รัก response

Posted: February 12, 2010 in Love Series

เมื่อสักสองอาทิตย์ก่อน ได้ไปอ่านบล็อกของพี่ที่รู้จัก
เกี่ยวกับความรักน่ะครับ


โดยส่วนตัวค่อนข้างประทับใจ เพราะนาน ๆ ทีจะเจอฅนเขียนบล็อกเกี่ยวกับความรักได้เนื้อได้หนังแบบนี้
(คือเท่าที่เจอ ส่วนใหญ่จะเวิ่นเว้อเสียจนจับประเด็นมิใคร่จะถูก)

แถมช่วงนี้ก็เป็นเทศกาลแห่งความรัก
ก็เลยมีแรงบันดาลใจกลับมาเขียนเรื่องรัก ๆ บ้าง (หลังจากไม่ได้เขียนเสียนาน)


ก็ลองอ่านดูนะฮะ ออกจะตั้งใจเขียนทีเดียว เอนทรีนี้…

***

ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่า เวลาเราจะรักใครสักฅน เรารักที่คุณสมบัติของฅน ๆ
นั้นครับ เหมือนกับที่เรารักอย่างอื่น (เช่น เรารักภาพภาพนี้ เพราะมันสวยดี
หรือเรารักอุปกรณ์ชิ้นนี้ เพราะมันทำงานได้ดี)

แต่ผมคิดว่า บางทีมุมมองนั้นอาจจะแคบเกินไป


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนครับ
ตอนนั้นผมทำงานอยู่ชมรมวิเทศสัมพันธ์ ก็จะมีโครงการที่จัดเพื่อทำกิจกรรมร่วมสถาบันอื่นโดยเราเป็นเจ้าภาพ

วันแรกที่ไปรับเพื่อนนักศึกษา ก็เจอผู้เข้าร่วม(รุ่นเดียวกัน)
เป็นผู้หญิงครับ น่ารักโพด ๆ เจอหน้าครั้งแรกนี่เหมือนโดนหมัดเสยเข้าที่ปลายคาง
(จะว่าไปก็เพิ่งเจอประสบการณ์คล้าย ๆ กันเมื่อไม่นานนี้)


คืนนั้นนี่ ผมนอนไม่หลับเลยครับ เพราะความที่อยู่ต่างสถาบันกัน
แล้วไกลกันมาก มองออกเลยว่า ถ้าจีบไปนี่ มันต้องไปไม่รอดแน่นอน
ก็ถามเพื่อนร่วมห้องว่า
เฮ้ยเคน
กูกำลังยืนอยู่หน้าบ่อโคลนว่ะ กูควรจะหยุดตัวเองแค่นี้ดี… หรือว่าถลำตัวลงไปดี

เคนก็ตบบ่า แล้วบอกสั้น ๆ ว่า ถลำลงไปเลยเพื่อน (ฮา)

คือตอนนั้นมันมีสองทางเลือกครับ คือหยุดตัวเองไว้ ไม่ไปพูดคุย ไม่สุงสิง
ไม่ทำความรู้จัก หรืออีกแบบคือเข้าไปแนะนำตัว เข้าไปทำความรู้จัก เอาตัวเข้าไปผูกพันแบบที่หัวใจปรารถนา

ผมเลือกอย่างหลังครับ


หลังจากนั้น ตลอดกิจกรรม ผมก็เข้าไปพูดคุย ทำความรู้จักครับ
ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบมากขึ้น เพราะอีกฝ่ายก็น่ารัก อัธยาสัยดี มีอารมณ์ขัน
และมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่จูนตรงกัน

ที่สำคัญ อีกฝ่ายก็ดูจะมีใจให้ผมด้วย

ผมจำได้แม่นว่า มีคืนหนึ่งที่ไปทานข้าวที่ร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา
(ไปกันทั้งก๊กนะครับ เกือบสามสิบฅนได้) ทานเสร็จผมก็ยืนคุยกันสองฅนกับผู้หญิงฅนนี้แหละ
จำไม่ได้ว่าคุยอะไรบ้าง แต่บรรยากาศมันหวานมาก ๆ และจำได้ว่า
ตัวเองก็แอบบอกความในใจออกไปอ้อม ๆ
และสายตาที่อีกฝ่ายมองกลับมา ก็บอกอะไร ๆ
ได้ชัดเจนเหลือเกิน

ขากลับ กลับรถบัสใหญ่ครับ เจ้าตัวขอมานั่งที่นั่งข้าง ๆ ผม

(คือ staff งานนี้จะต้องเวียนกันนั่งเพื่อพูดคุยกับผู้เข้าร่วมให้ทั่วถึงน่ะครับ
ที่นั่งส่วนใหญ่ก็จะจัดไว้แล้ว เคสที่ผู้เข้าร่วมขอนั่งกับ
staff ฅนใดฅนหนึ่งนี่ไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่)

คืนนั้นไม่รู้ว่าผมตาบอดสีชั่วคราวรึเปล่านะครับ
แต่เห็นท้องฟ้ากลายเป็นสีช็อกกิ้งพิงค์ (ฮา)

หลังจากนั้น ที่นั่งข้างสาวฅนนี้ก็โดนผมยึดหัวหาดตลอดโครงการครับ เพื่อน
ๆ ก็แอบเอาใจช่วยน่าดู ไม่มีใครว่าอะไร (แต่ถึงจะมีความรัก
งานที่ผมรับผิดชอบก็ไม่เสียนะฮะ)


ช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่ผมสดชื่นที่สุดในรอบปีครับ
แม้แต่ละวันจะนอนน้อยมาก (เพราะกว่าจะประชุมเสร็จตอนกลางคืน
กว่าจะเตรียมงานวันรุ่งขึ้น) แต่ตอนเช้าก็ตื่นด้วยความกระปรี้กระเปร่า
และอยากเจอหน้าเธอไว ๆ


คืนสุดท้ายที่ไปส่งเจ้าตัวกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ผมก็ขอคบครับ….

หลังจากนั้นก็ติดต่อสื่อสารผ่านหลาย ๆ ช่องทางครับ อีเมล์ จดหมาย โทรศัพท์นี่ไม่ค่อย (สมัยนั้น skype ก็ยังเล่นไม่เป็น) ส่วน MSN นี่ ไม่ค่อยได้ใช้
เพราะส่วนต่างของเวลา และต่างฝ่ายต่างก็ยุ่งด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้รับข่าวสารซึ่งกันและกัน 

 

ยื้อความสัมพันธ์มาได้ปีกว่า ๆ เกือบสองปี
ระยะทางและกาลเวลาก็บั่นเซาะให้ความสัมพันธ์นี้จางหายไป….
(ตรงกับที่คิดไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มจีบไม่ผิดเพี้ยนเลย)
ตอนนี้ก็ไม่ได้ยินข่าวคราวมาเป็นปี
ๆ แล้วครับ

 

จริง 
ประเด็นที่ผมอยากสื่อก็คือ ถ้าอีกฝ่ายเป็นแค่ผู้หญิงน่ารัก อัธยาสัยดี
คุยรู้เรื่องธรรมดา ๆ ความสัมพันธ์คงไม่ไปเร็วขนาดนี้หรอกครับ (คิดดูว่า
เจอหน้าแค่
10 วัน ผมขอคบแล้ว
ปกติจะไม่ใจเร็วด่วนได้ขนาดนี้น่ะฮะ)

แต่เพราะว่าอีกฝ่ายก็ มีใจ ให้ และแสดงให้ผมรับรู้…
เมื่อความรู้สึกเราได้รับการตอบสนอง
ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งทวีคูณให้ความรู้สึกของเราสุกงอม และพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

 

…. ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่า ถ้าจะรักใครสักฅน เหตุผลง่าย ๆ ก็แค่ว่า
เพราะอีกฝ่ายน่ารัก

….และไม่เคยเข้าใจเลยว่า เวลาถามผู้หญิงว่ารักอีกฝ่ายเพราะอะไร
แล้วคำตอบก็คือว่า
รักเพราะอีกฝ่ายรักเรามันแปลว่าอะไร?

… แต่ ณ ตอนนี้ ผมคิดว่าผมพอเข้าใจเหตุผลอันนั้นนะครับ

 

เพราะฉะนั้น ถ้ามีใจให้ใคร ก็อย่าลืมแสดงออกล่ะ บางทีอีกฝ่ายอาจจะกำลัง รอ การ ‘response’ ของคุณอยู่ก็ได้นะครับ

 

ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรักครับ


ปล. จริง ๆ เคสนี้มี detail อีกเยอะมาก แต่เนื่องจากไม่เกี่ยวกับประเด็นของเอนทรี เลยเกลาเนื้อหาหลาย
ๆ ส่วนออก… ถ้าใครอยากทราบรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม โพสท์ถามในคอมเมนท์ได้จ้า

Advertisements
Comments
  1. Sunida says:

    ก็น่าจะมีส่วนนะพี่ก้อน เพราะความรักมันเปนเรื่องของคนสองคน เพราะฉะนั้นถ้าอีกฝ่ายไม่ response ความรู้สึกของคนที่รอมันก็คงจะจางลงไปตามกาลเวลานะคะ

  2. Rata says:

    เห็นด้วยว่า ถ้ามีใจให้ใคร ก็ต้องแสดงออกล่ะค่ะ มาถึงยุคนี้และวัยนี้แล้ว แค่แสดงออกว่าชอบเป็นนัยๆ มันก็ไม่ได้ดูไม่ดีนะ เอาแค่เป็นนัยๆ คุยตอบเยอะๆ ยิ้มให้อะไรนี่ก็พอแล้วไอ้เรื่อง response นี่สำคัญมาก แม้กระทั่งเป็นแฟนหรือแต่งงานกันไปแล้วว่าแต่สาวที่ว่าเค้าไปอยู่ประเทศไหนหรอคะเนี่ย (คืออยากรู้แค่เวลาต่างกันกี่ ชม อะ เอาแค่ time zone ก็ได้ ไม่ต้องบอกประเทศ) 😀

  3. c e r e a l says:

    เอิ่มม.. แอ้เข้าใจมาตลอดว่ามันเป็นคอมมอนเซนส์ซะอีกประเภท..รักนะแต่ไม่แสดงออก นั่นอ่ะ ให้ตายยังไงก็รู้อยู่วันยังค่ำล่ะ .. เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ปฏิกิริยานิวเคลียร์มั้งคะ..ไม่ต้องมีกฎ รีอ๊ง-รีแอคท์อะไรขนาดนั้น 555

  4. c e r e a l says:

    ปล. ลองเข้าไปรีเช็คตัวเอง ในสเปซแอ้ด้วยน๊า ^^

  5. praew says:

    แวะเข้ามาซึ้ง…

  6. Guggs says:

    เสียดายปล.นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาเม้นท์ Space ของพี่ก้อนนะครับเนี่ย

  7. SoM says:

    อื้มมมม รักใครชอบใครต้องแสดงออกค่ะ!!!ไม่งั้นก้เข้าใจไม่ตรงกัน พยายามตีความการกระทำกันไปต่างๆนาๆ สุดท้าย เข้าใจถูกเข้าใจผิดกันไปแต่สำหรับผุ้หยิงหลายๆคน ก็ยังคงรุ้สึกว่าใช่สิ่งที่ควรแสดงออกขนาดนั้นเหรอ??? เพราะเราเป็นผู้หญิงนะ อะไรประมาณนี้แทนที่จะถามคนนั้น ก้มาปรึกษาเพื่อนๆ นั่งเครียดกันเปนวันๆบางทีก้เข้าใจนะคะ แต่บางทีก้ไม่ไหวอย่างเพื่อนส้มเนี่ย เครียดเกิ๊นนนอย่างชอบผู้ชายคนนึง เค้าทักเอ็มมาสิ่งแรกที่พูดคือ "เฮ้ย จะตอบว่าไรดีอ้ะแก" "อย่างนี้ดีไม๊ เหรอๆ ให้ตอบว่าไงนะ"สุดท้ายแทบจะกลายเป็นว่า ผุ้ชายคนนั้น คุยอยุ่กับเพื่อนประมาณเกือบสิบคน (ที่ช่วยกันสร้างประโยคตอบเอ็ม)ส้มว่าการที่เราจะรักใครซักคน หรืออยากจะให้ใครซักคนรัก การเป็นตัวของตัวเอง ย่อมดีที่สุดค่ะเพราะถ้าส้มจะรักใครซักคนก้อยากให้เค้ารักตัวตนของส้มไม่ใช่มานั่งบ่นทีหลัง เช่นผู้ชายติดเกม ก็รุ้อยุ่ ผู้หยิงก้มาบ่นหลังคบกัน ทำไมติดเกม ทำไมไม่สนใจเรา เลิกเล่นเกมได้แล้ว – -หรือการพยายามเปลี่ยนแนวการแต่งตัวของผุ้ชาย เปลี่ยนนิดๆหน่อยๆให้ดูดีขึ้นก้ไม่ว่าอะไร แต่บางคนนี่ให้เปลี่ยนแนวเปลี่ยนสไตล์จนไม่ใช่ตัวตนหรือบุคลิกของผู้ชายคนนั้นเลยบางครั้งส้มก้เลยไม่ค่อยเข้าใจมุมมองความรักของคนอื่นซักเท่าไหร่ว่าที่แท่จริงที่รักๆกันอยู่ รักกันเพราะอะไร เพียงเพราะคุยกันรุ้เรื่อง เพียงเพราะหน้าตา เพียงเพราะเค้ารักเรา หรือรักในทุกๆอย่างที่เค้าเป็น???

  8. SoM says:

    ตกใจเม้นตัวเองยาวเหลือเกินแต่ขอบ่นหน่อย เพราะช่วงนี้เพื่อนสาวอินเลิฟกันเยอะ ฮ่าๆๆๆ

  9. katachi says:

    นั่นสินะ ถ้าเค้ามีเรสปอนส์แล้วล่ะก็อะไรๆก็คงเร็ว.. แต่เร็วไปไม่สนุกหรอกค่ะ มันต้องมีช่วงพ่อแง่แม่งอน กุ๊กๆกิ๊กๆกันมั่งถึงจะสนุก 5555ดังนั้น ข้าวตูทำตัวเฉยๆ ธรรมดาๆ เพลนๆ และที่เป็นตัวเราไปเลยดีกว่า ไม่งั้นเวลารักกันต้องมาปรับตัวอะไรมากมายสมมติว่าข้าวตูมีคนนึงซึ่งแบบจะชอบกันอยู่แล้ว แต่เค้าขอไม่ให้ข้าวตูเกรียนนี่ก็คงมีเซ็งๆอ่ะค่ะ

  10. =' '=VoluT!on=' '= says:

    ที่บอกว่า……จะว่าไปก็เพิ่งเจอประสบการณ์คล้าย ๆ กันเมื่อไม่นานนี้…….จะใช่คนเดียวกับที่พิ้งค์รู้จักรึเปล่านะ 555+

  11. Chayanin says:

    ทฤษฎีเกม?

  12. GG says:

    จริงๆแหละ มันต้องอาศัยresponse(น่าจะเป็นจากผช ก่อนด้วย)ถ้าไม่รู้ มันก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรและมันก็คงจบแค่นั้นแต่ถ้าresponse เร็วเกินก็ไม่ดีโบราณว่า "ช้าๆได้พร้า2เล่มงาม"

  13. PEPsi says:

    แล้วเมื่อไรจะมีผู้ชายหล่อๆนิสัยดีมาบอกรักหนูบ้างล่ะคะ หนูรอจะเรสป๊อนด์มาชาติเศษแล้วนะคะ T-T

  14. May-ya says:

    +++ ทำไมพักหลังๆนี่อ่านเรื่องรักๆแล้วไม่อิน ต้องเพราะพ้นวัยไปแล้วแน่ๆ T T

  15. Piyapong says:

    ผมชอบเอนทรี่นี้

  16. praew says:

    ชอบคอมเม้นข้าวตู

  17. Mink says:

    ความรักเป็นอะไรที่ยุ่งยาก และวุ่นวายเวอร์ๆ 55มิงค์ว่าแต่ละคนก็พยายามหา มีมุมมองความรักแบบของตัวเอง ส่วนมากถ้ามีประสบการณ์ก็ใช้ประสบการณ์เป็นมาตรฐาน ไม่มีก็ฟังคนอื่นเล่าไป สิ่งที่แต่ละคนเจอคงไม่เหมือนกันแน่ๆ สรุปแล้วเลยไม่รู้ว่า อะไรจะทำให้ คว ามรัก หลงรัก แอบรัก และอื่นๆไปรอด ทั้งหมด แต่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ประกอบแน่ๆ คือ ความเข้าใจอีกคนนึง สมอง ความเมตตา (อันนี้พุทธสุดๆ) สติ รสนิยมที่คล้ายกัน (เคยอ่านมา เขาบอกว่าไม่อย่างนั้นจะ สมรส กันได้อย่างไร) ความสม่ำเสมอ และเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญนะ เหมือนมีต้นไม้ ถึงจะรักชอบยังไง ไม่ดูแลมันก็เหี่ยวตายแน่นอนสรุป อย่าไปมีดีกว่า 555

  18. Belle says:

    พี่ก้อนไวไฟอ่ะ O_Oแต่แบลชอบนะ ดูเป็นความรักที่ใช้แต่ ความรู้สึก อย่างเดียวจริงๆเพราะ จริงๆก่อนจะคบใครเราต้องมองหลายๆเรื่องะ ต้องรู้จักกันนานๆจนรู้นิสัยทั้งดีและไม่ดีก่อนพอสมควร(แต่ไม่หมดหรอก อันแย่สุดมันจะไม่มีทางรู้ได้ก่อนคบกัน ฮ่าๆๆ)จะคบกันเร็วหรือช้า มันไม่ได้เป็นข้อจำกัดว่าจะคบกันไปได้นานแค่ไหนอ่ะค่ะ

  19. Jang says:

    ตรงไปตรงมากับความรู้สึกของตัวเองดีที่สุดนะไม่รู้สิ..ถ้าเป็นรุ่นคุณตาคุณยายคงโดนด่าเปิง..แต่พี่ว่าสมัยนี้ ถ้าจะให้เร็วก็เร็วไป แต่จะไม่แสดงออกแล้วกั๊กๆพี่ว่าน่ารำคาญ..เคยรำคาญคนที่มาปรึกษาทำนองแกว่าบอกดีไม๊ ทำแบบนี้ดีไม๊..เยอะแยะ(ช่วงแรกๆจะเป็นช่วง..ประดิษฐ์เพราะกลัวสิ่งหมายปองหลุดมือ ดังนั้นจะประดิษฐ์ให้ตัวเองดูมีคุณค่าคู่ควรกับคนที่หมายปอง…เป็นระยะที่น่ารำคาญมากกก)จากประสพการณ์ ก็ตรงไปตรงมา ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ และ..ปราณีตกับการแสดงออกหน่อย…อย่าให้ถึงฝรั่งจ๋าแบบมองหน้าแล้วลากขึ้นเตียง…อันนี้ไม่รัก แต่ใคร่แต่ถ้าคิดว่าคนนี้ชอบ อาจจะใช่…มันมีวิธีมากมายที่จะแสดงออกโดยไม่มากมายเกินงามเราจะเสียอะไรจากการแสดงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาอย่างน้อยก็ไม่เสียเวลาถ้าไม่ใช่หรือเวลาที่เราคิดว่าเสียไป…มันก็เป็นวันเวลาที่น่าจดจำนะ..อย่างน้อยก้อนก็จำได้ว่ามันสวยงามใช่ไหม..พี่เคยเสียโอกาสดีๆแบบนั้นไปแล้ว..เลยคิดว่าถ้าเรารัก ชอบใคร..ไม่ว่าจะรู้สึกไปทางไหน ก็จะบอก….แต่ตอนนี้คิดว่า..ชีวิตพี่กับคำว่าความรักมันลงตัวแล้วล่ะ..อวยพรให้น้องชายเจอ..คนที่ใช่ และมีความรักที่สวยงามขอให้มีความสุขกับการที่มีความรัก ได้รัก และเป็นที่รัก..ค่ะ

  20. ก้อน Masatha says:

    เนื่องจากแบตใกล้หมด ขออนุญาต ตอบเป็นช่วง ๆ Sunida Ondeesawad >>> จริงสุด ๆ เลยจ้า ความรักเหมือนกองไฟนั่นแหละ ไฟแรงแค่ไหน แต่ถ้าไม่หมั่นเติมเชื้อ สักวันก็มอดPum+PiM+ >>> ประเทศญี่ปุ่นจ้า (บอกได้ ๆ) จริง ๆ time zone ต่างกันแค่ 2 ชม. ไม่ได้เป็นปัญหามากเท่ากับว่าตารางชีวิตแต่ละฅนมันจูนตรงกันไม่ได้น่ะฮะc e r e a l _r e a l l y >>> มันคอมมอนเซนส์สำหรับผู้หญิง แต่ไม่ใช่สำหรับผู้ชายอ่ะ เรื่องแบบนี้ผู้ชายค่อนข้างจะช้า ไอ้รักนะแต่ไม่แสดงออกเนี่ย พี่มารู้ทีหลังก็ตั้งหลายราย ปล. รีเช็คเรียบร้อยแล้วนะเออpraew ³² >>> ชอบประโยคไหน? หรือประโยคที่บอกว่า ข้าวตู ‘เกรียน’Guggs DogCoOn >>> เสียดายอะไรจ๊ะ? ว่าแต่ว่า นี่เคยเข้ามาอ่านเอนทรีอื่น ๆ แล้วเรอะ! (ตายแระ ๆ)

  21. ก้อน Masatha says:

    SoM >>> อ๊ะ ช่วงนี้ของพี่มีแต่ฅนเลิกกันว่ะ แล้วมาปรึกษากรูเนี่ยนะ (อาร๊ายยย) ผู้ชายเนี่ยนะ ตาถั่วจะตายไป ถ้าชอบก็แสดงออกให้เค้ารู้สักหน่อยเหอะ สมัยนี้แล้ว แค่แสดงออกว่าอีกฝ่าย ‘พิเศษ’ กว่าฅนอื่น แค่นี้ก็ปลื้มจะตายแล้วล่ะคอมเมนท์ครึ่งหลังของส้ม ที่ว่าเค้ารักเราเพราะอะไร น่าสนใจดีอ่ะ ไว้จะเก็บไปอัพบล็อกนะจ๊ะ (เหอ ๆ ๆ )katachi khaotu >>> คือถ้าแง่งอนนี่ ก็คงโอเคหรอก แต่ถ้านิ่งสนิทเหมือนโยนหินลงทะเลแล้วหายต๋อม ก็คงใจฝ่อมิใช่น้อยสำหรับข้าวตู พี่ว่าจะต้องมีฅนที่รักข้าวตูเพราะความเกรียนแน่นอนค่ะ คอนเฟิร์ม (ข้าวตูเกรียนแล้วน่ารักนะเออ)=’ ‘=VoluT!on​=’ ‘= ZzzZ[Na]..​. >>> อ่า ของแบบนี้ต้องเดาเอาเองจ้า (ชอบความคลุมเครือ อิอิอิอิ)Chayanin Wipusanawa​n >>> พี่ยังนึกไม่ออกว่ามันทฤษฏีเกมตรงไหนหว่า? สถานการณ์นี้มันไม่มี แพ้-ชนะ ไม่ใช่เรอะ?GG >>> ช้า ๆ แหละดีจ้า ของก๊องแ๊ก๊งยังไม่ต้องรีบหรอก (ว่าแต่ตัวเองไปรัสเซียวันไหนนะ?)PEPsi PEPsi >>> ของแบบนี้ บางทีก็ต้อง ‘รุก’ ก่อนนะครับMay-ya Pilanthana​nond >>> จริง ๆ ถ้าไม่นับพี่แจง เมย์ก็เป็นฅนเข้ามาคอมเมนท์ที่ ‘แ่ก่’ ทีสุดแล้วละจ้ะ (ฮา) วาเลนไทน์ปีนี้ไม่มีอะไรหวาน ๆ บ้างหรือเธอ?

  22. May-ya says:

    +++ แรงงงงงงงงง (แต่จริง ฮ่าๆๆๆๆ) แต่ที่จริงแล้ว เมออกจะภูมิใจในความแก่นะเคอะ (สะบัดบ๊อบแมว) << อันนี้เรื่องจริง ไม่รู้ทำไมแต่ก็รู้สึกมาพักใหญ่แล้วละว่าตัวเองมักจะมีความภูมิใจในอะไรแปลกๆ+++ มีมั้งคะ 😄 ไม่รู้เหมือนกันจำไม่ได้ รู้แต่เมกวาดของกินแฟนหมดบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจอ่ะ (นั่นเรียกว่าหวานเรอะเธอ)

  23. ก้อน Masatha says:

    Freddie Ljungdurst >>> ขอบคุณครับ…. ว่าแต่สูเจ้าเป็นปู้ได๋?Mink Sawasdeepo​n >>> โห สรุปได้เกรียนมาก มิงค์เอยยยย เคยมีเพื่อนคิดแบบนี้เหมือนมิงค์นั่นแหละ แต่ขอโืทษ มันเป็นผู้หญิงฅนแรกในกลุ่มที่มีแฟน (ฮา) ถ้ารักแล้วมีความสุขก็รักไปเถอะจ้าBelle Sanganetra >>> เฮ้ย นี่ไวไฟแล้วเรอะ เห็นด้วยว่าจะคบเร็วหรือช้า ก็ไม่ได้การันตีว่าจะคบได้นาน (แต่แหม การคบกันมันใช้พลังงานเยอะน่ะ ต้องดูดี ๆ ก่อน ไม่งั้นเสียเวลาไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ)Jang narangsiya >>> การแสดงออกนี่ ถ้าปราณีตไป อีกฝ่ายไม่รู้แล้วซวยนะฮะ (ฮา) เคยจีบรุ่นน้องอยู่เป็นเดือน ๆ ก่อนที่จะมารู้ว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตัวเองโดนจีบ (ฮา) เพราะคำพูดหวาน ๆ SMS หวาน ๆ เดี๋ยวนี้เค้าใช้กันเกร่อโดยไม่จำเป็นต้องเป็นฅนรักกันก็ได้ (อย่างเช่นสมัยเด็ก ๆ เวลาเพื่อนผู้ชาย SMS บอกว่า ฝันดีนะ นี่รู้สึกสยิวกิ้วเลยครับ -มึงคิดอะไรกะกูป่ะเนี่ย?- แต่เดี๋ยวนี้ก็เฉย ๆ รู้แล้วว่ามันไม่คิดอะไร)"เราจะเสียอะไรจากการแสดงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา">>> คำถามนี้ตอบง่ายมากครับ เราเสีย ‘ความสัมพันธ์ดี ๆ’ ไงครับเคยจีบรุ่นน้อง (อีกฅน ฅนละฅนกับพารากราฟที่แล้ว) ก่อนหน้านี้นี่ทำงานด้วยกันมาตลอด สนิทกันมาก คุยกันรู้เรื่องมาก ๆ แต่พอแสดงความรู้สึกไป ประมาณว่า กรูไม่อยากเป็นแค่รุ่นพี่แล้วเ้ว้ยยยย กลายเป็นว่า หลังจากนั้นน้องก็ไม่รับโทรศัพท์ และเฟดตัวเองออกห่างไปเลยน่าเสียดายครับน่าเสียดาย เพราะฉะนั้น การแสดงออกว่าเรารู้สึกยังไงกับใครสักฅน มันไม่ยากหรอกครับ ติดแค่สองอย่างจริง ๆ เท่านั้นคือ1. นั่นใช่ความรู้สึกจริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่อารมณ์ประเดี๋ยวประด๋าว ประมาณว่า น่ารักจังนะเธอ ฯลฯ2. แสดงออกไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะบวก ติดลบ หรือว่าเป็น ศูนย์ (ถ้าบวก หรือเป็นศูนย์คงไม่เท่าไหร่) แต่ถ้าเป็นติดลบ คงคิดหนัก โดยเฉพาะกับฅนที่เรารู้สึกดีมาก ๆ และสนิทกันมาก ๆ มาก่อน

  24. Chayanin says:

    เกมไม่ได้แปลว่าต้องมีแพ้ชนะนี่ครับ นิยามของเกม (ที่ใช้ในคณิตศาสตร์สาขานี้) มีแค่เรื่องผู้เล่นมากกว่า 1 คน มีทางเลือกหรือกลยุทธ์ และมี payoff ที่ขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้เล่นทุกฝ่ายในกรณีนี้ ก็ดูจะเป็นอย่างนั้นนี่

  25. GG says:

    พี่ก้อนคะแก๊งไม่ได้ไปรัสเซียค่ะ แก๊งไปเชคไปตั้งแต่ 24 มีนา กลับ 1 พฤษภา

  26. SoM says:

    ไอ้เรื่องรักเพราะอะไรส้มว่ามันเปนปัญหาโลกแตกนะพี่ก้อนเพราะแต่ละคนก้มองความรักคนละมุม ให้ความสำคัญต่างกัน มีความรักไว้เพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันอ้ะแล้วยิ่งพอฟังมาหลายๆคนอ่ะแล้วรุ้เลย บางทีเราก้เปนคนที่ให้คำปรึกษาไม่ได้หรอกความรักอ่ะสุดท้ายมันก้เปนเรื่องของคนสองคน มาปรึกษาไปบางทีมันจะยิ่งทำให้เรื่องแย่เข้าไปใหญ่ตอนนี้สำหรับส้มเลยพอดีกว่า ใครมาปรึกษาไรนี่ก้ตอบไปแบบเป็นกลางสุดๆแล้วให้ไปคิดกันเอง – -ฟันชั๊วะไป เด๋วคนซวยจะกลายเปนกรูซะอย่างงั้น เหอ ๆ

  27. praew says:

    ชอบสองบรรทัดสุดท้าย(ของข้าวตู)ค่ะ

  28. Jang says:

    พี่ตอบข้อสองก่อนนะ..มันก็ต้องเลือกแหละก้อน..เธอจะเอาอะไรทั้งหมดล่ะได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง ประเด็นอยู่ที่เธอจะเก็บมันไว้ แล้วเก็บความสัมพันธ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ แบบคนรู้จักหรือถ้าแสดงออกไม่ว่าจะปราณีต จะตรงไปตรงมาแบบที่พี่บอกมันก็คือ…เรา"เลือก"แล้วสำหรับ"ผล"ที่จะตามมา…ถ้าบอกแล้วเขาเฟดออก ก้แปลว่าไม่ว่าประการใด เขาก็จะไม่มีทางที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทางที่เราต้องการถ้าก้อนกลัวว่าบอกแล้ว.ก้อนเสียดายความสัมพันธ์ นั่นแปลว่าก้อนคาดหวังกับผลของมันและ ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับผลที่จะตามมา..แต่พี่กลับมองคนละมุม..พี่ได้…น้อยที่สุดที่เราได้..ก็ได้บอกสิ่งที่ตัวเองรู้สึก…และนั่นหมายถึงพี่ต้องเตรียมตัวเองกับผลที่จะตามมา..อยู่แล้วและก่อนจะพูด…พี่จะชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองเสมอ ว่าไม่ใช่ความรู้สึกประเดี๋ยวประด๋าว..แบบก้อนเล่ามา..นั่นน่าจะพอเดาได้ว่าก้อนต้องศึกษาคนๆนั้นมาระยะหนึ่ง(ถ้าแค่เห็นแล้วชอบบอกเลย..แก่ๆแล้วเรียกเจ้าชู้ไก่แจ้…ป้อไปเรื่อย..ไม่รู้สมัยนี้เรียกอะไร)แต่..ถ้าคิดว่า…เราอยากให้คงความสัมพันธ์แบบที่อยู่ข้างๆ ใกล้ๆโดยไม่จำเป็นต้องบอกให้คนๆนั้นรู้มันก็หมายถึงเราพอใจที่จะให้เขาหรือเธอคนนั้น อยู่ในที่ๆหนึ่งที่เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเขาหรือเธอคนนั้นในฐานะคนรู้จัก(แล้วแอบหวังว่าสักวันมันจะพัฒนามากกว่านั้น..หรือแห้วไป)ก็หมายถึงว่า…เรายินยอมที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น และต้องเตรียมตัวเองเหมือนกันที่จะรับสภาพที่จะตามมาเช่นสาวเจ้าไปมีแฟน หรือไม่เคยจะมีท่าทีกับเราเลย…แต่เราก็พอใจที่จะรักแบบนั้น..มันก็แค่นั้น..ถ้ามีใครมาถามคำถามเดียวกันนี้ว่าควรบอกหรือไม่บอก..พี่จะถามกลับว่า…คุณคาดหวังอะไรและเตรียมรับมือกับมันอย่างไร…ถ้ายังรับมือกับมันไม่ไหว…ก็อยู่แบบนั้นเถอะ..ไม่ใช่ทุกคนจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ..แต่คนที่รู้จักรับมือกับโลกด้านลบให้เป็นเท่านั้นจะเจ็บปวดน้อยที่สุด..ถ้าคนนั้นใช่ มันก็จะใช่แต่ถ้าไม่ใช่…มันก็ไม่ใช่ตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ..เราเสียอะไรล่ะ นอกจากคนที่ไม่ใช่…สำหรับเรา และสำหรับเขาส่วนข้อหนึ่ง..พี่ไม่รู้..ไม่รู้ความรู้สึกของคนอื่น…แต่สำหรับพี่เอง..จะชัดเจนกับตัวเองเสมอเพราะ..ทุกๆการใช้ชีวิตของเราบนโลกนี้ จะกระทบต่อผู้คนมากมาย ถ้าเราไม่ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง.เราอาจทำร้ายคนอีกมากมายที่อยู่รอบข้าง..พี่ชอบที่จะชัดเจน ตรงไปตรงมา..เพราะแม้บางคนจะเจ็บปวด…มันจะไม่ยาวนาน..แม้เราจะเจ็บปวด…แต่มันจะไม่ยาวนานเช่นกัน…

  29. ก้อน Masatha says:

    Jang narangsiya >>> เพราะพี่แจงตั้งคำถามว่า ‘เราจะเสียอะไรจากการแสดงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมา’ ผมถึงได้บอกว่า มันอาจจะเสีย ‘อะไร’อ่าน ๆ ไปแล้วเหมือนพี่แจงจะเข้าใจ แต่อ่านไปอ่านมา ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าเราเข้าใจตรงกันหรือเปล่าสำหรับผู้หญิง เรื่องนี้คงไม่ต้องกังวลมาก แต่สำหรับผู้ชาย เป็นสิ่งที่แทบจะต้องคิดตลอดเวลา เมื่อมีความรู้สึกดี ๆ กับใครสักฅน เพราะการรับมือกับผลที่ตามมา ไม่ใช่้เรื่องยากหรอกครับ แต่คุ้มรึเปล่าเนี่ยสิ … ต้ิองคิดดี ๆ (คือถ้ารู้ล่วงหน้าว่าบอกแล้ว อีกฝ่ายจะเปลี่ยนไป บางทีไม่บอกมันดีกว่าชัวร์ … แต่เพราะเราไม่รู้อนาคตนี่แหละ มันเลยเสี่ยง)ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดก็คือ รุ่นน้องผมเคยชอบเพื่อนที่ทำโครงการด้วยกัน (เป็นคณะกรรมการบริหาร) แล้วมาปรึกษาว่า ควรจะบอกให้อีกฝ่ายรู้ดีหรือเปล่า ถ้าบอกแล้วอีกฝ่ายเค้าโอเค ก็แล้วไป แต่ถ้าบอกแล้วอีกฝ่ายไม่โอเค เฟดออกจากชมรม นอกจากจะไม่ได้แฟนแล้ว ยังเสีย staff มือดีที่สุดฅนหนึ่งของชมรมไปอีก…. ผลกระทบไม่ได้เกิดกับแค่เราฅนเดียวครับ(ตอนนั้นผมบอกว่า งั้นมึงรอให้เรียนจบก่อนเหอะ ค่อยบอก….ชมรมต้องมาก่อน….จะว่าไปตอนนั้นก็โหดร้ายสาดดดด)ส่วนข้อแรก บางทีมันก็เกิดเคสว่า ความรู้สึกของเรามันยังไม่ชัดเจน ถ้าเราไม่ก้าวเข้าไปใกล้กว่านี้ครับ ปัญหาคือ เราจะสามารถทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้รึเปล่าว่า เราก้าวเข้าไปไกล เพราะต้องการความชัดเจน… ไม่ใช่ก้าวเข้าไปใกล้ เพราะว่า ชัดเจน เรียบร้อยแล้ว (เอ เข้าใจยากรึเปล่าหว่า)การดีลกับอีกฝ่ายเป็นเรื่องยากเหมือนกันครับ เพราะแค่การรับโทรศัพท์ (ที่อีกฝ่ายโทรมา) ทำให้เข้าใจผิดว่า เรามีใจให้ ก็เคยเกิดมาแล้ว (บร๊ะเจ้ามาก ๆ)praew ³² >>> โอ้ว พี่ก็ชอบเหมือนกันแหละจ้ะSoM >>> เออ เห็นด้วยว่ะ บางทีแนะนำไปคิดว่าดีแล้ว ปรากฏว่าทำแล้วมันไม่เวิร์คซะงั้น (แต่พี่ชอบยุว่ะ สนุกดี-ฮา) เรื่องรักเพราะอะไรนี่ พี่อยากรู้มากกว่าน่ะ เพราะัเวลาเราไปชอบใคร เราก็มักถามคำถามนี้กับตัวเองเสมอ ในทางกลับกัน เวลาใครมาชอบเรา เราก็อยากรู้ว่า ชอบเพราะอะไรGG >>> เอ่อ โทษอ่าาาาา พี่จำไม่ได้แล้วว่าประเทศอะไร รู้แต่ว่าไม่ใช่ประเทศโหล ๆ อย่างอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลียChayanin Wipusanawa​n >>> ถ้าเป็นนิยามแบบนั้น ผมว่าไม่ว่าอะไรก็จับโยงเข้ากับทฤษฎีเกมได้หมดเหมือนกันนะครับเนี่ย (ว่าแต่ มันเอามา apply ให้เกิดประโยชน์จริงในการจีบหญิงได้ป่ะครับ?๋)May-ya Pilanthana​nond >>> นั่นแหละหวานแล้ว หวานน้ำตาลในช็อกโกแลต (ตรงตัวโคตร ๆ) ว่าแต่บ็อบแมวหน้าตาเป็นไง?

  30. Jang says:

    สารภาพว่า…พิมพ์อะไรยาวมาก..ที่อธิบายคำและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้..แต่..พี่ตัดสินใจลบทิ้งทั้งหมด.เอาเป็นว่า..คำว่า ชัดเจน ปราณีต และตรงไปตรงมาของพี่ ห่างไกลกับสิ่งที่ก้อนคิดอีกมาก…และ…มีสองสิ่ง ที่อยากบอกมาก..พระเจ้าจะจัดสรรทุกสิ่งที่เหมาะสมให้เราเสมอ.ไม่ว่ามันจะดีหรือเลวร้าย..อีกหนึ่งคือ..คนที่รัก"เป็น"จะไม่สูญเสียในความรัก..พี่อ่านเจอแต่คนที่"รักได้"…แต่ไม่เห็น..คนที่รักเป็น…โชคดีแล้วกัน..

  31. masatha says:

    นั่นน่ะสิครับผมก็ว่า อ่านไปอ่านมา ชักรู้สึกว่านิยามเราน่าจะไม่ตรงกันเสียดายที่ลบครับ

  32. Chayanin says:

    ก็อะไรที่สามารถวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ และผลแปรตามผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคน ก็เข้าทั้งนั้นแหละครับสายชีววิทยาก็มีนะครับ ลองหาดู

  33. Ditdin says:

    ข้อความอัตโนมัติ : อ๊ากกกกกก…ข้อความอัตโนมัติ2 : เฮ้อ… -*-

  34. ก้อน Masatha says:

    Ditdin -0- >>> 555+ มุขนี้ชอบ ๆ Chayanin Wipusanawa​n >>> เข้าไปลองดูใน evolution ที่ใช้ game theory แล้วครับ น่าสนใจดีอย่างไรก็ตาม รู้สึกเหมือนกับว่า game theory ใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์มากกว่าที่จะนำไปใช้ในการทำนายเหตุการณ์ได้จริง ๆ … หรือว่ามันเป็นแบบนี้อยู่แล้วสำหรับอะไรที่เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์?

  35. Chayanin says:

    ผมเองก็ไม่ทราบว่าในชีววิทยาเขาเอาไปใช้ยังไงนะครับ ไม่ได้อ่าน แค่เห็นว่ามีเอาไปใช้เฉยๆถ้าถามผม ใช่ครับ หลักใหญ่มันเป็นเรื่องของการอธิบายเป็นหลัก แต่ในแง่การทำนาย ผมเห็นว่ามันควรจะทำนายได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า โมเดลมันมีข้อสมมติที่ตรงกับความเป็นจริงแค่ไหน เพราะทุกโมเดล (อย่างน้อยก็ในเศรษฐศาสตร์) จะต้องมีข้อสมมติ (assumption) หรือข้อตั้ง (premise) มา ซึ่งมันอาจจะตรงกับความเป็นจริงมากน้อยต่างกัน และไม่ว่ายังไง โมเดลมันก็ต้องมี simplification อยู่อย่างเช่น ถ้าตั้งข้อสมมติว่า บริษัทที่เป็นผู้เล่นมีเป้าหมายคือต้องการทำกำไรได้สูงสุด ถามว่าตรงกับความเป็นจริงร้อยเปอร์เซนต์มั้ย ก็อาจจะไม่ อาจจะมีบางบริษัททำตัวเป็นนักบุญก็ได้ หรือที่เป็นไปได้มากกว่าคือ การตัดสินใจไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกำไรสูงสุด แต่เป็นผลประโยชน์สูงสุดของคนที่บริหารต่างหาก (ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารกับผู้ถือหุ้นก็อาจจะเอาไปขยายเป็นเกมอีกเกมนึงก็ยังได้) แต่ถามว่าข้อสมมตินี้เอาไปใช้เป็นฐานในการอธิบายกว้างๆ ได้มั้ย ผมว่ามันก็น่าจะใกล้เคียงความเป็นจริงมากพอว่าแต่ทำไมพี่ก้อนถึงคิดว่า มันไม่น่าจะใช้ทำนายเหตุการณ์ได้จริงล่ะครับ

  36. Chayanin says:

    อีกอย่าง ผมอยากรู้อ่ะครับว่า เขาเอาไปใช้อธิบายเรื่อง evolution ยังไง (ขี้เกียจอ่านเองอ่ะครับ)

  37. May-ya says:

    +++ บ๊อบแมว เหมือนบ๊อบคนแหละค่ะ แค่อยู่บนหัวแมว

  38. ก้อน Masatha says:

    May-ya Pilanthana​nond >>> ตกลงเปลี่ยนสัญชาติเป็นแมวแล้วเรอะ?Chayanin Wipusanawa​n >>> อ่านผ่าน ๆ น่ะฮะ ก็เหมืิอนเดิมว่า ใช้อธิบายพฤติกรรมอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยจะตรงไปตรงมา (แต่ความจริง ดูมันเป็น evolution process หรือ learning process มากกว่า ส่วนเรื่องใช้ทำนายเหตุการณ์ได้จริง คืองี้ครับ ผมเทียบกับเวลาอ่านข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์อื่น ๆ (ที่ชัดมากที่สุดก็คือฟิสิกส์)มันก็จะมี model ของมัน และหลังจากนั้น ก็จะมีการทดลอง หรือว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ‘ภายหลัง’ เพื่อมา support โมเดลอันนัั้้นแต่เวลาอ่านข้อเขียนทางเศรษฐศาสตร์ พบว่าจะมีแต่โมเดล เกิดขึ้นมาเพื่ออธิบายปรากฎการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น ‘ไปแล้ว’ แต่เจอน้อยมากที่จะมีการทดลองเชิงประจักษ์ หรือ เหตุการณ์ต่าง ๆ ‘ภายหลัง’ เพืื่อมาสนับสนุนโมเดลนั้น ๆเลยรู้สึกว่า เศรษฐศาสตร์นี่ เก่งมากเวลาอธิบายอะไรที่เกิดขึ้นแล้ว แต่กลับไม่ค่อยเจอการเอาไปทำนายอะไรในอนาคตที่แม่น ๆ เอาเสียเลย (แค่ GDP ของประเทศที่ต้องเปลี่ยนค่าทำนายทุกรายเดือน ผมก็ออกจะงงว่า ถ้ามันต้องเปลี่ยนบ่อยขนาดนั้น งั้นจะพยายามทำนายไปเพื่ออะไร?)

  39. Chanoknun says:

    อึ้ยยย บ่อโคลนนนนอึ้ย ฟ้าสีชอคกิ้งพิ้ง > < อึ้ยยย~หวานเลี่ยนจิงจัง 😛

  40. Chayanin says:

    เพิ่งเห็นแฮะถ้าอยากลองดูการทำนายด้วยเศรษฐศาสตร์ คิดว่าสายมาร์เกตติ้งก็ใช้นะครับ อย่างกลยุทธ์การตั้งราคา ระหว่างตั้งราคาสูงกับราคาต่ำ อันไหนจะทำกำไรมากกว่า เขาก็คาดการณ์ด้วยกระบวนการแบบเศรษฐศาสตร์นะ หรืออย่างในเชิงกฎหมายเอง ในสายนิติเศรษฐศาสตร์ก็พยายามจะทำนายเหมือนกันว่า กฎแต่ละแบบมันเกิดผลอะไรยังไงบ้างแต่ถ้าจะเอาแบบกฎฟิสิกส์เลยเนี่ย นึกไม่ออกเลยว่า social science อันไหนจะทำได้ ในเมื่อความสัมพันธ์มันโคตรซับซ้อนขนาดนั้น (หรือแม้แต่ชีววิทยาเอง ผมสงสัยว่าจะสามารถทำนายผลของวิวัฒนาการได้แน่นอนขนาดฟิสิกส์เลยหรือ?)ถ้าถามว่า มีการทดลองหรืออาศัยเหตุการณ์ภายหลังมาสนับสนุนทฤษฎีมั้ย ก็มีครับ กฎง่ายๆ อย่างกฎอุปสงค์ก็เหมือนเคยมีวิจัยกัน แล้วก็สรุปกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ (อย่างน้อยก็กระแสหลัก) ว่ามันเป็นไปตามนั้น (แต่ผมไม่เคยอ่านนะ เคยแต่อ่านที่พูดถึงว่ามี)

  41. Chayanin says:

    แต่ถ้าพี่ก้อนจะมองเรื่องการทำนายมหภาคละก็ ผมตอบอะไรไม่ค่อยได้ครับ เพราะไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ เขาก็กัดๆ มาเรื่อยๆ ล่ะครับว่า การทำนายเศรษฐกิจมีไว้ให้พยากรณ์อากาศดูดีขึ้น ไม่ก็นักเศรษฐศาสตร์ predict nine out of five recessions

  42. ก้อน Masatha says:

    Chanoknun Taechasuki​j >>> อันนั้นคือหวานสุดในชีวิตแล้วล่ะจ้ะChayanin Wipusanawa​n >>> คือถ้าบอกว่ามีมั้ย มันก็มีแหละครับ พวกทฤษฎีในลักษณะของการอธิบายพฤติกรรมของบุคคล (จนดูเอนไปทางพฤติกรรมศาสตร์มากกว่า) แต่เวลาอ่านบทความที่สร้างโมเดล หรือคำอธิบายทางเศรษฐศาสตร์ คือจะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีหลักฐานอะไรมาสนับสนุนเท่าไหร่ (จนคล้าย ๆ ว่า จะมีคำอธิบายใหม่ ๆ เกิดขึ้นแทบทุกปรากฎการณ์)

  43. Diary on Line says:

    รักเเบบนี้คล้ายๆ รักเเรกพบรึป่าวนะ แถมกับเป็นเรื่องคนสองคนมีใจตรงกันซะอีกแม้ความสัมพันธ์จะไปแบบก้าวกระโดด ถ้าเสมอต้นเสมอปลายทั้งสองคนคงไม่มีปัญหาหากแบบว่าเสมอต้น แต่แผ่วปลาย ก้อคงจืดจางห่างหายไปกับเวลาและระยะทาง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s