ไปเที่ยวฮ่องกง

Posted: April 5, 2013 in Travel

วันนี้ที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องที่ได้ไปเที่ยวฮ่องกงครับ ได้ไปทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกสุดสิบกว่าปีก่อนตอนผมอยู่ประถมปลาย (ไปกับคุณพ่อแล้วก็ญาติ ๆ) เพราะฉะนั้นก็จำอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ครับ เที่ยวที่ไหนบ้างก็นึกไม่ค่อยออก จำได้แค่ว่ามีรูปถ่ายปริ้นท์บนจานที่ลูบท้องรูปปั้นพระสังกัจจาย (รู้สึกนัยว่าจะทำให้เงินทองไหลมาเทมา) หนที่สองเพิ่งไปเมื่อปีเศษ ๆ ไปฮันนีมูนกับภรรยา ซึ่งจริง ๆ ก็เที่ยวแค่ตอนเย็นเพราะภรรยาทำงาน ทริปนี้ไม่ได้ซื้อหรือมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาเป็นพิเศษนอกจากเคสมือถือกับฏิต้า ส่วนครั้งสุดท้ายเพิ่งไปไม่นานนี้ เป็นเข้าค่ายยุวชนก็เลยไม่ได้ไปเที่ยวจริงจังเท่าไหร่ครับ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่ได้เที่ยวเยอะแยะมาเม้าธ์เล่าต่อ แต่จากการที่ไปต่างบ้านต่างเมืองก็มีข้อสังเกตน่าสนใจในหลาย ๆ เรื่องครับ

เรื่องแรก สิ่งที่ประทับใจสำหรับที่นี่มากที่สุดก็คงเป็นเรื่องรถไฟใต้ดินนะครับ เพราะที่นี่รถไฟมีเครือข่ายกว้างขวางมาก คือสามารถไปได้แทบทุกที่จากการนั่งรถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นเรื่องสะดวกมาก ๆ เห็นแล้วก็นึกถึงเมืองไทยอยากให้มีระบบรางที่ครอบคลุมแบบนี้บ้างนะครับ ที่น่าสนใจก็คือราคาตั๋วรถไฟที่นี่ถูกมาก ๆ ถ้าคำนวณอัตราและเปลี่ยนไม่ผิด น่าจะสูสีกับ BTS ของเราทั้ง ๆ ที่ค่าครองชีพหรืออาหารต่าง ๆ แพงกว่าเราสองเท่ากว่าเห็นจะได้ นัยว่ารัฐบาลคงจะสนับสนุนขนส่งมวลชนเลยควบคุมราคาไม่ให้แพงมากนะครับ

ที่นี่เด็กนักเรียนใช้ค่อนข้างเยอะนะครับ แล้วจำนวนผู้โดยสารก็มากกว่าเรา (เว้นแต่ช่วง rush hour ที่น่าจะสูสี) แล้วที่นี่ เท่าที่ผมเห็นจะไม่มีธรรมเนียมลุกให้ที่นั่งเด็กหรือฅนแก่นะครับ ผมเคยลุกให้ที่นั่งเด็กฅนนึง คุณแม่เขาขอบคุณแล้วขอบคุณอีกใหญ่เลย

สำหรับการเดินทางอื่น ๆ ผมไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่นะครับ เคยขึ้น taxi หนนึงซึ่งก็ไม่รู้สึกว่าแตกต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ (นอกจากประตูเปิดได้อัตโนมัติ เราไม่ต้องเปิดเอง) พาหนะอีกอย่างที่เห็นบ่อย ๆ คือรถบัส แต่จะต่างจากของไทยคือไม่มีกระเป๋ารถเมล์(จ่ายเงินตอนขึ้น ต้องจ่ายพอดี) รถเป็นสองชั้น (ซึ่งส่วนสูงมากกว่าฐานมากจนถ้าเข้าโค้งแรง ๆ หวาดเสียวจะล้มเอา) แล้วก็มีป้ายไฟวิ่งว่าสถานีต่อไปเป็นสถานีอะไร อ้อ ถ้าพูดถึงการเดินทางก็นึกถึงเวลาข้ามถนนครับ ที่นี่มีไฟเขียวไฟแดงสำหรับฅนข้ามถนน ซึ่งก็ไม่แปลก แต่ที่น่าสนใจคือเวลามีไฟเขียวจะมีเสียงติ๊กดังรัว ๆ (ออกแนวปวดประสาท) สำหรับฅนตามองไม่เห็นจะได้ทราบว่าสามารถเดินข้ามได้แล้ว แต่ที่นี่ฅนไม่ค่อยเคร่งครัดเท่าไหร่นะครับ ทั้ง ๆ ที่ไฟฅนข้ามถนนยังแดงอยู่แต่ก็เห็นฅนข้ามเป็นประจำ

เรื่องที่สองคือเรื่องอาหารครับ

อาหารที่นี่ก็เป็นแนวอาหารจีนทั่ว ๆ ไปนะครับ ร้านอาหารก็มีตั้งแต่ถูก ๆ (หมายถึงสภาพ) ไปจนถึงร้านอาหารที่เป็นเหลา ที่นี่เวลาไปร้านอาหาผมไม่ค่อยเจอเมนูภาษาอังกฤษนะครับ มีแต่ภาษาจีน เพราะงั้นเวลาสั่งอาหารก็ใช้วิธีชี้รูปเอาหรือไม่ก็ลอกโต๊ะข้าง ๆ เรื่องรสชาติอาหารนี่ก็บอกยากครับ ก็มัน ๆ เข้มข้นเหมือนอาหารจีนที่เราคุ้นเคย ตอนครั้งล่าสุดที่ผมไปเข้าค่ายก็มีวันที่พาไปเลี้ยงอาหารที่หน้าตาคล้าย ๆ โต๊ะจีน ลักษณะและรสชาติอาหารก็ไม่ได้แตกต่างกันมากกนะครับ (แต่ติ่มซำที่นี่อร่อยนะครับ) รุ่นพี่ผมเล่าให้ฟังว่าสำหรับฅนจีนแล้ว เขาไม่ทานของหวานกัน เพราะฉะนั้น อะไรที่เหมือนจะเป็นของหวานของที่นี่ก็เลยหน้าตาแปลก ๆ เช่นซาละเปาไส้เหมือนจะครีม (แต่เป็นเม็ดบัว) หรือว่าซุปถั่วแดงต้มที่ปั่นเละเสียจนหมือนน้ำถั่วแดงแบบมีกากมากว่า ซุปงาสีดำ ๆ และซุปขาวข้น ๆ ที่เหมือนน้ำเต้าหู้แต่เขาบอกว่าเป็นถั่วอัลมอนด์ (กลิ่นปะแล่ม ๆ เหมือนไซยาไนด์) ที่พูดมานี่สาบานได้ว่าเป็นขนมหวาน

ที่น่าสนใจก็คือพี่เขาบอกว่าฅนที่นี่เขาไม่กินเครื่องดื่มใส่น้ำแข็งกัน เพราะงั้นเวลาเขามาเมืองไทยนี่เขาเกือบช็อคที่เราเอาทุกอย่างใส่น้ำแข็งหมดแม้กระทั่งชาหรือเบียร์ ซึ่งเท่าที่อยู่มาผมคิดว่าก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ที่สนุกมากก็คือเวลาไปเดินสำรวจ 7-11 ของเขาครับ ที่นี่มีความน่าสนใจคือ

– ไม่มีเสลอปี้

– นมที่นี่มีรสขาติให้เลือกน้อยมาก ไม่ได้มีเป็นสิบชนิดเหมือนบ้านเรา (แต่สัดส่วนของนมถั่งเหลืองในตู้แช่อขามากกว่าเราเกือบเท่าตัว

– ที่นี่มีตู้ water bath สำหรับใส่เครื่องดื่มอุ่น ทั้งที่อากาศก็ร้อนตับแตกเหมือนบ้านเรา

เรื่องที่สามเป็นเรื่องของภาษาและการบริการครับ

ที่นี่เราจะนึกว่าฅนพูดภาษาอังกฤษได้เยอะ แต่จริง ๆ แล้วก็ได้เฉพาะฅนที่มีอาชีพด้านการบริการนะครับ ถ้าเป็นฅนทั่ว ๆ ไปแล้วก็มีอายุหน่อยก็เห็นพูดกันไม่ค่อยได้ (อย่างโรงแรมหนึ่งดาวที่ผมไปนอนตอนฮันนีมูน ก็ต้องใช้ภาษามือกันวุ่นวาย) ที่น่าสนใจคือฅนที่นี่เขาจะมีวิธีบริการที่แตกต่างจากฅนไทยครับ (ซึ่งฐิงไม่ชอบเลย) เวลาให้บริการจะหน้าตูด ๆ  หน่อย ไม่ยิ้ม แล้วก็พูดห้วน ๆ อย่างผมเคยไปสนามบินขอเปลี่ยนตั๋ว แล้วก็ถามว่าขอเปลี่ยนเป็นรอบนี้ได้ไหม อีกฝ่ายก็พิมพ์ก็อก ๆ แก็ก ๆ แล้วก็ตอบสั้น ๆ โดยไม่มองหน้าผมว่า “full” เวลาเล่นมุขอะไรก็ไม่ค่อยจะขำ ทำหน้าตาย ๆ (ถ้าเป็นฅนไทยก็จะดูเป็นมิตรกว่าานี้น่ะนะครับ)

แต่ก็ใช่ว่าฅนที่นี่จะแล้งน้ำใจน่ะนะครับ น่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมมากกว่า อย่างผมเคยไปถามทางพี่ยามหน้าอพาตเมนท์ พี่เขาก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้นี่แหละ แต่เรียกฅนมาเป็นสิบเลย มาช่วยดูแผนที่แล้วก็หาทางให้เรา เพราะงั้นถ้าชินกับหน้าตาย ๆ ได้อย่างอื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องเล็ก ๆครับ ที่นี่เวลาซื้อของเขาจะไม่ให้ถุงพลาสติคฟรี ๆ อยากได้ต้องเสียเงิน ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่เมืองไทยน่าจะเอาเยี่ยงอย่าง (และในโรงแรมเขาจะมีถุงผ้าเตรียมไว้ให้เราสำหรับไปช้อปปิ้งด้วย) อีกเรื่องคือที่นี่เขาจะใช้เหรียญกันน้อยมากครับ เขาจะใช้บัตร debit ที่เรียกกันที่นั่นว่า octopus card เวลาซื้อของ ขึ้นรถเมล์ หรือไปร้านอาหารอะไรก็ค่อนข้างสะะดวก ไม่ต้องทอนตังค์ให้ยุ่งยาก ทุกร้านก็จะมีเครื่องสแกนแล้วเราก็หักเอาจากบัตรที่เราใช้ อยู่ที่นั่นก็เลยไม่ต้องใช้เหรียญเลยครับ

อันนี้ก็เป็นประสบการณ์คร่าว ๆ จากการไปเที่ยวนะครับ แล้วถ้าวันไหนได้ไปที่ไหนอีกก็จะเอามาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันครับ

Advertisements
Comments
  1. iheresss says:

    เรื่องบริการนอกจากว่าทำหน้าตาไม่ค่อยรับแขก (ซึ่งผมไม่ได้สนเท่าไหร่) เค้าก็บริการดีนะครับ ซึ่งผมว่าบางทีดีกว่าในไทยที่ชอบชวนคุยโน่นนี่ อย่างตอนไปถึงหลงทางหาโรงแรมไม่เจอไปถามคนแถวนั้น เค้าก็ช่วยบอกทางได้ดีนะครับ แถมพูด Eng คล่องปร๋อเลย (ทั้งที่ตอนแรกบอกพูดไม่ค่อยเก่ง)

    เรื่องอาหารนี่ผมสังเกตว่าพวกร้านขายข้างถนนจะสะอาดกว่าไทย ซึ่งก็แพงกว่าด้วย (ลูกชิ้นปลาไม้ละ HK$5) และไม่มีรถเข็นบนทางเดินเท้า ซึ่งผมชอบมาก เดินแล้วฟิน ไม่ต้องคอยหลบ

    ผมเคยเขียนบล็อกเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน http://www.iheresss.com/2012/02/experience-in-hong-kong.html

  2. Paul_012 says:

    พี่ก้อนดมอัลมอนด์บอกกลิ่นเหมือนไซยาไนด์ได้ด้วย – –

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s