สมดุลอาหาร

Posted: August 12, 2010 in Food and drink

เคยอ่านบทความเกี่ยวกับอาหารที่ไหนสักที่ครับ
(ขออภัยที่จำไม่ได้ มันนานมากแล้ว)
ในบทความพูดถึงเรื่องการแบ่งอาหารเป็นประเภทต่าง ๆ ตามหลักของการแพทย์ตะวันออก
(เช่น เป็นฅนธาตุดิน ต้องกินอาหารประเภทนึง ฅนธาตุน้ำต้องกินอาหารอีกประเภทนึง
เป็นต้น)

อย่างไรก็ตาม ในบทความนั้น
ก็เสนอแนวคิดอีกอย่าง ในการเลือกทานอาหารครับ

ผู้เขียนบอกว่า
เวลาเราเลือกทานอาหาร ก็ควรทานอาหารให้มีความสมดุลกัน
เพราะงั้นก็จะเป็นอาหารออกเป็นธาตุหนัก กับธาตุเบาครับ

อาหารธาตุหนัก
ก็คืออาหารที่มีมวลมาก กินแล้วอิ่มท้อง (บางทีถึงขั้นจุก) มีความหนาแน่นสูง
ตัวอย่างอาหารที่มีมวลมาก ก็เช่น ข้าวเหนียว เนื้อสัตว์ประเภทต่าง ๆ

อาหารธาตุเบา
คืออาหารที่มีมวลน้อง กินแล้วไม่ค่อยอิ่มท้องเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีความหนาแน่น
ตัวอย่างเช่น ผักผลไม้ แตงโม สายไหม หรืออะไรก็ตามที่ขนาดใหญ่ แต่กินแล้วไม่หนักท้อง

ทีนี้ โดยหลักการก็คือว่า
ในมื้ออาหารหนึ่ง ๆ เราก็ควรจะเลือกสั่งอาหารที่มีธาตุหนักและเบาสมดุลกันครับ
ถ้าสั่งอาหารที่มีแต่ธาตุหนัก ก็จะจุกเสียดท้องได้ อาหารย่อยยาก
หรือไปถึงขั้นท้องผูก ในขณะเดียวกัน ถ้ากินแต่อาหารธาตุเบา ก็จะไม่ค่อยอิ่มท้อง
และมักจะเย็นเกินไป ไม่ดีต่อสุขภาพ

พร้อมยกตัวอย่างครับว่า
โดยปกติแล้ว ฅนเราโดยสามัญสำนึกจะเลือกอาหารที่มีสัดส่วนของธาตุหนักและธาตุเบาผสมกันในมื้อหนึ่ง
ๆ อยู่แล้

เช่น ข้าวเหนียว
(ซึ่งเป็นธาตุหนักโคตร ๆ) กับส้มตำ (ซึ่งค่อนข้างจะเบา)

สเต็ก (เป็นธาตุหนัก) กับ สลัด
(ธาตุเบา)

ไส้กรอก (ธาตุหนัก) กับ เบียร์
(ธาตุเบา)

ตอนแรกผมก็คิดว่า เออ
มันเป็นสามัญสำนึกอยู่แล้วนี่หว่า ชีวิตจริงก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร

แต่ขอโทษครับ ผมพบว่า
แนวคิดนี้เหมาะมากที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับการกินบุฟเฟ่ต์

เวลากินบุฟเฟต์ คงนึกออกนะครับว่า
ฅนส่วนมากจะเลือกกินอาหารที่แพงที่สุด หรือไม่ก็เป็นอาหารที่ชอบที่สุด
(เพราะกลัวไม่คุ้ม)

ผลปรากฎว่า
ก็เพราะการกลัวไม่คุ้มเนี่ยแหละ ทำให้เรามีแนวโน้มที่จะทานอาหารประเภทเดียว
(แล้วมักจะเป็นธาตุหนักเสียด้วย) เช่น เวลาไปกินหมูกะทะ จะเจอแต่ฅนตักเนื้อนานาชนิดกองพูนจาน
แต่ไม่มีใครตักผัก หรือแป้งอย่างอื่นมาทานเลย (นึกภาพมหกรรมโพนยางคำ คงเห็นชัด)

แล้วทุกฅนก็คงผ่านประสบการณ์การกินแบบ
เกินอิ่มและปวดจุกเสียดท้องด้วยความทรมานมาแล้ว

ด้วยความรู้นี้เอง (วะอ่ะอ่ะ)
ทำให้ผมพยายามเกลี่ยการกินอาหาร ไปทานอาหารที่มีธาตุเบามากขึ้นครับ
(พวกผักนานาประเภท ผลไม้ต่าง ๆ) แน่นอนครับว่า มันทำให้เราทานเนื้อ(แพง ๆ)
ได้น้อยลงก็จริง แต่ความทรมานจากการบริโภคของหนักมากเกินไป
ก็ลดลงอย่างที่สามารถสัมผัสได้ด้วยตัวคุณเองเลยทีเดียว

ไปบุฟเฟต์คราวหน้า
ก็อย่าลืมสั่งผักสั่งหญ้า สั่งแกงจืดมากินบ้างนะครับ

 

***

ตอนทำค่ายไหนสักค่ายจำไม่ได้แล้ว พี่ป่านใหญ่แฟนน้องนิ
เคยพูดเรื่องการเลือกเมนูอาหาร แล้วก็บ่นว่า บางทีมันก็สิ้นคิดเกินไป อย่างเช่น
ให้กินไข่พะโล้กับผัดผักบุ้งน่ะ คิดได้ไง?

ผมก็สงสัย เอ๊ะ
ไข่พะโล้กับผักบุ้ง… ก็โปรตีนอย่างผักอย่าง อันนึงเป็นแกง อีกอันเป็นผัก….
ก็ดูสมดุลดีนี่ (ถ้าคิดแบบทั่ว ๆ ไป) เลยยกมือถามว่า
ไข่พะโล้กับผัดผักบุ้งมันไม่ดีตรงไหนครับพี่ป่าน?

ป่านก็ตอบว่า พี่ก้อนนึกดูสิครับ
ถ้ากินสองอย่างพร้อมกัน มันก็เค็มแย่

โอ้วววววววววววววววววววววววว

จริงด้วยว่ะ! ทันใดนั้น
ผมก็รู้สึกเหมือนมีแสงสว่างพาดผ่านมาที่หัวสมองอันโง่งมขึ้นมาทันที

ผมเพิ่งตระหนักได้ ณ
บัดนั้นเองครับ (จริง ๆ ก็รู้นานแล้ว แต่ไม่เคยคิดประยุกต์ใช้มาก่อน)
ว่าอาหารของเรานั้น ไม่ว่าจานไหน 
ก็จะมีรสชาติ
นำอยู่

รสชาตินำก็พื้นฐานครับ เปรี้ยว
หวาน เค็ม (
+จืด) (ส่วนเผ็ดนี่อาจจะไม่นับ
เพราะมันจะแทรกกับรสอื่นอยู่แล้ว)

และเวลาเลือกอาหารมาทานด้วยกัน
ก็ไม่ควรเลือกอาหารที่มีรส
นำเหมือนกัน เช่น พะโล้ กับผัดผักบุ้ง รสนำคือรส เค็ม
เพราะงั้นก็ไม่ควรสั่งมากินพร้อมกัน

ผมลองพยายามนึกถึงเมนูอาหารที่โรงเรียนชอบเอามาคู่กันบ่อย
ๆ (เพราะเมนูโรงเรียนจะมีกับข้าวสองอย่าง) ก็ยิ่งเห็นภาพชัดว่า อาหารที่เราทาน ๆ
กันนั้น มักจะมีรสชาตินำแตกต่างกันเกือบทั้งนั้น

เช่น ข้าวเหนียว ไก่ทอด(รสเค็ม)
ส้มตำ (รสเปรี้ยว)

ข้าว หมูทอด (รสเค็ม) แกงส้ม
(รสเปรี้ยว)

ผัดฟักทอง (รสหวาน) ลาบ (รสเค็ม)

ต้มข่าไก่ (รสหวาน) ผัดผักหมู
(รสเค็ม)

หรืออย่าง ข้าวขาหมู(รสเค็ม)
ก็จะมีผักดอง (รสเปรี้ยว) มาตัด

เช่นเดียวกับพวก ข้าวหมูแดง หมูกรอบ
(น้ำซอสจะหวาน) ก็จะเอาขิง (รสเปรี้ยว) มาช่วยตัดรสชาติ

ในทางกลับกัน

ผมลองนึกภาพเมนูอาหารที่มีรสนำเหมือนกัน
แล้วก็พบว่า มันไม่เข้ากันอย่างแรง

เช่น กินแกงจืด (จืด) กับ
ผัดวุ้นเส้น (จืด) ก็จะจืดชืดโคตร ๆ

แกงเขียวหวาน (หวาน)
เอามากินกับผัดเปรี้ยวหวาน (หวานอมเปรี้ยว) ก็จะยิ่งหวานไปกันใหญ่

ปลาทอด (เค็ม) กับ ต้มโคล้ง
(เค็ม) ก็ไม่เคยเห็นฅนทานพร้อมกันนะครับ

หลังจากได้ไอเดียนี้ขึ้นมา
ก็ลองเอาไปปรับใช้เวลาไปสั่งกับข้าวเป็นจาน ๆ ที่โรงอาหารนะครับ

แล้วก็พบว่า
ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะปกติเวลาสั่งอาหาร
มันก็เลือกกับข้าวที่รสชาติต่างกันโดยจิตสำนึกอยู่แล้ว (ฮา)

แต่อย่างตอนเวลาไปทานข้าวต้มกุ๊ย
ก็พอได้ใช้ประโยชน์ครับ เพราะกับข้าวก็จะมีรสนำค่อนข้างชัด เราก็สั่งเกลี่ย ๆ
กันไป

เช่น พวกรสเค็ม: จับฉ่าย ไข่เค็ม เนื้อหรือหมูแดดเดียว หนำเลี๊ยบ ปลากรอบ

พวกรสหวาน: กุนเชียง ไชโป๊ว หมูหยอง

พวกรสเปรี้ยว: ผักดอง ยำต่าง ๆ

 

โดยสรุปแล้ว
หลังจากนี้เวลาผมสั่งอาหาร ก็จะมีข้อควรคำนึง
4 ข้อครับ

1.    
ได้สารอาหารครบถ้วน
(มีทั้งเนื้อและผัก)

2.    
ไม่แห้งเกินไป
ไม่ชุ่มเกินไป (มีทั้งกับข้าวแห้ง ๆ และแกง หรือว่าซุป)

3.    
มีทั้งธาตุเบาและธาตุหนัก

4.    
มีรสนำแตกต่างกัน

สองข้อแรกนี่
ผมคำนึงเป็นปกติอยู่แล้วครับ (แล้วเข้าใจว่าฅนทั่ว ๆ
ไปก็คำนึงเรื่องนี้เวลาสั่งอาหารนั่นแหละ)

ส่วนสองข้อหลังนี่
รู้ไว้แล้วดูเท่ดีครับ

***

พูดถึงสั่งอาหารแล้วก็นึกขึ้นได้

เวลาไปกินอาหารกันหลายฅน
เคยเจอปัญหาไหมครับว่า ไม่รู้จะสั่งกี่อย่างดี?

ผมใช้วิธีแก้ปัญหาง่าย ๆ ครับ
ก็คือว่า มีฅนกี่ฅน ก็สั่งกับข้าวเท่ากับจำนวนฅน

เช่น ถ้าไปกัน 5 ฅน ก็สั่งกับข้าว 5 อย่าง
(ในกรณีนี้หมายถึงสั่งอาหารมาทานด้วยกันนะครับ ไม่ได้สั่งกินแยกเป็นฅน ๆ แต่ละฅน)

ถ้าร้านนั้นไม่ได้ให้อาหารมาเยอะเว่อร์ในแต่ละจาน
ก็จะค่อนข้างพอดีแหละครับ

เว้นแต่ว่า ถ้าไปกินข้าวสองฅน
ก็จะรู้สึกว่ากับข้าวสองอย่างน้อยไปหน่อย น่าจะสั่งสักสาม แต่พอสั่งสามอย่างทีไร
กลายเป็นว่ากับข้าวเยอะเกินไป กินไม่หมดบ่อยมากกก

 

อีกปัญหาหนึ่งก็คือว่า
ถ้าฅนไปเยอะมากหน่อย เป็นสิบฅน ควรจะสั่งกับข้าวมากี่ชุดดี?

สมมติว่ามีสิบฅน
สั่งกับข้าวสิบอย่าง หรือว่า สั่งกับข้าวห้าอย่าง สองชุดดี?

ส่วนตัวแล้ว ผมว่าอันนี้ก็แล้วแต่ร้านอาหารแล้วละครับ
ถ้ามีกับข้าวให้เลือกเยอะ รวมไปถึงจานจานนึงไม่ได้ให้น้อยเกินไป ก็อาจจะสั่งมาเยอะ
ๆ แล้วเวียนจานกันได้ (โดนเฉพาะอาหารฝรั่งที่มักให้มาใหญ่บิ๊กเบ้ง
ทานฅนเดียวไม่ค่อยจะหมด)

แต่ถ้าไม่ค่อยมีกับข้าวเท่าไหร่
ก็อาจจะสั่งเพิ่มหลาย ๆ ชุดไป

แล้วทุกท่านเวลาสั่งอาหาร
มีวิธีเลือกอาหารยังไงบ้างครับ? แล้วปกติถ้าไปหลาย ๆ ฅนจะสั่งกันกี่จานเอ่ย?

Comments
  1. praew says:

    อืม = =อยากกินข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่ดาวเหยาะซอสแม๊กกี้จัง – – จ๊อกกกกกกกก~

  2. Chantiga says:

    น่าสนใจมาก…หัวข้อนี้ :Dเวลาสั่งอาหาร ปกติทำแบบที่ก้อนบอก คือมีเนื้อสัตว์กับผัก หรือถ้ามีจานที่เผ็ดจัด ก็ต้องมีแบบที่จืดมาแกล้มกัน แต่เรื่องสั่งให้พอดีกับคนทาน อันนี้ถ้าครั้งไหนไปหลายคน แล้วจบด้วยอิ่มหนำสำราญและไม่เหลือทิ้ง จะภูมิใจมากๆ อันนี้คุณพ่อเยี่ยมมาก มักสั่งได้พอดีไม่เหลือไม่ขาด เพราะฉะนั้นถ้าต้องนัดเลี้ยงแขกหรือเพื่อน บางทีก็ปรึกษาคุณพ่อ 😛 แต่เปาว่ามันก็ขึ้นกับร้านและเมนูด้วย เพราะบางร้านเสิร์ฟปริมาณน้อย-มากไม่เหมือนกัน อาหารต่างกัน ปริมาณการรับประทานก็ไม่เท่ากันอีก

  3. ํํIf you want to find something says:

    ส่วนใหญ่เราจะนั่งรอ…กินอย่างเดียว แต่พี่ที่เขารู้จักการทำ การกิน การจัดสำรับนี่…เขาก็จะประมาณนี้แหละค่ะ สั่งอาหารที่เข้าชุดกัน มันเป็นศิลปะอย่างนึงนะแต่ปริมาณนี่เขาคำนวณได้พอดีตลอดเลย …นับถือค่ะ….เราไม่ค่อยถนัดไง

  4. c e r e a l says:

    วิธีสั่งของแอ้คือ ..อะไรอร่อย หรือ น่าอร่อย ก็สั่งค่ะอาหารไม่เริ่ด แต่ถ้าเพื่อนร่วมมื้อโอเคซะอย่าง เดี๋ยวมันก็อร่อยเอง ยกเว้นบางทีจะมีเซ็งๆ กับประโยคประเภท "แก..ชั้นไม่กินพริกหยวก" (ก็เขี่ยออกสิจ๊ะ) "ไม่กินเนื้อ! ที่บ้านนับถือเจ้าแม่กวนอิม" (เอ๊า .. แกก็ไม่ต้องทานสิ ถ้าชั้นนับถือเจ้าแม่โพสพ ชั้นจะไม่กินข้าวเลย ดีแมะ?)

  5. Paul_012 says:

    จืด+จืดนี่ผมก็กินประจำนี่นา

  6. Chayanin says:

    ดูมีหลักการดี ชอบๆ

  7. Chayanin says:

    จะว่าไป ดูเป็นบล็อกของคนเรียกชีวะดีอ่ะครับ (ทั้งที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับอะไรที่เรียนมากนัก ฮ่าๆ)

  8. katachi says:

    ข้าวตูกินหมดอ่ะ สั่งมาเถอะ555555555555 เวลาไปกินข้าวกับเพื่อนเยอะๆ ใช้วิธีใครอยากกินอะไรก็สั่ง ไม่ต้องกลัวเหลือ เพราะเพื่อนๆ(โดยเฉพาะในคณะ) สามารถกินอาหารได้เหมือนตัวเองเป็นหลุมดำ วางๆหาย วางๆหาย ดังนั้นถ้าใครอยากกินอะไรก็สั่งไปเยอะๆค่ะ ง่ายดี ถ้าจากเราเกิดกินไม่หมด เพื่อนผู้น่ารักก็สามารถจัดการให้หายเรียบได้เช่นกัน เยี่ยมมาก

  9. Piyapong says:

    เอนทรี่นี้คือเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว แต่หลายคนมองข้ามและหลงลืมไป

  10. Diary on Line says:

    เรื่องอาหารชอบเลยค่ะ การสั่งอาหารเข้าชุด(เบา-หนัก)ถ้ากินกันสองคนก้อง่ายหน่อยของโปรดฉัน ของโปรดเธอ เเละสุดท้ายอาจจะเป็นเมนูร่วมโปรดค่ะ ถ้าคนเยอะ เป็นสิบคน และสั่งสิบอย่างแนะนำว่าแบบราดข้าวจานใครจานมันดีกว่าค่ะ อิอิสิบคน ห้าอย่างสองชุดน่าจะเหมาะกว่าในการทานอาหารร่วมกัน สั่งเมนูกลางๆ เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนต้องการเมนูพิเศ๊ษพิเศษจิงจิง เเล้วก้อจะมีคนที่กินอาไรก้อได้สั่งมาเหอะมาบาลานซ์นอกจากที่ต้องคำนึง จืด(เบา) จัด(หนัก) เเล้ว ต้องคำนึงแห้ง-น้ำด้วยนะคะ

  11. ก้อน Masatha says:

    praew ³² >>> 555+ simple menu but induce hunger jingjing na niaaaaChantiga C. >>> as far as I know, the korean food is quite balance both meat&veg and taste chai ruu plao a krub?If you want to find so… >>> to order with the correct amount is hard jing jing krub ^^

  12. ก้อน Masatha says:

    katachi khaotu >>> whoaaaa, your friends are great na nia. Want to join sometimes bang na ja.Freddie Ljungdurst โจ้ >>> thank you krub ^^Diary on Line ร้ายตัวแม่ >>> Owww, thank you krub ^^ nice principle na haaa

  13. June says:

    for us (my family and friends, 4ppl approx.), 8 dishes at least…can u believe that? LOLall we think is just order whatever u want, dont worry we can literally eat them all, seriously hahahaso, it doesnt matter much for somebody who are obsessed with food like us. Thank lord we met each other^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s