อ่อย

Posted: August 24, 2010 in Love Series

ถ้าเคยอ่านผ่าน ๆ
ตาบล็อกของผมมาสักพัก ก็จะพอทราบว่า
ผมเป็นฅนที่ชอบสัมภาษณ์ชาวบ้านชาวช่องเกี่ยวกับเรื่องความรักอยู่บ่อย ๆ ครับ
นอกจากเรื่องคำถามเบ ๆ ประมาณว่า ชอบอีกฝ่ายเพราะอะไร?

คำถามอีกคำถามที่ชอบถามก็คือ
ใครชอบใครก่อน? แล้วจีบอีกฝ่ายยังไง?

ซึ่งบางทีไปถามผู้หญิงนี่ก็เสี่ยง
ๆ ครับ แต่ก็อาศัยว่า ซี้ ๆ กันน่า ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร คุยเรื่องอื่นแทนก็ได้
บลาบลาบลา


แต่ที่น่าสนใจก็คือ
สมัยนี้ ผมพบว่า ผู้หญิงยอมรับมากขึ้นครับว่า เป็นฝ่ายชอบผู้ชาย แล้วก็เริ่มจีบผู้ชายก่อน
ซึ่งผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีครับ เพราะผู้ชายห่วย ๆ
บางฅนที่ไม่มีความสามารถในการจีบผู้หญิงเองเนี่ย
บางทีก็อาจจะต้องรอให้ผู้หญิงตาแหลมมองเห็นคุณความดี แล้วมาจีบเราก่อน
ไม่งั้นชาตินี้ทั้งชาติก็อาจจะหาแฟนไม่ได้ (….ฉึกเลยสิพวกมึง)

เคยคุยกับเพื่อน
(ที่ซี้ ๆ กันหน่อย) แล้วสนุกมากครับ เพราะเค้าก็บอกว่า เค้าชอบผู้ชายฅนนี้ก่อน
แล้วก็เล่าให้ฟังว่า มีกรรมวิธีร้อยแปดพันประการยังไง ในการขุดบ่อล่อปลา
วางเหยื่อไว้ จนอีกฝ่ายเข้ามาฮุบจนดิ้นไม่หลุด (ที่เจ๋งกว่านั้นก็คือว่า
ฝ่ายที่เป็นเหยื่อ ดันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่าที่ประสบความสำเร็จเนี่ยสิ
อันนี้ฮาสัด)


นั่งฟังเรื่องที่เพื่อนเล่าเสร็จเนี่ย
ผมก็นึกถึงหนังสือที่ผมเพิ่งอ่านจบได้ไม่นานครับ เป็นหนังสือเกี่ยวกับบุคลิกภาพ
และการแสดงออกทางภาษากาย

คือตอนนั้นเป็นช่วงเขียน
thesis ครับ มู้ดมันจะสวิงขึ้นลงอย่างแรง
(ใครผ่านภาวะนั้นแล้วคงนึกออก) ผมไปดูหนัง แล้วก็ตามฟอร์มคือ
ระหว่างรอดูหนังก็ไปแกร่วอยู่ร้านหนังสือ เปิดเล่มนี้มาอ่านพบว่าน่าสนใจดี
แล้วไม่สามารถยืนอ่านจนจบในร้านได้ก็เลยซื้อกลับมา กะว่า จะเอามาดูว่า ตอน
present
สอบ เราควรปรับปรุงอะไรบ้าง

ซึ่งผมพบว่า
มีข้อปรับปรุงบานเบอะเลยฮะ แต่ก็ได้ความรู้มากเหมือนกัน เช่น ผมโดนติงบ่อย ๆ ว่า
เวลา
present หน้าชั้นจะยืนไม่นิ่ง
โคลงตัวไปมาน่าเวียนหัว 

แต่พออ่านหนังสือแล้ว
เค้าจะบอกเลยว่า การโคลงตัวไปมา ทำให้เราดูตัวสูงขึ้น ตัวใหญ่ขึ้น
แล้วมันช่วยให้เราเพิ่มความมั่นใจในการพูดมากขึ้น ฯลฯ


อย่างไรก็ตาม
ขออนุญาตกลับเข้าเรื่อง

ปกติแล้ว
โดยสามัญสำนึกของเราแล้ว เราจะคิดว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงนั้น
ผู้ชายเป็นฝ่ายเริ่มจีบก่อน ใช่ไหมครับ?

แต่หนังสือนั่นฟันธงเลยครับว่า
ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
!

อธิบายได้ว่า
โดยธรรมชาติ ผู้ชายก็ชอบมองผู้หญิงสวย หรือ หน้าตาดีใช่ไหมครับ

แต่เชื่อหรือไม่! ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ เวลาเจอผู้หญิงสวย
จะแค่มองเฉย ๆ
!

แต่ทว่า เมื่อใดก็ตาม
ที่ผู้หญิงส่งสัญญาณเชื้อเชิญออกมา ผู้ชายจะถึงกล้า
take action (เช่นเข้าไปชวนคุย
เข้าไปขอเบอร์)

นี่เป็นเหตุผลครับ
ที่ทำไมผู้หญิงบางฅนที่สวยมาก ๆ แต่ไม่มีผู้ชายมาจีบ ในขณะที่ผู้หญิงบางฅน
หน้าตาธรรมดา แต่มีแต่ผู้ชายรุมล้อม

นั่นก็เพราะว่า
ผู้ชายจะเริ่มดำเนินการใด ๆ ก็ต่อเมื่อ
จับสัญญาณที่ส่งมาจากผู้หญิงนั้นได้ครับ
ถ้าไม่มีสัญญาณใด ๆ เลย ก็จะไม่กล้าทำอะไร (ผู้ชายบางฅนคงนึกออก
ว่ามีผู้หญิงที่เราเจอแล้ว สวยจนเหลียวหลังเลยว่ะ แต่ดูแล้วน่ากลัวจี๊บเป๋ง
ไม่กล้าเข้าใกล้เลย
นั่นก็เป็นเพราะว่า
อีกฝ่ายหนึ่งไม่ส่งสัญญาณเชื้อเชิญใด ๆ ออกมาครับ เผลอ ๆ ส่งสัญญาณปฏิเสธออกมาด้วย)

ผู้หญิงที่มีความสามารถในการส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมา
ก็จะมีโอกาสดึงดูดผู้ชายให้เข้ามาทำความรู้จัก หรือมีปฏิสัมพันธ์ได้มากกว่าครับ และในทางกลับกัน
ผู้ชายที่
จับสัญญาณได้เก่ง ก็จะมีโอกาสที่จะจีบผู้หญิงติดมากกว่าผู้ชายที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
แล้วดุ่ย ๆ เข้าไป เพราะผู้ชายที่จับสัญญาณเป็น ก็จะรู้ว่า ตอนไหนควรรุก
ตอนไหนควรถอย หรือตอนไหนที่ผู้หญิงเขาไม่ต้องการเราแล้ว (กลายเป็นว่า คารม
และการเอาอกเอาใจ กลายเป็นเรื่องรองไปซะงั้น
!)

ในหนังสือก็บอกว่า
การส่งสัญญาณมีหลายรูปแบบครับ แต่เนื่องจากเป็นหนังสือเกี่ยวกับบุคลิกภาพ
ก็พูดถึงแค่สัญญาณทางกายกันได้แก่ท่าทาง หรือกิริยาเท่านั้น (แต่ถึงขนาดนั้นก็มีเป็นสิบ
ๆ ข้อแน่ะครับ)

โดยพื้นฐานก็อย่างเช่น
การหันมาสบตา
2-3 วินาที
ก่อนเมินไปทางอื่น, การหันมามองแล้วยิ้มที่มุมปากแวบเดียว, การขยับตัว เปลี่ยนท่านั่งเวลาที่ผู้ชายที่ปิ๊งเดินผ่าน,
การถือของโดยหันโชว์ข้อมือออกไป หรือ การนั่งชันศอกเอามือซ้อนคว่ำรองไว้ที่คาง ฯลฯ

ซึ่งพอผมอ่านแล้ว
ก็ประหลาดใจหลายข้อครับ บางข้อก็ดูเป็นกิริยาธรรมดา บางข้อก็ ว้าว
นี่เป็นสัญญาณเองเหรอเนี่ย เวลาเจอนึกว่ากรูตาฝาด (ฮา)

 

อย่างไรก็ตาม
ขอย้ำอีกครั้งว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว
สัญญาณเหล่านี้จะส่งออกไปโดยที่ผู้หญิงไม่รู้ตัวน่ะนะครับ นั่นก็หมายความว่า
ผู้หญิงที่ส่งสัญญาณเก่ง ๆ อาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ผู้ชายมารุมล้อม
แต่เป็นธรรมชาติของเจ้าตัวแบบนั้นเอง มักจะเกิดตามสัญชาติญาณมากกว่าเป็นการปรุงแต่งท่าทางกิริยา
(พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นไปเองโดยที่ไม่ได้จงใจ) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแรด กระซู่
กูปรี หรือความกระแดะแต่อย่างใด

 

ที่ผมชอบก็คือ
ท้ายบทของหนังสือเล่มนั้น บอกว่า ถ้าเปรียบเทียบกลวิธีในการดึงดูดอีกฝ่าย กับ
วิธีการจับปลาแล้วล่ะก็

ฝ่ายหญิงก็เป็นชาวประมงเชี่ยวชาญ
ที่มีอุปกรณ์ในการจับปลาให้เลือกสรรค์อย่างพรั่งพร้อม ไม่ว่าจะเป็น เบ็ด อวน แห
ที่ดักจับ พร้อมเหยื่อนานาชนิด

ในขณะที่วิธีจับปลาของผู้ชาย
ทื่อพอ ๆ กับการที่กระโจนลงไปในน้ำ แล้วพยายามเอาไม้ในมือตีไปที่หัวของปลาตรง ๆ
…….(เปรียบเทียบได้ฮาโคตร ๆ)

ถ้าเป็นภาษาไทย ก็คง
= ‘มารยาร้อยเล่มเกวียนละมั้งครับ ^_^

 

ปล.
ผู้ชายฅนไหนที่มีแฟนแล้ว ลองย้อนกลับไปนึกก็ได้ครับว่า ตกลงแล้วเราเป็นเหยื่อ
หรือเราเป็นผู้ล่ากันแน่? (ฮา)

Comments
  1. Chantiga says:

    may I ask the title of book that you read ^^ It’s interesting :)I am not good to learn personality by character but I’d like to learn from eyes.Ex: when I talked to foreigner, sometime I may can’t catch all words but eyes can tell me something.Do you believe me? Fun story is I talked to Italian guy and he always wear sun-glasses. His English is difficult to me and I stared at his eyes until he had to take his eye-glasses off 😀

  2. Avena says:

    ขอชื่อหนังสือด้วยคนครับ ;D

  3. ก้อน Masatha says:

    5555555 ชื่อหนังสือคือ the definition book of body language ครับ ผู้แต่งคือ Allan & Barbara Pease (ผู้แปลคือ คุณ พลอยแสง เอกญาติ) สำนักพิมพ์มตืชน ส่วนบทที่ผมพูดถึงคือบทที่ 15 ท่าเกี้ยวพาราสีและสัญญาณดึงดูดใจครับ ^^

  4. Chantiga says:

    โอ้…รายละเอียดพร้อมเลยทีเดียว ขอบคุณค่า แต่ว่าคงต้องหาเป็นภาษาอังกฤษมาอ่านอ่ะ

  5. Diary on Line says:

    ห้าห้า ++ อ่านเเล้วฮาจริง อะไรจริงเปรียบเทียบวิธีจับปลา ของผู้ชายได้น่ากลัวจัง กระโจนน้ำไปตีหัวเลย เเบบนี้ปลาตื่นหมด(ฮาร์ดคอร์)เกิน แต่ถ้าตีทันก็ได้มาเป็นของตายเลย>> เพราะไปไหนไม่รอด ^.^ คิ_คิเหอะเหอะ..ถ้าเปรียบผู้หญิงเป็นชาวประมงที่สารพัดอุปกรณ์ ไว้ต้อนสารพัดเหยื่อ สงสัย"อ่อยเอามันส์"เเน่เลยเนี้ยไม่เจาะจง อิอิคำว่า อ่อย เหมือนจะใช้ได้กับผู้หญิงสวยนะคะ ทำให้ผู้ชายหลายคนสนใจได้

  6. Diary on Line says:

    อย่าง Diary อ่อยให้ผู้ชายมองแบบเลียวหลัง คงเป็นเรื่องยากกกกกกกกมากกก ถ้าไม่เดินไปชนเอาเลย(เอ๊ะ..แต่เรียกอ่อยรึป่าวเดินชน)คือทำได้เพียง ชอบคนนี้ เเล้ว ตกเอาเป็นสเตป สเตป ไป เลย อิอิ

  7. Unknown says:

    +++ โอววว.. (ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ 55555)

  8. Piyapong says:

    เหยื่อแน่นอนครับ

  9. ํํIf you want to find something says:

    ไม่ใช่แค่ชอบแล้วจีบเลย แต่แค่..เคยเห็นประวัติ ขอลองจีบซักตั้ง..แค่นั้นเองไม่รักก็จีบก่อนได้ ขำ ขำหน่า

  10. ํํIf you want to find something says:

    ขอตอบเรื่องเหยื่อ…แรกๆหลงดีใจว่าเราเป็นเป็นผู้ล่า…ที่ไหนได้

  11. Mink says:

    I do love your last part. :))

  12. Rinrada says:

    นี่เป็นเหตุผลครับ ที่ทำไมผู้หญิงบางฅนที่สวยมาก ๆ แต่ไม่มีผู้ชายมาจีบ ในขณะที่ผู้หญิงบางฅน หน้าตาธรรมดา แต่มีแต่ผู้ชายรุมล้อม :: อื่ม จากประโยคนี้ – – หลิน กรณีแรก 55555555555555555555555 ล้อเล่น ๆ5 5 55

  13. Diary on Line says:

    ลืมอ่าน ปล. สรุปใครเป็นเหยื่อ ใครเป็นผู้ล่าเเย่งกันเป็นผู้ล่าค่ะ ยังหาบทสรุปไม่ได้ !! ..เขาก้อบอกเขาจีบก่อน เราก้อบอกเราจีบก่อนเขาเป็นคนเข้ามาขอเบอร์เราก่อน ……เเต่เราเป็นฝ่ายโทรหาเขาก่อน(เเรว๊งงง)>> (ยิ้ม)

  14. ก้อน Masatha says:

    Diary on Line ร้ายตัวแม่ >>>> gragggg บรรยายซะเห็นภาพเลยจ้า เรื่องอ่อยเนี่ย ไม่ต้องสวยก็อ่อยได้นะจ้ะ ส่วนเรื่องตีหัวปลา เห็นเค้าว่า ส่วนใหญ่ ปลา ‘ยอม’ โดนตีหัวแต่โดยดีอ่ะจ้ะ เหอ ๆ ๆ เดี๋ยวนี้โทรหาผู้ชายก่อนเนี่ย ขำ ๆ มากนะจ๊ะ

  15. ก้อน Masatha says:

    @Rinrada, กร๊ากกกกกก ผู้ชายรุมตอมขนาดนี้ยังว่าไม่มีอีกเรอะ!@Mink, เนอะ เค้าเปรียบเทียบซะเห็นภาพเลยยยย@ํํIf you want to find so… . ๕๕๕๕ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้นะครับ เนี่ยยย

  16. ก้อน Masatha says:

    @Freddie Ljungdurst โจ้ – graggg ไม่ต้องคิดเลยใช่ไหมเนี่ยยย@May, ๕๕๕๕ ถึงกับอึ้งเลยเรอะ++++@Chantiga C. , ตกลงห้องสมุดมีใช่ไหมครับ ^^

  17. Chantiga says:

    @Masatha: Now I am reading it :Djust introduction part, I was laugh a lot with their story :)I know that the purpose of this book is to learn about body language but it’s really fun for me :)Thanks for recommended good book ^^

  18. June says:

    จุดๆนี้ต้องซื้อมาอ่านแล้วฝึกอีกล้านเล่มเกวียนบ้างต้องขยายขอบเขตความเป็นผู้ล่าซะบ้างแร้ววเรา

  19. ก้อน Masatha says:

    @Chantiga C. >>> 555 hope you have fun with it na ha ^^@June S.Santijitrungruang >>> gragggg, I think it’s not the main purpose of this book na ja, but well, I understand, anyway.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s