สมัยตอนอยู่ม. 3 ผมเคยต้องเลือกประธานรุ่นครับ ซึ่งเวลาเลือกประธานรุ่นตอนนั้นจะมีวิธีเลือกต่างจากเลือกประธานรุ่นตอนม. 6 นิดหน่อย เพราะไม่ได้โหวตจากทุกฅนในรุ่น แต่จะเอาหัวหน้าห้องของแต่ละห้องมา แล้วก็เลือกกันเอง

ตอนนั้นผมได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นครับ แล้วก็เบื่อมากกกกก กับภาระหน้าที่นี้ จนต้องไปโวยวายกับอาจารย์หัวหน้าระดับว่า ผมไม่ได้อยากเป็น เอาฅนอื่นเหอะ ผมเป็นมาพอแล้ว

สำหรับฅนที่ไม่ได้อยู่สาธิตเกษตร อาจจะงงว่า เป็นหัวหน้าห้อง (หรือประธานรุ่น) มันไม่ดีตรงไหน? ผมอยากจะบอกว่า สมัยนั้นการเป็นหัวหน้ามันเป็นภาระมากเลยครับ เพราะตำแหน่งนี้ไม่ได้รับรองในผลการเรียน (พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีเครดิตใด ๆ) แถมยังโดนกดดันจากทั้งสองฝั่ง เพื่อน ๆ ก็ไม่ชอบเราเพราะเวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็ต้องรายงานอาจารย์ ส่วนอาจารย์ก็จะไม่พอใจถ้าเราปล่อยให้ห้องเละเทะ ผมเคยโดนอาจารย์ให้เป็นฅนจัดที่นั่งให้เพื่อน ๆ ในห้อง รอบแรกเพื่อนอยากนั่งตรงไหนก็ตามใจหมด พอเอารายชื่อส่งอาจารย์ ก็โดนตีกลับมา บอกว่า ให้ฅนสนิท ๆ กัน นั่งติดกัน มันก็คุยหมด แล้วให้ไปจับแยกที่นั่งให้หมด คราวนี้จัดที่นั่งเสร็จ ส่งรอบสองจับเพื่อน ๆ นั่งแยก คราวนี้ก็โดนเพื่อน ๆ ด่าทั้งห้อง (แถมตอนที่อาจารย์บอกเพื่อน ๆ ว่า ผมเป็นฅนจัดที่นั่ง ผมโดนเพื่อนโห่ แล้วปาข้าวของใส่ด้วย)

เห็นความลำบากรึเปล่าครับ?

(ผมอยู่สาธิตเกษตร 12 ปี เป็นหัวหน้าห้อง 11 ปี ไม่ได้เป็นปีเดียวคือตอนม.6 เพราะงั้นผมคิดว่าผมเป็นมามากพอที่จะบอกได้ว่า มันไม่ช่สิ่งบันเทิงน่ะนะครับ แต่สมัยนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ารูปแบบมันเปลี่ยนแค่ไหนแล้ว)

เพราะงั้นตอนที่ผมได้รับเลือกซ้ำเป็นหัวหน้าระดับ ผมก็เซ็งมากเลยครับ พอไปโวยวายกับอาจารย์หัวหน้าระดับ อาจารย์ก็เรียกหัวหน้าห้อง กับอาจารย์ประจำชั้นทุกห้องมานั่งคุยกัน แล้วก็มีประโยคหนึ่งที่ผมจำฝังใจมาจนบัดนี้ คือตอนที่ผมถามว่า ทำไมผมต้องเป็นด้วย ในเมื่อผมไม่ได้อยากเป็นเลย แล้วก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งตอบว่า

“ก็เราเป็นประชาธิปไตย ถึงคุณไม่อยากเป็น แต่เพื่อน ๆ เลือกคุณมา…คุณก็ต้องเป็น”

คงพอนึกออกนะครับ ว่าผมไม่ค่อยมีความประทับใจแรกพบ (first impression) ที่ดีกับคำคำนี้เท่าไหร่

****

ช่วงที่มีรัฐประหาร แล้วคุณสุรยุทธ์เป็นนายก ก็คุยกับเพื่อนที่เกลียดรัฐประหารครับ ผมก็ถามว่า หน้าตารัฐมนตรีก็ออกมาดีนี่นา รัฐมนตรีแต่ละฅนก็ระดับกูรูในสายงานนั้น ๆ แล้ว (เวิร์คกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยอีก) แล้วทำไมถึงไม่โอเคล่ะ (คือผมเฉย ๆ กับรัฐมนตรีที่มาจากรัฐประหาร)

เพื่อนก็ตอบว่า “ก็พวกนี้ กูไม่ได้เลือกมานี่หว่า แล้วมึงล่ะ มึงเลือกเค้ามางั้นเหรอ? ทำไมมึงรับได้?”

คือผมอยากจะบอกว่า ผมก็ไม่เคยเลือกคุณทักษิณเป็นนายกเหมือนกันครับ แต่ก็ต้องอดทนให้คุณทักษิณเป็นนายกมาตลอด 6 ปี เพราะงั้น สำหรับผมแล้ว มันก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่

ตอนนั้นเอง ผมก็เพิ่งตระหนักในทันใดว่า

ถ้าดูแค่ผลลัพธ์อย่างเดียว ไม่สนกระบวนการ สำหรับประชาธิปไตยเสียงข้างน้อย (อย่างผม) แล้ว จะนายกที่มาจากรัฐประหาร หรือนายกที่มาจากการเลือกตั้ง มันก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่

เพราะเราก็ถูกขืนใจ ให้ยอมรับในสิ่งที่เราไม่ได้เลือกเหมือน ๆ กัน

อ่านถึงตรงนี้แล้ว พอเข้าใจความหมายของประโยคที่ว่า “ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบการปกครองที่ดีที่สุด แต่เป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด” รึยังครับ?

ไอ้ฅนที่พูดประโยคนี้เนี่ย มันต้องเป็นฅนในพวกประชาธิปไตยเสียงข้างน้อยแน่ ๆ

***

ถัดจากนั้นมา สมัยคุณอภิสิทธิ์เป็นนายก ประโยคที่ผมได้ยินจากเพื่อน (ฅนเดิม)บ่อย ๆ ก็คือว่า “โอ๊ย เราอยากได้แค่เลือกตั้งนั่นแหละ แล้วถ้าประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมากนะ กูแฟร์พอว่ะ จะยอมรับโดยดี ไม่บ่นสักคำเลย”

พูดตามตรงนะครับ ผมไม่ค่อยเชื่อน้ำคำไอ้เพื่อนฅนนี้เท่าไหร่

ก็อย่างตอนโหวตรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ 50 มันก็อ้างว่า “โอ๊ย ถึงเสียงข้างมากจะรับ แต่ก็ไม่นับ เพราะมันไม่ได้อยู่ในบรรยากาศประชาธิปไตย” (อ้าว ไหนมึงบอกว่ามึงแฟร์พอไง)

หรือตอนเลือกนายกในสภา แล้วคุณอภิสิทธิ์ได้เสียงข้างมาก มันก็อ้างว่า “โอ๊ย มันไปฟอร์มทีมในค่ายทหาร อันนั้นไม่นับ”(อ้าว ไหนมึงบอกว่ามึงแฟร์พอไง) ทีตอนคุณทักษิณฟอร์มรัฐบาลแรก ใช้พลังดูดกันมโหฬาร ทำไมมึงไม่บ่นสักแอะ (หรือว่าส.ส.ขายตัวให้กับอำนาจเงิน ถือเป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยเหมือนกัน?)

พูดจริง ๆ นะครับ ถ้าเลือกตั้งคราวหน้า แล้วประชาธิปัตย์ได้เสียงข้างมาก ผมว่ามันก็ต้องหาอะไรมาอ้างอีกแน่ ๆ (ข้ออ้างที่เห็นว่ามันอ้างแน่ ๆ ก็คือว่า “กรรมการไม่แฟร์ว่ะ อันนั้นไม่นับ”)

คุยไปคุยมากับเพื่อนจริง ๆ แล้ว ก็ชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่า ในประเทศนี้ จะมีสักกี่ฅนที่รักประชาธิปไตย “จริง ๆ ” กันบ้าง (คือมันก็คงมีแหละ แต่ไม่ชัวร์ว่าจะเยอะอย่างที่อ้าง ๆ กัน)

ผมว่า ที่ปากบอกว่า รักประชาธิปไตย ๆ กันน่ะ มันรักประชาธิปไตยตอนตัวเองเป็น ‘เสียงข้างมาก’ และเกลียดประชาธิปไตยตอนตัวเองเป็น ‘เสียงข้างน้อย’ กันรึเปล่าวะ?

ไอ้ฅนรักประชาธิปไตย แบบไม่ต้องมีข้ออ้างเนี่ย มันมีจริงกันแน่รึเปล่าเนี่ย? (สงสัยน่ะครับ)

ปล. ยังไงผมก็ชอบประชาธิปไตยมากกว่าอยู่ดีนะครับ

ปล.2 แต่ประชาธิปไตยในนิยามของผม ไม่ได้ = เสียงข้างมาก (อย่างเดียว) นะครับ และประชาธิปไตยในนิยามของผม ก็ไม่ได้เท่ากับ = เสรีภาพในการพูดโกหก/ยุยงให้ฅนทำผิดกฎหมาย ด้วย

ปล.3 แต่ถ้าใครจะบอกว่า ผมไม่เป็นประชาธิปไตย อันนี้ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ผมแฟร์พอ

Comments
  1. jinnipar says:

    ขอลาออกจากการเปนประธานรุ่นไม่ไ่ด้เรอะ – –

    • masatha says:

      ก็ตอนนั้นขอลาออกแหละ แต่โดนกดดันเยอะเหมือนกัน กว่าอาจารย์จะยอมเปลี่ยนฅนแล้วเลือกประธานรุ่นฅนใหม่ (คือเป็นเคสแรกน่ะ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครลุกขึ้นมาลาออก พอได้รับเลืือกแล้วก็เป็น ๆ ไป)

  2. ljungdurst says:

    ประชากรคุณภาพต่ำแบบบางประเทศแถวนี้ ไม่เหมาะกับประชาธิปไตยแน่ ๆ ครับ

    • masatha says:

      ต้องนิยามคำว่า ประชาธิปไตยด้วยแหละครับ ^^ คำ ๆ เดียวแต่ถามสิบฅน ก็สิบความหมาย

  3. Chayanin says:

    ไม่รู้ครับ ไม่เคยมีปัญญาได้เป็นหัวหน้าห้อง

    แล้วพี่ก้อนว่าประชามติของพม่า แล้วก็การเลือกตั้งครั้งใหม่ของพม่านี่ ยอมรับได้ไหมครับ

    • masatha says:

      ผมไม่ได้ตามรายละเอียดครับ

      มีอะไรที่พม่าทำ+ เหมือนที่ไทยทำ + แล้วป่านรับไม่ได้ ละครับ?

      เล่าให้ฟังหน่อย

    • masatha says:

      อ้อ ขออีกคำถามครับ

      สมมติเล่น ๆ ถ้าเลือกตั้้งแล้ว พรรคของคุณ อองซาน ซูจี ได้รับเสียงข้างมาก

      จะยอมรับรึเปล่าครับ?

      หรือว่า ยอมรับแค่ตอนพรรคคุณอองซานชนะ แต่ถ้าไม่ชนะ ก็ไม่ยอมรับ?

  4. Pao says:

    ท่าทางการเป็นหัวห้องของก้อนจะเหนื่อยเนอะ…เปาไม่เคยเป็นหัวหน้าห้อง อย่างมากก็เหรัญญิก แต่ก็เข้าใจภาวะกดดันอยู่เหมือนกัน แต่การได้เป็นหัวหน้า หน้าจะสอนอะไรดีๆได้เยอะทีเดียว (ใช่ไหมคะ)

    เรื่องประชาธิปไตยที่พูดมา ขอบอกว่าเห็นด้วยกับที่เขียน คำถามที่อยากถามบางคน คือ ประชาธิปไตยคืออะไร แน่ใจหรือยังว่าเข้าใจ ก่อนเอามากล่าวอ้างและเรียกร้อง

    • masatha says:

      สอนน่ะได้ครับ แต่พอมีเรื่องเต็มใจ ไม่เต็มใจมาเกี่ยวข้องนี่ มันก็ลำบากเหมือนกันครับ
      เห็นด้วยว่าประชาธฺิปไตย มันมีหลายความหมายจริง ๆ ครับ

  5. masatha says:

    จริง ๆ พิมพ์ไปพิมพ์มาก็มีเพิ่มอีกไอเดีย

    กำลังคิดว่า จะต๊ะไว้เป็นเอนทรีใหม่ หรือว่าโพสท์ในนี้เลย

    สุดท้ายก็คิดว่า โพสท์เลยดีกว่า (ชักเริ่มขี้เกียจ)

    ***

    คือผมคิดว่า ประชาธิปไตยเป็นระบบที่ดีในระยะยาว อย่างน้อยก็เป็นเครื่องประกันว่า ถ้ามันจะแย่ มันก็ไม่ได้แย่มาก ในขณะที่เผด็จการ ถ้าดีก็ดีใจหาย (สิงคโปร์?) แต่ถ้ามันชั่ว มันก็ชั่วสุด ๆ ไปเลย

    อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าบางฅนจะมีแนวคิดติดตรึง (fixed idea) ว่าถ้าเป็นเผด็จการ ก็ต้องเป็นเผด็จการไปตลอดชีวิต หรือถ้าเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นประชาธิปไตยไปตลอดชาติ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้

    แต่ส่วนตัว ผมไม่ได้คิดแบบนั้น แล้วก็ยืดหยุ่นกว่านั้นนิดหน่อยนะครับ

    คือโดยปกติก็ชอบประชาฺธิปไตยนั่นแหละ แต่ถ้ามันเละมาก ๆ แล้วจะมีเผด็จการ “ดี ๆ” มาคั่น ซึ่งก็ไม่ต้องนานมาก (เผด็จการนาน ๆ มักจะชั่ว) สักปีสองปี จากนั้นก็จัดเลือกตั้งใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน แบบนี้ผมว่าผมรับได้

    แล้วฅนส่วนใหญ่ (ที่ตอนนั้นไม่ออกมาต่อต้านรัฐประหาร) ก็อาจจะมีความคิดยืดหยุ่นแบบนี้แหละ (จริงรึเปล่าผมไม่ทราบ เดาเอา)

    ไอ้เสรีภาพในการแสดงความเห็น หรือ สิทธิในการโหวต สำหรับผมมันก็ดีอยู่หรอกครับ แต่ส่วนตัวผมว่ามันมีอะไรสำคัญกว่านั้นตั้งเยอะ เช่น ชีวิต ทรัพย์สิน ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย ฯลฯ เพราะงั้น จะพรากเสรีภาพในการแสดงความเห็นผมไปสักระยะ (แต่ต้องคืนนะ) สำหรับผมแล้ว จิ๊บจ๊อยมาก

    ถ้าลองมองย้อนกลับไป อย่าลืมว่า ไอ้สมัยเผด็จการ ๆ เนี่ย มันไม่มีอะไรร้ายแรงนะครับ

    อย่าลืมว่า ไอ้ปิดสนามบิน ยิงแก็สน้ำตามีฅนตาย กรือเซะ ตากใบ เผารถเมล์ ปิดใจกลางกรุงเทพ สังหารหมู่ 91 ศพ ฯลฯ

    นี่เกิดสมัยรัฐบาลประชาธิปไตยล้วน ๆ เลยเน้อ

  6. ข้าวตู says:

    ประชาธิปไตย จะเป็นระบอบการปกครองที่ดีและสมบูรณ์ที่สุด ถ้าผู้คน”เข้าใจ”อย่างถ่องแท้
    และมี”จิตสำนึกที่ดี”
    ……เมืองไทยเรายังห่างไกลจากจุดนั้นเยอะค่ะ
    ….เลยมีแต่คนนำประชาธิปไตยมาพูดปาวๆโดยไม่รู้จุดประสงค์ของประชาธิปไตย
    ……คนส่วนใหญ่มักจะอ้างว่า ในระบอบประชาธิปไตย ตนมี”สิิทธิ และเสรีภาพ”ที่จะทำอะไรๆได้
    ……แต่กลับลืมสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของประชาธิปไตยไป คือคำว่า”หน้าที่”

    • masatha says:

      ชอบคำว่า หน้าที่ มากเลยครับ

      จริง ๆ แล้วฅนเราอ้างแต่สิทธิของตัวเองนะครับ มักไม่ค่อยตระหนักว่า เวลาใช้สิทธิของตัวเอง มันไปกระทบ สิทธิ ของฅนอื่นด้วยรึเปล่า

      ฅนอื่นๆ เค้าก็มี สิทธิ เหมือนกันนะครับ (อย่างเอนทรีก่อน ๆ ก็เคยเขียนไว้ ประมาณว่า เราชอบใช้สิทธิในการวิพากษ์วิจารย์ผู้อื่น แต่ก็มักจะลืมว่า ถ้าใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์ฅนอื่นได้ ฅนอื่นเค้าก็ใช้สิทธิเดียวกันวิพากษ์วิจารณ์เราได้เหมือนกัน

  7. Paul_012 says:

    ก็อย่างที่ผมเคยบอกว่าหลักการของระบอบประชาธิปไตยมันไม่สมเหตุสมผลในตัวเอง…

    • masatha says:

      ไม่สมเหตุสมผลยังไงนะครับ? เหมือนไอเดียนี้จะไม่เคยอ่านแฮะ

      • Paul_012 says:

        ก็ประเด็น majority rule / minority rights น่ะแหละครับ การจะบอกว่าอะไรที่ต้องทำตามเสียงข้างมาก อะไรที่ต้องห้ามละเมิดเสียงส่วนน้อย มัน [arbitrary] ไม่มีอะไรมาขีดเส้นแบ่ง เอาเข้าแล้วก็เป็นหลักการที่ขัดแย้งกันเอง

      • masatha says:

        I see, but someone told me that minority rights come from (more) majority na krub.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s