Hormones: ฅนดูก็ว้าวุ่น

Posted: June 29, 2013 in Nitade and Entertainment

เพิ่งได้ตามดู Hormones วัยว้าวุ่นจนถึงตอนล่าสุดครับ ว่าจะอยากดูตั้งนานแล้วแต่ชวนภรรยาแล้วเจ้าตัวอิดออด จนเพิ่งได้มานั่งดูแล้วภรรยาก็ดูตาแป๋วไปกับผมด้วยนี่แหละ

ผมว่าเป็นซีรีย์ที่ดังพอสมควรเลยล่ะ วัดจากที่เพื่อน ๆ ที่คณะคุยกัน แล้วก็ดูจาก facebook, twitter ซึ่งก็ถือว่า GTH ประสบความสำเร็จ เมื่อมองว่าไม่ได้ฉายทางช่องฟรีทีวี

ก็มีหลายประเด็นอยากพูดถึงนะครับ

ประเด็นวัยรุ่น

– สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ในซีรีย์นี้ก็คือเนื้อหาที่ค่อนข้างจะจับประเด็นของวัยรุ่นได้หลากหลายดีนะครับ แล้วก็เห็นปัญหาของวัยรุ่นที่มีลักษณะบุคลิกต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราดูแล้วก็รู้สึกว่า เออ มันมีจริง ๆ นะเนี่ย ไม่ใช่แค่ที่เห็นได้ตามข่าวเท่านั้น (เช่นเรื่องตีกัน ยึดเข็ม หรือเรื่องวัยรุ่นเปลี่ยนคู่นอน) แต่บางครั้งเราอาจจะมีเพื่อนที่เป็นแบบนั้นจริง ๆ เช่น ผมมีเพื่อนที่แต่งนิยายฟิคชั่นแบบในซีรีย์นี่แหละ (และตอนนี้ก็เป็นนักเขียนของแจ่มใสพับลิชิ่งไปแล้ว) หรือว่าเพื่อนผู้หญิงที่ไม่ได้อ่อย ไม่ได้แรด แต่สนิทกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงจริง ๆ (แล้วก็มีผู้ชายมาชอบกันตรึม)

เพราะงั้นมันก็เลยสนุกดี เวลานั่งดูเรื่องราวในนั้นซึ่งเป็นเรื่องราวที่เคยผ่านพบผ่านตามาด้วยตัวเอง ดูแล้วก็ nostalgia (ถึงแม้จะแตกต่างกันในด้านเทคโนโลยีบ้าง เช่นตอนนี้ขอ line แต่สมัยนั้นก็จะแบบประมาณว่า พี่ฐิงครับ ขอ add MSN หน่อยนะครับ แหม่)

ความแรง

– ช่วงแรกที่ดู teaser ผมก็ไม่กล้าชวนฐิงนะครับ เพราะมันดูมีประเด็นที่แอบแรง เช่น ตัวละครมีอะไรกันในห้องแล็บชีวะ(ในชุดนักเรียน) แต่พอมาดูจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้แรงขนาดนั้นนะครับ จริง ๆ แล้วประเด็นในเรื่องที่เป็นปัญหาถกเถียงในเชิงศีลธรรมและสังคมของวัยรุ่น อาจจะมีหนังเรื่องอื่นที่ตีแผ่ได้เข้มข้นกว่า อย่างในซีรีย์นี้เอง ตัวละครที่ยกพวกตีกันก็ไม่ได้ถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย ผู้หญิงที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ก็ไม่ได้ถึงขั้นล่าแต้มไปทั่ว (ก็ยังมีโมเมนท์กุ๊กกิ๊ก น่ารัก เดินจับมือกับแฟนบ้าง) อาจจะไม่สะใจฅนที่ต้องการให้ออกมาดาร์คสุด ๆ แต่ผมคิดว่าวัตถุประสงค์ของผู้สร้างไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น แค่เพียงแสดงให้เห็นนะว่า มันมีประเด็นแบบนี้อยู่จริงในชีวิตวัยรุ่น เพราะงั้น ผมว่าซีรีย์นี้ผู้ปกครองก็ดูได้นะครับ เพราะไม่ได้แรงถึงขั้นดูแล้วหัวใจจะวายหรือต้องนิ่วหน้าดู แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการกระทำของเราจะมีผลกระทบตามมาเสมอ

สิ่งที่ทำให้ติดตาม

-ตอนที่ผมชอบมาเป็นตอนแรกสุดเลยนะครับ เพราะเล่นเรื่องเครื่องแบบนักเรียนได้แหลมคมมาก (อาจจะเพราะยังไม่เคยมีใครทำละครที่ตัวเอกลุกขึ้นมาตั้งคำถามว่า ทำไมต้องใส่เครื่องแบบด้วย อย่างจริงจัง) และการหาทางออกให้กับตอนจบนั้นผมก็ค่อนข้างพอใจ คือผมเห็นบางฅนอาจจะบอกว่า ที่คุณครูตอบนักเรียนนี่ มันยังถกเถียงต่อในเชิงสังคมได้อีกเยอะเลยนะเนี่ย แต่สำหรับผมถือว่ากำลังดีแล้วครับ ไม่หนักเกินไป แล้วก็ชี้ให้เห็นได้ชัดว่า วัยรุ่นที่ทำตัวต่อต้านมาก ๆบางทีเขาอาจจะแค่ต้องการให้ใครสักฅนตอบคำถามเขาอย่างจริงจัง มากกว่าที่จะใช้อำนาจกดหัวเพียงผ่าน ๆ และบทสนทนาระหว่างพระเอกกับนางเอกตอนจบของตอนที่ 1 ก็น่าสนใจมากนะครับ บางฅนอาจจะดูผ่าน ๆ แต่สำหรับผมแล้วคิดต่อได้เยอะเลย

– ส่วนตอนอื่น ๆ นี่ ผมคิดว่าความสนุกของซีรีย์เรื่องนี้ นอกเหนือจากการได้ดูนักแสดงหน้าใสทั้งหลายแล้ว (ผมก็แฟนคลับปันปันเหมือนกันนะครับ แฮ่ม) ที่ผมชื่นชอบก็คือการได้ล้วงลึกเข้าไปในชีวิตของตัวละครแต่ละตัวที่มีบุคลิกแตกต่างจากเรา ทำให่เราเข้าใจนที่มีลักษณะต่าง ๆ กันได้มากขึ้น เช่น แบดบอยกร่าง ๆ บางฅนอาจจะแค่เป็นฅนนึกอะไรก็ทำเลย ไม่ค่อยได้คิดอะไร ฅนที่ไม่โดดเด่นบางฅนก็ได้เห็นว่าเขาต้องพยายามมากแค่ไหน และการได้เป็น somebody มันมีความหมายกับเขาแค่ไหน หรือฅนที่มีโลกส่วนตัวสูงมาก ๆ จริง ๆ แล้วเขาก็แคร์ฅนอื่นเป็นนะ แค่เขามีวิธีแสดงออกในแบบของเขาเอง โดยรวมแล้ว ผมคิดว่านั่งดูอะไรแบบนี้ทำให้ผมเข้าใจฅนได้หลากหลายขึ้นนะครับ

สะท้อนชีวิตตัวเอง

– ดูละครทีไรก็ต้องกลับมาสะท้อนชีวิตตัวเอง ผมดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกเลยว่า ตัวผมเองสมัยม.ปลายนี่เหมือนกับขวัญที่เป็นนางเอกมาก ๆ ชีวิตเรียบ ๆ จัด ๆ ไม่มีอะไรผาดโผน มีแต่แค่เรียนกับกิจกรรม (คือผมคิดว่าถ้าตัวเองเกิดเป็นผู้หญิง ก็คงคาแรคเตอร์คล้าย ๆ แบบนี้แหละ ไม่ได้หมายถึงหน้าตานะครับ) ยิ่งเรื่องความรักนี่ยิ่งจืดสนิท จีบใครไม่เป็นเอาเสียเลย ดูเรื่องนี้แล้วก็ตระหนักได้ว่า ฅนจืด ๆ แบบเราสามารถมีฅนรักได้ มีฅนยินดีแต่งงานกับเราในแบบที่เราเป็นนี่ ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่งในชีวิตได้เลยนะเนี่ย

– เท่าที่ดูอาจจะยังเห็นไม่ค่อยชัด แต่ก็พอสื่อได้ประมาณนึงว่า คาแรคเตอร์แต่ละฅนมีส่วนกล่อมเกลาไม่น้อยจากพ่อและแม่นะครับ (ชัด ๆ อย่างเช่นวินเองที่มีอะไรกับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ดูแล้วก็ไม่ต่างจากที่พ่อเขาทำเท่าไหร่) แล้วก็เลยต้องย้อนมาดูว่า ต่อจากนี้ไปเอง ฏิต้าโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการวางตัวและการประพฤติของผมไม่น้อยเลยทีเดียว

สุดท้าย หลังดูซีรีย์จบแล้ว ผมก็หวังว่า ลูกสาวของเรา จะโตไปเป็นวัยรุ่น และผ่านพ้นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างไม่ผิดพลั้งมากเกินไปนะครับ

Comments
  1. Paul_012 says:

    หลายคนก็ว่าดูแล้วอินกันมากนะครับ

    แต่กับเพื่อน ๆ ในรุ่น (ที่เตรียมฯ, ที่คณะ) ที่คุยกัน ส่วนใหญ่จะบอกว่า สนุกดี (เด็ก ๆ นักแสดงน่ารักดี) แต่ไม่เห็นจะรู้สึกว่าเคยมีช่วงชีวิตแบบนี้เลย -“-

    ลองถามดูในเฟซบุ๊กว่าเป็นเพราะ (1) ละครมันเว่อร์กว่าชีวิตจริง (2) สังคมที่ละครตั้งใจจะสะท้อน มันเป็นคนละสังคมกับที่เรา (เด็กเนิร์ด เอาแต่เรียน) ผ่านกันมา หรือ (3) เด็กสมัยนี้มันแรดขึ้นกว่าสมัยก่อน ก็เห็นตรงกันว่าเป็นข้อ (2)

    ก็อาจจะแบบที่พี่ก้อนบอกว่าตรงกับขวัญมากที่สุดน่ะแหละครับ แต่เรื่องเท่าที่ดำเนินมาก็แทบจะยังไม่ได้เล่าเรื่องราวของขวัญเลย

    ลองถามเพื่อนสายศิลป์ที่เป็นกรรมการนักเรียนที่เตรียมฯ เขาก็ว่าที่เห็นในละคร ชีวิตจริงก็มีหมดทุกแบบนะ เราก็ เออเนอะ สมัยที่เรียนก็ไม่ได้รู้จักคนเยอะมาก แต่สังคมมันมีการแบ่งแยกชัดเจนจริง ๆ ขนาดโรงเรียนเดียวกันหลายเรื่องเรายังไม่เคยรู้เลย

    นั่นแหละครับ

    • masatha says:

      เห็นด้วยกับพอนะ อย่างที่พอบอว่า เว่อร์กว่าชีวิตจริง ผู้กำกับก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า จริง ๆ แล้วมันแค่ 70% ของค้นคว้ามา ของจริงแรงกว่านี้อีก เพราะงั้น มันก็คงขึ้นกับประสบการณ์ของแต่ละฅนแหละว่า เติบโตมาในสังคมไหนมา ถ้าเรียบร้อยหน่อยก็คงว่าเว่อร์ แต่ถ้าผาดโผนหน่อยก็คงบอกว่าธรรมดา

      ส่วนที่บอกว่าเหมือนขวัญนี่ ไม่่แค่เรื่องราวนะฮะ แต่ลักษณะท่าทาง วิธีพูด การตัดสินใจหรือการกระทำหลาย ๆ อย่าง ผมคิดว่าเข้าใจตัวละครนี้ดีมาก ๆ เลย (ก็อาจจะเป็นฅนประเภทเดียวกันก็เป็นได้)

  2. Paul_012 says:

    ป.ล. เรื่องความแรง ที่จริงผมก็แอบอยากให้แรงกว่านี้เหมือนกัน แต่จะแรงมันก็ยากอีก เพราะต้องเสนอแง่มุม สื่อแนวคิดให้ชัดเจน ซึ่งคงมากเกินกว่าการเพียงนำเสนอประเด็นให้เห็นอย่างที่ผู้ทำน่าจะต้องการ

    ผมไม่ชอบการนำเสนอเรื่องที่ควรจะแรงแต่ถูกตัดทอนลงแบบนี้เพราะมันเป็นการเอาไปใส่ในภาพเชิงบวก (นักแสดงก็หน้าตาดี) ทำให้ผู้ชม identify กับตัวละครและอาจรับสารว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเท่าที่ควรจะเป็น

    โดยเฉพาะบุหรี่ ผมมองว่าการเอาบุหรี่มายัดใส่ฉากเป็น prop ธรรมดา ๆ เพื่อบ่งถึงความเป็น bad boy นี่มันสะท้อนความขี้เกียจและไม่รับผิดชอบเท่าที่ควรของผู้ทำภาพยนตร์/ละครโทรทัศน์ บ่อยครั้งก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันมีเรื่องใต้โต๊ะที่บริษัทบุหรี่จ้างให้ใส่เข้าไปเพื่อ desensitise ผู้ชม แบบที่ อ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ มักเล่าหรือเปล่า

    • masatha says:

      เรื่องบุหรี่นี่ เอาจริง ๆ ถ้ามองว่าผู้กำกับจบนิเทศมา ส่วนตัวผมค่อนข้างเข้าใจนะครับ เพราะเด็กสายนี้สูบบุหรี่กันเป็นประจำอยู่แล้ว (ผู้หญิงสูบยังไม่ใช่เรื่องแปลก) จริง ๆ ที่ผู้กำกับใส่เข้ามา อาจจะไม่ใช่แสดงว่าเป็น bad boy ก็ได้ อาจจะแค่แสดงว่าเป็นวัยรุ่นปกติธรรมดา (พวกฅนที่ไม่สูบนี่แหละ คือเด็กเรียบร้อยเกินค่าเฉลี่ย)

      เรื่องใต้โต๊ะก็สงสัยกันได้ครับ เรื่องนี้โฆษณาแฝงเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว (จริง ๆ ก็ทุกเรื่องแหละมั้ง)

    • Paul_012 says:

      คิดอีกทีที่ว่าไม่แรงพอนั้นอาจจะด่วนสรุปเกินไป ดูแล้วท่าทางหลัง ๆ น่าจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s