CV Activities

Posted: November 25, 2010 in ว่าด้วยเรื่องของเปลือก

 

เด็ก ๆ สมัยนี้ หัดเก็บ portfolio กันตั้งแต่เรียนอยู่ที่โรงเรียนแล้วครับ ซึ่งเป็นเรื่องดีมาก ๆ ที่มีการจัดเก็บผลงานที่ทำอย่างเป็นระบบ

จริง ๆ แล้วตอนขึ้นม.ปลาย อาจารย์ก็ให้ทำ portfolio เป็นของตัวเองนะฮะ แต่ว่าผมไม่เห็นค่าเท่าไหร่ เก็บรวบรวมผลงานได้ไม่กี่เดือนก็โยนทิ้ง

แล้วหลังจากนั้นก็มาเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของมันได้ก็ตอนอยู่ม. 6 น่ะครับ ตอนนั้นผมส่งประวัติของตัวเองเพื่อขอเชิดชูเกียรติของโรงเรียนด้านนาฏศิลป์ (โขน) ซึ่งก็ต้องมีรายละเอียดว่า ผมเคยเล่นโขนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ แล้วเคยแสดงในงานของโรงเรียนอะไรบ้าง งานนั้นเล่นโขนตอนอะไร แล้วตอนนั้นเราเล่นเป็นตัวอะไร ฯลฯ

วิกฤติเลยครับ สุดท้ายผมต้องนั่งรื้ออัลบั้มรูปมาดู (เพราะเวลาแสดงโขนก็มักจะถ่ายรูปไว้) แล้วก็ย้อนความทรงจำว่า เอ๊ะ ตอนนั้นมันงานอะไรนะ แสดงตอนอะไร แล้วเราเล่นเป็นตัวเอะไร (ซึ่งเล่นเป็นตัวอะไรนี่ไม่ยาก เพราะชุดมันบอกอยู่แล้ว) บางทีก็ต้องนั่งระลึกว่า เอ๊ะ แว่นกรอบนั้นที่เราใส่ มันป.อะไรหว่า หรือว่า คู่ที่เราเล่นด้วยตอนนั้นมันปีอะไร ฯลฯ

พอนั่งเขียนจนเสร็จก็ปลื้มมากเลยครับ แต่พอส่งเอกสารไปแล้ว ผมทำต้นฉบับหาย… ก็เลยเสียดายมาจน ณ บัดนี้ (คือให้มาทำใหม่ตอนนี้ก็ไม่เอาแล้วล่ะครับ)

หลังจากนั้นก็เลยเริ่มมองเห็นคุณค่าของการจดบันทึกว่า เราไปทำกิจกรรมอะไรบ้างครับ ตอนหลังจากนั้น ตั้งแต่ม. 6 จนถึงเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็จะจดใส่กระดาษเก็บเข้าลิ้นชักว่า เราไปทำงานอะไรมาบ้าง….

  1. ชื่องาน

หะแรกก็จดแค่ชื่องานที่เข้าร่วมครับ แล้วไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นอีก แต่ต่อมาผมเริ่มทำระเบียนงานของอินเตอร์แรคท์ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์)

https://masathathongpan.wordpress.com/2009/06/19/%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9/

 

 

ซึ่งเวลาจัดงาน น้อง ๆ ก็จะถามเสมอว่า งานก่อนหน้านี้จัดที่ไหน ใครเป็นเจ้าภาพ แล้วที่สำคัญก็คือว่า จัดช่วงเวลาไหนของปี (เพราะเวลาจัดโครงการระยะยาว ก็มักจะดูว่า ปีที่แล้วจัดเดือนไหน จะได้จัดให้ตรงกันทุก ๆ ปี ตารางกิจกรรมจะได้ไม่คลาดเคลื่อนกันมาก

 

เสร็จสิครับ เพราะเป็นรายละเอียดที่ผมไม่เคยจดเลย หลังจากนั้นผมก็เลยต้องเพิ่มรายละเอียดไปว่า งานนี้ จัดวันที่เท่าไหร่ แล้วจัดที่ไหน

  1. ชื่องาน
  2. วันที่จัด + สถานที่จัดงาน

ปัญหาถัดมา ก็คือว่า พอจัดงานหลาย ๆ ปีเข้า กลับมาอ่านดูมันเริ่มสับสนครับ เพราะผมก็จะเริ่มจำไม่ได้ว่า ไอ้งาน con ครั้งที่ 20 กับ 21 มันมีอะไรแตกต่างกันแค่ไหน หรือว่า งาน KUS Funcamp ครั้งที่ 3 กับ 4 เราทำอะไรหว่า? คือถ้าเป็นงานที่ไปครั้งสองครั้ง ในชีวิต มันก็พอนึกออกอ่ะครับ แต่ถ้าเริ่มไปเป็นปีที่ 3 มันชักจะเริ่มจำไม่ได้แล้ว (งาน con ที่ไปติดต่อกัน 10 ปีนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย)

เพราะงั้นก็เลยต้องเพิ่มรายละเอียดครับ เพื่อให้เวลาอ่านแล้วนึกออกว่างานนั้นมันต่างจากงานอื่น ๆ อย่างไร ทีนี้รายละเอียดที่ใส่ก็มีหลายแบบเช่น

–         หน้าที่ที่เราทำในงานนั้น เช่น งานนั้นเราเป็นพิธีกร หรือว่าเป็นฅนนำสันทนาการ หรือว่าเป็นฝ่ายประเมินผล อะไรก็ว่าไป

–         บุคคลสำคัญ ๆ ในงาน ที่พูดแล้วจะนึกออก เช่น พิธีกรที่คู่กับเราเป้นใคร หรือ งานนี้ใครเป็นประธานค่าย (ซึ่งช่วยให้จำได้ง่ายมาก ในกรณีที่ประธานค่ายไม่ใช่พี่ณัช)

–         เหตุการณ์สำคัญ ๆ ในงานครับ เช่น งานนี้เป็นงานที่มีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก หรืออะไรก็ว่าไป ก็จดไว้ จะช่วยให้จำง่ายขึ้น

ดังนั้นตอนนี้ เวลาผมจดรายละเอียดของกิจกรรม ก็จะมีดังนี้ครับ

  1. ชื่องาน
  2. วันที่จัด + สถานที่จัดงาน
  3. รายละเอียดของงาน (หน้าที่ / บุคคล / เหตุการณ์สำคัญ)

ตอนแรก ๆ ผมก็จดใส่หนังสือน่ะครับ แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ผมเอาหนังสือติดตัวไปด้วย แล้ววางทิ้งไว้… เกือบทำหายแน่ะครับ! โชคดีที่หาเจอ ณ ตอนนั้นก็รู้สึกว่า เออ ถ้าข้อมูลมันหายไป สิ่งที่ทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่าเป็นแน่แท้ (ไม่นับว่า สมุดเก่า 10 กว่ามีมันก็เริ่มเยิน ขาด และหมดสภาพแล้ว)

ผมก็เลยถ่ายข้อมูลทั้งหมดลงคอมพิวเตอร์ครับ ซึ่งป่านก็เตือนเหมือนกันว่า ระวังข้อมูลหายนะเออ แต่ผม back up ไว้หลายที่ครับ ก็เลยคิดว่า น่าจะปลอดภัยกว่าจดลงสมุดเล็ก ๆ เล่มเดียวเป็นแน่แท้ ตอนนี้ก็เลยเลิกเขียนลงสมุดแล้วครับ พิมพ์ลงคอมพิวเตอร์อย่างเดียว

จริง ๆ แล้วนอกจากรายละเอียดที่มีทั้งหมดแล้วเนี่ย ที่คิดว่า ควรจะทำอีกอย่างก็คือ ใส่ลิงค์เว็บที่มีรูปของกิจกรรมนั้นไว้นะฮะ… แต่พอดีผมมีระบบจัดการกับรูปภาพอีกแบบนึง ก็เลยไม่ได้แปะรูปไว้ในข้อมูลที่บันทึกไว้

(อ่านรายละเอียดการจัดการรูปได้ตามลิงค์)

https://masathathongpan.wordpress.com/2010/09/27/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B/

 

ทีนี้ไอ้ที่ผมจดไป มันมีแค่ ‘วันงาน’ น่ะสิครับ แต่ไอ้วันเตรียมงาน ผมไม่เคยจดเลย แล้วบางทีมันก็เกิดจะอยากรู้ขึ้นมา เช่น บางทีพี่ณัชก็ถามว่า วันที่เราไปเซอร์เวย์สถานที่นู้นนี้ นี่มันวันอะไรนะ?

จริง ๆ แล้วผมก็จดลงในไดอะรีแล้วละครับ แต่เวลาจดลงไดอะรีแล้วมันหายากสัด เพราะข้อมูลมันไม่ได้จัดให้เป็นระบบ

(อ่านบล็อกเกี่ยวกับไดอะรีได้ตามลิงค์)

https://masathathongpan.wordpress.com/2010/09/08/%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81/

 

ในขณะที่เวลาเขียนลงคอมพ์ มันหาง่ายกว่า หลังจากนั้นมา เวลามีประชุมงาน ผมก็จดลงไปด้วยครับ รายละเอียดก็เหมือนเดิมว่า ประชุมของชมรมอะไร โครงการอะไร  ประชุมที่ไหน

ไป ๆ มา ๆ ตอนนี้ก็เลยจดกันเป็นบ้าเป็นหลังเลยครับ นอกจากจะวันจัดงาน กับวันประชุมแล้ว ผมยังเลยเถิดไปจดกระทั่งว่า วันนี้มีกิจกรรมอะไรที่ไหน ไปดูหนังเรื่องอะไร กับใคร หรือไปดูคอนเสิร์ตของใครมา หรือวันนี้ไปเที่ยวที่ไหนมา

เรียกได้ว่า พอหมดอาทิตย์ ก็ต้องเปิดคอมพ์เพื่อมาจดรายละเอียดเก็บตกสิ่งที่ทำของอาทิตย์นั้น ๆ เลยละครับ

 

จะว่าซ้ำซ้อนกับเขียนไดอะรีไหม? ก็นิดหน่อยนะฮะ แต่ข้อดีของมันก็คือ มันหาข้อมูลได้ง่ายมฮวากกกก (เมื่อคิดถึงต้องมานั่งเพ่งลายมือแอ๊พพรีย์เพื่อมานั่งแกะว่า งานนี้เราจัดเมื่อไหร่หว่า หรือ ทำอะไรไปเมื่อวันไหนหว่า … ส่วนข้อมูลที่ได้มันเรามาคำนวณสถิติอะไรได้รึเปล่า? ตอนนี้ยังไม่ได้ทำน่ะครับ ก็จดกอง ๆ ไว้ก่อน ไว้มีเวลา + พลังงานเมื่อไหร่ค่อยมาทำอีกทีพลังงานเมื่อไหร่ค่อยมาทำอีกที

แต่ปัญหาก็คือว่า ตอนนี้ไม่ได้อัพเดท CV กิจกรรมมาเป็นชาติแล้วละครับ T_T ทิ้ง ๆ ไว้ร่วมสองสามเดือนแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าจะมีเวลามานั่งไล่ข้อมูลใหม่อีกรึเปล่าสิเนี่ย เฮ้อ

 

 

 

 

 

 

Advertisements
Comments
  1. Paul_012 says:

    สรุปคือจากทีแรกจะบันทึกรายการงานที่ทำเพื่อลง CV ไป ๆ มา ๆ จะกลายเป็น KB ไปได้

    ไอ้นั่งรื้ออดีตว่าเคยทำอะไรบ้างนี่ก็เคยต้องทำตอนที่คณะว่าจะให้ส่งเด็ก/เยาวชนดีเด่น (ตอนนั้นคือสรุปว่าส่งไม่ทัน เพราะปิดเทอมอยู่ กว่าจะรู้เรื่องก็เกือบหมดเขตแล้ว) แต่ที่ว่าต้องรื้ออัลบั้มดูก็ไม่ถึงขนาดนั้นเพราะไม่ได้ทำอะไรเท่าไร ส่วนใหญ่ก็อยู่ในแฟ้มเกียรติบัตร แต่ไอ้ประวัติที่ขุดมาเยอะแยะนี่มันก็ไม่ได้เอามาลง CV ได้ (ได้ทุนตอน ป.3 งี้ มันดูมีนัยสำคัญตรงไหน) ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันก็เลยปรากฏว่าไม่ค่อยจะมีสักเท่าไร

    ส่วนเรื่องการบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ อธิบายได้ด้วยภาพนี้ครับ

    • masatha says:

      นั่นน่ะสิครับ
      หลัง ๆ ทำอะไรก็เก็บลงลิ้นชักหมด แล้วค่อยมา edit ข้อมูลอีกที
      เห็นด้วยว่าพอเข้ามหาลัย ข้อมูลที่ใช้จริง ๆ ก็แค่ม.ปลาย (ประถมไม่ได้ใช้)
      พอเรียนจบ ข้อมูลที่ใช้จริง ๆ ก็แค่มหาลัย (ม.ปลายไม่ได้ใช้)
      แล้วพอทำงานไปนาน ๆ ไม่มีใครสนใจแล้วละครับว่าจบจากไหน ดูที่ประสบการณ์การทำงานมากกว่า

      ไอ้ที่เก็บ ๆ ไว้ ก็เห็นจะใช้ดูเองเสียล่ะมาก

      เรี่องเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เห็นภาพดีครับ ^^

  2. may-ya says:

    +++ มาเม้นตามสัญญาค่ะ 🙂

    +++ เมค่อนข้างนิสัยเสียเรื่องการจัดการเอกสารและประวัติตัวเอง 555 ไม่รู้นะ เวลาต้องมานั่งเขียน CV ว่าเคยได้รางวัลอะไร แข่งอะไร ประสบการณ์สวยงามอะไรมากมาย มีอะไรดีบ้างมากๆมันเขินอ่ะ XD อย่าง.. นึกถึงพวกที่ต้องดันตัวเอง เขียนบรรยายความดีความชอบตัวเองส่งคณะกรรมการพยายามให้เค้าเลือกเรา มันก็ขัดๆอ้ะ 555 เมอาจจะอยู่ในโลกความฝันมากไปมั้ง บางทีก็แค่รู้สึกว่า รางวัลอะไรซักอย่างถ้าจะได้มาก็ไม่น่าจะได้มาเพราะเราไปนั่งขอเค้าอ่ะค่ะ (ต่างคนต่างความคิดนะคะ) โดยส่วนตัวอาจจะเพราะเมไม่ได้สนใจกับรางวัล หรือประกาศเกียรติคุณ หรืออะไรทำนองนั้นเท่าไหร่ด้วยมั้ง เลยไม่ค่อยเห็นความสำคัญว่าจะทำไปทำไม แหะๆ

    +++ แต่ก็เข้าใจแหละค่ะว่ามันต้องทำ (หมายถึง CV/portfolio) ไม่งั้นคนเยอะไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยล้านคนบนโลกขนาดนี้ คนอื่นจะไปรู้ได้ยังไงว่าเราเคยมีอะไรผ่านเข้ามาบ้าง เค้าก็คงไม่รู้จะจัดการกะเรายังไงอะเนอะ (เช่นเวลาสมัครงาน สมัครเรียน ไรงี้) จะว่าไป เมไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า portfolio เลยอะ 5555 ไม่นับที่อาจารย์บังคับทุกคนทำส่งนะคะ CV เคยมีอันเดียว สมัยส่งมาสมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศนี่แหละ (เพราะมันเป็น requirement ง่ะ) ซึ่งพอส่งเสร็จ ก็รู้สึกว่าไฟล์จะหายไปแล้ว 55555 อ่านเอนทรี่นี้เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีสำหรับไปคุ้ยไฟล์มาเก็บใหม่เลยค่ะ (ไม่งั้นตอนสมัครเอกต้องนั่งทำใหม่แต่แรก อกแตกตายแหง 55555)

    +++ ก็เลย เดือดร้อนประมาณพี่ก้อนอะค่ะ เวลาต้องมานั่งทำ คุ้ยบ้านกระจุยกันเลยทีเดียว 5555 บางทีก็จะพึ่งไดอารี่บ้าง แต่พอเปิดไดอารี่ก็มักจะนอกเรื่อง กลายเป็นนั่งอ่านไดอารี่ตัวเองเล่นซะงั้นหมดไปหนึ่งวันโดยไม่ได้งาน XD บางทีเมก็รู้สึกเหมือนสิ่งที่ตัวเองทำ หรืิอที่ได้มา มันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรถึงขนาดต้องบอกคนอื่นอ่ะค่ะ ลงท้ายเลยไม่รู้จะเขียนอะไรลง CV เดือดร้อนอาจารย์ที่ปรึกษาต้องมานั่งถามทีละอย่างอีก XD ไม่รู้พี่ก้อนเป็นป่าว แต่อย่าง CV อันเดียวที่มีของเมนั่น เวลามีคนอื่นเห็นบางทีเค้าก็อาจจะแบบ ตื่นเต้น หรือชม หรือโหว อะไรทำนองนั้นบ้างอ่ะค่ะ แล้วเมรู้สึกไงไม่รู้ 555 (เหมือนโดนยกหางทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เลิศเลออะไรอ่ะ มันแปลกๆง่ะ)

    • masatha says:

      เรื่องอวดตัวเองนี่ เห็นด้วยเหมือนกันฮะ ไอ้ตัว CV นี่ไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะมันแค่บอกว่า เราเคยทำอะไรมาบ้าง แต่พวกจดหมาย recommendation เนี่ยแหละ บางทีอ.ก็ให้ร่างให้อ.ด้วยซ้ำ แล้วอ.แค่เซ็น อย่างเดียว พอเขียน ๆ ไปแล้วมันจั๊กกะจี้อ่ะจ้ะ เพราะรู้สึกว่า เราไม่ได้ดีขนาดนั้นเลยแฮะ แต่พอเห็นฅนอื่นเขียนแล้วก็เข้าใจนะ พอเขียนธรรมดา ๆ ไป มันไม่น่าสนใจเวลาเทียบกับฅนอื่นจริง ๆ ด้วยอ่ะ (จริง ๆ ชอบเวลาสัมภาษณ์มากกว่าเขียนนะเนี่ย)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s