ประกันทางโทรศัพท์

Posted: August 14, 2011 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

วันก่อนมีโทรศัพท์มาจากธนาคารกรุงศรีฯ มาถึงผมครับ พนักงานปลายสายบอกว่า มีโครงการใหม่มานำเสนอ ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธนั่งฟังไป ซึ่งก็เป็นโครงการที่เวลาเราเจ็บป่วยสามารถเอาสำเนาใบเสร็จไปรับเงินชดเชยได้วันละ 1,500 บาทครับ แต่ก็แลกกับการเสียเงินเดือนละประมาณ 300 บาท (ก็คือแนวประกันสุขพภาพธรรมดานี่แหละ) ระหว่างที่ฟังบรรยาย ผมก็อือ ๆ ครับ ๆ ไปตามเรื่อง คิดว่าโครงการนี้ดีไหมคะ?-ครับ โครงการนี้น่่าสนใตไหมคะ? ครับ แล้วก็ถามว่า ชื่อผมสะกดแบบนี้ถูกรึเปล่า แล้วก็ให้เบอร์ติดต่อกับรายละเอียดของเจ้าหน้าที่ที่ผมคุยด้วย

 

พอคุยไปคุยมา อีกฝั่งก็ถามว่า “ให้ใส่ชื่อใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ดีคะ?” พอคำถามนี้ผมก็ได้สติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ว่าเฮ้ย นี่มันไม่ใช่การประชาสัมพันธ์โครงการแล้วนี่หว่า คุยไปคุยมาทำไมกลายเป็นว่าผมกำลังทำสัญญาอยู่ละเนี่ย? พอผมบอกว่า ขอไม่ใส่ชื่อผลประโยชน์ อีกฝ่ายก็ไม่ยอม พยายามจะให้ผมใส่ชื่อพ่อแม่ไปก่อน พอผมถามว่าทำไมต้องใส่ชื่อผู้รับประโยชน์ด้วย เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ไม่งั้นสัญญาไม่สมบูรณ์ ออกกรมธรรม์ไม่ได้ … ทีนี้ก็ชัดเลยว่า นี่เรากำลังทำส้ญญาทางโทรศัพท์อยู่นะเนี่ย สุดท้ายก็ต้องปฏิเสธตรงไปตรงมาว่าไม่ทำ (แต่กระนั้น อีกฝ่ายก็พยายามถามเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ทำ กว่าจะได้วางหูได้ก็ไม่ใช่เล่น ๆ)

 

สุดท้าย ก่อนวาง ผมก็เกิดสงสัย เอาล่ะ สัญญาแบบนี้ไม่ต้องออกเป็นหนังสือก็สมบูรณ์ได้ตามกฎหมาย แต่คุยกันแบบนี้จะเอาอะไรเป็นหลักฐานล่ะ? (เออ ถ้ามีลายซงลายเซ็นอะไรก็ว่าไปอย่าง) พอถามเจ้าหน้าที่ ก็อธิบายว่า ตอนเริ่มสนทนา อีกฝั่งจะขออนุญาตอัดเทปสนทนา โดยอ้างว่าเพื่อรักษาสิทธิของลูกค้า ซึ่งตอนนั้น ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่ตอนนี้เพิ่งเข้าใจว่า ไอ้เสียงที่เราอัดเข้าไปนี่ล่ะ จะกลายมาเป็นหลักฐานมัดตัวว่า เราเข้าทำสัญญาแล้วจริง ๆ

 

ก็เป็นข้อคิดนะครับ สมัยก่อนเรามักจะเตือน ๆ กันว่า จะเซ็นอะไรให้อ่านเอกสารให้ดีก่อน แต่สมัยนี้แล้ว เทคโนโลยีก้าวไกล ก็ขอให้ระวังตัวเวลาคุยโทรศัพท์ด้วยนะครับ

 

ปล. ถึงแม้ว่าในทางกฎหมายแล้ว ไอ้ที่อัดเทปจะเอาไปฟ้องร้องกรณีประกันไม่ได้ เพราะไม่ใช่หลักฐานที่เป็นหนังสือตามกฎหมาย แต่สำหรับสัญญาอื่น ๆ อาจใช้เป็นหลักฐานได้น่ะนะครับ

ปล.2 เนื่องจากช่วงทีผ่านมาไม่มีเวลา เอนทรีนี้สั้นหน่อยนะครับ แต่คราวหน้าน่าจะมีเนื้อหามากกว่านี้ฮะ

 

Comments
  1. iheresss says:

    น่ากลัวเหมือนกันแฮะ แต่พี่ก้อนก็หลงฟังอยู่ตั้งนานนะ ผมคงเอะใจตั้งแต่อัดเสียงแล้ว
    ดีที่ปกติผมปฏิเสธตลอดเวลาพวกนี้โทรมา (ถ้าอยากจะทำประกัน กรูจะเดินไปหาเอง ไม่ต้องโทรมาหรอก)

    • masatha says:

      คือบางทีก็เห็นใจฅนทำงานน่ะครับ ไม่อยากจะตัดรอนมาก เคยคิดว่า ถ้าฟัง ๆ สักหน่อยแล้วตอบปฏิเสธอย่างสุภาพไป น่าจะโอเค แต่ไม่นึกว่าจะเจอแบบนี้เหมือนกัน

  2. กรภพ ภิรมย์ภักดี says:

    กรภพ MSP เองคับ
    ผมซื้อ ประกันรูปแบบ tele sale ตอนนี้ถืออยู่ประมาณ 4 กรมธรรม์
    ขอให้ข้อมูลเพิ่มตามนี้

    เราต้องมีสติค่อนข้างมากเวลาคุย
    อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจผู้ขายด้วย เพราะนายหน้าพวกนี้เขาจะมีสคริปให้พูดตาม
    บางทีเจอเด็กใหม่มากๆ ถามออกนอกสคริปเขาก็ไปไม่ถูกเลย
    จริงๆ แล้วการที่อัดเทปถือเป็นประโยชน์กับเรามากกว่า เพราะเราสามารถที่จะไม่ฟังเขาและยิงคำถามกับไปได้

    ถ้ากรณีโดนหลอกล่อ ข้อมูลที่สำคัญอีก 2 ขั้นตอนคือ 1.เบอร์บัตรเคตดิต ซึ่งถึงแม้จะลืมตัวให้ไปเรียบร้อย ก็ยังมีขั้นตอนสุดท้าย 2.เขาจะถามว่า”คุณลูกค้า ได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับประกัน และยินดีทำ ใช่หรือไม่” (ประมาณนี้) ซึ่งคิดว่าถ้าไม่ขาดสติจริงๆ คงไม่พลาดตอบใช่ ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำ

    อย่างไรก็ถาม ถ้าพลาดหมดทุกขั้นตอน การทำประกันรูปแบบ tele sale ยังมีสิทธิที่จะยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 30 วันหลังจากกรมธรรม์ได้ลงทะเบียนแล้ว ซึ่งขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังวางสายเมื่อตกลงซื้อไปแล้วเป็นตามนี้
    1. กรมธรรม์จะส่งมาตามที่อยู่ที่ระบุ (ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะบอกว่าภายใน 15 วัน และมักจะมาถึงไม่เร็วไม่ช้าไปกว่านั้น)
    2. หลังจากได้รับกรมธรรม์แล้ว จะมีเอกสารเรื่องผลประโยชน์ให้อ่านอีกครั้ง (อันนี้บางบริษัทก็ทำมาซะอ่านยากเลย)
    3. ถ้าต้องการยกเลิก ให้โทรกลับไปแจ้งยกเลิกได้ภายใน 30 วันตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ลงทะเบียน (วันลงทะเบียนกรมธรรม์ดูได้ที่กรมธรรม์)

    จบแล้ว

    • masatha says:

      โอ้ ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์มากเลย

      อย่างคำถามสุดท้าย “คุณลูกค้า ได้รับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับประกัน และยินดีทำ ใช่หรือไม่”

      อันนี้ที่ผมไม่แน่ใจว่าจะถามโต้ง ๆ แบบนี้หรือไม่นะครับ อย่างผมเจอ เขาจะแอบ ๆ ถามเนียน ๆ ประมาณว่า คุณลูกค้าสนใจ เห็นด้วยว่าทำแล้วเป็นประโยชน์ใช่ไหมคะ? พอตอบว่าใช่ก็เสร็จเหมือนกัน

      แต่ไม่ได้ทำไปถึงขั้นตอนสุดท้าย เลยไม่แน่ใจว่าจะโดนถามยังไงเหมือนกันครับ ^^

      ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะฮะ

  3. กรภพ ภิรมย์ภักดี says:

    ปล. ผมได้ทำการยกเลิกกรมธรรม์ที่เพิ่งทำ หลังจากอ่านรายละเอียดอีกครั้ง และเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ก่อนหน้านี้ที่เคยถือ แล้วพบว่าผลประโยชน์ของตัวใหม่น้อยกว่า ซึ่งเป็นการยกเลิกในกรอบ 30 วันหลังทำเหมือนกัน

    ปล2. เขาจะตัดเงินค่าเบี้ยประกันครั้งแรก 2 เดือน หลังจากนั้นจะตัดทุกเดือน เดือนละหนึ่งยอด ส่วนยอดที่จ่ายเกินไว้ 1 งวด จะเอาไว้ตอนยกเลิก (ยกเลิกที่หลัง 30 วันไปแล้ว) พอยกเลิกแล้วกรมธรรม์จะมีผลอีก 1 เดือน โดยไม่ตัดเบี้ยเพิ่ม แต่จะไปเอาเบี้ยที่หักไว้ก่อนแล้ว

  4. Paul_012 says:

    • ไม่ว่างครับ
    • (ปล่อยให้คุย) ไว้เดี๋ยวขอไปพิจารณารายละเอียดก่อน ขอบคุณนะครับ

    จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครโทร.มา follow-up เลย

    • masatha says:

      แบบสองนี่ ผมโดนเซ้าซี้ต่อว่า มีอะไรที่ต้องกังวล หรืออะไรที่ต้องพิจารณาอีกครับ “^^

      • iheresss says:

        อยู่ที่น้ำเสียงกับวิธีพูดด้วยมั้งครับ ถ้าทำให้ห้วนๆ ว่าเราไม่ได้สนใจจริงๆ ก็คงหายไปเลย

      • masatha says:

        อืม จริงด้วยสินะครับ ไว้จะลองทำเสียงเข้มดูบ้างฮะ

  5. ค่ะเคยเจอเหมือนกัน..ตัดสายยากเหมือนกัน

    • masatha says:

      คราวหลังอาจจะบอกว่า ไม่ใช่ฅนชื่อนี้ก็ได้นะครับ

  6. Jang Narangsiya says:

    อายุช่วงก้อนหรือเด็กจบใหม่ๆส่วนใหญ่จะโดนลูกเกรงใจ ^_^
    พี่แจงรับสายพวกนี้วันนึงสี่ห้าเคสได้ ถ้าไม่ตัดบท จะเสียเวลาเคสนึง ประมาณยี่สิบนาทีเป็นอย่างต่ำ เลยต้องตัดบทค่ะ เปลืองแบตแล้วผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรคือ ชั้นไม่ทำอยู่ดี เดี๋ยวสักพักคือรับสักพักจะรู้วิธีหาทางจบบทสนทนาเอง

    ถ้าโดนเซ้าซี้ก้อนบอกไปว่ามีปัญหาเรื่องเงิน..คือต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่เราฟิกไว้แล้ว เราไม่สะดวก

    ที่ใช้บ่อยคือ บอกไปว่าแฟนเรา สามีภรรยา พ่อแม่ เป็นตัวแทนอยู่แล้วค่ะ

    มีเคสนึงบอกพี่แจงว่า แหมพี่วันละไม่กี่บาทเอง…หญิงคนนั้นโดนไปมิใช่น้อย..โดนอบรมมารยาทไปสิบนาทีได้มั้ง แล้วทำรีพอร์ตไปที่ต้นสังกัดเทอ..ดูใจร้ายมากเลยเนาะ

    แต่อยากแนะนำว่าถ้าเริ่มมีเงินเก็บควรกันเงินส่วนหนึ่งสำหรับการทำประกันชีวิตไว้ด้วยค่ะ

    • masatha says:

      โอ้ว เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลย ขอบคุณมากนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s