The Voice Thailand

Posted: October 27, 2012 in Uncategorized

เห็นหลายท่าน หลายคอลัมน์เขียนเกี่ยวกับรายการนี้ไปมากแล้วครับ จริง ๆ ก็อาจจะเฝือไปสักหน่อย แต่ว่าจะลองเขียนในแง่มุมที่แตกต่างออกไปบ้างแล้วกัน

– สำหรับรายการนี้ สิ่งที่ฅนชมมากก็คงเป็นเรื่องของผู้เข้าแข่งขันที่เสียงดีจริง ๆ นะครับ สำหรับรายการอื่นก็อาจจะมีเสียงดีบ้าง เสียงปานกลางบ้างปะปนกันไป ทีนี้พอรายการนี้ตั้งต้นด้วยเสียงจริง ๆ โดยไม่สนใจหน้าตา ฅนที่เคยขัดอกขัดใจกับรายการอื่น ๆ ที่มีเรื่องหน้าตาเข้ามาปะปนกันมากก็เลยสบายใจกับรายการนี้มากขึ้น ซึ่งผมอ่านสัมภาษณ์ทีมโค้ชในประชาชาติธุรกิจ เดิมทีมโค้ชก็คิดว่า รายการนี้มันจะมีฅนมาสมัครรึเปล่าหว่า เพราะว่ารายการร้องเพลงดัง ๆ ของที่อื่นก็มีไปหมดแล้ว แล้วโค้ชโจอี้ (ถ้าจำไม่ผิด) ก็บอกว่าจริง ๆ แล้วมีฅนที่ทำงานด้านนี้อยู่เยอะเลยแหละ แต่ไม่กล้ามาอยู่เบื้องหน้าเพราะว่าติดขัดเรื่องรูปลักษณ์ หน้าตา พอมีรายการนี้เข้ามาที่ตัดเรื่องหน้าตาออก ฅนก็เลยกล้ามาออกรายการกันเต็มไปหมด

– ช่วง blind audition หลาย ๆ ฅนก็น่าจะมีความสุขกับการฟังเสียงเพราะ ๆ แล้วก็ลุ้นว่าโค้ชจะกดไหมนะครับ ถ้ากดหันมาก็คงจะลุ้นอีกว่าเจ้าตัวจะเลือกอยู่ทีมไหน ส่วนตัวผมเองที่ทำให้สนุกมากขึ้นก็คือการที่พยายามมานั่งดูว่าโค้ชฅนไหนชอบเสียงสไตล์ไหนครับ (อย่างโค้ชก้องจะชอบเสียงที่ตรงไปตรงมา ไม่เน้นเทคนิกมาก หรือโค้ชค้ิมจะเลือกยากสุด เสียงดี แต่ร้องแบนก็ไม่เอา ชอบแบบฟีลลิ่งเยอะ ๆ หรือเสียงแปลก ๆ) ที่สนุกที่สุดก็คือตอนที่ย้อนกลับมาดูว่านักร้องร้องท่อนไหน หรือฮุคไหน ที่ทำให้โค้ชตัดสินใจว่า เอาวะ! แล้วก็กดปุ่มนี้นะครับ

– อีกเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจสำหรับผมก็คือการตัดต่อนะครับ เพราะจะเห็นได้ว่าเขาไม่ได้เอาเทปของผู้เข้าแข่งขันทุกฅนที่ประกวดมาออก ในขณะเดียวกัน แม้กระทั่งฅนที่ผ่านเข้ารอบเอง ก็ไม่ได้ตัดมาเวลาเท่า ๆ กันด้วย มีมากน้อยต่างกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ เวลาดูเข้าใจได้ว่า เราไม่ทราบด้วยซ้ำว่าอันไหนมาก่อนมาหลัง ตัดสลับไปสลับมา เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำให้ฅนตัดต่อเลือกเรียงลำดับแบบนี้ก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน

– ยกตัวอย่างเช่นรอบ battle นี่ล่ะ จากการแต่งตัวของกรรมการ ผมเข้าใจว่า battle รวดเดียวหมดทุกคู่เลยนะครับ แล้วทางทีมงานก็ตัดต่อมาออก 3 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นก็น่าสนใจว่าเหตุผลที่เลือกมาแต่ละคู่ในแต่ละสัปดาห์คืออะไร อย่างเช่นสัปดาห์ที่ผ่านมา เท่าที่ผมดู ผมก็คิดว่าทีมงานจงใจเลือกมาให้ค่อนข้างจะครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็น battle ไฮไลท์ที่คุณภาพดีไม่แพ้เมืองนอก (คู่คุณคิง-น้าเหน่ง) คู่ม้านอกสายตาแต่ออกมาดีผิดคาด (คู่คุณคีย์-ตุ้ม-ปุ้ย) แล้วก็จงใจใส่คู่ที่ความสามารถเฉพาะตัวดีแต่ตะเบ็งแข่งกันจนเละอย่างคู่คุณกบ-เอ้าท์ สัปดาห์ต่อ ๆ ไปก็น่าลุ้นว่าจะเอาคู่แบบไหนมาให้เราดูอีกน่ะนะครับ

– ประเด็นสุดท้ายที่น่าสนใจสำหรับผมคือความดราม่าของรายการนี้แหละครับ ไม่ใช่จากตัวรายการเอง แต่จากฝั่งฅนดู อย่างรอบ blind รอบแรก ดราม่าอย่างมากก็แค่ฅนนี้ร้องดีนะ ทำไมไม่กดล่ะ หรือฅนนี้ร้องห่วยออก กดเข้ามาได้ไง (ซึ่งก็ถือว่ามีไม่ค่อยมาก) แต่พอมารอบสองนี่ดราม่าชักจะเยอะ ตั้งแต่การเลือกคู่ ไปจนถึงการเลือกเพลงว่าทำให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน

ส่วนตัวผมแล้ว ผมเฉย ๆ กับเรื่องนี้นะครับ (ในแง่ที่ว่าการเลือกเพลงกับการจับคู่อาจจะดูไ่ม่ค่อยเท่าเทียม) เพราะตัวกรรมการเองก็จะต้องเลือกให้ฅนที่ผ่านเข้ารอบของทีมตัวเองมีโอกาสมากที่สุดที่จะชนะ เพราะฉะนั้นการตัดสินก็อาจจะไม่ได้มาจากแค่ตอนแข่ง battle กันล้วน ๆ แต่อาจจะมาตั้งแต่รอบ blind แล้วด้วย (แปลว่า ใครทำรอบ blind ได้ดีกว่า ฅนนั้นก็มีโอกาสเข้ารอบมากกว่า)

วิธีดูว่าฅนไหนมีโอกาสมากกว่าก็ดูได้หลายวิธีครับ จากรอบ blind ดูว่าใครที่โค้ชแย่งกันมาก ๆ ฅนนั้นก็มีโอกาสมากกว่า หรือว่าดูจากเวลาตัดต่อออกอากาศก็ได้ ถ้ามีเวลาออกมาก ออกเต็ม มีสัมภาษณ์ทั้งก่อนและหลังก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการเลือกมากกว่า ที่เหลือก็เป็นเรื่องของศักยภาพในการเป็นศิลปินแล้วล่ะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วบางทีมันก็อาจจะมีพลิกล็อคก็ได้นะ เช่นคู่ของคุณสวย-ปิงปอง ผมดูแล้วก็ว่าใจจริงโค้ชก้องคงตั้งในเลือกคุณปิงปองมากกว่า เพราะเสียงแกมีเอกลักษณ์ เพลงที่เลือก battle ให้ก็เป็นร็อคจ๋า ซึ่งเข้าทางคุณปิงปองมากกว่า แต่พอเวลาแสดงจริง คุณสวยแกตีโจทย์แตกแล้วก็ทำได้โดดเด่นกว่า สุดท้ายโค้ชก้องก็ตัดสินใจเลือกคุณสวยแทน 

ผมก็หวังว่าแนวทางการตัดสินของโค้ชจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นะครับ อาจจะมีแอบเชียร์ผู้เข้าแข่งขันบางฅนมากกว่านิดหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้ถึงกับค้านสายตาว่า ฅนนี้ผ่านเข้ามาเพราะว่าหน้าตาดีแต่เสียงไม่ได้เรื่อง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าเสียดายต้นทุนที่อุตส่าห์ทำมาเสียแย่

สำหรับรอบสุดท้ายก็เป็นเรื่องของการโหวตแล้วละครับ อาจจะทำให้ไม่ต่างจากรายการอื่น ๆ (บางฅนก็บอกว่า รอบนี้คงไม่ดูแล้ว เพราะคงเป็นเรื่องของหน้าตามากกว่าเสียงร้อง) แต่ผมคิดว่า ถ้าผ่านมาถึงรอบนั้น ๆ แล้ว ได้โชว์ความสามารถกันมาขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าใครจะได้ตำแหน่งชนะไปก็ไม่น่าเสียดายแล้วละครับ (อย่างน้าเหน่ง ขนาดตกรอบ battle แฟนคลับแกยังตรึมเลยครับ)

ก็ขอให้ทุกฅนมีความสุขกับการดูรายการนี้นะครับ

Comments
  1. tingallerina says:

    ดีใจที่ได้ใช้เวลาดู The Voice พร้อมกันกับก้อนทุกๆครั้งนะจ๊ะ ❤

  2. Mink says:

    ชอบเหมือนกันค่ะรายการนี้ เพราะเบื่อรายการอื่นที่สรุปแล้วว่าคงคัดหน้าตามากกว่า ดูไปๆมาๆก็เบื่อเหมือนบังคับให้เราฟังน่ะค่ะ พอเปิดเจอรายการนี้ที่เสียงโอเคดี เลยชอบมาก

    มีประเด็นนึงที่คิดได้ตอนดูคู่น้าเหน่งกับคุณคิงคือ สงสัยว่าเทคนิคเยอะๆที่คุณคิงใส่นั้น มันได้ตกลงกันมาตอนที่ฝึกร้องด้วยกันหรือเปล่า เพราะเท่าที่ดู เสียงดีอย่างเดียวไม่สามารถชนะใจคนดูและโค้ชได้ เลยสงสัยว่าอย่างนี้ ผู้เข้าแข่งขันพอได้รับโจทย์แล้ว จะไปหาคนอื่นมาสอนให้ใส่เทคนิค หรือวิธีการแอ๊คติ้ง หรือใช้เวทีได้หรือเปล่า เพราะคู่คุณคิงกับน้าเหน่งค่อนข้างชัดเจนว่าดูคุณคิงจะใส่เทคนิคเยอะมาก และใส่อย่างฉลาดจนแม้กระทั่งจุดที่น้าเหน่งได้ขึ้นเสียงสูงตอนสุดท้าย แต่คุณคิงก็ใช้เสียงต่ำแต่เล่นเทคนิคจนขโมยซีนไปเลย คู่นี้ดูแล้วน้าเหน่งแกมาแบบน่าจะประมาณว่า เขาให้ทำยังไง – ก็ – ทำอย่างนั้น จริงๆ ไม่รู้คนอื่นคิดยังไงค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s