ฝีกันอีกรอบ

Posted: November 29, 2011 in ทำนั่นทำนี่-เจอนู่นเจอนี่

 

จริง ๆ แล้วเพิ่งเล่าเรื่องฝีไปเมื่อไม่นานนี้เองนะครับ จะว่าไปปีนี้ก็ไม่ทราบเป็นอะไร เพราะปีนี้ผมเป็นฝีบ่อยเสียเหลือเกิน นับจากฝีที่ริมฝีปากคราวที่แล้ว ก็เป็นอีกหลายเม็ด ที่แก้มบ้าง ในรูจมูกซ้ายบ้าง แต่อันนั้นกินยาแล้วหายเองบ้าง บีบแตกเองบ้าง ไม่ต้องถึงกับไปโรงพยาบาล

 

แต่ล่าสุดนี่ ต้องไปโรงพยาบาลจริงจังครับ ตอนแรกมันก็แดง แล้วก็คันในรูจมูกข้างขวา ซึ่งคิดว่ามันน่าจะเป็นสิว (แฟนผมก็บอกว่าน่าจะเป็นสิว) แต่อาการมันเริ่มหนักหลังจากที่ไปช่วยน้องชายเคลียร์ห้องใหญ่ครับ

 

วันนั้นน้องโทรมาตอนสองทุ่มกว่า ว่ากำลังเคลียร์ห้อง อยากให้ไปช่วย ผมไปถึงตอนสี่ทุ่มเศษ วันนั้นก็โละการ์ตูนออกหมด โละเสื้อผ้าเก่าออกหมด ขนของออกมานอกห้อง แล้วก็ทำการปัดฝุ่น ล้างมุ้งลวด (โดนบาดด้วย) กวาดพื้น แล้วก็ถูพื้น ซึ่งบอกได้เลยว่าฝุ่นเยอะมากครับ เพราะเรากวาดพื้นกันไปห้ารอบ ถูพื้นไปอีกสี่รอบ มันก็ยังไม่ถึงกับสะอาดดีเท่าไหร่ วันนั้นผมคันในรูจมูกมาก (ทั้ง ๆ ที่ใส่หน้ากากแล้ว)

 

ที่แย่กว่านั้นคือ เราทำกันถึงเช้า ผมเข้านอนตอนหกโมงเช้า ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาแฟนก็โทรปลุกให้ไปคณะ…เพราะงั้นมันก็ครบสูตรครับ ทั้งสกปรกทั้งนอนไม่พอ ตอนนั้นฝีปูดขึ้นมาในโพรงจมูกเห็นชัดแล้ว (เนื่องจากมันอยู่ในจมูก เลยไม่รู้จะเอากอเอี๊ยะแปะเข้าไปแบบที่เพื่อน ๆ แนะนำคราวที่แล้วยังไง)

 

หลังจากนั้นผมก็พยายามบีบออกครับ จนเหมือนมันจะแตกออกมา แต่ก็ยังบวมอยู่ ซึ่งก็พยายามซื้อยามาทานครับ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปหาหมอ (นับจากเร่ิมเจ็บประมาณ 5 วัน นับจากเร่ิมผูดประมาณ 3 วัน) ซ่ึ่งที่ไปก็ด้วยสาเหตุ 3 ประการ

 

หนึ่งคือมันปวดมากครับ จากนอกจากเจ็บในจมูก มันเร่ิมปวดลามมาที่ข้างแก้ม แล้วก็ปวดลามมาที่เหงือกจนเคี้ยวข้าวไม่ได้ เวลาปวดนี่เจ็บจนน้ำตาไหลพราก ๆ เลยครับ ต้องทานยาแก้ปวด แถมต่อมน้ำเหลืองที่คอก็โต สองคือไข้ขึ้นครับ โดยเฉพาะตอนกลางคืนนี่ทรมานมาก ทั้งปวดทั้งมีไข้ ถ้าไม่ทานยานี่ทรมานจนนอนไม่หลับ ตอนกลางวันก็ทำอะไรไม่ได้ครับ ได้แต่ทานยาแล้วก็นอนพัก สามคือมันบวมมากจนหน้าเร่ิมเบี้ยวครับ เวลายิ้มยกมุมปากได้แค่ฝั่งเดียว อีกฝั่งยกไม่ขึ้น (ฐิงบอกว่าหน้าโย้ไปข้างนึงเลย)

 

สุดท้ายก็ตัดสินใจไปหาหมอครับ แรกเริ่มเดิมทีไปหาหมอผิวหนังที่ดูเรื่องฝีให้ที่บ้านแฟน (คล้าย ๆ เจ้าประจำ) ตอนแรกหมอเห็นแผลในจมูกตื้น ๆ ก็บอกว่าไม่ใช่ฝี แต่เป็น impetigo แล้วก็จะสั่งยา Avelox ให้ แต่พอหมอทราบว่าผมปวดมากจนนอนไม่หลับก็เลยเอะใจ คราวนี้จับขึ้นเตียงแล้วส่องในรูจมูกเป็นเรื่องเป็นราว พบว่าเป็นฝีจริง ๆ ด้วยแถมหัวแตกแล้ว แต่แตกไม่หมด ซึ่งหมอก็บ่นว่าทนเข้าไปได้ไงเพราะเป็นฝีตรงนี้จะเจ็บมาก เพราะเส้นประสาทมันเยอะ จากนั้นหมอก็ทำความสะอาด เอาสำลีพันปลายไม้ชุบน้ำเกลือมาเช็ดคราบหนอง เลือด แล้วก็เศษผิวหนังที่ลอกออกแล้วหมักหมมกัน (เห็นหมอเรียกรวม ๆ ว่า crust) โหย ตอนที่หมอกดไปบนแผลลึก ๆ แล้วเจ็บจนร้องไห้น้ำตาไหลพราก ๆ เลยครับ แล้วก็คิดว่า ทำไมเราเป็นฝี ไม่เป็นที่แขนขาเหมือนชาวบ้านปกติธรรมดาบ้างหว่า เป็นที่ก้นงี้ ที่ริมฝีปากงี้ ในจมูกงี้ แปลก ๆ ทั้งนั้น (แถมเจ็บมากด้วย)

 

จากนั้นหมอก็ยัดสำลีเข้าไปในรูจมูกเพื่อเดรนเลือดกับหนองออกมาครับ ซึ่งพอกลับมาถึง นอนไปตื่นหนึ่ง สำลีก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและหนอง หลังจากนั้นมา ทุกวันก็ต้องให้แฟนเช็ดในโพรงจมูกให้ เพราะมันเจ็บมาก ไม่มีปัญญาเช็ดเอง (แฟนบอกว่าเห็นเป็นหลุมลึกลงไปเลย) ผ่านไปอีกสองวัน แผลเร่ิมดีขึ้นครับ ไม่มีหนองไหลออกมาแล้ว เช็ดออกมามีแต่เลือดสด ๆ ผมเองก็ไม่มีไข้แล้ว แต่กลายเป็นว่า เนื้อในปากส่วนที่ติดกับพื้นจมูกมันปูดเข้ามาในปากครับ แล้วก็ปวดมากจนแปรงฟันไม่ได้ พอไปหาหมออีกรอบ หมอก็บอกว่า เนื้อในโพรงจมูกมันเป็นเนื้อเยื่ออ่อน พอเป็นหนอง หนองมันก็เซาะลงมาเรื่อย ๆ (ตามแรงโน้มถ่วง) เพราะมันไหลย้อนขึ้นออกมาทางจมูกไม่ได้ จนตอนนี้มันจะทะลุไปถึงเหงือกแล้ว

 

จากนั้นผมก็ถูกส่งตัวไปหาหมอหูคอจมูกครับ หมอเห็นแล้วก็จับผมเข้าห้องผ่าตัดเพื่อผ่าออก เพราะมันบวมมากไม่ไหวแล้ว กินยาอย่างเดียวเอาไม่อยู่ ผมเปลี่ยนเป็นชุดคนไข้แล้วก็ขึ้นนอนบนเตียง แล้วก็มีผ้ามาพัน ๆ ตัวไว้จนขยับไม่ได้ หลังจากนั้นหมอก็เปิดปากผมออก ฉีกยาชา แล้วก็เอามีดกรีดไปท่ี่ปากด้านในเพื่อให้หนองออกมา ไม่ใช่แค่นั้น ยังต้องเอาเหล็กมาขูด ๆๆๆ เมือกกับหนองออกอีก จากนั้นก็เย็บปิดหน่อยนึงแต่ต้องปล่อยช่องไว้เพื่อใหหนองมันไหลออกมา แล้วก็ให้ผมกลับบ้านได้

 

มาถึงบ้าน ตอนที่ยาชาหมดฤทธิ์นี่ทรมานมากครับ มันเจ็บมากจนเดินเกือบไม่ได้ ข้าวก็กินได้แต่ข้าวต้ม แต่ดีอยู่อย่างที่เลือดไม่ออกมากเหมือนเวลาไปถอนฟัน แต่หลังจากกรีดหนองออกก็ดีขึ้นมากครับ พอหนองมันไหลออกมาเยอะ ๆ ก็ไปบ้วนออกสักที (หน้าตาก็คล้าย ๆ เสมหะแต่รสประหลาดนิดหน่อย) ยังบวมอยู่หน่อยแต่หายปวดไปเยอะ หมอจัดยามาให้อีกชุดครับ เป็น Amoxi/Clav ส่วนเชื้อที่ตรวจก็พบว่าเป็น S. aureus หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

 

พออาการดีขึ้นนี่ก็เอาอีกครับ วันที่หายปวดปุ๊บรุ่งขึ้นก็ไปทำความสะอาดหอเลย เพราะใกล้เปิดเทอมต้องย้ายไปหอแล้ว นี่ก็ฝุ่นเพียบเลย ยังไม่พอ ช่วงนี้ซ่อมบ้านก็ทำความสะอาดทุกวัน ก็เจอฝุ่นไม่ใช่น้อย ตอนนี้ก็เริ่มเจ็บ ๆ ในจมูกอีกรอบแล้ว ก็เลยต้องรีบไปหาหมอ แล้วก็ได้มาทั้งยาทานและยากิน

 

 

ก็หวังว่าจะหายในเร็ววันนะครับ

Comments
  1. iheresss says:

    โห ถึงขั้นผ่าออก สยองฮะ ท่าทางพี่ก้อนจะมีอะไรกับฝีเป็นพิเศษนะครับเนี่ย ยังไงลองไปนั่งทางในดู เผื่อจะเจออะไรในชาติที่แล้ว ฮ่าๆๆ

    ขอให้หายเป็นฝีไวๆ และไม่เป็นอีกในอนาคตครับ 🙂

    • masatha says:

      555 เป็นไอเดียที่ดีนะ อาจจะได้เจอสาเหตุจริง ๆ ก็ได้

  2. chantiga says:

    ก้อนเป็นฝีบ่อยมากๆเลยเนอะ หมอบอกไหมคะ ว่าสาเหตุจากอะไร ถ้าเป็นเพราะฝุ่น เปาว่าก้อนถอยออกมาห่างๆก็ดีมั้ง อ่านจากที่บรรยายมา น่าจะทรมานมาก ยังไงก็ขอให้หายไวๆนะคะ แต่ก็มีพยาบาลดูแลอย่างดี นี่เนาะ ^^

    • masatha says:

      จริง ๆ แล้ว คุณหมอก็ไม่ได้บอกอะไรมากนะครับ บอกแค่ว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเชื้อที่เป็นมันก็เป็นเชื้อปกติที่อยู่ในรูจมูกอยู่แล้ว เพียงแต่มันผ่านเข้าไปในผิวหนังแล้วร่างกายกำจัดไม่หมด

      จะพยายามพักผ่อนเยอะ ๆ ครับ ^^

  3. Paul_012 says:

    น่ากลัวมากครับ (ความทนไม่ยอมไปหาหมอจนไข้ขึ้น)

    • masatha says:

      ถ้าไม่ไข้ขึ้นนี่ เจ็บแผลประมาณเจ็บสิวเท่านั้นเองครับ แต่อาการมันไปไวมาก วันที่ไข้ขึ้นกับหน้าเบี้ยวนี่ เกิดในสองวันแค่นั้นเอง

  4. tingallerina says:

    อ่านแล้วเหมือนได้เห็นภาพอีกครั้งเลยก้อน นอนเยอะๆนะจ๊ะ ภูมิจะได้ดี^^ แต่อย่างน้อยที่เป็นฝีเม็ดล่าสุดนี้ ก้อนก็พัฒนาขึ้นแล้วน๊าที่ยอมไปหาหมอตั้งแต่2-3วันแรก ไม่ปล่อยให้เป็นฝีเม็ดเป้งทะลุทะลวงถึงปากอีก:) ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดี^^ แล้วก็ขอบคุณนะจ้ะ ที่ให้ฐิงมีโอกาสทำความสะอาดแผลให้ก้อนทุกวัน เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก 555

  5. Som Srii says:

    โหยยยย ฟังแล้วทรมานตามอ่ะพี่ก้อน
    ยังไงก้ดููแลตัวเอง (แต่ก้มีคนดูแลอยู่แล้วนี่นา ฮี่ฮี่ฮี่) หายเร็วๆนะคะ

    • masatha says:

      ขอบคุณจ้าาาา นอกจากหายเร็ว ๆ แล้วยังหวังว่าจะไม่เป็นซ้ำอีกในเร็ววันนะเนี่ย เฮ้อ

  6. ข้าวตู says:

    น้องชายข้าวตูคนนึงก็เป็นฝีบ่อย(แต่ไม่บ่อยเท่าพี่ก้อน) ผู้ใหญ่ชอบบอกว่า น้ำเหลืองไม่ดี
    ซึ่งไม่รู้ว่าทางการแพทย์จริงๆมันใช่รึเปล่า แต่ให้เดา เม็ดเลือดขาวพี่ก้อนอาจจะไม่แข็งแกร่งรึเปล่าคะ
    มันเลยติดเชื้อง่าย เม็ดเลือดขาวแพ้เชื้อโรค ตายทั้งกองทัพกลายเป็นหนอง – -” (วิเคราะห์ไปเรื่อย55)
    ที่อ่านๆดูเนี่ย ถ้าพี่ก้อนไม่มีแฟนท่าทางจะลำบากเลยนะ ไม่มีคนเช็ดรูจมูกให้ -v-
    เอาเป็นว่า เดือนนึงก่อนแต่งงาน อย่าไปจัดของปัดฝุ่นอะไรให้มากเลยนะคะ ดูๆไปเหมือนว่า
    มันจะเป็นแฟคเตอร์ที่ทำให้เกิดฝีของพี่ก้อนเลย ฮ่าๆ เป็นฝีวันแต่ง เจ้าบ่าวดูไม่จืดจริงๆนา :3

    • masatha says:

      กร๊ากกกก เดือนนึงก่อนแต่งจะเซฟตัวเองเต็มที่เลยจ้า

      เรื่องน้ำเหลืองก็มีเหตุผลนะเนี่ย เกี่ยวกับอิมมูนชัดเจน

      มีแฟนเนี่ยดีนะเออ

  7. แถวบ้านนอกบ้านนา เขาว่าเป็นฝีจะโชค
    ถ้าคนทำนา มีฝีตรงที่สูงยิ่งดี จะได้ข้าวกองเท่าตรงที่เป็นฝีเลย
    ขอให้หายไวไว และมีโชคก้อนโต หน้าที่การงานสูงๆขึ้นไปนะคะ

    • masatha says:

      555555 หวังว่าจะเป็น ‘ฝีนำโชค’ สมพรปากนะครับ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s