คันหู… ไม่รู้เป็นอะร้ายยยยยย

Posted: September 9, 2011 in วัฒนธรรมพิพากษ์-สังคมพิจารณ์-การเมืองพิสดาร

ตอนแรกคิดจะเขียนเรื่องเบา ๆ เช่นเกี่ยวกับละครนิเทศที่เพิ่งไปดูมา แต่พอดีเมื่อวานมีรายการวู้ดดี้ที่ท่าทางจะร้อนแรงพอสมควร ก็เลยอาจจะเปลี่ยนหัวข้อสักเล็กน้อย (แต่จะว่าไป เนื่องจากดูละครนิเทศมาแล้วหลายปี ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรคุยมากเท่าไหร่)

 

จริง ๆ แล้วว่าจะเขียนเรื่องเพลงคันหูมาตั้งนานแล้วครับ แต่ตอนนั้นยุ่ง ๆ พอกระแสซาลงก็เลยขี้เกียจเขียนอีก (ก็ขอบคุณคุณวู้ดี้ที่ทำให้เป็นกระแสอีกนะครับ)

 

ตอนนั้น ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับเพลงนี้ครับ เนื่องจากตอนนั้นหนังพุ่มพวงกำลังเข้าโรง ฅนเขียนก็ยกเนื้อเพลงของพุ่มพวง (ตั้งแต่เป็นสาวเต็มกายฯ) มาเปรียบเทียบกับเพลงคันหู แล้วก็บอกว่า ดูสิ เนื้อเพลงของพุ่มพวงนี่วาบหวามกว่าเพลงคันหูอีก แล้วก็เริ่มตำหนิกระทรวงวัฒนธรรมหรือใครก็ตามที่แสดงความเป็นห่วงเพลงนี้เสียยกใหญ่

 

สิ่งที่ตลกก็คือว่า ในทวิตเตอร์ก็มีหลายคนได้อ่านบทความนั้น แล้วก็ทักว่า คนเขียนเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า? เพลงนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อเพลงเลย แต่อยู่ที่การแสดงสดมากกว่า ทั้งท่าเกาและเสียงคราง

 

ผมคิดว่านี่ก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจดีนะครับ เรามักจะเคยชินว่า เวลากระทรวงวัฒนธรรม หรือใครที่ลุกขึ้นมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับวัฒนธรรม เราก็จะ “ด่าไว้ก่อน” โดยที่คิดว่ามันจะถูกเสมอและจะมีแต่คนเออออผสมโรงไปกับเรา แต่จริง ๆ แล้วบางทีผมคิดว่าก็ต้องแยกแยะเหมือนกัน เอะอะ ๆ ก็ด่าไว้ก่อนนี่อาจจะปล่อยไก่ออกมาก็ได้นะครับ

 

 

ต่อมาก็เป็นเรื่องของรายการวู้ดดี้ฯ ผมคงไม่ลงไปถึงเรื่องคำถาม หรือคำพูดที่ไม่ให้เกียรติผู้ร่วมรายการนะครับ เพราะไม่ใช่ประเด็นของเอนทรีนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือว่า ผมนั่งอ่านดราม่าของเรื่องนี้แล้วเห็นประเด็นโต้เถียงที่น่าสนใจครับ จะเห็นได้ว่า ผู้ฅนสองฝ่ายที่ดูจะเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้มีความคิดที่แตกต่างกันนะครับ มีความเห็นเหมือนกันเสียด้วยซำ้

 

ฝ่ายแรก บอกการเต้น รวมไปถึงการแสดงอื่น ๆ เช่นการคราง ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอาจจะทำให้คนอื่นเลียนแบบ

 

ฝ่ายที่สองที่แย้งนี่ น่าแปลกมากที่ไม่มีใครแย้งว่ามันเหมาะสมดีแล้วนะครับ แต่มักจะอ้างว่า ที่เต้นทะลึ่งลามกกว่านี้ก็มี แล้วเรื่องทางเพศที่โจ๋งครึ่มกว่านี้ก็หาได้ไม่ยาก ในผับในบาร์จริง ๆ เต้นมากกว่านี้ด้วยซ้ำไป (ประเด็นยิบย่อยอื่น ๆ เช่่นนักร้องต้องหาเงินเลี้ยงดูทางบ้าน เพราะงั้นก็น่าเห็นใจอะไรนี่ผมตัดออกไปนะครับ)

 

ก่อนหน้าจะมีประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเคยดูทีวีที่เชิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรมมาสัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่องที่มีนัยยะทางเพศกับที่สาธารณะนี่แหละ ที่ผมออกจะประหลาดใจก็คือว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงนี้ก็ไม่ได้ครำ่ครึไดโนเสาร์อย่างที่ผมคิด เจ้าตัวไม่ได้อ้างศีลธรรมอันดีหรือวัฒนธรรมไทยแท้แต่โบราณแล้วปฏิเสธเรื่องพวกนี้แบบปิดหูปิดตาเลย กลับกัน เจ้าหน้าที่กลับยอมรับเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมด้วยซ้ำ (ตอนนั้นยกตัวอย่างเรื่องหนังสือปกขาว) แต่อธิบายว่า เรื่องพวกนี้ก็มีที่ทางของมัน อย่างหนังสือปกขาวก็ไม่ได้วางขายหน้าแผงอย่างโจ่งแจ้ง แต่ซุกอยู่ใต้แผงไม่ก็วางอยู่หลังร้าน เพราะฉะนั้นมันก็ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง

 

ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้เนี่ย เถียงกันจนตายก็ไม่มีวันจบครับ ถ้าเรามองกันคนละมุม เราต้องยอมรับว่า หนึ่ง มันไม่เหมาะสมจริง ๆ (เหมาะสมวัดยังไง ลองคิดว่าคนที่ทำเป็นผู้หญิงที่เรารู้จัก จะเป็นพี่สาวน้องสาว แฟนเราเอง หรือแม้กระทั่งลูกสาว เราสนับสนุนด้วยความจริงใจให้ทำแบบเดียวกันรึเปล่า ถ้าทำแล้วไม่ได้ตังค์น่ะนะฮะ) สอง เราก็ต้องยอมรับว่าเรื่องพวกนี้มันอยู่ทั่วไปในสังคมจริง ๆ เราไปห้ามไม่ให้มันเกิด หรือปฏิเสธว่าสังคมเรานี้ปลอดจากเรื่องแบบนี้โดยสิ้นเชิงไม่ได้หรอกครับ มันหลอกตัวเองเกินไป

 

สิ่งสำคัญคือ การจัดที่ทางให้เรื่องแบบนี้ครับ แบบที่เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมบอก แบบที่หลาย ๆ คนที่พอถกเถียงกันแล้วก็แสดงความเห็นว่า เต้นแบบนี้มันไม่มีอะไรเป็นห่วงหรอก ถ้ามันอยู่ในที่ปิดเฉพาะ หรือที่ที่คนมีวุฒิภาวะพอสมควรแล้วดู แต่ถ้ามันออกสาธารณะลูกเล็กเด็กแดงที่ยังแยกแยะไม่ออกเห็นทุกวัน มันก็ทำให้เรื่องที่ “ไม่ควร”จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา กลายเป็น”เรื่องธรรมดา”ได้ อย่าลืมว่า ที่เราเห็นคลิปนักเรียนหญิงตบกันไม่เว้นแต่ละวันเนี่ย เพราะเขาเหล่านั้นรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้ง ๆ มันไม่น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาน่ะนะครับ

 

กรณีนี้เองก็ทำให้ผมนึกถึงกรณีคล้าย ๆ กันที่เกิดขึ้นในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาว ๆ เปลือยอกในวันสงกรานต์ก็เพราะว่ามันผิดที่ผิดทาง (ถ้าไปเปลือยกันในที่รโหฐานก็คงไม่เป็นไร) แล้วยิ่งสื่อเอาภาพนั้นลงที่สาธารณะก็ยิ่งผิดที่ผิดทางใหญ่ หรือแม้กระทั่งเรื่องเก่าเก็บเช่นให้นิสิตเข้าใหม่ปั่นกล้วยตอนรับน้อง คือผมคิดว่าคนที่เข้ามหาลัยมีวุฒิภาวะเพียงพอแล้วล่ะครับ แล้วทำอะไรแบบนี้ก็ไม่ถึงกับรับไม่ได้ (ถ้าไม่ถูกบังคับ) แต่พอสื่อเอาไปลงหน้าปกนิตยสารสุดสัปดาห์มันก็เลยดูแรงและผิดที่ผิดทางใหญ่ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือว่า เรื่องใต้สะดือนี่ ถ้้ามันอยู่ถูกที่ถูกทางก็ไม่เป็นไร คนอีกออกมากังวลเวลามันผิดที่ผิดทาง ไม่ได้แปลว่าโลกสวยไร้เดียงสา หรือปฏิเสธความคงอยู่ของมันเสมอไปน่ะนะครับ

 

เรื่องที่ยากที่สุดก็คือพอมันมาอยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ตนี่แหละครับ เพราะมันไม่มีที่ทางเอาเสียเลย ใครอยากจะดูอะไรก็ดูได้ทั้งที่อาจจะยังอายุไม่มากพอที่จะแยกแยะ ครั้นพอจะปิดหรือเซ็นเซอร์ก็ไปกระทบสิทธิของคนที่อายุมากพอที่จะเข้าไปดูเสียอีก อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังยืนยันว่า การที่มันหาดูได้ในอินเตอร์เน็ต ไม่ได้แปลว่าเราต้องยินยอมให้มันเกิดขึ้นได้ง่ายในโลกแห่งความเป็นจริงนะครับ ผมคิดว่านั่นเป็นตรระกะที่ผิดอย่างร้ายแรง เหมือนกับบอกว่า เราหาเรื่องโป๊เปลือยในอินเตอร์เน็ตได้โดยง่าย อย่ากระนั้นเลย เรามาโป๊เปลือยกันกลางสี่แยกดีกว่า….มันเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

 

สุดท้าย มีบางตรรกะที่บอกว่า โอ้ย คนไทยสมัยก่อนลามกกว่านี้อีก หรืออ้างว่า ไมเคิล แจ๊คสันยังเต้นท่าลูบเป้าได้เลย อันนี้ผมคิดว่าคนพูดน่าจะตีความคำว่าวัฒนธรรมแบบแข็งกระด้างไปนะครับ อ้างแบบนั้นก็เท่ากับว่า วัฒนธรรมในอดีตจนปัจจุบันไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย  หรือว่าวัฒนธรรมทั้งโลกนี้ก็ต้องเหมือนกันน่ะสิ

 

เรื่องวัฒนธรรมนี่ ความยากที่สุด คือมันควรจะแบ่งแยกเป็นกลุ่ม ๆ ตามความเหมาะสมตามวุฒิภาวะ แต่เวลาออกกฎนี่ มันโดนไปหมดทุกคนเลย เรื่องนี้พูดได้ยาวเลยครับ แต่เอนทรีนี้ดูจะยาวพอแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ

Advertisements
Comments
  1. Paul_012 says:

    เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ คนนั้นต้องเป็นคนละคนกับที่เขียนบทความนี้แน่เลย http://www.m-culture.go.th/detail_page.php?sub_id=3030

    ส่วนย่อหน้าสุดท้าย ข้อถกเถียงที่ว่า “คนไทยสมัยก่อนลามกกว่านี้อีก” ผมเข้าใจว่ามันเป็นการโต้แย้งแนวคิดที่ว่าประเทศไทยเรามีวัฒนธรรมดีงามมาแต่โบราณ เรื่องพ่งเรื่องเพศสุดแสนจะอุจาดอะไรนี่ไม่มี้ ไม่มี ฝรั่งเอาเข้ามาทั้งนั้น มากกว่ามั้งครับ

    • masatha says:

      ผมเข้าใจว่าบทความนั้นเขียนในเชิง ideal นะครับ ซึ่งผมคิดว่าต่อให้เป็นฅนเดียวกันก็ไม่น่าแปลกใจอะไร (ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ แล้วฟังอาจารย์ปฐมนิเทศว่าลักษณะนักศึกษาแพทย์ในอุดมคติเป็นอย่างไรก็อารมณ์ประมาณนี้)

      ส่วนเรื่่องลามก ผมคิดว่า สมัยนี้ มีชั้นเชิงเรื่องใต้สะดือ แตกต่างกับสมัยก่อนครับ

      • Paul_012 says:

        ที่จริงกลับไปอ่านดูในรายละเอียดแต่ละอย่างส่วนใหญ่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกขนาดนั้น แต่รูปแบบที่บทความเขียนออกมาได้นี่สำหรับผมมันช่าง…

      • masatha says:

        … นี่เป็นคำชมใช่ป่ะครับ?…

  2. masatha says:

    เพิ่งเขียนเสร็จ ได้อ่านอีกบทความนึงเกี่ยวกับเรื่องนี้

    http://www.prachatai3.info/journal/2011/09/36844?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com%29

    ตรรกะแบบที่ผมบอกเปี๊ยบเลยว่า ถ้ามันหาดูง่ายทางอินเตอร์เน็ต แล้วเราจะห้ามมันออกสื่อกระแสหลักไปทำไม?

    ซึ่งผมแอบแย้งเล็ก ๆ ว่า ไม่ใช่ว่าเรายินยอมให้มันอยู่บนอินเตอร์เน็ต แต่เพราะเราทำอะไรไม่ได้กับสิ่งที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตต่างหาก

    และการที่ทำอะไรไม่ได้ในเรื่องหนึ่ง ไม่ได้แปลว่า งั้นเรื่องอื่นที่พอทำได้ก็ไม่ต้องทำมันเลยแล้วกัน — ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับตรรกะแบบนี้นะครับ

    แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ลองอ่านดูได้ฮะ

  3. BeeR says:

    ถ้าไม่นับประเด็นเรื่องรายการวู้ดดี้ ผมก็เห็นด้วยกับพี่ก้อนมากๆเลยครับ ^ ^

    ทั้งเรื่องประเด็นที่ว่าของพวกนี้ ควรอยู่ถูกที่ถูกทาง และที่อยู่บน internet ได้ เพราะจัดการกับมันไม่ได้ ^ ^

    แต่เท่าที่ผมเข้าใจ สำหรับกรณีนี้ก็ไม่ได้ออกสื่อสาธารณะทั่วไปนะครับ เพียงแต่เริ่มต้นจากหัวหน้าวง up clip ขึ้น youtube แล้วดันดังระเบิดระเบ้อกันไปเลย ผมก็เลยยังมองว่าน้องเค้าก็ไม่ได้ผิดอะไรสำหรับเรื่องนี้ ส่วนหัวหน้าวงก็คงไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณื ล่ะมั้ง ?

    • masatha says:

      จริงๆ แค่เรื่องอัพขึ้น youtube นี่ ผมไม่มีปัญหาเช่นเดียวกันเลยละครับ

  4. ไม่รู้จะพูดอะไร ยังไง จริงๆค่ะ
    ก็บ่อยนะ กับเรื่องแบบนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s