ฐิง, แฟน

Posted: January 18, 2011 in Human to human, Love Series

ใครที่ตามอ่านบล็อกของผม คงคุ้น ๆ ผ่านตาว่า ผมเคยเขียนเรื่องมีหมอดูบอกว่าจะมีแฟนฅนแรกตอนอายุ 26 ใช่ไหมครับ? (และแน่นอน มันเป็นจริง) เนื่องจากผมมีแฟนฅนแรกค่อนข้างจะช้า ก่อนหน้านั้นก็คิดเหมือนกันครับว่า เอ… ชีวิตรักจะเป็นยังไงนะ มันจะปกติเหมือนชาวบ้านรึเปล่า (ผมเป็นฅนนึงที่ มีแต่ฅนอยากรู้ครับ ว่าพอมีแฟน จะหน้าตาเป็นไง) ก็คิดไว้เหมือนกันว่า มันอาจจะไม่ได้เป็นไปตามแบบแผนแบบที่เกิดกับคู่รักอื่น ๆ …. แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่า มันจะออกมาได้แปลกขนาดนี้น่ะครับ

ลองมานั่งไล่เรียงความแปลก ก็พบได้ดังนี้ครับ

–         ผมเจอแฟนครั้งแรกเมื่อ 9 ปีก่อนครับ ฟังดูเหมือนรู้จักกันมานาน แต่จริง ๆ แล้ว แค่ทำค่ายด้วยกัน แล้วเกือบจะไม่ได้คุยกันเลยครับ (เพราะอยู่ฅนละฝ่าย แล้วเป็นค่ายใหญ่ ผู้เข้าร่วม 500 กว่าฅน) หลังจากนั้นก็เจอเปะปะตามงานบ้าง ซึ่งก็ทักทายสองสามคำ ไม่เคยคุยกันจริงจังเลยครับ จนเพิ่งมาทำความรู้จักเป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ ก็เดือนนึงก่อนเป็นแฟนเท่านั้นเองฮะ (พูดง่าย ๆ ก็คือใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็ขอคบเป็นแฟนแล้ว)

–         ที่แปลกกว่านั้นก็คือว่า ผมเจอฐิงครั้งสุดท้ายตอนงานรับปริญญาของอุ๋ยเมื่อ 3 ปีก่อนครับ แต่เพิ่งเป็นแฟนกับฐิงเมื่อ 8 เดือนก่อน แล้วขอเป็นแฟนตอนอยู่เมืองนอก เพราะงั้น…. ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ยังไม่เคยเจอหน้ากันสักหนเลยครับ “- –

–         ที่แปลกกว่านั้นก็คือว่า ก่อนเป็นแฟน เราไม่เคยคุยโทรศัพท์เลยครับ (skype ก่อนเป็นแฟนก็ไม่เคย) ติดต่อผ่านทาง Facebook, จดหมาย แล้วก็ SMS พูดง่าย ๆ ก็คือ เราตกหลุมรักอีกฝ่ายผ่านตัวหนังสือนี่แหละ เพราะไม่เคยคุยกันจริง ๆ เลย ผมโทรไปหาฐิงครั้งแรก ก็เดือนนึงหลังเป็นแฟนแล้ว (โทรไปวันเกิด) ตอนได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์ครั้งแรก ยังแปลกใจเลยว่า โอ้ แฟนเรานี่เสียงน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ (ฮา)

–         งั้นถามว่า ตอนขอเป็นแฟน ขอยังไง? ก็ตอบว่า ผมพิมพ์ใน Facebook inbox ครับ (ไม่ได้ chat ด้วยนะ) แล้วที่แปลกกว่านั้นก็คือ เนื่องจากส่วนต่างของเวลา ผมพิมพ์ส่งไปเสร็จ ต้องไปนอนคืนนึง  แล้วค่อยตื่นตอนเช้ามาดูว่า ฐิงจะเขียนตอบว่าไง (เป็นการขอเป็นแฟนที่ต้องรอนานมาก)

จริง ๆ แล้ว ยังมีประหลาดอีกหลายเรื่องน่ะนะครับ จนผมคิดว่า คงไม่มีใครเอาไปทำเป็นนิยายมั้ง? (เพราะมันดูเหลือเชื่อเกินไป)

แต่ยังไงก็ตาม… ตอนนี้ก็เป็นแฟนกันแล้วน่ะครับ

***

ก่อนหน้านี้ เวลาเจอใครเป็นแฟนกัน ผมชอบถามบ่อย ๆ ครับว่า ‘ชอบอีกฝ่ายเพราะอะไร?’ แต่ผมว่าคำถามนี้สำหรับผมไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ คำถามที่ผมสนใจตอนนี้มากกว่าก็คือว่า ‘เอ๊ะ รู้จักกันมาตั้ง 9 ปีแล้ว ทำไมถึงไม่เคยคิดจีบเลยนะ?’

คำตอบมี 3 ข้อครับ

ข้อแรก: เราอยู่กันฅนละโลก

เรารู้จักกันเพราะค่ายจริง ๆ ครับ นอกจากนั้น เราไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย ผมมาทางสายวิทยาศาสตร์ทั้งชีวิต ส่วนฐิงมาสายอักษรทั้งชีวิต งานที่ทำก็ฅนละแนวกัน ไม่มีส่วนอะไรที่เกี่ยวข้องได้เลย ยิ่งผมเอง ค่อนข้างจะมีวิถีชีวิตแหวกแนวจากชาวบ้านอยู่แล้วครับ ขนาดเรียนมาฟีลด์เดียวกันยังคุยไม่รู้เรื่องเลย แล้วกับฅนที่วิถีชีวิตฅนละโลกแบบนี้ จะคุยกันรู้เรื่องเหรอ? นึกภาพไม่ออกเลยครับ ที่บ้านก็เคยถามเหมือนกันว่า มันมีเรื่องอะไรให้คุยเยอะแยะขนาดนั้นเรอะ? (หลังจากที่ผมบ่นว่า คุยแค่ชั่วโมงเดียวไม่พอ) ซึ่งก็ประหลาดแหละครับ เพราะปกติผมเป็นฅนที่คุยโทรศัพท์สั้นมาก (ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน สิบ สิบห้านาทีก็วางแล้ว)

ไป ๆ มา ๆ ก็น่าแปลกดี ชีวิตเหมือนอยู่กันฅนละโลกก็จริง ไม่น่าแม้กระทั่งพบกันได้ก็จริง แต่สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์เจอกันได้ แล้วก็รักกันได้นะครับ

ข้อสอง: แคล้วคลาด

ก่อนหน้านี้ผมก็เคยจีบผู้หญิงครับ (ไม่ได้เป็นเกย์นะครับ) แต่จีบทีไร มันก็มีเหตุเป็นไปทุกครั้งฮะ แม้กระทั่งบางเคสที่จีบติดแล้ว ด้วยซ้ำ จะนัดไปเดทแล้ว ก็อยู่ดี ๆ มีงานเข้าเสียจนคลาดจากกัน หลัง ๆ นี่ก็เริ่มรู้ตัวแล้วครับ ว่า ถ้าฅนที่มันไม่ใช่ โชคชะตามันก็จะพัดพาเขาออกไปจากชีวิตเราเองนั่นแหละ ไม่ต้องทำอะไรเลย

ช่วงก่อนมาอเมริกานี่ ก็เริ่มสนิทกับ ‘พี่ฐิง’ ครับ คอมเมนท์ใน FB บ้าง ส่ง SMS หาบ้าง (แน่นอนครับ ว่าไม่เคยโทรไปเลย) แต่พอจะมีโอกาสเจอกัน มันก็ต้องคลาดกันทุกทีสิน่า

อย่างปีที่ผ่านมา มีเลี้ยงรวมโรตาแรคท์ อินเตอร์แรคท์ตั้งหลายหนครับ หนแรก ฐิงไป ผมไม่ได้ไป หนที่สองกับหนที่สาม ผมมาได้ แต่ฐิงกลับมาไม่ได้ซะงั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เคยนัดกันไปดูหนังเรียบร้อยแล้วครับ แต่ปรากฎว่า ผมเกิดต้องไปส่งเอกสารที่ธรรมศาสตร์ซะงั้น สุดท้ายก็เลยไม่มีโอกาส

แม้กระทั่งก่อนผมเดินทาง ก็คิดว่าอยากจะเจอพี่ฐิงสักหนนึงก่อนมา แต่ปรากฎว่า ฐิงไปฝรั่งเศสครับ แถมวันที่กลับมา ก็ดั๊น สวนกับผมแค่วันเดียวเอง

แล้วแบบนี้… จะไม่ให้คิดว่า ฅน ๆ นี้คงไม่ใช่คู่ของเราหรอก ได้ยังไงละครับ?

ก่อนจะมารู้ตัวว่า เออ ที่เราคลาดกันขนาดนี้ ก็เพื่อที่จะได้แน่ใจว่า อีกฝ่ายคือตัวจริงของเรา ตอนที่อยู่ห่างไกลกันน่ะครับ

ข้อสาม: เด็กกว่าแล้วไง?

หมอดูเคยบอกแม่ผมว่า เนื้อคู่ผม ถ้าไม่แก่กว่า ก็เด็กกว่ามาก ๆ ไปเลย ตอนที่ผมได้ยินครั้งแรก ก็คิดว่า สงสัยเป็นอย่างหลังแหละ เพราะผมมีโปรแกรมเรียนนานมาก กว่าจะจบทุกอย่างก็ล่อเข้าไปสามสิบกว่า ถ้ามีแฟนอายุมากกว่า แล้วผู้หญิงที่ไหนจะรอ ห๊ะ?

เพราะงั้น กับ ‘พี่ฐิง’ แล้ว ต่อให้ไปแซวใน FB บ่อยแค่ไหน หรือรู้สึกว่าพี่เค้าน่ารักยังไง มันก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่ดีครับ

จริง ๆ แล้วมีช่วงถอดใจสองช่วง ตอนนั้นคุยกันทาง MSN แล้วพยายามจะปลอบเรื่องความรักนี่แหละ ก็บอกว่า ‘พี่ฐิงน่ารักออกครับ ตอนทำค่ายด้วยกัน ถ้าไม่ติดว่าพี่ฐิงมีแฟนแล้ว ผมจีบไปแล้วละครับ’ แล้วฐิงก็ตอบกลับมาประมาณว่า ‘55555+ ขอบใจมากจ้า มีน้องหลายฅนเคยบอกกับพี่แบบนี้เหมือนกัน’

ผมฟังแล้วก็ถอยสิครับ คิดว่า เออ พี่เค้าคงเห็นเราเป็นแค่น้องจริง ๆ นั่นแหละ

ช่วงถอดใจช่วงที่สอง ผมเคยเขียนถามสเป็คผู้ชายฐิงไปครับ แล้วฐิงก็ตอบกลับมาทาง FB inbox ร่ายสเป็คยาวเหยียด (เห็นบอกว่า ไม่อยากเขียนใน wall post เพราะลูกศิษย์มาอ่านเยอะ)

ผมอ่านแล้วก็ถอดใจสิครับ สเป็คพี่ฐิงค่อนข้างจะสูงนี่ฮะ เช่น พูดได้ 3 ภาษาเงี้ย (ผมพูดได้แค่สอง แบบขลุกขลัก ๆ) มีความเชื่อเหมือนกันเงี้ย (ผมเป็นคริสต์ ฐิงเป็น shinnyo-en) หรือแม้กระทั่งว่า ฐิงชอบผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำได้ และให้คำแนะนำฐิงได้…. แล้วผมจะไปเหลืออะไรละครับ เด็กก็เด็กกว่า งานการก็ยังไม่มี แถมต้องเรียนอีกหลายปี ในขณะที่พี่ฐิงงานก็มีทำมั่นคงแล้ว พร้อมทุกอย่าง มีผู้ชายมาขอแต่งงานแล้ว ซึ่งถ้าแค่เซย์เยส ป่านนี้ก็มีครอบครัวไปแล้ว ตอนนั้นผมไม่มีอะไรเลยครับ ก็เลยคิดว่า พี่ฐิงคงเป็นได้แค่ฝันไป ตัดใจซะเถอะน้องรัก

แต่ถึงจะถอดใจไปแล้ว ก็มีเหตุการณ์ให้กลับมาฮึดใหม่ครับ

ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเหตุการณ์อะไร รอรายละเอียดวันงานแต่งงานแล้วกันนะครับ ^^

ปล. แต่วันแต่งงานยังไม่ได้กำหนดนะครับ

ปลล. วันนี้เรานัดกันอัพบล็อกพร้อมกันครับ ^^ เข้าไปอ่านมุมมองของฐิงได้ที่

http://tingallerina.wordpress.com/2011/01/19/%E2%99%A5-%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD-%E2%99%A5/

Advertisements
Comments
  1. Rata says:

    ถ้าฅนที่มันไม่ใช่ โชคชะตามันก็จะพัดพาเขาออกไปจากชีวิตเราเองนั่นแหละ ไม่ต้องทำอะไรเลย<<ชอบมากกก

    เราเคยคิดว่าไม่อยากคบกับคนที่อายุน้อยกว่ามาตลอด แต่ไปมาความเป็นผู้ใหญ่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุนะเราว่า ถ้าผู้ชายคนนั้นคอยsupport เราได้ คอยรับฟังคอยให้กำลังใจคอยปกป้องเราได้ มันก็โอเคแล้วอะ ถ้าคนเราชอบกันจริงๆก็จะมองข้ามเรื่องอายุได้ไปอย่างสบายๆ

    หลังจากลองคบคนที่เด็กกว่ามาสองปีกว่า หนูว่าคบผู้ชายเด็กดี๊ดีนะคะ ไม่เกร็ง ไม่ต้องมีการเกรงใจมาก แบบเท่าเทียมกันจริงๆอะ ถ้าสมมุติหนูคบรุ่นพี่ขึ้นมาคงต้องใช้คำสุภาพตลอดบ้าง รู้สึกเกรงใจมากกว่าคบคนอายุเท่ากันหรือน้อยกว่า แล้วเด็กๆขี้อ้อนดีด้วย

    ชอบเด็กแล้วตอนนี้ XD

    ป.ล. อยากไปงานแต่งพี่ทั้งสองมากกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ

    • tingallerina says:

      5555 เด็กๆ น่ารักเน้อะรตา :))))

    • masatha says:

      @Rata,,,,, อืม เค้าว่าสมัยนี้เทรนด์กินหญ้าอ่อนกำลังมา… น่าจะมาจริง ๆ
      ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นกรรมพันธุ์รึเปล่า เพราะญาติ ๆ พี่มีแต่ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงแก่กว่าทั้งนั้น (ชักเห็นอนาคตของโอรำไร ๆ)

      ก่อนหน้านี้ เคยคิดว่าผู้หญิงไม่น่าชอบผู้ชายขี้อ้อนนะเนี่ย แต่ถามฐิงก็บอกว่าโอเค น่ารักดี

      ในทางกลับกัน ถ้าคบกับผู้หญิงแก่กว่า ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ขี้อ้อนกลับเราหรอก แต่ไม่จริงเลยแฮะ

      @Ting…… เรื่องนี้ บอกตรง ๆ ว่าเห็นต่างจากฐิงจริง ๆ ค่ะ ก้อนชอบแบบผู้ใหญ่มากกว่า ;p

  2. june" says:

    โอ๊ย อ่านแล้วไม่กล้าเม้นเลย นั่งบิดไปบิดมาอยู่หน้าคอมเนี่ย น่ารักเกิ๊นนนนน

    แล้วพออ่านของพี่ฐิงแฟนพี่ก้อนเนี่ย โอ๊ย จะบ้าตาย
    แล้วพออ่านคอมเม้นของพี่ก้อนให้พี่ฐิงอีกเนี่ย โอ๊ย เอาปืนมายิงดีกว่า

    แอบๆชื่นชมอยู่ตรงนี้นะคะคุณพี่ทั้งสอง

  3. eurydice says:

    พี่เพิ่งลองเข้ามาเล่น (บอกตรงๆงงมากๆ เสียชื่อภริยาโปรแกรมเมอร์นะเนี๊ยะ)
    อ่านไม่หมดนะ..แต่อยากให้คอมเมนท์อันนี้ก่อน..

    ตอนอ่านสเปซที่เขียนเรื่องความรัก คิดว่าถ้าวันนี้มาถึงก้อนจะเขียนอะไร
    แต่ก็ยังคงเส้นคงวาเรื่องการเขียนที่ตรงไปตรงมาแต่แฝงความน่ารักนะ

    จากคนที่เดินล่วงหน้าไปก่อน..อยากบอกว่า จำวันที่เริ่มต้นให้สนิทในใจ ในความทรงจำนะ ทำให้ทุกวันเป็นวันเริ่มต้น ทางที่เดินจะไม่มีคำว่าไกล ลำบาก หรือเหนื่อยล้าเลย สำหรับความรัก..

    ต่อไป พี่คงรอฟังข่าวดีแล้วล่ะ.. ขอพระเป็นเจ้าอวยพระพรสำหรับทั้งคู่ในความรักนะคะ

    ปล.เหมือนอวยพรแต่งงานเลยอ่ะ…ซ้อมไว้ก่อน 😛

    • masatha says:

      แหม ผมเป็นแฟนนักบัลเลต์ ยังเต้นบัลเลต์ไม่เป็นเลยครับ

      ขอบคุณครับ (ว่าแต่ พี่แจงเคยจินตนาการว่า ถ้าวันนี้มาถึง ผมจะเขียนแบบไหนละครับ?)

      • eurydice says:

        จิตนาการเลยเหรอ..
        คาดว่าคงเขียนแบบนี้เลยแหล่ะ สไตล์ชัดเจน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s