วิ่ง วิ่ง…. วิ่ง

Posted: February 8, 2011 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

วิ่ง วิ่ง…. วิ่ง

 

เมื่อวันก่อนเพิ่งไปวิ่งรอบมหาวิทยาลัยมาครับ ซึ่งก็ไม่ได้ไกลมากอะไร วิ่งเหยาะ ๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมา

มูลเหตุที่ออกไปวิ่งก็ไม่มีอะไรมากครับ เนื่องจากรู้สึกว่าอึดอัดมาก เพราะว่านั่งอยู่ในห้องแล็บทั้งวัน ถึงจะเดินไปเดินมาเวลาทำแล็บ กับ เดินไป-กลับ ระหว่างหอกับแล็บ แต่ก็รู้สึกว่าไม่พออยู่ดี แล้วผมเป็นประเภทว่า ถ้าไม่ได้เคลื่อนไหวเท่าไหร่ แก็สในท้องจะเยอะครับ อึดอัดมาก แต่พอวิ่งให้เหงื่อออกแล้วก็สบายตัวขึ้นเยอะ

พอเสร็จแล้วก็เพิ่งระลึกได้ว่า โห… นี่เราไม่ได้ออกกำลังกายมาเกือบครึ่งปีแล้วหรือเนี่ย?

จริง ๆ ที่มหาลัยก็มีศูนย์ฟิตเนสนะครับ แต่เวลาเข้าไปใช้ทีก็ต้องเสียเงิน จะทำบัตรสมาชิกรายปีก็เสียดาย เพราะว่าเราไม่ได้ออกกำลังกายทุกวัน (ได้สัปดาห์ละสองสามหนก็หรูแล้วกับ) ก็เลยใช้วิ่งเอานี่แหละ ประหยัด ราคาถูก (คือส่วนตัวผมชอบวิ่งดูวิวมากกว่าวิ่งบนสายพานน่ะนะครับ)

 

สมัยตอนอยู่โรงเรียน ก็ออกกำลังกายเหมือนเด็กผู้ชายตามปกติน่ะนะครับ เล่นบาสเล่นบอลไปตามเรื่อง แต่พอเรียนม.ปลายก็เริ่มจะเรียนหนัก ไม่ค่อยมีเวลามาเล่นกีฬาหลังเลิกเรียนมาก ๆ เหมือนเมื่อก่อน วิธีแก้ปัญหาที่ผมใช้ก็คือใช้วิ่งรอบสนามเอานี่แหละครับ (ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว)

ตอนนั้นก็คงเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับหลาย ๆ ฅนน่ะนะครับ เพราะผมวิ่งเกือบทุกวัน แล้วด้วยความที่ผมขี้เกียจเปลี่ยนเป็นชุดกีฬา ผมก็วิ่งทั้งชุดนักเรียน หลังจากนั้นก็มีฅนมาถามอยู่เรื่อย ๆ ว่า ทำไมถึงต้องมาวิ่งด้วยล่ะ (คงรู้ว่า ไม่ได้เป็นนักกีฬาอะไรเลย)

 

สมัยนั้นก็ไม่รู้จะตอบว่าไงอ่ะครับ (คือแค่วิ่งนี่ ต้องถามเหตุผลด้วยเรอะ?) ก็ตอบส่ง ๆ ไปว่า วิ่งแล้วมันก็แก้เครียดได้ดี (ซึ่งผมก็ว่ามันสมเหตุสมผลน่ะนะฮะ เพราะว่าเวลาออกกำลังกาย สมองก็หลั่งทั้งเอนดอร์ฟิน และโดปามีน ซึ่งก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง)

เล่าเรื่องนี้ให้ที่บ้านฟังครับ แล้วก็โดนด่าใหญ่ว่าทำไมไปตอบแบบนั้น ที่บ้านเหตุผลว่า ‘ไปบอกเค้าว่า วิ่งแก้เครียด เดี๋ยวเค้าก็หาว่าเราเป็นโรคประสาทหรอก เครียดอะไรเยอะแยะ วุ้ย’

 

เพราะงั้น ตอนนี้ถ้ามีใครมาถามว่า วิ่งทำไม… ก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าผมจะอ้ำอึ้งน่ะนะฮะ “- –

จบม.ปลาย เข้ามหาลัย ตอนอยู่ศาลายานี่ไม่ค่อยได้วิ่งเท่าไหร่ครับ เพราะกิจกรรมเยอะ แต่พอย้ายมาคณะวิทย์ที่พญาไท ก็ได้วิ่งบ่อยขึ้น ปกติก็จะไปวิ่งตอนกลางคืนรอบสวนจิตรครับ เวลาที่วิ่งที่ผมเลือกก็จะเป็นช่วงค่ำ ๆ หน่อยครับ หลังทุ่มนึงไรงี้ เหตุผลก็เพราะว่า เคยไปวิ่งตอน 5-6 โมงเย็น พบว่า รถเยอะมากครับ จะสำลักควันตาย ก็เลยคิดว่า น่าจะต้องวิ่งให้ค่ำหน่อย ให้รถมันพอซา ๆ ลง ไม่งั้น แทนที่จะได้บริหารปอด จะกลายเป็นทรมานปอดไปเสียเปล่า ๆ

 

เวลาวิ่งนี่ ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรครับ (ไม่เหมือนสมัยก่อน) ถ้าเหนื่อยก็หยุดเดิน หายเหนื่อยก็วิ่งต่อ (ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เคร่งครัด ไม่ยอมเดินเลย) นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่วิ่งเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองครับ ก็คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อย สมองปลอดโปร่ง ไอเดียเวลาเขียนบล็อกต่าง ๆ ก็ได้มาตอนวิ่งเยอะแยะนี่แหละ นอกจากคิดนู่นคิดนี่แล้ว ก็ได้สวดเป็นเรื่องเป็นราวตอนวิ่งด้วยครับ รู้สึกว่าเวิร์คมาก ๆ เลยทีเดียว (สวดได้ตั้งหลายรอบ)

 

สำหรับชุดที่วิ่งนี่ ก็ไม่มีอะไรประหลาดครับ ผมเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าวิ่ง แล้วก็เปลี่ยนกางเกงเป็นขาสั้น ส่วนเสื้อนักศึกษาไม่ได้เปลี่ยน (เพราะขี้เกียจซัก) ชุดมันก็เลยดูตลก ๆ นิดหน่อย แต่พอดีไม่แคร์ (เข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้องวิ่งค่ำ ๆ ตอนที่ฅนไม่เยอะแล้วใช่ไหมครับ?) แต่ถึงจะเป็นค่ำ ๆ ที่ฅนไม่ค่อยเยอะก็ไม่ค่อยน่ากลัวนะฮะ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นวัง แถวนั้นก็เลยไม่ค่อยมีฅนจรจัดมาขอเงินเท่าไหร่ (ไม่เหมือนเส้นสามเสน ที่มีฅนมาขอเงินเต็มไปหมด)

 

หลังวิ่งนี่ ปกติแล้วจะไม่อาบน้ำเลยครับ นั่งรอให้ตัวแห้ง ปรับอุณหภูมิให้ลดมาหน่อย บางฅนบอกว่า หลังออกกำลังกายไม่ควรทานอาหารเลย แต่หลังวิ่งเสร็จผมก็กินข้าวทุกทีอ่ะนะ (แล้วดูเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติด้วย นอกจากนั้นก็ดื่มน้ำตามมาก ๆ ครับ เพราะว่าเสียเหงื่อมาก ผมเพิ่งค้นพบเองว่า ถ้าหลังวิ่งเสร็จ ไม่ควรกินน้ำเย็นจัด (เพราะทำให้ปวดท้อง) และไม่ควรเป็นน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน ๆ (เพราะว่ามันทำให้หิวน้ำกว่าเดิม) กินน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องนี่ น่าจะดีที่สุด

 

นอกเหนือจากวิ่งระยะทางสั้น ๆ แล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไปวิ่งมินิมาราธอน ในงานประจำปีโรงเรียน (ของสาธิตเกษตร) ทุกปีครับ ระยะทางก็สั้น ๆ แค่ประมาณ 4 กิโลเมตร ตอนเช้าตรู่

แต่ปีหลัง ๆ ไม่เห็นจัดแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

เวลาวิ่งฅนเดียวนี่ ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ แต่เวลาวิ่งมาราธอนนี่ จะน่าขายหน้าเล็กน้อย อย่างแรกก็คือว่า เวลาวิ่งมาราธอน ผมจะไม่กล้าเดินครับ แล้วเวลาโดนฅนแซงมาก  ๆ มันจะน่าอาย (ที่น่าอายที่สุดก็โดนเด็กประถมแซงอย่างเริงร่า ในขณะที่เราหอบจนลิ้นห้อยนี่ล่ะ)

เคยไปวิ่งกับน้องชายด้วยปีนึง หลัง ๆ ก็ไปวิ่งฅนเดียว… ส่วนปีนี้ ไม่แน่ใจว่าจะยังมีอยู่รึเปล่านะครับ ซึ่งวิ่งแบบนี้นี่ แค่เอาจบครบรอบก็บุญมหาศาลแล้ว ไม่ต้องถามเลยฮะว่าวิ่งเร็วแค่ไหน (แค่ไม่ให้เป็นลมยังยากเลย หลานเอ๊ย)

 

เท่าที่ผ่านมา ก็พบว่า การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ถูกจริตผมดีน่ะนะครับ เพราะทำฅนเดียวได้ ไม่ต้องง้อฅนอื่น ไม่ต้องชวนฅนอื่นไปเล่น

อย่างที่สองคือ มันประหยัดเวลา ถ้าเวลาน้อย ก็วิ่งเร็ว ๆ จะได้เหนื่อยไว ๆ ถ้าเวลามาก ก็วิ่งช้าหน่อยก็ได้ ไม่เหมือนเล่นกีฬาที่ บางทีเล่นแล้วก็ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ (เช่นปิงปอง หรือ เทนนิส ที่ตีปุ๊บ แพ้ ตีปุ๊บ แพ้) แถมกีฬาแบบนี้ไม่ค่อยมีปะทะ ข้อเท้าก็ไม่เจ็บครับ

 

อาจจะมีปัญหาบ้างเรื่องข้อเข่า (เพราะบางฅนบอกว่า ว่ายน้ำดีกว่า ไม่เป็นภาระกับข้อ) แต่ว่ายน้ำนี่ มันเสียเวลาเยอะสำหรับผมครับ กว่าจะเปลี่ยนชุด กว่าจะว่าย กว่าจะอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับ แล้วจริง ๆ ผมไม่ใช่ฅนที่ออกกำลังกายหนักหนาสาหัสอะไรขนาดที่จะต้องห่วงข้อเข่าจะพังก่อนแก่

 

….. แต่ออกกำลังกายฅนเดียว บางทีมันก็เหงาน่ะนะครับ

 

 

Comments
  1. tingallerina says:

    ช่วงนี้ฐิงก็ยุ่งอยู่กับการเก็บบ้าน เลยไม่ได้ไปซ้อมบัลเลต์ตอนเช้าเป็นเดือนแล้ว เลยต้องใช้วิธีเดินวันละ15-20นาทีหลังสอนเสร็จ ซึ่งก็เป็นเวลาประมาณ 3ทุ่ม อากศจึงค่อนข้างดี เพิ่งค้นพบว่าตัวเองชอบเดินก็ตอนนี้แหละ:)
    ไว้ก้อนกลับมา แล้วไปวิ่งด้วยกันเนอะ เอ,,ไม่ใช่สิ ก้อนวิ่ง ฐิงเดิน:) แถวบ้านฐิงมีสวนเบญจสิริ กับเบญจกิติ น่าเดินน่าวิ่งทั้งคู่เลยจ้ะ^____^

    • masatha says:

      เย้ อันนี้ฐิงคอมเมนท์แล้วไม่หายแล้ว ^^

      แล้วไปเดินด้วยกันนะคะ (จับมือเดินได้ป่ะ?)

  2. BeeR says:

    ‘ment ในนี้ก็ได้ครับ แค่ FB มันมี noti อ่า 555+

    เง้อ ~ อ่านแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ได้วิ่งมา 3 เดือนแล้วเหมือนกัน =w=’

    • masatha says:

      เออ จริงด้วยแฮะ ลืมเรื่อง notification ไปเลย
      ว่าแต่เบียร์ออกกำลังกายยังไงล่ะเนี่ย? วิ่งเหมือนกันเหรอฮะ?

  3. Pao says:

    เปาเริ่มมาใส่ใจการออกกำลังกาย ตอนที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักน่ะค่ะ ตอนนั้นแปดสิบต้นๆได้มั้ง แหะๆ ช่วงนั้นสอบโควต้าเข้ามหาลัยได้ ก็เลยมีเวลาว่างมากกว่าคนอื่น ก็เลยจัดการตัวเองเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักแบบคิดเอง ทำเอง เพราะฉะนั้นสะดวกสุดก็วิ่งนั่นแหละค่ะ อ้อ…มีวอร์มอัพเล็กน้อย เปาทำซิทอัพห้าสิบครั้งก่อนออกไปวิ่ง แล้วก็ไม่ได้ไปวิ่งที่ไหนไกล แค่รอบโรงรถที่บ้านนั่นแหละค่ะ วิ่งสักชั่วโมงสองชั่วโมง แรกๆน้องหมาวิ่งตามหลังๆอาจมึนไปก่อน เพราะแค่วิ่งรอบโรงรถ เลยมองดูพี่สาววิ่งอย่างเดียว 😛 ทำอยู่สองเดือน น้ำหนักลดไปเกือบยี่สิบกิโลแน่ะค่ะ ปลื้มสุดๆ พอเริ่มเรียนในมหาลัยก็ไม่ได้ทำโปรแกรมนี้อีกเลย หรือถึงให้ทำตอนนี้ อาจไปไม่รอด แหะๆ แค่ซิทอัพได้สามสิบก็แทบแย่แล้วอ่ะค่ะ

    ก้อนวิ่งไป สวดมนต์ได้ด้วย เก่งจังค่ะ อีกอย่าง เปาว่าวิ่งแก้เครียด ก็จริงนะคะ ยิ่งของก้อนวิ่งที่กว้างๆ สมองปลอดโปร่งนี่เห็นด้วยสุดๆ

    หลังจากที่ไม่ได้ออกกำลังกายในช่วงเรียน พอเรียนจบ มีช่วงที่เป็นผู้ช่วยวิจัย ไปเข้าฟิตเนสตามแฟชั่นกับเค้าเหมือนกันค่ะ จะว่าสะดวกก็สะดวกดีนะคะ เพราะแค่เอาตัวกับเสื้อผ้าไปเท่านั้นก็พอค่ะ มีของให้เล่นเยอะแยะเลย ตอนนั้นมีโอกาสได้ฝึก พิลาเต้ ค่ะ เคยฝึกโยคะ ขอบอกว่าทรมานมาก พิลาเต้ สนุกกว่าล่ะค่ะ เสียเหงื่ออาจน้อยกว่าโยคะ แต่ยืดกล้ามเนื้อดีนะคะ

    พอตอนนี้มาอยู่เกาหลี แรกๆก็ยังฝึกพิลาเต้เอง แต่ปัจจุบันเลิกไปแล้ว แหะๆ ขี้เกียจน่ะค่ะ อยากไปวิ่งริมแม่น้ำฮันบ้าง แต่ว่า..ไม่ได้ใกล้บ้าน คงต้องรอเสาร์อาทิตย์ ที่นี่นิยมปั่นจักรยานริมแม่น้ำนะคะ มีบริการให้เช่าด้วย รัฐบาลเค้าสนับสนุนกิจกรรมนันทนาการริมน้ำค่ะ ก็เลยทำสวนสาธารณะตลอดริมแม่น้ำทีเดียว โดยแบ่งการดูแลตามเขตพื้นที่นั้นๆ ประทับใจเกาหลีที่สุด ก็สวนสาธารณะริมแม่น้ำนี่แหละค่ะ

    • Tingallerina says:

      กิจกรรมรอบแม่น้ำ,,, ฟังดู
      โรแมนติคมากๆเลยเปา แถม
      เป็นแม่น้ำในเกาหลี,,,, โอ้
      วววววว อิจฉาๆๆ

      เปาเล่น pilates ที่ไหนอ่ะ เป็น
      แบบใช้อุปกรณ์ หรือใช้แค่
      Matress อ่ะจ้ะ พอดีเพื่อนฐิง
      เป็นเจ้าของ Absolute Pilates แล้วก็
      สอนเองด้วย คนนี้เก่งมาก
      นิสัยดีด้วย ถ้าเปากลับมา
      แล้วยังอยากเรียนอยู่
      เดี๋ยวแนะนำให้นะจ๊ะ:)
      จริงๆเค้าเรียนจบจาก MIT คือ
      เหมือนฐิงตรงที่เรียน
      หนังสือไป เต้นบัลเลต์ไป
      ตั้งแต่เด็ก ทีนี้มีอยู่
      วันนึง เค้าล้ม อุบัติเหตุ
      ครั้งนั้น หมอบอกว่า จะ
      กลับมาเต้นไม่ได้อีกเลย
      ตอนนั้นเค้าเสียใจมาก เลย
      ได้เริ่มฝึก pilates สุดท้ายมัน
      ทำให้เค้ากลับมาเต้นได้
      ปกติ ตอนนี้นอกจากเต้นบัล
      เลต์ เลยเปิด pilates center พ่วง แต่
      กลายเป็นว่า pilates จป็นงาน
      หลักของเค้าไปซะแล้ว:)))

      • Pao says:

        สวัสดีค่ะฐิง กิจกรรมริมน้ำมีดี อย่างที่คาดไม่ถึงเชียวล่ะค่ะ แต่ดูเหมือนนักท่องเที่ยวคงไม่นิยม จะเป็นผู้อยู่อาศัยมากกว่าค่ะที่จะไปแถวนั้น ขอแนะนำว่าช่วงใบไม้ผลิ ซากุระบาน สวยมาก (ดูในเฟสบุ๊คเปาก็ไ้ด้นะคะ) romantic สุดๆ ไว้ถ้ามาเที่ยว เปาแนะนำจุดที่น่าไปได้นะคะ

        เปาฝึกพิลาเต้ที่ California wow fitness ค่ะ แต่แค่เดือนเดียว เพราะตอนนั้นเป็นช่วงว่างก่อนมาเกาหลีน่ะค่ะ เปาฝึกแบบ mattress ค่ะ ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ ไว้กลับไปไทยเมื่อไหร่ เปาจะขอรบกวนฐิงให้แนะนำเพื่อนนะคะ เพราะลองทำเองที่นี่คนเดียว ไม่ค่อยเวิร์คอ่ะค่ะ (อาจเพราะขี้เกียจ -.-ll)

      • masatha says:

        …. เข้ามาแอบดูสาว ๆ คุยกัน
        ว่าแต่ฟังแล้วบรรยากาศดีมาก ๆ เลยนะฮะเนี่ย ส่วนตัวมชอบมากกว่าเวลาออกกำลังกายแล้วดูวิวสวย ๆ ไปด้วย

        ถ้าออกกำลังกายในฟิตเนสแคบ ๆ มองไปมีแต่กำแพงคงเบื่อแย่เลยฮะ

      • Tingallerina says:

        อ่านแล้ว ชักอยากไปเกาหลีแล้วสิ ^^

        ได้เลยเปา ไว้เดี๋ยวเปากลับมาเมื่อไหร่ บอกฐิงได้จ๊ะ จะแนะนำให้รู้จักนะจ๊ะ 🙂

  4. แบลล์ says:

    เหมือนกันเลยค่ะ ตอนอยู่มัธยมนี่ฟิต วิ่งหลายๆรอบทุกวันเพราะเป็นนักกีฬา แถมยังต้องขึ้นบันไดสี่ห้าชั้นขึ้นๆลงๆทุกวัน ฮ่าๆ แต่เข้ามหาลัยมานี่เรียนหนักจนไม่ได้ออกกำลังกายเลยค่ะ

    พออ้วนขึ้นก็คิดว่าไม่ไหวแล้ว เลยหาโอกาสไปวิ่งดู ตอนช่วงที่อากาศเย็นๆ ประมาณเดือนที่แล้ว แบลชอบออกไปวิ่งในมหาลัยตอนกลางคืนค่ะ สี่ทุ่มห้าทุ่ม ชุดวิ่งนี่เปลี่ยนแค่รองเท้าค่ะ ฮ่าๆ ถอดเข็มขัดเปลี่ยนรองเท้าแล้วใส่กระโปรงไปวิ่งเลย ฮ่าๆ

    วิ่งในมกาลัยนี่ได้อารมณ์ต่างจากวิ่งรอบมหาลัยเยอะต้นไม้เยอะ ร่มรื่น สงบ ไม่มีรถแล้วก็ไม่มีคน

    ลมเย็นน่าวิ่งมากค่ะ ฮ่าๆ แต่ต้องมีคนไปวิ่งเป็นเพื่อน มันแอบน่ากลัว X(

    ส่วนแบลวิ่งเสร็จชอบไปอาบน้ำทันทีค่ะ เห็นมีคนบอกว่าไม่ดีต่อร่างกายเหมือนกัน แต่พอเหงื่อออกเยอะๆแล้วอาบน้ำเย็นๆนี่รู้สึกสดชื่นมากๆค่ะ

    • masatha says:

      เออเนอะ ลืมไปเลยว่าแบลเป็นนักีฬานี่ฮะ

      แต่วิ่่งดึก ๆ นี่แอบน่ากลัวเหมือนกันแฮะ แล้วใครไปวิ่งเป็นเพื่อนล่ะเนี่ย?

  5. สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องวิ่งเอง น้อ…ดีใจด้วยค่ะที่ร่างกายจะแข็งแรงยิ่งกว่าอีกหลายๆคน

    • masatha says:

      5555 ที่ผ่านมายังถี่ไม่พอน่ะครับ ใจจริงก็อยากให้ได้ถี่กว่านี้สักหน่อย ;p

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s