หลักการสุขอนามัยที่ดีเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอย่างหนึ่งที่ทุกท่านน่าจะเคยได้ยินก็คือว่า

 

“อาหารเช้าทานให้มากที่สุด อาหารกลางวันทานรองลงมา แล้วทานอาหารเย็นแต่น้อย ๆ”

 

เคยได้ยินอะไรแนว ๆ นี้กันใช่ไหมครับ? เหตุผลที่ใช้ก็ฟังดูน่าเชื่อถือดีนะครับ เพราะว่ากันว่า ตอนเช้าต้องทานอาหารมากที่สุด เพราะจะใช้พลังงานตลอดวัน ในขณะที่ตอนเย็น ทานอาหารเสร็จแป๊บ ๆ ก็นอนแล้ว เพราะฉะนั้นก็ควรจะทานแต่น้อย ๆ ให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักเวลานอน เดี๋ยวจะไม่สบายท้องหรือนอนไม่หลับ

ฟังดูดีใช่ป่ะครับ? แต่ส่วนตัวผมยังคลางแคลงใจอยู่มากฮะ เพราะมีหลายเรื่องเหลือเกินที่ฟังเผิน ๆ เหมือนจะดูดี แต่พอเอามาปรับใช้กับชีวิตจริง มันไม่เวิร์คซะงั้น

ผมเองก็ทดลองใช้สูตรนี้กับตัวเองเหมือนกันครับ แล้วก็พบว่า มันช่างไม่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผมหลายประการ

ประการแรก

ที่บอกว่า ต้องทานอาหารเช้ามาก ๆ เพราะว่าต้องใช้พลังงานทั้งวัน…. ฅนพูดลืมไปรึเปล่าครับว่าเรามีสิ่งที่เรียกว่า “อาหารกลางวัน”!!!!!

สมมติว่าผมทานอาหารเช้าตอน 8.00 น. ผ่านไปแค่ 4 ชั่วโมงก็ทานข้าวเที่ยงอีกแล้วนะฮะ (อาหารเพิ่งผ่านกระเพาะไปแป๊บเดียวเอง) ในขณะที่จากข้าวเที่ยงมาข้าวเย็นนี่ ก็ปาเข้าไป 7 ชั่วโมง (ถ้าทานข้าวเย็นตอนสักทุ่มนึง) ส่วนข้าวเย็นไปข้าวเช้าอีกที นู่นเลย เกิน 12 ชั่วโมง (ถึงแม้ว่าจะมีเวลานอนมาคั่นก็เหอะ)

 

เพราะงั้น เวลาผมรู้สึกว่า ต้องทานอาหารเช้าให้มากที่สุด ทั้ง ๆ ที่ช่วงคั่นระหว่างมื้อถัดไป (มื้อกลางวัน) สั้นที่สุด ในขณะที่ต้องทานอาหารเย็นให้น้อยที่สุด ทั้ง ๆ ที่ช่วงคั่นไปมื้อถัดไปนานที่สุด (มื้อเช้า)

 

มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยน่ะนะครับ

 

ประการที่สอง

เวลาเพิ่งตื่นนี่ ระบบทางเดินอาหารยังไม่ค่อยทำงานนะครับ เพราะช่วงที่นอนอยู่ ระบบทางเดินอาหารจะพักไปด้วย (พาราซิมฯ) ผมสังเกตว่า หลังจากตื่นนอนเต็มตาแล้ว ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง ถึงสองชั่วโมง ถึงจะเริ่มหิวจริง ๆ จัง ๆ อย่างเป็นทางการ (ไม่ว่าจะตื่นกี่โมงก็ตาม) ยกตัวอย่างเช่น ตื่นสัก 7 โมงเนี่ย ต้องหลัง 8 โมงนู่น ถึงจะรู้สึกว่าหิว

แต่วิถีชีวิตของเรา (ฅนเมือง) จริง ๆ แล้วเนี่ย เราทานอาหารเช้าภายในครึ่งชั่วโมง นับจากตื่นนอนเต็มตานะครับ

พอตื่นเสร็จ ล้างหน้าแปรงฟัน อาบน้ำ (เก็บเตียง) แต่งตัว แล้วก็ทานอาหารเช้าเลย พบว่า เวลาที่ทานอาหารเช้า มันยัง “ไม่หิว” เลยครับ

ผมเคยทำการทดลองกับตัวเอง อดมื้อเย็น หิวโซเลยครับ แล้วก็เข้านอน กะว่า ตอนเช้าตื่นมาต้องหิวสุด ๆ แน่ จะได้ทานอาหารเช้าอย่างเต็มคราบ แล้วก็พบว่า ต่อให้ก่อนนอนหิวแค่ไหน แต่ถ้าเพิ่งตื่นนอนใหม่ ๆ ภายในครึ่งชั่วโมง มันยังไม่หิวแน่ ๆ ครับ (ทำการทดลองซ้ำไปหลายรอบจนมั่นใจแล้ว)

ผลที่ตามมาก็คือว่า ผมทำอาหารเช้าไว้เยอะมากครับ (ลองทำปริมาณเดียวกับอาหารเย็นที่ทานเป็นประจำ) แล้วก็ทานไม่หมด ทรมานเปล่า ๆ อีก

ข้อสรุปที่ผมได้ก็คือว่า ไอ้การทานอาหารเช้าเยอะ ๆ เนี่ย มันเหมาะสำหรับฅนที่มีเวลาตอนเช้า โอ้เอ้ได้ ลอยไปลอยมาได้ ไม่ต้องรีบไปทำงานแต่เช้า เท่านั้นแหละครับ

ในทางกลับกัน มื้อเย็นเนี่ย ร่างกายเราเคลื่อนไหวมาตลอดทั้งวัน รวมไปถึงระบบทางเดินอาหารก็ทำงานตลอดทั้งวันด้วย เพราะฉะนั้น ตอนเย็นนี่ ระบบทางเดินอาหารพร้อมทำงานมากครับ บางฅนอาจจะบอกว่า ทานอาหารเย็นแล้วนอนเลย มันทำให้ระบบทางเดินอาหารไม่ได้พักแล้วจะปวดท้อง ซึ่งจริง ๆ แล้ว กระเพาะเราทำงานย่อยอาหารแค่ 3-4 ชั่วโมงเองครับ หลังจากนั้นก็ส่งอาหารไปลำไส้เล็กแล้ว เพราะงั้น ถ้าอยากให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักตอนนอน กะเวลาให้ทานอาหารล่วงหน้าก่อนนอนสัก 3-4 ชั่วโมง ก็ไม่มีปัญหาแล้วครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือว่า ระดับน้ำตาลในเลือดจะสัมพันธ์กับความหิวครับ พอผ่านไปสัก 3-4 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ก็จะเริ่มหิวอีกรอบ เพราะงั้น ฅนที่นอนดึก ๆ ทั้งหลาย ก็จะเริ่มหิวช่วงเวลาหลังสี่ทุ่ม หรือเที่ยงคืนเป็นต้นไป ต้องหามื้อดึกมาทานอีกรอบ (คิดว่าทุกฅนคงเคยเจอประสบการณ์เดียวกัน) ยิ่งถ้าทานอาหารเย็นนิดเดียวแล้วเนี่ย ยิ่งหิวโซเลยครับ

ดังนั้น ไอ้คำแนะนำที่บอกว่า ทานอาหารเช้ามาก ๆ ทานอาหารเย็นน้อย ๆ มันต้องมาจากฅนที่ไม่ต้องรีบตื่นไปทำงานตอนเช้า โอ้เอ้ได้ แล้วตอนเย็น มันต้องเป็นฅนที่ไม่ต้องอยู่ทำงานดึก ๆ แล้วก็เข้านอนแต่หัวค่ำเป็นแน่แท้

ก็แล้วถ้าเรามีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ทำไมเราจะต้องพยายามไปมีพฤติกรรมการกินอาหารให้เหมือนกับฅนที่ใช้ชีวิตแตกต่างจากเราด้วยละครับ?

 

ประการที่สาม

ทุกฅนคงเคยมีประสบการณ์นะครับ ที่พอทานอาหารกลางวันไปแล้วจะง่วงนอน คือผมไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นกันทุกฅนรึเปล่า เพราะแฟนผมบอกว่าเวลาทานอาหารเสร็จแล้ว ไม่สามารถนอนได้เลย เพราะมันจะแน่นท้องมาก…

แต่ผมไม่เคยมีปัญหานั้นเลยครับ อาจจะเป็นเพราะว่าผมเกิดปีหมูก็ได้ ต่อให้กินอาหารเย็น หรือมื้อดึกอิ่มแค่ไหน ก็สามารถนอนได้ทั้งนั้น

 

พูดถึงปีหมูนี่ ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ ผมว่าฅนที่เกิดปีหมูเป็นฅนที่เกิดมาเพื่อกิน… แล้วก็นอนจริง ๆ นะเนี่ย ข้อสังเกตที่น่าสนใจมากก็คือ เวลาไปเข้าค่าย ที่ต้องนั่งหลายชั่วโมง ผมเคยสังเกตว่า ถ้าเป็นค่ายที่มีน้อง ๆ จากหลากหลายชั้นปี หลังจากแวะพักรับประทานอาหาร (กลางวัน) เสร็จ ขึ้นมาบนรถ ก็จะมีกิจกรรมหลากหลาย คุยมั่ง ฟังเพลงมั่ง ต่อเพลงมั่ง เล่นเกมส์มั่ง จิปาถะกันไป

แต่ตอนที่ผมอยู่มัธยม แล้วไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน แน่นอนว่าเวลาไปทัศนศึกษาเราจะไปกันทั้งระดับ ซึ่งก็หมายความว่า ฅนที่นั่งอยู่ในรถจะเป็นฅนที่เกิดปีเดียว (ปีหมู) กันทั้งนั้น

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ขึ้นมาบนรถ ผลปรากฎว่า นั่งหลับกันทั้งรถเลยครับ (ฮา)

…ช่างสมกับที่เกิดปีหมูเสียจริง

 

คือสำหรับผมแล้วเนี่ย อยากจะบอกว่า ถ้าทานอาหารอิ่มมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นมื้อไหน มันก็ง่วงนอนหมดแหละครับ

เพราะงั้น ตอนที่ช่วงทำการทดลอง โดยการทานอาหารเช้ามาก ๆ ผมพบว่า ประสิทธิภาพในการทำงานต่ำสัด ๆ เลยครับ

เพราะพอทานอาหารเช้ามากๆ (บังคับตัวเองทั้งที่ไม่ค่อยจะหิว) พอมาถึงห้องแล็บ อิ่มเกินไป ง่วงนอนอีก ทำให้ทำงานไม่ได้ นั่งหัวโขกกับคอมพิวเตอร์ สมองเอื่อยชา คิดอะไรไม่ออก

ในทางกลับกัน ผมพบว่า ถ้าทานอาหารเช้านิดหน่อย นมหรือขนมปังสักชิ้น ไม่ต้องอิ่มมาก ให้หิวนิด ๆ สมองจะแล่น แล้วก็ทำงานได้ดีกว่าเดิมเยอะเลยครับ

นี่ก็เป็นเหตุผลอีกอย่างว่า การทานอาหารเช้ามาก ๆ ช่างไม่เหมาะกับผมเลยครับ

 

แต่พอเป็นช่วงอาหารเย็น ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงที่ผ่อนคลายมากที่สุดของวัน (ปกติเวลาในค่าย หลังอาหารเย็นจึงเป็นกิจกรรมที่สนุกที่สุด) ผมเคยลองทานอาหารเย็นน้อย ๆ … พบว่า หิวโซครับ หงุดหงิดมาก ๆ จะทำงานก็ทำไม่ได้ จะนอนก็นอนไม่หลับ แล้วหลังจากนั้นก็พบว่า เวลาทานอาหารเย็นเนี่ย ไม่ต้องไปลดปริมาณหรอก ทานจนอิ่มนั่นแหละ แล้วหลังจากนั้น จะเล่นคอมพ์ก็มีความสุข จะอ่านหนังสือก็มีความสุข หรือจะทำงานก็มีสมาธิทำงานมาก ไม่ทรมานเหมือนตอนอด ๆ อยาก ๆ

 

สุดท้ายข้อคิดของเอนทรีนี้ก็คือว่า มนุษย์เรามันช่างหลากหลายดีแท้เหลือเกินครับ แล้วความแตกต่างมันก็เหมาะสำหรับฅนแต่ละฅน อย่าไปพยายามทำ คิด หรือบังคับให้ฅนทุกฅนเหมือนกันเลยครับ (นี่ขนาดเป็นเรื่องสุขภาพที่มันควรจะใช้สูตรเดียวกันได้หมดทั้งโลกนะครับ ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องรสนิยมที่ล้านฅนก็ล้านแบบเลย)

 

… ก็ขอให้ทุกฅนมีความสุขกับการ กิน-นอน นะครับ

 

Comments
  1. Pao says:

    เรื่องนี้เปาตรงข้ามกับก้อนหมดเลย ที่บ้าน เราทานข้าวเช้าเป็นเรื่องปกติค่ะ ส่วนใหญ่เป็นข้าวสวยหรือข้าวต้ม ทานกับกับข้าว คือพ่อชอบข้าวต้ม ส่วนลูกๆชอบข้าวสวย ที่บ้านเลยมีให้เลือกค่ะ แหะๆ เปลืองเนอะ เปาก็เลยติดต้องทานข้าวเช้าค่ะ แต่อาหารเช้าที่บ้านไม่หนักเหมือนมื้อเย็นนะคะ จะเบากว่า พอมาอยู่คนเดียวเปาก็ทำแซนวิชทานกับกาแฟทุกเช้า และสำหรับเปาเวลาช่วงเช้าจะสำคัญ เพราะงั้นเปาชอบทำแบบสบายๆไม่รีบ เพราะงั้นต้องตื่นเช้าค่ะ ตีห้าครึ่งเพราะต้องออกจากบ้านไม่เกินเจ็ดโมง เพื่อไปถึงมหาลัยก่อนแปดครึ่ง ทีนี้ก็เลยติดมาถึงเสาร์อาทิตย์ ถ้าตื่นสาย ตื่นมาจะหิวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นสำหรับเปามื้อเช้าสำคัญ แต่ไม่ใช่ว่าต้องทานหนักๆ แต่ว่า ต้องทานค่ะ
    ส่วนมื้อกลางวัน ทานปกติ คืิออาหารจานเดียว ส่วนอาหารเย็นเปาเห็นว่าไม่สำคัญนัก ไม่ใช่ว่าไม่ต้องกิน เพราะทำงานมาทั้งวัน ต้องเหนื่อยและหิวอยู่แล้ว แต่ว่าลองทานแบบไม่เน้นคาร์โบไฮเดรตก็เป็นวิธีคุมน้ำหนักที่ไม่เลวนะคะ ยิ่งพอมาอยู่คนเดียว วันอาทิตย์บางที เปานอนตลอดบ่าย เพราะฉะนั้นมื้อเย็นก็ผ่านไปเลยค่ะ เพราะร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานอะไรเลย
    ส่วนเรื่องหนังท้องตึง หนังตาหย่อนก็เป็นค่ะ เพียงแต่ว่านอนทันทีหลังจากอิ่มเลยไม่ได้ แน่นเกินไปค่ะ ต้องหลังจากทานซักชั่วโมง อันนี้ชัวร์หลับยาวโลด ช่วงที่เรียนเอก เป็นช่วงใช้งานร่างกายค่อนข้างหนักค่ะ คือจันทร์ถึงเสาร์เปามีเวลาพักแค่สี่ถึงห้าชั่วโมง พอวันอาทิตย์เลยเหมือนวันจำศีลค่ะ ตื่นมาใส่บาตรให้แม่ตอนเช้า จากนั้นก็บ๊ายบายไปเฝ้าพระอินทร์แล้วล่ะค่ะ ที่บ้านเลยบอกว่า ถึงเปาจะอยู่บ้านกับครอบครัวก็เหมือนไม่อยู่สักเท่าไหร่ คือตัวอยู่ แต่สติไม่อยู่

    • masatha says:

      ถ้าเป็นอาหารเช้า ผมชอบทานข้าวต้มมากกว่าครับ พอเป็นข้าวสวยรูู้สึกหนักท้องไปสักนิด พอกินอิ่มแล้วมันทำให้ง่วง (แต่ถ้าเป็นต้มเลือด หรือเกาเหลา ผมต้องทานกับข้าวสวยแฮะ ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารเช้าก็ตาม)

      ถ้าต้องออกจากบ้าน ไม่เกินเจ็ดโมง ผมไม่ตื่นตีห้าแบบพี่เปาแน่ครับ ผมตื่นหกครึ่ง “^^

      วันอาทิตย์เป็นวันนอนหลับยาวสำหรับผมเหมือนกันครับ เพราะว่าเหนื่อยมาทั้งอาทิตย์ แล้วก็นอนไม่พอมาทั้งอาทิตย์ นอนตอนกลางวันนี่แค่ชดเชย แม่ก็เคยสงสัยเหมือนกันว่านอนมาทั้งบ่ายแล้ว ท่ำไมตอนกลางคืนยังนอนเร็วอีก (คือตอนบ่ายมันชดเชยที่ขาด ส่วนตอนกลางคืนมันก็นอนตามปกตินั่นแล)

  2. Rata says:

    In France, people never have big breakfast, and they only eat sweet things. Normal French people find eating meat or something salty in the morning is very strange. You just don’t feel like it when you wake up. I start to feel the same when I’m here for too long. Their reasons are just after waking up, their stomach is not ready for a real meal and the lunch is soon (the second one is like you said but the first one I don’t know if is true or not, I think it’s their tongue rather than stomach but I’m not biologist though.)

    Anyway Thai food is the best (this is not concerning what I’ve just written but I just wanna say it) xD

    • masatha says:

      Wow, talking about eating sweet for breakfast sounds make sense for me. However, eating sweet (or sugar) you can get hungry real fast (within 1-2 hours). It’s different from eating meat or vegetable which will make you feel hungry later (around 3-4 hours). Therefore, I guess French don’t eat breakfast very early (maybe after 7.00 am, right?).

      Not only Thai food is the best, Thai girls are the best too (this is not concerning what I’ve just written but I just wanna say it) xD

  3. pongroofman says:

    ลองมาทุกอย่างแล้วครับ …
    สุดท้าย

    กิน เมื่อหิว

    นอนเมื่อง่วง

    ดีที่สุด

  4. Paul_012 says:

    “เรื่องสุขภาพที่มันควรจะใช้สูตรเดียวกันได้หมดทั้งโลก” เป็นประเด็นที่น่าเอาไปเขียนบล็อกได้อีกเรื่อง

    • masatha says:

      รอพอเขียนนะจ๊ะ จะตามไปอ่าน…. เรื่องนี้ก็น่าสนใจนะ อย่างเรื่องอาหาร ที่เถียงกันมากก็แค่มีประโยชน์มากหรือน้อยนี่เอง แต่ที่ถึงกับเป็น positive กับ negative ประมาณว่า ฅนชาตินึงกินแล้วดี แต่อีกชาติกินแล้วเป็นพิษ นี่ยังไม่เคยเจอแฮะ

  5. ljungdurst says:

    ผมไม่ยักเป็นแฮะ
    ตื่นมาแปบเดียวก็กินได้เยอะมากทันทีเลยครับ
    ติดนิสัยชอบกินข้าวเช้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว
    ไม่ว่าจะตื่นกี่โมงก็ตามที ขอแค่เป็นตื่นแรกของวันก็พอ กินได้เยอะแน่นอน

    • masatha says:

      โอ้ ดีจังเลยครับ งั้นมื้อไหนที่กินน้อยสุดอ่ะครับ? ก่อนนอนรึเปล่า?

  6. may-ya says:

    +++ “ข้อสรุปที่ผมได้ก็คือว่า ไอ้การทานอาหารเช้าเยอะ ๆ เนี่ย มันเหมาะสำหรับฅนที่มีเวลาตอนเช้า โอ้เอ้ได้ ลอยไปลอยมาได้ ไม่ต้องรีบไปทำงานแต่เช้า เท่านั้นแหละครับ” << คนแบบนั้นก็จะไม่ตื่นตอนเช้ารึเปล่าพี่ก้อน เพราะไม่ได้ต้องทำอะไรนี่ 555555555😄

    +++ เป็นเหมือนกันค่ะ กินเยอะๆแล้วตาปิด ยิ่งเยอะยิ่งปิด แถมยิ่งอากาศหนาวต้องการอาหารมาก หิวโซง่าย ถ้าลองสวาปามลงไปรวดเดียวปริมาณใหญ่ยักษ์เนี่ย หนาวกว่าเดิมอีก (เลือดลงท้องหมด T T) ปกติเป็นคนตื่นสายเลยแทบไม่ได้กินข้าวเช้าค่ะ (ไม่ดีอย่างแรง) อย่างมากก็อาจจะตอดมะเขือเทศสดนิดหน่อย แวะซื้อกาแฟ หรือคุกกี้ชิ้นนึง (ไม่เรียกอาหารเช้าสินะ) เหมือนเมต้องกินอาหารเช้านิดนึง แต่น้อยๆ กลางวันก็กินปริมาณเท่ากับแซนด์วิชหนึ่งชิ้นเท่านั้น (ไม่งั้นตอนบ่ายทำอะไรไม่ได้เลย ง่วงตลอดกาล) มื้อเย็นเหมือนพี่ก้อนเป๊ะค่ะ รู้สึกผ่อนคลายอยากกินเยอะ แต่ก็อยู่ดีอ่ะ กินเยอะปุ๊บก็ทำอะไรไม่ได้อีก T T

    +++ ส่วนความเครียด เมยิ่งเครียดยิ่งไม่กิน 55555 ถ้ายิ่งผ่อนคลายอ่ะยิ่งกิน (เวรกรรม) ทำไมเนอะ

    +++ พูดถึงเรื่องกินมื้อเช้าเยอะ นึกถึงตอนไปบ้านแฟนที่สุราษฎร์อ่ะค่ะ เค้าซัดข้าวสวยกะแกงเผ็ดเลยตั้งกะเช้า 555555 พอสายหน่อยถึงจะเป็นของกินเล่นพวกปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ ขนมครกจิ้มน้ำตาล โอ่ยพูดแล้วอยากกกกกก

    • masatha says:

      “คนแบบนั้นก็จะไม่ตื่นตอนเช้ารึเปล่าพี่ก้อน เพราะไม่ได้ต้องทำอะไรนี่”
      >>>> กร๊ากกกก อันนั้นมันฅนประเภท เมย์กับพี่แล้วล่ะ ฅนประเภทอื่นก็มีนะจ๊ะ ที่ไม่มีอะไรก็ตื่นมาแต่เช้า (รูมเมทพี่ตื่นมาเล่นคอมพ์เจ็ดโมงเช้าทุกวัน… แม้กระทั่งวันเสาร์อาทิตย์…)

      สำหรับพี่ ยิ่งเครียด ๆ จะยิ่งกินเยอะจ้า โดยเฉพาะเวลาแล็บเฟลเนี่ย โหย depress มาก แต่พอกินแล้วจะรู้สึกดีขึ้น… วันไหนผลแล็บเจ๊งนี่รู้เลยว่า วันนั้นมื้อเย็นมื้อใหญ่แน่นอน (แปลว่า ถ้าผลแล็บเจ๊งบ่อย ๆ จะอ้วนสินะ…อืม ๆ)

      ๕๕๕๕๕ เพื่อนพี่ก็ซัดข้าวราดแกงทุกเช้าเหมือนกัน (เป็นฅนใต้) แล้วตอนกลางวัน กินสลัด กับ ผลไม้ (ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะอิ่มเลย) เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันนะเนี่ย กินแบบนี้(น่า)จะไม่อ้วนเนอะ

      • may-ya says:

        +++ “กร๊ากกกก อันนั้นมันฅนประเภท เมย์กับพี่แล้วล่ะ” << นั่นจิ 555555😄 อิจฉาคนแบบนั้นเนาะพี่ก้อน เมอยากทำได้มั่ง รู้สึกว่าเกิดมาแทบไม่เคยได้ดื่มด่ำความสงบยามเช้ากะเค้าเลย 555

      • masatha says:

        คือพอนาฬิกาปลุกพี่เพื่อจะดื่มด่ำตอนเช้า…. ก็ตัดสินใจในบัดดลว่า ขอขดตัวในผ้าห่มต่อดีกั่ว (ฮา)

  7. จริงๆแล้วขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละคนค่ะ…ที่สำคัญทานให้ครบทุกมื้อ สัดส่วนก็คำนวณตามกิจกรรมแหละ แต่ที่แน่ๆไม่ควรไปหนักที่มื้อเย็น….

    • masatha says:

      เดี๋ยวนี้ นอกจากมื้อเย็นแล้ว ยังมีมื้อดึกด้วยแหละครับ เลยกลายเป็นว่า มื้อเย็นหนักหน่อยได้ แล้วไปเบามื้อดึกแทน แฮ่ ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s