อยู่บ้านน้ำท่วม

Posted: October 29, 2011 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

ไม่ได้เขียนบล็อกมาสักพักแล้วนะครับ ช่วงที่ผ่านมาติดสอบ พอสอบเสร็จก็มีค่ายติดกันสองค่าย ก็เลยหาเวลามาขีด ๆ เขียน ๆ ไม่ค่อยจะได้ (จริง ๆ แล้วถ้าไม่มีเรื่องวิกฤตินำ้ท่วม ก็จะมีจ่ออีก 2 ค่าย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็คงไม่ได้มาเขียนบล็อกอีกพักใหญ่)

ตอนแรกผมก็ลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี ถ้าจะเขียนเรื่องนำ้ท่วมก็ชักจะเอียนกับการเสพข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว แต่ครั้นจะเขียนเรื่องอื่น ๆ ก็จะรู้สึกว่า ภาวะเช่นนี้ไม่น่าจะเขียนเรื่องเล่น ๆ เฮฮาอีก

อย่างไรก็ตาม ผมมีประเด็นคิดเล่น ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์นี้สองสามประเด็น

เรื่งแรก ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีมานี่ ประเทศไทยเราประสบภาวะวิกฤติระดับประเทศกันบ่อยมากนะครับ ไล่ไปตั้งแต่สึนามิ ไข้หวัดนก ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ รวมไปถึงชุมนุมทางการเมือง ปิดสนามบิน ปิดราชประสงค์ เผาอาคารบ้านเรือน สลายชุมนุม จนไปถึงล่าสุดคือเรื่องนำ้ท่วม ซึ่งดู ๆ ไปก็ครบทุกด้านเลยนะครับ ทั้งโรคระบาด มหันตภัย ไปจนถึงความรุนแรงทางการเมือง

พอมีวิกฤติบ่อย ๆ เกิดขึ้นแทบจะทุกปี  มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ความสามารถในการบริหารราชการในภาวะวิกฤติดูจะเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ผู้นำประเทศและทีมงานจะต้องมีแล้วนะครับ (นอกเหนือไปจากวิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถนำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองได้) ถ้าถามว่าองค์ประกอบย่อย ๆ ในการบริหารประเทศที่มีวิกฤติการณ์คืออะไร ผมคิดว่า นอกเหนือไปจากความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ อ่อนน้อมและเปิดใจฟังความเห็นทุกด้่าน (ซึ่งความไม่มีอีโก้ดูจะเป็นจุดเด่นหนึ่งของนายกฅนปัจจุบัน- แต่ฟังแล้วทำตามรึเปล่าก็เป็นอีกประเด็น) รวมไปถึงความสามารถในการจัดระบบให้ไม่มั่วแล้ว ผมคิดว่ามีอีกสองปัจจัยที่ผู้นำควรมีนะครับ

อย่างแรกคือการประสานงานกับเอกชนและหน่วยงานอื่น ๆ คงเห็นได้ชัดเจนว่า เวลาเกิดวิกฤติการณ์ใหญ่ ๆ ความสามารถของรัฐบาลแต่เพียงลำพัง ไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้ เอกชนรวมไปถึงประชาชนมีอารมณ์ร่วมมากที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ต้องเปิดช่องให้อาสาสมัครสามารถยื่นมือเข้ามาช่วยได้ และที่สำคัญคือต้องมีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่กองไปที่จุดใดจุดหนึ่งและกระจายไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนแท้จริง

การสื่อสารกับประชาชนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญนะครับ แม้ว่าช่วงก่อนหน้านี้จะพยายามมีวาทกรรมทำนองว่า ผู้นำพูดไม่เก่งไม่เป็นไร ขอให้ทำงานดีก็พอ แต่เวลานี้ผมคิดว่ามันก็พิสูจน์ให้เห็นว่า พอเกิดภาววิกฤติ ที่ฅนแตกตื่นสับสน และมีข้อมูลที่มั่วไปหมด ฅนจะรอฟังผู้นำครับ ว่าผู้นำจะให้ทำอย่างไร และถ้าผู้นำไม่มีความสามารถในการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น (หรือไม่สามารถทำให้ทีมงานสื่อสารในทิศทางเดียวกันได้) การแก้ไขปัญหาก็จะย่ิงยากเย็นขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกัน ข้อมูลหรือการสื่อสารที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ก็จะเป็นที่ต้องการของประชาชนเป็นอย่างมาก (ดูจากการแชร์วีดีโอคลิปอะไรพวกนี้ได้ครับ)

เรื่องที่สอง เครื่องมือทาง social network นับวันดูจะทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ จริง ๆ ก็รู้สึกตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองหลาย ๆ หนแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเป็นพิเศษ ผมเองจะเช็ค twitter เป็นหลักมากกว่าในขณะที่แฟนผมจะใช้ Facebook เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ชัดมากว่าข่าวต่าง ๆ ทาง twitter จะเร็วกว่าสื่อกระแสหลัก พวกภาพน้ำท่วมอะไรต่าง ๆ นี่ ไม่ต้องรอนักข่าวในพื้นที่เลย เพราะชาวบ้านจากสถานที่จริงส่งภาพสด ๆ มาให้ดูกันแบบนาทีต่อนาที คงจะจริงที่เขาว่ากันว่า ต่อไปนี้นักข่าวไม่ได้มีหน้าที่แค่รายงานว่ามีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เพราะของแบบนี้ ประชาชน หน่วยงาน หรือใครก็ตามที่มี twitter ก็ทำได้ ต่อไปนักข่าวที่จะยืนระยะนาน ๆ คงต้องรู้จักรายงานข่าวเชิงลึก บูรณาการข่าวจากหลาย ๆ แหล่ง หรือไม่ก็ยกระดับกลายเป็นนักวิเคราะห์แทนที่จะเป็นนักรายงาน อีกอย่างที่ผมคิดก็คือว่า รายงานข่าวที่เกิดขึ้นได้ง่ายแบบนี้ มันมีทั้งข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวปล่อย หรือข่าวมั่ว ถ้าฅนที่มีอาชีพนักข่าว พัฒนา skill การกรองข่าว กล่าวคือ เป็ฅนตรวจสอบว่าอะไรจริง อะไรเท็จ ผมคิดว่าก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะฉีกตัวเองให้มีความแตกต่างจากนักข่าวพลเมือง (ที่ต่อไปจะมาแย่งงานนักข่าวอาชีพจริง ๆ) นะครับ

นอกจากทวิตเตอร์ที่ผมใช้ตามรายงานข่าวเป็นหลักแล้ว ก็มีในเฟซบุ้คที่มีบทความยาว ๆ มาแชร์กันนี่แหละครับ แต่ที่ผมทึ่งก็คือการใช้ YouTube ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมของคุณศศิน หรือ info graphic ของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่า YouTube มันใช้ทำอะไรได้มากกว่าเรื่องบันเทิงจริง ๆ ถ้าคิดจะใช้นะครับ และทุกวันนี้ เราพึ่งพาสื่อกระแสหลักน้อยลงทุกที ๆ (อยู่หน้าคอมพ์มันตามข่าวสารได้มากกว่าจริง ๆ) ทุกวันนี้ ที่ยังเปิดทีวีอยู่ก็เพื่อจะรอฟังนายกยิ่งลักษณ์อ่านรายงานนี่แหละครับ

สุดท้ายก็เป็นเรื่องข่าวสารบ้านเมือง ที่ตอนนี้มี hot topic อยู่เรื่องเดียวจนกลบข่าวเรื่องอื่น ๆ ไปจนหมด จะว่าดี ก็ดีเพราะพอเราโฟกัสไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก ๆ เข้า ประชาชนก็จะมีข้อมูลความรู้ในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น (เช่นรู้จักชื่อคลองและจำแผนที่กรุงเทพได้ ทั้ง ๆ ที่อยู่กรุงเทพแท้ ๆ แต่ไม่เคยรู้เลย) แต่จะว่าไม่ดี ก็ไม่ดีเพราะมันทำให้เราละเลยเรื่องอื่น ๆ ที่อาจจะมีความสำคัญ เช่น พรบ.การพิมพ์ ความคืบหน้าของคดีความต่าง ๆ หรือการเข้าเป็นประชาคม ASEAN ก็ได้แต่หวังว่า หลังน้ำลดแล้ว คงไม่สายเกินไปที่จะย้อนกลับมาดูเรื่องพวกนี้นะครับ

วันนี้เขียนสั้น ๆ เท่านี้แล้วกัน

Advertisements
Comments
  1. tingallerina says:

    ขอบคุณที่กลับมาเขียนบล็อกจ้ะ แล้วก็ขอบคุณที่อยู่เผชิญน้ำท่วมด้วยกันทุกวันค่ะ ^^

  2. halokaika says:

    I like this blog of yours. There are many good points of view which are true and should be put into effect. I specially like your suggestion for the media and the broadcasters nowadays. It’s so true that people seem to be able to get the information, whether is true or not, faster than we could have ever imagined. The role of the media should be adepted.

    Totally agree with the most desirable quality of being a leader. He/She has to be able to make good, decisive decisions.

    • masatha says:

      thank you ^^ it’s normal blog so I tried to be neutral. you can read more in detail about my persepective of this flood in my politics blog na ja.

  3. ข้าวตู says:

    ไม่ขอคอมเม้นท์บทความพี่ก้อน เพราะเห็นด้วยอยู่แล้ว;p
    ในสื่อมักจะพูดเสมอๆว่า น้ำใจยิ่งใหญ่น้ำท่วม เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เฮ้! หรือไม่ก็ คนไทย
    มีน้ำใจ แก้ได้ทุกอย่าง!
    ……น้ำใจ ได้แค่เยียวยา…ว่ามั้ยคะพี่ก้อน
    แต่สิ่งที่คนไทย การทำงานไทยๆยังลืมไป คือการมองการณ์ไกล การป้องกันอะไรๆล่วงหน้า
    …….อาจจะมีบางคนแย้งว่า มันเป็ยภัยธรรมชาติ ช่วยไม่ได้ ดูอย่างญี่ปุ่นสิ เค้าพร้อมขนาดนั้นยังเกิดสึนามิ คนตายเยอะแยะเลย
    ข้าวตูว่ามันไม่เหมือนกันนะ ตอนนี้จากข้อมูลเราก็รู้แล้วว่าน้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?
    ส่วนระบบบริหารจัดการ แน่นอนว่าลิบลับจากญี่ปุ่นนัก
    อยากให้น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญของทุกๆคน นำสิ่งที่ผิดพลาดมาทบทวน
    ทำงานให้เกิดผลประโยชน์กับแผ่นดิน หาทางป้องกัน ไม่ใช่เพียงเเก้ไข
    ไม่อยากให้เอะอะอะไรๆก็อ้างว่า”น้ำใจ จะพาเรารอดทุกสถานการณ์”
    ……..เพราะ…(กลับไปอ่านบรรทัดที่4 🙂

    • masatha says:

      เรื่องระบบบริหารจัดการ ว่าจะเก็บไว้เขียนคราวหน้าเหมือนกัน (ถ้าเรื่องน้ำท่วมยังฮ็อตอยู่)

      แต่ชอบเรื่องน้ำใจนี่แหละ ดูแล้วพอมีความหวังรำไร

  4. ข้าวตู says:

    ปล.แถมอีกเรื่องแล้วกัน ไม่รู้ว่าพี่ก้อนได้ดูคลิปที่อาสาสมัครคนนึง ไปถ่ายการขนของขึ้นรถบรรทุกศปภ.
    (ที่ดันมีป้าย”ด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวไทย จากอดีตนายกคนหนึ่ง”)รึเปล่าคะ?
    คือเค้าถ่ายแบบเห็นชัดๆว่าของที่พวกเราบริจาคไปให้ศปภ.แต่ดันถูกขนขึ้นรถติดป้าย
    ที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่า เจ้าของชื่อบนป้ายเป็นผู้บริจาคถุงยังชีพ
    เป็นคลิปเลย ไม่ใช่แค่รูป
    เมื่อวานเพื่อนส่งลิ้งค์มาให้ ข้าวตูเห็นแล้วเศร้าใจมาก
    เป็นรูปที่ผู้หญิงและผู้ชายcaptureมาจากคลิปนั้น (เจ้าของคลิปแหละว่าง่ายๆ) พร้อมคำบรรยาย
    ประมาณว่า จับตัวอีนี่ให้ได้ ชื่อเฟซบุ้คมันคือ…..
    มันใส่ร้ายทักษิณณณณณ!!!!!

    เดี๋ยวก่อน ถ้าที่เรียนมาไม่ผิด ใส่ร้ายมันคือ การเอาความเท็จไปทำให้คนๆนั้นเสียหายไม่ใช่หรอ
    แปลว่า เจ้าของคลิปนี้ตัดต่อชื่อทั่นลงไปในป้ายรถบรรทุกสินะ
    ถ้าได้อย่างนั้น แนะนำให้ฮอลลีวูดรับเข้าทำงานนะคะ ฝีมือเนียนจริง;p
    ประเด็นคือเป็นห่วงความปลอดภัยของสาวหนุ่มสองคนนี้เหลือเกินค่ะ เฮ้อ

    • masatha says:

      เรื่องคลิป เห็นเหมือนกันครับ เท่าที่เช็คจากคำชี้แจง เจ้าของรถบรรทุกบอกว่า ได้ไปช่วยฅนตั้งแต่ตอนอยุธยาน้ำท่วม ตอนนั้นไปกันเองไม่ได้ผ่านศปภ. เลยติดป้ายคุณทักษิณ

      ส่วนที่มาเอาของที่ศปภ. เพราะรัฐบาลขาดแคลนรถ เลยติดต่อให้มาช่วยเอาของ แล้วก็ลืมปลดป้ายออก

      ส่วนตัวคิดว่ามันทำให้เข้าใจผิดได้ คราวหน้าก็ควรจะระมัดระวังกว่านี้ แต่ถ้าไม่ได้มีเจตนาหากินกับของบริจาคจริง ๆ ก็ให้อภัยได้ครับ (ส่วนจะเชื่อว่าบริสุทธิ์ใจจริง ๆ รึเปล่า อันนี้ถกเถียงกันได้)

      อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยเรื่องเป็นห่วงความปลอดภัยครับ และไม่อยากเห็นขบวนการล่าแม่มดอีก ไม่ว่าจะเกิดกับฝ่ายไหนก็ตามที

  5. belle says:

    เห็นด้วยมากค่ะเรื่อง social network แบลล์ปกติฟอลโล่แต่ดาราหันมาก็ฟอลโล่แจ้งข่าว อัพเดท สถานการณ์น้ำท่วมไว้ทุกอัน เช็คตลอดเวลาด้วยความลุ้นเพราะน้ำจ่อคอหอยอยู่ตลอดค่ะ บ้านอยู่แถวดอนเมืองสายไหม พอน้ำมาแล้วหายเครียดค่ะ เลิกติดตามข่าวทั้งหลายทั้งมวลและปลง ฮ่าๆๆ
    ข้อเสียอย่างนึงคือมันสะดวกก็จริงแต่ทำให้คนเครียดเกินกว่าเหตุด้วยนะคะเพราะเสพข่าวมากเกินไป อย่างแบลล์เข้าห้องน้ำอยู่ ตื่นนอน ก่อนนอน เช็คสถานการณ์ตลอดเวลาค่ะ จนเครียดเลย นอนไม่ค่อยหลับ
    พอน้ำมา ปล่อยน้ำเข้าบ้าน ประตูบ้านไม้หนักๆยังพังหลุดออกมา รถจมไปสามคัน ตอนนี้น้ำสูงเข้าไม่ได้แล้วค่ะ แต่ชิลมากกว่าตอนยังไม่ท่วมเยอะเลย :p แต่ในอีกแง่นึงก็ทำให้คลายเครียดค่ะ เช่นภาพน่ารักๆ ภาพคนช่วยเหลือกัน ภาพนวัตกรรมใหม่ๆสู้น้ำท่วม และทำให้เห็นความจริงบางประการค่ะ เช่นที่ข้าวตูบอกเป็นต้นน คงไม่มีหนังสือพิมพ์หรือข่าวช่องไหนนำเสนอ
    เรื่องนายกควรเป็นคนพูดจารู้เรื่องนี่จริงค่ะ แต่คนไทยก็แบบนี้ค่ะ จะไม่ชอบซะอย่างเค้าก็หาเรื่องด่าจนได้ เช่นนายกอภิสิทธิ์เป็นคนพูดจาฉะฉานรู้เรื่องก็โดนหาว่าเก่งแต่พูด นายกยิ่งลักษณ์พูดผิดๆถูกๆก็โดนหาว่าโง่ และหาว่าเป็นยิ่งทะลัก ทั้งๆที่ไม่ว่าใครจะเป็นนายกตอนนี้น้ำเหนือมันจะมามันก็ท่วมค่ะ และนายกทุกท่านต้องพยายามอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว เราน่าจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ หันมาสามัคคีกันแล้วเลิกแบ่งฝ่ายแบ่งสีน่าจะดีกว่าค่ะ ไม่ใช่ฉวยโอกาสสร้างคะแนนเสียงให้ตัวเอง เอาหน้า หรือเกทับฝั่งตรงข้าม หรือทะเลาะกัน น่าเบื่อกว่าเรื่องน้ำท่วมอีกค่ะ
    ปล.บ้านพี่ก้อนเป็นยังไงบ้านค่ะ ท่วมรึยังค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะค้าา

    • masatha says:

      น้ำท่วมหน้าบ้านจ้า แต่ยังไม่เข้ามาในบ้าน จริง ๆ ก่อนน้ำท่วมนี่เครียดนะ แต่เห็นหลายฅนบอกว่า พอน้ำท่วมจริง ๆ แล้วจะหายเครียด

      ชอบภาพน่ารัก ๆ เหมือนกันครับ แล้วก็เห็นว่าฅนไทยยังมีอารมณ์ขันแม้ในยามทุกข์ยาก

      เรื่องด่านี่ เห็นด้วยว่าไม่ว่าจะดีแค่ไหนก็หาเรื่องด่าจนได้ จริง ๆ แล้วถ้ามองในแง่ดี โดนด่าแค่นี้ถือว่าโชคดีแล้วนะครับ ดีกว่าโดนด่าว่า โคตรโกง ทรยศประเทศชาติ หรือ หากินกับความทุกข์ยากประชาชน โดนด่าแบบนั้น หนักกว่าเยอะน่ะฮะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s