จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากจะเขียนเกี่ยวกับการเมืองรวดเดียว 3 ตอนหรอกนะครับ แต่ช่วงนี้มันก็น่าสนใจจริง ๆ

ช่วงนี้ ก็มีเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังร้อนแรง บางท่านก็อยากจะให้เลือกแต่ฅนเก่ง ๆ ฅนดีมีความสามารถ แล้วก็รังเกียจการต่อรองเพื่อขอเก้าอี้ที่สุด แต่ผมมองว่า ชีวิตจริง มันก็มีข้อจำกัดอย่างน้อยสองประการนะครับ

ประการแรก การต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้แม้จะไม่ชอบใจ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า เมื่อเป็นรัฐบาลพรรคผสม การจัดสรรอำนาจ ก็ต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่ประชาชนเลือกมา

ยกตัวอย่างง่าย ๆ พรรค ก. และ ข. เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรค ก. มีส.ส. 200 ฅน พรรค ข. มีส.ส. 100 ฅน ถ้าบอกว่า พรรค ข. เป็นพรรคยี้ จึงไม่ควรมีอำนาจในการเลือกรัฐมนตรีเลย ผมก็ต้องถามว่า ถ้างั้น เสียงที่ประชาชนเลือกพรรค ข. เข้ามา 100 เสียงนี่ มันหายไปไหน ถูกเพิกเฉยได้อย่างไร?

เพราะฉะนั้น ถ้าพรรคคุณบรรหารจะได้กระทรวงเกษตรไป ก็ทำใจเถอะครับ เพราะถ้าประชาชนยังเลือกพรรคเขาเข้ามา พรรคเขาก็มีสิทธิในการบริหาร (ถ้าได้เป็นพรรคร่วม) ตามหลักการประชาธิปไตยน่ะครับ

ประการที่สอง การต่อรองเก้าอี้ภายในพรรค จริง ๆ แล่้วถ้าเอาแบบอุดมคติเลยนี่ พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ ไม่ควรจะมีการแย่งตำแหน่งกันเองครับ ควรจะมอบหมายตำแหน่งตามความสามารถ พูดให้สุดโต่งเลยก็คือ ต่อให้ไม่เคยทำอะไรให้พรรคเลย แต่ถ้ามีความสามารถ ก็ควรได้เป็นรัฐมนตรี ในทางกลับกัน ต่อให้ทำประโยชน์ให้พรรคเกือบตาย แต่ถ้าฝีมือบริหารประเทศไม่เก่ง ก็ไม่ควรจะได้รับตำแหน่งอะไรเลย

แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิครับ ถ้าเราเป็นสมาชิกพรรค ทำงานเกือบตาย แต่ไม่ได้รับการเห็นค่าอะไรเลย กลับไปมอบตำแหน่งที่มีความสำคัญให้กับฅนที่อยู่เฉย ๆ ต่อไปใครจะมาทำงานให้พรรคเล่าครับ?

เพราะงั้นผมเฉย ๆนะครับ ถ้าแกนนำเสื้อแดงจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะผมก็ถือว่า ทำงานมาหนัก และก็ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยได้รับเสียงมากขนาดนี้ ก็เพราะผลงานของเสื้อแดงจริง ๆ (ผมรับไม่ได้แค่กรณีได้เป็นรัฐมนตรีเพราะจ่ายเงินซื้อเก้าอี้เท่านั้นครับ) ทีนี้ก็เหลือแค่ สมัยก่อนด่าคุณกษิตไว้เยอะ ว่าเป็นรัฐมนตรีที่เป็นผู้ก่อการร้าย คราวนี้ตัวเองโดนข้อหาเดียวกัน จะแกล้งทำเป็นลืมแล้วรับตำแหน่งรึเปล่า ก็เท่านั้นเอง

**************

สำหรับเรื่องที่สอง

ตอนนี้ก็มีฅนจับจ้องในนโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าแรงขั้นต่ำ หรือปริญญาตรี 15,000 บาท ซึ่งก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป อย่างไรก็ตาม โครงการที่ผมสนใจพูดคุยวันนี้ก็คือ โครงการแจก tablet ให่นักเรียนฅนละเครื่องนะครับ

สำหรับตอนนี้ก็มีความชัดเจนขึ้นนะครับ จากที่เดิมเข้าใจกันว่า จะแจกนักเรียนฅนละเครื่องเลย ตอนนี้ก็มีรายละเอีดเพิ่มเติม ว่าแจกแค่ ป.1 ส่วนของที่แจกก็ไม่ใช่ iPad แต่เป็น tablet จากจีนราคา 3,000-5,000 บาท (หรือถ้าของอินเดียก็ราคาแค่ 1,000 บาท) นอกจากนี้ ก็จะเอาหนังสือป.1 มาทำเป็น eBook ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ต้องแจกหนังสือเป็นเล่ม ๆ แล้ว ครั้นจะหาข้อมูล ทางพรรคก็มีโครงการ wifi ฟรี ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศมารองรับ

ฟังแล้วก็ดูน่าตื่นเต้นดีนะครับ อย่างไรก็ตามเวลาจะทำโครงการจริง ผมคิดว่าก็มีรายละเอียดหลายอย่างที่ผมสงสัยน่ะนะครับ เช่น
– tablet ที่แจกนี่ ถ้าเสีย หรือว่าหาย ใครจะรับผิดชอบ? รัฐบาลจะซ่อม หรือซื้อใหม่ให้รึเปล่า หรือว่านักเรียนต้องรับภาระเอง?
– สมมติพ่อแม่ไม่มีเงิน เอา tablet นี่ไปขาย รัฐบาลจะทำไงต่อ?
– ให้อ่านบทเรียนเป็น eBook นี่พอเข้าใจ ให้ส่งการบ้านทางอีเมล์นี่ก็พอเข้าใจ (ทำได้จริงหรือไม่ได้จริงค่อยว่ากันอีกที) ว่าแต่ว่า เวลาครูตรวจการบ้านแล้วส่งคืนกลับมานี่ มันจะเป็นไงหว่า? ผมนึกภาพไม่ค่อยออก
– แล้วเวลาสอบล่ะ? ถ้าเวลาเรียน เรียนโดยพิมพ์อย่างเดียว เวลาสอบให้เขียน จะไหวหรือ? (หรือว่าส่งข้อสอบทางอีเมล์อีก?) หรือไป ๆ มา ๆ ก็เขียนลงสมุดจดอย่างเดียวนี่แหละ แล้วใช้ tablet อ่านหนังสืออย่างเดียว (แต่ก็จะไม่ตรงกับเวลาหาเสียง ที่บอกว่าจะเป็น paperless classroom แบบเท่ ๆ นะครับ )
– อีกอย่างที่ผมไม่ค่อยชัวร์ก็คือ tablet นี่มันต้องชาร์จไฟใช่ป่ะครับ? ปัจจุบันนี้ไฟฟ้ามันเข้าถึงเด็ก ๆ ทุกครัวเรือนแล้วใช่ไหมครับ?
– สุดท้ายที่ห่วงนิดหน่อยก็คือ ครูที่สอนจะไหวรึเปล่า? ก็เข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาค่อย ๆ ปรับนะครับ แต่นึกภาพโรงเรียนไกล ๆ ที่ครูฅนเดียวสอนหลาย ๆ ชั้น ต้องวิ่งรอกไปมาแล้ว คงงงแย่ที่อยู่ดี ๆ จะต้องมาสอนเด็กป.1 ด้วย tablet (นี่ยังไม่นับว่า หลักสูตรการสอนแบบใหม่นี่จะมีฅนคิดให้ หรือต้องคิดเองทำเองนะครับ)

ว่ากันตามจริงแล้วเนี่ย เรื่องแบบนี้ก็ควรจะมีการคิดสักหน่อย ก่อนออกนโยบายนะฮะ ผมก็หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ชุ่ย หรือคิดแค่ว่า ประชาชนอยากได้อยากมีอะไรก็ป้อนเข้าไป แล้วอย่างอื่นก็ไปตายเอาดาบหน้านะฮะ
สุดท้ายก็ขอให้โครงการนี้สำเร็จนะครับ เพราะจะมากจะน้อยก็เป็นสัญญาประชาชนที่ให้ไว้ แล้วผมคิดว่า ถ้าพรรคการเมืองไม่ทำตามสิ่งที่พูดไว้ (โดยเฉพาะช่วงที่หาเสียง) นั่นเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้นะครับ อย่างไรก็ดี ผมก็เข้าใจว่า การทำงานทุกอย่างมันไม่ได้ราบรื่น มักจะมีปัญหาอยู่เรื่อย ๆ ก็ขอให้แก้ปัญหาไปได้ทีละเปลาะ ๆ แล้วกัน

เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักครับ

Comments
  1. ข้าวตู says:

    love your political attitude ka p’gon

  2. iheresss says:

    Tablet อินเดียราคา 1000 บาทรู้สึกว่าจะทำไม่ได้นะครับ คือแค่เป็นข่าวออกมาเมื่อต้นปีนี้ แล้วหลังจากนั้นซักพักก็บอกว่าพันเดียวทำไม่ได้ งงเหมือนกัน

    จริงๆ มีประเด็นอื่นด้วย แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ง่วงมาก
    แล้วจะหา ref เรื่อง tablet อินเดียให้ครับ

    • masatha says:

      ราคาถูกนี่คงหาไม่ยาก แต่คุณภาพนี่ ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมสงสัยด้วยนะครับ

  3. Mint says:

    บอกตรงๆว่าไม่ได้ติดตามข่าวการเมืองเลย รู้แค่ว่าคนไทยได้นายกหญิงคนแรกแค่นั้น… Tablet คือ อะไรไม่รู้จัก รู้จักแแต่ iPad… อ่านบลอกแล้วให้ความรู้มากโดยเฉพาะนโยบาย Tablet แต่ขอบอกว่า ไม่เห็นด้วยอย่างแรง.. จะทำไปเพื่ออะไร? ขนาดเมืองนอกที่พัฒนากว่าไทยไปหลายชาติเศษเค้ายังไม่ให้เด็กเล็กๆใช้สื่อออนไลน์เลย นี่คนไทยกะจะเป็นผู้นำลมๆแล้งๆ เราว่านะ ไปทำให้โรงเรียนในต่างจังหวัดมีหนังสือเรียนพอใช้ก่อนดีกว่า.. อย่าเพิ่งคิดถึง Tablet เลย.. มันจะกระโดดก้าวล้ำสมัยไปไหน?

    • masatha says:

      55555 อีกฝั่งนึง เขาก็อ้างว่า พอมีเทคโนโลยีแล้ว การเรียนรู้มันก็จะตามมาแบบก้าวกระโดดเอง ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือป่ะล่ะ?

  4. เอาเป็นว่า ถูกใจได้ของแจก…
    ขอรอดูต่อไปก่อนแล้วกันค่ะ

    • masatha says:

      5555 เสียดาย แก่เกินกว่าจะได้แจกแล้วเหมือนกันครับ

  5. iheresss says:

    อันนี้เรื่อง Tablet ครับ สรุปได้ราคา 1500 ต่อเครื่อง ซึ่งก็ยังถือว่าถูกอยู่ดี

    http://www.engadget.com/2011/06/16/indias-oft-delayed-35-tablet-ready-to-ship-unicorns-shed-tear/

  6. แบลล์ says:

    เด็กคงเอามาเล่นเกมอย่างเดียวแหละค่ะ อาจจะทำให้เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมในอินเตอร์ได้ด่อนวัยอันควรด้วย การบ้านคงก๊อปส่งทางเมลล์กันได้ง่ายๆค่ะ ครูไม่ต้องมาคอยจับลายมือ และอาจจะเขียนไม่คล่องด้วย วิชาเลขก็คงเลิกใช้สมองกันแล้วเครื่องคิดเลขโปรแกรมคำนวณในคอมเยอะแยะเลยค่ะ และที่สำคัญคือตาคงเสียทั้งประเทศค่ะ จ้องแสงไฟตั้งแต่เด็กขนาดนั้น สรุป ไม่เห็นด้วยค่ะ

    • masatha says:

      เรื่องก็อปการบ้านนี่ แอบเห็นด้วยแฮะ เคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเป็นครู ถึงจะเรียนทางคอมพ์เป็นหลัก แต่เวลาส่งการบ้าน ก็อยากจะให้เขียนลายมือมากกว่า

      เดียวต่อไปคงมีรายละเอียดออกมาเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าทำออกมาดีก็โชคดีไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s