why do you go to church?

Posted: June 1, 2011 in ศาสนาบ้าน ๆ

วันก่อน (อาทิตย์เช้า) กำลังแต่งตัว จะไปโบสถ์ที่คริสตจักรนิมิตใหม่ ที่ราชเทวีครับ ผมเพิ่งกลับจากโบสถ์คาทอลิก จะออกไปอีกที่ น้องชายซึ่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ก็ถามด้วยความสงสัยว่า

 

“จะไปทำไม?” (คือเจ้าตัวคงงง ๆ ที่ผมไปสองที่)

 

จริง ๆ ช็อตนี่เป็นช็อตเหมาะเหม็ง ในการขยายความว่า ทำไมเราถึงสนใจในศาสนา ทั้งยังเป็นช็อตเหมาะเหม็ง ในการจะชวนใครสักคนเข้าหาศาสนาด้วยกันเลยครับ เพียงแต่ว่า ตอนนั้นผมไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ก็เลยอึ้งไปพักใหญ่ ๆ ก่อนจะตอบไปว่า “ก็มันดีอ่ะ” (ฮา— คือเป็นคำตอบที่ห่วยสัด ๆ เลยครับ)

 

พอมานั่งนึกดู ก็พอเรียบเรียงได้ว่า มีเหตุผลอย่างน้อย 3 อย่างที่ทำให้ผมไปโบสถ์ (หรือวัด) ครับ

 

ข้อแรก

ผมชอบร้องเพลงครับ อยู่ที่โบสถ์นี่ เรามาสามารถร้องเพลงเสียงดังได้ (เหมือนกับคาราโอเกะ แถมไม่ต้องเสียตังค์) เพราะงั้น ผมจะค่อนข้างมีความสุขมาก ในช่วงที่มีการร้องเพลง แล้วเพลงนี่ ไม่ได้มีแต่เพลง hymn ช้า ๆ แบบในหนังฝรั่งนะครับ เพลงใหม่ ๆ ทันสมัย จังหวะเร็วก็มี แล้วผมไม่ชอบร้องเพลงเดี่ยวครับ ชอบร้องพร้อม ๆ กันเป็นกลุ่มมากกว่า

จริง ๆ แล้ว ที่ชอบไม่เชิงร้องเพลงในตัวของมันเองน่ะครับ ถ้าจะให้พูดให้ชัดเจนจริง ๆ น่าจะเป็นว่าชอบเปล่งคลื่นเสียงประสานไปกับฅนอื่นมากกว่า (งงรึเปล่าครับ)

 

ถ้าขยายความเพิ่มเติม ผมคิดว่า แต่ละคน เราจะมีการแผ่คลื่นออกจากตัวตลอดเวลาครับ ถ้าเราเจอฅนที่คลื่นเหมือนกัน สอดประสานกัน เราก็จะสบายใจเวลาอยู่ใกล้ฅน ๆ นั้น แต่ถ้าเจอคลื่นที่หักล้างกัน เวลาอยู่ใกล้ ๆ ก็จะรู้สึกอึดอัด ไม่อยากคลุกคลีด้วย

 

ส่วนการร้องเพลง เป็นการปรับคลื่นที่แผ่ออกมา ให้เป็นคลื่นเดียวกันครับ ส่วนผม เวลาคลื่นของผมเป็นหนึ่งเดียวกับคลื่นของฅนอื่น ๆ จะเป็นช่วงเวลาที่ชื่นชอบมาก เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่ทำให้คลื่นของเราประสานกับคลื่นของฅนอื่นก็จะชอบเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่ร้องเพลงอย่างเดียว แต่อย่างสวดมนตร์ก็เหมือนกันครับ (อย่างตอนนี้แฟนพาไปวัดชินเนียว เอ็น ซึ่งเป็นพุทธสายมหายาน ผมก็จะชอบช่วงเวลาที่สวดมนตร์พร้อม ๆ กันเสียงดัง ๆ นะฮะ ชอบมากกว่านั่งฟังฅนอื่นสวดเฉย ๆ)

 

ข้อสอง

ผมชอบช่วงเทศนาครับ ไม่ได้ชอบแค่เวลามีพระ (หรือนักบวช) มาสอนว่า เราควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร แต่ผมชอบเวลามีการอ้างถึงหลักคิดเชิงเทววิทยาด้วย (คืออธิบายว่า ทำไมเราถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงทำแบบนี้) ซึ่งออกจะเป็นคำถามกึ่งปรัชญา กึ่งเทววิทยาอย่างบอกไม่ถูก

พูดง่าย ๆ ก็คือว่า ผมไม่ชอบแค่มีใครบอกว่า ‘ทำดีทำอย่างไร?’ แต่เป็นว่า ‘ทำไมต้องทำดี?’ นั่นแหละครับ ซึ่งพุทธ กับ คริสต์นี่ แม้จะบอกให้ทำดีเหมือนกัน แต่เหตุผลในการทำดี แตกต่างกันเป็นฅนละเรื่องเลย (ไว้วันหลังจะมาขยายความนะครับ)

เอาเป็นว่า การได้มาพูดคุย ครุ่นคิด เรื่องว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร ชีวิตเรามีจุดประสงคืออะไร แล้วเราควรมีแนวทางดำเนินชีวิตอย่างไร ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ผมมีชีวิตชีวาแบบหนึ่งครับ

 

ข้อสาม

หลังกิจการในโบสถ์ (หรือวัด) ก็จะเป็นช่วงเวลาพูดคุยครับ หรือศัพท์เทคนิกเรียก สามัคคีธรรม (fellowship) ซึ่งเป็นคำที่ไม่ค่อยสื่อเท่าไหร่

แต่เอาเป็นว่า การได้รู้จักฅนใหม่ ๆ การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับฅนที่มีพื้นฐานทางความคิดแตกต่างกัน ก็เป็นเรื่องที่สนุกดีครับ ผมค่อนข้างจะไม่มีปัญหากับการรู้จักฅนใหม่ ๆ หรือสร้างสายสัมพันธ์กับฅนมากหน้าหลายตาน่ะครับ (แต่อันนี้ก็แล้วแต่ฅน เพื่อนผมบางฅนก็ไม่ชอบการรู้จักกันแบบฉาบฉวย) อันนี้ของคริสต์ กับชินเนียวจะมีเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยครับ (พวกแลกเปลี่ยน พูดคุยประสบการณ์) ของวัดเถรวาท เท่าที่ทราบ พอเทศน์จบก็แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มาพูดคุยกันสักเท่าไหร่ครับ

 

ก็เป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ผมสนใจจะไปวัด กับ โบสถ์นะครับ มันคงไม่เหมือนกับไปเที่ยว ไปช็อปปิ้ง ดูหนัง กินข้าว แต่ยืนยันได้ว่า เปิดโลกทรรศน์เราให้กว้างขึ้นไม่น้อยเลยฮะ ^_^

Advertisements
Comments
  1. Zerothman says:

    ผมเนี่ยแหละคนนึงไม่ชอบเจอคนไม่รู้จักเยอะๆ พอดีเกิดมาเป็นคนขี้อายต๊ายตายเท่ห์จัง

  2. may-ya says:

    +++ ยังดี พี่ก้อนตอบว่า “ก็มันดีอ่ะ” เพราะเมตอบว่าก็อยากไปน่ะ XD

    +++ เป็นคนไม่สนใจจะชักจูงใครเข้าออกศาสนาหรืออะไรทั้งสิ้นเลยค่ะ อารมณ์ว่ามันอยากไปมันก็คงขวนขวายไปเองแหละ (ช่างต่างคนต่างอยู่เหลือเกิน XD)

    • masatha says:

      ตอบได้สมกับเป็นเมย์จริงจริ๊ง

      จริง ๆ เรื่องชวนมใครเข้าไหนออกไหนนี่ ไม่ค่อยกล้าเหมือนกันแฮะ ขนาดแค่ถ้าใครมีความทุกข์อะไร จะแนะนำศาสนายังไม่กล้าเลย แต่ถ้ามานั่งคุยกัน หรือถามกันเรื่องรายละเอียดศาสนานี่ออกจะชอบมาก ๆ

  3. Jang Narangsiya says:

    พี่ไปโบสถ์น้อยลงทุกวัน

    ที่เขียนมีตรงแค่ข้อเดียว คือข้อสอง ไม่รู้รู้สึกไปเองหรือเปล่าว่า ทุกสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะมีปัญหาที่เกิดในชีวิตและยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ทุกครั้งไป คุณพ่อจะเทศน์สอนอะไรสักอย่าง ในวันอาทิตย์นั้น มันจะตรงกับเรื่องที่เรามีปัญหาตลอด
    พักหลังชีวิตมันตึงมากๆ แทนที่จะไปให้มากขึ้นพี่กลับไม่อยากไปเลย แต่อยากใช้เวลาอ่านพระคัมภีร์ และหาทางเข้มแข็งด้วยตัวเอง

    ยอมรับตรงๆว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยอดทนกับพิธีการใดๆทั้งสิ้น บางทีเบื่อหน่ายการพูด บทสวดอะไรซ้ำๆ แค่อยากพูด อยากถามคำถามในพระคัมภีร์เท่านั้น(เป็นคนที่เอาแต่ใจมากเนาะ)

    ตอนนี้รู้สึกแย่เพราะน้องไปโบสถ์น้อยลง ถ้าไม่ไปบ้านคุณย่า(เซนต์ฟรังส์ฯ)ก็ไม่ได้ไปเลย เพราะเสาร์อาทิตย์ ปิดเทอมพี่พาลูกตะลอนเที่ยวตลอด ได้แค่อ่านพระคัมภีร์หรือถกกันในหัวข้อต่างๆในพระคัมภีร์

    จริงๆก็เป็นการฝึกวินัยเราอย่างหนึ่งในเรื่องศาสนาที่เป็นสังคมส่วนรวม แต่พี่ก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ตรงนี้
    คือเหนื่อยจะพูดกะคนแปลกหน้า เหนื่อยทำกิจกรรม น้องเลยกลายเป็นเด็กติดบ้าน ไม่ค่อยอยากไปไหน

    เปิดเทอมแล้วคงได้พาเค้าไปโบสถ์เยอะขึ้นค่ะ รู้สึกเป็นแม่ที่แย่จริงๆ

    • masatha says:

      จริง ๆ เรื่องเทศน์นี่ หนืดสำหรับผมมากครับ เพราะรู้สึกว่า เมสเสจมันจะซ้ำ ๆ แล้วก็ดูฟุ้ง ๆ (คือจับประเด็นไม่ค่อยได้) แล้วก็นั่งหลับอยู่เลย แต่ถ้าไปโบสถ์หลาย ๆ รอบแล้วเทียบกันว่า แต่ละรอบบทเทศน์มันต่างกันยังไงก็สนุกดี
      เรื่องพิธีการ ถ้าไม่ใช่ช่วงสอบ ผมก็ไม่รู้สึกว่าช้าไปอ่ะฮะ พอดีชอบเพลง ;p

      ก็ยังดีที่น้อง ๆ ได้อ่านพระคัมภีร์นะฮะ

  4. ข้าวตู says:

    เขียนเรื่องศาสนาก็ดีค่ะพี่ก้อน เปิดหูเปิดตาข้าวตูได้เยอะเลย เพราะปกติไม่ค่อยรู้เรื่องว่าศาสนาอื่นเค้ามีอะไร เค้าทำอะไร อย่างเรื่องfellowship นี่ข้าวตูก็เพิ่งรู้ว่าศาสนาอื่นมีนะ

    ปล. สวดมนต์ เขียนอย่างงี้ค่ะ 😉

    • masatha says:

      ขอบคุณจ้าาาา พี่ก็เพิ่งรู้ว่า fellowship นี่ มันมีในพุทธด้วยก็จากข้าวตูบอกนี่แหละ

    • masatha says:

      ขอบคุณจ้าาาา พี่ก็เพิ่งรู้ว่า fellowship นี่ มันมีในพุทธด้วยก็จากข้าวตูบอกนี่แหละ

  5. Pao says:

    อ่านแล้วน่าสนใจดีนะคะ เปาเคยร้องเพลงในโบสถ์ สนุกดีนะคะ ร้องเพลงในโบสถ์ แต่เรื่องฟังเทศน์ เคยฟังแต่แบบเล่าเป็นเรื่อง คล้ายๆเล่านิทานน่ะค่ะ แล้วก็จบด้วยคำสอนในพระคัมภีร์ เพราะงั้นรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง ส่วนไปวัด มักจะไปเพื่อใส่บาตร น้าน…นาน..จะฟังเทศน์สักที เฉพาะวันพระใหญ่ แล้วที่ฟัง เพราะคุณยายอยากอยู่ฟัง คุณหลานก็ต้องอยู่กับคุณยายด้วย ถ้าจะคิดง่ายๆ เปาฟังเทศน์ห้าครั้ง รับได้หนึ่งเรื่อง ถือว่าดีสำหรับเปาแล้ว ไม่ได้หมายถึงฟังพระเทศน์แล้วหลับนะคะ แต่เสียงพระเวลาเล่าเรื่อง ฟังยากจัง มีพระบางรูปเท่านั้น ที่เวลาเทศน์ฟังง่าย ฟังสนุก ปัญหาอาจเกิดจากเปาหัวช้ามั้ง แหะๆ

    • masatha says:

      เข้าใจครับ เวลาพระเทศน์ บางทีท่านมีจังหวะการพูดที่ไม่เหมือนกับเวลาเราพูดปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน บางทีก็ฟังยากหน่อย แต่เวลาดูพระดัง ๆ ที่มาเทศน์ทางโทรทัศน์ (ออกรายการอะไรต่าง ๆ) อันนั้นก็ฟังง่ายดีนะฮะ แต่พอดีไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังบ่อย ๆ

  6. มิงค์ says:

    สนใจที่พี่ก้อนบอกว่าชอบเวลาร้องเพลงน่ะค่ะ รู้สึกว่าเป็นเหตุผลที่แปลก+รู้สึกดีนะ

    🙂

    • masatha says:

      เพื่อนฝรั่งที่เขารู้ เขาก็บอกว่าแปลกดีนะ ที่ไปโบสถ์เพราะชอบเพลง (ปาสเตอร์ยังเคยเอาเรื่องพี่ไปพูดเลย น่ารักดี)

  7. j00m says:

    เคยไปโบสถ์ครั้งเดียวเลยคือ ตอนไปเป็นเพื่อนเพื่อนสัมภาษณ์โต๋
    ชอบตรงที่ได้ฟังเพลงประสานเสียงเพราะๆนี่แหละ

  8. ดีค่ะ…”ทำไมต้องทำดี”…ได้ใช้สติปัญญาคิดต่อด้วยอ่ะนะ

    • masatha says:

      55555 ผมว่าเรื่องนี้ต้องถกกันยาวเลยฮะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s