เล่าเรื่องด้วยรูป

Posted: September 27, 2010 in เล่าเรื่องด้วยรูป
ผมกำลังคิดจะเปิดหัวข้อบล็อกอันใหม่ครับ ในหัวข้อที่ชื่อว่า เล่าเรื่องด้วยรูป

อย่างที่หลาย ๆ ฅนรูปหนี่งรูปแทนคำนับพันคำ… ปกติแล้วเวลาผมเขียนบล็อก ก็จะมีตัวอักษรติดกันเป็นพืดไปหมดเลยครับ ไม่ค่อยมีภาพประกอบให้เจริญหูเจริญตา เหมือนของแอ้ หรืออย่างของน้องเป๊ป

ผมเพิ่งมีภาพประกอบลงบล็อกเมื่อไม่นานมานี้เองครับ ก็ต้องขอขอบคุณปณัสย์ที่ช่วยแนะนำเทคนิคนะฮะ

ตอนนั้นผมก็ถามปนัดว่า อยากเอาภาพลงบล็อกทำไงดี?

ปนัดก็บอกว่า ต้องเอารูปไปฝากไว้ที่เว็บอีกที แล้วค่อย embed มันลงมา

เดิมผมฝากรูปไว้ที่ photobucket ครับ แต่ต่อมามันเป็นอะไรไม่ทราบ โหลดรูปไม่ค่อยติด ผมก็เลยเลิก พอถามเพื่อนที่เป็นช่างกล้องดู เพื่อนก็แนะนำให้ใช้ multiply ผมก็เลยหลังขดหลังแข็ง นั่งย้ายรูปทั้งหมดในเครื่องลง multiply ครับ

สักพักหลังจากนั้น เหมือนกับว่าต่อมา flickr จะมีระบบการจัดการรูปภาพที่ดีกว่า (คิวบิกก็เก็บรูปไว้ที่นั้น) แต่ผมขี้เกียจย้ายรูปแล้วละครับ ปัจจุบันก็เลยดองรูปทั้งหมดไว้ที่ multiply อย่างเหนียวแน่น

อย่างไรก็ตาม รูปที่ multiply ผมใช้สำหรับสองหน้าที่เท่านั้นเอง คือ 1.ไว้สำหรับ back up รูปเผื่อกรณีรูปในคอมพ์หาย กับ 2. ไว้สำหรับเวลาโหลดรูปลงบล็อก
จุดประสงค์ที่ผมใช้ multiply ไม่ได้ไว้โชว์รูป หรือโชว์อัลบั้มเหมือนฅนอื่น ๆ ครับ เพราะงั้น รูปที่ลงใน multiply ผมก็จะโหลดมาจากคอมพ์เกลี้ยง ไม่มีการคัดรูป หรือไม่มีการตกแต่งรูปใด ๆ จะใช้เมื่อไหร่ค่อยงัดเอามาจากในคอมพ์อีกที … เพราะงั้น ถ้าเข้าไปใน multiply ของผมก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ จะมีรูปเกลื่อน ๆ เต็มไปหมด รูปไม่ได้ตกแต่ง แล้วบางทีก็จะมีรูปซ้ำ ๆ กันบ้าง

พูดถึงรูปก็ขอเล่าการจัดระบบรูปของผมหน่อยครับ รูปที่ผมมี หลัก ๆ มาจาก 2 แหล่งครับ คือ 1. กล้อง ตัวเอง 2. กล้องชาวบ้าน (เอ๊ะ ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้มั้ง?)

1. กล้องตัวเอง

กล้องผมยี่ห้อ Sony ครับ เป็นกล้องกากสสสสสส์ อายุร่วม 10 ปีแล้ว แถมหน้าจอก็ไม่ค่อยดี เวลาถ่ายรูปต้องเอามือเคาะ ๆ ไม่ให้สีมันเพี้ยน (ใครเคยเห็นผมปลุกปล้ำกับกล้องตัวเองคงนึกออก)

พี่ณัชเคยบอกว่า ‘ตอนผมไปญี่ปุ่น เห็นเค้าเอากล้องรุ่นนี้มาใส่กระบะ วางขายแบกะดินด้วยครับ ขายตัวละ 100 เยน (30 กว่าบาท) เกือบซื้อมาโปรยใส่พี่ก้อนแล้ว โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ’
….คือผมยอมรับว่า ผมไม่ได้เล่นกล้องน่ะครับ เวลาถ่ายรูปก็ไม่เน้นเอาสวย เน้นเก็บเรื่องราวมากกว่า

เหตุผลก็คือสืบเนื่องจากสมัยเด็ก ๆ น่ะครับ เวลาผมไปไหนมา ก็จะถ่ายมาแต่รูปวิว เสร็จแล้วกลับบ้านก็จะโดนที่บ้านด่าว่า ถ่ายมาทำไมรูปวิว กรู (พ่อกับแม่) อยากดูรูปเมิง (ว้อย) …
แล้วก็มาเข้าใจความรู้สึก ตอนที่น้องผมไปญี่ปุ่นร่วม 3 อาทิตย์ครับ กลับมาทั้งอัลบั้มแม่งมีแต่รูปวิว ผมพลิก ๆ ดูก็จะหงุดหงิดมาก เพราะอยากดูรูปน้องผมตอนทำกิจกรรม…พวกรูปวิวตรูเสิร์ชหาเอาในเว็บ หรือไปซื้อโปสการ์ดก็ได้ (ฟระ)

สำหรับผมแล้ว คุณค่าของรูปมันอยู่ที่ ฅนในรูป มากกว่า สถานที่ หรือความสวยงามน่ะครับ

หลังจากนั้นมา ก็ติดเป็นนิสัยครับ เวลาถ่ายรูป จะไม่ถ่ายรูปเอง แต่ยื่นกล้องให้ฅนอื่นถ่ายให้…เพราะฉะนั้น ถ้ามาดูรูปผมในกล้อง 99% จะเป็นรูปผมครับ (ซี่งบางทีมันก็ดูหลงตัวเองมาก ๆ) น้อยครั้งจริง ๆ ที่จะยกกล้องไปถ่ายรูปฅนอื่น

แม้กระทั่งเวลาไปถ่ายกับดารา (ผมเห่อดารา) ฅนอื่นก็จะยกกล้องถ่ายใช่ไหมครับ ผมก็จะรู้สึกว่า ถ้าอยากได้รูปดารา เสิร์ชเอาจากเน็ตก็ได้เฟร้ย แต่มันจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมีเรายืนกอดคอดาราในรูปต่างหาก (คิดพลาง ก็ยื่นกล้องให้เพื่อนแล้วบอกว่า ‘เฮ้ย เมิงช่วยถ่ายรูปกรูกับ (ชื่อดารา) หน่อยได้ป่ะ?’ แล้วก็เดินไปยืนยิ้มเผล่อยู่ข้าง ๆ พร้อมชูสองนิ้ว)

2. กล้องชาวบ้าน

ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นรูปจากค่ายน่ะครับ ที่อัพโหลดลงเว็บบ้างอะไรบ้าง หรือว่าติดแท็กมาจาก Facebook บ้าง

เวลาได้รูปค่ายมานี่ บางฅนก็น่าจะชอบที่เก็บลิงค์ไว้ดูรูปทั้งงาน แต่อย่างที่บอกว่า ผมชอบเก็บแต่รูปของตัวเอง เพราะงั้น ก็จะเซฟไว้เฉพาะรูปตัวเองลงคอมพ์ รูปฅนอื่นไม่อาวววว ดังนั้น เวลาหมดค่ายที่ ก็ต้องหาเวลามานั่งดูรูปในค่าย แล้วก็คัดเอาแต่เฉพาะรูปตัวเองมาเซฟเก็บไว้

เวลาเซฟเก็บก็มีปัญหาครับ เดิมผมแยก folder ไว้เป็นชื่องาน เช่น ชื่อค่ายนี้ ๆ หรือ งานนี้ ๆ แต่ปัญหามีอยู่ 2 ประการคือ 1. พอเก็บไปนาน ๆ ก็เริ่มงงว่า ค่ายไหนมาก่อน ค่ายไหนมาหลัง หรือว่า ไอ้ค่ายที่ทำนี่มันปีพ,ศ,ไหน กับ 2. ค่ายบางค่าย แค่แวะไปแว้บ ๆ บางทีทั้งงานมีอยู่แค่ 2 รูป ก็ไม่รู้จะแยกออกมาเป็น folder ใหม่ทำเตี่ยอะไร

ปัจจุบันนี้ก็เลยเซฟไฟล์ไว้เป็นปี ๆ แทนครับ ไม่แยกตามงานแล้ว แล้วเวลาตั้งชื่อรูปก็ตั้งตามวันที่ (แล้วค่อยต่อด้วยชื่องาน) แทน จะได้ทราบว่า งานไหนมาก่อนมาหลัง

***

ทีนี้ ผมเคยเอารูปมาเล่าในบล็อกแล้วเหมือนกันครับ เดิมใส่ในอัลบั้มของ spaces ไว้ พอเล่าเรื่องไหนก็บอกว่า เออ รูปประกอบอยู่ในอัลบั้มนะเธอ เข้าไปดูได้

แต่ที่ ‘เล่าเรื่องด้วยรูป’ จริง ๆ คือเอารูปเป็นตัวนำ (ไม่ใช่เรื่องเป็นตัวนำแล้วรูปค่อยมาประกอบ) ก็ในเอนทรี pic of year 2009 นี่แหละครับ

ตอนนั้นก็คือจัดเรียงรูปของปีนั้นครับ แล้วก็พบว่ามีหลายรูปที่ชอบมาก ชอบเป็นพิเศษ (สมัยที่ผมถ่ายรูปลงฟิล์มนี่ มีให้คะแนนความชอบหลังรูปถ่ายด้วยนะครับ) เกิดมีความรู้สึกอยากจะคัดรูปเด่น ๆ ของปีนั้นมาไว้ที่เดียวกัน เวลาดูจะได้ชื่นชมทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาไปดูรูปอื่น ๆ ที่เราอาจจะไม่ประทับใจมากเท่าไหร่

ก็เลยเป็นที่มาของเอนทรีนั้นน่ะครับ
(อ่านรายละเอียดได้ตามลิงค์)

http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3301.entry

http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3325.entry

แล้วก็คิดว่า ต่อจากนี้ไป จะทำแบบนี้ทุก ๆ ปีครับ (ถ้าไม่เบื่อเสียก่อน) ก็คือคัดรูปที่ประทับใจประจำปีมาเล่าเป็นเรื่องราว ถ้าใครอยากดูรูปของปีนี้ (2010) ก็รอได้ปลายปีเดือนธันวานะครับ (โฆษณาล่วงหน้า เหอ เหอ เหอ)

ทีนี้นอกจากจะจัดการกับรูปเรียงตาม timeline แล้ว บางครั้งรูปหลาย ๆ รูป จากหลาย ๆ ปี ก็สามารถเอามาเชื่อมต่อเป็นเรื่องราวได้เหมือนกันครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่ผมจัดเรียงรูปเมื่อของครึ่งปีแรก ของ 2010 ครับ ตอนนั้นเกิดนึกไงไม่ทราบ นั่งเปิด ๆ ดูรูปที่เก็บไว้ในอัลบั้มทั้งหมด แล้วก็สะดุดใจรูปที่ผมถ่ายกับน้องชาย ซึ่งมีไม่เยอะมากเท่าไหร่ (เพราะปกติเราจะถ่ายเป็นครอบครัว) แต่ว่าแต่ละรูป มีเรื่องราวอะไรบางอย่าง ที่มันเอามาเชื่อมต่อกันได้ … ไม่ได้แป็นแค่รูปที่ยืนถ่ายคู่กันธรรมดา ผมก็เลยเอามาจัดการเป็นเอนทรีสำหรับ วันเกิดน้องของผมครับ (เขียนเสร็จดองไว้เป็นเดือนเลยฮะ กว่าจะได้ลงจริง ๆ) ซึ่งเอนทรีนี้ก็เพิ่งเขียนไม่นานนี้เอง

แต่ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน ลองเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์ครับ

http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3791.entry

อีกเอนทรีนึงก็เป็นเรื่องเคราครับ น่าสนใจมาก แต่กว่าจะคัด + เรียงรูปได้ ก็เสียเวลาไปนานโข แต่ก็เป็นบล็อกที่ผมชื่นชอบมาก ๆ อันนึงนะครับ

http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3771.entry

หลังจากนั้น ผมก็รู้สึกว่า เออ รูปนี่มันทรงพลังดีแฮะ จากเดิมที่เวลาถ่ายรูป จะถ่ายรูปตัวเอง ตอนนี้ก็ถ่ายแหลกเลยครับ 55+ แต่เวลาถ่ายรูปผมถ่ายไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเท่าไหร่ฮะ แทนที่จะถ่ายรูปวิวสวย ๆ ผมก็ถ่ายอะไรในชีวิตประจำวันแทน เช่น หนังสือที่อ่าน (ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) อาหารที่ทาน (จริง ๆ จะว่าไปหลายฅนก็ชอบถ่ายอาหารนะเนี่ย) บางรูปก็ถ่ายไว้ก่อน ยังไม่มีไอเดีย แต่บางรูปก็มีเรื่องราวไว้ในใจแล้ว

ปล. แล้วทุกท่านมีวิธีจัดการกับรูปตัวเองยังไงบ้างครับ?

Advertisements
Comments
  1. Paul_012 says:

    ภาพจากกล้องถ่ายรูป (ไม่ค่อยมี เพราะไม่ค่อยได้ถ่าย) มักจะแยกอยู่ตาม folder ที่ตั้งชื่อขึ้นต้นด้วยวันที่อยู่แล้ว แต่ภาพจากมือถือ (ที่ส่วนใหญ่ก็ถ่ายโน่นถ่ายนี่ตามทางเสียมากกว่าจะถ่ายตัวเองถ่ายเพื่อน (ลองดูใน Flickr)) ส่วนใหญ่จะกองรวมกันอยู่ใน folder ชื่อ Unsorted จำนวนมหาศาลFlickr ถ้าไม่จ่ายตังมันจะ browse เข้าไปดูได้แค่ 200 รูปล่าสุดครับ

  2. Paul_012 says:

    ป.ล. เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เก็บอะไรไว้ขึ้น Flickr เท่าไร ในยุคโลกออนไลน์สมาธิสั้นนี้มักจะถ่ายแล้วแปะลง Twitpic เลยมากกว่า

  3. Piyapong says:

    ผมยังชอบเก็บไว้ในคอมพฯ เหมือนเดิมครับชอบที่บอกว่าถ่ายไม่เน้นสวยแต่เน้นเรื่องราวผมชอบแบบนี้มากเหมือนกัน

  4. Chayanin says:

    ของ Flickr ที่ดี เข้าใจว่าเป็นส่วน paid ครับ ถ้าไม่ได้ใช้แบบ paid ก็ไม่ได้เหมาะกับงานที่พี่ก้อนจะใช้มากไปกว่า service อื่นเท่าไหร่ (ส่วนตัวรูปที่ลงบล็อก ผมเคยฝากไว้ที่ photobucket ครับ แต่บล็อกใหม่นี่ อัปที่ picasa แทน ติดอยู่ใน matrix ของ google มากๆ)

  5. Chayanin says:

    ส่วนรูป ถ้ารูปสมัยก่อนที่เคยกองๆ ไว้ ตอนนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในโฟลเดอร์ yyyymmdd_title ครับ ข้อดีคือ รู้เวลา sort ตามเวลา และรู้ว่ามันงานไหน แต่ถ้ารูปใหม่ๆ หน่อย โปรแกรมที่ใช้ดึงรูปมันจะแยกโฟลเดอร์ตามวันเป็น yyyy/mm/dd/ ไปเลย ก็ยังขี้เกียจไปเปลี่ยนแปลงอะไรมัน

  6. Chayanin says:

    ปล. อยากได้ Flickr แบบเสียเงินเหมือนกันครับ แต่ยังไม่รู้สึกอยากจ่าย 25 USD ต่อปี

  7. ก้อน Masatha says:

    Paul_012 >>> ทวิตเตอร์มันสามารถรวมรูปที่เราเคยโพสท์ไว้เป็นอัลบั้มเดียวได้รึเปล่าครับ?Piyapong Bhookham >>> ก่อนหน้านี้ ชอบดูแบบเป็น hard copy ไม่ชอบดูในคอมพ์เลยครับ แต่ตอนนี้ตรงกันข้ามChayanin >>> โปรแกรมใหม่ ๆ นี่สะดวกดีแฮะ

  8. Chantiga says:

    ภาพถ่าย สำหรับเปาเป็นการเก็บความทรงจำได้ดีอย่างนึง แต่ว่าถ้ามีคำบรรยายใต้ภาพด้วยจะแจ่มมาก เพราะเปาความจำสั้น ต้องมีทั้งภาำพและคำบรรยาย ถึงจะชัดเจน แต่บังเอิญเพิ่งจะมาชอบถ่ายภาพตอนโต แต่ไม่ได้รู้เทคนิคอะไร แค่อยากเก็บภาพสวยๆเพื่อที่ว่าที่บ้านจะได้เห็นเหมือนที่เราเห็น ด้วยความที่ว่าอยู่ต่างประเทศด้วยมังคะ ตอนอยู่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เอารูปลง my space แต่พอมาเกาหลี ลงเฟซบุ๊คทั้งหมดเลย เพราะเขียนคำบรรยายใต้ภาพได้ แล้ว upload ก็ง่ายดีนะคะ

  9. Chantiga says:

    ขอต่ออีกนิด ภาพถ่ายส่วนใหญ่ของเปาจะเป็นวิว เำพราะมักไปไหนมาไหนคนเดียว อีกอย่างถ้าคนถ่ายไม่สนิทด้วย มักยิ้มไม่ออก (เขิน :P) ลงอัลบั้มในเฟซ เปาจะตั้งชื่อตามที่ที่ไป แต่ที่เก็บไว้ในคอม จะเขียนทั้งวันเดือนปี แล้วก็สถานที่เลย ก็บอกแล้ว…ความจำสั้น ^^

  10. PEPsi says:

    เมื่อก่อนเปีปก็มีบล็อกที่เก็บรูปโดยตรงเลยนะ แต่ไม่เอาและ เดี๋ยวนี้ถ้าจะเก็บรูปก็อัพไปพร้อมบล็อกเลย

  11. PEPsi says:

    พี่ก้อนๆ Space มันจะยุบแล้วอ่ะ เลยให้โอนไป word press พี่ก้อนโอนไปหรือยังอ่ะ เป๊ปลองไปใช้ที่นู่นแล้วอ่ะ ไม่ค่อยชอบเลยอ่ะ ยังคิดถึงการใช้ space อยู่

  12. ljungdurst says:

    ผมเพิ่งย้ายมา wordpress ด้วยครับ
    หลังจากเคยใช้พักนึงแล้วไม่ชอบเลย
    แต่สุดท้ายโดนคุณพี่ไมโครซอฟต์เฉดหัวมาที่นี่จนได้
    ลิงค์ผมครับ http://ljungdurst.wordpress.com/
    เอาไว้แอดใส่ blogroll กัน ^^

  13. sameoldjune says:

    ทำไมมันใช้ยากระดับโลกขนาดนี้
    ปล แต่ก็ยังอยากเขียนบล็อกก็ต้องใช้มันอยู่วันยังค่ำ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s