากๆคะภาคอื่นนี่ท่าทางน่าดูแฮะ พรว่าเรื่องนี้เลือกตัวแสดงได้ดีจริงๆนะ

  15. ก้อน Masatha says:

    Chayanin Wipusanawa​n >>> เข้าไปอ่านแล้วครับ โคตรแถเลย พยายามจะลากเข้าเรื่องแนวคิดอาณานิคมแบบไม่กลัวเลือดอาบRatanapohn Patharakor​n >>> อยากดูเหมือนกันครับ แต่ท่าทางจะเป็นหนังเนือย ๆ พอสมควร (เค้าว่าเป็นนิยายก็สนุกพอใช้นะ)

  16. Chayanin says:

    แหม เวลาเรียนในโรงเรียนแล้วต้องพยายามหาข้อคิดจากเรื่องอะไรสักเรื่อง ก็แถกันมากกว่านี้อีกไม่ใช่รึ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s